ประท้วงธิปไตย

จากไร้สาระนุกรมเสรี - อนึ่งบทความนี้ถูกแก้ไขได้โดยผู้ใช้ทั่วไป หากแป้กหรือเสื่อมประการใดทางเราไม่ขอรับผิดชอบใดๆทั้งสิ้น

ระบอบประท้วงธิปไตย คือระบอบที่ไม่ว่าใครก็ตามหากว่าไม่เห็นชอบกันอะไรก็ตาม สามารถออกมารวมตัวกันประทั้วงกดดันผู้ดูแลให้มาทำการดูแลแก้ไขให้พอใจ ระบอบนี้นับได้ว่าเป็นซับเซตของระบอบประชาธิปไตยอีกชั้นหนึ่ง ซึ่งถ้าคุมไม่ได้ก็จะกลายพันธุ์เป็นระบอบอนาธิปไตย (ระบอบซึ่งว่าด้วยการปกครองแบบไร้รัฐเป็นผู้นำ) โดยทันที

ทฤษฎี[แก้ไข]

ในระบอบนี้ ประชาชนจะสามารถออกมาเย้วๆได้ทุกที่ ทุกเวลา อันเป็นการแสดงความคิดเห็นของประชาชน รัฐบาลในระบอบประชาธิปไตยต้องรับฟังเสียงของกลุ่มผู้ประท้วง เพื่อนำมาใช้ในการบริหารประเทศ ซึ่งวิธีนี้เป็นประชาธิปไตยแบบหนึ่ง แต่ควรที่จะยังคงมีความเห็นด้วยกับรัฐบวมอยู่บ้าง ไม่งั้นเขาเรียกว่าอนาถาธิปไตย

ประเทศที่ใช้ระบอบนี้[แก้ไข]

มีอยู่แห่งหนึ่ง (น่าจะเรียกว่าเมืองมากกว่า) คือเมืองแห่งลิ้มซิตี้ 2000 scenario เวอร์ชั่น (รุ่น) ยุ่นปี่ ซึ่งประชาชนจะเป็นผู้ประท้วง ไม่ว่าอะไรก็ตามที่ไม่ดี ก็จะพาดหัวข่าวโทษรัฐบวมทุกอย่าง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเล็กน้อยเท่าใด เช่นว่า เมืองเจริญไม่พอ (ยังเจริญได้อีก) หรือการศึกษายังไม่ทั่วถึง หรือแม้กระทั่งโรงงานปล่อยมลพิษออกมา (กะว่าจะไม่ให้มันปล่อยเลยว่างั้น)

ปัญหาจากระบอบนี้[แก้ไข]

แม้บางอย่างเป็นเรื่องที่น่าประท้วง แต่บางอย่างก็ประท้วงเอาโล่เช่นกัน อีกทั้งบางปัญหาเมื่อแก้แล้วจะทำให้เกิดอีกปัญหาแล้วต้องมาประท้วงต่อหรือทำให้มีความไม่พอใจเกิดขึ้นอีก

ระบอบนี้ถ้าไม่ทำให้ไม่มีใครอยากเป็นรัฐบวม คนไกล่เกลี่ยหรือผู้แก้ปัญหาก็ทำให้พวกเขานั้นหูตึงไปเลย

ระบอบนี้ยังเกิดขึ้นด้วยเพราะไม่ได้รับการสั่งสอนให้รู้จักแก้ปัญหาด้วยตัวเองก่อน มันจึงเกิดปัญหาโยนภาระทุกอย่างไปให้คนอื่น โดยตัวเองเอาแต่ประท้วงๆๆ แล้วก็ประท้วงจนกว่าจะพอใจ(ซึ่งบางครั้ง มันไม่มีทางเกิดความพอใจ)

โชคยังเข้าข้างอยู่บ้าง ที่การประท้วงมักจะไม่มีเหตุรุนแรง เพราะถ้าเกิดความรุนแรงขึ้นจนควบคุมไม่ได้ มันจะกลายเป็นอนาธิปไตยดังที่กล่าวไว้ด้านบน

ผู้สนับสนุนระบอบนี้[แก้ไข]

  • เกษตรกรชาวไชย่า โดยเฉพาะช่วงที่ราคาผลผลิตทางการเกษตรตกต่ำ เพราะพวกเขาปลูกพืชชนิดเดียวจำนวนมากไปทุ่มตลาด
  • นักการเมีย ฝ่ายค้าน หรือพวกที่สอบตก
  • ผู้เสียประโยชน์
  • พวกว่างงาน

อ่านเพิ่ม[แก้ไข]