นพดล ปัสสาวะ

จากไร้สาระนุกรมเสรี - อนึ่งบทความนี้ถูกแก้ไขได้โดยผู้ใช้ทั่วไป หากแป้กหรือเสื่อมประการใดทางเราไม่ขอรับผิดชอบใดๆทั้งสิ้น
นพดล ปัสสาวะ ปลาบปลื้มทุกครั้งที่ได้งาน

ด๊อกฯ นพดล ปัสสาวะ หรือ นพดน ปัดสวะ หรือ บางคนเชื่อว่าเขาคือคนเดียวกับนพดัน ทุรัง และมีคนเรียกว่าสัพพดล ปัสสาวะ คือ ทนายผู้เด็ดเดี่ยว เดินเครื่องด้วยจำนวนเงินเก้าหลัก ว่ากันว่าต้นตระกูลเขาสืบทอดมาจากสมาชิกพรรคอินทรีย์ในเรื่องเปาบุ้นจิ้น เพราะ ถือคติ "ดูเงิน ไม่ดูคน" ด๊อกนพดล มีความสามารถรอบด้าน เพราะ เป็นโฆษกในครัวเรือนอยู่ดีๆ ก็ไปเป็นโฆษกทีมฟุตบอลได้ด้วย น่านับถือจริงๆ อีกหน่อยคงเป็นนักชิม แข่งกับไอ้หมัก ไอ้สัด กูงง มีข่าววงในว่า เขาเคยเป็นที่ปรึกษาให้กับ ประธานาธิปดีโลก,ดร.นารถพงศ์ หยงกี้ในเคสที่ว่า หยง บลัสเตอร์ เป็นอาวุธสงครามที่ผิดกฎหมายกระทรวงไอซีทีหรือไม่

มีเพื่อนรัก ร่วมอุดมการณ์คือ ดร.สุวัน วลัยสถุล (ด๊อกทอง)


หลังจากลงสมัคร สส แล้วสอบตกเป็นที่เรียบร้อยแล้ว อยู่ๆ ด็อกนพดน ก็ได้เป็นรัฐมนโทต่างประเทศ(ขอย้ำว่ามีความสามารถมาก เฉกเช่นหมอหนำเลี๊ยบ เป็นที่เชิดหน้าชูหน้าของประเทศเทย

และนี่คือความเห็นของผู้นำชาวต่างประเทศ

นพดล รมต ตาเหล่.gif
ผลงานล่าสุดของนพดล ในความสัมพันธ์กับประเทศเพื่อนบ้าน



คอลัมน์อัตชีวประวัติ : บุคคลคนนี้,ผู้จัดกวน[แก้ไข]

เคยมีคนไปกระซิบถาม นพดล ปัสสาวะ ว่ารู้จักหรือเป็นญาติห่างๆ กับ "นพดัน ทุรัง" หรือเปล่า เขาตอบสวนด้วยเสียงแข็งแกมหงุดหงิดเล็กๆ พร้อมกับถลึงนัยน์ขวา (ข้างเดียว) จนเกือบไถลเลยไปถึงใบหูว่า "เปล่า"

ดังนั้น...ศาลพระภูมิจึงมีคำสั่งตัดสินโดยไม่ต้องสู้กันจนถึงศาลเตี้ยว่า นายนพดล ปัสสาวะ หาได้เป็นญาติหรือรู้จักมักจี่กับนายนพดัน ทุรัง แต่ประการใดทั้งสิ้น

กล่าวสำหรับนพดัน ทุรัง ผู้ที่คอลัมน์ "บุคคลคนนี้" ภูมิใจนำเสนอนั้น หลังจากได้รับ "ทุนหลวง" ข้ามน้ำข้ามทะเลไปร่ำเรียนวิชากฎหมายจากมหาวิทยาลัยระบือชื่อจนได้ดีกรี "ดอกเตอร์" กลับมายังเมืองไทยซึ่งเป็นบ้านเกิดบ้านนอนแล้ว เขาเริ่มต้นทำงานด้วยการเป็นทนายให้กับคนจนทั่วทุกภูมิภาคโดยไม่ยินยอมรับค่าจ้างแม้แต่บาทเดียว

ความจริงนพดัน ทุรัง หาได้ชื่อนี้นามนี้ ทว่าการที่เขายืนหยัดอีกทั้งดื้อดึงช่วยเหลือคนยากไร้ รับว่าความทั่วราชอาณาจักรให้โดยไม่คิดค่าตำราแม้แต่สลึงเดียว เขาจึงได้รับการเรียกขานแกมประชดจากทนาย และนักกฎหมายด้วยกันว่า "นพดัน ทุรัง" กระนั้นทนายคนยากกลับไม่ถือสาหาความ ว่ากันว่าบางคราวเขายังควักกระเป๋าเลี้ยงข้าวลูกความที่เป็นชาวบ้านผู้หาเช้ากินค่ำอีกต่างหาก

เช่นนี้นี่เอง ตั้งแต่ พ.ศ.2535 เป็นต้นมา นพดัน ทุรัง จึงได้รับรางวัลสารพัดสารพันอันทรงเกียรติจากเกือบจะทุกประเทศทั่วโลก ล่าสุดเขาเพิ่งได้รับการเสนอชื่อให้เป็นผู้รับรางวัลโนเบล สาขาสันติภาพ แต่ข่าววงในผู้ใกล้ชิดกับนพดัน ทุรัง กระชุ่นว่าเขาอาจจะสละสิทธิ์ เนื่องจากนพดัน ทุรังไม่เคยหวังในชื่อเสียง เกียรติยศ และโดยเฉพาะทรัพย์สินเงินทอง

นพดัน ทุรัง ไอ้หนุ่มผมยาวเคลียไหล่ นัยน์ตาหวานซึ้งผู้นี้เคยทำงานในฐานะผู้แทนราษฎรให้กับพรรคการเมืองเก่าแก่พรรคหนึ่ง แต่เขาลาออกโดยให้เหตุผลว่า เขาไม่สามารถทำงานร่วมกับนักกฎหมายที่กลายไปเป็นนักการเมือง หรือนักกฎหมายที่ยินยอมเป็นลูกกระแป๋งข้างขวาให้กับบรรดารัฐมนตรีขี้ฉ้อได้ ในที่สุดนพดัน ทุรังกลับมาช่วยเหลือผู้ยากไร้ทั่วประเทศเหมือนเดิม

ปิดกันให้แซดว่า ครั้งหนึ่ง "เสี่ยแม้ว" เคยหว่านเงินหลายร้อยล้านบาทเพื่อว่าจ้างให้นพดัน ทุรังไปนั่งเป็นทนายความประจำตัวให้ แต่นพดัน ทุรังปฏิเสธไม่ยอมไป แถมยังสั่งคนไปบอก "เสี่ยแม้ว" ว่าต่อให้เอาปืนมาจี้หัวเขาก็ไม่ไป เหตุผลง่ายๆ คือเขา-นพดัน ทุรังไม่สมคบสมค้าด้วย แม้ "เสี่ยแม้ว" จะกดดันด้วยประโยคที่ว่า "เป็นทนาย มีหน้าที่อย่างไร เมื่อใครว่าจ้างก็ต้องทำ เพราะนี่คือวิชาชีพและจรรยาบรรณของทนาย" แต่สุดท้ายไอ้หนุ่มผมยาวเคลียไหล่ นัยน์ตาหวานเจี๊ยบก็เซย์โน

ถ้าครึ่งหนึ่งของนักกฎหมายเมืองไทย ยึดหลักอย่างที่นพดัน ทุรังใช้ ประเทศไทยไปสู่ที่ชอบๆ แน่


แต่อย่างไรก็ตาม.. ด๊อก นพดล ปัสสาวะ อ้างว่าไม่เกี่ยวข้องใดๆกับบุคคลข้างต้น แถมยังบอกอีกว่า "ไม่เหมือนกันเลย ตรงข้ามอย่างสิ้นเลยด้วยซ้ำไป"

ที่มาของบทความประชดนี้ : ผู้จัดกวน

ตำแหน่งทางการเมีย[แก้ไข]

  • ทนายหน้าหลงหอดูหอ ประจำตระกูลกินชะมัด
  • รัฐมนตร๊ก ว่าการกระทรวงต่างประเทศกัมพูเจีย

บทความที่เกี่ยวข้อง[แก้ไข]

ชื่อเรียกอื่นๆ[แก้ไข]

  • กระบือศกเน่าตัวเเรกของทุจจี้
  • สัปดน ปัสสาวะ