จักรวรรดิต้าฉี

จากไร้สาระนุกรมเสรี - อนึ่งบทความนี้ถูกแก้ไขได้โดยผู้ใช้ทั่วไป หากแป้กหรือเสื่อมประการใดทางเราไม่ขอรับผิดชอบใดๆทั้งสิ้น

จักรวรรดิต้าฉี
大齊帝國

แผ่นดินจีนต้าฉีอันยิ่งใหญ่

ค.ศ. 2141ค.ศ. 2210 Zhao.png
ธงชาติ ตราประจำชาติฉี
ธงชาติฉี ตราประจำชาติฉี
คำขวัญ
"สำนึกดี สำนึกรักชาติ ศรัทธาลัทธิขงจื๊อ"
เพลงชาติ
ต้าฉีเหยินฮั่น
จักรวรรดิต้าฉีหลังรวมแผ่นดิน
จักรวรรดิต้าฉีหลังรวมแผ่นดิน
เมืองหลวง จี้หนาน
เมืองใหญ่สุด เจิ้งโจว
ภาษาราชการ ภาษาจีน
วัน-เวลา สถาปนาประเทศ ค.ศ. 2141
วัน-เวลา ล่มสลาย ค.ศ. 2210
รัฐบาล ระบอบจักรวรรดิประยุกต์ร่วมกับอมาตยาธิปไตย
จักรพรรดิแห่งราชวงศ์ฉี
 - ค.ศ. 2141 - 2150 จักรพรรดิฉีไท่จู (พระองค์แรก)
 - ค.ศ. 2150 - 2168 จักรพรรดิฉีไท่จง
 - ค.ศ. 2205 - 2210 จักรพรรดิฉีกวางจง
 - ค.ศ. 2210 จักรพรรดิฉีซางจง (พระองค์สุดท้าย)
ศาสนา ลัทธิขงจื๊อและเต๋า
ประเภท สินค้าสำคัญ อาหาร สินค้าอุตสาหกรรม
ชื่อสินค้า สำคัญ ชา ข้าว
สินค้า ส่งออกหลัก ข้าว ชา แพรภัณฑ์ สินค้าอุตสาหกรรมในครัวเรือน
สินค้า นำเข้าหลัก เครื่องเทศ เพชร ดีบุก
ประวัติศาสตร์
 - รัฐฉีประกาศเป็นจักรวรรดิ ค.ศ. 2141
 - รวมแผ่นดินจีน ค.ศ. 2155
 - ต้าฉีถูกรัฐประจาน เจ้าโกวเสินสถาปนาราชวงศ์เจ้า ค.ศ.2210
เนื้อที่
 - ทั้งหมด
 
 
4,531,000 กม.² 
2,831,875 ไมล์² 
ประชากร
 •(ค.ศ.2160) ประมาณ
 • ความหนาแน่น ประชากร
 
328,463,000
72/กม²
116/ไมล์² 
GDP (PPP)
 • รวม
 • ต่อประชากร
(ปี ค.ศ.2160 - ค่าประมาณ)
4,310,000ล้านดอลลาร์สหรัฐ
57,800ดอลลาร์สหรัฐ
HDI (ค.ศ.2160) 0.90 – สูง
สกุลเงิน จื้อ (zh.)
เขตเวลา (UTC)
รหัส อินเทอร์เน็ต .zh
รหัสโทรศัพท์ ระหว่างประเทศ +669
ก่อนหน้า
ต่อไป
0000kmUnited Statesian Flag.png กองกำลังทำลายโลก
Yan.png จักรวรรดิต้าเยียน
Zhao.png จักรวรรดิต้าเจ้า
Chu.png จักรวรรดิต้าฉู่
Yue.png จักรวรรดิต้าเย่ว์
NoneFlag.png รัฐจงซาน
จักรวรรดิต้าเจ้า Zhao.png

จักรวรรดิต้าฉี(จีน: 大齊帝國;อังกฤษ: Great Qi Empire) เป็นจักรวรรดิจีนที่เกิดขึ้นหลังสงครามโลกครั้งที่สี่ ในช่วงแรกมีฐานะเป็นรัฐมหาอำนาจทางตะวันออก ผู้นำคือฉีหวนกง ต่อมาเข้ายึดแคว้นเยียนและทางตะวันตกของคายสมุทรเกาเหลา และเป็นพันธมิตรกับชาติอำมาตย์ตั้งแต่สงครามเกาเหลาเป็นต้นมา


ประวัติศาสตร์[แก้ไข]

เนื่องจากประเทศนี้ก่อตั้งไม่นานนัก จึงมีประวัติศาสตร์ที่ค่อนข้างสั้น แต่น่าสนใจดังนี้

ยุคแรก[แก้ไข]

คนจีนหลายกลุ่มได้ประกาศเอกราชจากกองกำลังทำลายโลก แต่ไม่มีการรวมตัวที่เป็นเอกภาพ ในช่วงนั้นระบอบอำมาตยาธิปไตยและราชาธิปไตยได้ฟื้นคืนชีพจากความมักใหญ่ใฝ่สูงของคนเหล่านี้ เป็นผลให้แผ่นดินจีนเป็นทุรยศหลังจากประกาศเอกราชจากกองกำลังทำลายโลก รัฐฉีก็เป็นหนึ่งในนั้น ซึ่งผู้นำรัฐฉีก็คือเจียงเสี่ยวไป๋ มีที่ปรึกษาคือก่วนจ้งและเป้าซูหยา(ทั้งหมดนี้ล้วนคืนชีพมาจากยุคโบราณทั้งสิ้น) ต่อมาแคว้นฉีมีอำนาจมากขึ้น เจียงเสี่ยวไป๋จึงตั้งตัวเป็นฉีหวนกง และเข้าตีแคว้นเยียนและจงซานที่อยู่ติดกัน และบุกเข้าไปในคาบสมุทรเกาเหลา เป็นผลให้แคว้นฉีต้องเข้าร่วมสงครามเกาเหลาที่เกิดขึ้นในเวลานั้น

เป็นพันธมิตรกับอำมาตย์[แก้ไข]

ในสงครามเกาเหลาเกิดการเข้าใจผิดกันกับกองทัพเกาเหลาฝ่ายเหนือ ด้วยความที่แคว้นฉีปกครองโดยระบอบอำมาตย์เช่นเดียวกับเกาเหลาและเยลโล่ซัน จึงเข้าเป็นพันธมิตรกับเยลโล่ซันเพื่อที่จะรวมเกาเหลา ต่อมาก็เป็นพันธมิตรกับเกาเหลา กองทัพฉีบุกลึกเข้าไปในแมนจูเรีย มีอำนาจมาก เป็นหนึ่งในแปดรัฐมหาอำนาจในจีนต้นสงครามโลกครั้งที่ห้า ต่อมาก็โจมตีรัฐซ่ง ฉีหวนกงจึงอัปเกรดตัวเองเป็นฮ่องเต้ สถาปนาแค้วนฉีเป็นจักรวรรดิฉี

สถาปนาเป็นจักรวรรดิ[แก้ไข]

การโจมตีรัฐซ่งของรัฐฉีนั้นทำให้รัฐฉีมีอำนาจมากขึ้น ฉีหวนกงจึงบังเกิดความกระเหี้ยนกระหือรือและสถาปนาตัวเองเป็นฮ่องเต้แห่งต้าฉี พระราชสมัญญานามว่าไท่จู ประชาชนสนับสนุนให้พระองค์เป็นจักรพรรดิ ด้วยคะแนน5,000,000ต่อ3,000 ความที่พระองค์ได้เป็นฮ่องเต้นี่เองที่ทำให้การสั่งการต่างๆมีความเฉียบขาดมากขึ้น จะชี้เป็นชี้ตายใครก็ตามในเขตปกครองของพระองค์ได้หมด ในขณะเดียวกันพระองค์ก็ทรงมีคุณธรรม ชุบเลี้ยงบัณฑิตไว้มากมาย และมีกองทัพที่แข็งแกร่งที่สุดในห้าจักรวรรดิจีนในยุคนั้น ความเข้มแข็งนี่เองที่ทำให้จักรวรรดิต้าจิ้นที่อยู่ติดกันยอมเป็นเมืองขึ้น ได้แค่สองปีก็รู้สึกว่าจะปกครองไม่ไหว จึงปล่อยให้เป็นเอกราชตามเดิม

รวมแผ่นดินจีน[แก้ไข]

ต่อมาเมื่อจักรพรรดิแห่งต้าจิ้นสวรรคตเจ้าเซียมซียึดอำนาจสถาปนาตัวเองเป็นฮ่องเต้แห่งต้าเจ้า เข้ายึดจักรวรรดิต้าฉิน ส่วนทางเหนือของต้าฉีนั้นเล่าก็ถูกจู...ยึดไปและตั้งตัวเป็นฮ่องเต้แห่งต้าเยียน มีขุนพลเย่ว์อวี้เป็นผู้บัญชาการทเห่อสูงสุด ด้วยความสามารถของเย่ว์อี้ จึงทำให้สามารถตีเมือง38เมืองในต้าฉีได้ ก่อนหน้านั้นฉีไท่จูฮ่องเต้สวรรคต รัชทายาธเจียงมู่อี๋ขึ้นครองราชย์สืบต่อเป็นพระเจ้าฉีไท่จง ร่วมมือกับจักรวรรดิเกิดใหม่อย่างต้าหาน ต้าเว่ย มาขับไล่ทพเยียน และให้ต้าฉู่ที่เสียให้แก่ต้าเจ้าไปแล้วมาเป็นเมืองขึ้นต้าฉี ให้ต้าเย่ว์ส่งทัพมาไล่ทัพของต้าเจ้าขึ้นเหนือ สุดท้ายก็ปราบต้าเจ้าลงได้ ในช่วงนั้นต้าฉีรวมกำลังจากดินแดนที่ยึดคืนได้เข้าตีต้าเยียน ต้าเยียนล่มสลาย ต้าเย่ว์สวามิภักดิ์ต่อต้าฉีจนเป็นเหตุรุนแรงในแถมเวียตนามใต้และเยลโล่ซันยกทัพมาปราบ เวียตนามใต้จึงตกเป็นของเยลโล่ซัน แต่ต้าหาน ต้าเว่ยไม่ยอมสวามิภักดิ์ ต้าฉีจึงยกทัพไปปราบ หลังสยบสองจักรวรรดิดังกล่าวได้แล้ว แผ่นดินจีนจึงเป็นเอกภาพภายใต้การนำของราชวงศ์ฉี

การเมืองการปกครอง[แก้ไข]

จักรวรรดิต้าฉีมีการปกครองคล้ายกับในสมัยก่อน คือ

  • ปกครองแบบจักรวรรดิ มีจักรพรรดิเป็นผู้นำสูงสุด คำสั่งและคำตัดสินของจักรพรรดิถือเป็นอันสิ้นสุด ต้องยอมรับปฏิบัติตาม
  • ผู้ที่ช่วยจักรพรรดิบริหารประเทศมี3ตำแหน่ง 4คน ได้แก่
    • สมุหกลาโหม(ไท่เว่ย) ควบคุมการทหารทั้งหมด เป็นแม่ทัพใหญ่ ควบคุมทุกเหล่าทัพ
    • อัครมหาเสนาบดี(มี2คนคือ อัครมหาเสนาบดีฝ่ายขวาและอัครมหาเสนาบดีฝ่ายซ้าย ฝ่ายขวามีฐานะเป็นประธานรัฐสภา ส่วนฝ่ายซ้ายมีหน้าที่เป็นนายกรัฐมนตรี)
    • ผู้ตรวจราชการแผ่นดิน(อี้ว์สื่อต้าฟู)มีหน้าที่ในการตรวจสอบการทำงานของรัฐและข้าราชการ คุมอำนาจตุลาการ
  • แบ่งการปกครองเป็น3สถาบัน ได้แก่
    • นิติบัญญัติ(เน่ยสื่อเสิ่ง) ร่างกฎหมาย มีอัครมหาเสนาบดีฝ่ายขวาเป็นประมุขสูงสุดของสถาบัน
    • ตรวจสอบ(ซั่งซูเสิ่ง) ตรวจสอบการทำงานของรัฐและข้าราชการ มีผู้ตรวจราชการแผ่นดินเป็นประมุขสูงสุดของสถาบัน
    • บริหาร(เหมินเซี่ยเสิ่ง) บริหารประเทศ ควบคุมกระทรวงต่างๆ
  • กระทรวงมี6กระทรวง ดังนี้
    • มหาดไทย(ลี่ปู้) ดูแลข้าราชการ
    • การคลัง(หมินปู้) ดูแลประชากรและการคลัง
    • วัฒนธรรม(หลี่ปู้) ดูแลจารีตและการศึกษา
    • กลาโหม(ปิงปู้) ดูแลการทหาร
    • ยุติธรรม(สิงปู้) ดูแลกฎหมาย
    • โยธา(กงปู้) ดูแลการก่อสร้าง
  • สภามี2สภา คือ
    • วุฒิสภา มี120คน มาจากการสรรหาโดยแต่ละท้องถิ่นส่งชื่อเข้ามาแล้วเอามาคัดทีหลัง
    • สภาอำมาตย์ มี80คน ทั้งหมดแต่งตั้งโดยจักรพรรดิ มีอำนาจในการสรรหาจักรพรรดิในกรณีที่จักรพรรดิพระองค์ก่อนไม่ได้แต่งตั้งรัชทายาทไว้ และข้าราชการชั้นสูงสุดทั้งสามตำแหน่ง
  • ฝ่ายตรวจสอบมี2ส่วนหลักๆ ได้แก่
    • ศาล ใครทำผิดขึ้นศาลฎีกาเพียงศาลเดียว ถ้ายังเห็นว่าไม่ยุติธรรม ก็ให้ผู้ตรวจฯเป็นคนตัดสิน ถ้ายังไม่พอใจก็ให้ถวายฎีกา
    • องค์กรอิสระในการตรวจสอบรัฐ เป็นคณะกรรมการ คณะละ10คน มีคณะทำหน้าที่ตรวจสอบการทุจริตและฟอกเงิน คณะที่ตรวจสอบการสมัครเข้ารับราชการ และคณะที่ตรวจสอบการใช้งบประมาณ รวม3คณะ

เขตการปกครอง[แก้ไข]

มีการปกครองเป็น3ชั้น

  • มณฑล(โจว)มีพื้นที่4,000ตารางลี้ขึ้นไปและมีประชากร700,000คนขึ้นไป(ต้องทั้งสองอย่าง)มีเมืองใต้ปกครองหลายๆเมือง(มี13มณฑล)
  • เมือง(จวิ้น)มีประชากร80,000คนขึ้นไป มีอำเภอใต้ปกครองหลายๆอำเภอ
  • อำเภอ(เซี่ยน)เป็นเขตการปกครองที่เล็กที่สุดในระบบการปกครองของต้าฉี

บรรดาศักดิ์[แก้ไข]

บรรดาศักดิ์ ศักดินา จำนวนเสนาบดี จำนวนกองทหารในฐานานุรูป หมายเหตุ
อ๋อง 1มณฑล 5คน(จักรพรรดิทรงแต่งตั้งทั้งหมด) 4กอง มีอ๋องได้แค่5คน
กง 100ตารางลี้ 3คน(จักรพรรดิทรงแต่งตั้งทั้งหมด) 3กอง มีกงได้แค่8คน
โหว มีโหวได้20คน
ปั๋ว 70ตารางลี้ 3คน(จักรพรรดิทรงแต่งตั้งทั้งหมด) 2กอง -
จื่อ 50ตารางลี้ 2คน(จักรพรรดิทรงแต่งตั้ง1คน) 1กอง -
หนาน บรรดาศักดิ์ต่ำสุด

บรรดาศักดิ์แบบนี้มีใช้ในประเทศจีนยุคโบราณ และสมัยหลังจากนี้

ผู้ทำความดีความชอบมากจะได้รับการปูนบรรดาศักดิ์ หรือถ้ามีบรรดาศักดิ์อยู่แล้วก็จะได้รับการพิจารณาเพื่อเลื่อนบรรดาศักดิ์ให้สูงขึ้น

เศรษฐกิจ[แก้ไข]

ดีพอสมควร จักรวรรดิต้าฉีส่งออกข้าวเป็นสินค้าหลัก และยังส่งออกลัทธิขงจื๊อไปยังเกาเหลาด้วย จักรวรรดิต้าฉีใช้ระบบการเงินแบบเดียวกับจีนโบราณ ใช้สกุลเงินจื๊อ ให้1จื้อเท่ากับ200อีแปะ เงินสกุลนี้เป็นที่ยอมรับในเอเชยตะวันออกยกเว้นเยลโล่ซัน เพราะเยลโล่ซันล้มระบบการเงินไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว จึงใช้การแลกของในการค้าขายกับเยลโล่ซัน มี่ต้าฉีมีการขุดคลองอีก2สาย สายหนึ่งเชื่อหางโจวกับแม่น้ำจูเจียง(ซีเจียงหรือแม่น้ำมุก)ต่อไปถึงแม่น้ำโขงเพื่อที่จะเชื่อมกับเยลโล่ซัน อีกสายหนึ่งเชื่อมปักกิ่งกับแม่น้ำยาลู่เจียง ต่อไปถึงแม่น้ำเหลียวเพื่อเชื่อมจีนเข้ากับเกาเหลา เพื่อให้ค้าขายได้สะดวกและมีความสะดวกสะบายในการเดินทางมากยิ่งขึ้น จึงเป็นเหตุให้เกิดข้อพิพาททางการค้ากับเยลโล่ซันจนทำให้เกิดสงครามของก๊อปในราชวงศ์ต่อมา

สังคม[แก้ไข]

สังคมของต้าฉีนั้นก็เหมือนจีนโบราณ ประชาชนอยู่อย่างมีความสุขเพราะผู้ปกครองเปี่ยมด้วยคุณธรรม ไม่ใช้กองทัพพร่ำเพรื่อ ส่งเสริมการศึกษาและศิลปะวัฒนธรรม ทำให้สังคมอยู่เย็นเป็นสุข รัฐขออะไรประชาชนก็ให้ความร่วมมือ ประชาชนรักษากฎหมายมาก จนทำให้ในแต่ละปีมีผู้ทำผิดกฎหมายที่ต้องถูกลงโทษไม่มากนักหรือบางปีก็ไม่มีเลย

ศิลปะและวัฒนธรรม[แก้ไข]

รัฐบวมจีนยุคนี้ส่งเสริมช่างฝีมือมาก ทำให้ช่างเหล่านี้ทำผลงานชิ้นงามมานับครั้งไม่ถ้วน และมีคนได้เป็นศิลปินแห่งชาติมากมาย คนเหล่านี้องค์จักรพรรดิผู้เปี่ยมด้วยความเมตตาก็ได้เก็บคนเหล่านี้ไว้เป็นข้าราชการในกระทรวงวัฒนธรรม เพื่อช่วงส่งเสริมศิลปะวัฒนธรรมต่อไป ส่วนลัทธิขงจื๊อที่ตั้งแต่ปฏิวัติชินไห่มาก็ไม่เคยเฟื่องฟูเหมือนเก่า ในช่วงหลังถึงแม้จะถูกฟื้นฟูขึ้นมาบ้างก็ไม่เฟื่องฟูดังเดิมจนกระทั่งถึงสมัยฉี จักรพรรดิราชวงศ์ฉีทรงส่งเสริมลัทธิขงจื๊ออย่างเอาการเอางาน เพื่อที่จะนำเอาหลักขงจื๊อมาใช้บริหารบ้านเมือง ทำให้ลัทธิขงจื๊อกลับมาเฟื่องฟูอีกครั้ง

การศึกษา[แก้ไข]

จักรพรรดิแห่งต้าฉีทรงส่งเสริมการศึกษาเป็นอย่างมาก โดยทรงจัดให้มีการศึกษาฟรี ทำให้คนทั้งประเทศรู้หนังสือมากขึ้น และในการเข้ารับราชการของใครก็ตาม ก็จะมีการสองจอหงวนเพื่อทดสอบความรู้ในการเข้ารับราชการ เป็นเหตุให้ประชาชนมีความกระตือรือร้นในการศึกษา

การทหาร[แก้ไข]

ในยุคนี้การทหารของจีนเสื่อมลงมากจากไฟสงครามและความอิ่มตัวของเทคโนโลยี ทางต้าฉีจึงให้ประชาชนทุกคนฝึกทหารเพื่อที่จะให้สามารถเกณพ์ทหารเท่าไหร่ก็ได้และมีระเบียบวินัยอยู่เสมอ จนกระทั่งถึงสมัยของจักรพรรดิฉีเสินจง เกิดการซื้อขายตำแหน่งข้าราชการ และใช้เงินยัดคนขี้เกียจที่เป็นลูกตัวเองเข้าในกองทัพ ทำให้การทหารเสื่อมทรุด จนกระทั่งในสมัยจักรพรรดิองค์ต่อมาคือพระเจ้าฉีกวางจง การทหารจึงถูกฟื้นฟูขึ้นมาอีกครั้ง

สงครามครั้งสำคัญ[แก้ไข]

ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ[แก้ไข]

มีความสัมพันธ์ที่ดีเป็นอย่างยิ่งกับจักรวรรดิจีนทั้งห้าในช่วงสงครามโลกครั้งที่ห้า เป็นทั้งพันธมิตรทางทหารและเศรษฐกิจ ทำให้แม้ไม่รวมตัวกันก็เหมือนรวมเป็นหนึ่งเดียว แต่การที่ต้าเจ้าโค่นต้าจิ้นลงในเวลาต่อมานั้นทำให้ดุลอำนาจในจีนเปลี่ยนไป และนำทางไปสู่การรวมชาติของจีนในที่สุด นอกจากนี้ยังเป็นพันธมิตรที่เหนียวแน่นกับเยลโล่ซันและเกาเหลาที่มีการเมียคล้ายๆกันอีกด้วย

จักรพรรดิ[แก้ไข]

มีจักรพรรดิ8พระองค์ ครองอำนาจทั้งหมด69ปี ดังนี้

# ราชทินนาม พระนามเดิม ระยะเวลาที่ปกครอง เหตุการณ์สำคัญ
1 ฉีไท่จู เจียงเสี่ยวไป๋ 2141-2150 สถาปนาจักรวรรดิต้าฉีโดยเลื่อนสถานะจากแคว้น
เป็นพันธมิตรกับเยลโล่ซันและเกาเหลา
2 ฉีไท่จง เจียงมู่อี๋ 2150-2168 รวมแผ่นดินจีน
3 ฉีเกาจง เจียงฉงเค่อ 2168-2174 เริ่มนโยบายให้ประชาชนต้องฝึกทหารทุกคน
4 ฉีหมินจง เจียงเซียนจั่ว 2174-2185
5 ฉีอู่จง เจียงเหลียง 2185-2192
6 ฉีเสินจง เจียงเหอเซี่ยว 2192-2205 กองทัพอ่อนแอลง
7 ฉีกวางจง เจียงเหอเจี้ยน 2205-2210 ฟื้นฟูกองทัพให้แข็งแกร่งดังเดิม
8 ฉีซางจง เจียงเต๋อเหวิน 2210 ถูกยึดอำนาจ ราชวงศ์ฉีล่มสลาย เจ้าโกวเสินตั้งราชวงศ์เจ้าขึ้นแทนที่

การเมืองค่อนข้างกระท่อนกระแท่น ความพยายามในการกำจัดกังฉินเป็นเหตุให้จักรพรรดิหลายองค์ถูกปลงพระชนม์หลังครองราชย์ได้ไม่นาน เพราะพวกกังฉินเห็นว่าในระบอบอำมาตยาธิปไตยขุนนางมีอำนาจเหนือฮ่องเต้ แต่ความจริงแล้วไม่ แต่อย่างน้อยในหลายๆรัชกาลก็มีขุนนางที่ดีที่ช่วยส่งเสริมให้ฮ่องเต้เป็นคนดี ปกครองอย่างมีคุณธรรม

การล่มสลาย[แก้ไข]

ในสมัยพระเจ้าฉีเสินจง พระองค์มีความฟุ้งเฟ้อ เหล่าขุนนางฉ้อราษฎร์บังหลวง ขันทีกุมอำนาจ ทำให้เกิดการซื้อขายตำแหน่งข้าราชการขึ้น และยกเลิกนโยบายที่ประชาชนจะต้องฝึกทหารทุกคน พร้อมทั้งมีการปลดประจำการทหารเป็นจำนวนมาก เป็นผลให้กองทัพอ่อนแอ แม้ว่าในสมัยพระเจ้าฉีกวางจงผู้ทรงพระปรีชาสามารถมากกว่าที่ครองอำนาจสืบต่อมานั้นจะมีการฟื้นฟูกองทัพ เกณฑ์ทหารเพิ่มและฝึกทหารใหม่หมดเพื่อให้กองทัพมีระเบียบวินัย แต่ในตอนนั้นโลกกำลังเกิดสงครามโลกครั้งที่หก พระองค์จึงนำชาติเข้าสู่สงครามในฐานะพันธมิตรของเยลโล่ซัน สงครามทำให้ชาติที่ยังฟื้นฟูไม่เรียบร้อยดีนั้นยิ่งบอบช้ำ ทำให้พระเจ้าฉีกวางจงทรงเสียพระทัยมาก จนกระทั่งตรอมใจสวรรคต พระเจ้าฉีซางจงผู้ครองอำนาจต่อมานั้นไม่ปรีชาสามารถเท่าจึงสั่งทหารออกรบในแบบให้ทหารไปตาย ทำให้แม่ทัพเจ้าโกวเสินไม่พอใจจึงยกทัพเข้าเมืองหลวงแล้วจับพระเจ้าฉีซางจงสำเร็จโทษ พร้อมปราบดาภิเษกขึ้นเป็นจักรพรรดิแห่งต้าเจ้า ราชวงศ์ฉีจึงสิ้นสุดลงด้วยประการฉะนี้แล

โครง บทความเกี่ยวกับประเทศ เมือง หรือเขตการปกครองต่างนี้ยังเป็นโครง คุณสามารถช่วยไร้สาระนุกรมได้โดยเพิ่มข้อมูล