ปลาดุก

จากไร้สาระนุกรมเสรี - อนึ่งบทความนี้ถูกแก้ไขได้โดยผู้ใช้ทั่วไป หากแป้กหรือเสื่อมประการใดทางเราไม่ขอรับผิดชอบใดๆทั้งสิ้น
Wikisplode.gif
สำหรับผู้ที่ ไร้อารมณ์ขันสิ้นดี เหล่าผู้เชี่ยวชาญที่วิกิพีเดียมีบทความ
ที่โคตรมีสาระที่ ที่นี่!
ปลาดุก
Momplin maipleam
ปลาดุกกับหลากหลายสีหน้าการแสดงของเขา จนได้รับฉายาว่า เทพบุตรสุดหล่อ แม้แต่เป็นแมวก็ยังแสดงได้ ดูดิ
ปลาดุกกับหลากหลายสีหน้าการแสดงของเขา จนได้รับฉายาว่า เทพบุตรสุดหล่อ แม้แต่เป็นแมวก็ยังแสดงได้ ดูดิ

ปลาดุก หรือ ไอ้ปลาดุก หรือ ไอ้เชี่ยดุก หรือ หม่อมปลิ้น แม่ไม่ปลื้ม ชื่อเล่นหรือ ไอ้ปลิ้น หรือ ไอ้ปล้ำ หรือ ไอ้ปลั้น (น้ำเป็นตัว) หรือ ดุก เสือกะบาก (สากกะเบือ) หรือ หม่อมสามหยอย หรือ ซุปเปอร์แมนบ๊วยเค็ม (เรียกสั้นๆ ว่า ซุปบ๊วย) (เรียกนามตามลิมิตศรัทธา) เป็นพิธีกามรายการใส่สีตีไข่ทางทีวีทางซ่อง 3 คู่กับ สรยัด สุนัขทัศนะจินเดือย

ปลาดุก มีชื่อเสียงโด่งดังมาจากเป็นนักพากษ์การ์ตูนทางซ่อง 111 กล่าวกันว่า พากษ์ภาษาอังเกรียนได้เก่งมั่ก ๆ ยังกะคนอังเกรียนแท้ ๆ แต่พากษ์มานานหลายปี คนก็ยังไม่รู้จัก ทำไงดี ก็มันมันอยากดังอ่ะ !

พอนายสรยัดโด่งดังจากการพากษ์หนังทางซ่อง 3 หลังจากถีบหัวไล่ส่งเพื่อนรักไปหลายหน่อ เช่น ก้นกระดก แรดแก่วงศ์สกุล จนไม่รู้จะเอาใครมาดีแล้ว ก็เอาปลาดุกเข้ามาร่วมพากษ์ด้วย ผู้คนเลยฮือฮาเพราะไม่เคยเห็นปลาดุกพากษ์หนังมาก่อน

ดั่งจะเห็นได้จากเสียงคอมเมนต์นี้


Cita3.pngโอ๊ว เซลลี่ ปลาดุกออกเสียงคนได้ด้วย เกิดมาเพิ่งเคยพบเคยเจอ มันเยี่ยมจริง ๆ Cita4.png
                 — จอร์จ ควอนตั้มเทเลวิชั่น


เนื่องจากปลาดุกเป็นหนุ่มหน้าตาตี่ดี สาว ๆ เลยกรี๊ดกร๊าดทั่วบ้านทั่วเมือง ไม่ใช่เพราะมันหล่อ แต่เพราะปลาดุกเวลาชอบสาวคนไหนชอบจ้องหน้าเขาทุกที จนเขาต้องเบือนหน้าหนีมากรี๊ด เพราะหวาดผวา แต่ปลาดุกกลับนึกว่า สาวกรี๊ดความหล่อตน

ปลาดุก เป็นคนมีวาจาสุภาพ อ่อนโยน จึงเป็นที่เอ็นดูของชาวเทยทุกเพศทุกวัย ปลาดุกจึงกล่าวพาดพิงถึงสาว ๆ ที่เป็นดาราหลายคนว่าปลาดุกปลื้มนักหนา อยากจับทำเมีย เช่น น้องนิวเยียร์, น้องภูเขาไฟ เป็นต้น (และข้อมูลปกปิดอีกมากมาย)

ปลายปี พ.ศ. 255500 หลังจากพากษ์หนังมานาน ปลาดุกจึงเปรยขึ้นว่า อยากเล่นหนังเองซักเรื่อง โดยตนเล่นเป็นพระเอกเอง จึงมีผู้สร้างหนังสร้างขึ้นมาจริง ๆ และให้ปลาดุกเป็นพระเอกด้วย ชื่อ So crock โสโครก ล่าผีกระชากหัว ปรากฏว่าหนังเรื่องนี้ฮือฮามาก ทุบสถิติบ็อก ออฟฟิศทั้งหมด ทั้งไทยและเทศ โดยเปิดตัวสัปดาห์แรกมีคนดูถึง 2 คน จากการวิเคราะห์ของผู้เชี่ยวชาญเชื่อว่ายังคงแรงแบบนี้ต่อไป ๆ ทุกสัปดาห์


Cita3.pngสุดยอดจริง ๆ ครับ ไม่น่าเชื่อเลยว่านี่คือ คนที่เล่นหนังเป็นครั้งแรก เขาแสดงออกซึ่งสีหน้า อารมณ์ให้คนดูคล้อยตามไปด้วยทุกฉาก เยี่ยมจริง ๆ สมกับเป็นนักแสดงแห่งยุคเลย Cita4.png
                 — เสียงตอบรับจากคนที่ (หลงไป) ดู


ต่อมาไม่นาน ปลาดุกก็ทำเรื่องฮือฮาอีกครั้ง เมื่อได้จรดปากกาเขียนถึง เจ๊รส นักสู้เพื่อชาติ ที่เพิ่งได้รับเลือกเป็น ส.ว.กรุงเทยมหาเกรียนหมาด ๆ ว่า คนกรุงเทยฉลาดสุด ๆ ที่เลือกเจ๊รสอย่างถล่มทลายป่านนี้ เพราะเจ๊รสเป็นนักสู้เพื่อชาติจริง ๆ เป็นสัญลักษณ์ของคนรุ่นใหม่ เป็นตัวแทนของขบวนการการเมียฝ่ายขวาสุดโต่ง ที่ปลาดุกให้การสนับสนุนเต็มที่ ผู้คนโดยเฉพาะ ชาวกรุงเทยจึงสรรเสริญปลาดุกเป็นการใหญ่ หลายคนก็บอกว่าพ่อแม่ปลาดุกสั่งสอนมาดี ปลาดุกจึงได้เป็นคนดีเช่นนี้ ส่วนตัวเจ๊รสที่ถูกกล่าวชมถึง ก็อายม้วนต้วนพูดไม่ออกเลยล่ะ กริก กริก

สารบัญ

[แก้ไข] ผลงาม(หน้า)และวีรเวรที่ผ่านมา

ปลาดุกมีผลงานมากมายดังนี้:-

  • เป็นผู้ประกาศข่าวหน้าตาไร้อารมณ์ตามช่องต่างๆ (เห็นหน้าแล้วอยากจะถ่ายท้องทีเดียวเชียว)
  • เป็นพิธีกรรายการทีวีหลายรายการ (รายการต่างๆ ที่ว่า ถ้าไม่ปิดตัวเองไปแล้ว ก็เปลี่ยนพิธีกรไปแล้วเรียบร้อย)
  • เป็นพรีเซ็นเตอร์ยาสีฟัน+รถ (อันนี้ก็โดนถอดจากการเป็นพรีเซ็นเตอร์ไปแล้วเหมือนกัน เพราะทำยอดเค้าตกรูด)
  • แสดงหนังเป็นนายตำรวจหน้าตาไร้อารมณ์ (ทั้งเรื่องนี้ ดุกหน้าตาดีสุดแล้ว แสดงได้หลากอารมณ์เหลือเกิน สุดยอด ดูได้จากภาพข้างบน)
  • ทำหน้าหม้อสาวไปเรื่อยๆ แบบไม่มีลิมิต (อย่างว่า ดุกเค้าหล่อจนสาวๆ กรี๊ดซะเหลือเกิน)
  • มักจะโชว์ความเย่อหยิ่งและงี่เง่าสไตล์ฝรั่งให้คนไทยได้ชมเสมอ (จริงๆ ฝรั่งเองก็มีทั้งข้อดีและข้อเสียเหมือนชาติอื่นๆ แต่ดุกนี่เลือกแต่ส่วนที่ไม่ดีมาใช้ทั้งนั้น สุดยอดจริงๆ)
  • เขียนวิจารณ์ดูถูกคนกรุงเทพที่ลงคะแนนเสียงเลือกเจ๊รสนาเข้าไปเป็น สว. ว่าโง่อิ๊บอ๋ายในคอลัมน์ของตัวเอง (ไม่เป็นไรหรอก เขียนคอลัมน์ภาษาอังกฤษ คนไทยมันโง่ อ่านภาษาอังกฤษไม่ออกหรอก ทั้งบ้านนี้เมืองนี้มีดุกอ่านภาษาอังกฤษออกอยู่คนเดียว แล้วไอ้การดูถูกคนอื่นที่คิดต่างจากตนเองนี้ เป็นวิถีทางของผู้มีการศึกษา+เข้าใจประชาธิปไตยรึดุก ไหนบอกว่าตัวเองเป็นผู้มีการศึกษา+เข้าใจประชาธิปไตยไง)
  • พูดว่ารู้สึกเอนจอนาถกับประเทศนี้ อันเนื่องมาจากการที่พรรคพลังประชาชนถูกยุบ (โกงการเลือกตั้งแล้วไม่โดนยุบ มันจะเรียกว่าประชาธิปไตยได้เรอะดุก)
  • ทำท่าจะลงสมัครผู้ว่า กทม. แข่งกับอภิรักษ์ (สมัย 2) โดยใช้ป้ายผ้าหาเสียงที่มีวลีชวนอ้วก เช่น "ต้องบริหารเมืองหลวง ให้เป็นตัวอย่างของการบริหารประเทศ" เป็นต้น (ถ้าเก่งขนาดนั้น ทำไม่ไม่ตั้งพรรคเองแล้วหวังเป็นนายกไปเลยล่ะ จะมาหวังแค่ผู้ว่าทำไม ผลงานก็ไม่เคยมีให้เห็นเลยแท้ๆ)
  • แต่พอผลโพลออกมาดูท่าจะสู้อภิรักษ์ไม่ได้ ก็เกิดโรคตา(ขาว)กำเริบ รีบถอนตัวทันที แล้วก็อ้างว่า "จริงๆ ผมจะโค่นอภิรักษ์ก็ได้ แต่คงต้องเสียสละเยอะหน่อย" (จริงเร้อ ดุกเคยได้ยินคำว่า 'กำแพงที่ไม่มีวันข้ามไปได้' รึเปล่า)
  • ชอบอ้างว่าตนเองไม่แบ่งข้าง (ที่ว่าไม่แบ่งข้างนี่สงสัยหมายถึงว่าจะชายหรือหญิงก็เอาหมดล่ะมั้ง เพราะดูจากพฤติกรรมที่มักจะใช้สื่อที่ตนเองเป็นพิธีกร/คอลัมนิสต์ในการด่าพรรคประชาธิปัตย์กับกลุ่มพันธมิตร และเชียร์ฝ่ายทักษิณอย่างออกนอกหน้าอยู่เป็นประจำในทุกกรณีนี่ มันไม่ได้แสดงถึงความพยายามที่จะสร้างความสมานฉันท์เลยแม้แต่น้อย)
  • บริจาคเงินให้พรรคประชาธิปัตย์ หวังว่าจะได้รับเลือกลงสมัคร สส. หรือ สว. ในนามพรรค แต่แห้ว เลยด่าพรรคประชาธิปัตย์ตลอดมาหลังจากนั้น (อย่าว่าแต่ประชาธิปัตย์เลย พรรคฝั่งทักษิณเค้าก็ไม่อยากได้มัน อย่างว่า ฐานเสียงก็ไม่มี อำนาจบารมีก็ไม่มี เงินทองก็ไม่มี ประสบการณ์ก็ไม่มี ผลงานก็ไม่เคยมี ชื่อเสียงหน้าตาก็งั้นๆ ใครมันจะอยากได้ไปลงสมัครในนามพรรคให้สอบตกกันล่ะ สู้เลือกคนที่มีภาษีมากกว่าไม่ดีกว่ารึ)
  • หลังจากนั้นก็ใช้รายการวิทยุที่ตัวเองจัดรายการอยู่ด่าประชาธิปัตย์ด้วย มีอยู่ครั้งนึงไปด่าไว้แล้วยังพูดว่าเสียดายเงินที่บริจาคไปก่อนหน้านี้ ปรากฏว่าทางประชาธิปัตย์ส่งตัวแทนนำเช็คเงินบริจาคมาคืนให้ถึงห้องส่งรายการวิทยุแบบทันทีทันควัน จนดุกต้องรีบหนีหางจุกตูดเลยทีเดียว แถมพอโทรไปเพื่อให้มารับเช็คเงินบริจาคคืนไปก็ไม่ยอมรับสายด้วย (แหม แมนซะไม่มีล่ะน่ะ ดุก ทำเป็นบอกว่าเสียดายเงิน พอเค้าเอามาคืน จะรีบหนีทำไมล่ะ แถมไอ้เรื่องที่ชอบใช้สื่อที่ตัวเองจัด/เขียนอยู่มาใช้เพื่อวัตถุประสงค์ส่วนตัวนี่ก็หลายครั้งแล้วด้วยนะเนี่ย)
  • สนับสนุนให้เจ้าหน้าที่ตำรวจใช้กำลังสลายพันธมิตร และแสดงความเห็นด้วยและชื่นชมตำรวจที่ใช้กำลังสลายพันธมิตรหน้ารัฐสภาในวันที่ 7 ตุลา (ไม่รู้จะว่ายังไง เกินจะบรรยาย)
  • พูดคล้ายๆ กับที่ซาหมัก สุกรเพศเคยพูดไว้ตอนหลังเหตุการณ์พฤษภาทมิฬว่า พันธมิตรที่บาดเจ็บล้มตายในวันที่ 7 ตุลา นั้น หาเรื่องไปตายเอง ถ้านอนอยู่บ้านคงไม่ตาย (อันนี้เกินจะบรรยายยิ่งกว่า)
  • หลังจากอภิรักษ์ลาออกจากตำแหน่งผู้ว่า กทม. แล้ว ดุกก็จัดแจงลงสมัครผู้ว่าอีกรอบ เผื่อฟลุ๊ค (ไหนว่าคนกรุงเทพโง่นี่ แล้วจะมาขอคะแนนคนโง่ทำไมล่ะดุก แต่ก็นั่นล่ะ ถ้างานนี้ดุกได้เป็นผู้ว่า กทม. จริง ก็แสดงว่าคนกรุงเทพคงโง่จริงๆ ถึงได้เลือกดุกน่ะนะ)
  • ทำป้ายหาเสียงมา 4 แบบ โดยแต่ละแบบนี่....ชวนอ้วกสุดๆ (ไอ้ 4 แบบที่ทำมาน่ะ ดูๆ ไปรู้สึกเน้นสร้างภาพอย่างเดียวเลยแฮะ จะมาซ่อมกรุงเทพบ้างล่ะ เรียนชีวิตติดดินมา 30 ปีบ้างล่ะ จะทำ 19 โครงการบ้างล่ะ ทำงานวันละ 20 ชั่วโมงทุกวันบ้างล่ะ บอกตรงๆ เชื่อก็งั่งสุดๆ แล้ว)
  • หาเสียงด้วยตัวคนเดียว ไม่มีทีมงาน ไม่มีรถติดเครื่องขยายเสียง ไม่มีแผ่นพับ ไม่มีอะไรเลย โดยอ้างว่า แบบนี้เข้าไปขอคะแนนได้ถึงลูกถึงคนดี (ไม่มีงบ+งกก็บอกมาเหอะ อย่าอ้างข้างๆ คูๆ ฟังแล้วจะอ้วกแตก)
  • ประกาศว่าถ้าตนได้เป็นผู้ว่า กทม. จะทำหน้าที่ตรวจสอบรัฐบาลแห่งชาติ (ผู้ว่ากรุงเทพมีหน้าที่อย่างเดียวคือทำให้กรุงเทพเจริญ ชาวกรุงเทพอยู่ดีมีสุข ถ้าเรื่องนี้ยังทำไม่ได้ก็ไม่ต้องพูดถึงเรื่องอื่น เพราะนี่คือหน้าที่หลักของผู้ว่ากรุงเทพ ส่วนไอ้หน้าที่ตรวจสอบรัฐบาลนี่มันหน้าที่ สว. กับฝ่ายค้าน ตกลงดุกเข้าใจมั้ยเนี่ยว่าหน้าที่ของผู้ว่าคืออะไร เคยเรียนมารึเปล่า)
  • ประกาศว่าจะซ่อม กทม. หากได้เป็นผู้ว่า (อ้าว เห็นเมื่อก่อนเคยให้สัมภาษณ์ว่ารักแม้กระทั่งสภาพรถติดใน กทม. แล้วจะซ่อมทำไมล่ะ หรือว่าจริงๆ แล้วที่เคยให้สัมภาษณ์นั่นก็แค่สร้างภาพเท่านั้น)
  • ประกาศว่าตนจะเป็นผู้ว่า กทม. ที่อายุน้อยที่สุดในประวัติศาสตร์ (เป็นได้ก่อนค่อยพูดก็คงไม่สายล่ะมั้ง เดี๋ยวหน้าแตกแหลกละเอียดนะดุก)
  • พูดเป็นทำนองว่า จริงๆ คนกรุงเทพเองก็ไม่ได้พิศวาสอภิรักษ์นักหรอก แต่ที่คนกรุงเทพเลือกอภิรักษ์กลับมาเป็นผู้ว่าสมัยที่ 2 ก็เพราะต้องการให้กลับมาสานต่อนโยบายเดิม (คนกรุงเทพอาจจะไม่ได้พิศวาสอภิรักษ์ก็จริง แต่ก็คงไม่พิศวาสปลาดุกหน้าเหมือนสากกะเบือเดินได้เหมือนกันนั่นล่ะ)
  • เริ่มหาเสียงไม่กี่สัปดาห์ก็ให้สัมภาษณ์นักข่าวว่าเตรียมยุบ 19 โครงการของตนที่วางแผนไว้เหลือ 8 โครงการ แล้วพอโดนนักข่าวจี้เข้าหน่อยก็ทำเป็นโมโหกลบเกลื่อน (19 เหลือ 8 นี่มันเหลือไม่ถึงครึ่งเลยไม่ใช่เรอะ แน่ใจนะว่ายุบ ไม่ใช่ว่าจริงๆ แล้วเดิมทีก็มีที่คิดไว้ไม่ถึง 19 อยู่แล้ว แต่โม้ให้มันดูเยอะๆ เอาปริมาณเข้าข่มไว้ก่อนเรอะ แล้วในเมื่อยุบเหลือแค่ 8 โครงการแล้วงั้นไอ้ที่ป้ายหาเสียงอันเก่าที่เขียนว่า 19 โครงการยังไม่โดนถอดออกหรือเปลี่ยนใหม่นี่น่ะ แสดงว่าจงใจหลอกลวงประชาชนสินะ) ข่าวต้นฉบับ อ่านดูตรงท้ายข่าว
  • ดุกให้สัมภาษณ์ถึงเรื่องที่มีข่าวลือว่ามีผู้สมัครอิสระบางรายได้รับการสนับสนุนทุนจากบริษัทยักษ์ใหญ่ว่าไม่ใช่ดุก แต่ดุกจะไม่ยืนยันความบริสุทธิ์เพราะถ้าทำแบบนั้นก็เท่ากับดุกยอมรับว่าดุกเป็นจำเลยในข่าว (ถ้าโปร่งใสจริงก็ต้องตรวจสอบได้สิดุก หรือว่าจริงๆ แล้วไม่โปร่งใส)
  • ดุกให้สัมภาษณ์ถึงเรื่องที่ได้อันดับ 2 จากผลโพลผู้ว่า กทม. ว่า ไม่ใช่เรื่องเหนือความคาดหมายแต่อย่างใด (จะบอกว่าแค่นี้มันของตายสินะ แต่ว่ายังไงก็ยังไม่ใช่ที่ 1 อยู่ดีไม่ใช่เรอะดุก)
  • ดุกให้สัมภาษณ์ว่าตนเป็นผู้สมัครผู้ว่าฯ อายุน้อยที่สุด คือ 33 ปี จึงถือเป็นตัวแทนของวัยรุ่นอยู่แล้ว (33 ปีนี่มันวัยรุ่นตรงไหนเรอะ เออ ถ้า 20 ต้นๆ ยังพอว่า)
  • ดุกออกมายอมรับว่าตนเองลอกเลียนนิสัยใจคอและการแสดงออกมาจาก หลิม ณ บางบอน และ ซาหมัก สุกรเพศ โดยทั้ง 2 ตัวคนนี้ถือเป็นไอด้อลในดวงใจของดุก ซึ่งดุกนิยมชมชอบมาตั้งแต่เด็กเลยทีเดียว (เยี่ยมจริงๆ ลอกเลียนนิสัยใครไม่ลอก ดันลอกมาจากไอ้ 2 ตัวคนนี้ รับรองหนุกแน่ๆ ไม่เชื่อก็ลองดูสภาพปัจจุบันของไอ้ 2 ตัวคนที่กล่าวมาสิ แล้วเอามารวมกัน นั่นล่ะ อนาคตของดุก ชัวร์)
  • ดุกให้สัมภาษณ์เรียกร้องให้ผู้สมัครผู้ว่าคนอื่นอย่าได้หนีการดีเบตกับดุก ไม่งั้นถือว่าปอดแหก แพ้ตั้งแต่ยังไม่แข่ง (อืม แล้วตอนที่คนของประชาธิปัตย์เอาเงินบริจาคมาคืนให้ดุกแต่ดุกกลับหนีหัวซุกหัวซุน หรือตอนที่ดุกทำท่าจะลงสมัครผู้ว่าแข่งกับอภิรักษ์แต่ก็ไม่ได้ลงเนี่ย ถือว่าปอดแหกมั้ย แพ้ราบคาบรึเปล่าหว่า ตอบหน่อยสิดุก)
  • ดุกให้สัมภาษณ์ว่าเลือกตั้งผู้ว่าคราวนี้ไม่ใช่พรรคประชาธิปัตย์แข่งกับพรรคเพื่อไทย แต่เป็นดุกแข่งกับแซม โดยฝ่ายเพื่อไทยส่งแซมลงสมัครก็เพื่อรักษาพื้นที่ฐานเสียงเท่านั้น เพราะถ้าพรรคเพื่อไทยแค่ต้องการชนะประชาธิปัตย์ก็ไม่จำเป็นต้องส่งใครลงสมัคร แค่ดุกคนเดียวก็สามารถชนะพรรคประชาธิปัตย์ได้แล้ว (จะได้คะแนนถึงหลักหมื่นรึเปล่ายังไม่รู้เลย เดี๋ยวจะขายขี้หน้า(แย่ๆ)เอานะดุก)
  • ดุกหันไปขอคะแนนเสียงจากกลุ่มพันธมิตร ทั้งๆ ที่ก่อนหน้านี้เคยประกาศว่าไม่ต้องการคะแนนจากพันธมิตรแม้แต่คะแนนเดียว (อ้าว ไหนบอกว่ามั่นใจว่าได้เป็นผู้ว่าแน่ไงดุก แล้วจะไปขอคะแนนเสียงจากพันธมิตรทำไมล่ะ ไม่เหลือศักดิ์ศรีเลยนะดุก)
  • ดุกให้สัมภาษณ์ด้วยความมั่นอกมั่นใจว่า กลุ่มพลังเงียบส่วนใหญ่จะเทคะแนนให้ตนไม่ต่ำกว่า 5 แสนคน (อย่าว่าแต่ 5 แสนเลยดุก จะได้ถึง 5 พันรึเปล่ายังไม่รู้เลยนะดุก ขยันสร้างกระแสเหลือเกิน แต่ถ้าได้ถึง 5 แสนจริงๆ ก็แสดงว่าที่ดุกเคยดูถูกคนกรุงเทพว่าโง่นี่ไม่ได้ดูผิด)
  • ดุกไปเดินสายหลอกลวงหาเสียงอย่างไม่ดูกาละเทศะในงานของ กทม. ทำให้ข้าราชการ กทม. รำคาญจนต้องบ่นออกไมค์ (แสดงให้เห็นว่าข้าราชการ กทม. รักดุกมาก)
  • จากเหตุการณ์เมื่อกี้ที่ดุกโดนบ่นออกไมค์ ดุกเลยออกอาการเซ็ง บ่นให้นักข่าวฟังว่า “สงสัยจะคุมข้าราชการ กทม.ยาก” (ขนาดยังไม่ได้เป็นผู้ว่า ก็กะจะเข้ามาคุมแล้ว ถ้าเป็นผู้ว่าแล้วจะขนาดไหนล่ะเนี่ย เจ้านายที่ดีต้องทำงานกับลูกน้องแบบเพื่อนร่วมงานนะดุก ไม่ใช่แบบเจ้ากับไพร่)
  • ดุกประกาศว่ายินดีร่วมงานกับรัฐบาลพรรคประชาธิปัตย์ แม้ดุกจะเคยด่าประชาธิปัตย์ไว้ชนิดสาดเสียเทเสียก็ตาม ขอแค่ได้เป็นผู้ว่าก็พอ (สรุปก็คือหน้าด้านว่างั้นล่ะ ยังไงก็ได้ขอให้ตูได้เป็นผู้ว่าเป็นพอ ให้ทำงานกับใครก็ได้ทั้งนั้น อุดมการณ์หรือหลักการอะไรไม่ต้องมี ต่อให้เป็นคนที่ตัวเองเคยด่าซะเละเทะก็ยินดีร่วมงาน ขอแต่ให้ตัวเองได้มีอำนาจสินะ ดุก)
  • นอกจากนี้ ดุกยังพูดว่าก่อนหน้านี้ ตนเองก็เคยด่าทักษิณเหมือนกัน ตั้งแต่ตอนที่พันธมิตรยังไม่ได้รวมกลุ่มกัน (อันนี้แปลกมาก เพราะไม่ว่าจะลองถามใครกี่คนก็ตาม ทุกคนก็ตอบตรงกันว่าไม่เคยได้ยิน+ได้เห็น+ได้อ่าน+ได้รับรู้เลยว่าดุกเคยด่าทักษิณ เห็นมีแต่เลียไข่ทักษิณตั้งแต่อดีตยันปัจจุบัน สรุปก็คือพูดให้ตัวเองดูดีว่างั้น)

............จริงๆ ดุกยังมีผลงานอันโดดเด่นเข้าตาอีกเยอะที่ยังไม่เปิดเผยและยังไม่ได้กล่าวถึง ไว้ถ้ามีโอกาสจะรวบรวมมาอีก

[แก้ไข] แต่งงาน

[แก้ไข] หนังตัวอย่าง

[แก้ไข] แหล่งข้อมูลอื่น

เครื่องมือส่วนตัว
กลุ่มชื่อ

สิ่งที่แตกต่าง
การกระทำ
ป้ายบอกทาง
ลองแวะนี่ก่อน
โครงการอื่น
เครื่องมือ