ปลาดุก
จากไร้สาระนุกรมเสรี - อนึ่งบทความนี้ถูกแก้ไขได้โดยผู้ใช้ทั่วไป หากแป้กหรือเสื่อมประการใดทางเราไม่ขอรับผิดชอบใดๆทั้งสิ้น
Momplin maipleam
| อาณาจักร | Animalia |
| ส่วน | Fish |
| ชั้น | Cat Fish |
| อันดับ | Three Channel |
| วงศ์ | Hisoclass |
| สกุล | Momluang |
| สปีชีส์ | M. maipleam |
| ชื่อวิทยาศาสตร์ | Momluangplin maipleam Sorrayud, 2008 |
| สถานะอนุรักษ์ | สถานะ : ขั้นวิกฤต |
ปลาดุก หรือ ไอ้ปลาดุก หรือ ไอ้เชี่ยดุก หรือ หม่อมปลิ้น แม่ไม่ปลื้ม ชื่อเล่นหรือ ไอ้ปลิ้น หรือ ไอ้ปล้ำ หรือ ไอ้ปลั้น (น้ำเป็นตัว) หรือ ดุก เสือกะบาก (สากกะเบือ) หรือ หม่อมสามหยอย หรือ ซุปเปอร์แมนบ๊วยเค็ม (เรียกสั้นๆ ว่า ซุปบ๊วย) (เรียกนามตามลิมิตศรัทธา) เป็นพิธีกามรายการใส่สีตีไข่ทางทีวีทางซ่อง 3 คู่กับ สรยัด สุนัขทัศนะจินเดือย
ปลาดุก มีชื่อเสียงโด่งดังมาจากเป็นนักพากษ์การ์ตูนทางซ่อง 111 กล่าวกันว่า พากษ์ภาษาอังเกรียนได้เก่งมั่ก ๆ ยังกะคนอังเกรียนแท้ ๆ แต่พากษ์มานานหลายปี คนก็ยังไม่รู้จัก ทำไงดี ก็มันมันอยากดังอ่ะ !
พอนายสรยัดโด่งดังจากการพากษ์หนังทางซ่อง 3 หลังจากถีบหัวไล่ส่งเพื่อนรักไปหลายหน่อ เช่น ก้นกระดก แรดแก่วงศ์สกุล จนไม่รู้จะเอาใครมาดีแล้ว ก็เอาปลาดุกเข้ามาร่วมพากษ์ด้วย ผู้คนเลยฮือฮาเพราะไม่เคยเห็นปลาดุกพากษ์หนังมาก่อน
ดั่งจะเห็นได้จากเสียงคอมเมนต์นี้
โอ๊ว เซลลี่ ปลาดุกออกเสียงคนได้ด้วย เกิดมาเพิ่งเคยพบเคยเจอ มันเยี่ยมจริง ๆ ![]()
— จอร์จ ควอนตั้มเทเลวิชั่น
เนื่องจากปลาดุกเป็นหนุ่มหน้าตาตี่ดี สาว ๆ เลยกรี๊ดกร๊าดทั่วบ้านทั่วเมือง ไม่ใช่เพราะมันหล่อ แต่เพราะปลาดุกเวลาชอบสาวคนไหนชอบจ้องหน้าเขาทุกที จนเขาต้องเบือนหน้าหนีมากรี๊ด เพราะหวาดผวา แต่ปลาดุกกลับนึกว่า สาวกรี๊ดความหล่อตน
ปลาดุก เป็นคนมีวาจาสุภาพ อ่อนโยน จึงเป็นที่เอ็นดูของชาวเทยทุกเพศทุกวัย ปลาดุกจึงกล่าวพาดพิงถึงสาว ๆ ที่เป็นดาราหลายคนว่าปลาดุกปลื้มนักหนา อยากจับทำเมีย เช่น น้องนิวเยียร์, น้องภูเขาไฟ เป็นต้น (และข้อมูลปกปิดอีกมากมาย)
ปลายปี พ.ศ. 255500 หลังจากพากษ์หนังมานาน ปลาดุกจึงเปรยขึ้นว่า อยากเล่นหนังเองซักเรื่อง โดยตนเล่นเป็นพระเอกเอง จึงมีผู้สร้างหนังสร้างขึ้นมาจริง ๆ และให้ปลาดุกเป็นพระเอกด้วย ชื่อ So crock โสโครก ล่าผีกระชากหัว ปรากฏว่าหนังเรื่องนี้ฮือฮามาก ทุบสถิติบ็อก ออฟฟิศทั้งหมด ทั้งไทยและเทศ โดยเปิดตัวสัปดาห์แรกมีคนดูถึง 2 คน จากการวิเคราะห์ของผู้เชี่ยวชาญเชื่อว่ายังคงแรงแบบนี้ต่อไป ๆ ทุกสัปดาห์
สุดยอดจริง ๆ ครับ ไม่น่าเชื่อเลยว่านี่คือ คนที่เล่นหนังเป็นครั้งแรก เขาแสดงออกซึ่งสีหน้า อารมณ์ให้คนดูคล้อยตามไปด้วยทุกฉาก เยี่ยมจริง ๆ สมกับเป็นนักแสดงแห่งยุคเลย ![]()
— เสียงตอบรับจากคนที่ (หลงไป) ดู
ต่อมาไม่นาน ปลาดุกก็ทำเรื่องฮือฮาอีกครั้ง เมื่อได้จรดปากกาเขียนถึง เจ๊รส นักสู้เพื่อชาติ ที่เพิ่งได้รับเลือกเป็น ส.ว.กรุงเทยมหาเกรียนหมาด ๆ ว่า คนกรุงเทยฉลาดสุด ๆ ที่เลือกเจ๊รสอย่างถล่มทลายป่านนี้ เพราะเจ๊รสเป็นนักสู้เพื่อชาติจริง ๆ เป็นสัญลักษณ์ของคนรุ่นใหม่ เป็นตัวแทนของขบวนการการเมียฝ่ายขวาสุดโต่ง ที่ปลาดุกให้การสนับสนุนเต็มที่ ผู้คนโดยเฉพาะ ชาวกรุงเทยจึงสรรเสริญปลาดุกเป็นการใหญ่ หลายคนก็บอกว่าพ่อแม่ปลาดุกสั่งสอนมาดี ปลาดุกจึงได้เป็นคนดีเช่นนี้ ส่วนตัวเจ๊รสที่ถูกกล่าวชมถึง ก็อายม้วนต้วนพูดไม่ออกเลยล่ะ กริก กริก
สารบัญ |
[แก้ไข] ผลงาม(หน้า)และวีรเวรที่ผ่านมา
ปลาดุกมีผลงานมากมายดังนี้:-
- เป็นผู้ประกาศข่าวหน้าตาไร้อารมณ์ตามช่องต่างๆ (เห็นหน้าแล้วอยากจะถ่ายท้องทีเดียวเชียว)
- เป็นพิธีกรรายการทีวีหลายรายการ (รายการต่างๆ ที่ว่า ถ้าไม่ปิดตัวเองไปแล้ว ก็เปลี่ยนพิธีกรไปแล้วเรียบร้อย)
- เป็นพรีเซ็นเตอร์ยาสีฟัน+รถ (อันนี้ก็โดนถอดจากการเป็นพรีเซ็นเตอร์ไปแล้วเหมือนกัน เพราะทำยอดเค้าตกรูด)
- แสดงหนังเป็นนายตำรวจหน้าตาไร้อารมณ์ (ทั้งเรื่องนี้ ดุกหน้าตาดีสุดแล้ว แสดงได้หลากอารมณ์เหลือเกิน สุดยอด ดูได้จากภาพข้างบน)
- ทำหน้าหม้อสาวไปเรื่อยๆ แบบไม่มีลิมิต (อย่างว่า ดุกเค้าหล่อจนสาวๆ กรี๊ดซะเหลือเกิน)
- มักจะโชว์ความเย่อหยิ่งและงี่เง่าสไตล์ฝรั่งให้คนไทยได้ชมเสมอ (จริงๆ ฝรั่งเองก็มีทั้งข้อดีและข้อเสียเหมือนชาติอื่นๆ แต่ดุกนี่เลือกแต่ส่วนที่ไม่ดีมาใช้ทั้งนั้น สุดยอดจริงๆ)
- เขียนวิจารณ์ดูถูกคนกรุงเทพที่ลงคะแนนเสียงเลือกเจ๊รสนาเข้าไปเป็น สว. ว่าโง่อิ๊บอ๋ายในคอลัมน์ของตัวเอง (ไม่เป็นไรหรอก เขียนคอลัมน์ภาษาอังกฤษ คนไทยมันโง่ อ่านภาษาอังกฤษไม่ออกหรอก ทั้งบ้านนี้เมืองนี้มีดุกอ่านภาษาอังกฤษออกอยู่คนเดียว แล้วไอ้การดูถูกคนอื่นที่คิดต่างจากตนเองนี้ เป็นวิถีทางของผู้มีการศึกษา+เข้าใจประชาธิปไตยรึดุก ไหนบอกว่าตัวเองเป็นผู้มีการศึกษา+เข้าใจประชาธิปไตยไง)
- พูดว่ารู้สึกเอนจอนาถกับประเทศนี้ อันเนื่องมาจากการที่พรรคพลังประชาชนถูกยุบ (โกงการเลือกตั้งแล้วไม่โดนยุบ มันจะเรียกว่าประชาธิปไตยได้เรอะดุก)
- ทำท่าจะลงสมัครผู้ว่า กทม. แข่งกับอภิรักษ์ (สมัย 2) โดยใช้ป้ายผ้าหาเสียงที่มีวลีชวนอ้วก เช่น "ต้องบริหารเมืองหลวง ให้เป็นตัวอย่างของการบริหารประเทศ" เป็นต้น (ถ้าเก่งขนาดนั้น ทำไม่ไม่ตั้งพรรคเองแล้วหวังเป็นนายกไปเลยล่ะ จะมาหวังแค่ผู้ว่าทำไม ผลงานก็ไม่เคยมีให้เห็นเลยแท้ๆ)
- แต่พอผลโพลออกมาดูท่าจะสู้อภิรักษ์ไม่ได้ ก็เกิดโรคตา(ขาว)กำเริบ รีบถอนตัวทันที แล้วก็อ้างว่า "จริงๆ ผมจะโค่นอภิรักษ์ก็ได้ แต่คงต้องเสียสละเยอะหน่อย" (จริงเร้อ ดุกเคยได้ยินคำว่า 'กำแพงที่ไม่มีวันข้ามไปได้' รึเปล่า)
- ชอบอ้างว่าตนเองไม่แบ่งข้าง (ที่ว่าไม่แบ่งข้างนี่สงสัยหมายถึงว่าจะชายหรือหญิงก็เอาหมดล่ะมั้ง เพราะดูจากพฤติกรรมที่มักจะใช้สื่อที่ตนเองเป็นพิธีกร/คอลัมนิสต์ในการด่าพรรคประชาธิปัตย์กับกลุ่มพันธมิตร และเชียร์ฝ่ายทักษิณอย่างออกนอกหน้าอยู่เป็นประจำในทุกกรณีนี่ มันไม่ได้แสดงถึงความพยายามที่จะสร้างความสมานฉันท์เลยแม้แต่น้อย)
- บริจาคเงินให้พรรคประชาธิปัตย์ หวังว่าจะได้รับเลือกลงสมัคร สส. หรือ สว. ในนามพรรค แต่แห้ว เลยด่าพรรคประชาธิปัตย์ตลอดมาหลังจากนั้น (อย่าว่าแต่ประชาธิปัตย์เลย พรรคฝั่งทักษิณเค้าก็ไม่อยากได้มัน อย่างว่า ฐานเสียงก็ไม่มี อำนาจบารมีก็ไม่มี เงินทองก็ไม่มี ประสบการณ์ก็ไม่มี ผลงานก็ไม่เคยมี ชื่อเสียงหน้าตาก็งั้นๆ ใครมันจะอยากได้ไปลงสมัครในนามพรรคให้สอบตกกันล่ะ สู้เลือกคนที่มีภาษีมากกว่าไม่ดีกว่ารึ)
- หลังจากนั้นก็ใช้รายการวิทยุที่ตัวเองจัดรายการอยู่ด่าประชาธิปัตย์ด้วย มีอยู่ครั้งนึงไปด่าไว้แล้วยังพูดว่าเสียดายเงินที่บริจาคไปก่อนหน้านี้ ปรากฏว่าทางประชาธิปัตย์ส่งตัวแทนนำเช็คเงินบริจาคมาคืนให้ถึงห้องส่งรายการวิทยุแบบทันทีทันควัน จนดุกต้องรีบหนีหางจุกตูดเลยทีเดียว แถมพอโทรไปเพื่อให้มารับเช็คเงินบริจาคคืนไปก็ไม่ยอมรับสายด้วย (แหม แมนซะไม่มีล่ะน่ะ ดุก ทำเป็นบอกว่าเสียดายเงิน พอเค้าเอามาคืน จะรีบหนีทำไมล่ะ แถมไอ้เรื่องที่ชอบใช้สื่อที่ตัวเองจัด/เขียนอยู่มาใช้เพื่อวัตถุประสงค์ส่วนตัวนี่ก็หลายครั้งแล้วด้วยนะเนี่ย)
- สนับสนุนให้เจ้าหน้าที่ตำรวจใช้กำลังสลายพันธมิตร และแสดงความเห็นด้วยและชื่นชมตำรวจที่ใช้กำลังสลายพันธมิตรหน้ารัฐสภาในวันที่ 7 ตุลา (ไม่รู้จะว่ายังไง เกินจะบรรยาย)
- พูดคล้ายๆ กับที่ซาหมัก สุกรเพศเคยพูดไว้ตอนหลังเหตุการณ์พฤษภาทมิฬว่า พันธมิตรที่บาดเจ็บล้มตายในวันที่ 7 ตุลา นั้น หาเรื่องไปตายเอง ถ้านอนอยู่บ้านคงไม่ตาย (อันนี้เกินจะบรรยายยิ่งกว่า)
- หลังจากอภิรักษ์ลาออกจากตำแหน่งผู้ว่า กทม. แล้ว ดุกก็จัดแจงลงสมัครผู้ว่าอีกรอบ เผื่อฟลุ๊ค (ไหนว่าคนกรุงเทพโง่นี่ แล้วจะมาขอคะแนนคนโง่ทำไมล่ะดุก แต่ก็นั่นล่ะ ถ้างานนี้ดุกได้เป็นผู้ว่า กทม. จริง ก็แสดงว่าคนกรุงเทพคงโง่จริงๆ ถึงได้เลือกดุกน่ะนะ)
- ทำป้ายหาเสียงมา 4 แบบ โดยแต่ละแบบนี่....ชวนอ้วกสุดๆ (ไอ้ 4 แบบที่ทำมาน่ะ ดูๆ ไปรู้สึกเน้นสร้างภาพอย่างเดียวเลยแฮะ จะมาซ่อมกรุงเทพบ้างล่ะ เรียนชีวิตติดดินมา 30 ปีบ้างล่ะ จะทำ 19 โครงการบ้างล่ะ ทำงานวันละ 20 ชั่วโมงทุกวันบ้างล่ะ บอกตรงๆ เชื่อก็งั่งสุดๆ แล้ว)
- หาเสียงด้วยตัวคนเดียว ไม่มีทีมงาน ไม่มีรถติดเครื่องขยายเสียง ไม่มีแผ่นพับ ไม่มีอะไรเลย โดยอ้างว่า แบบนี้เข้าไปขอคะแนนได้ถึงลูกถึงคนดี (ไม่มีงบ+งกก็บอกมาเหอะ อย่าอ้างข้างๆ คูๆ ฟังแล้วจะอ้วกแตก)
- ประกาศว่าถ้าตนได้เป็นผู้ว่า กทม. จะทำหน้าที่ตรวจสอบรัฐบาลแห่งชาติ (ผู้ว่ากรุงเทพมีหน้าที่อย่างเดียวคือทำให้กรุงเทพเจริญ ชาวกรุงเทพอยู่ดีมีสุข ถ้าเรื่องนี้ยังทำไม่ได้ก็ไม่ต้องพูดถึงเรื่องอื่น เพราะนี่คือหน้าที่หลักของผู้ว่ากรุงเทพ ส่วนไอ้หน้าที่ตรวจสอบรัฐบาลนี่มันหน้าที่ สว. กับฝ่ายค้าน ตกลงดุกเข้าใจมั้ยเนี่ยว่าหน้าที่ของผู้ว่าคืออะไร เคยเรียนมารึเปล่า)
- ประกาศว่าจะซ่อม กทม. หากได้เป็นผู้ว่า (อ้าว เห็นเมื่อก่อนเคยให้สัมภาษณ์ว่ารักแม้กระทั่งสภาพรถติดใน กทม. แล้วจะซ่อมทำไมล่ะ หรือว่าจริงๆ แล้วที่เคยให้สัมภาษณ์นั่นก็แค่สร้างภาพเท่านั้น)
- ประกาศว่าตนจะเป็นผู้ว่า กทม. ที่อายุน้อยที่สุดในประวัติศาสตร์ (เป็นได้ก่อนค่อยพูดก็คงไม่สายล่ะมั้ง เดี๋ยวหน้าแตกแหลกละเอียดนะดุก)
- พูดเป็นทำนองว่า จริงๆ คนกรุงเทพเองก็ไม่ได้พิศวาสอภิรักษ์นักหรอก แต่ที่คนกรุงเทพเลือกอภิรักษ์กลับมาเป็นผู้ว่าสมัยที่ 2 ก็เพราะต้องการให้กลับมาสานต่อนโยบายเดิม (คนกรุงเทพอาจจะไม่ได้พิศวาสอภิรักษ์ก็จริง แต่ก็คงไม่พิศวาสปลาดุกหน้าเหมือนสากกะเบือเดินได้เหมือนกันนั่นล่ะ)
- เริ่มหาเสียงไม่กี่สัปดาห์ก็ให้สัมภาษณ์นักข่าวว่าเตรียมยุบ 19 โครงการของตนที่วางแผนไว้เหลือ 8 โครงการ แล้วพอโดนนักข่าวจี้เข้าหน่อยก็ทำเป็นโมโหกลบเกลื่อน (19 เหลือ 8 นี่มันเหลือไม่ถึงครึ่งเลยไม่ใช่เรอะ แน่ใจนะว่ายุบ ไม่ใช่ว่าจริงๆ แล้วเดิมทีก็มีที่คิดไว้ไม่ถึง 19 อยู่แล้ว แต่โม้ให้มันดูเยอะๆ เอาปริมาณเข้าข่มไว้ก่อนเรอะ แล้วในเมื่อยุบเหลือแค่ 8 โครงการแล้วงั้นไอ้ที่ป้ายหาเสียงอันเก่าที่เขียนว่า 19 โครงการยังไม่โดนถอดออกหรือเปลี่ยนใหม่นี่น่ะ แสดงว่าจงใจหลอกลวงประชาชนสินะ) ข่าวต้นฉบับ อ่านดูตรงท้ายข่าว
- ดุกให้สัมภาษณ์ถึงเรื่องที่มีข่าวลือว่ามีผู้สมัครอิสระบางรายได้รับการสนับสนุนทุนจากบริษัทยักษ์ใหญ่ว่าไม่ใช่ดุก แต่ดุกจะไม่ยืนยันความบริสุทธิ์เพราะถ้าทำแบบนั้นก็เท่ากับดุกยอมรับว่าดุกเป็นจำเลยในข่าว (ถ้าโปร่งใสจริงก็ต้องตรวจสอบได้สิดุก หรือว่าจริงๆ แล้วไม่โปร่งใส)
- ดุกให้สัมภาษณ์ถึงเรื่องที่ได้อันดับ 2 จากผลโพลผู้ว่า กทม. ว่า ไม่ใช่เรื่องเหนือความคาดหมายแต่อย่างใด (จะบอกว่าแค่นี้มันของตายสินะ แต่ว่ายังไงก็ยังไม่ใช่ที่ 1 อยู่ดีไม่ใช่เรอะดุก)
- ดุกให้สัมภาษณ์ว่าตนเป็นผู้สมัครผู้ว่าฯ อายุน้อยที่สุด คือ 33 ปี จึงถือเป็นตัวแทนของวัยรุ่นอยู่แล้ว (33 ปีนี่มันวัยรุ่นตรงไหนเรอะ เออ ถ้า 20 ต้นๆ ยังพอว่า)
- ดุกออกมายอมรับว่าตนเองลอกเลียนนิสัยใจคอและการแสดงออกมาจาก หลิม ณ บางบอน และ ซาหมัก สุกรเพศ โดยทั้ง 2
ตัวคนนี้ถือเป็นไอด้อลในดวงใจของดุก ซึ่งดุกนิยมชมชอบมาตั้งแต่เด็กเลยทีเดียว (เยี่ยมจริงๆ ลอกเลียนนิสัยใครไม่ลอก ดันลอกมาจากไอ้ 2ตัวคนนี้ รับรองหนุกแน่ๆ ไม่เชื่อก็ลองดูสภาพปัจจุบันของไอ้ 2ตัวคนที่กล่าวมาสิ แล้วเอามารวมกัน นั่นล่ะ อนาคตของดุก ชัวร์) - ดุกให้สัมภาษณ์เรียกร้องให้ผู้สมัครผู้ว่าคนอื่นอย่าได้หนีการดีเบตกับดุก ไม่งั้นถือว่าปอดแหก แพ้ตั้งแต่ยังไม่แข่ง (อืม แล้วตอนที่คนของประชาธิปัตย์เอาเงินบริจาคมาคืนให้ดุกแต่ดุกกลับหนีหัวซุกหัวซุน หรือตอนที่ดุกทำท่าจะลงสมัครผู้ว่าแข่งกับอภิรักษ์แต่ก็ไม่ได้ลงเนี่ย ถือว่าปอดแหกมั้ย แพ้ราบคาบรึเปล่าหว่า ตอบหน่อยสิดุก)
- ดุกให้สัมภาษณ์ว่าเลือกตั้งผู้ว่าคราวนี้ไม่ใช่พรรคประชาธิปัตย์แข่งกับพรรคเพื่อไทย แต่เป็นดุกแข่งกับแซม โดยฝ่ายเพื่อไทยส่งแซมลงสมัครก็เพื่อรักษาพื้นที่ฐานเสียงเท่านั้น เพราะถ้าพรรคเพื่อไทยแค่ต้องการชนะประชาธิปัตย์ก็ไม่จำเป็นต้องส่งใครลงสมัคร แค่ดุกคนเดียวก็สามารถชนะพรรคประชาธิปัตย์ได้แล้ว (จะได้คะแนนถึงหลักหมื่นรึเปล่ายังไม่รู้เลย เดี๋ยวจะขายขี้หน้า(แย่ๆ)เอานะดุก)
- ดุกหันไปขอคะแนนเสียงจากกลุ่มพันธมิตร ทั้งๆ ที่ก่อนหน้านี้เคยประกาศว่าไม่ต้องการคะแนนจากพันธมิตรแม้แต่คะแนนเดียว (อ้าว ไหนบอกว่ามั่นใจว่าได้เป็นผู้ว่าแน่ไงดุก แล้วจะไปขอคะแนนเสียงจากพันธมิตรทำไมล่ะ ไม่เหลือศักดิ์ศรีเลยนะดุก)
- ดุกให้สัมภาษณ์ด้วยความมั่นอกมั่นใจว่า กลุ่มพลังเงียบส่วนใหญ่จะเทคะแนนให้ตนไม่ต่ำกว่า 5 แสนคน (อย่าว่าแต่ 5 แสนเลยดุก จะได้ถึง 5 พันรึเปล่ายังไม่รู้เลยนะดุก ขยันสร้างกระแสเหลือเกิน แต่ถ้าได้ถึง 5 แสนจริงๆ ก็แสดงว่าที่ดุกเคยดูถูกคนกรุงเทพว่าโง่นี่ไม่ได้ดูผิด)
- ดุกไปเดินสาย
หลอกลวงหาเสียงอย่างไม่ดูกาละเทศะในงานของ กทม. ทำให้ข้าราชการ กทม. รำคาญจนต้องบ่นออกไมค์ (แสดงให้เห็นว่าข้าราชการ กทม. รักดุกมาก) - จากเหตุการณ์เมื่อกี้ที่ดุกโดนบ่นออกไมค์ ดุกเลยออกอาการเซ็ง บ่นให้นักข่าวฟังว่า “สงสัยจะคุมข้าราชการ กทม.ยาก” (ขนาดยังไม่ได้เป็นผู้ว่า ก็กะจะเข้ามาคุมแล้ว ถ้าเป็นผู้ว่าแล้วจะขนาดไหนล่ะเนี่ย เจ้านายที่ดีต้องทำงานกับลูกน้องแบบเพื่อนร่วมงานนะดุก ไม่ใช่แบบเจ้ากับไพร่)
- ดุกประกาศว่ายินดีร่วมงานกับรัฐบาลพรรคประชาธิปัตย์ แม้ดุกจะเคยด่าประชาธิปัตย์ไว้ชนิดสาดเสียเทเสียก็ตาม ขอแค่ได้เป็นผู้ว่าก็พอ (สรุปก็คือหน้าด้านว่างั้นล่ะ ยังไงก็ได้ขอให้ตูได้เป็นผู้ว่าเป็นพอ ให้ทำงานกับใครก็ได้ทั้งนั้น อุดมการณ์หรือหลักการอะไรไม่ต้องมี ต่อให้เป็นคนที่ตัวเองเคยด่าซะเละเทะก็ยินดีร่วมงาน ขอแต่ให้ตัวเองได้มีอำนาจสินะ ดุก)
- นอกจากนี้ ดุกยังพูดว่าก่อนหน้านี้ ตนเองก็เคยด่าทักษิณเหมือนกัน ตั้งแต่ตอนที่พันธมิตรยังไม่ได้รวมกลุ่มกัน (อันนี้แปลกมาก เพราะไม่ว่าจะลองถามใครกี่คนก็ตาม ทุกคนก็ตอบตรงกันว่าไม่เคยได้ยิน+ได้เห็น+ได้อ่าน+ได้รับรู้เลยว่าดุกเคยด่าทักษิณ เห็นมีแต่เลียไข่ทักษิณตั้งแต่อดีตยันปัจจุบัน สรุปก็คือพูดให้ตัวเองดูดีว่างั้น)
............จริงๆ ดุกยังมีผลงานอันโดดเด่นเข้าตาอีกเยอะที่ยังไม่เปิดเผยและยังไม่ได้กล่าวถึง ไว้ถ้ามีโอกาสจะรวบรวมมาอีก