การบ้าน

จากไร้สาระนุกรมเสรี - อนึ่งบทความนี้ถูกแก้ไขได้โดยผู้ใช้ทั่วไป หากแป้กหรือเสื่อมประการใดทางเราไม่ขอรับผิดชอบใดๆทั้งสิ้น
Wikisplode.gif
สำหรับผู้ที่ ไร้อารมณ์ขันสิ้นดี เหล่าผู้เชี่ยวชาญที่วิกิพีเดียมีบทความ
ที่โคตรมีสาระที่ ที่นี่!

Cita3.pngเมื่อคืนคุณทำการบ้านแล้วหรือยังCita4.png
                 — หมัก

เหยื่อผู้เคราะห์ร้ายจากการบ้าน โถ น่าสงสาร

Cita3.pngผมน่ะ ทำการบ้านมาดีแต่ไม่มีโอกาสCita4.png
                 — อภิเสียบ

Cita3.pngอ่านไร้สาระนุกรมทำไม! ให้เลือก...ว่าจะทำการบ้าน หรือว่าจะตาย!!Cita4.png
                 — ครู

การบ้าน(ปะกิด: homework, assignment เทย: การตายที่บ้าน) คือเศษกระดาษที่คุณครูให้นักเรียนมา ในเวลาว่างจัดที่บ้าน เลยให้งานนักเรียนมาทำ เพื่อให้ดูเหมือนว่าตัวเองตามไปสอนนักเรียนที่บ้าน

สารบัญ

[แก้ไข] ต้นกำเนิด

การบ้านในภาษาอังเกรียน (Homework)นั้น มีต้นกำเนิดมาจากภาษากรี๊ดโบราณคำว่า hoemwerk ที่มีความหมายว่า "ความตายจากการทรมาน" และถูกพัฒนาขึ้นมาอีกจนกลายเป็นเครื่องมือในการทรมานของพวกฝรั่งมังค่าในยุคกลาง อย่างไรก็ตาม คนเทยนั้นแปลจากภาษาปะกิตมาตรงตัวว่า "งานที่บ้าน" และเพี้ยนมาเป็นการบ้าน จนทุกวันนี้

[แก้ไข] ลักษณะเบื้องต้น

ลักษณะของการบ้านคือ ต้องมีน้ำมากกว่าเนื้อ เพราะคนทำการบ้านจะต้องยุ่งวุ่นวายกับการอธิบายต่างๆนานา อย่างไรก็ตาม การบ้านสามารถจะมาจากการเดามั่วๆ ในหลายๆส่วนแล้วเขียนประกอบเข้าด้วยกันเพื่อให้มีจำนวนเยอะๆ ทรมานสายตาคนอ่านได้

การบ้านจะถูกจ่ายให้นักเรียนทุกๆวัน เพื่อเติมข้อมูลผิดๆใส่สมองนักเรียน มีไว้เพื่อเบียดเบียนเวลาว่างของนักเรียน ไม่ให้มีเวลาว่างทำอย่างอื่น ไม่เปิดโอกาสได้ใช้ความคิดสร้างสรรค์ หรือได้เรียนรู้สิ่งอื่นที่มีคุณค่าจริงจริง เช่นการเล่นไร้สาระนุกรม เพื่อที่จะได้เติบใหญ่มาเป็นคนไร้จินตนาการ ทำงานตามคำสั่งของท่านผู้นั้น

บางครั้ง การบ้านมีไว้เพื่อการลงโทษนักเรียนที่มีทีท่าว่าจะแข็งขืน ไม่ให้เวลาคิด และเพื่อให้มั่นใจว่าจะโตขึ้นมาเพื่อทำงานเงินเดือนต่ำๆ

[แก้ไข] ประเภทของการทรมานด้วยการบ้าน

ผู้ที่ไม่ชอบทำการบ้านบางคน จะพยายามเข้าร่วมกิจกรรมต่าง ๆ นานา เพื่อให้ตัวเองมีข้ออ้างกับอาจารย์ว่าทำไมจึงไม่ทำการบ้าน

[แก้ไข] จับกังแบกหาม

เป็นการทรมานเหยื่อ ด้วยการให้เหยื่อแบกปึกกระดาษที่บรรจุได้ด้วยตัวอักษรและหุ้มปก ปึกเอกสารเหล่านี้ เหยื่อจะถูกบังคับให้ต้องแบกไปมาจนกว่าจะหลังโก่งหรือหลังค่อม และเหยื่อจะต้องแบกปึกเอกสารเหล่านี้ไปมาในศูนย์การทรมาน หรือที่เรียกกันว่า "ห้องเรียน" นั่นเอง บางครั้งห้องเรียนเอง ก็เป็นจุดที่เหยื่อจะต้องมารับเอกสารไปแบกหามเพิ่มเติม

[แก้ไข] ทำลายสายตา

เหยื่อจะถูกบังคับให้แบกเอกสารเหล่านั้นกลับบ้านเพื่ออ่าน ความยาวของเนื้อหานั้น เป็นสัดส่วนแปรผันตรงกับความน่าเบื่อของมัน แต่แปรผกผันกับกระโยชน์ที่นำไปใช้จริงได้ สำหรับเนื้อหาในเอกสารนั้น ได้รับการออกแบบมาอย่างดี โดยผู้เชี่ยวชาญด้านจิตวิทยาการทรมาน เพื่อให้เหยื่อได้รับความทรมานอย่างแสนสาหัสจากการอ่านเอกสารนั้นๆ อีกทั้งยังสามารถสะกดจิตให้เหยื่อง่วงนอน และหลับไปได้

สำหรับเหยื่อบางรายที่โชคร้าย โดนทรมานด้วยวิธีนี้อย่างหนัก อาจจะเคราะห์ร้าย ถึงกับพิการทางสายตาได้

[แก้ไข] ทำลายข้อมือ

หลังจากเหยื่อผ่านการทรมานด้วยการอ่านมาแล้ว เหยื่อจะถูกบังคับให้ทำการเขียนข้อความลงในสมุด และเหยื่อจะต้องเขียนไปเรื่อยๆ จนกว่าข้อมือของเหยื่อจะไม่สามารถขยับได้อีกต่อไป ซึ่งเมื่อถึงจุดนี้ อาจจะมองว่าการทรมานนั้นจบไปแล้ว แต่ไม่ใช่ เมื่อเวลาผ่านไป ๕ นาที หรือเมื่อข้อมือของเหยื่อเริ่มสามารถขยับได้อีกครั้ง การทรมานก็จะเริ่มต้นอีกครั้งหนึ่ง

โดยทั่วไปแล้ว ยิ่งปริมาณการเขียนที่เหยื่อจะต้องเขียนนั้น มักจะแปรผกผันกับความยากของงาน แต่ในบางครั้ง การทรมานด้วยวิธีนี้ จะสามารถทำให้โหดร้ายได้ ด้วยการให้การบ้านที่ทั้งต้องเขียนเป็นจำนวนมหาศาลแล้ว ยังผสมด้วยความยากเย็นแสนเข็ญอีกด้วย

[แก้ไข] ทำลายระบบเศรษฐศาสตร์ครอบครัว

เกม "ถล่มการบ้านให้หมด!!" อันเป็นที่โด่งดัง

บางครั้ง การบ้านจะถูกให้ในรูปแบบของ "รายงาน" หรือ "งานประดิษฐ์" ประเภทต่างๆตามแต่ที่จะสั่งให้เหยื่อทำ ซึ่งงานประเภทรายงานนั้น จะต้องมีการทำปก ซึ่งทำให้ต้องเกิดการเสียค่าใช้จ่าย และบางครั้งในการทำรายงาน เหยื่อจะได้รับคำสั่งให้ทำรายงานที่เน้นปกสวยงาม ดูดี เพื่อที่ผู้ลงทัณฑ์จะได้นำไปใช้ประดับถังขยะได้ ซึ่งก่อให้เกิดค่าใช้จ่ายแก่ผู้อุปถัมภ์เหยื่อ

ส่วนงานประดิษฐ์นั้น จะก่อให้เกิดค่าใช้จ่ายแก่เหยื่อมากขึ้นไปอีกเป็นเท่าทวี

การสั่งการบ้านที่สิ้นเปลืองทรัพยากรนี้ มีจุดประสงค์เพื่อให้เกิดเงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจของประเทศ บีบบังคับให้ครอบครัวของเหยื่อต้องเสียเงินจับจ่าย

การทรมานด้วยวิธีนี้อาจจะส่งผลให้เกิดโรคทรัพย์จางได้

[แก้ไข] ทำลายธรรมชาติ ก่อให้เกิดภาวะโลกร้อน

การบ้านบางครั้ง ทำให้เกิดภาวะโลกร้อน จากกรณีข้างบน แสดงให้เห็นการใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้น และเมื่องานหรืองานประดิษฐ์ต่างๆ ถูกทำออกมาได้ไม่น่าพอใจคุณครูของเรา เราอาจจะเห็นว่ามันกลายเป็นขยะไปเลย หรือคุณครูที่ไม่พอใจงานของท่านอาจจะเห็นว่ามันเป็นขยะเช่นกัน แล้วจับมันเขวี้ยงออกนอกหน้าต่าง กลายเป็นขยะไร้ค่าชิ้นใหม่ รวมถึงกระดาษทด , เศษกระดาษต่างๆ หรือกระดาษที่ถูกขยำขว้างก็เหมือนกัน หากครูชอบให้ท่านคิดเลขได้ยาวเรียงกันเป็นกิโล งานพวกนี้เมื่อสะสมนานเข้าๆ จะกลายเป็นขยะกองโต ก่อให้เกิดขยะสังคังจำนวนมหาศาล หากมันถูกเอาไปทิ้งในที่ๆ ไม่สมควร ตามท่อน้ำ ตามหลังบ้านท่าน หรือตามส้วมต่างๆ ซึ่งอาจยากต่อการรีไซเคิล หรือย่อยสลาย กลายเป็นต้นเหตุภาวะโลกร้อน

[แก้ไข] คำวิพากษ์วิจารณ์

[แก้ไข] แหล่งรับทำการบ้าน

[แก้ไข] ดูเพิ่ม

เครื่องมือส่วนตัว
กลุ่มชื่อ

สิ่งที่แตกต่าง
การกระทำ
ป้ายบอกทาง
ลองแวะนี่ก่อน
โครงการอื่น
เครื่องมือ
ภาษาอื่น