กะลานิเซีย

จากไร้สาระนุกรมเสรี - อนึ่งบทความนี้ถูกแก้ไขได้โดยผู้ใช้ทั่วไป หากแป้กหรือเสื่อมประการใดทางเราไม่ขอรับผิดชอบใดๆทั้งสิ้น
Accessibility.png นี่เป็นบทความเกี่ยวกับกะลานิเซีย หากท่านไม่พบข้อมูลที่ต้องการ กรุณาดูที่ ลิเบอร่าน
Accessibility.png นี่เป็นบทความเกี่ยวกับกะลานิเซีย หากท่านไม่พบข้อมูลที่ต้องการ กรุณาดูที่ มโนรักษ์นิยม
No Wikipedia.png
น่าอายแทนจริงจริง เหล่าผู้เรียกตนเองว่าผู้เชี่ยวชาญ ที่วิเกรียนพีเดีย
ไม่มีบทความเกี่ยวกับ w:กะลานิเซีย


กะลา

กะลานิเซีย เป็นรัฐเล็ก ๆ ในสารขัณฑ์ประเทศ มีประชากรเรียกว่า กะลานิเสี้ยน ปกครองด้วยระบอบเผด็จเกรียน

ชาวกะลานิเสี้ยนมินิสัยชมชอบดูหมิ่นดูแคลนชาวสารขัณฑ์เป็นนิจ กล่าวหาว่าชาวสารขัณฑ์ล้าหลังกว่าประเทศผู้เจริญแล้วทั้งหลายในโลก

อย่างไรก็ตาม ชาวกะลานิเสี้ยนไม่เคยออกนอกกะลานิเซีย เนื่องจากอยู่ในพื้นที่ของสารขัณฑ์ประเทศ จึงไม่สามารถออกมาดูโลกได้เลย ทั้ง ๆ ที่ชาวสารขัณฑ์มิได้คิดจะหวงห้ามอะไรเลย

กะลานิเซีย มีวาทะกรรมอันสวยหรู เป็นสินค้าส่งออก ปกครองโดยกลุ่มลัทธิตาสว่าง

ประวัติแสด[แก้ไข]

ซักแห่งในนี้คือ กะลานิเซีย

กาลละครั้งหนึ่งนานมาแล้่ว ยังมี ชาวลิเบอร่าน ผู้หนึ่ง ท่องไปในป่าใหญ่ ในสารขัณฑ์ และแล้ว เขาได้บังเอิญพบเห็นพระสหายของพระเจ้าเหาทำการทดลองเครื่องยิงเลเซอร์สื่อสารกับมะนาวต่างดุ๊ด เข้า ก็ตกใจ กระโดดมุดหลบลงไปในกะลา เขาเข้าใจว่า โลกถึงจุดจบแล้ว จึงประกาศเชิญชวนชาวสารขัณฑ์ให้เข้ามาหลบภัยในกะลาแกร่งร่วมกับเขา แต่มีชาวสารขัณฑ์จำนวนหนึ่ง ไม่เชื่อ และมีคนขับรถถังคนหนึ่ง นำผู้คนหัวเราะเยาะเย้ยถากถางเขา

ลิเบอร่านผู้นั้นจึงแค้นเหลือประมาณ กล่าวคำผรุสวาทพิโรธวาทัง จนไฟในดวงตาลุกโชนขึ้น กลายเป็นแสงสว่างชี้นำผู้คนที่เข้าร่วมกับเขาภายใต้กะลา และได้รับการยกย่องให้เป็น เจ้าลัทธิตาสว่าง ผู้ปกครองดินแดนใต้กะลาไปตลอดกาล

พวกเขาได้ร่วมมือกัน ประกาศจัดตั้ง "รัฐใหม่" แยกตัวเป็นเอกราชจากสารขัณฑ์ ตั้งชื่อ "รัฐ" ใหม่ว่า "กะลานิเซีย"


นิรุกติสาด[แก้ไข]

ชาวกะลานิเสี้ยนในยามตื่นกะลา ปล่อนปล่อยอาวุธลับออกมา


กะลานิเซีย อันมาจากการสมาทคำว่า "กะลานี้" เพื่อที่จะสื้อว่า ไม่ใช่กะลานั้นกับ คำว่า "เซีย" ซึ่งเป็นคำต่อท้ายในภาษา่ละติน เข้าด้วยกัน แต่เพราะคำ "กะลานี้เซีย" มันดูไม่เท่ เขาเลยกร่อนคำเป็น "กะลานิเซีย"

พวกเขาเรียกตัวเองว่า "กะลานิเสี้ยน" ซึ่งมีรากศัพท์มาจากคำ "กะลานี้" บวกกับคำว่า "เสี้ยน" แล้วกร่อนคำลงมานั่นเอง


ลักษณะ[แก้ไข]

เนื่องจากชาวกะลานิเสี้ยนเชื่อว่า พวกเขาถูกชาวสารขัณฑ์กดขี่ข่มเหง เพราะแรงโน้มถ่วงของโลกทำให้กะลามีน้ำหนัก ทำให้พวกเขาไม่ได้รับแสงสว่างอันใดเลย พวกเขาจึงนอนจินตนาการถึงประเทศผู้เจริญแล้วประหนึ่งแดนสวรรค์ และประดิษฐ์วาทะกรรมดูหมิ่นดูแคลนชาวสารขัณฑ์ทุกครั้งที่ได้ยินข่าวเกี่ยวกับชาวสารขัณฑ์

เพราะอยู่ในที่ ๆ อับแสง หรือมีแสงผ่านเพียงช่องเดียว พวกเขาจึงมีพัฒนาการ (ลง) ที่แตกต่างออกไปจากชาวสารขัณฑ์บรรพบุรุษของพวกเขา เพราะพวกเขาต้องการเช่นนั้นเอง

โดยทั่วไป ชาวกะลานิเสี้ยนนั้น ดูถูกเหยียดหยาม ดูหมิ่นดูแคลนชาวสารขัณฑ์ เทิดทูนชาบูฝรั่งมังค่า แต่ก็มีบางพวกที่ฝักใฝ่บางบางลัทธิจนเลยเถิด ซึ่งสามารถแบ่งสายย่อยได้ดังนี้

  1. ชังชาติ
  2. นับถือคอมมิวนิสต์ แต่เรียกมันว่าประชาธิปไตย
  3. เชื่อว่าตนเองเป็นลิเบอร่าน จึงรังเกียจอนุรักษ์นิยม

อย่างไรก็ตาม เนื่องจากมีบรรพบุรุษเดียวกัน พฤติกรรมหลาย ๆ อย่างของชาวกะลานิเสี้ยน ไม่ได้ต่างจากชาวสารขัณฑ์ แต่เมื่อชาวสารขัณฑ์ทำ พวกเขาก็พร้อมจะถ่มถุยใส่ ถึงแม้ว่าพวกเขาก็มีพฤติกรรมเช่นนั้นก็ตาม

เศษทะสาด[แก้ไข]

ธงประจำรัฐกะลานิเซีย เลียนแบบธงอเมริกามา ความหมายหน่ะไม่มีหรอก ยกเว้นกะลาคว่ำ


ชาวกะลานิเสี้ยนดำรงชีวิตด้วยการประดิษฐ์วาทกรรมสวยหรูต่าง ๆ มากมาย เพื่อใช้ประโลมหล่อเลี้ยงหัวใจแทนการรับประทานดินที่เป็นอาหารหลัก ลักษณะของวาทกรรมเหล่านี้มักจะมีลักษณะดูถูกดูแคลนชาวสารขัณฑ์ เหยียดหยามชาวสารขัณฑ์

ชาวกะลานิเสี้ยน เชื่อว่าชาวสารขัณฑ์มีลักษณะของชาตินิยม พวกเขาจึงหลีกเลี่ยงที่จะใช้คำพูดที่ส่อในทางชาตินิยมเช่น "ประเทศ" แต่เลี่ยงมาใช้คำว่า "รัฐ" แทน

สำหรับชนชั้นผู้นำอย่าง เจ้าลัทธิตาสว่าง พวกเขามีแหล่งรายได้พิเศษจากแหล่งเงินทุนไม่เปิดเผย ซึ่งมีท่านผู้นั้นเป็นผู้สนับสนุน

วาทกรรมยอดนิยม[แก้ไข]

สิ่งที่ชาวกะลานิเสี้ยนเชื่อว่าปกคลุมสารขัณฑ์
กะลาแลนด์ในจินตนาการของชาวกะลานิเสี้ยน
สิทธิในการชู 3 นิ้ว

กะลานิเซียมีวาทกรรมยอดนิยมและความหมายดังนี้

กะลาแลนด์
สารขัณฑ์ประเทศ เนื่องจากชาวกะลานิเสี้ยนเชื่อว่าสารขัณฑ์ประเทศนั้น ปกคลุมไว้ด้วยกะลาขนาดใหญ่ มีรูหนึ่งรูเรียกว่า "ประตูโสด"
ตอแหแลนด์/ดัดจริตแลนด์
ชาวสารขัณฑ์ เนื่องจากชาวกะลานิเสี้ยนเชื่อว่าชาวสารขัณฑ์ล้วนโกหกพกลม
สารขัณฑ์ โอนลี่
คำพูดเหยียดหยามชาวสารขัณฑ์ เมื่อมีชาวสารขัณฑ์สักคนไปแสดงอาการเกรียน ๆ เอาไว้ในเน็ท
ชนชั้นกลาง
ชาวสารขัณฑ์ ผู้ทำงานมีเงินเดือน เป็นลูกจ้างทั่วไปของชนชั้นสูง
อนุรักษ์นิยม
ชาวสารขัณฑ์ที่ไม่มีความคิดแบบลิเบอร่าน
เสรีชน
ย่อมาจาก "เสรีชนคนในกะลา" ซึ่งหมายถึงชาวกะลานิเสี้ยนนั่นเอง
เสลีพาพ
สิทธิพิเศษในการถ่มถุยใส่ชาวกะลาแลนด์หรือชาวสารขัณฑ์
ความเท่าเทียม
ถูกใช้เมื่อชาวสารขัณฑ์สักคนเพียรพยายามทำงานมาจนได้เงิน ตำแหน่ง ลาภยศ สรรเสริญมา แต่ไม่แบ่งชาวกะลานิเสี้ยนใช้
ประเทศที่เจริญแล้ว
ฝรั่งมังค่า โดยเฉพาะอเมริเกย์
อเมริเกย์
แดนสวรรค์ของชาวกะลานิเสี้ยน และชาวกะลานิเสี้ยนจะกล่าวสรรเสริญอเมริเกย์นี้ วันละ 5 ครั้ง
ประชาธิปไตย
พระเจ้าสูงสุดของชาวกะลานิเสี้ยน
เลือกตั้ง
พิธีกรรมบูชาประชาธิปไตย
ชู 3 นิ้ว
พิธีกรรมบูชาประชาธิปไตย
กินแซนวิท
อาหารบูชาประชาธิปไตย
Single Gateway F5 DDps
อาวุธสุดยอดในการต่อกรกับประเทศสารขัณฑ์ มีอนุภาคร้ายแรงยิงกว่าอาวุธนิวเกรียน ของประเทศเกาเหลาเหนือ
วาทะกรรมเล่นหิ้ง
ชาวกะลานิเสี้ยนบางคน มีพฤติกรรมเล่นหิ้ง และไร้สาระนุกรมขอเตือนว่า มาพ่นเรื่องหิ้งแถวนี้ จะมีผู้ดูแลหน้าตาดีเชือดทิ้งแน่นอน

กบจะทิ้งกะลา[แก้ไข]

มนุษย์ต่างดาว พระผู้ช่วยให้รอดของเหล่ากบจะทิ้งกะลา

ภายใต้กะลาที่เงียบสงัดของกะลานิเสี้ยน เกิดมีชาวกะลานิเสี้ยนรายหนึ่ง เกิดความเหนื่อยหน่ายในชาวสารขัณฑ์อย่างเต็มที่ อยากจะตั้งตัวสร้างดินแดนใหม่ พวกเขาจึงประกาศก้องพักตร์ปกรณ์ว่า "สารขัณฑ์จ๋า กบลาก่อน" และเพื่อสร้างสรรค์ภาพลักษณ์แห่งปัญญาชน พวกเขาจึงเริ่มมีการวางแผน ป่าวประกาศ จัดประชุม ทำแบบนี้มาเรื่อย ๆ ตั้งแต่ 8 ตุลาคม พ.ศ. 2557 จนวันนี้ ยังไม่มีทีท่าว่าจะไปซักที

ฝ่ายชาวสารขัณฑ์ส่วนใหญ่นั้น ล้วนแต่ส่งข้อความอาลัยอาวรณ์ ต่อพวกเขาเหล่านั้นต่าง ๆ นานาว่า "ยังไม่ไปอีกเหรอ" "ตรงนี้มีที่ว่างอยู่นะ ไม่ไปหล่ะ" "ประเทศซีแลนด์เค้าประกาศขายนะ ไม่สนใจเหรอ"

ชาวสารขัณฑ์ส่วนใหญ่ ดูถูกดูแคลนพวกเขา ชาวกบจะทิ้งกะลา แต่ชาวสารขัณฑ์ู้โง่เขลายังไม่รู้ว่า ชาวกบจะทิ้งกะลากำลังทำข้อตกลงกับผู้สนับสนุนรายใหญ่อยู่

ผู้สนับสนุนที่ว่านั้นคือ "มะนาวต่างดุ๊ด" นั่นเอง