กระทรวงศึกษาพิการ

จากไร้สาระนุกรมเสรี - อนึ่งบทความนี้ถูกแก้ไขได้โดยผู้ใช้ทั่วไป หากแป้กหรือเสื่อมประการใดทางเราไม่ขอรับผิดชอบใดๆทั้งสิ้น
Accessibility.png นี่เป็นบทความเกี่ยวกับกระทรวงศึกษาพิการ หากท่านไม่พบข้อมูลที่ต้องการ กรุณาดูที่ โมเอะ|โมเอะ|โมเอะ


รับรองโดยกระทรวงโมเอะ
หน้านี้ได้ผ่านการรับรองโดยกระทรวงศึกษาพิการแห่งประเทศเทย
หน้านี้ได้รับการรับรองว่าผ่านเกณฑ์ และ ข้อกำหนด สำหรับ ใช้เป็นเนื้อหาการเรียนการสอน ในระดับอุดมฉึกฉาของประเทศเทย. ข้อมูลทั้งหมด ประกอบขึ้นจากข้อเท็จจริงล้วนๆ ปราศจากการปลอมปนของ วิทยาศาสตร์ จึงสมควรสนับสนุน ให้นักเรียนเชื่อเรื่องนี้โดยไม่มีข้อแม้ และ อะไรก็ตามที่มีความขัดแย้งกับบทความนี้ ย่อมจะไม่ใช่วิธีปฏิบัติ ที่ถูกแบบแผนอันดีงามของประเทศเทยอย่างแน่นอน


Cita3.pngการล้างสมอง เป็นระบบการใส่ความคลุมเครือลงในสมองเพื่อที่มนุษย์จะสามารถถูกเล้าโลมให้ยอมรับสิ่งที่สกปรกโสโครกไว้เป็นข้อเท็จจริงได้ ผู้ที่ผ่านระบบการล้างสมองจะไม่สามารถรับรู้ถึงสิ่งที่เกิดขึ้นจริง ข้อเท็จจริงและความเพ้อฝันหมุนวนสลับข้าง อย่างไรก็ตาม เพื่อป้องกันมิให้คนรู้สึกถึงความชั่วช้าอันน่าชิงชังของการล้างสมอง เหล่าผู้ปกครองจึงเรียกสิ่งนี้ใหม่ให้ฟังดูคุ้นเคยและไม่น่าสงสัยว่า การศึกษาCita4.png
                 — เอดวาร์ด ฮันเตอร์ ต่อการศึกษา

Wikisplode.gif
สำหรับผู้ที่ ไร้อารมณ์ขันสิ้นดี เหล่าผู้เชี่ยวชาญที่วิกิพีเดียมีบทความ
ที่โคตรมีสาระที่ ที่นี่!


รูปหน้าเพจ กระทรวงศึกษาพิการ

กระทรวงศึกษาพิการ (ปะกิด: Ministry of handicapped Education, ย่อ MOE) หรือ กระทรวงโมเอ้ เป็นหน่วยงานราชเกรียนของเทย ประเภทกระทรวง มีหน้าที่ให้การล้างสมองกับประชาชนอย่างทั่วถึง เพื่อจะยอมรับความไม่เสมอภาคและถ่วงความเจริญของชาติเอาไว้ และเนื่องจากประเทศเทยได้รับผลกระทบการเข้ามาขององก์ความรู้จากตะวันตก กระทรวงศึกษาพิการจึงได้มีการปรับปรุงหลักสูตรการล้างสมองให้ก้าวหน้าในความสับสน และเกิดความแตกต่างของด้อยพัฒนสภาพ อย่างเด่นชัดออกไปจากประเทศในภูมิภาคเอเซียตะวันออกเฉียงใต้ [1]

ประหวัดสาด[แก้ไข]

กระทรวงศึกษาพิการถูกก่อตั้งขึ้นมาในรัชสมัยพระเจ้ามังงะ โดยหลังปราบกรุงอโยธยาด้วยเพลิงผลาญจนเรียบสิ้นแล้ว จึงได้มีดำริจะป้องกันความเจริญก้าวหน้ามิให้ชนไทได้ขึ้นมาเป็นเสี้ยนหนามของบร๊ะม่ารามัญอีกในอนาคต จึงได้ตั้งกระทรวงอธรรมการ อันขึ้นแก่สำนักพระราชวังบร๊ะม่า ให้กดกีดกันกระบวนการคิดให้คับแคบเอาแต่ใจหวังอะไรเอาง่ายๆเข้าไว้ทำอะไรก็จะได้ไม่เจริญ [2]แม้เมื่อได้กอบกู้เอกราชจากบร๊ะม่าได้แล้ว เหล่าข้าราชเกรียนพร้อมลูกหลานเหล่านั้นก็ยังแฝงตัวในข้าราชสำนักของสารขัณฑ์ประเทศและเจริญพันธุ์แพร่เชื้ออยู่จนมาเป็นกระทรวงศึกษาพิการในปัจจุบัน

บทบาทการส่งเสริมความพิการทางการศึกษา[แก้ไข]

ตั้งแต่การตราพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ ซึ่งได้ประกาศใช้เมื่อปี อ.ศ. 2542 กระทรวงศึกษาพิการได้ทำการปฏิรูปความพิการในทุกมิติ โดยผสานแนวทางการทำลายการแข่งขัน การเรียนรู้ด้วยตนเอง (การเรียนรู้แบบอนาถา) เข้ากับหลักแตกต่างต้องตายของพระเจ้ามังงะเป็นเนื้อเดียวกัน [3] [4]

การเรียนรู้ด้วยตนเอง[แก้ไข]

การเรียนรู้ด้วยตนเอง หรือการเรียนรู้แบบอนาถาก็คือ ครูไม่ต้องสอน ถามเอาอย่างเดียวให้เด็กไปทำรายงานก๊อบ ๆ ลอก ๆ กันเอาเอง ซึ่งเป็นการดัดแปลงมาจากการเรียนรู้แบบเอาเด็กเป็นศูนย์กลาง เปิดโอกาสให้เด็กถามและครูต้องทำงานมาตอบอธิบาย ซึ่งครูไทยส่วนใหญ่ก็จะมาจากนักเรียนคะแนนห่วย ๆ หาคณะเอนต์อะไรก็ไม่ได้ ก็จะไม่มีปัญญาสอน จึงให้เด็กมันเรียนรู้กันเอง ครูคอยถามเอาก็พอแล้ว

การทำลายระบบการแข่งขัน[แก้ไข]

ได้มีการเอาการประเมินครูและอาจารย์โดยเด็กเข้ามา ทำให้ถ้าครูสอนเด็กไม่เข้าใจ สอบไม่ผ่าน ครูผิด ดังนั้นครูต้องสอนเด็กให้ผ่าน จากใช้ข้อสอบส่วนกลาง ก็ให้ครูออกข้อสอบกันเอาเอง แล้วเอาข้อสอบมาให้เด็กท่อง เด็กไทยปัจจุบัน ไม่ต้องแข่งขัน ไม่ต้องทำคะแนนก็เรียนจบ ณ ปัจจุบัน พบว่าเด็กเกรด 4 เข้าหมาลัย ย้ายข้างสมการ หรือท่องสูตรคูณไม่เป็น

ในระดับอุดมศึกษา หรือระดับหมาลัย ซึ่งปรกติการศึกษาจะเป็นเอกเทศจากแนวทางการล้างสมอง ลอร์ดซอรอน ก็ได้ส่งกองทัพออร์คมาตีหอคอยปราการ มินาส อิทธิล หรือทบวงมหารวย จนแตกพ่าย และดูดกลืนเข้าเป็นส่วนหนึ่งของกระทรวงศึกษาพิการ แลทำให้ระบบต่างๆก็ค่อยๆพิการ เสื่อมสลายมลายไปสิ้น

การส่งเสริมลัทธิแตกต่างต้องตาย[แก้ไข]

การศึกษาเทย เน้นลดความแตกต่าง เช่นการทำลายระบบการแข่งขัน และทำให้เด็กไม่เห็นความแตกต่างของความพยายาม ความแตกต่างของข้อจำกัดทางกายภาพ ทำให้ความแตกต่างแม้เพียงเล็กน้อยก็จะผิดสังเกตขึ้นมา เด็กไทยจึงมีการติดกับพฤติกรรมกลุ่มมาก และอะไรที่แตกต่างแม้เพียงเล็กน้อยก็จะถูกนำมาตั้งแง่ และเพราะไม่เคยมีใครแพ้ ทุกคนต้องชนะเหมือนๆกัน ทำให้เด็กเทยแพ้ไม่เป็น หรือมีความเกรียนเป็นยอดเหนือมาตรฐานภูมิภาคอาเซียน และมาตรฐานโลก

ผลสัมฤทธิ์การดำเนินงานของกระทรวงศึกษาพิการ[แก้ไข]

จากช่วงก่อนการปรับปรุงการศึกษาโดยกระทรวงศึกษาพิการ เด็กไทยจะมีลักษณะ นิ่งเงียบ โชว์ฟอร์ม ตามตำรา พูดไปสองไพเบี้ย นิ่งเสียตำลึงทอง เมื่อไม่ถามก็จะไม่เกิดการเรียนรู้ใหม่ๆ และสามารถภาคภูมิใจในความเป็นเทยอย่างหัวปักหัวปำ ปัจจุบัน เด็กไทยจะมีลักษณะ อ่านหนังสือปีละ 7 บรรทัด สอนไม่จำ จำที่ไม่สอน เถียงคำไม่ตกฟาก เห็นแก่ตัว อีโก้สูง ชอบดูหมิ่น เหยียดผิว เหยียดเพศ เหยียดรูปลักษณ์ ชอบนอกเรื่อง มั่ว เกรียน สองมาตรฐาน และก็ยัง ลักษณะ นิ่งเงียบเวลาครูถาม ขาดความสามารถในการเรียนรู้ใหม่ๆ และสามารถภาคภูมิใจในความเป็นเทยอย่างหัวปักหัวปำเหมือนเดิมเด๊ะ [5]

Cita3.pngมันบวกเลขยังไม่เป็นแล้วตูจะสอนให้มัน อินติเกรตได้อย่างไรCita4.png
                 — อาจารย์หมาลัยท่านหนึ่งที่ไม่ได้ชื่อว่า Adios2nd แห่งพันทิปกล่าว

Cita3.pngเด็กสมัยนี้เรียนไม่ต้องเกินเวลามั้ง มันเรียนอะไรนักหนา กลับบ้านมามันก็หงุดหงิด ยังต้องมานั่งทำการบ้านถึงสี่ทุ่ม ให้มันมีเวลาอยู่กับครอบครัวบ้างสิ แล้วอย่างนี้มันจะหาความอบอุ่นในครอบครัวจากไหน กลับมาพ่อมันก็ต้องช่วยทำการบ้าน รุ่งขึ้นมันบอกพ่อเมื่อวานทำผิดหมด เสาร์อาทิตย์ก็ต้องไปเรียนพิเศษ พ่อแม่ก็ต้องหาเงินให้ เลี้ยงลูกเป็นเทวดาให้เรียนอย่างเดียว วันหยุดเรียนพิเศษ เด็กเรียนหนังสือมีแต่ชีท ไม่มีตำรา.. แล้วคุรุสภาทำอะไรอยู่ !?"Cita4.png
                 — บิ๊กตู่

รวมภาพ ผลสัมฤทธิ์ทางการศึกษาของเทย[แก้ไข]

สมุดบันทึกความดี[แก้ไข]

ดูบทความหลักที่ สมุดบันทึกความดี


Cita3.pngบัญชีดีชั่วนี้ ใช้บริหารใจตนเป็นสำคัญ หากให้ผู้อื่นช่วยบริหาร หรือใช้โอ้อวดเพื่อหวังอามิสรางวัล ก็ง่ายนักที่จะเหลวแหลกในบั้นปลายCita4.png
                 — Komkrit ได้กล่าวไว้

การจัดทำ สมุดบันทึกความดี หรือพาสปอร์ตความดีนี้ กระทรวงศึกษาพิการ ได้สนับสนุนแนวนโยบายของ สถาบันเสือกทางการศึกษาแห่งชาติ เพื่อลดตัดทอนโอกาสก้าวหน้าของวิญญูชนรู้จักผิดชอบดีชั่ว ให้คนมั่วขี้อวดโอ่ได้โอกาสแสดงความสามารถให้ได้เติบใหญ่เป็นโต บั่นทอนทำลายสยามประเทศมิให้วัฒนาขึ้นได้

อันสมุดบันทึกความดีนี้ มีประสิทธิผลอันบันทึกไว้ในประวัติศาสตร์ชาติจีนเตี๊ยะ โดยเริ่มต้นจากบันทึกความดีของท่าน หยวนเหลียวฝาน ในสมัยราชวงศ์หมิง ท่านหยวนได้ตั้งปรารภการทำบันทึกความดีเก็บไว้เตือนใจตนเอง แต่กาลต่อมาซึ่งไม่นานขอสัญญา เหล่าวิญญูชนจอมปลอมนี้ก็พากันลอกเลียนแบบจดบันทึกความดีไว้อวดโอ่อวดดีแก่กัน ส่วนคนดีที่รู้จักละอายฟ้าละอายดินที่จะยกหางตัวเองนั้นก็แป้กขั้น ในยุคนั้น จึงได้ชื่อเป็นยุคราชสำนักเสื่อมทรามมากด้วยอเจลกบัดสี ดาษดื่นมีด้วยกังฉิน ทั่วหล้าหน้าหนาเป็นอาจิณ แร้นแค้นสิ้นไร้ซึ่งวิญญูชน

คำพากษ์วิจารณ์ถึงกระทรวงศึกษาพิการ[แก้ไข]

Cita3.pngไอ้กระทรวงไดโนเสาร์เต่าล้านปี!Cita4.png
                 — คนไทยทั่วไป

Cita3.pngการศึกษาไทย... ชาติหน้าคงจะพัฒนาหรอกนะCita4.png
                 — P-Ach

Cita3.pngสมัยก่อน โรงเรียนให้เด็กตกยังดีกว่าปล่อยไปอย่างด้อยคุณภาพ แล้วมาทำลายชื่อเสียงของโรงเรียน แต่เดี๋ยวนี้นี่มัน !?#@๑+!!!Cita4.png
                 — ครูไทยคนหนึ่ง

Cita3.pngกระทรวงถ่วงดุลความเจริญของไทย ส่งตรงจากพม่าจริงๆ มีแต่พวกไดโนเสาร์หัวโบราณในกระทรวงทั้งนั้นเลย แม้แต่เด็กม.5ยังแฮกเข้าระบบได้Cita4.png
                 — นักเรียนไทยคนหนึ่ง

อ้างอิง[แก้ไข]