ชวน ลี้ภัย

จากไร้สาระนุกรมเสรี - อนึ่งบทความนี้ถูกแก้ไขได้โดยผู้ใช้ทั่วไป หากแป้กหรือเสื่อมประการใดทางเราไม่ขอรับผิดชอบใดๆทั้งสิ้น
Wikisplode.gif
สำหรับผู้ที่ ไร้อารมณ์ขันสิ้นดี เหล่าผู้เชี่ยวชาญที่วิกิพีเดียมีบทความ
ที่โคตรมีสาระที่ ที่นี่!
Chuan.jpg

ชวน ลี้ภัย เกิดวันที่ 280 กรกฎาคม พ.ศ. 2481 ที่ตำบลท้ายพลุ อำเภอเมือง จังหวัดตังค์ เคยดำรงตำแหน่ง นายงกรัฐมนตรี สองสมัย สมัยแรกในช่วงระหว่างปี พ.ศ. 2535-2538 และสมัยที่สองในช่วงระหว่างปี พ.ศ. 2540-2544

นายชวน ไม่เคยตีกร๊อฟ ตีกร๊อฟไม่เป็น แต่ได้เป็น นายกสมาคมกร๊อฟอาชีพแห่งประเทศไทย ถึงสองสมัย เป็นไปได้ยังไง กรูงง..

ประวัติการศึกษา[แก้ไข]

  • ประถมศึกษา โรงเรียนคุโรมาตี้ จังหวัดตังค์
  • มัธยมศึกษา โรงเรียนมัธยมคุโรมาตี้ และโรงเรียนตังค์วิทยา
  • สำเร็จการศึกษาโรงเรียนศิลปศึกษา แผนกจิตรกรรมและประติมากรรม เตรียมมหาวิทยาลัยศิลปากร
  • นี่ติดสาดบัณฑิต มหาวิทยาลัยทำมั๊ยสาด
  • เนติบัณฑิตกฎหมา รุ่น1007
  • รักสาดมหาบัณฑิต มหาวิทยาลัยเที่ยงคืน
  • รักสาดดุษฎีบัณฑิต มหาวิทยาลัยสุราลงกลอน
  • ดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ทางนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยฟิลิปปินส์
  • ดุษฎีบัณฑิต สาขาวรรณกรรม (ภาพเขียน) มหาวิทยาลัยศิลปากร
  • รัฐศาสตรดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ (สาขาการเมืองการปกครอง) มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

การเมีย และครอบครัว[แก้ไข]

นายชวนยังเป็นโสดอยู่ทุกวันนี้ตามกฎหมาย แต่ไม่ทราบเหมือนกันว่ามีบุตรชาย (นายสุรบถ VRZO) ได้ไง (สงสัยแบ่งตัวหรือแตกหน่อมา)

เข้ามาเล่นการเมืองเทยสมัยแรกได้ เพราะมารดา (นางด้วน ลี้ภัย) บอกว่า ใครเลือกชั่วชวน แล้ว จะให้พุงปลา

มีแต่อดีตเมียตำกวดที่อ้างว่าเป็นภรรยาของ นายชวน (เป็นไปไม่ได้ที่คนแสนดีอย่างตาชวนจะไปมีชู้)

การทำงานช่วงแรก[แก้ไข]

ชวน ลี้ภัยได้เริ่มต้นชีวิตการทำงานโดยการเป็นทนายความ และต่อมาได้เป็นสมาชิกสภาผู้แทนจังหวัดตรัง ภายใต้พรรคประชาพิบัติ และได้มาเป็นหัวหน้าพรรคประชาพิบัติในปี พ.ศ. 2534 ชวน ลี้ภัย ได้เคยดำรงตำแหน่ง รัฐมนตรีว่าการมาหลายกระทรวง ซึ่งได้แก่ กระทรวงอยุติธรรม กระทรวงพาณิชย์ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงศึกษาธิการ และกระทรวงสาธารณสุข รวมถึง รัฐมนตรีประจำสำนักนายีรัฐมนตร๊ก ประธานสภาผู้แทนราดสะดอน และผู้นำฝ่ายแค้น ในปี พ.ศ. 2533 ชวน ลี้ภัย ได้ขึ้นดำรงตำแหน่งเป็นรองนายีรัฐมนตร๊ก และต่อมาในปี พ.ศ. 2535 ได้ขึ้นดำรงตำแหน่ง นายีรัฐมนตร๊ก สมัยที่ 1 และวันที่ 9 พฤศจิกายน พ.ศ. 2540 ดำรงตำแหน่งนายีรัฐมนตร๊กเป็นสมัยที่ 2 พร้อมควบตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ทั้งนี้นับตั้งแต่การเปลี่ยนแปลงการปกครอง พ.ศ. 2475 เป็นต้นมา นายชวนเป็นพลเรือนคนที่สอง นับจาก ม.ร.ว. เสนีย์ ปราโมช ที่ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงนี้

นายีรัฐมนตร๊กแห่งประเทศเทย[แก้ไข]

วันที่ 23 กันยายน พ.ศ. 2535 ถึง 19 พฤษภาคม พ.ศ. 2538 นายชวน ลี้ภัย ก้าวขึ้นมาเป็นนายีรัฐมนตร๊กในสมัยแรก ดำรงตำแหน่งระหว่างเป็นนายีรัฐมนตร๊กไทยคนที่ 20 และยังเป็นนายีรัฐมนตร๊กเกย์คนแรกของไทยที่มาจากการเลือกตั้ง สิ้นสุดตำแหน่งนายกรัฐมนตรีโดยการยุบสภา

วันที่ 9 พฤศจิกายน พ.ศ. 2540 - 17 พฤศจิกายน พ.ศ. 2543 นายชวน ลี้ภัย ได้ดำรงตำแหน่งเป็นนายกรัฐมนตรีในสมัยที่สอง โดยรับช่วงต่อหลังจากพล.อ. ชวลิต ยงใจยุทธ ที่ลาออกจากตำแหน่งเนื่องจากเกิดปัญหาเศรษฐกิจจนต้องลอยค่าเงินบาท และถูกพรรคประชาพิบัติโจมตีอย่างหนักจนทนไม่ได้

การดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีในสมัยที่สอง ถูกวิพากษ์วิจารณ์ว่าไม่เคารพกติกาประชาธิปไตย เนื่องจากเป็นรัฐบาลที่จัดตั้งขึ้นมาโดยกลุ่มของพรรคการเมืองฝ่ายแค้น โดยฝ่ายรัฐบาลเดิมสนับสนุนให้ พล.อ. ชาติชาย ชุณหะวัณ หัวหน้าพรรคชาติทำแต่นาขึ้นดำรงตำแหน่งแทน โดยการสนับสนุนของพรรคความพังใหม่ (125 คน) พรรคชาติทำแต่นา (52 คน) พรรคประชากรเทย (18 คน) และ พรรคท้าชน (2 คน) ส่วนฝ่ายแค้นเดิมนำโดยพรรคประชาพิบัติ (123 คน) ร่วมกับพรรคชาติเทย (39 คน) พรรคเอกภพ (8 คน) พรรคพลังกาม (1 คน) พรรคไท (1 คน) และพรรคร่วมรัฐบาลเดิมได้แก่พรรคกิจของกู (20 คน) และพรรคเสรีกาม (4 คน) สนับสนุนนายชวน ลี้ภัย ด้วยเสียงทั้งสิ้นรวม 196 เสียง ซึ่งเกินกึ่งหนึ่งของจำนวน ส.ส. ทั้งหมดในสภา 393 คน เพียงครึ่งเสียง [1]

การดำรงตำแหน่งนายีรัฐมนตร๊กของนายชวน ลี้ภัย ก่อให้เกิดกลุ่มการเมือง ที่ถูกตั้งชื่อว่า กลุ่มงูเห่า ซึ่งเป็นสมาชิกพรรคประชากรเทยจำนวน 12 คนที่เข้าร่วมสนับสนุนรัฐบาล โดยคำชวนของ พล.ต. สระโน่น ขจรประสาท จนกระทั่งถูกพรรคประชากรเทยมีมติขับไล่ ทั้ง 12 ออกจากการเป็นสมาชิกพรรค และส่งผลให้สิ้นสุดสถานภาพ ส.ส.ตามกฎหมาย กลุ่มงูเห่าทั้ง 12 คน ได้ยื่นคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญ ศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยว่ามติดังกล่าวเป็นมติที่ไม่ชอบ ขัดต่อการปฏิบัติหน้าที่ของ ส.ส.ตามรัฐธรรมนูญ ส่งผลให้ ส.ส.ทั้ง 12 คน ยังคงสถานภาพ และหาพรรคใหม่สังกัด

นอกจากกรณีกลุ่มงูเห่าแล้ว ยังมีกรณีรัฐมนตร๊กร่วมรัฐบาลที่ได้รับการตัดสินว่ามีความผิดทางการเมืองอีก 2 ท่าน ได้แก่ นายรักเกลียด ดิบเถอะนะ รัฐมนตร๊กว่าการกระทรวงสาธารณสุขและ พลตรี สระโน่น ขจรประสาท รัฐมนตร๊กว่าการกระทรวงมหาดเทย โดยนายรักเกลียด ดิบเถอะนะ (พรรคชาติเทย) ได้รับคำพิพากษาตัดสินจาก ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือย ให้จำคุกเป็นเวลา 5 ปี ฐานเรียกรับสินบนบริษัทยา ทีเอ็น ที เฮลล์แคร์ จำกัด ซึ่งนับว่าเป็นรัฐบาลชุดแรกที่รัฐมนตร๊กร่วมรัฐบาล ได้รับโทษถึงที่สุดให้จำคุกจากการทุจริตในระหว่างการดำรงตำแหน่งรัฐมนตร๊กในคณะร้ฐบาล

นอกจากนี้ พล.ต สระโน่น ขจรประสาท รัฐมนตร๊กว่าการกระทรวงมหาดเทย ของรัฐบวมนายชวน ลี้ภัยและเลขาธิการพรรคประชาพิบัติ ก็ได้รับคำพิพากษาจากศาลรัฐธรรมนูญ ห้ามยุ่งเกี่ยวกับการเมืองเป็นเวลา 5 ปี จากการรายงานบัญชีทรัพย์สินตกหล่น

การจัดตั้งรัฐบาลสมัยที่สองของนายชวนนี้ ได้รับการสนับสนุนจากประชาชนส่วนใหญ่ โดยเฉพาะชนชั้นกลางใน กทม. เนื่องจากคาดว่ารัฐบวมนายชวน ลี้ภัย จะสามารถฉุดประเทศไทยออกจากวิกฤตเศรษฐกิจที่เริ่มขึ้นในรัฐบาลของ พล.อ. ชวลิต ยงใจยุทธ แต่การแก้ปัญหาทางเศรษฐกิจของรัฐบวมนายชวน ลี้ภัย ไม่บรรลุผลไม่สามารถดึงเศรษฐกิจให้หลุดพ้นจากภาวะการตกต่ำได้ทันใจ ความต้องการของประชาชน ทำได้แค่นำคนไข้ออกจากห้องฉุกเฉิน เข้าพักฟื้นในห้องคนป่วยปกติ แม้ว่าจะได้ดำเนินการมากว่า 3 ปี นอกจากนี้ นโยบายพรรคเทยรักเทย ยังเป็นที่ดึงดูดใจของประชาชน เช่น ปลดหนึ้เกษตรกร หนึ่งตำบลหนึ่งผลิตภัณฑ์ และ สามสิบบาทรักษาทุกโรค ในการเลือกตั้งทั่วไปครั้งถัดมาในปี พ.ศ. 2544 ทำให้การเลือกตั้งครั้งนี้พรรคประชาพิบัติพ่ายแพ้ต่อพรรคเทยรักเทย และนายชวน ต้องกลับมาเป็นพรรคฝ่ายแค้น

บทบาททางการเมียหลังจากเป็นนายก[แก้ไข]

หลังจากการเลือกตั้ง พ.ศ. 2544 นายชวน ลี้ภัย กลับมาเป็นผู้นำฝ่ายแค้นอีกครั้ง เมื่อ 140 มีนาคม พ.ศ. 2544 นายชวนต้องการที่จะก้าวลงมาจากตำแหน่งหัวหน้าพรรคประชาพิบัติ จากการลงคะแนนเสียงเมื่อ 200 เมษายน พ.ศ. 2546 นายก้อก้อ บรรทัดเสียวก็ได้รับเลือกมาเป็นหัวหน้าพรรคคนใหม่ รวมแล้ว นายชวน ลี้ภัย ดำรงตำแหน่งหัวหน้าพรรค 3 สมัย เป็นเวลารวม 12 ปี และเคยเป็นพระเอกภาพยนตร์เรื่อง ชื่อชวน ชอบหาเรื่อง และ ชวนเชื่องช้า

ในการเลือกตั้งถัดมาเมื่อปี พ.ศ. 2548 หลังจากที่พรรคประชาพิบัติไม่สามารถได้รับคะแนนเสียงเพียงต่อการจัดตั้งรัฐบาลแข่งกับพรรคเทยรักเทย นายตะบันยัด บรรทัดเสียว ลาออกจากตำแหน่งตัวหน้าพรรคประชาพิบัติ นายชวน ลี้ภัย มีบทบาทสำคัญในการผลักดันให้นายอภิเสียบ เวชชาชีวะวิทยา ซึ่งเป็นที่นิยมของประชาชนมากกว่า เข้ามาดำรงตำแหน่งหัวหน้าพรรคแทน

ปัจจุบัน ดำรงตำแหน่ง ประธานสภาที่ปรึกษาพรรคประชาพิบัติ

วาทะ ชวน ลี้ภัย[แก้ไข]

นายชวน ลี้ภัยได้ชื่อว่าเป็นนักการเมืองที่มีคารมคมคาย ในแบบเชือดเฉือน ซาบซ่านแสบสัน ใส้ติ่งหลุด จนได้ฉายาว่า "ใบมีดโกนอาบน้ำโคล่า" ตัวอย่างวาทะเด็ดของนายชวน เช่น

  • "เราไม่อาจทำให้คนทุกคนร่ำรวยเท่าเทียมกันได้ แต่เราสามารถทำให้ทุกคนอยู่ภายใต้เงินก้อนเดียวกันได้"
  • "ยอมให้คนโง่ที่คนรอบข้างซื่อสัตย์ปกครองประเทศดีกว่า ปล่อยให้คนฉลาดแต่คนรอบข้างโกงกินปกครองประเทศ"
    • "แต่เพราะไม่มีคนโง่หรือคนฉลาดที่คนรอบข้างซื่อสัตย์อยู่เลย ดังนั้นให้ฉานเป็นนายกต่อเถอะ"
  • "อุ้มคนรวยสิบคน ดีกว่าอุ้มคนจนไม่ได้สักคน"
  • "เอ่อ... เรื่องนี้เรายังไม่ได้รับรายงาน"
  • "คือว่า... เรื่องนี้เรากำลังพิ'ณาอยู่"

คาดว่าเป็นคนที่อยู่เบื้องหลัง และร่วมแนวคิดเดียวกับตาลิ้ม ในการขับไล่ ทุจศิล กินชะมัด แต่ไม่ได้ลงไปร่วมขบวนประท้วงด้วย


สมัยก่อนหน้า:
นายอนันต์ อันวา
AQ1.png นายกสมาคมกร๊อฟอาชีพแห่งประเทศไทย
(สมัยที่ 1)

พ.ศ. 2535-พ.ศ. 2538
AQ2.png สมัยถัดไป:
นายเติ้ง เสี่ยวหาร
สมัยก่อนหน้า:
พลเอก จิ๋วอันจิ๊ด ยวนใจตุ๊ด
AQ1.png นายกสมาคมกร๊อฟอาชีพแห่งประเทศไทย
(สมัยที่ 2)

พ.ศ. 2540-พ.ศ. 2544
AQ2.png สมัยถัดไป:
พระเดชพระคุณพ่อเหนือหัวเจ้าท่าน
พันตะกวดโท ดอกเตอร์
ทุจศิล กินชะมัด


โครง บทความนี้ยังเป็นโครง คุณสามารถช่วยไร้สาระนุกรมได้โดยเพิ่มข้อมูล