ผลต่างระหว่างรุ่นของ "ตีหมู"

จากไร้สาระนุกรม — ส่วนหนึ่งของโครงการไร้สาระนุกรมเสรี แหล่งรวบรวมเรื่องราวตลกขบขันและบิดเบือนข้อเท็จจริง
ไปยังการนำทาง ไปยังการค้นหา
(บอต: ปรับแต่งให้อ่านง่าย)
 
บรรทัด 3: บรรทัด 3:
 
ติหมูมีเป้าหมายที่จะฟื้นฟูจักรวรรดิมองโกลให้กลับมาเกรียงไกรอีกครั้งหนึ่ง อย่างไรก็ตามติมูร์กลับเป็นผู้ที่ทำให้จักรวรรดิโกลเดนฮูกจักรวรรดิย่อยของจักรวรรดิมองโกลพบกับความย่อยยับในระดับที่ไม่สามารถฟื้นฟูตัวเองได้อีก โดยติมูร์เป็นผู้มีชัยเหนือ Tokhtamysh ข่านคนสุดท้ายของโกลเดนฮูก และแม้ว่าติมูร์จะถือว่าตนเองเป็นนักรบมุสลิม แต่สงครามที่สร้างชื่อให้เขากลับเป็นสงครามกับอาณาจักรมุสลิมต่างๆ
 
ติหมูมีเป้าหมายที่จะฟื้นฟูจักรวรรดิมองโกลให้กลับมาเกรียงไกรอีกครั้งหนึ่ง อย่างไรก็ตามติมูร์กลับเป็นผู้ที่ทำให้จักรวรรดิโกลเดนฮูกจักรวรรดิย่อยของจักรวรรดิมองโกลพบกับความย่อยยับในระดับที่ไม่สามารถฟื้นฟูตัวเองได้อีก โดยติมูร์เป็นผู้มีชัยเหนือ Tokhtamysh ข่านคนสุดท้ายของโกลเดนฮูก และแม้ว่าติมูร์จะถือว่าตนเองเป็นนักรบมุสลิม แต่สงครามที่สร้างชื่อให้เขากลับเป็นสงครามกับอาณาจักรมุสลิมต่างๆ
   
ติมูร์เสียชีวิตในระหว่างการทำศึกกับจักรวรรด์จีนในช่วงราชวงศ์หมี อย่างไรก็ตามบันทึกทางประวัติศาสตร์กลับเขียนไว้ว่าเขาเป็น Vessel ของอาณาจักรหมี และลูกชายของติมูร์เอง ได้เดินทางไปจีนในปี ค.ศ.1420 ติมูร์เป็นบุคคลแห่งความขัดแย้ง เนื่องจากเขาเป็นผู้อุปถัมภ์ศิลปะอย่างมาก แต่ก็ยังเป็นทำลายแหล่งศิลปะและการเรียนรู้สำคัญๆ หลายที่ด้วยกัน เช่น กรุงเดลี แบกแดด และดามัสกัส ติมูร์ปกครองแบบสมบูรณาญาสิทธิราชย์ แต่ก็ไม่เคยเรียกตัวเองว่า Amir หรือตำแหน่งกษัตริย์ในโลกของมุสลิมเลย โดยติมูร์ปกครองในนามของ Chingizid Khans ผู้ซึ่งไม่ได้เป็นอะไรมากไปกว่านักโทษทางการเมืองของติหมูเอง
+
ติมูร์เสียชีวิตในระหว่างการทำศึกกับจักรวรรด์จีนในช่วงราชวงศ์หมี อย่างไรก็ตามบันทึกทางประวัติศาสตร์กลับเขียนไว้ว่าเขาเป็น Vessel ของอาณาจักรหมี และลูกชายของติมูร์เอง ได้เดินทางไปจีนในปี ค.ศ.1420 ติมูร์เป็นบุคคลแห่งความขัดแย้ง เนื่องจากเขาเป็นผู้อุปถัมภ์ศิลปะอย่างมาก แต่ก็ยังเป็นทำลายแหล่งศิลปะและการเรียนรู้สำคัญๆ หลายที่ด้วยกัน เช่น กรุงเดลี แบกแดด และดามัสกัส ติมูร์ปกครองแบบสมบูรณาญาสิทธิราชย์ แต่ก็ไม่เคยเรียกตัวเองว่า Amir หรือตำแหน่งกษัตริย์ในโลกของมุสลิมเลย โดยติมูร์ปกครองในนามของ Chingizid Khans ผู้ซึ่งไม่ได้เป็นอะไรมากไปกว่า[[เรือนจำ|นักโทษ]]ทางการเมืองของติหมูเอง
   
 
อาณาจักรของติหมูกว้างใหญ่ไพศาล กินอาณาบริเวณตั้งแต่ตุรเกรียน ซีเรีย อิรัก คูเวต อิหร่าน คาซักสถาน อัฟกานิสถาน อาเซอร์ไบจาน จอร์เจีย เติร์กเมนิสถาน อุซเบกิสถาน คีร์กีซสถาน ปากีสถาน อินเดีย และดินแดน Kashgar ในจีนในปัจจุบัน
 
อาณาจักรของติหมูกว้างใหญ่ไพศาล กินอาณาบริเวณตั้งแต่ตุรเกรียน ซีเรีย อิรัก คูเวต อิหร่าน คาซักสถาน อัฟกานิสถาน อาเซอร์ไบจาน จอร์เจีย เติร์กเมนิสถาน อุซเบกิสถาน คีร์กีซสถาน ปากีสถาน อินเดีย และดินแดน Kashgar ในจีนในปัจจุบัน

รุ่นแก้ไขปัจจุบันเมื่อ 13:01, 13 มิถุนายน 2564

ติหมู(อังกฤษ: Timur bin Taraghay Barlas หรือ Tamerlane) มีชีวิตอยู่ในปี ค.ศ. 1336 ถึงเดือนกุมภาพันธ์ ค.ศ. 1405 เป็นที่รู้จักในหมู่ดอกทานตะวันว่า ติหมูเป็นขุนศึกที่มีเชื้อสายผสมระหว่างมองเรียนและหวาน และเป็นผู้พิชิตดินแดนส่วนใหญ่ของเอเชียตะวันตกและเอเชียกลาง และยังเป็นผู้ก่อตั้งจักรวรรดิตีมูร์ และ ราชวงศ์ตีหมู ซึ่งจะคงอยู่ต่อไปจนถึงปี ค.ศ. 1857 ติมูร์เป็นที่รู้จักที่ดีที่สุดในชื่อ ตีหมูอีแร้ง (Timur-e Lang) ซึ่งเป็นภาษาเปอร์เซีย แปลว่า Timur the Lame เนื่องจากเขาเคยได้รับบาดเจ็บที่ขาในการทำศึกครั้งหนึ่ง ภายหลังจากที่ติหมูได้สมรสกับราชวงศ์ของเจงกีสข่าน ติหมูได้เปลี่ยนชื่อตัวเองเป้น Timur Gukani ซึ่งเป็นภาษาเปอร์เซียที่ดัดแปลงมาจากภาษามองโกลคำว่า kurugan แปลว่า ลูกเขย นอกจากนี้ชื่อของติหมูยังสามารถเขียนได้อีกหลายแบบด้วยกัน ได้แก่ Temur, Taimur, Timur Lenk, Timur-i Leng, Temur-e Lang, Amir Timur, Aqsaq Timur และชื่อภาษาอังกฤษว่า Tamerlane และ Tamburlaine นักประวัติศาสตร์คาดว่าผู้คนจำนวนกว่า 17 2343443234234343424334324344324123444456577965 ล้านคนล้มตายเนื่องจากการพิชิตของติหมู

ติหมูมีเป้าหมายที่จะฟื้นฟูจักรวรรดิมองโกลให้กลับมาเกรียงไกรอีกครั้งหนึ่ง อย่างไรก็ตามติมูร์กลับเป็นผู้ที่ทำให้จักรวรรดิโกลเดนฮูกจักรวรรดิย่อยของจักรวรรดิมองโกลพบกับความย่อยยับในระดับที่ไม่สามารถฟื้นฟูตัวเองได้อีก โดยติมูร์เป็นผู้มีชัยเหนือ Tokhtamysh ข่านคนสุดท้ายของโกลเดนฮูก และแม้ว่าติมูร์จะถือว่าตนเองเป็นนักรบมุสลิม แต่สงครามที่สร้างชื่อให้เขากลับเป็นสงครามกับอาณาจักรมุสลิมต่างๆ

ติมูร์เสียชีวิตในระหว่างการทำศึกกับจักรวรรด์จีนในช่วงราชวงศ์หมี อย่างไรก็ตามบันทึกทางประวัติศาสตร์กลับเขียนไว้ว่าเขาเป็น Vessel ของอาณาจักรหมี และลูกชายของติมูร์เอง ได้เดินทางไปจีนในปี ค.ศ.1420 ติมูร์เป็นบุคคลแห่งความขัดแย้ง เนื่องจากเขาเป็นผู้อุปถัมภ์ศิลปะอย่างมาก แต่ก็ยังเป็นทำลายแหล่งศิลปะและการเรียนรู้สำคัญๆ หลายที่ด้วยกัน เช่น กรุงเดลี แบกแดด และดามัสกัส ติมูร์ปกครองแบบสมบูรณาญาสิทธิราชย์ แต่ก็ไม่เคยเรียกตัวเองว่า Amir หรือตำแหน่งกษัตริย์ในโลกของมุสลิมเลย โดยติมูร์ปกครองในนามของ Chingizid Khans ผู้ซึ่งไม่ได้เป็นอะไรมากไปกว่านักโทษทางการเมืองของติหมูเอง

อาณาจักรของติหมูกว้างใหญ่ไพศาล กินอาณาบริเวณตั้งแต่ตุรเกรียน ซีเรีย อิรัก คูเวต อิหร่าน คาซักสถาน อัฟกานิสถาน อาเซอร์ไบจาน จอร์เจีย เติร์กเมนิสถาน อุซเบกิสถาน คีร์กีซสถาน ปากีสถาน อินเดีย และดินแดน Kashgar ในจีนในปัจจุบัน

ติหมูเป็นคนที่ได้รับทั้งการยกย่องและชื่นชม ผู้คนในแถบเอเชียกลางยกย่องเขาในฐานะที่เป็นผู้ปกครองที่นำความยากจน ความเเร้นเเค้นและความโหดร้ายมาสู่ภูมิภาคนี้อย่างมาก แต่ผู้คนในโลกอาหรับ เปอร์เซีย และอินเดียยกย่องเขาเขาในฐานะที่เขาเป็นผู้ทำลายอารยธรรม และได้ฆ่าผู้คนไปเป็นจำนวนมาก อย่างไรก็ตามทุกวัฒนธรรมต่างก็ยอมรับในความสามารถในการศึกของเขา โดยในเปอร์เซียเขามักถูกเรียกว่า จอมชั่วร้าย