จักรพรรดิฮายาโมชิ

จากไร้สาระนุกรมเสรี - อนึ่งบทความนี้ถูกแก้ไขได้โดยผู้ใช้ทั่วไป หากแป้กหรือเสื่อมประการใดทางเราไม่ขอรับผิดชอบใดๆทั้งสิ้น
จักรพรรดิฮายาโมชิ
จักรพรรดิฮายาโมชิ


สมเด็จบร๊ะจักรพรรดิแห่งยุ่นปี่
บร๊ะองค์แรกและบร๊ะองค์เดียวแห่งราชวงศ์ฟูจิวาระ
(ดำรงตำแหน่งเป็นสมัยแรก)
ดำรงตำแหน่ง
ค.ศ. 2093 – ค.ศ. 2115
นายกรัฐมนตรี โชกุนโตโยโตมิ อิเอมิสุ(ถึง 2098)
สมัยก่อนหน้า จักรพรรดิแห่งราชวงศ์โบราณยามาโตะ
สมัยถัดไป เคน แห่งลัทธิภราดรภาพแห่งน็อต

สมเด็จบร๊ะจักรพรรดิแห่งยุ่นปี่
(ดำรงตำแหน่งเป็นสมัยที่สอง)
ดำรงตำแหน่ง
ค.ศ. 2139 – ค.ศ. 2143
นายกรัฐมนตรี โชกุนโตโยโตมิ อิเอยาสุ
สมัยก่อนหน้า ภราดามาร์กซิออนแห่งลัทธิภราดรภาพแห่งน็อต
สมัยถัดไป ไม่มี โชกุนยึดอำนาจเบ็ดเสร็จเลวชะมัด ไอ้คนทรยศ

ออกมาดูโลก ค.ศ. 2065
นากาโนะ,ประเทศยุ่นปี่
ลาโลก ค.ศ. 2143
เกียวโต,ประเทศยุ่นปี่
สังกัดพรรค ก็พรรคของมันเองนั่นแหละ
สมรสกับ โตโยโตมิ มิโกะ
ศาสนา ศาสนาสารขัณฑ์(นับถือแบบเน้นคุณธรรมนิยม)

จักรพรรดิฮายาโมชิ(ยุ่นปี่:ハ屋茂天皇;อ่านว่าHayamochi Tennō)เดิมชื่อฟูจิวาระ ฮายาโมชิ เป็นนักวิชาเกรียนที่มีอิทธิพลกว้างขวาง กระนั้นก็ยังมีคนหาว่าเขาเป็นบัณฑิตหน้าขาว เขาจึงเข้ารับราชการในตำแหน่งนายอำเภอที่บ้านเกิด ด้วยความสามารถในการปกครอง จึงได้รับความนิยมมากขึ้น และมากขึ้นเรื่อยๆ แม้ว่าจะมีอายุไม่มากนัก บางคนก็ด่าว่าเขาเป็นพวกปากยังไม่สิ้นกลิ่นน้ำนมแต่ด้วยความที่ได้ความนิยมมาก ทำให้ประชาชนคิดว่าเขาเป็นผู้ที่สุริยเมพทรงโปรดให้มาปกครองยุ่นปี่ ไม่นานเขาได้เลื่อนตำแหน่งสูงขึ้น และได้ปกครองพื้นที่ถึง1ใน4ของยุ่นปี่ โดยแบ่งอำนาจกับบิ๊กรุ่นพ่ออย่างโตโยโตมิ อิเอมิสุ ด้วยความที่มีคนสนับสนุนมากเพราะเห็นว่าเป็นคนรุ่นใหม่ที่จะสร้างความเปลี่ยนแปลงได้อย่างมาก และทำงานอย่างเห็นใจประชาชน ไม่ลืมตัวเมื่อได้รับตำแหน่งสูง เขาจึงอ้างว่าตัวเองเป็นผู้สืบเชื้อสายมาจากสุริยเมพ ประชาชนจึงมาสวามิภักดิ์กับเขามากขึ้น และสนับสนุนให้ปฏิวัติ ต่อมาจึงสถาปนาตัวเองเป็นจักรพรรดิ

กำเนิดจอมคน[แก้ไข]

เขาเกิดเมื่อไหร่นั้นยังไม่มีข้อมูลที่แน่ชัด รู้แต่ว่าเกิดในปีค.ศ.2065 ในจังหวัดนากาโนะ ซึ่งตอนนั้นโตโยโตมิ อิเอมิสุเป็นโชกุน ด้วยความที่เกิดในตระกูลที่มีอิทธิพลทางการเมืองสูง เขาจึงเป็นความหวังของชาติในการพัฒนาประเทศ เขาเก่งในด้านรัฐศาสตร์เป็นอย่างมาก จนสามารถเรียนจบทางด้านรัฐศาสตร์ในมหาวิทยาลัยเกียวโตด้วยวัยเพียง16ปี เขาจึงไปเป็นนักวิชาเกรียน วิพากษ์วิจารณ์รัฐบวม สิ่งที่เขาพูด ส่วนใหญ่ถูก จึงได้รับความนับหน้าถือตาจากผู้คนโดยทั่วไป แต่ส่วนใหญ่ยังคงหาว่าเขาเป็นบัณฑิตหน้าขาว เด็กเกินไป บ้างก็ด่าว่าเด็กเมื่อวานซืนก็มี

รับราชเกรียน[แก้ไข]

ต่อมาเมื่ออายุได้20ปี จึงเข้ารับราชเกรียนครั้งแรก ในตำแหน่งนายอำเภอที่บ้านเกิด เขาได้รับเอาระบบการปกครองแบบเรดซันมาใช้ปกครองคนด้วยคุณธรรม ซึ่งผลงานของเขาเข้าตาอิเอมิสุ จึงเลื่อนตำแหน่งให้พรวดพราด แต่เขาก็ไม่ลืมตัว ยังคงรักษาไว้ซึ่งการปกครองอย่างมีคุณธรรม ยุติธรรม และเที่ยงธรรม ประชาชนจึงชื่นชอบเขามาก ถึงกับเชื่อว่าเป็นคนที่สุริยเมพส่งลงมาให้ปกครองประชาชนชาวยุ่นปี่

ตั้งตัวเป็นจักรพรรดิ[แก้ไข]

ฮายาโมชิและอิเอมิสุ

หลังจากที่มีคนสนับสนุนให้เป็นเช่นนั้นมากขึ้น เขาจึงเริ่มประกาศว่าเขาเป็นผู้ที่สุริยเมพส่งมาให้ปกครองคน เป็นเชื้อสายสุริยเมพเชื้อสายหนึ่งที่สุริยเมพให้ความสำคัญมากขึ้น นั่นเท่ากับว่าอ้างตัวเป็นจักรพรรดิ ด้วยความที่มีคนสนับสนุนเขามาก ประชาชนจึงเริ่มสนับสนุนให้เขาทำการปฏิวัติ ประชาชนยอมตายแทนเขาได้ทุกเมื่อ ต่อมาจึงเริ่มจัดกองกำลังประชาชนของตัวเองไปปิดศาลเจ้าย่าซูซูกิ แล้วขอให้ตัวเองได้เป็นจักรพรรดิ ต่อมาก็ไปปิดล้อมรัฐสปา และทำเนียบรัฐบวมตามลำดับ ก่อนที่จะเข้าบุกบ้านโตโยโตมิ อิเอมิสุ อิเอมิสุยอมสนับสนุนเขา จึงเคลื่อนขบวนไปปิดบร๊ะมหาราชวังที่โตเกียว ตัดหัวจักรพรรดิเสีย หลังจากนั้นทหารราชองครักษ์ก็แปรพักตร์ทั้งหมด จึงยกกำลังไปที่เกียวโต แล้วตั้งตัวเป็นจักรพรรดิที่เกียวโต มีคนเข้ามาร่วมงานบรมราชาภิเษกกันอย่างล้นหลาม จนบร๊ะราชวังที่ใหญ่โตเล็กไปถนัด ทั้งยังมีทูตเฉพาะกิจจากต่างชาติ ที่ทั้งเกาเหลา จีน เรดซันส่งมาเพื่อถวายบร๊ะพรอีก เสมือนกับเป็นเจ้าโลกแล้วในสายตาของชาวยุ่นปี่ แต่ความจริงแล้วไม่ ประเทศเหล่านี้เป็นพันธมิตรที่แน่นแฟ้นต่างหาก เมื่อได้เป็นจักรพรรดิแล้ว ในปีแรกก็ทรงร่วมมือกับอิเอมิสุ ทำการรื้อฟื้นอาชีพนักดาบซามูไรขึ้นอีกครั้ง ในฐานะที่เทียบเท่ากับอัศวิน แต่หาได้มีฐานะพิเศษแบบเดิมไม่ การทำเช่นนี้ทำให้มีคนอยากมาเป็นนักรบมากขึ้น เพราะสามารถเลื่อนชนชั้นได้อย่างรวดเร็วยิ่งกว่าการเป็นพ่อค้า ในขณะเดียวกันก็ช่วยสนับสนุนธุรกิจหลายๆอย่างด้วย แต่เลิกส่งออกหนังที่ไม่เหมาะสมแล้ว

ได้อำนาจเต็ม[แก้ไข]

จักรพรรดิฮายาโมชิได้รับอำนาจเต็มในยุ่นปี่เมื่อโตโยโตมิ อิเอมิสุเสียชีวิตในปี ค.ศ.2098 ก่อนตายเขาได้กราบทูลกับจักรพรรดิฮายาโมชิว่า

Cquote1.png ข้าไม่ได้แต่งตั้งทายาททางการเมืองของข้าไว้ ดังนั้นข้าขอถวายอำนาจของข้าคืนแก่บร๊ะองค์ Cquote2.png

ดังนั้นเมื่อเขาเสียชีวิต จักรพรรดิฮายาโมชิจึงได้อำนาจเต็มทั้งหมด และปกครองยุ่นปี่ด้วยความสงบสุขเป็นเวลาอีก 7 ปี โดยมีการสนับสนุนอย่างเหลือเฟือจากประชาชน ในช่วงนี้บร๊ะองค์ได้พิสูจน์บร๊ะองค์เอาแล้วว่า บร๊ะองค์สามารถปกครองได้ดีจริงๆ จนกระทั่งยุ่นปี่ถูกยึดโดยภราดรภาพแห่งน็อตเนื่องจากกองทัพขาดการพัฒนา แบบว่าระเบียบวินัยยังคงดีอยู่ แต่จำนวนทหารไม่พอ

ผลงานที่สำคัญ[แก้ไข]

  • รื้อฟื้นอาชีพซามูไร
  • ยกเลิกการส่งออกสื่อที่ไม่เหมาะสม
  • ส่งเสริมอุตสาหกรรมการทำดาบ ยานพาหนะ ประมง และเกษตร
  • ทำให้ยุ่นปี่เป็นตลาดการค้าที่สำคัญที่สุดในเอเชยตะวันออก(สำคัญกว่าจีนอีก)

ถูกโค่นอำนาจ[แก้ไข]

น่าเสียดายที่ในสมัยนี้ไม่ค่อยมีพัฒนาการทางทหาร และบร๊ะองค์เป็นนักบุ๋น ไม่ใช่นักบู๊แบบอิเอมิสุ บร๊ะองค์จึงไม่สามารถป้องกันยุ่นปี่จากการรุกรานของลัทธิภราดรภาพแห่งน็อตได้ จะถามหาพันธมิตรเก่าอย่างเกาเหลาก็ไม่ได้เพราะกำลังแย่เหมือนกัน จึงให้ประชาชนพากันสู้ตายเพื่อรักษาประเทศ บร๊ะองค์ก็ไปบัญชาการรบด้วยบร๊ะองค์เอง นำทหารองครักษ์ไปรบทั้งหมด นำซามูไรทั้งประเทศไปรบหมด แต่สามารถรบชนะน็อตได้เพียงแค่3ครั้งที่โตเกียว นากาโนะ และฮอกไกโด สามารถต้านเอาไว้ไม่ให้ขึ้นฝั่งได้สำเร็จ แต่กองทัพก็เสียหายมากจนไม่สามารถฟื้นฟูได้อีก ในอีก 2 เดือนต่อมาก็ถูกบุกโจมตีจากทั้ง 4 ด้าน ทั้งทางใต้ที่โอกินาวา ทางตะวันออกที่โตเกียว ทางตะวันตกที่คิวชู และทางเหนือที่ฮอกไกโด สุดท้ายยุ่นปี่ก็ถูกพิชิต บร๊ะองค์จึงนำทหารจำนวน 300 คน ฝ่าวงล้อมหนีไปพร้อมกับเรือลำเล็ก ไปยังฝั่งตรงข้ามที่จีนเพื่อไปอาศัยกองกำลังทำลายโลกอยู่ก่อน

การกลับมาสู่บัลลังค์[แก้ไข]

ฮายาโมชิเมื่อครองราชย์ครั้งที่สอง

ต่อมาเมื่อจีนประกาศเอกราชแต่แยกกันเป็น 20 ก๊ก บร๊ะองค์อยู่ในก๊กฉี ได้รับความช่วยเหลือจากฉีกงให้กลับประเทศ ในช่วงนั้นเกาเหลาก็ได้รับเอกราชตาม จึงไปพึ่งใบบุญของเกาเหลาเหนือก่อน แนวความคิดของบร๊ะองค์เป็นที่ชื่นชอบของฮันคิยูริอ๋อง จึงช่วยเหลือนำทัพไปยึดยุ่นปี่คืน บร๊ะองค์จึงได้รับตำแหน่งเป็นจักรพรรดิอีกในปี ค.ศ.2139 ได้รับการรับรองโดยเยลโล่ซันและเกาเหลา ประชาชนผู้สนับสนุนก็ยังคงสนับสนุนบร๊ะองค์อยู่ แต่ต้องการให้บร๊ะองค์พัฒนากองทัพด้วย บร๊ะองค์จึงตั้งโตโยโตมิ อิเอยาสุผู้เป็นหลานปู่ของโตโยโตมิ อิเอมิสุเป็นโชกุนแต่มีหน้าที่แค่คุมการทหารเท่านั้น ส่วนการปกครองบร๊ะองค์จัดการเอง บร๊ะองค์จึงได้รับความนิยมอย่างล้นหลามดังเดิม

เสด็จสวรรคต[แก้ไข]

แต่ทุกสิ่งก็เป็นอนิจจัง หลังจากที่สร้างความเจริญรุ่งเรืองให้กับยุ่นปี่และสร้างความสุขให้กับอาณาประชาราษฎร์ต่ออีกได้เพียง 3 ปี ก็เสด็จสวรรคตในปี ค.ศ.2143 สิริบร๊ะชนม์มายุได้ 78 ปี

ยุ่นปี่หลังจากที่บร๊ะองค์สวรรคต[แก้ไข]

โตโยโตมิ อิเอยาสุได้ยึดอำนาจเด็ดขาดและตั้งตัวเป็นผู้นำเผด็จเกรียน และนำเอาระบอบอำมาตยาธิปไตยจากเยลโล่ซันมาใช้ในการปกครองประเทศ กฎหมายจึงเริ่มโหดและทารุณมากขึ้น มีการเกณฑ์แรงงานบ่อยขึ้น เพื่อทำสงครามบ่อยครั้งตามเยลโล่ซัน สุดท้ายในอีก 10 ปีต่อมา เขาจึงถูกพวกประชาชนที่ทนไม่ไหวก่อกบฏ แล้วฆ่าเขาทิ้งเสีย แล้วตั้งโทกุงาวะ ฮิเดโยชิเจ้าศักดินาที่ปกครองอย่างเป็นธรรมตามแบบจักรพรรดิฮายาโมชิมาเป็นโชกุนแทน ประชาชนจึงพอใจการทำงานของฮิเดโยชิมาก

ส่วนที่เยลโล่ซันนั้นในสมัยจักรพรรดิฮันคิยูริฮ่องเต้และจักรพรรดิฮันไท่เต้ได้มีผู้รับเอาการปกครองจักรพรรดิฮายาโมชิเข้ามาใช้ในประเทศ เข้าตาขุนนางจำนวนหนึ่งที่สนใจความคิดของเรดซันเมื่อพบว่ามีการปกครองแบบนี้แล้วจึงนำมาปรับให้เหมาะกับเยลโล่ซัน จากการศึกษาก็พบว่าเกี่ยวข้องกันกับเรดซันอย่างน่าปะหลาด ขุนนางจำนวนนี้จึงตั้งเป็นกลุ่มขุนนางที่เชื่อถือในความคิดแบบเรดซันขึ้น(บางคนก็เป็นขุนนางเก่าเรดซันเลยจริงๆก็มี) เป็นผลให้ทั้งฮันคิยูริและฮันไท่เต้ปกครองอย่างใช้เหตุผลและคุณธรรมและผ่อนการสงครามลงไปบ้าง

โครง บทความนี้ยังเป็นโครง คุณสามารถช่วยไร้สาระนุกรมได้โดยเพิ่มข้อมูล