อะเด้า ซิสเลอร์
จาก ไร้สาระนุกรม
|
เราจึงขอไว้อาลัยให้กับท่าน อะเด้า ซิสเลอร์ ด้วย |
เจ้าตายแล้ว ![]()
— เคนชิโร่ กลาวถึง ซิสเลอร์
เพื่อลิงค์มายังหน้านี้ได้
เว็บย่อ: http://th.uncyclopedia.info/wiki/Hitler
อะเด้า ซิสเลอร์ (อังกฤษ: Adult Sizzler) เป็นนักการเมืองสันดานสัญชาติออสเกรียนมาตั้งแต่ลืมตาดูโลก ซึ่งต่อมาได้รับสัญชาตินาเฮอยันละมีในภายหลัง โดยเขาเป็นผู้นำเผด็จเกรียนที่ชนะการเลือกตั้ง อีกทั้งยังเป็นผู้นำที่ใจดีที่สุดในโลก จนได้รับรางวัลโนเบลมาแล้วทั้ง 5 สาขา อีกทั้งยังเป็นแชมป์ชายหนวดงามถึง 56 สมัย เป็นดีไซเนอร์ฝีมือฉกาจผู้ออกแบบธงสวัสดีค่ะ อีกทั้งยังออกแบบเรือนจำชนิดขังลืมและถนนอู้ดโตบานอีกด้วย นับว่าเป็นคนดีที่โลกรอเลยทีเดียว และที่สำคัญ ซิสเลอร์ยังเป็นอะไรได้มากกว่าที่คุณคิด โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ซิสเลอร์เป็นชาวออสเกรียนใจดี เชื้อสายยิว !?!
เนื้อหา |
[แก้ไข] วัยเด็ก
อะเด้า ซิสเลอร์ ถูกนรกส่งมาเกิดบนโลกมนุษย์ใบนี้ครั้งแรกเมื่อวันที่ 20 เมษายน โดราศักราช 1889 ที่ใต้สะพานลอยแห่งหนึ่งในเมืองบาร์เน่า ประเทศออสเกรียน พ่อของเขามีเมียไม่เยอะ และแม่ของเขาก็เป็นหนึ่งในเมียไม่เยอะเหล่านั้น ในวัยเด็กซิสเลอร์ขาดความเวลาและความอบอุ่นจากบิดา เนื่องจากขาดผ้าห่มและซิสเลอร์ ซึ่งแม่ของเขาก็เกิดเห็นใจในปมด้อยของซิสเลอร์ จึงได้เซ้งบ้านไปเปิดร้านขายถ่านและนาฬิกา ทำให้ซิสเลอร์มีชัวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นมั้ง ถึงแม้พ่อเขาจะไม่ต้องการความอบอุ่นโดยยังเปิดร้านขายน้ำแข็งใสอยู่ฝั่งตรงข้ามก็เถอะ แต่ซิสเลอร์ก็ไม่ชอบให้ใครมาวิจารณ์พ่อของเขาในด้านดีๆ ซึ่งในวัยเด็ก ซิสเลอร์นับได้ว่าเป็นเด็กที่น่าสมเพชสงสารมากเลยทีเดียว
[แก้ไข] วัยรุ่น
ว่ากันว่า ซิสเลอร์เป็นนักเกรียนที่เกรียนเรียนเก่งมากๆๆๆ ถึงมากที่ซู้ด!!! โดยเฉพาะวิชาศิลปะ และประวัติศาสตร์ และด้วยผลงานที่แสนดีเลิศประเสริฐศรีทางด้านศิลปะนี้ ซิสเลอร์จึงได้รับโอกาสเรียนต่อที่โรงเรียนเตรียมประหาร ทำให้มีโอกาสรู้จักกับนักเรียนรุ่นน้องชาวเทยคนหนึ่ง ซึ่งทั้งสองสนิทสนมกันมาก ขนาดนักเรียนรุ่นน้องคนนั้นขโมยเอาเครื่องหมายสวัสดีค่ะไปตั้งพรรรรรรรคการเมียคนใหม่ในเมืองไทยอย่างหน้าด้านๆ ในเวลาต่อมา จนต่อมาซิสเลอร์ก็เรียนจบ จนได้ศึกษาต่อในมหาลัยมหาหลอก ในคณะศิลปะ แต่เขาก็ผิดหวัง เพราะทางมหาลัยเห็นว่าเขาไว้หนวดไม่เหมาะสม ทำให้เขาต้องตกงานอยู่พักใหญ่
หลังจากตกงาน เขาก็ไม่มีรองเท้าจะใส่ ไม่มีมีดโกนหนวด ไม่มีเงินลงกระเป๋า ไม่มีอาหารลงท้อง นานเกือบ 3 ปี แต่ในที่สุด เขาก็ถูกจ้างจนได้ โดยเขาได้ทำงานเป็นผีเซนเตอร์โฆษณาโน้ตบุ๊คให้กับบริษัทมะม่วง แต่ต่อมาเขาก็ได้ทำงานโฆษณารถสามล้อ และน้ำหมักดับกลิ่นรักแร้อีกด้วย และต่อมาเขาก็ได้เป็นจิตรกรสมดังใจในเวลาต่อมา แต่ก็ตกงานเช่นเคย
ซิสเลอร์กับสมุดบันทึก.jpg
โฆษณาสมุดบันทึก |
[แก้ไข] สงครามโลกครั้งที่หนึ่ง
เมื่อเกิดสงครามโลกครั้งที่หนึ่งอุบัติขึ้นมาในทวีปยูหลบ ซิสเลอร์ชายหนุ่มวัยฉกรรจ์ก็มิอาจอยู่เฉยได้ เขาจึงหนีทหารในออสเกรียน ไปโผล่เป็นทหารอยู่ที่เยอรมันเสียดื้อๆ และเขาก็โดนเด้งไปเป็นอยู่แนวหน้าที่เบลเหยียม และก็เด้งมาช่วยพวกเวียดกงรบอยู่ที่เดียนเบียนฟู ก่อนจะโคจรไปรบต่อที่เกตตี้สเบิร์ก ซึ่งสร้างความสับสนให้กับซิสเลอร์เป็นอย่างมาก ซึ่งครั้งล่าสุด ทางการแม่ทัพเยอรมันเกิดอาการเมาเล็กน้อย จึงส่งซิสเลอร์ไปรบที่เกาะกรีนแลนด์ ซึ่งเหตุการณ์ทำให้ซิสเลอร์ต้องจดจำจนวันตาย เขาได้บรรยายความรู้สึกลงในหนังสือ การตบยุงของข้าพเจ้า ว่า กูหนาว...!!!
หลังจากผ่านการรบที่แสนทรหดจากเกาะกรีนแลนด์ แต่แล้วซิสเลอร์ก็ประสบความสำเร็จในการชนะการแข่งขันโบว์ลิงกระชับมิตรที่เบลเหยียม โดยลงแข่งในนามกองทัพเยอรมัน ทำให้รัฐบาลเยอรมันเห็นความดีของเขา จึงแต่งตั้งให้เขาเป็นสิบโท พร้อมมอบเหรียญหน้าด้านกล้าหาญ แต่ระหว่างการแข่งขัน ซิสเลอร์ได้รับบาดเจ็บปางตายจากแก๊สไข่เน่า ทำให้เขาต้องกลับเยอรมันก่อนที่เยอรมันจะแพ้สงคราม
หลังจากนั้น ซิสเลอร์ก็ประสบความสำเร็จอีกครั้ง จากการชนะการแข่งขันฟุตบอลโลกที่แอฟริกวนใต้ โดยซิสเลอร์เป็นดาวซัลโวประจำการแข่งขัน พร้อมมอบเหรียญกล้าหาญอีกเหรียญ และซิสเลอร์ก็ถูกหมามองแมวมองชักชวนให้ไปเล่นสโมสรบาร์เกย์โล้ดน่า ทีมที่เมพที่สุด และมีซูเปอร์สตาร์อย่างเม็ดสีอยู่ในทีมอีกด้วย
[แก้ไข] การเมือง
หลังสงครามโลกครั้งที่หนึ่ง ซิสเลอร์ก็ได้กลายเป็นวีรบุรุษสงคราม เขาก็ได้ลงสนามเลือกตั้งที่โรงเรียนอนุบาลบ้างหนองนาดำ ในตำแหน่งประธานนักเรียน แต่เขาสอบตก จึงต้องสอบซ่อมที่เขต 1 ที่กรุงเบลอลินในนามพรรคสังคังชาตะนิยม หรือพรรคนาซันในปัจจุบัน ซึ่งเป็นเพียงพรรคการเมืองเล็กๆพรรคหนึ่งเท่านั้นเอง และมีแววว่าเจ๊ง แต่พอได้ซิสเลอร์เข้าไปบริหาร ก็เจ๊งหนักกว่าเดิม แต่เพื่อความอยู่รอดของพรรค ซิสเลอร์จึงตัดสินใจที่จะเสียสละหนวดด้านข้างออก ทำให้เขามีหนวดเหลือแค่พุ่มเดียวเหมือนดังปัจจุบัน ทำให้เกิดหนวดทรงใหม่ที่โดนใจขาโจ๋ ทำให้พรรคนาซันได้รับคะแนนเสียงถล่มถทายจากประชาชนที่หลงใหลในหนวด
[แก้ไข] ชีวิตในเรือนจำ
หลังจากเล่นการเมืองมานาน ซิสเลอร์ก็ตัดสินใจใช้กองกำลังทหารทำการรัฐประหารในวันที่ 19 กันยายน ด.ศ. 1923 แต่ดันไม่สำเร็จ ก็เลยถูกจับไปกินข้าวแดงในคุกถึง 8 เดือน และในระหว่างถูกคุมขังนี้เอง เขาก็ได้เขียนหนังสือ การตบยุงของข้าพเจ้า เพื่อบรรยายความในใจ และความรำคาญยุงที่มีมากมายในห้องขัง โดยกำหนดการเดิมของซิสเลอร์คือ เขียนให้ได้ 800 หน้า แต่เขากลับเขียนได้ถึง 8,000 หน้า (เพราะเขาถูกขังลืมเกินกำหนด โดยโดนขังไป 8 ปี)
หลังจากถูกขังลืมในคุกมานานกว่า 8 ปี ซิสเลอร์ก็ได้จัดการปราศรัยต่อต้านยุงในเรือนจำของเขา ทำให้นักโทษจำนวนมากมีแนวคิดต่อต้านลัทธิยุงนิยม ซึ่งทางสมาคมยุงเยอรมันก็ได้ร้องเรียนไปยังผู้คุมเรือนจำว่าการกระทำของซิสเลอร์อาจจะทำให้ยุงในเรือนจำอยู่ในสภาพที่ไม่ปลอดภัย แต่ทางเรือนจำก็ยังยืนยันขังลืมซิสเลอร์ต่อไป ซึ่งทางสมาคมยุงก็กดดันเรือนจำต่อไปด้วยการขนย้ายประชากรยุงออกจากเรือนจำจนหมด และยังขู่ว่าจะขนย้ายยุงออกนอกเยอรมันให้หมด
ซึ่งข้อเรียกร้องให้เนรเทศซิสเลอร์ของสมาคมยุงนี้ ก็ร้อนไปถึงท่านประธานาธิบดีพอล หินดินเบิร์ก ซึ่งท่านประธานาธิบดีเห็นว่าถ้าหากชาวยุงอพยพออกนอกประเทศแล้ว ชาวแมลงวัน และชาวแมลงสาบ ก็ต้องอพยพออกไปตามแน่นอน จึงมีคำสั่งให้ปล่อยตัวซิสเลอร์ออกมาจากคุกในที่สุด ทำให้ซิสเลอร์กับยุงสนิทสนมกันมากขึ้น
[แก้ไข] การเมือง (อีกรอบ)
หลังจากถูกปล่อยตัวออกมาแล้ว พรรคนาซันของซิสเลอร์ก็กลับมาได้ที่รังเกียจนิยมของชาวเยอรมัน ชาวยุง และชาวแมลงสาบ เพราะมีนโยบายต่อต้านการใช้ยากันยุงอย่าเปิดเผย และขวาจัดแบบสุดๆ ทำให้พรรคนาซันโกงการเลือกตั้งได้อย่างถล่มทลาย รวมไปถึงการนำนโยบายประชานิยมจากเพื่อนสนิทมาใช้ ทำให้พรรคนาซันมี ส.ส.ในสภามากถึง 230 ที่นั่งจากที่นั่งในสภาทั้งหมด 100 ที่นั่ง
หลังจากมี ส.ส.ในและนอกสภามหาศาลแล้ว ประธานาธิบดีพอลจึงตัดสินใจแต่งตั้งซิสเลอร์ให้เป็นนายกรัฐมนตรีอยู่ที่เมืองศีรษะเกต ซึ่งทำให้ซิสเลอร์มีความพึงพอใจมาก แต่ความบ้าอำนาจทะเยอทะยานของซิสเลอร์ไม่หยุดแค่นั้น เมื่อมีการเผาสภาไร้สต๊ากเกิดขึ้น ซิสเลอร์ก็กลับเข้ากรุงเพื่อช่วยจุดไฟดับไฟ และสถาปนาตนเองเป็นประธานาธิบดีคนใหม่ของ นาซันเยอรมี
[แก้ไข] สงครามโลกครั้งที่สอง
เมื่อสงครามโลกครั้งที่สองได้บังเกิดขึ้นบนโลก โดยที่ซิสเลอร์ไม่ได้ตั้งใจ ซิสเลอร์จึงปราศรัยโจมตีว่าตนกำลังถูกเศสฝรั่งรังแก จึงต้องป้องกันตัวเองด้วยการยกทัพถล่มฝรั่งเศสเป็นจุล และด้วยความที่ซิสเลอร์มีความใฝ่ฝันอยากไปหอไอเฟลมากๆ จึงได้ยึดเศสฝรั่งเป็นเมืองขึ้นเสียเลย จากนั้นซิสเลอร์จึงได้คิดจะยึดอังเกรียน เนื่องจากเกรียนจัด(ข้ออ้าง)แต่เอมริเกย์มาช่วยไว้ ซิสเลอร์จึงหนีกลับเบอร์ละลินไป ต่อมาซิสเลอร์ได้ต่อเรอรบชือ บิดมาก แต่ว่าหลังออกจากท่าเจ็ดวันเจอเรือบรรทุกเครื่องบินอังเกรียน กับเรือรบ คิง จอด 5 ของอังเกรียนลุมยิงจนจมไปในที่สุด
[แก้ไข] ผลงานโดดเด่น
อย่างที่บอก เขาเป็นวิศวกรที่ออกแบบเรือนจำมาได้ดีมากๆ เนื่องจากมีอัตราการหลบหนีของนักโทษต่ำ เขาได้สร้างเรือนจำสำหรับประหารอาชญากรร้ายแรงโดยเฉพาะ ซึ่งใช้ระบบประการชีวิตใหม่ที่พาขึ้นสวรรค์ได้ในพริบตา นั่นก็คือก๊าซพิษ นอกจากนี้ เรือนจำของเขายังสามารถรองรับนักโทษได้มากมายมหาศาลโดยใช้พื้นที่ไม่มากนัก
การลำเลียงนักโทษประหารจะใช้รถไฟขนมาลงที่เรือนจำ นอกจากนี้กำแพงเรือนจำยังหนาและแข็งแรงราวกับกำแพงมินาสทิริท ท่อต่างๆก็จะถูกปิดไว้ด้วยกรงเหล็ก นอกจากนี้ยังใช้ระบบไฟฟ้าและเซนเซอร์ในการเตือนภัยอีกด้วย จึงหาคนรอดออกไปได้ยาก
ด้วยความสามารถนี้เอง จึงทำให้เขาถูกกองทัพอังเกรียนจับตัวไปในช่วงที่นาซันเยอรมีกำลังรับมือสหภาพโซเวียต เพราะต้องการให้ซิสเลอร์สร้างเรือนจำอัสคาบาน ผลก็คือเรือนจำที่แข็งแกร่งสุดๆ ตามสไตล์แก
[แก้ไข] รู้หรือไม่
- ว่าซิสเลอร์เป็นมังสวิรัต ทำให้มีปัญหาในการอั้นตด
- ซิสเลอร์เคยออกกฏหมายห้ามต้มกุ้งทั้งเป็น (เนื่องจากอาหารกุ้งต้มในตอนนั้นจะหย่อนกุ้งตัวเป็นๆ ลงในน้ำเดือดอย่างรวดเร็ว) ดังนั้นจึงไม่น่าแปลกใจที่เขาไม่อนุญาตให้ประหารนักโทษด้วยการแขวนคอ
- ซิสเลอร์เป็นชาวออสเกรียน เชื้อสายยิว
[แก้ไข] เมื่อโลกมองซิสเลอร์
เขาเป็นที่ถูกเกลียดชังของคนทั่วโลก เพราะเขาล้างบางแดนชนคนอเมริเกย์ไม่ได้เลย แถมยังโดนเดนคนอเมริเกย์ตามกระทืบจนเละไปทั้งตัวเองและทั้งประเทศและในประเทศเย่อรมันส์ ผู้คนก็เกลียดชังเขามาก แม้แต่การแสดงสัญลักษณ์สวัสดิกะ หรือการชูมือในลักษณะของการทักทาย Sieg Heil ก็ถือว่าเป็นความผิดทางกฎหมาย (เรื่องจริงนะจ๊ะ)
เป็นที่รู้กันของพวกองครักษ์และคนสนิทว่า เขาสามารถถึงจุดสุดยอด เมื่อเขาได้กล่าวสุนทรพจน์ และ เรื่องนี้เองที่กลายเป็นแรงบันดาลใจให้กับเหล่าเซ็กซ์โฟนเนอร์ในต่อมา
เหตุผลที่เขายอมรับเทย เข้ามาอยู่ในฝ่ายอักษะนี-วัตสัน ก็เพราะว่าเมื่อครั้งยังเด็ก เขาได้มีโอกาสลองชิมแตงโมอิมพอร์ตจากเทย ซึ่งเขาชอบมันมากๆ และได้ตั้งใจไว้ว่า เมื่อโตขึ้น เขาจะต้องมีแตงโมกินเป็นกองภูเขา และเมื่อหน่วยติดอาวุธพิเศษ Waffen-S.S. ว่างจากการศึกสงคราม ก็จะถูกซิสเลอร์ใช้ให้ไปทำงานเป็นชาวไร่ อยู่ในไร่แตงโมในประเทศเทยแทน (เพราะประเทศเทยปลูกแตงโมได้ดีมากๆ ยังไงละ) และกลายเป็น หน่วยแตงโมพิเศษ Wassermelone-S.S.
สมัยเป็นวัยรุ่น อะเด้า ซิสเลอร์ มีฐานะไม่ค่อยดีนัก เมื่อเห็นรถหรูๆ ก็ไม่มีปัญญาซื้อ เมื่อเขามีอำนาจ จึงสั่งให้เบนซ์และปอร์เช่ ผลิตรถถัง จะได้ขับรถเหยียบและยิงพวกคนชั้นล่างได้ ซึ่งหลังจากนั้นมา 70 ปี ก็มีผู้ที่สืบทอดจิตวิญญาณของซิสเลอร์ในข้อนี้ โดยการขับรถเบ็นซ์เหยียบพวกชั้นล่างที่ป้ายรถเมล์ และทำท่าเกร็งมือ กดยิงไกปืนของรถถัง ตามแบบซิสเลอร์ นอกจากนั้น ซิสเลอร์ยังให้ BMW ผลิตมอเตอร์ไซค์ให้ซิสเลอร์ขับ เพื่อสนองความเก็บกดจากวัยรุ่น ซึ่งต่อมาหลังสงคราม มอเตอร์ไซค์ที่ถูกผลิตเป็นจำนวนมากและเหลือจากสงคราม ก็ได้ถูกเหล่าวัยรุ่นซื้อไป และได้กลายมาเป็นเด็กแว้นในที่สุด
ได้แรงบันดาลใจไว้หนวดบนใบหน้าจากแปรงขัดส้วมที่โดนหมาตัวโปรด 'blondie' กลืนไป
[แก้ไข] วิดีโอคลิปที่เกี่ยวข้อง
ท่านผู้นำกับเพื่อนรัก ในยามถังแตก
แถลงการณ์จากท่านผู้นำ หลังจากมีการแบบคลิปของท่าน
ว่ากันว่า ซิสเลอร์ก็มีพี่ชายฝาแฝด เหมือนกับ แอ๊ด คาราเมา
เมื่อซิสเลอร์ได้ฟัง"ฮิตเหรอ"
จริงๆแล้วซิสเลอร์อ่อนโยนมวากส์
[แก้ไข] ซิสเลอร์เป็นอะไรมากกว่าที่คุณคิด
ซิสเลอร์เป็นศิลปิน |
ซิสเลอร์เป็นนักเขียน |
ซิสเลอร์เป็นโลลิคอน |
|
Http://blog.roodo.com/musictortoise/a0ace463.jpg
ว่ากันว่านี้คือเสนาคน(กบ)สนิทที่สุดของซิสเลอร์ |
[แก้ไข] เสียงวิพากษ์วิจารณ์
ผมอยากจะต่อย ยางามิ ไลท์![]()
— สุนทรพจน์ของซิสเลอร์ในวัยเด็ก
เขาแค่ลองทดลองของเล่นชิ้นใหม่กับ เพื่อนๆ ชาวยิวแค่ไม่กี่ล้านคนเอง![]()
— เพื่อน (ไม่) สนิทของซิสเลอร์ กล่าวไว้
ผมลืมมุงหลังคา ที่กำแพงแอตแลนติก แถวชายหาดเศษฝรั่ง![]()
— ขุนพลยศเทียบเท่าท่านผู้นั้น กล่าว
ผมลืมไปว่า การบุกแนวรบตะวันตกของรัสเซีย ผมดันลืมศึกษาภูมิอากาศ เลยทำให้พ่ายแพ้ เพราะทหารของผมทนความร้อนไม่ได้![]()
— ซิสเลอร์กล่าว
เขาเป็นลูกชายที่ยอดเยี่ยมกระเทียมดองที่สุดที่ข้าพเจ้าเคยเลี้ยงดูมา เขาเจี๋ยนชาวยิวไปตั้ง 6 ล้าน แถมยังฆ่าตัวตายเพื่อมาอยู่กับข้าพเจ้าอีก ข้าพเจ้าภูมิใจกับลูกคนนี้จริงจริ๊ง![]()
— ซาตานกล่าว
ฉันเป็นแฟนตัวยงของเขา เพราะเขารู้วิธีที่ทำให้ชาวยิวกลับใจมาเชื่อศาสนาบริสต์ได้![]()
— บร๊ะยีซัสกล่าว
ผมว่าจริงๆ แล้ว เขาเป็นผู้อยู่เบื้องหลังอิรักแน่ๆ![]()
— ดิ๊ก ชะนีี กล่าว
อย่าไว้ใจคนมีหนวด !!!![]()
— หนังสือเรื่อง "สงครามโลกครั้งที่สองสยองขวัญ" จากชุด "ประวัติศาสตร์ โหด มัน ฮา"
โอ้โฮ หนวดพี่แกนี่มันไม่ธรรมดาจริงๆ นะครับ ไม่ได้ไว้ดกแบบพวกสุภาพบู๊หลุดในยุคนั้น แสดงให้เห็นถึงความบ้าพอกล้าที่จะแตกต่างจากคนอื่น แถมยังพอเพียงอีกด้วย ช่างเป็นหนวดที่เหมาะสำหรับคนมีศิลป์จริงๆ![]()
— อ.ฉลามชาย โกยสิเพคะ
ข้าลืมเขามิได้ เพราะว่าเขาช่วยเราสร้างสุดยอดคุกอย่างอัสคาบานด้วย![]()
— คอเลียเนียส ฟลัด
เขานี้แหละที่เป็นต้นแบบให้ผมในการปกครองประเทศเทย![]()
— จอมผง ป.กล่าว
เขาลอกหนวดผมอย่างหน้าด้าน!! ทำเสียชื่อหมด!!![]()
— ชากรีน พุงปลินกล่าว
อะไร มึงเกิดหลังซิสเลอร์ตั้งหลายปี ซิสเลอร์ก็ตายก่อนด้วย แล้วมึงก็ไปเลียนแบบหนวดของซิสเลอร์มา มึงไม่รู้เรื่องเลยหรือนี่ มึงเป็นคนลอกมาเองไม่ใช่หรือ?![]()
— ท่านผู้นั้น
ไอ้ท่านผู้นั้น ไอ้มั่ว ไอ้ชากรีนกะไอ้ซิสเลอร์มันเกิดปีเดียวกันเฟ้ย แต่ไอ้ชากรีนมันเด้ดหลังไอ้ซิสเลอร์ รู้ป่าว ห๊า!!!![]()
— เมสุท โอ้สิว กล่าว (เฮ้ย นักฟุตบอลเกี่ยวกันเร้อะฟระ)
พ่อกูซิสเลอร์!แม่กูไม่มี!ดราม่าผีนาฮี!!!เทยยันละเมอ!เทยยันละเมอ!![]()
— เพลงสรรเสริญโดยชาวดราม่า
เรารักท่าน เพราะท่านสอนให้เรารักประชาชน![]()
— สหายแมว
ท่านคือต้นแบบในการบริหอนประเทศของผม![]()
— อมาร์ค ฮิตเบอร์เลอร์ กล่าวไว้
ซิสเลอร์ หรือจะสู้ ไกเซอร์![]()
— เบคเค่นบาวเออร์ อดีตผู้บัญชาการกองกำลังแห่งมิวนิค และกองกำลังเดเอฟเบ
หรือว่าจะสู้ ซูเปอร์แมนล่ะครับ![]()
— มัทเธอุส อดีตจอมทัพกองกำลังเดเอฟเบ ซึ่งรับใช้ประชาชนมาแต่เจ็ดชั่วโคตรแล้ว
หรือจะต้องสู้นโปเลียนหว่า?![]()
— พลาตินี่ อดีตจอมทัพและผู้บัญชาการกองกำลังแอฟแอฟแอฟ
หนวดน่ารักมากคะ.. แต่อิฉันไม่ชอบผู้ชายไว้หนวด![]()
— แมวดำนะฮะ~♥

