ผู้ใช้:Brandy Friskey/wommerra

จาก ไร้สาระนุกรม

ข้ามไปที่: นำทาง, สืบค้น

user:Brandy Frisky's prohibited area

Warnning: This page is being used for Private Purpose-Built Page. Keep Away.

--ไอ้ขี้เมา (หว่อบู้ต่ง-จงเหวิน) 09:36, 16 พฤษภาคม 2551 (ICT)

--ไอ้ขี้เมา (หว่อบู้ต่ง-จงเหวิน) ก๊งเหล้ากันได้ 20:40, 9 ตุลาคม 2551 (ICT)


ไอ้ขี้เมา (หว่อบู้ต่ง-จงเหวิน) ก๊งเหล้ากันได้ 20:47, 9 ตุลาคม 2551 (ICT)

[แก้ไข] ภาพหน่วยตบเกรียนที่น่าสนใจ

[แก้ไข] คอลลินส์ คลาส เศษเหล็กที่จมราชนาวีไทยได้

สำหรับประเทศตะวันตกแล้ว ทหารเรือคือทหารเหล่าที่มีเกียรติที่สุด ในการเดินสวนสนามสามเหล่าทัพของชาติตะวันตกนั้น กองทัพเรือคือเหล่าที่จะได้รับเกียรติให้อยู่แถวหน้าสุดในการสวนสนาม ซึ่งสาเหตุนั้นก็เพราะว่า ตลอดประวัติศาสตร์ชาติตะวันตกซึ่งเน้นการติดต่อค้าขายทางทะเลนั้น กองทัพเรือทำหน้าที่ปกป้องและแสวงหาผลประโยชน์ให้แก่ประเทศชาติอย่างมากมายมหาศาลนั่นเอง สำหรับประเทศที่มีอาณาเขตติดทะเลนั้น การมีกองทัพเรือที่เข้มแข็งและเกรียงไกรนั้นเป็นกุญแจหนึ่งที่สำคัญในการปกป้องผลประโยชน์ของชาติ และอาจจะรวมไปถึงการแผ่แสนยานุภาพของชาติอีกด้วย ด้วยเหตุนี้เอง กองทัพที่มีระดับชั้นเทคโนโลยีสูงที่สุดในสหรัฐอเมริกาจึงไม่ใช่กองทัพอากาศ หากแต่เป็นกองทัพเรือต่างหาก

ในท้องทะเลนั้น สิ่งที่น่ากลัวที่สุดสำหรับทหารเรือก็คืออากาศยานและเรือดำน้ำ ภัยคุกคามของอากาศยานนั้น ไม่ใช่เพียงการเข้าโจมตีจากทางอากาศเท่านั้น แต่ยังมีความน่ากลัวในแง่ของการต่อสายตาให้แก่เรือข้าศึกเพื่อทำการยิงขีปนาวุธเข้าโจมตีได้ และอีกทั้งเทคโนโลยีขีปนาวุธในปัจจุบันนั้น มีระยะไกลกว่าเส้นขอบฟ้า ทำให้มองด้วยตาเปล่าไม่เห็น และมีความฉลาดที่จะหักเลี้ยวเพื่อที่จะทำให้เรือข้าศึกไม่สามารถจับได้ว่าถูกยิงมาจากทิศไหนได้ แต่อย่างไรก็ตาม อากาศยานนั้น สามารถถูกตรวจจับได้อย่างง่ายดายด้วยเรดาห์ ซึ่งประสิทธิภาพของเรดาห์นั้น ยุทธการแห่งบริเตน คือกรณีศึกษาที่ดีในการใช้เรดาห์เพื่อการตรวจจับอากาศยาน แต่สิ่งที่น่ากลัวที่สุดในท้องทะเลนั้นคือเรือดำน้ำต่างหากเล่า เรือดำน้ำนั้น เรียกได้ว่าเกิดมาพร้อมกับคุณลักษณะในการซ่อนพรางในตัว ถึงแม้ว่าจะมีการพัฒนาเทคโนโลยีโซนาร์ไปอย่างไร การตรวจจับเรือดำน้ำก็ยังเป็นงานโหดหินที่สุดในกองทัพเรืออยู่ดี

สำหรับผู้ที่ไม่มีความรู้ด้านอาวุธ ผมจะขออธิบายให้ฟังดังนี้ครับ เรดาร์ (RAdio Detection And Ranging, Radar) คืออุปกรณ์ตรวจจับวัตถุด้ยการแผ่คลื่นวิทยุออกไปแล้วนำเวลาคลื่นสะท้อนกลับมานั้นมาคำนวนเพื่อหาระยะทางของวัตถุที่คลื่นวิทยุเคลื่อนที่ไปกระทบ ใช่ในการตรวจจับวัตถุที่อยู่บนพื้น เหนือน้ำ และในอากาศได้ดี แต่ไม่ใช่ใต้น้ำ สำหรับการตรวจจับวัตถุใต้น้ำนั้นต้องใช้โซนาร์ครับ โซนาร์ (SOund Navigation And Ranging, Sonar) คืออุปกรณ์ตรวจจับวัตถุที่คล้ายคลึงกับเรดาร์แต่ใช้คลื่นเสียงแทน โซนาร์แบ่งได้สองจำพวกคือ Active Sonar และ Passive Sonar

แอกทีฟ โซนาร์คือโซนาร์ที่ทำงานด้วยการยิงคลื่นเสียงออกไปเพื่อการตรวจจับวัตถุใต้น้ำ มีข้อดีคือมีประสิทธิภาพในการตรวจจับที่ดีกว่าแบบพาสซีฟ แต่ก็ทำให้ที่ตั้งของตัวเองถุกเปิดเผยเช่นกัน ส่วนพาสซีฟโซนาร์นั้น จะทำงานเหมือนเสือซุ่มนอนรอฟังเสียงเหยื่อที่กำลังย่างกรายเข้าสู่อุ้งมือมัจจุราชนั่นเอง

อย่างไรก็ตาม ในการทำสงครามเรือดำน้ำ/ต่อต้านเรือดำน้ำ (Submarine/ Anti-Submarine Warfare) เสียงคือปัจจัยที่สำคัญที่สุด คือกุญแจกำหนดความเป็นความตายของทหารเรือเลยทีเดียว ด้วยเหตุนี้เอง เรือดำน้ำชั้นเยี่ยม นอกจากจะต้องมีความสามารถในการดำได้ลึกและนานแล้ว ความเงียบคืออีกหนึ่งคุณลักษณะที่สำคัญของเรือดำน้ำเลยทีเดียว

เรือดำน้ำชั้น คอลลินส์ คือเรือดำน้ำที่ถุกสร้างขึ้นด้วยความร่วมมือระหว่างราชนาวีออสเตรเลียและ Australian Submarine Corporation (ASC) เป็นเรือดำน้ำดีเซล-ไฟฟ้า มีระวางขับน้ำขณะลอยลำ 3,051 ตัน และขณะดำ 3,353 ตัน มีความเร็ว 21 น็อต สามารถดำได้ถึง 70 วัน ได้รับการขึ้นประจำการครั้งแรกในราชนาวีออสเตรเลียในวันที่ 27 มิถุนายน พ.ศ. 2539 มีเรือดำน้ำชั้นนี้ประจำการทั้งหมด 6 ลำในชั้นนี้

อย่างไรก็ตาม เวลานี้เรือดำน้ำชั้นคอลลินส์ได้กลายเป็นข่าวใหญ่ในออสเตรเลียเนื่อจากว่า ณ เวลานี้ มีเพียงลำเดียวที่ยังลอยลำในทะเล ในขณะที่อีกห้าลำถูกส่งขึ้นบกเพื่อทำการซ่อมแซม และนอกจากนี้ ปัญหาที่พอในเรือดำน้ำชั้นนี้มีดังนี้

  1. แนวเชื่อมไม่ดี
  2. เรือสร้างเสียงขณะเดินเรือ (Hydrodynamic Noise)
  3. ปัญหาเกี่ยวกับเครื่องยนต์ดีเซลและระบบขับเคลื่อน
  4. กล้องเพริสโคป
  5. ระบบอาวุธ

ซึ่งจะเห็นได้ว่า สำหรับเรือดำน้ำแล้ว เรือชั้นคอลลินส์นั้น ไม่ใช่เรือดำน้ำที่ดีเอาเสียเลย แต่ทว่า เรือดำน้ำรุ่นนี้เคยเข้าร่วมฝึกกับราชนาวีไทยครับ ซึ่งเรื่องนี้ มาจากปากของครูทหารเรือซึ่งเป็นนายทหารปรายเรือดำน้ำ (นปด.) เมื่อครั้งที่ผมไปฝึกภาคทะเลในหลักสูตรนักศึกษาวิชาทหารชั้นปีที่ ๕ ในส่วนของกองเรือยุทธการ (สำหรับใครที่รู้จักกับคุณเจ้าชายน้อย ผมคงต้องบอกว่า ดวงของผมกับเขานั้นถูกกำหนดให้เดินเฉียด ๆ กัน เพราะว่าแต่เดิมที ร.ล. พุทธฯที่ตอนนั้นคุณเจ้าชายน้อยประจำการอยู่ถูกกำหนดให้เป็นเรือฝึกของผม แต่เนื่องด้วยเหตุการณ์ความไม่สงบและการเผาสถานทูตไทยในเขมร ทำให้ร.ล.พุทธฯ ถูกเรียกขึ้นสู่แนวหน้า ส่วนเรือฝึกของผมจึงกลายเป็น ร.ล. ตาปีแทน อย่างไรก็ตาม ดูเหมือนว่า ร.ล. ตาปีจะมีดวงผูกพันธ์กับ รด. รุ่นผมแฮะ เพราะตอนที่ถูกซ่อมกันปางตาย ก็ได้พลประจำเรือของ ร.ล. ลำนี้เนี่ยแหละที่ให้น้ำสร้างความสดชื่นพร้อมรับการซ่อมต่อไป)

เรื่องก็คือว่า เรือของราชนาวีไทย ฝึกตรวจจับเรือดำน้ำกับเรือดำน้ำของออสเตรเลีย (ซึ่งถ้าไล่เวลาดู ก็คือเรือชั้นคอลลินส์นี่แหละครับ) โดยฝ่ายไทยจะต้องตรวจจับหาเรือดำน้ำออสเตรเลียให้เจอ ซึ่งหลังจากพยายามหาเรือออสเตรเลียอยู่นาน ฝ่ายไทยก็หาไม่เจอสักทีจนสุดท้ายต้องยอมแพ้ ส่งสัญญาณให้เรือดำน้ำออสเตรเลียปรากฎ ซึ่งจุดที่เรือดำน้ำออสเตรเลียซุ่มอยู่นั้น ก็คือข้าง ๆ เรือรบฝ่ายไทยนั่นเอง ถ้านี่เป็นสงครามจริง เรือรบฝ่ายเราคงจบอย่างไม่ต้องสงสัย

ทำไมทหารเรือไทยถึงไม่สามารถตรวจจับเจ้าเศษเหล็กที่มีปัญหาด้านเสียงแบบนี้ได้หล่ะ คำตอบนั้นง่ายมากครับ เพราะทหารเรือไทยไม่มีเรือดำน้ำเอาไว้ฝึกเอง จึงทำให้กลายเป็นอ่อนซ้อมในด้านสงครามต่อต้านเรือดำน้ำไปในตัว ราชนาวีไทยเองก็ทราบดีถึงจุดอ่อนของตัวเองในเรื่องนี้ จึงพยายามยื่นเสนอโครงการจัดหาเรือดำน้ำมาร่วมสามสิบปีแล้ว ความต้องการเรือดำน้ำของราชนาวีไทยนั้น ในช่วงเวลาที่ผมไปเข้ารับการฝึกในกองเรือยุทธการนั้น สามารถรู้สึกได้เป็นอย่างดีเลยทีเดียว จากการพูดถึง และน้ำเสียงของครูแต่ละท่าน ราชนาวีไทยไม่ได้อยากมีเรือดำน้ำเพราะว่าอยากเท่หรอกครับ แต่มันจำเป็นในการใช้งานเพื่อปกป้องผลประโยชน์ของชาติ เพื่อพวกเราคนไทยทุกคนทั้งนั้น

ทหารเรือทุกชาติ มีลักษณะเหมือนกันอย่างนึงคือเป็นพวกอนุรักษ์นิยม และเป็นพวกที่ทรหด ทำงานของตัวเองโดยไม่ปริปากบ่นให้ใครฟัง หลายคนอาจจะคิดว่าการออกทะเลของทหารเรือเป็นเรื่องสนุก ตอนที่ผมออกเดินเรือวันแรกก็ตื่นเต้นแหละครับ แต่วันแรกผ่านไปก็เริ่มเข้าใจว่ามันน่าเบื่อ วันนึง ๆ คุณไม่เห้นอะไรนอกจากน้ำกับฟ้าที่สุดลูกหูลูกตา ความบันเทิงสำหรับพลประจำเรือนั้นมีเพียงการดูทีวี ฟังเพลง ตกปลา เล่นเกม ทานอาหารอร่อย ๆ (ขอบอก อาหารของทหารเรือนี่ อร่อยเหาะเชียวนา สำหรับพลทหารที่ถูกเกณฑ์ให้สังกัดฝ่ายสูทติกรรมนี่ หลังปลดเกณฑ์ก็มีโรงแรมดัง ๆ แห่กันมาจองตัวเชียวนะคุณ) ผมขึ้นไปฝึกแค่ห้าวันยังรู้เลยว่ามันน่าเบื่อ แล้วพลประจำเรือที่ต้องทำแบบนี้เป็นเดือน ๆ ปี ๆ หล่ะ จะเป็นยังไง แต่ทหารเรือไทยก็ยังทำหน้าที่ของพวกเขาต่อไปโดยไม่เคยออกมาโอดครวญ ผิดกับพวกเราพลเรือนที่อะไรนิดอะไรหน่อยก็แหกปากเรียกหาทหาร (เรื่องนี้เป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้ผมไม่ชอบตาหงอกด้วยนะ เรื่องการเมือง ดันจะเอะอะให้ทหารทำรัฐประหาร พอเขานิ่งไม่ทำก็ด่าเขาสาดเสียเทเสีย ทุเรศหว่ะ)

หลาย ๆ คนอาจจะไม่รู้ว่าในทะเลไทยมีขุมทรัพย์มหาศาล หลาย ๆ ชาติเริ่มออกสำรวจท้องทะเลเพื่อหาแหล่งทรัพยากรใหม่ ๆ รวมทั้งน้ำมันและกาซเชื้อเพลิง แหล่งขุดเจาะในท้องทะเลไทยนั้น มีมูลค่ามหาศาล หลายพันล้าน นอกจากนี้ ในหลาย ๆ ประเทศในโลก เริ่มมีกรณีพิพาทเรื่องดินแดนมากขึ้นเรื่อย ๆ เช่น กรณีพิพาทของมาเลเซีย-สิงคโปร์เหนือเกาะ Pedra Branca (เรียกโดยสิงคโปร์) หรือ Pulau Batu Puteh (เรียกโดยมาเลเซีย) ในช่องแคบสิงคโปร์ ซึ่งเจ้าเกาะบ้า ๆ นี่ก็แค่เกาะเล็ก ๆ ที่มีประภาคารตั้งอยู่เท่านั้นเอง แต่สองชาตินี้ก็สู้กันในชั้นศาลอย่างเอาเป็นเอาตายเลยทีเดียว พวกเขาไม่ได้อยากได้เกาะนี้หรอกครับ แต่อยากได้พื้นที่เหนือท้องทะเลและทรัพยากรใต้ทะเลต่างหาก นอกจากนี้ ปัญหาพื้นที่ทับซ้อนในทะเลนั้น เป็นปัญหาที่ไม่รู้จักจบสิ้นของชาติที่มีพื้นที่ติดทะเลหลาย ๆ ชาติมานานแสนนานเลยทีเดียว และปัจจัยที่สำคัญประการหนึ่งในการได้มาและใช้สิทธิในพื้นที่ทับซ้อนเหล่านั้นก้คือการมีนาวิกานุภาพที่เหนือกว่าของรัฐนั่นเอง

ในอ่าวไทย มีสามชาติที่แสวงหาผลประโยชน์จากท้องทะเลแห่งนี้คือ ไทย กัมพูชา และเวียดนาม ในด้านนาวิกานุภาพแล้ว ไทยกับเวียดนามนั้นแทบจะเสมอกัน เว้นแต่ว่าเรามีเรือบรรทุกเฮลิคอปเตอร์นาม "ร.ล. จักรีนฤเบศวร" ที่สร้างความได้เปรียบให้เรา ส่วนกัมพูชานั้น เป็นที่รู้กันว่าเขาไปอิงเวียดนามเอาไว้คานอำนาจกับไทยเรา ความจริงแล้ว กัมพูชาไม่ได้มีกรณีพิพาทเรื่องดินแดนแค่กับไทยหรอกครับ กับเวียดนามก็ด้วยเหมือนกัน แต่สมเด็จฮุนเซ็นยอมให้เวียดนามไปก่อนเพื่อที่จะได้ทำศึกข้างเดียวกับไทย อย่างไรก็ตาม ถ้าเทียบกำลังรบผิวน้ำแล้วหล่ะก็ ใช่ครับ ราชนาวีไทยเป็นอันดับหนึ่งในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ แต่ก็อย่างที่ผมได้กล่าวไปแล้วว่า เราแพ้ทางเรือดำน้ำครับ และในภูมิภาคนี้ สิงคโปร์มีเรือดำน้ำสามลำ อินโดนีเซียมีห้าลำครับ ดังนั้น ถ้ารบกันจริงจริง ผมว่าเราเองจะมีปัญหา และนี่คือภัยคุกคามทางทะเลที่คนไทยไม่ค่อยจะรู้กันครับ

ได้เวลาที่เราจะรู้จักกับราชนาวี ให้ความสำคัญกับทรัพยาการในทะเล และให้ความสำคัญกับความมั่นคงทางทะเลกันให้มากกว่านี้แล้วหรือยังครับ

เครื่องมือส่วนตัว
สิ่งที่แตกต่าง
การกระทำ
ป้ายบอกทาง
เครื่องมือเพิ่ม