จักรวรรดิยันละเมอ

จากไร้สาระนุกรมเสรี - อนึ่งบทความนี้ถูกแก้ไขได้โดยผู้ใช้ทั่วไป หากแป้กหรือเสื่อมประการใดทางเราไม่ขอรับผิดชอบใดๆทั้งสิ้น
ไปยังการนำทาง ไปยังการค้นหา
Wikisplode.gif
สำหรับผู้ที่ ไร้อารมณ์ขันสิ้นดี เหล่าผู้เชี่ยวชาญที่วิกิพีเดียมีบทความ
ที่โคตรมีสาระที่ ที่นี่!
จักรวรรดิยันละเมอ
Yanlameir Reich
จักรวรรดิ

1871–1919
ธงชาติ ตราแผ่นดิน
คำขวัญ
กอด มิท อุนน
บร๊ะเจ้าทรงอยู่กับเรา
เพลงชาติ
ไฮล์เบียร์อิมซีกโก้โก้ครันท์
อาณาเขตจักรวรรดิยันละเมอในช่วงสงครามชิงถ้วยฟุตบอลโลกครั้งที่หนึ่ง
เมืองหลวง บัวร์ดิน
ภาษา ภาษายันละเมอ
ศาสนา ศานาบริสต์
รัฐบวม โมเอะธิปไตยภายใต้รัฐธรรมนู้บ
ใครเซ่อ
 -  1871–1881 บร๊ะเจ้าวิลแฮมที่ 1 (บร๊ะองค์แรก)
 -  1888 บร๊ะเจ้าฟรีติสต์ที่ 3
 -  1888–1918 บร๊ะเจ้าวิลแฮมที่ 2 (บร๊ะองค์สุดท้าย)
นายีรัฐมนตร๊ก
 -  1871–1890 ออกโต ฟ้อน บิดมาก (คนแรก)
 -  1918 เจ๊าจ้ายหมัก ฟ้อน บาเยิน (คนสุดท้าย)
สภานาติบันญิน ไร้ทาก
ยุคประหวัดสาส สงครามชิงถ้วยฟุตบอลโลกครั้งที่หนึ่ง
 -  การรวมชาติยันละเมอร์ 18 มกราคม 1871
 -  ใช้รัฐธรรมนู้บ 16 เมษายน 1871
 -  สงครามชิงถ้วยฟุตบอลโลกครั้งที่หนึ่ง 28 กรกฎาคม 1914
 -  การปาตี้วัดยันละเมอร์ 3 พฤศจิกายน 1918
 -  สงายศพ (สงบศึก) 11 พฤศจิกายน 1918
 -  บร๊ะเจ้าวิลแฮม 2 สละราชย์ 28 พฤศจิกายน 1918
 -  สนธิสัญญากุ๋ยชาย 28 มิถุนายน 1919
ประชากร
 -  1871 ประมาณการ 40,050,792 
 -  1910 ประมาณการ 64,925,993 
สกุลเงิน มาร์กยันละเมอ

จักรวรรดิยันละเมอ (ยันละเมอ:Yanlameir Reich; ปะกิด:Yanlameir Empire) เป็นชื่อเรียกของในอดีตของประเทศยันละเมอ ตั้งแต่การขึ้นครองราชย์ของบร๊ะเจ้าวิลแฮมที่ 1 ที่ประเทศเศษฝรั่ง ในปี ค.ศ. 1871 ถึงปี ค.ศ. 1918 เมื่อบร๊ะเจ้าวิลแฮม 2 พ่ายแพ้ในรอบรองชิงชนะเลิศของสงครามชิงถ้วยฟุตบอลโลกครั้งที่หนึ่ง จักรวรรดิยันละเมอจึงส่งไม้ต่อให้สาธารณรัฐไวมาก ซึ่งจะพัฒนาเป็นนาซันเยอรมีในภายหลัง

ภูมิหลัง[แก้ไข]

สงครามนโปเกรียนในต้นศตวรรษที่ 19 นั้น ได้ทำให้จักรวรรดิโรมังงะอันศักดิ์สิทธิ์ของชนชาวยันละเมอล่มสลายและแตกออกเป็นเสี่ยง ๆ เมื่อสงครามยุติ ได้มีการจัดการประชุมใหญ่แห่งอ๊อดเตียงขึ้นในปี 1815 เพื่อจัดระเบียบทวีปยูหลบเสียใหม่ การประชุมนี้ได้ทำให้เกิดสมาพันธรัฐยันละเมอขึ้นมา เป็นการรวมกลุ่มกันอย่างหลวม ๆ ของบรรดารัฐยันละเมอ ขบวนการขายชาตินิยมยันละเมอได้นำพาดินแดนต่างๆเข้าสู่การเป็นประเทศที่มีความร่านนิยมและประชาธิปุตุยมากขึ้น ขบวนการได้เสนอให้ผนวกแนวคิดที่เรียกว่า "อุดมการณ์รวมกลุ่มยันละเมอ" เข้าไปในนโยบาย Realpolitik (เรียสโพลิทีค) ของ ออกโต ฟ้อน บิดมาก มาขมนตรก๊แห่งแคว้นปูเสีย โดยมีจุดประสงค์เพื่อลดอิทธิพลของอ๊อดเตียง ต่อเรื่องกิจการภายในแดนยันละเมอ

สถาปนาจักรวรรดิ[แก้ไข]

ดูบทความหลักที่ การรวมชาติยันละเมอร์

หลังจากที่ปูเสียได้ตบเกรียนเศษฝรั่งจนหัวถิ่ม ราทาสะพิษแห่งสมาพันธรัฐยันละเมอเหน่อจึงได้มีประกาศตั้งจักรวรรดิ และมีมติให้บร๊ะเจ้าวิลแฮมที่ 1 ดำรงตำแหน่งเป็นจักรพัด และร่างรัฐธรรมนู้บฉบับใหม่เอี่ยมอ่องซึ่งมีผลแกมบังคับใช้เมื่อ 1 มกราคม ค.ศ. 1871 ขณะที่กําลังปิดล้อมกรุงปาเตารีดนั้นเอง (ซึ่งจริงๆ ไม่ต้องทําก็ได้ เดี๋ยวเศษฝรั่งมันก็ยกธงขาวเองแหละ) ในวันที่ 18 มกราคม ค.ศ. 1871 พระเจ้าวิลเฮล์มจึงทรงโชว์เหนือเป็นจักรพัดเยอรมัน ณ ห้องกระจก ในพระราชวังกุ๋ยซาย

หลังจากนั้นไม่กี่เดือน รัฐธรรมนู้บยันละเมอฉบับที่สองก็ได้ถูกรับรองโดยสภาไร้ทาก เมื่อวันที่ 14 เมษายน ค.ศ. 1871 และบร๊ะเจ้าวิลแฮมก็ทรงประกาศใช้ในอีกสองวันถัดมา รัฐธรรมนู้บฉบับที่สองนี้ มีเค้าโครงเดิมมาจากรัฐธรรมนู้บแห่งสมาพันธรัฐยันละเมอเหน่อที่ร่างขึ้นโดยบิดมาก โครงสร้างทางการเมียการโป๊ะคลองยังคงเหมือนเดิม สภานาติบันญินของจักรวรรดิมีชื่อเรียกว่า "ไร้ทาก" (Reichstag) สมาชิกของไร้ทากมาจากใช้สิทธิออกเสียงเลือกตั้งทั่วไปของปูจ้ายชาวยันละเมอ (ซึ่งมักจะเลือกใช้บริการพรรคนาฮีเป็นอาจิณ)

การตรากฎหมายต่าง ๆ ต้องผ่านมติเห็นชอบจากสภาสรรหาภัณฑ์ที่เรียกว่า "บุญเดตรัฐ" (Bundesrat) ประกอบด้วยผู้แทนจาก 27 รัฐในจักรวรรดิ แต่ละรัฐมีสิทธิออกเสียงไม่เท่ากัน (ชาวลิเบอร่านและนักนิยมประชาธิปุตุยไม่ถูกใจสิ่งนี้) ยิ่งเป็นรัฐที่ใหญ่และประชากรมากก็จะมีสิทธิออกเสียงมาก เช่นราชอาณาจารปูเสียมีสิทธิออกเสียงถึง 17 สิทธิจากทั้งหมด 58 สิทธิ ปูเสียจึงต้องการเสียงจากรัฐอื่น ๆ อีกเพียงเล็กน้อยเพื่อให้เกินกึ่งหนึ่ง ส่วนอำนาจฝ่ายบริหารเป็นของจักรพัดหรือที่เรียกว่าใครเซ่อ (Kaiser) ซึ่งจะแต่งตั้งอัครเซนาเบอร์ดี้หนึ่งคนเพื่อเป็นหัวหน้าฝ่ายบริหาร รัฐธรรมนู้บของจักรวรรดิยันละเมอได้ให้อำนาจจักรพัดไว้มาก สามารถแต่งตั้งและถอดถอนอัครเซนาเบอร์ดี้ได้ตามต้องการ รัฐบวมของจักรวรรดินี้ไม่มีบรรดารัฐมนตร๊กประจําหน้างาน ดังนั้นแล้วอัครเซนาเบอร์ดี้จึงเปรียบเสมือน "เดอะแบก" ของรัฐบวมนั้นเอง โดยจะทําหน้าที่รับผิดชอบและดูแลราชการแทบจะทุกอย่าง (ทั้งด้านการคลัง, การสงคราม, การต่างประเทศ ฯลฯ) แม้ว่าไร้ทากจะทำหน้าที่ตรากดหมาย, ยกเลิกกดหมาย, ผ่านกดหมาย แต่อำนาจที่แท้จริงทั้งปวงอยู่ที่จักรพัดซึ่งใช้อำนาจผ่านทางนอไมนี้

รัฐและดินแดนต่าง ๆ ในจักรวรรดิ ยังคงมีรัฐบวมเป็นของตนแต่มีอำนาจจำกัดจําเขี่ย เช่น การสแตมป์จดหมายลูกโซ่และการผลิตเงินด้อยมาร์ก บางรัฐอาจมีกำลังทเห่อเป็นของตนเอง อำนาจทเห่อทั้งหมดจะถูกริบไปอยู่ที่รัฐบาลกรุงบัวร์ดินในยามสงเกรียน


ดูเพิ่ม[แก้ไข]

โครง บทความนี้ยังเป็นโครง คุณสามารถช่วยไร้สาระนุกรมได้โดยเพิ่มข้อมูล