ไร้วิทยาลัย:มหาวิทยาลัยเชียงใหม่

จากไร้สาระนุกรมเสรี - แหล่งรวบรวมเรื่องราวตลกขบขันและบิดเบือนข้อเท็จจริง

(เปลี่ยนทางมาจาก ผี มช.)
ไร้วิทยาลัย

ยินดีต้อนรับสู่ไร้วิทยาลัยภาษาไทย
แหล่งรวมเรื่องขำขันไร้สาระเกี่ยวกับมหาวิทยาลัยและสถานศึกษาที่ทุกคนร่วมเขียนได้
วันนี้ตรงกับวันเสาร์ ที่ 11 กุมภาพันธ์ 2555 เวลา 06:59 น. ตามเวลาสากลเชิงพิกัด (ช้ากว่าไทย 7 ชั่วโมง)
เว็บย่อ: http://th.uncyclopedia.info/wiki/Un-niversity

Wikisplode.gif
สำหรับผู้ที่ ไร้อารมณ์ขันสิ้นดี เหล่าผู้เชี่ยวชาญที่วิกิพีเดียมีบทความ
ที่โคตรมีสาระที่ ที่นี่!
ภาพฉากหลังในหน้าต่างล็อกอิน ของเครื่องคอมพิวเตอร์ใน มช. ในอดีต (2549-2550)
ภาพฉากหลังในหน้าต่างล็อกอิน ในปัจจุบัน (2553)

สารบัญ

[แก้ไข] มหาวิทยาลัยเชียงใหม่

[แก้ไข] เรื่องทั่วไป

ปัจจุบันสิงห์ขาวมีอธิบดีมากเป็นอันดับสอง เช่น อธิบดีกรมการปกครอง อธิบดีกรมราชทัณฑ์ อธิบดีกรมโยธาธิการ เป็นต้นและมีผู้ว่าราชการมากเป็นอันดับสาม รองจากสิงห์แดงธรรมศาสตร์และสิงห์ดำจุฬาฯ

ผลคะแนนแอดมิชชั่น ปี 2552 ปรากฎว่า คะแนนสูงสุดของสาขาการเมืองการปกครอง คณะรัฐศาสตร์ฯ มากกว่าคะแนนสูงสุดของภาควิชาปกครอง คณะรัฐศาสตร์ จุฬาฯ ครั้งแรกในประวัติศาสตร์

และสามารถถ่ายทำในมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ได้อย่างเป็นทางการ ต่างจากหนังใหญ่เรื่องเพื่อนสนิทที่อธิการบดีห้ามถ่ายในมหาวิทยาลัยแม้แต่ฉากเดียว

[แก้ไข] แจกของ

[แก้ไข] เกร็ดเล็กเกร็ดน้อย

ใบดรอปจะกลายเป็นของหายากในทันทีที่ถึงวันสุดท้าย (อันนี้เวอร์ชันเก่า ปัจจุบันใช้เวอร์ชันใหม่ ใบใหญ่ขึ้น ใบเดียวก็เสียวได้ เพียงใบเดียวใช้ดรอปได้มากถึง 6 กระบวนวิชา)
ใบดรอปบัตรสนเท่ห์ (คลิกที่รูปเพื่ออ่าน)

[แก้ไข] ความเชื่อ

มหาวิทยาลัยมีนโยบายต่อต้านการพนันบอล และในช่วงฟุตบอลโลก 2010 ก็ได้ทำภาพที่เขียนว่า "ดูบอลให้มันส์ การพนันไม่เกี่ยว" เป็นฉากหลังจอคอมพิวเตอร์ต่าง ๆ เพื่อป่าวประกาศดังกล่าว

[แก้ไข] เรื่องลึกลับ

[แก้ไข] เรื่องผี

[แก้ไข] 1.หอนาฬิกา

อันเนื่องจากเคยเป็นป่าช้าและลานประหารเก่ามาก่อน ทำให้เรื่องเล่า เรื่องผีทั้งเก่าและใหม่มีมากมาย

เรื่องนี้อยู่ที่หอนาฬิกาใหญ่ ตรงสี่แยกจากประตูหลังมอ ตรงนั้นจะเป็นวงเวียนสี่แยก ฝั่งตะวันตกเฉียงใต้เป็นคณะวิศวะ ฝั่งตะวันออกเฉียงใต้เป็นคณะศึกษา และโรงเรียนสาธิต ฝั่งตะวันตกเฉียงเหนือ เป็น หอ 4 ชาย และฝั่งตะวันออกเฉียงเหนือเป็นหอ 6 หญิง เรื่องนี้มีอยู่ว่า...

ตรงหอนาฬิกา กลางวงเวียน มีเปรต หากไปลองของอาจโดนดีได้ วิธีการลองดีคือ ตอนเที่ยงคืน ให้ไปวนรถทวนเข็มที่หอนาฬิกา สามรอบ (วงเวียนจะเวียนรถตามเข็ม) เล่ากันว่า ผู้ที่ลองทำอย่างนั้น ไม่เคยมีใครวนรถทวนเข็มได้ครบสามรอบสักคน ผู้มีประสบการณ์บอกว่า ในขณะที่วนรถอยู่นั้นจะรู้สึกได้ถึงลมที่เย็นผิดปกติ แต่วนไปสองรอบก็ไม่เกิดอะไรขึ้น มาเกิดตอนที่จะครบ รอบที่สาม จู่ๆ ก็มีเสาสองต้นตั้งขวางถนนอยู่ ทำให้ต้องหักรถหลบ รถล้มบ้าง แฉลบบ้างไปตามๆกัน ใครอยากรู้ก็ลองดู

อีกกรณีหนึ่งมีข่าวอยู่บ่อยๆ ว่านักศึกษาที่พักอยู่ในหอพักชาย 4 และ หญิง 6 ฝั่งที่ติดกับหอนาฬิกา มักได้ยินเสียงแหลมๆ เล็กๆ ดังมาจากทางหอนาฬิกา สอบถามแล้วคืนนั้น เด็กสาธิตไม่มีการทำกิจกรรม และคณะวิศวะไม่มีกิจกรรมหรือการก่อสร้างใดๆ และที่สำคัญ บางห้องได้ยิน บางห้องไม่ได้ยินทั้งที่อยู่ติดกัน?

[แก้ไข] 2.ห้องน้ำสังคม

ที่ห้องน้ำคณะสังคมศาสตร์ ที่เก่าๆ หน่อยลองไปหาดูเอาเอง ลักษณะห้องน้ำคือ ประตูอยู่ตรงกลาง เข้าไปแล้ว โถฉี่จะอยู่ทางซ้ายมือ ส่วนอ่างล้างหน้ากับกระจกส่องหน้าจะอยู่ทางขวา รุ่นพี่ที่อยู่คณะสังคมเคยเล่าว่า เคยมีคนเล่าให้ฟังว่า (ฟังเขามาอีกต่อหนึ่ง) ตอนกลางคืนช่วงใกล้สอบไปอ่านหนังสือที่คณะสังคม แล้วปวดฉี่เลยไปฉี่ที่ห้องน้ำนี้ (เริ่มนึกออกหรือยังว่าห้องน้ำที่ไหน) ลุกเข้าห้องน้ำคนเดียว คนอื่นๆ ก็นั่งอ่านหน้งสืออยู่ คนไปฉี่ก็เข้า ไปฉี่ธรรมดา ห้องน้ำมี โถฉี่สองอัน อันแรกติดประตูอันที่สองอยู่ด้านขวาข้างในไปอีก เขาบอกว่าตอนจะฉี่ ก็จะฉี่ที่โถแรกเพราะใกล้กว่า แต่ไม่รู้นึกยังไง เลยเดินเลยไปฉี่ที่โถข้างใน ตอนฉี่ก็ยังไม่มีอะไร แต่ตอนฉี่เสร็จแล้วมองออกไปที่กระจก ภาพในกระจกสะท้อนเห็นกำลังมีคนยืนฉี่ อยู่ที่โถฉี่อันแรก! (หันหลังให้) นึกว่าตาฝาด เพราะหันไปดูก็ไม่มีอะไร แต่พอไปดูในกระจกก็เห็นเหมือนเดิม? คืนนั้นเลยไม่ได้อ่านหนังสือ- -*บยบสนา

[แก้ไข] 3.ห้องสีชมพู

ห้องหอสีชมพู 1 : มช.

เหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อ 20 ปีที่แล้ว ปี2532 น้องใหม่ของ มช. ทุกคนต้องอยู่หอ เพื่อที่เวลารุ่นพี่เรียกจะได้มาไวๆ (จะกลับก็ตอนเย็นวันศุกร์) ทีนี้มี นศ.หญิงน้องใหม่ไปรักใคร่ชอบพอกับรุ่นพี่้คนหนึ่ง เลยชวนกันไปอยู่ด้วยกันที่หอหลังมช. และทุกวันหน้าหอหญิง 8 จะมีรุ่นพี่คนนี้มาจอดรอ นศ.หญิงคนนี้ทุกครั้ง หลังจากคบกันได้ซักพัก รุ่นพี่ก็นอกใจ พอมีคนมาฟ้อง นศ.หญิงคนนี้ได้ยินก็เก็บไว้ในใจไม่กล้าถามกลัวเีสียคนรักไป แต่แล้วเธอก็บอกรุ่นพี่ว่ามีเรื่องจะพูดด้วย ขณะที่ซ้อนมอไซค์กลับเธอก็บอกรุ่นพี่ว่า ท้องได้ 3 เดือนแล้ว รุ่นพี่ก็เลยหยุดรถถามย้ำด้วยความตกใจ แต่แล้วรุ่นพี่คนนี้ก็ไม่รับผิดชอบ บอกว่าหญิงสาวนอกใจไปคบชายอื่น พอท้องก็มาบอกว่าเป็นลูกตน จากนั้นรุ่นพี่ก็บอกเลิกเธอและปล่อยให้เธอเดินกลับจากหลัง มช. มาที่หอพักตามลำพัง

ระหว่างทางเธอก็คิดเรื่องต่างๆ นาๆ ทั้งรู้สึกเสียใจเคียดแค้นต่อชายหนุ่มที่ทิ้งเธอไป บวกกับกลัวทางบ้านจะรู้ จึงตัดสินใจเอาเด็กออกแต่ไม่กล้าไปโรงพยาบาล พอกลับมาถึงห้อง รูมเมทก็ไม่อยู่เพราะกลับบ้าน เธอจึงเอาเด็กออกด้วยตัวเอง!! โดยการเอาไม้บรรทัดเหล็กกระทุ้งมดลูกฉีก!! เมื่อเธอทำไปด้วยวิธีการไม่ถูกต้อง จึงเกิดอาการตกเลือดอย่างรุนแรง ก่อนเธอจะเสียชีวิต เธอได้เขียนข้อความด้วยเลือดที่กำแพงห้องนั้นว่า "เรามีทั่นคนเดียว" << ได้ยินบ่อยๆเป็น "กูมีมึงคนเดียว".............

[แก้ไข] ห้องหอสีชมพู 2 : มช.

วันรุ่งขึ้น เมทร่วมห้องก็กลับมาที่ห้องด้วยท่าทีวิตก กังวล และพอพบศพ นศ.หญิงคนนี้ก็รีบแจ้งให้ป้าคุมหอรู้ และบอกป้าคุ้มหอไปว่า ฝันเห็นเพื่อนมาบอกลา และให้ไปเอาศพที่ห้องลงมาด้วย แถมยังฝากบอกป้าคุมหอด้วยว่า ห้ามใครมายุ่งกับห้องของเธอ!!!

หลังจากจัดการเรื่องศพและงานศพเรียบร้อยแล้ว ก็มีการทำความสะอาดห้องนั้น โดยใช้ผ้าชุบน้ำเช็ดรอยเลือดให้สีจางลงเปลี่ยนที่นอนและผ้าปูที่นอน ใหม่จนห้องเกือบจะสะอาดเหมือนเดิมแต่รุ่งขึ้นสิ่งที่ทำให้ทุกคนขนลุกก็คือ ทั้งรอยเลือดและข้อความที่หญิงสาวคนนั้นทิ้งไว้ไม่ได้หายไปแต่รอยเลือดกลับ เพิ่มมากขึ้นกว่าเดิม!!!! พอทาสีใหม่ไม่ให้เห็นรอยเลือด วันรุ่งขึ้นรอยก็กลับมาเหมือนเดิม จึงได้นิมนต์พระมาทำพิธี ไล่ไม่ไปเพราะเฮี๊ยนมากจากความอาฆาตจึงได้สะกดวิญญาณไว้ไม่ให้ไปหลอกคนในหอ หลังจากนั้นก็ทาสีชมพูเพื่อไม่ให้เห็นรอยเลือดบนกำแพง จนกลายมาเป็นตำนานห้องสีชมพูมาจนถึงเดี๋ยวนี้

[แก้ไข] ห้องหอสีชมพู 3 : มช. ฉากจบไตรภาค 3.1

หอ 8 ห้องสีชมพูนี้ถูกใช้เป็นห้องเก็บของที่ไม่ใช้แล้ว ไม่มีใครกล้าเข้าไป ได้แต่โยนๆ ของเข้าไปเท่านั้น เพราะเคยมีแม่บ้านเข้าไปแล้วประตูถูกล็อค ทั้งๆ ที่ล็อคลูกบิดมันอยู่ด้านใน!!! ห้องนี้จะอยู่ชั้น 2 ฝั่งซ้ายถ้ามองจากด้านหน้า และตอนนั้น ทั้งแถบไม่มีนักศึกษาอยู่ใกล้ห้องนั้นแม้แต่คนเดียว เพราะกลัวประวัติของห้องสีชมพู

แต่แล้วก็มี นศ.หญิงออกห้าวๆ คนหนึ่งดูเหมือนจะไม่เชื่อเรื่องนี้เท่าไหร่บอกว่า งั้นถ้าไม่มีใครอยู่จริง ก็ขออยู่ห้องใกล้ๆ ห้องนั้นนั่นแหละ เพราะเงียบดี จะได้ไม่มีใครกวน ป้าคุมหอเลยบอกว่า "จัดไป" ห้องของ นศ.หญิงคนนี้อยู่ถัดห้องสีชมพูมา 2 ห้อง และไม่มีทีท่าว่าจะกลัวอะไร ผ่านไป 1 สัปดาห์ พอรุ่นพี่หรือใครๆ ถามว่าเจออะไรมั้ย ก็ตอบว่าไม่เจอ บอกว่าเรื่องที่รุ่นพี่เล่าให้ฟังน่ะอย่าไปเชื่อมาก แต่งขึ้นมาให้รุ่นน้องกลัวทั้งนั้น

หลังจากคืนนั้นเอง หอ 8 หญิงก็ตื่นกันทั้งหอ เพราะได้ยินเสียงกรี๊ดของ นศ.หญิงคนนี้ดังลั่น ป้าคุมหอ รปภ.หน้าประตูหอและนักศึกษาทั้งหมดออกมาดูว่าเกิดอะไรขึ้น พอจะเปิดประตูห้องก็ล็อค ก็เลยตะโกนเข้าไปว่าเกิดอะไรขึ้นเปิดประตูสิ เป็นอะไรรึป่าว แต่แล้วเสียงที่นักศึกษาหญิงตะโกนกลับมาด้วยเสียงสั่นเครือว่า "ประตูไม่ได้ล็อค แต่มีผู้หญิงคนนึงดึงประตูไว้อยู่" !!!!!!!!

[แก้ไข] ห้องหอสีชมพู 3 : มช. ฉากจบไตรภาค 3.2

นักศึกษาหญิงตะโกนกลับมาด้วยเสียงสั่นเครือว่า "ประตูไม่ได้ล็อค แต่มีผู้หญิงคนนึงดึงประตูไว้อยู่" !!!!!!!!

ป้าคุมหอ รปภ. นักศึกษาทุกคนที่อยู่ในละแวกนั้น พอได้ยินต่างคนก็ต่างวิ่งหนีถอยออกมาแทบไม่ทัน พอกำลังจะวิ่งลงมา นศ.หญิงคนนี้ก็ตะโกน "ช่วยด้วยยยยย ช่วยด้วยยยยยย" แล้วก็เงียบ ประตูก็เปิดออกเอง นศ.หญิงคนนั้นสลบไป ป้าผู้คุมหอต้องไปเอาองค์พระพุทธรูปที่หิ้งพระมา รปภ.ก็ต้องเอาสร้อยพระออกมาถือชูไว้ด้านหน้าแล้วค่อยๆอุ้มนศ.คนนั้นออกมาโดย ให้นศ.ช่วยกันดันไม่ให้ประตูปิด

พอฟื้นขึ้นมาก็เอาแต่ร้องไห้บอกแต่จะไปเรียนที่อื่น พอพ่อแม่มา นศ.คนนี้ก็เล่าให้พ่อแม่ฟัง พ่อแม่ไม่เชื่อ คิดว่าน่าจะเป็นการโดนแกล้งซะมากกว่า นศ.คนนี้เลยเล่าให้ฟังว่า ตนอ่านหนังสืออยู่ ก็ได้ยินเสียงคนหายใจใกล้ๆหูจากนั้นก็ได้ยินเสียงขาเตียงเลื่อนเหมือนมีคนนั่ง แต่ก็ไม่ได้คิดอะไร ซักพักก็ได้ยิน เสียงเหมือนคนหายใจไม่ออก แล้วก็ไอเบาๆก็เริ่มที่จะกลัวขึ้นมานิดๆปนกับความสงสัย เรา้เลยพูดออกไปว่า "อยู่ห้องใกล้ๆกันออกมาให้เห็นเลยดีกว่าไหม"แค่นั้น ก็ได้ยินเสียงเล็บขูดกับกำแพงรอบๆห้อง รอบแล้วรอบเล่าจนทนไม่ไหวจะวิ่งออกจากห้องแต่พอหันไปทางประตูแค่นั้นแหละ ก็เห็นหญิงสาวคนหนึ่งใส่ชุดนอนสีเหลืองครีมมีเลือดออกมาทาง หู ตา จมูก ปาก และช่องคลอดยืนจ้องหน้าพร้อมกับพูดว่า "อยากเจอไม่ใช่เหรอ มาหาแล้วนี่ไง"ตนเองจึงร้องออกไปอย่างสุดเสียง ก่อนที่ตนจะสลบ ผู้หญิงคนนั้นหัวเราะก่อนเดินทะลุกำแพงข้างห้องไป

พ่อแม่ของนศ.ได้ฟังแล้วไม่ค่อยอยากจะเชื่อจึงขอดูห้องสีชมพู เพียงแต่อยู่ด้านล่าง พอมองขึ้นไปก็เห็น นศ.เจ้าของห้องสีชมพูยืนอยู่ที่หน้าต่างพร้อมกับใบหน้าที่โชกเลือด หลังจากนั้นทั้งพ่อแม่และนศ.คนนี้ก็ออกจากที่นั่นทันทีและย้ายไปเรียนต่อกรุงเทพ

หลังจากเหตุการณ์นั้นก็ไม่มีใครกล้าอยู่ใกล้ห้องนั้นอีกเลย แถมคนที่หอก็ยังเจอเหตุการณ์ประหลาดๆ อยู่บ่อยๆ ทั้งเสียงร้องไห้ เสียงขูดกำแพง เงาคนเดินจากฟากห้องสีชมพู และในที่สุดก็กลายเป็นเรื่องปกติชวนขนลุกของห้องสีชมพูหอ 8 หญิงไปแล้ว นี่แหละตำนาน มช.

[แก้ไข] 4.ห้องน้ำหลอน

รุ่นน้องอยู่หอ 7 หญิงเหมือนกันเล่าว่า ไปอาบน้ำที่ห้องอาบน้ำรวมตอนกลางคืน ชั้น 3 เข้าไปอาบน้ำ ที่ช่องที่เขากั้นให้อาบน้ำช่องในสุด สักพักได้ยินเสียงคนเดินเข้ามาอาบน้ำในห้องข้างๆ ได้ยินเสียงฝักบัว แถมยังมีน้ำกระเซ็นเข้ามาที่ห้องตัวเองอาบอยู่อีกต่างหาก แต่รุ่นน้องอาบน้ำช้า ห้องข้างเลยกลับออกไปก่อน พอรุ่นน้องอาบน้ำเสร็จ เปิดห้องออกมา ก่อนออกก็ต้องเดินผ่านห้อง ข้างๆ อยู่แล้ว เพราะตัวเองอาบห้องในสุด ไม่มีร่องรอยการอาบน้ำเลย ตรงฝาผนังและพื้นแห้งสนิท!

ที่ห้องอาบน้ำชั้น 2 รุ่นพี่ แก่กว่าประมาณ 3 ปีเคยเล่าให้ฟัง กำลังจะเข้าไปอาบน้ำ ทั้งห้องมีอยู่คนเดียว กำลังจะสระผม รู้สึกว่ามีน้ำกระเด็นมาจากห้องข้างๆ แต่ไม่มีเสียงน้ำ ด้วยความสงสัย จึงหยุดแล้วไปดูห้องข้าง ๆ ก็ไม่เห็นมีน้ำรั่วหรือซึมทั้งฝา และเพดาน เรียบร้อยทุกอย่าง พอเข้าห้องมาจะอาบก็เจอน้ำกระเซ็นอีก... คราวนี้ไม่อยู่แล้ว เก็บของออกจากห้องน้ำไปเลย... ฟังหูไว้หู

ขยายเนื้อความ ห้องสีชมพูตำนานอันลือลั่นของเด็กใหม่ปี 1 ทุกคน โดยเฉพาะนศ.หญิงที่จะต้องพักที่หอ 8 โดยรุ่นพี่ที่เคยอยู่หอนี่จะบอกและย้ำเสมอว่า เวลาจะเข้าห้องน้ำต้องเอาเพื่อนไปด้วยเสมอ ห้ามลืมเด็ดขาด!! นี่คือคำเตือนของรุ่นพี่ประจำหอ ที่เพื่อนผมได้ฟังตอนปีหนึ่ง แล้วรุ่นพี่อีกคนก็เล่าให้ฟังเกี่ยวกับประวัติของห้องสีชมพูนี้

เรื่องนี้เกิดขึ้นเมื่อ 10 กว่าปีที่แล้วปี 32 ของนักศึกษาหญิงคนหนึ่ง ซึ่งประเพณีหรือเรียกว่ากฏของ มช.คือเด็กปีหนึ่งทุกคนต้องอยู่หอใน เพื่อที่เวลาพี่เรียกมาทำกิจกรรมรับน้องจะได้พร้อมกันอย่างรวดเร็ว ส่วนคนที่อยู่เชียงใหม่ส่วนมากจะกลับบ้านเย็นวันศุกร์(ถ้าวันเสาร์รุ่นพี่ไม่นัด)กลับเข้าหอก่อนเย็นวันอาทิตย์ เรื่องนี้เกิดขึ้นเมื่อรุ่นพี่ต่างคณะเกิดมาชอบนศ.หญิงน้องใหม่คนหนึ่ง ความสัมพันธ์ของทั้งคู่นับวันยิ่งดูรักกันมากขึ้นทุกวันจนมาถึงกลางเทอม รุ่นพี่คนนี้เลยชวนนศ.หญิงไปอยู่ด้วยกันที่หอหลังมช. ทุกเย็นวันศุกร์หน้าหอ 8 จะมีรุ่นพี่คนนี้มาจอดรถรอนศ.หญิงคนนี้ทุกครั้ง และจะมาส่งตอนเย็นวันอาทิตย์ทุกครั้ง เป็นไปอย่างนี้เกือบจะ 5 เดือนจนเป็นที่อิจฉาของเหล่านศ.หญิงที่หอนั้น ใครเห็นก็ต่างพูดแซวอยู่ตลอดเวลา ทำให้นศ.หญิงรู้สึกดีใจและรักรุ่นพี่คนนี้มาก

แต่ต่างกันรุ่นพี่คนนี้เริ่มที่จะตีตัวออกห่าง เพราะรู้สึกว่านศ.หญิงคนนี้ เริ่มที่จะจริงจังกับตนเองมากเกินไป แล้ววันที่นศ.สาวคนนี้เสียใจที่สุดและได้สร้างตำนานอันลือลั่นก็มาถึง เย็นวันศุกร์ที่รุ่นพี่จะต้องมารับเป็นประจำทุกครั้ง..แต่วันนี้รุ่นพี่มาถึงก็ดึกมากแล้ว นศ.หญิงเลยถามว่าทำไมมาดึกซึ่งหลายคนก็บอกว่าเพราะรุ่นพี่คนนั้นไปติดพันหญิงอีกคนอยู่ นศ.หญิงคนนี้ได้ยินแล้วก็เก็บไว้ในใจตลอดไม่กล้าที่จะถามเพราะกลัวเสียคนรักไป และเธอก็บอกกับรุ่นพี่คนนี้ว่ามีเรื่องที่จะพูดด้วย เป็นเรื่องสำคัญมาก

รุ่นพี่คนนี้ก็บอกให้ไปคุยกันที่หอหญิงสาวคนนี้ก็เลยซ้อนรถไปแล้วก็คุยขณะที่ซ้อนรถอยู่ บอกว่าตนเองตอนนี้ตั้งครรภ์ได้ 3 เดือนแล้วพอได้ยินแค่นั้นรุ่นพี คนนี้ก็จอดรถทันที แล้วก็ถามย้ำว่าเมื่อกี้พูดว่าอะไร หญิงสาวเลยย้ำไปว่าตังครรภ์ได้ 3 เดือนแล้ว รุ่นพี่คนนี้ไม่รับผิดชอบหาว่า หญิงสาวนอกใจไปคบชายอื่น พอท้องแล้วจึงมาอ้างว่าตนเป็นคนทำ รุ่นพี่คนนี้ขอบอกเลิกเธอในทันที และปล่อยให้เธอเดินจากหลัง มช.กลับมาที่หอตามลำพัง ระหว่างทางหญิงสาวก็คิดเรื่องที่เกิดขึ้น ทั้งความรู้สึกเสียใจปนความเคียดแค้นต่อชายหนุ่มที่ทิ้งเธอไป บวกกับกลัวทางบ้านจะรู้ความจริงและทำให้พ่อแม่ผิดหวัง ทำให้เธอตัดสินใจเอาเด็กออก แต่เธอไม่กล้าพอที่จะไปที่โรงพยาบาลหรือบอกให้ใครทราบ พอมาถึงห้องเมทไม่อยู่เพราะกลับบ้านกันหมด เธอเลยเอาเด็กออกด้วยตัวเอง โดยการเอาไม้บรรทัดเหล็กกระทุ้งจนมดลูกฉีกเธอทำไปโดยไม่รู้วิธี การที่ถูกต้อง ทำให้เธอเกิดอาการตกเลือดอย่างรุนแรง ก่อนที่เธอจะเสียชีวิตเธอได้เขียนข้อความไว้บนกำแพงห้องนั้นว่า 'กูมีมึงคนเดียว'

วันรุ่งขึ้นเมทร่วมห้องก็เข้ามาที่หอด้วยท่าทีวิตกกังวล และได้ไปที่ห้องพักที่ เธอได้พักกับหญิงสาวคนนี้ก็ได้พบกับศพของหญิงสาว รอยเลือดกระจัดกระจายและข้อความบนกำแพงจึงแจ้งให้ป้าผู้คุมหอทราบ ก็ได้มีการสอบสวนเมทคนนี้ว่ารู้ได้อย่างไรว่าเพื่อนเสียชีวิต เมทคนนี้ก็บอกว่าเมื่อคืนฝันเห้นเพื่อนมาบอกลา และให้ไปเอาศพที่ห้องลงมาด้วย แถมยังฝากบอกป้าคุมหออีกว่า ห้ามใครก็ตามมายุ่งกับห้องของเธอ หลังจากจัดการเรื่องศพและงานศพเรียบร้อยแล้วน้นก็ได้มีการทำความสะอาดห้องนั้น โดยใช้ผ้าชุดน้ำเช็ดรอยเลือดให้สีจางลง เปลี่ยนที่นอนและผ้าปูที่นอนใหม่จนห้องเกือบจะสะอาดเหมือนเดิม

แต่รุ่งขึ้นสิ่งที่ทำให้ทุกคนขนลุกก็คือ ทั้งรอยเลือดและข้อความที่หญิงสาวคนนั้นทิ้งไว้ไม่ได้หายไป แต่รอยเลือดกลับเพิ่มมากขึ้นกว่าเดิม ทางหอเลยพิจารณาเอาสีใหม่มาทาทับไม่ให้เห็นรอยเลือด แต่แล้วพอวันรุ่งขึ้นรอยต่างๆก็กลับมาอยู่ดังเดิมเหมือนกับไม่ได้มีการนำสีมาทาแต่อย่างใด ทางหอเลยได้เชิญพระที่วัดฝายหินมาทำพิธีแต่พระท่านบอกว่าทำพิธีไล่ไปคงไม่ได้ เพราะวิญญาณนี้เฮี้ยนมากเพราะยังมีความอาฆาตและมีลูกในท้องอีกด้วย เลยได้แต่ทำการสะกดวิญญาณไม่ให้ไปหลอกคนในหอ

หลังจากทำพิธีสะกดวิญญาณเรียบร้อยแล้ว ทางหอก็ได้ทาสีห้องใหม่แต่คราวนี้ใช้สีชมพู เพราะจะได้มองไม่เห็นคราบเลือดบนกำแพง จนกลายมาเป็นตำนานห้องสีชมพูจนถึงเดี๋ยวนี้

ปัจจุบันนี้ผมไม่ทราบนะว่าห้องนั้นใช้ทำอะไรแต่ตอนที่เพื่อนผมอยู่ที่หอ 8 นั้น เพื่อนบอกว่าห้องนั้นใช้เป็นห้องเก็บของที่ไม่ใช่แล้ว เพราะไม่มีใครกล้าที่จะเข้าไปได้แต่โยนๆของเข้าไปเท่านั้น เพราะเคยมีแม่บ้านเข้าไปแล้วออกมาไม่ได้เพราะประตูถูกล็อค ทั้งๆที่ลูกบิดและที่ล็อคห้องนั้นมันล็อคจากด้านใน

ส่วนเหตุการณ์ที่เพื่อนผมเจอนะ อยากรู้ไหมถ้ากล้าพอจะอ่านก็อ่านเลย ห้องสีชมพูนี้จะอยู่ที่ชั้น 2 ของถ้ามองจากด้านหน้าหอ 8 หญิงจะอยู่ฝั่งซ้ายไม่แน่ใจว่าเป็นห้องเลขอะไร ตอนนั้นทั้งแถบนั้นไม่มีนักศึกษาอยู่ใกล้ห้องนั้นแม้แต่คนเดียวเพราะกลัวเกี่ยวกับประวัติห้องสีชมพูนั้นมาก แต่เพื่อนผมเล่าให้ฟังว่ามีนศ.หญิงท่าทางออกผู้ชายคนหนึ่งดูเหมือนจะไม่เชื่อกับเรื่องที่เล่าเท่าไหร่ เลยบอกว่างั้นถ้าไม่มีใครอยู่จริงๆ ขออยู่ใกล้ๆห้องนั้นแหละเพราะเงียบดีจะได้ไม่มีใครรบกวน ป้าผู้คุมหอตอนนั้นก็เลยถามอีกครั้งเพื่อความแน่ใจเพราะลงชื่อห้องไปแล้วจะเปลี่ยนไม่ได้ เพราะห้องจะไม่ว่างพอที่จะรับแน่ๆ นศ.คนนั้นก็ยังยืนยันคำเดิมว่าจะอยู่ที่แถบนั้นแหละห้องไหนก็ได้ ป้าเขาเลยให้ ตรงชั้น 2 นั้นมาห้องของนศ.หญิงคนนี้อยู่ถัดจากห้องสีชมพูไปอีก 2 ห้อง อยู่ใกล้ๆห้องน้ำ (หอหญิง 8 ห้องน้ำจะเป็นห้องน้ำรวมจะอยู่สุดทางฝั่งขวาถ้านับ จากด้านหน้าตึกก็จะอยู่ ลึกสุดของแต่ละชั้น) นศ.คนนี้ก็ไม่มีทีท่าว่าจะกลัวอะไร ผ่านไปหนึ่งสัปดาห์ตอนที่รับน้องอยู่เพื่อนผมก็ถามว่าเจออะไรแปลกๆบ้าง ไหม นศ. คนนี้ก็ตอบว่าไม่เจอนี่ เรื่องที่รุ่นพี่เล่าให้ฟังนะอย่าไปเชื่อมากเลยแต่งขึ้นมาให้รุ่นน้องกลัว ทั้งนั้นแหละ

และหลังจากรับน้องเสร็จคืนนั้นเอง หอ 8 หญิงก็ต้องตื่นกันทั้งหอตอนตี 2 เพราะ ได้ยินเสียงกรี๊ดของนศ.คนนี้ดังลั่นป้าผู้คุมหอ รปภ.หน้าประตูหอและนศ.ทั้งหมดต่างออกมาดูว่าเกิดอะไรขึ้น

เพื่อนผมก็เดินขึ้นไปดูตามป้าเจ้าของหอและรปภ.จะเปิดประตูแต่ประตูห้อง ล็อค ป้าผู้คุมหอก็เลยบอกว่าเปิดประตูห้องสิ มีอะไรเกิดขึ้นเหรอ เป็นอะไรรึเปล่า นศ.คนนี้ก็ตะโกนออกมาบอกว่าประตูไม่ได้ล็อคแต่มีผู้หญิงคนนี้ดึง ประตูไว้อยู่ พูดแค่นั้นทั้งป้าผู้คุมหอ รปภ. และเพื่อนผมพร้อมกับนศ.หญิงอีกหลายคนรีบวิ่งแทบจะไม่ทัน แต่พอวิ่งกำลังจะลงมาประตูห้องก็เปิดออกเอง นศ.หญิงคนนั้นสลบคาห้องต้องเอามา ปฐมพยาบาลข้างล่าง โดยเพื่อนผมบอกว่ากว่าจะเข้าไปเอาตัวออกมา ป้าผู้คุมหอต้องไปเอาองค์พระพุทธรูปที่หิ้งพระขึ้นมาเลย ทีเดียว ส่วนรปภ.ก็ต้องเอาสร้อยพระออกมาถือชูไว้ด้านหน้า แล้วค่อยๆอุ้มนศ.คนนั้นออกมาโดยให้นศ.ช่วยกันดันไม่ให้ประตูปิด พอปฐมพยาบาลเสร็จแล้วนศ..คนนั้นฟื้นขึ้นมาก็เอาแต่ร้องไห้บอกว่าจะลาออกไปเรียนที่อื่น

จนตอนเช้าพ่อแม่ก็บินมาจากกรุงเทพมาหาที่หอพักแล้วให้นศ.คนนี้มาเล่าให้ ฟังว่าเกิดอะไรขึ้น เพราะพ่อแม่นศ.คนนี้ไม่เชื่อว่าลูกถูกผีหลอกน่าจะโดนเพื่อนแกล้งมากกว่า นศ.คนนี้เลยเล่าให้ฟังว่าตอนที่อ่านหนังสืออยู่ ก็ได้ยินเสียงคนหายใจใกล้ๆหูจากนั้นก็ได้ยินเสียง ขาเตียงเลื่อนเหมือนมีคนนั่ง แต่ก็ไม่ได้คิดอะไรเพราะคิดว่าอาจจะเป็นเสียงจากด้านล่าง ซักพักก็ได้ยินเสียงเหมือนคนหายใจไม่ออก แล้วก็ไอเบาๆ ก็เริ่มที่จะกลัวขึ้นมา นิดๆปนกับความสงสัยและอยากรู้ เลยพูดออกไปว่า 'อยู่ห้องใกล้ๆกันออกมาให้เห็นเลยดีกว่าไหม' แค่นั้น

ก็ได้ยินเสียงเล็บขูดกับกำแพงรอบๆห้อง รอบแล้วรอบเล่าจนทนไม่ไหวจะวิ่งออกจาก ห้อง แต่พอหันไปทางประตูแค่นั้นก็เห็น หญิงสาวคนหนึ่งใส่ชุดนอนสีเหลืองครีมมีเลือดออกมาทาง หู ตา จมูก ปาก และช่องคลอด ยืนจ้องหน้าพร้อมกับพูดว่า 'อยากเจอไม่ใช่เหรอมาหาแล้วนี่ไง' จึงร้องออกไปอย่าง สุดเสียงก็เห็นหญิงสาวคนนั้นหัวเราะและมองมาทางตนเอง แล้วก็ได้ยินเสียงป้าคุมหอบอกให้เปิดประตูแต่ตนไม่ได้ล็อค พอบอกไปว่ามีหญิงสาวคนนี้ยืนจับประตูอยู่แค่ นั้นหญิงสาวคนนี้ก็หัวเราะแล้ว เดินทะลุกำแพงห้องข้างๆไปเลย จากนั้นประตูก็เปิดออกเองแล้วตนเองก็สลบไปพ่อแม่นศ.คนนี้ได้ฟังยังไม่ อยากเชื่อเลยขอดูห้องสีชมพูแต่เพียงแค่อยู่ด้านล่างแล้วมองขึ้นไปยังไม่ทัน ได้ไปถึงห้องก็เห็นนศ.คนนั้นยืนที่หน้าตาให้เห็นด้วยใบหน้าโชกเลือด

ทั้งพ่อแม่และนศ.คนนั้นเลยรีบออกจากหอพักนั้นท ันที และได้ ย้ายไปเรียนที่ กรุงเทพ ส่วนชั้นนั้นก็ไม่มีใครกล้าไปอยู่ใกล้ๆห้องนั้นเลยตลอด 4 ปีที่เพื่อนผมเรียนอยู่ เพราะเพื่อนผมพักอยู่หอในตลอดเพราะบ้านอยู่ต่างจังหวัดเลยพักแต่หอใน แล้ว เพื่อนบอกว่าวันดีคืนดีก็ได้ยินเสียงร้องไห้บ้าง เสียงกรีดร้องบ้าง หรือบางทีไฟห้องนั้นก็เปิดเองทั้งๆที่ไม่มีหลอดไฟ

แต่ที่เพื่อนผมเจอหนักที่สุดคือตอนไปห้องน้ำ เพื่อนผมไปคนเดียวเพราะปลุกใครก็ไม่ยอมไปเป็นเพื่อน เลยรีบวิ่งไปเข้าแล้วก็รีบวิ่งกลับ(ห้องเพื่อนผมอยู่คนล่ะฟากกับห้องน้ำเลย) แต่ขากลับระหว่างที่วิ่งผ่านทางเดินเชื่อมฝั่งซ้าย-ขวา ก็เห็นเงาคนค่อยๆเดินจาก อีกฟากมา(เพื่อนผมอยู่ฟากขวา ห้องชมพูฟากซ้าย) เพื่อนผมเลยวิ่งเข้าห้องอย่างรวดเร็วพร้อมกับแหกปากกะให้ทุกคนตื่น แต่แปลกที่ไม่มีใครได้ยินสียงเพื่อนผมเลย พอมันวิ่งเข้าห้องได้ก็รีบเอาหนังสือ พระมาวางไปหลังประตูแล้วนอนคลุมโปงเลย

มันบอกได้ยินเสียงเล็บขูดกับกำแพงรอบห้องเหมือนกับที่นศ.คนนั้นบอก มันเลยท่องบทสวดอุทิศส่วนกุศลให้กว่าเสียงจะเงียบก็เกือบครึ่งชั่วโมง แต่ที่แปลกคือเมื่อเสียงเงียบไปแล้ว เพื่อนทุกคนในห้องตื่นพร้อมกันหมดและพูดขึ้นพร้อมกันว่าเหมือนมีใครไม่รู้เดินตามเข้ามาในห้องด้วย เพราะเห็นแต่เหมือนกึ่งหลับกึ่งตื่นคืนนั้นเลยไม่ได้นอนกันทั้งห้องเปิดไฟ เปิดวิทยุกันจนถึงเช้าเลย วันรุ่งขึ้นไปหาซื้อโปสเตอร์รูปพระและผ้ายันต์ที่วัดอุโมงค์มาแแปะไว้เต็มห้อง หลังจากนั้นก็ไม่มีอะไรผิดปกติ นอกจากเสียงร้องไห้และกรีดร้องที่กลายเป็นเรื่องปกติที่ชวนขนลุกของห้องสีชมพูหอ 8 หญิงไปแล้ว

[แก้ไข] 5. ป๊อก ป๊อก ครืด

ดูเพิ่มเติมได้ที่ ป๊อก ป๊อก ครืด

ระยะเวลาที่เกิดเหตุการณ์ไม่ทราบแน่ชัด แต่สถานที่เกิดคือ หอ 7 หญิง ในสมัยที่มอ ยังเป็นที่รกร้างอยู่มาก ถนนยังเป็นลูกรัง ถนนหน้าฝนเป็นโคลน รถไปมาลำบาก ตอนกลางคืนมืด ไม่มีแสงไฟ เรื่องเกิดกับนักศึกษาสาว คู่หนึ่งอาศัยอยู่ที่ประมาณ ชั้น 2 หรือ 3 ของหอหญิงเจ็ด

ช่วงนั้นเป็นช่วงสอบ นักศึกษาต่างกำลังอ่านหนังสือกันอยู่ ประมาณว่า นักศึกษาหญิงคนหนึ่งไม่สบาย อ่านหนังสือในห้อง ตอนหัวค่ำแล้วรูมเมทชวน ไปทานข้าว แต่เพราะเป็นไข้อยู่จึงไปไม่ไหว อยากพักผ่อน พอเมทคนนั้นเห็นเพื่อนไม่สบาย ด้วยความเป็นห่วง จึงบอกว่าเดี๋ยวไปทานข้าวเองก็ได้ แล้วจะห่อข้าวมาฝากเพื่อน คนที่ไม่สบายก็บอกว่า ยังไงฝากซื้อราดหน้า (หรือผัดไท หรือสักอย่างที่เป็นเส้นๆ) มาให้ทีละกัน กินแล้วจะได้กินยา เมทคนนั้นก็บอกว่า ได้เดี๋ยวจะรีบไป รีบกลับ

หลังจากที่เพื่อนออกไปจากห้องคนที่ไม่สบายก็นั่งอ่านหนังสือต่ออ่านได้สักพักก็ไม่ไหว เพราะไข้ขึ้น จึงนอน ตอนนอนอยู่นั้น สลึมสลืออยู่ แต่มีความรู้สึกว่านานมากแล้ว เพื่อนทำไมยังไม่กลับมาซะที่ ตกดึก ฝนเริ่มตก นักศึกษาคนนั้นก็ตื่นขึ้นมาอ่านหนังสือต่อ ในใจเป็นห่วงเพื่อนเพราะออกไปนานมากยังไม่กลับ

สักพักนักศึกษาคนนั้นได้ยินเสียงเบาๆ ดังจากชั้นล่าง จากทางบันได "ป๊อก…ป๊อก……ป๊อก……… ป๊อก…..." เสียงนั้นดังเป็นระยะๆ ใกล้เข้ามา จากทางบันไดดังขึ้นเรื่อยๆ เสียงเหมือน คนกำลังแบกของหนักบางอย่างขึ้นมา และเสียงนั้นก็ดังมาจนถึงชั้นที่ห้องนักศึกษาหญิงคนนั้นอยู่ แล้วเสียงก็เปลี่ยนไป "ครื…..ด….ครื....ด…...ค..รื…ด" เสียงเหมือนคนกำลังลากอะไรสักอย่างใกล้เข้ามาเรื่อย จนมาหยุดอยู่ที่หน้าห้อง นักศึกษาหญิงเริ่มเอะใจ และมองไปทางประตู ในใจนึกว่าเพื่อนกลับมาแล้ว แต่ยังเงียบได้อึดใจนึง ก็มีเสียงเคาะห้อง "ก๊อก ก๊อก ก๊อก" แล้วเงียบไป นักศึกษาสะดุ้งสุดตัว คิดว่าไม่ใช่ เพื่อนแน่แล้ว ถ้างั้นทำไมไม่เปิดเข้ามาเลย จึงเดินไปเปิดประตู ตรงลูกบิดประตูมีถุงใส่ห่อราดหน้าแขวนอยู่ พอเห็นห่อราดหน้า ก็งง แล้วเพื่อนอยู่ไหน ทำไมไม่กลับมา หรือ ติดฝนเลยฝากคนอื่นเอามาให้ แต่ทำไมต้องเอามาแขวน ไม่รอเจอกันก่อน จะได้รู้ว่าเป็นใคร แล้วทำไมเดินเร็วจัง มีแต่รอยเปียกน้ำเป็นทางจากบันได...คิดต่างๆ นานา แต่แล้วก็แกะ ห่อราดหน้าออก ทานเสร็จก็ทานยาตาม ได้สักพักก็ม่อยหลับไป

รุ่งเช้า มีคนมาเคาะห้องบอกว่าเพื่อนตายแล้ว นักศึกษาหญิงคนนั้นถูกฆ่าข่มขืน ตรงพงหญ้าข้างทาง คาดว่าเหตุเกิดประมาณหัวค่ำ ลักษณะศพสภาพแขนและขาทั้งสองข้างหัก อาจเกิดจากการที่คนร้ายเอาท่อนไม้ทุบตีเพื่อไม่ให้หนี นักศึกษาหญิงที่ตายกำลังเดินทางกลับจากตลาด (ไม่แน่ใจว่าเป็นฝายหินหรือตลาดต้นพยอม) หลังจากทานข้าวเสร็จ ทุกทีจะไปกับเพื่อน แต่เพื่อนไม่สบายจึงไปคนเดียว โดยเพื่อนฝากซื้อข้าวห่อ คนร้ายอาจเห็นว่าเป็นคนเดียวจึงลงมือ แล้วราดหน้าเมื่อคืนล่ะ? ไม่มีใครรู้คำตอบแน่ชัด

แต่จากที่ฟังกันมา คือหลังจากที่ตายไปแล้ว ด้วยความเป็นห่วงเพื่อน เพราะว่าไม่สบาย และยังหิว นำห่อราดหน้าที่ซื้อมาฝากไปส่งให้แต่จะไปส่งยังไง แขนหักขาหักหมดแล้ว ลักษณะที่เขาเล่ามา คือเพื่อนคนนั้นใช้ปากคาบถุง แล้วใช้คางเกยพาตัวเองมาจนถึงหอพัก แล้วใช้คางเกยบันไดลากตัวเองขึ้นมา เป็นเสียง"ป๊อก ป๊อก" เสียง "ครืด"ที่ได้ยินคือเสียงลากตัวเองจากบันได มาจนถึงหน้าห้องปรากฎเป็นรอยเปียกน้ำยาวติดต่อกัน หลังจากส่งห่อลาดหน้าให้ได้แล้วก็หมดห่วง...ตอนแรกทุกคนไม่เชื่อที่นักศึกษาคนนั้น เล่าแต่หลังจากที่นักศึกษาที่พักอยู่ข้างๆ ห้องยืนยันว่า ในคืนนั้นได้ยินเสียงเหมือนคนกำลังยกของหนัก และลากของหนักจากข้างล่างขึ้นมา ทุกคนต่างเชื่อสนิทใจ......มิตรภาพอยู่เหนือความตาย...

[แก้ไข] 6.ทุกโค้ง

สมัยนั้นเวลากลางคืน ดอยสุเทพยังไม่ปิด ความนิยม (ที่ไม่ค่อยดีเท่าไร) อย่างหนึ่งก็คือเวลาเมาๆนักศึกษาทั้งหลายมักจะขับรถขึ้นดอยกัน ขึ้นไปดูเชียงใหม่ทั้งเมืองตอนกลางคืน มันสวยดี (แต่ดันขับรถตอนเมา ไม่ควรเอาเป็นเยี่ยงอย่าง)

วันหนึ่ง นักศึกษาจากคณะวิศวะสองคนเพิ่งเลิกจากกังสดาล (แต่ก่อนร้านนี้ฮิตครับ) ครึ้ม ๆ ขึ้นมาก็เลยขับ จยย. เลยจากทางเข้า กะขึ้นดอยไปชมเมืองเล่น คนขับก็ขับไป ข้างหลังคนซ้อนก็นั่งไป เมาๆ ขึ้นมาคนซ้อนก็เลยหลับ (สมัยก่อน นักศึกษาแปดสิบเปอร์เซ็นต์ ขับ จยย. ไม่ใช่รถยนต์อย่างทุกวันนี้)

สักพักหนึ่งคนซ้อนก็ตื่น กำลังเข้าโค้งพอดี เห็นหญิงสาวคนหนึ่งยืนโบกรถอยู่ข้างทาง แต่คนขับก็ขับเลยผ่านไป ด้วยความเป็นสุภาพบุรุษจัด ก็เลยถามคนขับว่า “ทำไมมึงไม่จอดรถลงไปถามหน่อยล่ะ เผื่อเขามีปัญหาอะไร?” คนขับบอกว่า “กูไม่จอดด้วยหรอก คนนี้เขารอโบกทุกโค้งเลย เจอมาหลายโค้งแล้ว เดี๋ยวโค้งหน้า มึงกับกูก็เจอเขาอีกแหละ...”

[แก้ไข] 7. พยาบาลชุดแดง

เห็นเขาเล่าว่ามีนักศึกษาคนนึงของคณะแพทย์อยู่ทำงานในตึกของฝั่งสวนดอก (ไม่แน่ใจว่าเป็น โรงพยาบาลหรือตึกแพทย์คนเล่าไม่ยืนยันแต่ 2 ตึกนี้ก็ใกล้กันนี่ กลับเข้าเรื่องต่อ)

เขาคนนี้ก็ทำงานอยู่จนดึกก็เลยว่าจะลงลิฟต์มาระหว่างที่รอ เขาก็ได้ยินเสียงเดินมาข้าง ๆ เขาก็หันไปมองเห็นพยาบาลคนนึงเดินมา เขาก็ไม่ได้สงสัยอะไร เพราะพยาบาลกับแพทย์ ก็ต้องเจอกันบ่อยๆอยู่แล้ว ระหว่างรอลิฟต์นักศึกษาคนนี้ก็ได้กลิ่นอะไรแปลกๆ ก็เลยหันไปมองพยาบาลคนนี้ ก็ไม่เห็นมีอะไร ซ้ำพยาบาลคนนี้ยังยิ้มให้ด้วย สักพักต่อมาเมื่อเข้าไปในลิฟต์ พยาบาลคนนี้ก็ถามว่ามาทำอะไรดึกๆอย่างนี้ เขาเลยตอบว่ามาศึกษาเรื่องการผ่าตัดภายใน เพราะว่าจะสอบ พยาบาลคนนี้เลยบอกว่างั้นให้ฉันช่วยนะ นักศึกษาคนนี้ก็เลยงง และเริ่มสังเกตว่าคอของผู้หญิงเริ่มมีเลือดไหลออกมาจากคอเรื่อยๆ เขาตกใจมาก พยายามที่จะหนีออกมาจากลิฟต์ แต่ลิฟต์เหมือนค้างหรืออะไรไม่ทราบ เลือดไหลนองทั่วชุดของนางพยาบาลคนนี้ แล้วเธอก็เริ่มสอนนักศึกษาแพทย์คนนี้ ตั้งแต่ลำไส้ ปอด สมอง หัวใจ พร้อมทั้งควักส่วนต่างๆเหล่านี้ออกมา

รุ่งขึ้นก็มีคนพบชายคนนี้ นอนคาอยู่ทางประตูลิฟต์ที่เปิดปิดอยู่ แล้วเขาก็เอาแต่พร่ำเพ้ออย่างคนบ้าว่า ”พยาบาลชุดแดง พยาบาลชุดแดง”

[แก้ไข] 8.ลวด

วงเวียนธรณีจุดนี้มีเรื่องเยอะจริงๆ เรื่องนี้นานมาแล้วมีนักศึกษาสองคนกินเหล้าเมากันมา พอมาถึงข้างตึกธรณี คนขี่มองไปทาง ข้างตึกอังกฤษ เห็นคนหัวขาดยืนอยู่ ตกใจจึงหยุดรถ ขยี้ตาดูอีกที แล้วสะกิดถามเพื่อน เพื่อนบอกไม่เห็นอะไร มองอีกทีก็ไม่มีแล้ว หันกลับมาข้างหน้ามีลวดเส้นเล็ก ๆ ขึงอยู่ระดับคอ ห่างออกไปเมตรเดียว ถ้าไม่หยุดรถ คง!...

พระเจ้าช่วย คนดีผีคุ้ม...

[แก้ไข] 9. RB แพทย์

อาคารเรียนรวมแพทย์ มีคนไปอ่านหนังสือกันสองคน พอดึก ๆ ก็ไปซื้อไก่ทอดมากิน เสร็จแล้วก็หาที่ล้างมือ เจอก๊อกน้ำข้างตึกก็ไปล้างมือที่นั่น ตอนที่ล้างอยู่ เพื่อนอีกคนก็ทำหน้าตกใจมากแต่ยังไม่พูดอะไร

คนที่ทำหน้าตกใจรีบจูงมือเพื่อนกลับมาใต้ตึกแล้วถามว่า รู้มั้ยเมื่อกี้เห็นอะไร...อีกคนบอกไม่รู้ คนนั้นจึงบอกว่าเห็นผมของอีกคนซึ่งผมยาวชี้ขึ้นมากระจุกหนึ่งเหมือนมีคนจับขึ้นมา รู้ทีหลังว่า ตรงนั้นเป็น ที่ล้างศพ!..

[แก้ไข] 10.partner lab แลปฟิสิกส์

อันนี้ฟังเค้าเล่ามาอีกทีเป็นเรื่องนานมาแล้ว เราเองก็มาไม่ทัน เรื่องมีว่าเมื่อก่อนตอนที่ตึกเก้าชั้นวิดยายังไม่ได้สร้างแลปฟิสิกส์ของเด็กปี1 ก็ยังทำที่แลปเก่า (น่าจะ เป็นตึกฟิสิกส์) แลปคราวนั้นเป็นแลปเรื่องแสง คนที่เคยเรียนคงรู้ว่าห้องจะมืดเพราะปิดไฟ และเป็นแลปมืดจริงๆ เพราะทำช่วงค่ำ

นักศึกษาหญิงคนนึงก็เข้าห้องแลปแต่พาร์ทเนอร์แลปยังไม่มา คนอื่นๆก็มากันแล้ว เตรียมอุปกรณ์เสร็จ เพื่อนก็มาแต่ก้มหน้าก้มตาไม่พูดไม่จา ถามว่าเป็นอะไรก็ไม่ตอบ เหลือบเห็นที่คอมีรอยแผลเป็นทางยาว เธฮจับไหล่เพื่อนถามว่าไปโดนอะไรมา เพื่อนเงยหน้าขึ้นมาแล้วหัวหลุดกลิ้งไปกับพื้น ผู้หญิงร้องกรี้ดแล้ววิ่งออกมาสลบตรงระเบียง

ฟื้นมามียามกับรุ่นพี่สองสามคน ถามว่าไม่รู้เหรอว่าวันนี้แลปงด เพราะเมื่อเช้ามีนักศึกษาในเซครถคว่ำตาย เพื่อนเลยไปงานศพช่วงค่ำกันหมด สอบถามชื่อได้ความว่าคือพาร์ทเนอร์แลปของเธอนั่นเอง!

ส่วนคนที่เจอในห้องแลปทุกคนล้วนแต่ไร้ชีวิต

[แก้ไข] 11.ทางเดินคณะวิดวะ

มีคนสี่คนเข้าไปเล่นผีถ้วยแก้วตรงทางเดินยาวตรงข้ามหอ5ชาย วันนั้นฝนตกด้วย มีผีผู้ชายเข้ามา พอถามว่าชื่ออะไรไม่ตอบถามว่ามาคนเดียวใช่รึไม่ใช่ก็ตอบว่า ไม่ใช่ จึงถามต่อว่ามากันเท่าไหร่ เค้าก็ไปเลข 9

คนเล่นรู้สึกกลัวขึ้นมา จึงเชิญออกแล้วรีบกลับมาที่หอ มีเพื่อนถามว่าไปไหนกันมา ก็บอกว่าไปเล่นผีถ้วยแก้วในคณะวิดวะ

เพื่อนก็ว่า "อ๋อ.... ที่ยืนมุงเยอะ ๆ ตรงทางเดินน่ะนะ!"

[แก้ไข] 12.ในห้อง M-Acc2 คณะบริหารฯ

ประสบการณ์ตรงที่จะเล่าให้ฟังเกิดขึ้นในเวลากลางวันแสกๆ หลังจากอาหารกลางวันคาบต่อไปจะมีพรีเซ้นท์งานเป็นกลุ่มแรกในห้อง M-Acc2 คณะบริหารธุรกิจ เลยขึ้นไปก็อปไฟล์เพาเวอร์พ้อยต์ลงคอมหน้าห้องก่อน ห้องนี้จะอยู่สุดปีกชั้นสองของตึกคณะบริหาร เดินเข้าไปคนเดียวจึงยังไม่เปิดแอร์เลยเปิดประตูทิ้งไว้ และเปิดไฟแค่โซนหน้าห้องเพื่อประหยัดพลังงาน กำลังก็อปงานลงเครื่องใกล้ จะสำเร็จ ก็มีเสียงรองเท้าเกี๊ยะที่นักศึกษาหญิงช่วงนั้นชอบใส่กันเดินก็อกแก็กอยู่ที่ระเบียงหน้าห้อง และประตูห้องก็ปิด (คงเป็นคนหวังดี มาปิดประตูให้) ในระหว่างนั้นเอง เสียงรองเท้าเกี๊ยะก็ดังขึ้นมาจากประตู เดินก็อกๆ... แก๊กๆ... ตรงไปหลังห้องที่ไม่ได้เปิดไฟ แล้วเสียง นั้นก็เดินวน ก็อกๆ แก๊กๆ อยู่แถวหลังห้องนั้นเอง... (วินาทีต่อมา ก็วิ่งไม่คิดชีวิตหนีลงไปข้างล่างแล้ว)

ใครได้เข้าไปเรียนห้องนั้นอย่าลืมเผื่อที่นั่งไว้ให้เค้าด้วยนะ

[แก้ไข] ของกิน

[แก้ไข] หอพัก

[แก้ไข] คุณยายมหาภัย

มีป้าคนหนึ่ง ชอบมาวนเวียนหลอกขายของ ถ้าไม่ซื้อ บางทีเลวสุดๆ มีการตะโกนด้วยว่าคนที่ไม่ซื้อเป็นคนใจดำหำใหญ่

ยายแกจะทำอาชีพหาเงินโดยเอาของที่เป็นประโยชน์...รึเปล่า มาขายให้กับ นศ ที่เข้ามาใหม่ เฟรชชี่ต้องเป็นคนจิตใจดี ก็จะโดนหลอกขายผักบุ้ง O.o" ผักกระถิน มะกอก บางทีก็จะเป็น ตำลึง หรืออะไรที่มันหาง่ายๆ(แล้วยายไม่คิดบ้างเหรอ ว่าพวกผมจะเอาไปทำอะไรกิน) แล้วยายก็จะบอกว่า

"..จ่วยซื้อยายก๊ำ ยายบ่ได้กิ๋นข้าวมาตั้งแต่ตะวาละ" (อาจจะไหว้ไปด้วย เพิ่มคะแนนสงสาร)....แปลว่า ช่วยซื้อของยายหน่อย ยายไม่ได้กินข้าวมาตั้งแต่เมื่อวาน....

บางทียายก็บอกไม่มีเงินขึ้นรถกลับบ้าน สคริปต์ของยายจะไม่ซ้ำกันในแต่ละวัน

ใครที่ใจอ่อนก็คงจะโดนกันไปเป็นแถว เพราะยายแกจะย้ายโลชั่น ไปเรื่อยๆ (ก็ มช มันกว้างใหญ่ซะขนาดนั้น)จนเรียนจบแล้ว ก็ยังเคยเจอ มาหลอกขาย แบบว่า เคย ยายไม่ได้หากินแต่ใน มช อย่างเดียว เคยไปหากินแถวร้านข้าวมันไก่ข้าง 3 กษัตริย์ ยายแกชอบเอาของมาหลอกขาย (ความจริงมันก็ไม่ได้หลอกหรอกนะ แต่ยายแกแบบว่า ใช้มารยาสุดๆ - -*)

ล่าสุด ปลายปี เดินเข้าตึก ยายแกจ๊ะเอ๋ (เดี๋ยวนี้พัฒนา แอบอยู่มุมเสา ) มาขายมะกอกแน่ เดินเข้าไปปุ๊บ ยายแกเข้ามาเล้ยยยย"จ่วยซื้อยายกำ ยายบ่ะได้กิ๋นข้าวมาตั้งแต่ตะวาละ " "จ๋วยยายกำ ยายเจ๋บหัวเข่า บ่มีซื้อยากิ๋น" ถ้าวันไหนไม่มีของมาขายก็จะ ขอกันตรงๆเลย

รู้สึกว่า คุณยายมหาภัยคนนี้ จะเคยโดนเอารูปมาแปะในพันทิปด้วยนะเออ ดังใช่เล่น

จึงเข้ามาบอกข่าวว่า (ยายแกยังอยู่สบายดี และ หากินเหมือนเดิม)

ช่วงเปิดเทอมนี้แหละ ยายแกจะมาปรากฏตัวให้เห็นบ่อยๆ

มีอยู่วันนึงป้าแกมาหาเพื่อนผมแล้วบอกว่า ป้าหิวข้าวมากยังไม่ได้กินอารัยเลย เพื่อนผมมันใจดีก้อเลยบอกไปว่า

งั้นป้าเดินไปกับผม พอดีผมกำลังจะไปกินข้าวที่โรงอาหาร เด๋วผมซื้อข้าวให้

แล้วป้าแกก็ตอบว่า ป้าขอเงินดีกว่า เดี๋ยวป้าไปซื้อข้าวกินเอง... คือนะแบบว่าสุดจะบรรยาย

>>และบางทีก็จะเจอคุณยายที่ร้านเหล้าตอง!!!

ปล. เจ้าหน้าที่มหาวิทยาลัยคนนึง(ขอสงวนชื่อ) ที่พักอยู่แถวๆกาดฝายหิน เล่าว่า ความจริงแล้ว คุณยายผู้นี้ ลูกหลานค่อนข้างมีฐานะ บ้านอยู่แถวๆวัดฝายหิน คงเป็นคนในพื้นที่นี้มาตั้งแต่ก่อนสร้างมหาวิทยาลัย แกค่อนข้างดื้อ ไม่ยอมอยู่กับบ้าน คงเหงาและว้าเหว่ แกก็เลยออกมาขายของให้นักศึกษา พอแกได้เงินแกก็จะเอาไป......กินเหล้า มีช่วงนึงที่แกหายไป เพราะลูกหลานสั่งห้าม แต่แกก็ยังดันทุรังมาอีก มีคนเห็นแกเป็นลม เดินไม่ไหว ขี่รถไปส่งแกที่ประตูสถาปัตย์หลายครั้ง อายุก็ปูนนั้นแล้ว หลังๆมานี้เห็นแกหายไป คงเป็นเพราะสุขภาพแกแย่ลง ... สงสารแก ช่วงสงกรานต์นี้ใครว่างๆ ก็ไปตามหาแกหน่อย แถๆวัดฝายหิน ไปดูซิว่าแกยังอยู่รึปล่าว หาของไปดำหัวแกซะหน่อย แกคงดีใจที่นักศึกษา ศิษย์เก่า ศิษย์ปัจจุบันไปเยี่ยมแก



สถาบันการศึกษาในประเทศไทยและประเทศเทย แก้

มหาวิทยาลัย

กรุงเทพ | เกริก | เกษตรศาสตร์ | เกษมบัณฑิต | ขอนแก่น | คริสเตียน | จุฬาลงกรณ์ | เจ้าพระยา | ชินวัตร | เชียงใหม่ | เซนต์จอห์น | ทักษิณ | เทคโนโลยีปทุมวัน | พระจอมเกล้าลาดกระบัง | พระจอมเกล้าธนบุรี | พระจอมเกล้าพระนครเหนือ | เทคโนโลยีมหานคร | เทคโนโลยีสุรนารี | ธรรมศาสตร์ | ธุรกิจบัณฑิตย์ | นครพนม | นราธิวาสราชนครินทร์ | นเรศวร | แสตมฟอร์ด | บูรพา | ปทุมธานี | พายัพ | ภาคกลาง | ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ | มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย | มหามกุฏราชวิทยาลัย | มหาสารคาม | มหิดล | แม่โจ้ | แม่ฟ้าหลวง | รังสิต | รัตนบัณฑิต | รามคำแหง | วงษ์ชวลิตกุล | วลัยลักษณ์ | เวบสเตอร์ | เวสเทิร์น | ศรีนครินทรวิโรฒ | ศรีปทุม |

ศิลปากร | สงขลานครินทร์ | สยาม | สุโขทัยธรรมาธิราช | หอการค้าไทย | หัวเฉียว | หาดใหญ่ | อัสสัมชัญ (เอแบค) | อีสเทิร์นเอเชีย | อุบลราชธานี | เอเชีย | เอเชียอาคเนย์ | เที่ยงคืน |

วิทยาลัยคู่ขนาน

ม.ทำมั้ยสาด | ม.สุราลงกลอน | ม.สุโขทัยทำเราพินาศ| ม.ฮาสาด| วิทยาลัยเทคนิคอุเทนเสวยมหาสารคาม | แซมซั่นวิทยาลัย| ซุปเปอร์แอ๊บแบ๊ว(สาขาประเทศเทย)| มหาวิทยาลัยแห่งทอมสัน| มหาวิทยาลัยชีวิต|

ม.ราชภัฏ

กาญจนบุรี | กาฬสินธุ์ | กำแพงเพชร | จันทรเกษม | ชัยภูมิ | เชียงใหม่ | เชียงราย | เทพสตรี | ธนบุรี | นครปฐม | นครราชสีมา | นครศรีธรรมราช | นครสวรรค์ | บ้านสมเด็จเจ้าพระยา | บุรีรัมย์ | พระนคร | พระนครศรีอยุธยา | พิบูลสงคราม | เพชรบุรี | เพชรบูรณ์ | ภูเก็ต | มหาสารคาม | ยะลา | ราชนครินทร์ | ร้อยเอ็ด | รำไพพรรณี | เลย | ลำปาง | วไลยอลงกรณ์ | ศรีสะเกษ | สกลนคร | สงขลา | สวนดุสิต | สวนสุนันทา | สุราษฎร์ธานี | สุรินทร์ | หมู่บ้านจอมบึง | อุดรธานี | อุตรดิตถ์ | อุบลราชธานี

ม.ราชมงคล

กรุงเทพ | ตะวันออก | ธัญบุรี | พระนคร | รัตนโกสินทร์ | ศรีวิชัย | สุวรรณภูมิ | ล้านนา | อีสาน

บัณฑิตวิทยาลัย / วิทยาลัย

พระปกเกล้า | พัฒนบริหารศาสตร์ | เทคโนโลยีแห่งเอเชีย | วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีไทย | พลังงานและสิ่งแวดล้อม | เคมีปฏิบัติ | ศศินทร์ | ปิโตรเลียมและปิโตรเคมี | ประชากรศาสตร์ | นวัตกรรมอุดมศึกษา | สหวิทยาการ | เทคโนโลยีนานาชาติสิรินธร | นวัตกรรมสังคม | ราชสุดา | ดุริยางคศิลป์ | ซีดีชนาพัฒน์ | การปกครอง | การบินพลเรือน| ในวังชาย | ในวังหญิง | ช่างศิลป์ | นาฏศิลป์ | ปังย่าภิวัฒน์

วิทยาลัยทางการแพทย์

การสาธารณสุขสิรินธร | พยาบาลเกื้อการุณย์ | พยาบาลกองทัพบก | พยาบาลกองทัพเรือ | พยาบาลตำรวจ | พยาบาลทหารอากาศ | พยาบาลบรมราชชนนี | พยาบาลสภากาชาดไทย | แพทยศาสตร์พระมงกุฎเกล้า | แพทยศาสตร์กรุงเทพมหานครและวชิรพยาบาล

โรงเรียน

ป้องกันราชอาณาจักร | เสนาธิการทหาร | เสนาธิการทหารบก | เสนาธิการทหารเรือ | เสนาธิการทหารอากาศ | นายร้อยพระจุลจอมเกล้า | นายร้อยตำรวจ | นายเรือ | นายเรืออากาศ | โรงเรียนเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระศรีนครินทร์ พะเยา | โรงเรียนเซนต์คาเบรียล | โรงเรียนมงฟอร์ตวิทยาลัย | สาทิดกะเสด | โรงเรียนนายสิบทหารบก | โรงเรียนจ่าทหารเรือ | โรงเรียนจ่าอากาศ | โรงเรียนช่างฝีมือทหาร | โรงเรียนขอนแก่นวิทยายน | โรงเรียนเตรียมทหาร | โรงเรียนรักษาดินแดน |

ดูเพิ่ม

มหาวิทยาลัยไซเบอร์ไทย | แอดมิสชันส์ | สถาบันอุดมศึกษา (รัฐ, ในกำกับ, เอกชน)

เครื่องมือส่วนตัว
สิ่งที่แตกต่าง
การกระทำ
ป้ายบอกทาง
ลองแวะนี่ก่อน
โครงการอื่น
เครื่องมือ