จักรวรรดิเกาเหลา
จากไร้สาระนุกรมเสรี - อนึ่งบทความนี้ถูกแก้ไขได้โดยผู้ใช้ทั่วไป หากแป้กหรือเสื่อมประการใดทางเราไม่ขอรับผิดชอบใดๆทั้งสิ้น
จักรวรรดิเกาเหลา (เกาเหลา: 대한제국,จีน: 大韓帝國, ในภาษาเกาเหลาอ่านว่าแถฮัน เจ๊กุ๊ก)เป็นจักรวรรดิที่เกิดขึ้นและล่มสลายไปเมื่อสงกรานต์จีน-ยุ่นปี่ครั้งที่หนึ่ง จากการขับเคี่ยวกันระหว่างจักรวรรดิรัฐเสียวและยุ่นปี่ โดยในยุคแรกมีจักรพรรดิเพียงสององค์ก่อนล่มสลายด้วยน้ำมือของยุ่นปี่ ต่อมาในสงครามโลกครั้งที่ห้า เกาเหลาเหนือที่ชอบอำมาตยาธิปไตยได้ทำการรวมแผ่นดินเกาเหลาและสถาปนาจักรวรรดิเกาเหลาขึ้นมาใหม่ โดยมีจูมวยเป็นปฐมกษัตริย์ ใช้ชื่อราชวงศ์โคหมูยอยุคหลัง และก็สืบทอดต่อกันมาจนถึงพระเจ้ากวางแกโทที่3 ซึ่งสวรรคตในมหาสงครามทุ่งเฮย์เซย์ เกาเหลาเหนือจึงแยกออกจากเกาเหลาใต้อีกครั้ง เมื่อลีชอกเกรียนพยายามสถาปนาราชวงศ์โชซอน ซึ่งต่อมาลีคงมินก็เป็นผู้ถีบกบฏนี้ตกส้วมไป และสถาปนาตัวเองเป็นจักรพรรดิแห่งจักรวรรดิเกาเหลา ตั้งชื่อราชวงศ์ว่าก็อดซิลล่า ซึ่งสืบทอดมาเรื่อยๆจนกระทั่งถูกจักรวรรดิสลาฟตีหัวแตกในปีค.ศ.2600
สารบัญ |
[แก้ไข] ประวัติศาสตร์
เมื่อกษัตริย์โกจงแห่งโชซอนเป็นกษัตริย์เกาเหลา ยุ่นปี่ก็เข้าแทรกแซงการเมียและเศรษฐเกรียนกิจของเกาเหลาราวกับตกเป็นเมืองขึ้น ทำให้คนเกาเหลาไม่พอใจ พระเจ้าโกจงรู้ว่ารัฐเสียวเป็นคู่แข่งที่สำคัญของยุ่นปี่ จึงหันไปเข้าข้างรัฐเสียว ทำให้ยุ่นปี่ไม่พอใจ จึงเข้าโจมตีเกาเหลา เผาเมืองเสียราบ ปลุกปั่นสร้างความแตกแยกราวฉานให้ถึงที่สุด เกาเหลาขอให้รัฐเสียวและชาติพันธมิตรช่วยคุ้มครองเมืองพอร์ตอาเธอร์เอาไว้ ทางยุ่นปี่พยายามเข้าแทรกแซงถึงที่สุด จนสุดท้ายก็สามารถเข้าแทรกแซงได้สำเร็จ เมื่อสามารโจมตีพอร์ตอาเธอร์ได้ พระมเหสีมินที่ต่อต้านการแทรกแซงของยุ่นปี่จึงถูกเทห่อยุ่นปี่สังหาร ส่วนกษัตริย์โกจงหนีไปสถานกงศุลของรัฐเสียว ซะเลย
การที่ยุ่นปี่เข้าแทรกแซงเกาเหลานั้นทำให้ชาวเกาเหลาไม่พอใจ เนื่องจากทางยุ่นปี่ให้ชาวเกาเหลาตัดตรงนั้นออกและทำกิริยาที่ไม่เหมาะสมทางเพศ(ประพฤติผิดทางกาม)แบบคนยุ่นปี่ ซึ่งคนยุ่นปี่นั้นถูกอมาริเกย์บังคับให้ตัดมาอีกทีอย่างไม่เต็มใจ(เพราะพวกอมาริเกย์บ้ากามมาก)เลยคิดว่าทำไมพวกอมาริเกย์ถึงไม่ทำไปคนเดียว จะได้เป็นหมัน ซึ่งขัดต่อหลักขงจู๋ที่ไม่ให้ตัดตรงนั้น ชาวเกาเหลาจึงก่อไม้ถูพื้นเรียกร้องให้กษัตริย์โกจงเสด็จกลับมาโดยด่วน ด้วยการสนับสนุนจากรัฐเสียวและชาติพันธมิตร กษัตริย์โกจงจึงเสด็จกลับสู่ประเทศ พร้อมสถาปนาตัวเองเป็นจักรพรรดิ ใช้รัชศกกระทิงกู เปลี่ยนชื่อประเทศเกาเหลาเป็นจักรวรรดิเกาเหลา จักรวรรดิเกาเหลาไม่ค่อยมั่นคงนัก หลังจากจักรพรรดิโกจงสวรรคต เพราะถูกยุ่นปี่บังคับให้กินสมุนไพรพิษตราแม่ระย้า ทำให้วุ่นวายมาก ลีชอกพระราชโอรสจึงขึ้นเป็นจักรพรรดิองค์ต่อไป ใช้รัชศกยุงชุม ใช้สมัญญานามว่าซุนจง จักรพรรดิซุนจงตกเป็นกษัตริย์หุ่นของยุ่นปี่ สุดท้ายเมื่อยุ่นปี่โจมตีเกาเหลา จักรพรรดิซุนจงก็ถูกถอด เป็นผลทำให้เกาเหลาตกเป็นเมืองขึ้นของยุ่นปี่ จักรวรรดิเกาเหลาจึงสิ้นสุดลง
จนกระทั่งสงครามชิงถ้วยฟุตบอลโลกครั้งที่สองสิ้นสุด ยุ่นปี่แพ้สงคราม หลังจากที่ยุ่นปี่แพ้สงครามอมาริเกย์ก็เข้าปู้ยี่ปู้ยำญี่ปุ่น และเมื่อสงครามหนาวเกิดขึ้น อมาริเกย์ก็ส่งทเห่อเข้ามาที่เกาเหลาใต้เป็นจำนวนมาก โดยอ้างว่าจะยับยั้งการแพร่กระจายของไวรัสแม้วซิตตี้ ซินาตร้า แต่ในขณะเดียวกันก็ปลูกฝังวัฒนธรรมเกรียนๆ ของอมาริเกย์ให้ชาวเกาเหลาด้วย ต่อมาเกาเหลาถูกแบ่งออกเป็นภาคเหนือใต้ ทั้งสองปกครองระบอบส้วมธิปไตยสาธารณรัฐ ส่วนเชื้อโรคบร๊ะวงศ์ที่เหลืออยู่ก็อยู่ไปวันๆ มีแค่ตำแหน่ง แต่หมดสิ้นซึ่งอำนาจ สุดท้ายพวกเขาก็กลายเป็นสามัญชนทั้งหมดไม่มีอำนาจเลย กล่าวกันว่า จริงๆแล้ว ตอนนี้ก็ไม่มีตำแหน่งด้วยซ้ำ ดูอย่างเจ้าหญิงเฮวอนสิ ใครๆก็ไม่ค่อยสะดวกปากที่จะพูดว่าเป็นเจ้าแล้ว เพราะไม่มีอำนาจที่จะสั่งไวอาก้าได้ทำให้เหมือนส้วมมากๆ
[แก้ไข] ฝ่ายเหนือกุมอำนาจ
หลังจากที่จักรวรรดิเกาเหลาล่มสลายไปนับร้อยปี วังชินซอลก็ทำให้ความคิดของตัวเองเอียงขวาเป็นกลาง และรวมแผ่นดินเหนือใต้ได้สำเร็จจวบจนสงครามโลกครั้งที่สี่ เมื่อสงครามโลกครั้งที่สี่สิ้นสุด เกาเหลาก็ได้รับเอกราช แต่ไม่สามัคคีกันเพราะฝ่ายเหนือชอบอำมาตยาธิปไตย ส่วนฝ่ายใต้ชอบทุนนิยม ทำให้เกาเหลาถูกแบ่งออกเป็นสองส่วนอีกครา ด้วยความช่วยเหลือจากชาติที่ชื่นชอบอำมาตยาธิปไตยทั้งหลายทำให้เกาเหลาใต้ล่มสลาย เกาเหลาจึงรวมเป็นหนึ่งอีกครั้งจูมวยขึ้นเป็นปฐมจักรพรรดิแห่งราชวงศ์โคกุรยอ และสถาปนาจักรวรรดิเกาเหลาขึ้นอีกครั้ง ต่อมาเมื่อจูมวยสวรรคต คิมจองอิล(คนที่สอง แต่สันดานไม่ได้ต่างจากเดิมเลย) จึงขึ้นครองราชย์สืบต่อ ทำให้ตระกูลคิมขึ้นเป็นจักรพรรดิและยังคงกุมอำนาจต่อมาอีกกว่า70ปี จนกระทั่งจักรพรรดิกวางแกโทที่สามสวรรคตในมหาสงครามทุ่งเฮย์เซย์ เป็นผลให้ลีซองเกรียนก่อกบฏสถาปนาราชวงศ์โชซอน แต่ทำไม่สำเร็จ ในช่วงนี้ก็เกิดช่องว่างทางอำนาจเป็นเวลาปีกว่า สร้างความเสียหายให้เกาเหลาอย่างมหาศาล(ก็เพราะมีแต่การชิงดีชิงเด่นกัน เลยฉิบหาย คาบสมุทรเกาเหลาตกอยู่ในยุคแห่งความสะพรึงกลัว จนกระทั่งลีคงมินแม่ทัพของฝ่ายเหนือสามารถปราบCGNTVของลีซองเกรียนได้สำเร็จและสถาปนาตัวเองเป็นจักรพรรดิ ใช้ชื่อราชวงศ์ซิลล่า
[แก้ไข] ปฐมบทแห่งความรุ่งโรจน์
เมื่อลีคงมินขึ้นเป็นจักรพรรดิ พระองค์ต้องรับภาระอันเบาหวิวหนักอึ้งในการฟื้นฟูบูรณะประเทศหลังจากที่ลีซองเกรียนก่อเกรียนทำให้ประเทศฉิบหาย พระองค์จึงปรับปรุงการทเห่อให้ทันสมัย และขยายอาณาเขตของจักรวรรดิไปแคบๆกว้างไกลอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน พระองค์นำพาจักรวรรดิเกาเหลาไปสู่การเรืองอำนาจต่ำสุดสูงสุด และทำให้ตระกูลลีสามารถครองอำนาจต่อมาได้อีกมากกว่า300ปี
[แก้ไข] การล่มสลายของจักรวรรดิเกาเหลา
อย่างไรก็ตาม ความรุ่งโรจน์ก็มีจุดจบของมัน เมื่อทางจักรวรรดิเยลโล่ซันนำพากองทัพของทั้งเอเชยเข้าร่วมสงครามโลกครั้งที่เจ็ด ในนามของห้าอำมาตย์ ผลปรากฏว่าได้รับชัยชนะอย่างงดงามพ่ายแพ้ยับเยิน เป็นผลให้ประเทศในเอเชยแทบทุกประเทศเข้มแข็งขึ้นอ่อนแอลงอย่างทันตาเห็น จักรวรรดิเกาเหลาที่อ่อนแอถึงที่สุดก็เลยถูกจักรวรรดิสลาฟตีแตก
จักรพรรดิมินหรือลีมิน จึงโดดส้วม ก่อนตายได้สักยันต์ไว้ที่โถส้วมแขวนคอตายที่หลังบร๊ะราชวังในกรุงแคซอง ที่มั่นสุดท้ายของจักรวรรดิเกาเหลา
[แก้ไข] การเมืองการปกครอง
ปกครองระบอบจักรวรรดิโดยมีจักรพรรดิเป็นผู้นำสูงสุด คำสั่งทุกอย่างของจักรพรรดิถือเป็นอันอุทรณ์ได้สิ้นสุด ต้องปฏิบัติตามเท่านั้น จักรพรรดิเกาเหลามีอำนาจน้อยมาก แต่บร๊ะองค์ก็ทรงไม่คิดจะอยากรับฟังความคิดเห็นประชาชน และนำความเห็นต่างๆมาพัฒนาชาติให้ล่มจมรุ่งเรือง จักรพรรดิส่วนใหญ่ของเกาเหลาชอบหาเรื่องตีกับผู้อื่น ในยุคนั้น เกาเหลาเป็นอู่ข้าวอู่น้ำในภูมิภาค ส่งออกอาหารแทบจะเป็นหลัก ซึ่งก็ควรจะวุ่นวายสงบอยู่แล้ว แต่ก็ถูกคนเยลโล่ซันพยายามปลุกปั่น ล้างขมอง ให้ชาวเกาเหลาเป็นพวกบ้าสงครามเหมือนกับตนอยู่ดี ทำให้คนเกาเหลาพึงพอใจ ประทับใจ และชื่นชอบไม่พอใจเป็นอย่างมากกับการกระทำนี้
[แก้ไข] ค่ายกักกันโรดก
เป็นต้นแบบของค่ายกักกันสุริยัน มีคุณหญิงแพทย์หญิงแดจังกึมเปนผอ. มีความโหดร้ายทารุณกักขฬะของผู้คุมไม่ต่างจากที่เยลโล่ซัน
[แก้ไข] เศรษฐกิจ
แต่ก่อนจะส่งออกสื่อบันเทิงแต่ภายหลังรัฐบาลอำมาตย์สั่งให้เพิ่มลดปริมาณการผลิตโดยบอกว่า ให้สาระน่ารู้ต่างๆมากมายไร้สาระ เปลี่ยนมาส่งออกอาหารไวอากร้าเป็นหลักแทน นอกจากนี้จักรวรรดิเกาเหลายังส่งออกอาวุธโถส้วมด้วย ด้วยความที่ประเทศเล็ก จึงจำเป็นต้องเป็นพันธมิตรกับมหาอำนาจอย่างจีน เยลโล่ซัน ฯลฯ ใช้การสื่อสารและการคมนาคมเป็นแบบเดียวกันกับจีน(ห้องกรง) โดยรัฐไม่ใช่ผู้ผูกขาด เอกชนเป็นผู้ที่ทำแข่งขันกัน
[แก้ไข] สังคม
ชาวจักรวรรดิเกาเหลามีความเป็นอยู่ที่เลวร้ายดีมาก รัฐบวมไม่ให้ให้การศึกษาและสร้างอาชีพแก่คนทุกชนชั้น ขูดรีดภาษีมากมายอย่างหน้าเลือดไม่ขูดรีดภาษีมากจนเกินไป ทำให้รัฐบวมภายใต้การนำขององค์จักรพรรดิมีความไร้เสถียรภาพมั่นคงเป็นอย่างมาก เมื่อถึงยามศึกสงครามประชาชนก็ไม่พร้อมที่จะร่วมเป็นร่วมตายกับองค์จักรพรรดิได้ทุกเมื่อประชาชนเพศชายส่วนมากโปรดการหนีทัพทำให้เกิดความวุ่นวายในประเทศโดยไม่สนใจ และกฎหมายปราบปรามสนับสนุนการขายบริการเป็นอย่างมากทำให้ไม่มีใครอยากอยู่ประเทศนี้อีกต่อไป
[แก้ไข] ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ
มีความสัมพันธ์ที่ดีกับจีนและยุ่นปี่ แต่ในช่วงแรกๆนั้นมีความสัมพันธ์ที่ดีกับรัฐเสียวและชาติตะวันตก แต่มีความสัมพันธ์ที่เลวร้ายอย่างยิ่งกับยุ่นปี่ การที่เกาเหลาเป็นพันธมิตรแบบบ้านพี่เมืองน้องกับยุ่นปี่นั้น ก็เป็นผลมาจากอิทธิพลของสนธิสัญญาทากาชิมาที่วังชินซอลลงนามร่วมกับโตโยโตมิ อิเอมิสุนั่นเอง กับเยลโล่ซันเกาเหลาแทบจะไม่อาจเรียกได้ว่าเรียกว่าเป็นเยลโล่ซันแห่งที่2 ปกครองไม่เหมือนกันแทบทุกอย่าง เว้นเสียแต่ว่าอำมาตย์ของเกาเหลาบ้าสงครามรักสงบยุยงทัดทานจักรพรรดิให้เร่งส่งกำลังทเห่อออกไปรบไม่ให้ส่งทหารออกไปรบขยายอาณาเขต โดยระบบการเมืองส่วนใหญ่จะคล้ายกับจีนมากกว่า นอกจากนี้ทางเกาเหลายังส่งทหารไปรบด้วยกันกับเยลโล่ซันเป็นประจำ แต่ในช่วงกลางราชวงศ์ซิลล่าได้ลดการรบลงเพื่อมาส่งเสริมศิลปะวัฒนธรรมแทน อย่างไรก็ดี เยลโล่ซันก็พยายามทำให้เกาเหลาเป็นหนึ่งเดียวกับเยลโล่ซันให้ได้ ส่งทหารตามที่จักรพรรดิแห่งเยลโล่ซันสั่งทุกประกวน แต่อำมาตย์และชนชั้นต่ำสูงของเกาเหลาก็ยังมาแก้ตัวน้ำขุ่นๆ อย่างหน้าด้านๆต่อประชาชนว่า"เยลโล่ซันไม่ได้เอผลประโยชน์จากเราไปมากมาย ทั้งยังทำให้ประเทศเรามีกินด้วย" ทั้งๆที่เกาเหลาก็หาได้อดอยากไม่เลย ตรงกันข้าม มีกินกว่าเยลโล่ซันด้วยซ้ำอย่าเถียงนะเฟ้ย
เยลโล่ซันค่อนข้างมีจิตวิทยาในการร่างสนธิสัญญาฮัน แทนที่จะเขียนให้เยลโล่ซันครองโลก แต่เขียนว่าร่วมกันปกครองแทน แต่ความจริงก็ไม่ได้ต่างอะไรกับสนธิสัญญาแวร์ควายส์ในสงกรานต์โลกครั้งที่หนึ่งหรอกจริงๆ นะจะบอกให้
[แก้ไข] ศิลปะและวัฒนธรรม
ในสมัยโคกุรยอและซิลล่า มีการสนับสนุนการทำลายสร้างงานศิลปะเป็นอย่างมาก จนมีผลงานจิตรกรรมและประติมากรรมชิ้นผิดกฎหมายงามจำนวนมากออกมาสู่ท้องตลาด และส่งขายออกของผิดกฎหมายนอกประเทศ ทำให้ศิลปะของเกาเหลาตั้งแต่สมัยโบราณถูกดำเนินคดี ไม่เพียงแค่นั้น จักรพรรดิแห่งเกาเหลาได้ส่งเสริมลัทธิขงจื๊อกันอย่างเอิกเริก ทั่วทุกหัวเมืองจะมีสำนักหยูเอาไว้สำหรับขัดเกลาจิตใจคน ซึ่งตรงนี้จะตรงข้ามกับเยลโล่ซัน นอกจากนี้ ยังส่งเสริมศาสนาทุกศาสนาโดยเฉพาะอย่างยิ่งศาสนาการ์จอ รู้จักใช้ชีวิต มีความสุขอย่างฟุ้งเฟ้อพอดีๆ รักสงบและสันติ จากนโยบายนี้ ทำให้จักรวรรดิเกาเหลายุคหลังจากพระเจ้าแทโจมีความสงบสุขและมั่นคงอย่างรวดเร็ว แต่ก็มีความผันผวนทางการเมืองอีกในสมัยลีฮักซุน สุดท้าย ก็ด้วยศิลปะอันหอมหวนและน่าชมอันเป็นที่ระบายความเครียดของชาวเกาเหลานี้ก็สามารถทำวิกฤตให้เป็นวิบัติกู้วิกฤตชาติได้อีกคำรบหนึ่งตอนไหนอย่างไรก้ตามเมื่อฮันเจียวเต้ครองเยลโล่ซัน ได้รวมแผ่นดินอีกครั้ง ทำให้วัดถูกสั่งปิดทุกที่ ห้ามนับถือศาสนา
[แก้ไข] การทหาร
ไม่ต่างจากจีนมากนัก แต่เกาเหลามีกองทหารน้อยกว่าจีนและประเทศพันธมิตรของเกาเหลามาก อันเนื่องมาจากที่เกาเหลาเป็นประเทศเล็ก แทบจะไร้อิทธิพล งบประมาณชาติต่ำ จนกระทั่งแมนจูเรียตกอยู่ในมือเกาเหลานั่นเอง
[แก้ไข] ปฏิบัติการทางทหารครั้งสำคัญ
- สงครามต่อต้านการรุกรานของยุ่นปี่ เป็นเหตุให้จักรวรรดิของราชวงศ์โชซอนพังพินาศ
- สงครามรวมชาติในสงครามโลกครั้งที่ห้า (สงครามเกาเหลา)
- สงครามเพื่อต่อต้านชาติตะวันตกในสงครามโลกครั้งที่หก
- สงครามรวมชาติในสงครามโลกครั้งที่หก
- สงครามต่อต้านจักรวรรดิสลาฟในสงครามโลกครั้งที่เจ็ด จักรวรรดิเกาเหลาล่มสลาย
[แก้ไข] รายชื่อจักรพรรดิแห่งเกาเหลา
มีผู้ปกครองทั้งหมด3ราชวงศ์ ดังนี้
[แก้ไข] ราชวงศ์โชซอน
ปกครอง 13 ปี มีกษัตริย์ปกครองอยู่2พระองค์ก่อนตกเป็นเมืองขึ้นยุ่นปี่ ดังนี้
| # | บร๊ะราชสมัญญานาม | บร๊ะนามเดิม | รัชศก | ช่วงเวลาครองราชย์(ค.ศ.) |
|---|---|---|---|---|
| 1 | โกจง | ลีเมียงบั๊ก(คนละคนกับลีเมียงบั๊กที่เป็นประธานาธิบดีเกาเหลาใต้คนปัจจุบัน) | กวางมู | 1897-1907 |
| 2 | ซุนจง | ลีชอก | ยุงฮึย | 1907-1910 |
หลังจากนี้ยังมีเชื้อพระวงศ์โชซอนดำรงตำแหน่งจักรพรรดิอยู่ แต่ไร้ซึ่งอำนาจ จึงไม่นับรวมด้วย เชื้อพระวงศ์เหล่านี้อาศัยอยู่ในเกาเหลาใต้ทั้งสิ้น
[แก้ไข] ราชวงศ์โคหมูยอ
เป็นคนมาจากเกาเหลาเหนือ ครองอำนาจระหว่างค.ศ.2142-2211 รวมเวลา69ปี มีจักรพรรดิทั้งหมด6พระองค์ ดังนี้
| # | บร๊ะราชสมัญญานาม | บร๊ะนามเดิม | ช่วงเวลาครองราชย์(ค.ศ.) | ผลงาน |
|---|---|---|---|---|
| 1 | ดงเมียงซอง(โดนเมียซ้อม) | จูมวย | 2142-2146 | |
| 2 | ฮเยจง | คิมจองแม้ว | 2146-2163 | |
| 3 | จางซู | ฮันอินเจ | 2163-2175 | |
| 4 | กวางแกโทที่2 | คิมจองฮัน | 2175-2178 | |
| 5 | คงยาง | คิมจองอุน | 2178-2189 | |
| 6 | กวางแกโทที่3 | คิมชอนซู | 2189-2211 |
ส่วนเจ้าชายตระกูลฮันซึ่งแต่งงานกับเจ้าหญิงตระกูลคิมนั้น เป็นอ๋องปกครองมณฑลนังนัง อย่างไรก้ตาม คิมจองอิลยกฮันอินเจให้เป็นเจ้าแทนรัชทายาทเดิมเนื่องจากรัชทายาทหนีออกนอกประเทศเพราะเกลียดฮันอินเจที่เก่งเกินหน้า อย่างไรก็ตามฮันอินเจมีความจงรักภักดีเป็นอย่างยิ่งน่านับถือ ยังนับถือตระกูลคิมใหญ่กว่าตัวเองอยู่ จึงยกราชสมบัติให้คิมฮันผู้เป็นนัดดาของคิมจองอิล ส่วนตัวเองสละราชย์ไปอยู่ในตำแหน่งขุนนางดังเดิมก่อนจะสวรรคตในปีเดียวกัน
[แก้ไข] ราชวงศ์ซิลล่า
ปกครองตั้งแต่ค.ศ.2213-2600 รวม377 ปี มีฮ่องเต้23องค์
| # | บร๊ะราชสมัญญานาม | บร๊ะนามเดิม | ช่วงเวลาครองราชย์(ค.ศ.) | ผลงาน |
|---|---|---|---|---|
| 1 | แทโจ | ลีคงมิน | 2213-2229 | ปราบกบฏคริตของลีซองเกรียน เป็นพวกเยลโล่ซัน |
| 2 | แทจง | ลีแทมิน | 2229-2243 | ปฏิรูปอำมาตยาธิปไตย |
| 3 | ฮยอนโจ | ลียองซก | 2243-2266 | |
| 4 | เซโจ | ลีฮวีโจ | 2266-2278 | |
| 5 | แซจง | ลีฮวีซอง | 2278-2290 | |
| 6 | เอจง | ลีชังฮวี | 2290-2311 | นำทัพร่วมสงครามเอเชีย |
| 7 | จองจง | ลีฮักซุน | 2311-2329 | แปรพักตร์ ตีเยลโล่ซัน |
| 8 | มุนจง | ลีซุนคัง | 2329-2354 | สังหารเอจง แปรพักตร์ บุกสลาฟกับจีน |
| 9 | คงยาง | ลีซองยู | 2354-2357 | |
| 10 | คงมิน | ลีควนเจา | 2357-2363 | |
| 11 | จองโจ | ลีเซียงอึน | 2363-2377 | |
| 12 | ยองโจ | ลีซานโก | 2377-2392 | |
| 13 | ซุนโจ | ลีฮักตง | 2392-2406 | |
| 14 | อึยจา | ลีคงจอง | 2406-2421 | |
| 15 | ซองด๊อก | ลีฮยอนตง | 2421-2435 | ซอนท้อง มหาราชินีซิ๊ดแผ่นดิน |
| 16 | มุนมู | ลีแดคง | 2435-2470 | |
| 17 | ซยอนจง | ลีฮักเงวียน | 2470-2486 | |
| 18 | โกโจ | ลีซุน | 2486-2525 | |
| 19 | แดจง | ลีชินซา | 2525-2556 | |
| 20 | อู | ลีอู | 2556-2560 | |
| 21 | ซังโจ | ลีซู | 2560-2575 | ทำสงครามกับจีน |
| 22 | ฮยอนจง | ลีฮยอนซก | 2575-2584 | ร่วมกับเยลโล่ซันยึดจีน เข้าสงครามโกลครั้งที่7 |
| 23 | มิน | ลีมิน | 2584-2600 |
ราชวงศ์นี้ในรัชกาลต้นๆและปลายๆทำสงครามบ่อยครั้งมาก บางองค์ถึงกับถูกเหล่าอำมาตย์และประชาชนถอดออกจากบัลลังค์ ในช่วงสุดท้ายก่อนล่มสลาย ได้พิชิตปักกิ่งและลุ่มแม่น้ำยาลู่เจียงด้วย
หมายเหตุ อย่างไรก็ตามจักรวรรดิเกาเหลาในช่วงสงครามโลกครั้งที่ห้าและหลังจากนั้น ตระกูลคิมและตระกูลลีมีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับขุนนางเยลโล่ซันมาก ถึงกับส่งข้าราชการ20คนไปทำงานในราชสำนักเยลโล่ซันเลยทีเดียว! ทั้งนี้ เพื่อรักษาความเป็นพันธมิตร ด้วยเหตุนี้จึงไม่มีตระกูลฮันของเยลโล่ซันเข้ามามีอำนาจในราชสำนักเกาเหลาเลยแม้แต่น้อยเพราะไม่จำเป็น แต่บางที่ก็ว่า จักรพรรดิเกาเหลามีความเชื่อกันว่ามีเชื้อสายตระกูลฮันของเยลโล่ซันอยู่
ยุคนี้เป็นยุคที่มีความพยายามจะรื้อฟื้นศาสนาขึ้นมา แต่ได้เพียงช่วงหนึ่งเมื่อแดจง(องค์นี้เกิดและโตที่เยลโล่ซัน)ได้สั่งห้ามนับถือศาสนา และทำการปกครองอย่างเยลโล่ซัน
[แก้ไข] ฮูเป้กเจ
หลังจากที่เมืองแตก ชาวเกาหลีจึงเข้าป่าไปทำสงครามกองโจร แบ่งเป็น3กลุ่มใหญ่คือปักมุนจองอัครอภิมหาอำมาตย์ ฮันซุงเจ แม่ทัพใหญ่ และ ลีชางวู องค์ชาย6
ต่อมาหลังสลาฟถอนทหารไปรบกับเอริเชี่ยน ทั้ง3กลุ่มจึงออกมายึดเมืองคืน
ปักมุนจองตั้งตนเป็น แกซองอ๋อง ฮันซุงเยเป็นชองจินอ๋อง ส่วนลีชางวูขึ้นเป็นอินชอนอ๋อง ทั้ง3เมืองแก้ปัญหาความขัดแย้งด้วยการส่งคนในตระกูลให้แต่งงานกัน ต่อมาปักมุนจองเสียชีวิตฮันซุงเยและลีชางวูก้เสียชีวิตตามๆกัน ปักมุกยองหลานของปักมุนจองครองเมืองต่อมาด้วยที่มีเชื้อสายของ3ตระกูลจึงได้ทำการรวมประเทศสำเร็จ สมัยนี้ไม่เรียกจักรวรรดิแล้ว เพราะอำนาจผู้ปกครองลดลง ฮูแพกเจสิ้นอำนาจในปี 2830 เมื่อถูกเปลี่ยนเป็นรัฐอิสระ สาเหตุเนื่องจากการระเบิดของเยลโล่สโตนทำให้สภาพแวดล้อมของโลกแย่ลง ทำการเกษตรไม่ค่อยได้ รัฐไม่มีอาหารไปให้ความช่วยเหลือมากนัก จึงยกเมืองให้ต้าจินซึ่งเป็นญาติกัน
[แก้ไข] ข้อมูลเพิ่มเติม
| จักรวรรดิเกาเหลา เป็นบทความที่ยังไม่สมบูรณ์ ต้องการตรวจสอบ เพิ่มเนื้อหา หรือจัดเข้าหมวดหมู่ คุณสามารถช่วยเพิ่มเติมหรือแก้ไข เพื่อให้สมบูรณ์มากขึ้น ข้อมูลเกี่ยวกับ จักรวรรดิเกาเหลา ในภาษาอื่น อาจสามารถหาอ่านได้จากเมนู ภาษาอื่น ด้านซ้ายมือ |
