แอ๊บมิชชั่น

จากไร้สาระนุกรมเสรี - อนึ่งบทความนี้ถูกแก้ไขได้โดยผู้ใช้ทั่วไป หากแป้กหรือเสื่อมประการใดทางเราไม่ขอรับผิดชอบใดๆทั้งสิ้น
Wikisplode.gif
สำหรับผู้ที่ ไร้อารมณ์ขันสิ้นดี เหล่าผู้เชี่ยวชาญที่วิกิพีเดียมีบทความ
ที่โคตรมีสาระที่ ที่นี่!
เอกสารประจำตัวผู้สอบ
คนนี้ฟิตมาเต็มที่ ได้คะแนน 9000+ ชัวร์
ส่วนคนนี้ไม่เท่าไหร่ ไม่ มก. ก็ มช.

แอ๊บมิชชั่น (Abmission) เป็นระบบการรับบุคคลเข้าศึกษาในสถาบันอุดมศึกษาในระบบกลาง โดยสำนักงานคณะกรรมการการเพาะกายแห่งประเทศเทย ความหมายของคำว่าแอ๊บมิชชั่น แปลว่า ระบบการวัดความรู้ (และความแอ๊บแบ๊ว) ที่ดีที่สุดตั้งแต่ก่อกำเนิดมวลมนุษยชาติขึ้นมา

ทั้งนี้ระบบแอ๊บมิชชั่นนี้ มีแผนการที่จะยกเลิกการใช้ในปี พ.ศ. 2553 ซึ่งต่อไปจะใช้อะไรแทนนั้น ยังนึกไม่ออกเลย (ซวยแล้วมึง เกรียนทั้งหลาย 555+)

ปัจจุบันมีระบบใหม่จากกระทรวงศึกษาพิการปีคิดค้นออกมาแล้วคือระบบ เอ็นสะท้าน 4.0 ที่จะเริ่มใช้ในปี 2561 (โชคดีนะมึง)

วัตถุประสงค์[แก้ไข]

จากการปรึกษาหารือร่วมกับสมาคมนิยมกล้ามเนื้อสากล และ Kiniku Foundation แห่งประเทศญี่ปุ่น จึงได้ข้อสรุปของวัตถุประสงค์ในการจัดตั้ง ดังนี้:

  • เพื่อให้มหาวิทยาลัย/สถาบันได้ผู้เรียนที่มีความแข็งแรง บึกบึน กล้ามเนื้อสวยงาม เหมาะแก่การฝึกฝนในระดับสูง เพื่อส่งประกวดมิสเตอร์โอลิมเปียต่อไป
  • เพื่อส่งเสริมสถาบันเพาะกายไทยให้มีมาตรฐานและศักยภาพทัดเทียมกับวงการเพาะกายนานาชาติ
  • เพื่อสร้างนักเพาะกายอาชีพที่จะสามารถช่วยเหลือส่งเสริม ลัทธิพลัง K ซึ่งกำลังเสื่อมถอยลงไปมากในปัจจุบันได้
  • เพื่อเจริญสัมพันธไมตรีต่อดาวเพาะกาย

ประวัติ[แก้ไข]

จากระบบเอ็นสะท้านที่ล้มเหลวทำให้ทางรัฐบาลประชุมครั้งใหญ่เพื่อล้มเลิกระบบที่ล้มเหลวเดิม ๆ และได้ข้อสรุปออกมาว่าจะต้องเปลี่ยนเป็นระบบ "แอ๊บมิชชั่น" แทน ซึ่งภายในระบบแอ๊บมิชชั่นนั้นจะมีการทดสอบสองระดับ คือ O-NET และ A-NET และคะแนนในระบบแอ๊บมิชชั่น นั้นจะประกอบด้วย

ซึ่งคะแนนรวมทั้งหมดจะเต็มหมื่น ซึ่งทางกระทรวงได้พิจารณาออกมาแล้วว่าอาจจะน้อยเกินไป และในปีการศึกษาหน้าอาจเพิ่มเป็นเต็มแสน และ เต็มล้าน หรือร้อยล้าน ตามลำดับ เพื่อให้กำลังใจนักเรียนว่าได้คะแนนเป็นแสนเป็นล้าน เป็นการเพิ่มศักยภาพให้นักเรียนทางหนึ่ง

ในปัจจุบัน ได้มีระบบการทดสอบแบบใหม่เข้ามาแทนที่ A-NET นั่นคือ GAT (การสอบวัดความผิดปกติของสายพันธุ์ Genetic-Abnormal Test) และ PAT (การสอบวัดความผิดปกติของวงศ์ตระกูล Pedigree-Abnormal Test) เพื่อให้เด็กเสียเงินมีความทรหดอดทนยิ่งขึ้น

การทดสอบ[แก้ไข]

ผู้ที่จะผ่านด่านทรหด สามารถไปศึกษาต่อในระดับอุดมศึกษาได้ ต้องผ่านการที่สำคัญทดสอบ ดังนี้:

  • การสอบแบบทดสอบทางความอึดแห่งชาติขั้นอุบาทว์ (Oubaht–National Endurance Test / O-NET) จัดสอบในวันที่ 21 - 22 ก.พ. จัดสอบโดยสถาบันเพาะกายแห่งชาติ
  • การสอบแบบทดสอบทางความอึดระดับชาติขั้นอัปรีย์ (Abpree–National Endurance Test / A-NET) จัดสอบในวันที่ 28 ก.พ. - 1 มี.ค. จัดสอบโดยสำนักงานคณะกรรมการการเพาะกายแห่งประเทศเทย
การรวบรวมหนังสือให้หนัก 10 กิโลกรัม เพื่อใช้ในการบริหารหน้าท้อง

ซึ่งขั้นตอนเตรียมตัวก่อนการทดสอบนั้น ต้องมีการฝึกซ้อมอย่างนั้น ซึ่งการฝึกที่สำคัญ คือการเล่นกล้ามท้อง เพราะกล้ามเนื้อท้องนั้นมีอัตราการสลายตัวที่มากกว่ากล้ามเนื้อส่วนอื่น และบริเวณหน้าท้องจะมีไขมันสะสมอยู่มาก หากไม่มีการฝึกซ้อมอย่างหนักและเป็นประจำแล้ว จะทำให้กล้ามหน้าท้องไม่ชัดหรือหายไปได้ การฝึกที่เป็นมาตรฐาน คือการใช้หนังสือเรียน ตั้งรวมกันให้ได้ 10 กิโลกรัม ใช้เชือกผูกให้ติดหน้าท้องส่วนบน จากนั้นก็ทำการซิทอัพ 100 ครั้ง ทำ 5 เซท วันละ 5-6 รอบ จะทำให้กล้ามหน้าท้องชัดและดูดี เป็น six pack

ข้อวิพากษ์วิจารณ์[แก้ไข]

หลังจากมีการประกาศใช้ระบบนี้ก็มีเสียงคัดค้านไม่เห็นด้วยจากบุคคลกลุ่มต่างๆ รวมไปถึงนักเกรียนส่วนหนึ่ง ซึ่งต่อมาทางหน่วยงานได้มีการรับข้อร้องเรียนต่างๆ ซึ่งส่วนใหญ่จะมาจากวัยรุ่นทั้งสิ้น ที่ได้รับบ่อยที่สุดคือ:

  • จากเด็กแว้น ทำให้ต้องเสียค่าเข้ายิม ค่าอุปกรณ์และอาหารเสริม ไม่มีเงินเหลือไปแต่งมอเตอร์ไซค์ สก๊อยก็หนี
  • จากเด็กอีโม หากเพาะกายแล้ว จะทำให้ไม่สามารถใส่เครื่องแบบของอีโมได้ เพราะมันจะคับเกินไป
  • จากเด็กตุ๊ด การเล่นกล้ามเพาะกายทำให้เสียความงามและรูปร่างที่ผอมบางไป ทำให้ไม่สามารถเป็นตุ๊ดที่สมบูรณ์แบบได้ได้
  • จากเด็กโอตาคุ การทุ่มเวลาให้กับการเล่นกล้าม ทำให้ไม่มีเวลาดูอะนิเมะะ และที่สำคัญคือ ชาวโอตาคุส่วนใหญ่เกลียดสายพลัง K หากเล่นกล้ามแล้ว เวลาไปเดินซื้อโดจินตามงานจะถูกโอตาคุอื่นรังเกียจ

ความสำเร็จ[แก้ไข]

นักเรียนประเทศเทยได้กวดวิชา (เพาะกล้าม) เพิ่มขึ้นอย่างน่าใจหาย เพราะต้องการเพิ่มคะแนนในส่วน GTA และ siGPAX มาก ๆ ทำให้โรงเรียนกวดวิชา (เพาะกล้าม) ยิ้มระรื่นชื่นใจ

Cquote1.png ณ จุด ๆ นี้ มีนักเรียนเข้ามาเรียนที่โรงเรียนกวดวิชา (เพาะกล้าม) ของเรามากขึ้นถึงสามสิบห้าเท่า ทำให้ทางเรามีรายได้ เอ้ย...

ทำให้เราได้ให้ความรู้เพิ่มเติมกับนักเรียนมากขึ้น เป็นความภาคภูมิใจอย่างมากค่ะ (ฮ่ะ)

Cquote2.png
อ้างอิงจากคำสัมภาษณ์ อาจารย์ปิ๊งปิ๊ง

คำโอดครวญ[แก้ไข]

  • "โอ๊ย.. ถ้ากูไม่ติดคงปวดกะบาล โอ๊ยๆ.. ถ้ากูไม่ติดคงต้องเรียนราม โอ๊ยๆ.. กูจบไปคงต้องเป็นยาม โอ๊ยๆ..." - เกรียน ม.ปลาย ผู้หนึ่ง
  • "เหตุไฉนเราถึงเป็นรุ่นสุดท้ายที่เจอแอ๊บมิชชั่น รู้งี้เกิดช้าลงก็ดี" - นายบ๊อบ (นามสมมติ)
  • "ทำไมกูถึงต้องเจอกับไอแอ๊บมิชชวยหัวคั่นด้วยวะเนี่ย! ยากก็ยากชิบหาย..." - เกรียนไทยคนนึง
  • "อ้าว มันจะยกเลิกแล้วตูจะต้องเจอกับอะไรล่ะเนี่ย - ใครไม่รู้
     อันแอดมิชชั่นนี้ มืดมน
โอเน็ตมาระคน บอบช้ำ
ยิ่งเอเน็ตสุดล้น ยากสนิท
ยามสอบแล้วกลืนกล้ำ หมดสิ้นความหวัง
     การศึกษายิ่งด้วย ปัจจุบัน
ยิ่งสับสนสารพัน เสื่อมแท้
ระบบใหม่ แกะ - แพะ ใช้กัน ยิ่งปวด หัวจริง
ยิ่งหมดหนทางแก้ เด็กบ้าแต่ติว
  • "โอย แค่เรียนธรรมดาก็จะตายห่าอยู่แล้ว ยังต้องมาสอบอันนี้อีก แม่ง...เห็นตูเป็นหุ่นยนต์หรือไงฟะ สาด.... - นักดนตรีคนหนึ่ง"

ข้อมูลอื่นๆ[แก้ไข]