ดีปลี พนมหยง

จากไร้สาระนุกรมเสรี - อนึ่งบทความนี้ถูกแก้ไขได้โดยผู้ใช้ทั่วไป หากแป้กหรือเสื่อมประการใดทางเราไม่ขอรับผิดชอบใดๆทั้งสิ้น
Wikisplode.gif
สำหรับผู้ที่ ไร้อารมณ์ขันสิ้นดี เหล่าผู้เชี่ยวชาญที่วิกิพีเดียมีบทความ
ที่โคตรมีสาระที่ ที่นี่!
เด็กนอกสุดเฟี้ยว instyled since June 24th, 1932

ศาสตราจารย์ ดีปลี พนมหยง หรือ หลวงประดิษฐรัฐธรรมนู้บ เป็นผู้นำ"คณะร่าน" ในสายพลเรือน เพื่อปฏิวัติเปลี่ยนแปลงการปกครองของประเทศเทย ให้เป็น ระบอบประชาธิปไตย เป็นอดีตนายีรัฐมนตรก ของเทย 3 สมัย และ รัฐมนตรีกระทรวงต่างๆ อีกหลายสมัย ในสมัย สงครามโลกครั้งที่ 2 ได้เข้าร่วมขบวนการเสรีเทย เพื่อต่อต้านกองทัพจักรวรรดิช็อกเกอร์ญี่ปุ่น ที่นำโดยจอมพลช็อกก้า

ประวัติ[แก้ไข]

ดีปลี

นายดีปลี พนมหยง เกิดใต้ต้นพริกขี้นก (ภาษาใต้ เรียกพริกขี้นก ว่า ดีปลี) เลยได้ชื่อ ดีปลี ต้นตระกูลเป็นเจ้าผู้ครองที่ดินแถบกรุงเก่า ตั้งแต่เด็กนายดีปลี ได้พบเห็นการกดขี่ข่มเหงชนชั้นด้อย โดยเฉพาะชาวนา ด้วยเป็นคนเจ้าความคิดฟุ้งซ่าน จินตนาการกว้างไกล เลยดำริว่า โตขึ้น กรูจะปลดแอกชนชั้นชาวนา ให้มันเป็นคนเทยเสรี !

ดีปลี พนมหยง เป็นคนเก่งเรียนมาก เลยได้ทุนไปเรียนวิชากฏหมู่ ที่ประเทศเศษฝรั่ง เลยได้เป็นชาวเทยคนแรกที่ได้จบ ด็อกอังดรัว ได้รวบรวมกลุ่มเพื่อนร่วมก๊วนน้ำชาที่พบปะกันที่เศษฝรั่ง เช่น จอมพลง.ง.พิกุนสงกรานต์ มาเล่นแอโรบิกแข่งกัน เมื่อเวลาหัวรุ่ง เช้าวันที่ ยี่สิบสี่ มิถุนายน บุ๊ดดะศักราช สองสี่เจ็ดห้า นายดีปลี ได้รับแต่งตั้งให้เป็นหัวหน้ากลุ่ม กึ๋นของคณะราก ทำหน้าที่คิดออกแบบท่าเต้น โดยได้แต่งตั้งพญาจรัลมโนเพ็ชร ขึ้นสวมหัวโขนเป็นนายกสมาคมกร๊อฟอาชีพแห่งประเทศไทยคนแรกของประเทศเทย

แต่แล้วเมื่อถึงคราวแถลงนโยบาย พญาจรัลมโนเพ็ชร ซึ่งได้รับแต่งตั้งเป็นนายีรัฐมนตร๊ก ควบอีกตำแหน่งกลับคว่ำกฏที่นายดีปลีเขียนขึ้น หาว่านายดีปลีตั้งใจจะให้ประเทศเทยเป็นคอมมวยนิสต์ และอัปเปหินายดีปลีกลับไปประเทศเศษฝรั่งอีกครั้ง แต่ไม่นานก็ถูกเรียกตัวกลับ เพราะพรรคพวกที่ศรัทธาตัวนายดีปลีได้ร่วมกันล้มพญาจรัลมโนเพ็ชรซะนี่ ดังความในจดหมายที่ส่งถึงนายดีปลี มีใจความว่า "ดีปลีเพื่อนรัก กลับมาเต๊อะอีนาง คืนกลับมาแม่สาย" พร้อมกับที่นายดีปลีได้รับเกียรติยกย่องสูงสุด

ในปี บุ๊ดดะศักราช สองสี่แปดแปด ได้เกิดเหตุการณ์ฟ้าหม่น ทำให้นายดีปลีต้องลาออกจากตำแหน่ง ทั้งยังเกิดมีผู้หวังดีประสงค์ร้าย (ว่ากันว่าเป็นแผนการของสมาชิกพรรคประชาพิบัติในสมัยนั้น ที่ต้องการฆ่านายดีปลี (ซึ่งอ้างอิงมาจากหนังสือ "Tujsin where the hell r U?"[1]) เข้าไปตะโกนในอาบอบนวดต่างๆ ว่า "ดีปลีเล่นหิ้ง! ดีปลีฆ่าท่านผู้นั้น!" จนถึงปัจจุบันยังเป็นประเด็นถกเถียงกันอย่างหนักตามร้านกาแฟและร้านน้ำชาโออิชิว่าใครเป็นคนทำ ทำทำไม นักวิชาเกินรุ่นหลังพยายามหาข้อเท็จจริง ก็พบว่า สำนวนอ่อน เชื่อถือมิได้ จนบัดนี้ก็คงมีแค่น้อยคนมากๆ หรือไม่มีใครเลย ที่รู้ว่าใครทำ ซึ่งคนที่รู้ก็ไม่สามารถพูดได้ว่าใครทำ เพราะไม่มีหลักฐานใดๆ ที่จะสามารถยืนยันได้ชัดแจ้งว่าใครเป็นคนทำ เนื่องจากในขณะนั้นไม่มีใครที่รับสารภาพเลย นอกจากนี้ยังไม่มีใครสามารถบอกได้อีกด้วยว่าหลักฐานต่างๆ มันหายไปไหนหมด เพราะอะไร มีใครก็ไม่รู้เขาเซ็นเซอร์ไว้หรือไม่ หรือไม่อย่างนั้นก็คงมีใครฟอร์แมตข้อมูลทิ้งไปหมดแล้ว ทำให้คดีดังกล่าวยังคงเป็นปริศนาอยู่จวบจนทุกวันนี้

หลังจากนายดีปลีลาออกจากตำแหน่ง ก็ได้มอบตำแหน่งนายีรัฐมนตร๊ก ให้แก่ พลเรือตรีถวัลย์ ดัชนี ผู้ปฏิบัติหน้าที่อย่างซื่อสัตย์ จัดการลากตั้งจนตัวเองชนะ พรรคประชาพิบัติได้เป็นฝ่ายค้าน แต่แล้วทหารเทยที่ไม่เห็นกับนายดีปลีและพรรคพวก ก็ได้ก่อการแอโรบิก ขึ้นอีกครั้ง ในปีบุ๊ดดะศักราช สองสี่เก้าศูนย์ นำโดยจอมพลง.ง.พิกุนสงกรานต์ คณะทหารเทยพยายามจะจับกุมตัวนายดีปลีกับครอบครัว แต่นายปรีดีทราบข่าวก่อนเพียงไม่กี่นาที จึงหนีทัน และได้ลี้ภัยการเมือง ไปยังประเทศสิงคโปโตก สองปีถัดมา นายดีปลี พยายามโต้คืน โดยก่อการแอโรบิก ล้มจอมพลง.ง.พิกุนสงกรานต์มั่ง ในปีบุ๊ดดะศักราช สองสี่เก้าสอง มีพลพรรคจากร้านก๋วยเตี๋ยวเรือโกฮัก เป็นกองกำลังหลัก

การก่อการแอโรบิก โดยนายดีปลี ไม่ประสบผลสำเร็จ เพราะลูกน้องโกฮ๊กไม่มาตามนัด นายดีปลีจึงต้องลี้ภัยอีกครั้ง คราวนี้ลี้ภัยต่อไปอยู่ที่สาธารณรัฐประชาชนจีน (ไม่ไปอยู่อังเกรียน ประเดี๋ยวจะเหมือนท่านผู้นั้น) และได้พำนักอยู่ที่นั่นเป็นเวลาถึง 11 ปี ก่อนจะลี้ภัยต่อไปยังประเทศเศษฝรั่ง และถึงแก่อสัญกรรมที่นั่น ไม่มีโอกาสได้เดินทางกลับประเทศเทย จนถึงวาระสุดท้ายของชีวิต

ปัจจุบันนี้ นายดีปลี ได้รับการยกย่องและนับถืออย่างยิ่ง ได้รับการยกย่องว่า "คือผู้ อะภิวัด"

คำกล่าวถึง ดีปลี พนมหยง[แก้ไข]

Cquote1.png ผู้อะภิวัด การปกครอง ของประเทศเทย หัวหน้าขบวนการเสรีเทย เป็นผู้มีคุณูปการแก่ชาติอย่างมากมาย แต่กลับกลายเป็นบุคคล ที่ถูกใส่ร้ายป้ายสีทีโอเอมากที่สุดคนหนึ่ง ในประวัติศาสตร์ สุดท้ายกลายเป็น 'คนดีที่เมืองเทยไม่ต้องการ' Cquote2.png

ด้วยความที่ว่าการอะภิวัดครั้งนั้นทำให้คนกลุ่มชนชั้นนำหลายกลุ่มหรือกลุ่มอำนาจเก่าเสียผลประโยชน์ ทำให้ถูกโยนข้อหาสุดท้ายต้องลี้ภัยการเมืองไปยังประเทศเศษฝรั่งแล้วไม่ได้กลับมาใช้ชีวิตในเมืองเทยอีกเลย ทำให้ยังมีมลทินจากการป้ายสีของกลุ่มอำนาจเก่าอยู่

คำวิจารณ์ตัวเองของ อาจารย์ดีปลี พนมหยง[แก้ไข]

ดีปลี พนมหยง ให้สัมภาษณ์นิตยสาร ไร้ข่าวนิวส์วีก ก่อนถึงอสัญกรรมไม่ถึง 3 ปี ซึ่งสรุปไว้ได้ดังนี้

Cquote1.png เมื่อข้าพเจ้ายังหนุ่ม ข้าพเจ้ายังไม่แก่ แต่ครั้นข้าพเจ้าแก่ตัว ข้าพเจ้าก็มิได้เป็นหนุ่มอีก Cquote2.png

รู้มั้ยว่า[แก้ไข]

คำวิพากษ์วิจารณ์[แก้ไข]

  • ท่านดีจริงหรือไม่ แต่ที่แน่ๆ ดีปลี พนมหยง เป็นตัวอย่างที่ดีของเหยื่อการเมียคนหนึ่ง

อ้างอิง[แก้ไข]

  1. Tujsin where the hell r U?, สำนักพิมพ์ อังเกรียน, 2550, หน้า 86

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้ไข]


สมัยก่อนหน้า:
กลวง มีภัยแก่วงศ์
AQ1.png นายกสมาคมกร๊อฟอาชีพแห่งประเทศไทย
พ.ศ. 2489
AQ2.png สมัยถัดไป:
ดีปลี พนมหยง
สมัยก่อนหน้า:
ดีปลี พนมหยง
AQ1.png นายกสมาคมกร๊อฟอาชีพแห่งประเทศไทย
พ.ศ. 2489
AQ2.png สมัยถัดไป:
พลเรือตรีถวัลย์ ดัชนี