จักรวรรดิเยลโล่ซันภายใต้ราชวงศ์ฉู่

จากไร้สาระนุกรมเสรี - อนึ่งบทความนี้ถูกแก้ไขได้โดยผู้ใช้ทั่วไป หากแป้กหรือเสื่อมประการใดทางเราไม่ขอรับผิดชอบใดๆทั้งสิ้น

จักรวรรดิเยลโล่ซัน
ปิตุภูมิอันทรงเกียรติเยลโล่ซัน

Yelsunflag.jpg
2330–2349 Blank.png
ธงชาติ ตราประจำชาติเยลโล่ซัน
ธงชาติเยลโล่ซัน ตราประจำชาติเยลโล่ซัน
คำขวัญ
"ฟ้าเดียวเกรียนออกไป ฟ้าเหลืองเข้าแทน"
เพลงชาติ
ปิตุภูมิอันทรงเกียรติเยลโล่ซัน
เยลโล่ซันภายใต้ราชวงศ์ฉู่ในปี 2340
เยลโล่ซันภายใต้ราชวงศ์ฉู่ในปี 2340
เมืองหลวง นครสาดทำมะหลี
เมืองใหญ่สุด ใหญ่ทุกเมือง
ภาษาราชการ ภาษาเทยแบบเยลโล่ซัน ออกเสียงแบบภาษาใต้,ภาษาจีน,ภาษาเกาเหลา,ภาษาเวียดกาม,ภาษายุ่นปี่
วัน-เวลา สถาปนาประเทศ ธันวาคม ค.ศ. 2330
วัน-เวลา ล่มสลาย เมษายน ค.ศ. 2349
รัฐบาล อำมาตยาธิปไตย
จักรพรรดิแห่งเยลโล่ซัน
 - ค.ศ. 2330 - 2349 พระเจ้าชูวิทย์
ศาสนา ไม่นับถือศาสนา และอนุญาตให้ประชาชนนับถือศาสนาเอี้ยลิ้มนิกายตาลิ้มอ้างเสื้อเหลืองและลัทธิสันติอโศกรวมทั้งอย่างอื่นๆด้วยบ้างยกเว้นธรรมเกรียน
ประเภท สินค้าสำคัญ เกษตรกรรม,อุตสาหกรรมระดับครัวเรือน
ชื่อสินค้า สำคัญ ข้าว,ยางพารา,อาวุธ,เครื่องปั้นดินเผา
สินค้า ส่งออกหลัก ข้าว,ยางพารา
สินค้า นำเข้าหลัก เครื่องลายคราม
ประวัติศาสตร์
 - พระเจ้าชูวิทย์ขึ้นครองราชย์ สงบศึกสงครามเอเชยตะวันออกครั้งที่สาม ค.ศ. 2330
 - เยลโล่ซันถูกปิดล้อมประเทศ ค.ศ. 2330 - 2340
 - จักรวรรดิออสตราโล-นิวกินีโจมตีเยลโล่ซัน ค.ศ. 2341 - 2344
 - พระเจ้าชูวิทย์สวรรคต เยลโล่ซันเกิดความแตกแยก ค.ศ. 2349
เนื้อที่
 - ทั้งหมด
 
 
803,400 กม.² 
502,125 ไมล์² 
ประชากร
 •(ค.ศ. 2340) ประมาณ
 • ความหนาแน่น ประชากร
 
50,686,000
63.09/กม²
100.94/ไมล์² 
GDP (PPP)
 • รวม
 • ต่อประชากร
(ปี ค.ศ. 2340 - ค่าประมาณ)
1,708,099ล้านดอลลาร์สหรัฐ
33,700ดอลลาร์สหรัฐ
HDI (ค.ศ. 2340) 0.79 – สูง
สกุลเงิน ไม่ใช่สกุลเงิน แต่บ้างบอกว่ามีการใช้เงินเป็นเบี้ยหวัดเยลโล่ซัน (฿YL)
เขตเวลา (UTC)
รหัส อินเทอร์เน็ต .AS
รหัสโทรศัพท์ ระหว่างประเทศ +889

จักรวรรดิเยลโล่ซันภายใต้ราชวงศ์ฉู่ เป็นยุคหนึ่งของเยลโล่ซันที่มีบร๊ะเจ้าชูวิทย์หรือฉู่วิทย์เป็นจักรพรรดิ มีช่วงเวลายาวนาน 19 ปี ถือเป็นราชวงศ์ที่ครองอำนาจสั้นที่สุดของเยลโล่ซัน แต่ในยุคนี้ก็มีสิ่งต่างๆที่น่าสนใจมากมาย และภายหลังได้เกิดวิกฤติการณ์ที่ทำให้เยลโล่ซันแตกสลายในที่สุด

การสถาปนาราชวงศ์ฉู่ และการสงบศึกสงครามเอเชยตะวันออกครั้งที่สาม[แก้ไข]

เนื่องจากการที่จักรพรรดิฮันเฉิงเต้รบแพ้ทัพจีนอย่างหายนะที่เมืองฉงชิ่ง เมื่อกลับมาจึงถูกอำมาตย์ก่อรัฐประจานโดยให้เหตุผลว่าฮันเฉิงเต้ทำให้ชาติเสียหาย ฮันเฉิงเต้จึงหนีเตลิดเปิดเปิงหางจุกตูดพร้อมกับร้องเอ๋งๆไปอยู่ที่เกาะอันดามัน และกระทำอัตวินิบาตกรรมในเดือนพฤศจิกายน ค.ศ. 2330 เหล่าอำมาตย์พยายามคุมสถานการณ์ในประเทศไม่ให้ลุกเป็นไฟ พร้อมกับขอสงบศึกกับฝ่ายอำมาตย์เหนือ และหารือว่าจะให้ใครมาเป็นจักรพรรดิ บางคนบอกให้ยกฮันจองยูริโอรสของฮันเฉิงเต้ขึ้นเป็นจักรพรรดิ แต่กลัวกันว่าถ้าให้ฮันจองยูริขึ้นเป็นจักรพรรดิ ฝ่ายอำมาตย์เหนือจะไม่ยอมสงบศึก และจะรบไปเรื่อยๆจนกว่าจะตีเยลโล่ซันจนแตก ซึ่งไม่เป็นผลดี และคิดว่าไม่ควรยกคนในราชตระกูลฮันขึ้นเป็นจักรพรรดิ ไม่ว่าจะเป็นใคร เพราะกลัวว่าจีนและสลาฟนั้นจะบอกว่าตระกูลฮันสายนี้ทั้งหมดเป็นอาชญากรสงคราม อำมาตย์ส่วนหนึ่งจึงคิดว่าให้ยกเชื้อบร๊ะวงศ์ในราชวงศ์ลิ้มขึ้นมาเป็นจักรพรรดิ แต่มีคนคัดค้านเพราะกลัวว่าจะเสียประโยชน์จากการปกครองของราชวงศ์ลิ้ม และกลัวว่าราชวงศ์ลิ้มจะไม่สามารถที่จะควบคุมจักรวรรดิได้ แบบเดียวกับเมื่อครั้งจักรวรรดิเยลโล่ซันภายใต้ราชวงศ์ลิ้ม จึงคิดว่าให้หาอำมาตย์ในตระกูลที่ยังไม่เคยได้ขึ้นเป็นจักรพรรดิ ข้าราชการระดับล่าง คนทั่วไป ฯลฯ โดยให้มีการเสนอชื่อจากหน่วยงานต่างๆของเยลโล่ซัน และภาคประชาชน ได้ชื่อมาอยู่หลายคนเหมือนกัน ผ่านไปหนึ่งเดือน เหล่าอำมาตย์สามารถหาผู้ที่จะมาเป็นจักรพรรดิเยลโล่ซันที่มีความเหมาะสมกับสถานการณ์ในขณะนั้นได้ คือชูวิทย์ ผู้มาเกิดใหม่ในชาติที่สองในตระกูลขุนนางระดับสูง ที่คนทั้งหลายลงความเห็นว่าเป็นตระกูลที่มือสะอาดและไม่เคยสร้างปัญหาในการเมียเยลโล่ซัน ทั้งยังเป็นที่นิยมของประชาชน เขาได้มาเป็นกษัตริย์ในเดือนธันวาคม ค.ศ. 2330 คือพระเจ้าชูวิทย์ ฝ่ายอำมาตย์เหนือเมื่อเห็นชื่อนี้จึงคิดว่ากษัตริย์เยลโล่ซันคนนี้ไม่เคยมีประวัติ่ไม่ดี และไม่เคยสร้างศัตรู มีความเกี่ยวข้องกับสงครามน้อย และไม่ใช่คนในราชตระกูลฮัน ทั้งยังเห็นว่าเยลโล่ซันอ่อนแอลงมาก แล้วหลี่คุนทงได้ไปฉีกเอาดินแดนของเยลโล่ซันไปแล้ว จึงยอมให้สงบศึกได้ โดยให้เสียค่าปฏิกรรมสงครามเป็นทองคำ 800,000 ตำลึงเป็นเวลา 10 ปี แล้วถูกตัดดินแดนต่างๆออก แต่อย่างไรก็ตาม ให้คงบูรณภาพของเยลโล่ซันไว้ต่อไป และไม่ให้แทรกแซงดินแดนที่เหลือของเยลโล่ซัน ถือว่ายังให้เกียรติกันมาก

การสูญเสียดินแดนและการทำให้เยลโล่ซันไม่เป็นภัยต่อโลก[แก้ไข]

เยลโล่ซันในฐานที่ก่อสงครามต้องเสียค่าปฏิเกรียนสงครามเป็นจำนวนสูงถึง 800,000 ตำลึงทอง โดยต้องจ่ายให้หมดใน 10 ปี ถูกจำกัดไม่ให้มีกองทัพบกเกิน 200,000 คน เป็นเวลา 10 ปี ไม่ให้มีเรือรบเกิน 200 ลำ ไม่ให้มีเรือรบที่ระวางขับน้ำเกิน 5,000 ตัน ให้ 12 ปันนายึดสามเหลี่ยมปากแม่น้ำพรหมบุตร ตอนเหนือของบร๊ะม่าเอาไว้ เพื่อไม่ให้เยลโล่ซันบุกอินเดือย และให้มีกำลังเข้มแข็งพอที่จะป้องกันไม่ให้เยลโล่ซันรุกขึ้นเหนือได้ ทางด้านตะวันออกให้สามเหลี่ยมปากแม่น้ำโขงเป็นเขตปลอดทเห่อ จีนมีอาณาเขตลงมาถึงกว๋างนาม ทางด้านทิศใต้ ให้ออสตราโล-นิวกินียึดปลายแหลมมลายูคือยะโฮร์เอาไว้ ป้องกันไม่ให้เยลโล่ซันรุกลงใต้ ทางทะเลนั้น อาศัยกองทัพเรือของจีน เกาเหลา ออสตราโล-นิวกินี และสลาฟ ในต่อต้านเยลโล่ซันทางทะเล เมื่อชาติต่างๆมั่นใจในการปิดล้อมเยลโล่ซันแล้ว จึงหาทางสร้างสันติภาพต่อไป ส่วนในอินเดือยนั้น ได้แยกออกจากเยลโล่ซันไปก่อนหน้านั้นแล้ว ตอนหลังออสตราโล-นิวกินีละเมิดสัญญา และโจมตีเยลโล่ซันจนได้รับแรงกดดันจากนานาชาติ ทั้งนี้ เยลโล่ซันต้องยกเลิกสนธิสัญญาฮันที่มีคนด่าแล้วด่าอีกเสีย เพราะถือว่าเป็นเครื่องมือในการแสวงหาผลประโยชน์จากชาติอื่นของเยลโล่ซัน

สงครามกับจักรวรรดิออสตราโล-นิวกินี[แก้ไข]

หลังจากการปิดล้อมเยลโล่ซันสิ้นสุดลงและเยลโล่ซันได้ไปเป็นพวกเดียวกับประเทศเหล่านั้นแล้ว การบังคับ การจ่ายค่าปฏิกรรมสงครามจึงสิ้นสุดลง เยลโล่ซันได้มีอิสระมากขึ้น แต่ออสตราโล-นิวกินีได้ทำการละเมิดสัญญาโดยส่งกองทัพจากทางบกที่ยะโฮร์และทางน้ำ บุกโจมตีเยลโล่ซัน สามารถเอามาเลซุยไปได้ทั้งประเทศ และบุกขึ้นมาถึงเมืองตรัง แย่งเอาหมูย่างจากชาวบ้านไปเป็นเสบียงในกองทัพจำนวนมาก แล้วพยายามบุกต่อไปยังกระบี่แต่ถูกกองทัพเยลโล่ซันหยุดเอาไว้ได้ ภายหลัง จักรพรรดิวิลเลี่ยมที่ 1 แห่งออสตราโล-นิวกินีได้ให้นำกองทัพเรือไปตีนครสาดทำมะหลี แต่ถูกเยลโล่ซันใช้ปืนใหญ่ยิงสวน เรือล่มไปแยะ เลยถอนทัพกลับ ออสตราโล-นิวกินียอมสงบศึกเพราะถูกกดดันจากสลาฟด้วย สงครามในคราวนี้ทำให้ออสตราโล-นิวกินีมีอาณาเขตกว้างใหญ่ที่สุดในปี 2344 นี่เอง ส่วนเยลโล่ซันก็ไม่มีสงครามอะไรอีก แต่ในสงครามนี้เยลโล่ซันสูญเสียเรือพิฆาตหลวงไปลำหนึ่ง จนทำให้เหล่าอำมาตย์หัวเสียเป็นแถว และพวกราชตระกูลฮันและราชวงศ์ลิ้มจึงใช้เรื่องนี้มาเห่าใส่รัฐบวมว่าไม่มีประสิทธิภาพในการบริหารกองทัพ จนทำให้สูญเสียเรือหลวง เยลโล่ซันจึงเกิดวิกฤติการณ์ขึ้นอย่าหลีกเลี่ยงได้สิวะ ถ้ามันไม่ก่อจราจรจลาจลขึ้นมาซะก่อน

การแตกสลายของเยลโล่ซัน[แก้ไข]

หลังจากสงครามกับออสตราโล-นิวกินีสิ้นสุดลงได้ซักระยะหนึ่ง ก็ได้ปรากฏว่ามีผู้ต่อต้านราชวงศ์ฉู่พยายามปลุกระดมประชาชนให้ต่อต้าน แล้วจะทำการฉีกจักรวรรดิ ประชาชนเชื่อบ้างไม่เชื่อบ้าง แต่ก็ถูกราชวงศ์ฉู่นำกองทัพที่เรียกว่าเป็นกองทัพประชาชนมาปราบได้สำเร็จหลายครั้งหลายครา พวกราชวงศ์ลิ้มและราชตระกูลฮันที่พยายามกลับมามีอำนาจจึงเข้ามายึดพื้นที่บางส่วนทางใต้ที่ติดกับออสตราโล-นิวกินี และบางทีก็โจมตีออสตราโล-นิวกินีเลย บ้างก็เป็นพวกผู้ว่าการมณฑลเองนั่นแหละที่พยายามปลุกปั่นก่อความรุนแรงขึ้น และพระเจ้าฉู่วิทย์ยังสามารถควบคุมสถานการณ์ได้อยู่ แต่หลังๆเริ่มเอาไม่อยู่ เมื่อพระเจ้าชูวิทย์เริ่มมีสุขภาพไม่ค่อยแข็งแรง พวกนิยมการปกครองของแม้วจึงก่อกบฏแต่ปราบได้ ทว่าเชื้อบร๊ะวงศ์ฉู่ตีกันเอง แย่งกันยึดเขตอิทธิพล พระเจ้าฉู่วิทย์พยายามห้ามอย่างไรก็ไม่ฟัง เมื่อถึงปี 2349 พระเจ้าชูวิทย์สวรรคตเยี่ยงหมาข้างถนนตัวหนึ่ง พวกบ้าเหล่านั้นจึงได้ใจแล้วคลั่งมากขึ้น บางส่วนยึดอำนาจเมืองหลวงได้ แต่ไม่สามารถที่จะคุมก๊กอื่นได้ จึงต้องต่อสู้ต่อไป ทว่ากำลังใกล้เคียงกัน รบไม่ชนะซักที จนทำให้หลังจากนั้นอีกนับร้อยปี ก็ยังรวมแผ่นดินขึ้นมาไม่ได้ เยลโล่ซันเข้าสู่ยุคแตกแยกแล้ว

เรื่องราวอื่นๆ[แก้ไข]

ในสมัยนี้มีการเปลี่ยนแปลงค่อนข้างน้อย การปกครองได้ถูกเปลี่ยนกลับมาเป็นเหมือนกับในช่วงต้นสมัยของฮันคิยูริฮ่องเต้ คือให้กลับมาปกครองแบบให้ความสำคัญกับชนชั้นล่าง ใช้ความเฉียบขาดในการปกครองแต่ไม่โหดร้าย ล้มลัทธิรัฐทหาร อนุญาตให้ประชาชนสามารถนับถือศาสนาได้เพื่อให้มีที่พึ่งทางใจ มีเพียงลัทธิธรรมเกรียนเท่านั้นที่ไม่ให้นับถือ แม้ว่าคนที่กลับมานับถือศาสนามีเพียงครึ่งเดียวของจำนวนประชากรก็ตาม แต่ก็ทำให้สังคมสงบสุขอย่างรวดเร็ว ยกเลิกนโยบายต่างประเทศที่ก้าวร้าวรุนแรงต่อชาติต่างๆเสีย ล้มสนธิสัญญาฮัน สรรหาคนมีความสามารถเข้ามารับราชการ เพื่อให้จักรวรรดิค่อยๆถูกฟื้นฟูขึ้นอย่างค่อยเป็นค่อยไปเป็นลำดับ คนชั้นล่างมีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นกว่าสมัยโฮ่วหยวน และเป็นเหตุที่ทำให้ประชาชนมีความจงรักภักดีต่อรัฐบวมเป็นอย่างมากและพร้อมทำทุกอย่างเพื่อให้ชาติเจริญ ยกเลิกการตรวจสิ่งพิมพ์ ยกเลิกการใช้ความโหดร้ายทารุณในค่ายกักกันและคุกทั่วประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งที่ค่ายกักกันสุริยะ มีการขุดคูคลองและสร้างถนนหนทางในจักรวรรดิเพื่อให้มีการเดินทางที่สะดวก และส่งเสริมการท่องเที่ยวด้วยการเปิดอาบอบนวด ส่งผลให้เศรษฐกิจรุ่งเรือง เพื่อให้มีความสอดคล้องกับนโยบายนี้จึงมีการเปลี่ยนธงชาติและตราประจำชาติของเยลโล่ซันเสียใหม่แล้วนิยามความหมายใหม่ด้วย

ข้อมูลเพิ่มเติม[แก้ไข]