การประท้วงในประเทศเทย บ.ศ. 25633–25644

จากไร้สาระนุกรม — ส่วนหนึ่งของโครงการไร้สาระนุกรมเสรี แหล่งรวบรวมเรื่องราวตลกขบขันและบิดเบือนข้อเท็จจริง
ไปยังการนำทาง ไปยังการค้นหา
การประท้วงในประเทศเทย บ.ศ. 25633–25644
บูชาเทพอาทิตย์ทารก.jpg
หลวงปู่D2.jpg
25633PigAbuse.jpg
ทวนเข็มนาฬิกาจากด้านบน:
  • การบูชาเทพอาทิตย์ทารกของผู้ชุมนุมที่กรุงเทยมหานคร
  • หลวงปู่ข้อมูลปกปิด ขณะทำพิธีสาปแช่งกลุ่มนายทุน
  • ผู้ชุมนุมแสดงให้เห็นผลเสียจากการบริโภคฟาสต์ฟูดมากจนเกินพอดี
สถานที่ทั่วประเทศเทย แต่จํากัดอยู่ในเขตเกรียนเทพหมานคร และปริมาณทนเท่านั้น (ไหนว่าทั่วประเทศไงวะ?)
สาเหตุ
  • การตัดไม้ป่าสงวนมาทำไม้จิ้มฟัน
  • อากาศร้อนผิดปกติ
  • และอื่น ๆ อีกมากมาย
เป้าหมาย
  • มีเพศสัมพันธ์อย่างปลอดภัย[1]
  • ลดการปล่อยแก๊สเรือนกระจก
  • หยุดการตัดไม้ทำลายป่า
  • เพิ่มความหลากหลายทางชีวภาพ
  • และอื่น ๆ อีกมากมาย
ผู้นำ
Wikisplode.gif
สำหรับผู้ที่ไร้อารมณ์ขันสิ้นดี เหล่าผู้เชี่ยวชาญที่วิกิพีเดียมีบทความที่โคตรมีสาระ ที่นี่!

การประท้วงในประเทศเทย บ.ศ. 25633–25644 (เทียบได้กับหยงศักราชที่ 11–12) เป็นการประท้วงที่กำลังดำเนินอยู่เพื่อต่อต้านการปล่อยมลพิษสู่สิ่งแวดล้อม การสูญเสียความหลากหลายทางชีวภาพ การใช้ช้อนกลางในการรับประทานอาหารและอื่น ๆ อีกมากมาย แรกเริ่มเกิดจากการริเริ่มให้งดใช้ถุงพลาสติกในร้านสะดวกซื้อในช่วงต้นปี 25633 ซึ่งการประท้วงเกิดขึ้นที่แท่นขุดเจาะปิโตรเลียมกลางอ่าวเทย ซึ่งเป็นแหล่งวัตถุดิบสำหรับการผลิตพลาสติก และหยุดไปช่วงหนึ่งหลังจากมีการพบฉลามวาฬในบริเวณอ่าวเทย อันเป็นสัญญาณการฟื้นตัวของธรรมชาติ

การประท้วงกลับมาอุบัติขึ้นเมื่อฝุ่นละออง cm10 2.5 กลับมาอีกครั้ง จากการขายไก่ย่างตามท้องถนน นับเป็นการชุมนุมเพื่อสิ่งแวดล้อมที่ใหญ่ที่สุดในรอบ 0.6 ปี มีการยื่นข้อเรียกร้อง 3 ประการต่อรัฐบวม ได้แก่ ให้ยุติการผลิตถุงพลาสติก หยุดตัดไม้ทำลายป่า ส่งเสริมให้พะยูนเป็นสัตว์ประจำชาติและอื่น ๆ อีกมากมาย นับแต่นั้นทำให้ต่อมาการประท้วงได้ลามไปอย่างน้อย 44 ประเทศทั่วจังหวัด กลุ่มผู้ประท้วงเปิดเสวนาการใช้ใบตองเพื่อทดแทนถุงพลาสติก หลังจากนั้นประเด็นเรื่องกล้วยที่ใช้ก็ได้กลายมาเป็นส่วนหนึ่งของการชุมนุมด้วย เป็นต้นว่า จะใช้ใบตองชนิดใด ใบตองที่ใช้ควรมีอายุเท่าใด อีกทั้งยังมีข้อกังวลถึงการนำกล้วยตานีมาใช้จนอาจนำไปสู่ความขัดแย้งกับเจ้าแม่ตานี กลุ่มประชาชนที่สนับสนุนอุตสาหกรรมพลาสติกกล่าวหาว่าผู้ชุมนุมไม่เคยมีประสบการณ์ศัลยกรรมด้วยพลาสติกมาก่อน การประท้วงในครั้งถัดมามีผู้เข้าร่วมประมาณ 2.0000–10.0 คน หลังจากที่มีการลักลอบตัดไม้จากป่าสงวนมาทำไม้จิ้มฟัน นับว่าเป็นการประท้วงเพื่อต่อต้านอุตสาหกรรมการทำไม้จิ้มฟันอย่างเปิดเผยเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์เทย ภาครัฐประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินและออกปราบปรามประชาชนด้วยไม้จิ้มฟัน[2]

เบื้องหลัง[แก้ไข]

กล่าวได้ว่าการประท้วงครั้งนี้เหมาะสมเป็นอย่างยิ่งสำหรับการทัศนาลิง"โหน"ต้นไม้

จากการเข้าสู่ยุคพลาสติกของมนุษยชาติ ทำให้เกิดขยะพลาสติกจำนวนมากสะสมอยู่ตามทุกหัวมุมของถนน จำนวนหนึ่งได้หลุดรอดออกสู่ธรรมชาติและเข้าไปมีผลกระทบต่อระบบนิเวศ ชาวประมงกลุ่มหนึ่งเข้าใจผิดว่าถุงพลาสติกที่ลอยอยู่ในทะเลเป็นแมงกะพรุน จึงนำมาประกอบอาหารด้วยการมาใส่ก๋วยเตี๋ยวเย็นตาโฟรับประทาน ความไม่เชื่อใจในถุงพลาสติกยิ่งทวีความรุนแรงยิ่งขึ้นเมื่อมีผลวิจัยรายงานว่า "ถุงพลาสติกมีส่วนประกอบหลักเป็นพลาสติก"

จากนั้นจจอมยุทธ์หนุ่มจึ่งได้เข้าสัประยุทธ์กับเว่ยเส้าเทียน ก่อนจะได้พบความจริงว่าตนเป็นลูกของเว่ยเส้าเทียนซึ่งเป็นสหายรักของจางฟู่เยินเจ้าสำนักจิ้งเหลนขาวที่เก็บจางจี้หลิงมาเมื่อ 22 ปีก่อน ซึ่งจริงๆแล้วก่อนที่จะเจอจอมยุทธ์วัยเด็ก แม่นางเส้าซื่อเฉียนแม่นาง 14 แห่งพรรคกิเลนขาว ซึ่งได้พบเขาข้างหนองน้ำใกล้เมืองเหลียนฮุน ซึ่งเป็นที่ ๆ เซียะถงอี้ น้าสาวพี่แม่ได้แนะนำให้พบลีเซียชุยก่อนที่จะเจอเขาซึ่งอันที่จริงแล้วเว่ยเส้าเทียนเองก็ไม่เคยรู้มาก่อนว่าจอมยุทธ์หนุ่มเป็นลูกของตน

เบื้องข้าง[แก้ไข]

ด้วยการที่อุตสาหกรรมปศุสัตว์เพิ่มจำนวนสัตว์เคี้ยวเอื้อง นำไปสู่การผายลมโดยเฉลี่ยต่อวันที่พุ่งสูงขึ้นอย่างน่าหายใจ ทั้งที่ประชาชนได้ช่วยกันสูดดมเข้าไปเป็นจำนวนหนึ่งแล้ว[3] ในเวลาต่อมามีการแก้ไขให้แก๊สที่ปล่อยจากรูทวารของปศุสัตว์เป็นทรัพย์สินของฟาร์ม ซึ่งตามกฎหมายถือว่าเป็นของสาธารณะ ส่งผลให้กลุ่มนายทุนเท่านั้นที่เข้าถึงตดวัวได้ แก๊สเรือนกระจกที่ถูกปล่อยออกสู่ระบบจึงมีมากขึ้นตามไปด้วย กลุ่มผู้ชุมนุมเรียกใช้มาตรการณ์ตอบโต้ด้วยการนำโอ่งมังกรมากักเก็บตดวัวเอาไว้เพื่อที่จะเป็นหลักประกันความมั่นคงของชั้นบรรยากาศโลก

การบังคับใช้กฎหมายว่าด้วยตดวัวเป็นข้อถกเถียงกันมาตั้งแต่ยุคกสิกรรม ซึ่งได้เพิ่มขึ้นหลังจากมีการประยุกต์เทคโนโลยีเข้ากับเกษตรกรรม นักวิจารณ์มองว่านี่เป็นอาวุธชีวภาพสำหรับทำสงครามกับประเทศมหาอำนาจ เช่น รัสเสียว อมาริเกย์ ยุ่นปี่ ด้วยการยิงขีปนาวุธตดวัวเข้าใส่เมืองหลวงของประเทศเหล่านี้ จะมีผู้คนขาดอากาศหายใจเสียชีวิตเป็นจำนวนมาก

ลำดับเหตุการณ์[แก้ไข]

ค่อนข้างเป็นที่กระจ่างว่า อากาศที่ร้อนอบอ้าวทำให้ผู้คนใส่เสื้อผ้าน้อยชิ้นยิ่งขึ้น

ประกาศศึก[แก้ไข]

ในวันที่ 32 กุมภาคม 25633 กลุ่มนายทุนได้บุกรุกพื้นที่ทำการเกษตรแห่งหนึ่ง ซึ่งภายในพื้นที่นั้นได้เพาะปลูก "ส้มจี๊ด" ซึ่งเป็นผลไม้ที่ได้รับความนิยมในหมู่เยาวชน เกษตรกรทั่วทั้งประเทศจึงได้ลุกฮือขึ้นต่อต้าน พร้อมทั้งชักชวนให้สุกร ไก่ เป็ด ต้นไม้ในในพื้นที่นัดหยุดส่งผลผลิตเข้าสู่โรงงาน โดยต่างฝ่ายต่างจัดกิจกรรม เป็นต้นว่า #วัวพันธุ์โฮลสไตน์ #ข้าวพันธุ์ กข 51 #มะม่วงน้ำดอกไม้ โรงเรียนเกรียนอุดมศึกษาออกมาร่วมชุมนุมด้วย (เนื่องจากนักเรียนขาดวิตามินซีจนเป็นโรคเลือดออกตามไรฟัน)

ในโลกออนไลน์[แก้ไข]

สหภาพนักเกรียนแห่งประเทศเทย ได้โพสต์ภาพพร้อมข้อความ ระบุว่า สนัก. ขอเชิญชวนชาวเทยทุกคนร่วมติด #MopFromHome "โคขวิดหายมาถูพื้นกันไหม?" โดยการถ่ายรูปถือป้ายแสดงความรู้สึกต่อไม้ถูพื้น ส่งผลให้ในวันต่อมา #MopFromHome พุ่งติดเทรนด์ยอดนิยมอันดับ 1 ในทเว่อร์ติ๊ดประเทศเทย โดยมีผู้ใช้ทเว่อร์ติ๊ดแต่ละบัญชีต่างออกมาระบายความอัดอั้นตันใจนับตั้งแต่ที่ได้ถูพื้นบ้านครั้งสุดท้าย

อ้วนกวิ้นประลองฝีมือทหาร[แก้ไข]

ฝ่ายอ้วนกวิ้นตั้งแต่ที่ถูกเยาะเย้ยเรื่องรอบเอวก็ได้ความอัปยศ คิดจะแก้แค้นอยู่เนือง ๆ มิได้ขาดแต่แลเห็นว่าไขมันสะสมจักเป็นประโยชน์ในเบื้องหน้า จึงมิอาจคุมอาหารได้ ครั้นกลับมาถึงปราสาท อ้วนกวิ้นจะใคร่ดูฝีมือทหารทั้งปวง จึงให้เอาเสื้อแพรแดงอย่างดีไปแขวนไว้ที่กิ่งสนธิ์ แล้วให้เอาเป้าไปปักไว้ตรงหน้าปราสาทไกลยี่สิบห้าวา ให้ทหารแต่งตัวเปนสองเหล่า ทหารซึ่งแซ่เดียวกับอ้วนกวิ้น ๆ ให้ใส่เสื้อไซส์ XXXL ทหารนอกนั้นให้ใส่เสื้อไซส์ M ยืนเรียงกันอยู่ตรงหน้าปราสาท แล้วสั่งว่าแม้ผู้ใดยิงถูกเป้าตรงใจดำ เราจะให้เสื้อแก่ผู้นั้นเปนบำเหน็จ ถ้ายิงไม่ถูกเราจะดีดมะยม

ขณะนั้นบุนจอกก็ควบ "ยามาฮ่ะ" แว้นออกมากลางลานประลอง ควบได้สามรอบก็เกิดน้ำมันหมดเสียก่อน "มี่แอม" แลเห็นเช่นนั้นจึ่งว่าตัวเราจักทำให้ดีกว่าท่านอีก แล้วก็นำถังสีขว้างใส่เป้า ปรากฏเปนเลขเด็ดสามตัว สร้างความอัศจรรย์แก่ทหารทั้งปวง

งานครั้งแรก[แก้ไข]

"หมูหวาน" มาสคอตอย่างเป็นทางการของการชุมนุม

ในสถานการณ์โขกวิทย์-19 รัฐบวมประกาศใช้สถานการณ์ฉุกเฉินเพื่อให้เพิ่มการตัดไม้ในยามวิกาล จนในวันที่ 200 ก่าดั๊กก่าดายน 25633 มีการชุมนุมในนามของกลุ่ม"เยาวรุ่นลดโลกร้อน" โดยมี 3 ข้อเรียกร้อง​ต่อรัฐบวมคือ

  • ให้ยุติการผลิตถุงพลาสติก
  • หยุดตัดไม้ทำลายป่า
  • ส่งเสริมให้พะยูนเป็นสัตว์ประจำชาติ

การชุมนุมเป็นไปตามสันติวิธีที่บริเวณอนุสาวรีย์ธรรมชาติสรรสร้าง ยุติการชุมนุมใน 0.1 วินาที

เกิดเหตุซ้ำ[แก้ไข]

หลังจากการชุมนุมเรื่องสิ่งแวดล้อมเมื่อ 20 ก่าดั๊กก่าดายนที่ผ่านมา ทำให้มีกลุ่มการชุุมนุมอื่นๆ โดยมีข้อเรียกร้องที่เหมือนๆ กันคือ ให้ยุติการผลิตถุงพลาสติก หยุดตัดไม้ทำลายป่า ส่งเสริมให้พะยูนเป็นสัตว์ประจำชาติและอื่น ๆ อีกมากมาย การสลายการชุมนุมในแต่ละครั้งแล้วแต่โชคจะเข้าข้าง แต่ส่วนใหญ่จบด้วยสันติวิธี

ลงไปในกลุ่มเด็กเกรียน[แก้ไข]

มีการชุมนุมหน้ากระทรวงทำลายสมองในเรื่องของการปรับเนื้อหาของหนังสือเกรียนที่ออกไปทางสนับสนุนกลุ่มนายทุนให้ทำลายสิ่งแวดล้อม ตัดไม้ทำลายป่าเพื่อไปทำไม้จิ้มฟัน รวมถึงในการชุมนุมครั้งนี้ ยูริ พลังจิต​รัฐมนตรีว่ากวนกระทรวงทำลายสมองได้ร่วมซักผ้าในครั้งนี้ โดยถามตอบที่ทุกปัญหากวนศึกษาและวิธีแก้และซ้ำเติม

การประท้วงระยะลุกลาม[แก้ไข]

การชุมนุมภายใต้ข้อเรียกร้อง 3 ประการ[แก้ไข]

ผู้ชุมนุมแสดงให้เห็นว่าแม้แต่มนุษย์ก็สามารถอยู่ร่วมกับต้นขนุนได้

วันที่ 81 กรกฎาคม ประเทศเทยมีการเดินขบวนตามถนนครั้งใหญ่สุดนับแต่รัฐประจานในประเทศเทย บ.ศ. 25577 ณ ประท้วงสโมสร กรุงเทยมหานคร ผู้ขายเครื่องสำอางค์ซึ่งรวมตัวกันในชื่อกลุ่ม "อ่อนเยาว์ไม่คิดค่าใช้จ่าย" (อังกฤษ: Free Youth) ยื่นข้อเรียกร้อง 3 ประการและอื่น ๆ อีกมากมาย ได้แก่ ลดการปล่อยแก๊สเรือนกระจก, การฟื้นความหลากหลายทางชีวภาพ และการให้พะยูนเป็นสัตว์ประจำชาติ โดยกำหนดระยะเวลาให้รัฐบาลตอบสนองภายใน 2 นาที มิฉะนั้นผู้ประท้วงจะช่วยกันเป่าลมหายใจออกมาจนพัดทำเนียบรัฐบวมปลิวหายไป โดยการชุมนุมเริ่มต้นในเวลา 25:00 น. มีผู้เข้าร่วมประมาณ 2.500 คน การชุมนุมยุติลงภายใน 30 วินาที เพราะฝนตก ผู้ประท้วงกล่าวหาว่ารัฐบวมใช้เทคโนโลยี "PHIRUN" บังคับให้ฝนตก

จากนั้นการประท้วงได้ลุกลามไปทั่วประเทศ มีการขายกล้วยแขกและเปิดร้านอาหารตามสั่งอยู่ทุกบริเวณที่มีการชุมนุม มีการตั้งสมาคมผู้ประกอบวิชาชีพขายกล้วยแขกขึ้นมาเพื่อควบคุมการขาย โดยอ้างว่าเพื่อถ่วงดุลอำนาจกับสมาคมผู้ขายข้าวเม่าแห่งประเทศเทย ทางด้านผบทบ.และกลุ่มนิยมรัฐบวมชี้ว่าการกระทำของผู้ประท้วงเป็นการประชาสัมพันธ์การท่องเที่ยวสตรีทฟู้ดของเทยให้เป็นที่แพร่หลายยิ่งขึ้น วันที่ 24 กรกฎมคา ที่จังหวัดนครราชสามี มีการจับจองยึดพื้นที่ดูหนังกลางแปลงโดยกลุ่มอาจารย์และนักศึกษาจาก 4 มหาวิทยาลัยในจังหวัด นับเป็นการดูหนังกลางแปลงครั้งใหญ่สุดครั้งหนึ่ง คนเทยในกรุงล่อนจ้อน ประเทศอังเกรียน ยังร่วมโยนอีเอ็มบอลลงแม่น้ำเทมส์เพื่อร่วมฟื้นฟูคุณภาพน้ำอีกด้วย

นอกจากการชุมนุมเพื่อลดมลพิษ ยังมีการรวมกลุ่มกันนั่งสมาธิเพ่งจิตเพื่อปัดเป่าแก๊สเรือนกระจกตามแนวทางของแม่ชีปัดระเบิดอีกด้วย

ข้อเสนอปฏิรูปการประมง[แก้ไข]

การกระทำพันธุฆาตเผ่าพันธุ์กุ้งที่แยกคอกวัว นับเป็นโศกนาฏกรรมกลางเมืองที่ใหญ่ที่สุดครั้งหนึ่งของประเทศเทย

วันที่ 1 สิงหายน กลุ่มเยาวชนปลดแอก (ปะกิด: Anti-Yoke Youth) ยกระดับการชุมนุม และตั้งกลุ่มการเมืองใหม่ในชื่อ "คณะประชาชนปลดอวน" (ปะกิด: Anti-Seine People) และได้เชิญชวนประชาชนทุกเพศ ทุกวัย ทุกสปีชีส์ มาร่วมมือกับเยาวชนเพื่อปฏิรูปการทำประมงรูปแบบเดิมที่ใช้อวนลาก ซึ่งทำให้เกิดการจับปลามากเกินความจำเป็นและทำลายระบบนิเวศน์

วันที่ 3 สิงหายน กลุ่มหมานครและกลุ่มหม้อกระเฉดจัดการชุมนุม โดยมีแฮชแท็กว่า #ไม่เอาอวนลาก เป็นการตอกย้ำจุดยืน โดยเวลาประมาณ 20.00 น. ผู้ชุมนุมต่างขุดหาไส้เดือนเพื่อนำไปทำเป็นเหยื่อตกปลา มีข้อวิจารณ์ว่ากลุ่มผู้ชุมนุมอาจนำไส้เดือนไปกินเสียเอง อ้างโน่นถูกตั้งข้อหาหลายข้อหา มีข้อหาหนักสุดคือการใช้ชักโครกสาธารณะแล้วไม่กดน้ำ เป็นเหตุให้เกิดกลิ่นเหม็นฟุ้งกระจายทั่วพื้นที่การชุมนุม พยานหลายคนให้การตรงกันว่าในกลิ่นมีองค์ประกอบของไส้เดือนด้วย ไม่กี่วันถัดมา เกิดแฮชแท็ก #saveอ่างโน้น ผู้ชุมนุมต่างพร้อมใจกันไม่กดน้ำชักโครก ประมาณการณ์ว่านอกจากเกิดกลิ่นตลบอบอวลทั่วทั้งกรุงเทยมหานครแล้ว ยังทำให้การประปานครหวงขาดทุนกว่า 1,000 ล้านล้านกีบ

วันที่ 7 สิงหาคม ไอลอว์ฮั่งก้วยเริ่มจัดกิจกรรมรวมรวมขยะเพื่อนำไปชั่งกิโลขาย เพื่อนำเงินที่ได้สมทบทุนเข้าโครงการ "กล้วยตากเพื่อ Mr. D"

วันที่ 32 สิงหาคม กลุ่มผู้ชุมนุมรวมกลุ่มเปิดเว็บไซต์ "ศูนย์รวมพร" ผ่าน vpn หลังจากที่กระทรวงทำลายล้างเทคโนโลยีสารสนเทศและปิดกั้นการสื่อสารสกัดกั้นการเข้าถึงเว็บไซต์ดังกล่าวจากในประเทศเทย ผู้ชุมนุมนำวิดีทัศน์ "พี่โต: การเดินทางสู่ดินแดนสีเหลืองอร่ามที่ปลายดุ้นของข้าพเจ้า" ซึ่งเป็นสารคดีอัตชีวประวัติของ "ปโฏสนธิ โตสกุลนิลมาส" ผู้ซึ่งนักเพศสัมพันธ์ศึกษาในปัจจุบันกล่าวว่าเป็น ชายเหนือชายที่ยิ่งใหญ่ที่สุด ที่เคยต่อสู้กับอาเบะ ณ ทุ่งสบู่ดำ (ในภายหลังได้มีการตอกหมุดเป็นอนุสรณ์ถึงวีรกรรมดังกล่าว หมุดนั้นสลักข้อความว่า "ณ ที่นี้ ๖๙ มิถุนายน ๒๔๖๙ เวลาย่ำรุ่ง พี่โตได้อัดตูดอาเบะเพื่อความเจริญของผองชาวเกย์")

การประท้วงระยะที่สาม[แก้ไข]

ผู้ชุมนุมก่อกองไฟสร้างความอบอุ่นท่ามกลางอากาศที่หนาวเย็น อันเป็นผลจากการเสียสมดุลภูมิอากาศ

ช่วงปลายปี 25633 มีการหยุดพักการชุมนุมบนท้องถนน โดยเปลี่ยนเป็นการชุมนุมในลำคลองหรือแม่น้ำแทน การประท้วงในลักษณะนี้ดำเนินไปอย่างต่อเนื่อง แม้ว่าผู้ชุมนุมมีความเสี่ยงสูงที่จะมีเชื้อรา จากน้ำกัดเท้า ฮ่องกงฟุต คันตามนิ้วมือนิ้วเท้า คันในร่มผ้า กลากเกลื้อน เชื้อราบนหนังศีรษะ ใช้ครีมโทนาฟ ในวันที่ 14 มกราคม มีนักศึกษาคนหนึ่งถูกจับกุมที่หอพักในเวลาดึก ตรวจพบหลักฐานเป็นลูกชิ้นปิ้งจำนวนหลายพันไม้ จากการตรวจสอบทางนิติวิทยาศาสตร์ ทำให้ทราบว่าลูกชิ้นดังกล่าวเป็นลูกชิ้นแป้งที่รับช่วงมาจากผู้ค้าลูกชิ้นเถื่อนรายใหญ่ และนำมาพักไว้ก่อนที่จะนำส่งตลาดมืดต่อไป เจ้าหน้าที่แจ้งข้อหามีลูกชิ้นปิ้งไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยผิดกฎหมาย วันเดียวกัน การ์ดราดสะดอนคนหนึ่งหายตัวไป จนมาพบตัวอีกครั้งในวันที่ 17 มกราคม คาดว่าเดินตกฝาท่อ

Tumbleweed.gif

กลยุทธ์ของผู้ชุมนุม[แก้ไข]

ด้วยความที่ระบบสืบพันธุ์มีพัฒนาการเจริญกว่าระบบประสาท กลยุทธ์ของผู้ชุมนุมจึงเน้นหนักที่การสร้างประชากรรุ่นต่อไปมาเข้าแทนที่ประชากรดั้งเดิม ด้วยเชื่อมั่นว่าจะสร้างสังคมที่อุดมด้วยพลเมืองที่มีแนวคิดอันสูงส่งได้ แต่อนิจจา ประชาชนซึ่งยังคงมีแนวคิดแบบมโนรักษ์นิยมเข้าใจกลยุทธ์ดังกล่าวว่าเป็นเพียงแค่ความ "เงี่ยน" เท่านั้น

มาร้องเพลงกัน![แก้ไข]

ต้นไม้งาม


คนงดงาม


งามน้ำใจ ไหลเป็นสายธาร♬


ชุบชีวิต ทุกฝ่ายเบิกบาน♪


มีคน มีต้นไม้♫


มีสัสป่าาาาา♩♬♩♮


วาทะ[แก้ไข]

“ถึงแม้ว่าเราจะแพ้ แต่เราก็ยังไม่ชนะ”

~ ล้วง ปราบมัตสยา หนึ่งในผู้หญิงที่ทรงอิทธิพลที่สุดของดาวพลูโต

“ปีที่ผ่านมาเรามากันไกลมาก ถึงจะมีอุปสรรคมากมาย [...] อีกไม่นานหรอกที่เราจะได้เห็นคนเทยปล่อยแสงเลเซอร์”

“พอได้แล้วครับ อย่าเห็นประชาชนเป็นเบี้ยครับ เราเป็นโคน เม็ด เรือ ม้า แต่ไม่ใช่เบี้ยแน่นอน”

~ พิษ ชีวิตรัก "นกกระจิบ"

“เป็นไปดั่งกลอุบาย”

~ ปิ๊บูด แถจนหมดบุญ

อ้างอิง[แก้ไข]

  1. ^ https://www.thairath.co.th/news/politic/2059047
  2. ^ คนไม่ถึงคราวตายวายชีวาต ใครพิฆาตเข็นฆ่าไม่อาสัญ แต่คนถึงคราวตายวายชีวัญ ไม้จิ้มฟันแทงเหงือกยังเสือกตาย
  3. ^ ยามได้ตดสดชื่นระรื่นตูด ยามได้สูดกลิ่นตดช่างสดใส ยามอยากตดมิได้ตดหดหู่ใจ แสนสบายเมื่อตดสดชื่นเอย