ผู้ใช้:Brandy Frisky/quotes&poems
จากไร้สาระนุกรมเสรี - แหล่งรวบรวมเรื่องราวตลกขบขันและบิดเบือนข้อเท็จจริง
สารบัญ |
[แก้ไข] คำพูดคนอื่นที่ชอบ
On the Internet, nobody knows you're a dog.
— ไม่รู้ว่าใครแต่ชอบ
I'm going to make him an offer he can't refuse.
— Vito Corleone
ความขี้เกียจต้องมาก่อน
— คุณว้ายหลอน ผู้ดูแลอาวุโสแห่งไร้สาระนุกรม
ไม่ลองสอบตกดูสักครั้งหล่ะ
— คุณยายข้างบ้านของอาจารย์เทชิงาวาระ ในเรื่องจีทีโอ
เจ้าทุบไหเหล้า เท่ากับเจ้าทำลายชีวิตข้า
— หลี่ไป๋กล่าวกับเมียที่พยายามหยุดหลี่ไป๋จากการกินเหล้า (แต่เหลวเพราะคำพูดนี้)
ไอ้โจรกระจอก! ไอ้พวกจั๊ดง่าว!
— พระเดชพระคุณพ่อเหนือหัวเจ้าท่าน พันธุ์ตะกวดโท ศาสตราจารย์(พิเศษ) ดอกเตอร์ทุจศิล กินชะมัด
เร่งทำบุญเถอะพี่น้องทั้งหลาย แล้วเราจะได้ชัยชนะ มีหญ้ากินบริบูรณ์!
— ตาหงอก กล่าวถึง การทำบุญ
ผมถาม? เล่นวิกิฯไปทำไม เขียนไร้สาระนุกรมบ้างสักวันมันจะตายมั้ย
— ซาหมัก สุกรเพศ
มึงรู้ไหม? กูลูกใคร? (กูจำไม่ได้? กูงง)
— ลูกใครบางคน
แม้ว! พ่อมึงไง
— เสียงสวรรค์ตอบมา
Carlet is the Liquor for Boys; Port for Men; But He Who Aspires to be a Hero Must Drink Brandy
— Samuel Johnson
Two things are invisible: death and taxes
— Benjamin Franklin
ถ้ามึงทำอย่างที่มึงพูดไม่ได้ แล้วมึงจะสะเออะรับปากไปทำไม คนจะเป็นวิศวกร เป็นหัวหน้าคนเขาได้ ต้องรับผิดชอบต่อคำพูดนะเว้ย
— คำสอนตกทอดในภาควิชาวิศวกรรมเครื่องกลที่เจ๋งที่สุดในสายตาข้าพเจ้า
ถ้าคิดจะเป็นวิศวกรกระจอกๆธรรมดาๆ มีแค่ความสามารถในการคิดวิเคราะห์พอแล้ว แต่ถ้าคุณอยากรวย มันต้องมีจินตนาการเว้ย
— อาจารย์ที่เคารพรักท่านหนึ่งของข้าพเจ้า
Death solve all problems; No man, No Problem
— โจเซฟ สตาลิน
สงครามคืือกิจกรรมของมนุษย์
— นิคโคโล แมคเคียวิอาลี
จินตนาการปกครองโลก
— นโปลีอง โบนาบัก
[แก้ไข] คำตัวเอง
[แก้ไข] ซิงเกิ้ลล่าสุด
[แก้ไข] ไม่มีชื่อ
| หากว่ารักนั้นเปรียบดั่งโอสถขม | จักขออมเอาไว้มิให้หาย | ||
| อันสุรายังขมก่อนเราเมามาย | จักยอมตายใต้รสรักและสุรา | ||
[แก้ไข] เพลงควายชุมนุม
ไม่ชอบ แจ้ง 000 สายด่วนตำกวดออสซี่
ใช้ทำนองเพลง สามัคคีชุมนุม
| พวกเราเหล่าควายชุมนุม | ประชุมใจรักจะขับจะไส | ||
| ไอ้แม้วจงชิบหายไป | ไอ้เพ็ญไอ้หมัก กูมาไล่มึง | ||
| อ้ายสัตว์ไอ้พวกจัญไร | คิดแต่จะแก้ รอ ธอ นอ | ||
| พวกกูจะอดแดกตาย | ไม่มีหญ้าแดกก็เพราะพวกมึง | ||
| พี่หงอกกูแหละล้ำเลิศ | ปากกล้าหน้าเชิด แล้วหลบในรู | ||
| แล้วแกปล่อยให้พวกกู | เข้าฝ่าดงตีนให้ได้เจ็บตัว | ||
[แก้ไข] แด่ความต่าง
| การเมืองเรื่องระยำทำร้ายเพื่อน | หวังดาวเดือนก็คงช่วยไม่ด้าย | ||
| เห็นควายแม่งนั่งด่ากันจนแทบวาย | แตกต่างตายมีแต่ควายที่คิดกัน | ||
| ชาติเจริญยอมความต่างทางความคิด | ไม่ปกปิดความคิดเห็นไม่เดียจฉันท์ | ||
| เห็นควายโง่นั่งส่อเสียดนินทากัน | สารขัณฑ์ประเทศไทยประเทศเทย | ||
[แก้ไข] มนต์รักวิเกรียนฯ
| ต่อให้ไกลแสนไกลสุดขอบฟ้า | จะตามล่าหาเธอไปทุกแห่งหน | ||
| ขอกานดาอย่าได้เป็นกังวล | ถึงม้วยชนต์ก็ยังเหลือดวงวิญญาณ์ | ||
| อันภาระนี่นี้แม้หนักอึ้ง | ใจคะนึงถึงเธอทุกห่วงหา | ||
| หมาย่างนี้เปิดสองหน้าดูได้นา | ชมขวัญตาไล่ล่าฆ่าเหล่าเกรียน | ||
| เทคโนฯนี้ช่างก้าวล้ำนำสมัย | สื่อฤทัยสองเรานี้ผ่านการเขียน | ||
| แม้นว่าเราจะไม่พบบนวิเกรียนฯ | เรายังเวียนเจอกันบนเอ็มเอสเอ็น | ||
[แก้ไข] 月下獨酌 ดื่มเดียวดายใต้เงาจันทร์
| | 花間一壺酒。มวลบุพผาประหนึ่งดังไหเหล้า 獨酌無相親。ดื่มเงียบเหงาไร้สหายคอยดื่มด้วย | |
| (李白 (หลี่ไป๋)ประพันธ์/ ไอ้ขี้เมา เรียบเรียงเป็นภาษาไทย | ||
[แก้ไข] ลำนำชายโสด
| ข้าคือชายโสดสนิทเปลี่ยวเอกา | ร่ำสุราโอชารสสลดยิ่ง | ||
| ไร้นารีข้างเคียงกายไว้แอบอิง | นั่งหลังพิงยกสุราขึ้นกระดกพลัน | ||
| ดูกรเหวยเพื่อนรักอ้ายสักหมัด (สัดหมัก) | ดึกสงัดร่ำสุราพาให้ฝัน | ||
| ว่ามีเมียปิ่มนรกบรรลัยกัลป์ | นรกนั้นกูไม่ไปใครจะไป | ||
| อันสุรานี่แลยอดแห่งความสุข | ปลดเปลื้องทุกข์อย่างแน่แท้อย่าสงสัย | ||
| ดื่มไปเถิดเพื่อนเอยดื่มเข้าไป | รินแก้วใหม่ใส่แก้วใสไร้กังวล | ||
| ดูจันทร์นั่นท่านมองเราอย่างอิจฉา | เชิญท่านมาร่วมวงได้คงน่าสน | ||
| ให้หมากินมึงอย่าคิดสัปดน | แดกแต่คนหมาไม่เกี่ยวอย่าเที่ยวมอง | ||
| มองไปนั่นเห็นดาวพราวสง่า | มาเชิญมานั่งเถิดมาร่วมถอง | ||
| ดาราอายเลยได้แต่เมียงมอง | ร่ายร้อยกรองลองภาษาสาแก่ใจ | ||
| เราคนโสดไร้คนคู่เคียงเขนย | เนื้อเย็นเอ๋ยโอ้เธออยู่แห่งไหน | ||
| โอ้แม่เอยโปรดรีบมาแต่โดยไว | แล้วช่วยไปทำกับแกล้มให้ทีเอย | ||
[แก้ไข] กินนม
| กินนมนี้พี่ขอบายเพราะว่าแพ้ | ซี้แหงแก๋ดิ้นร่อแร่แม่ทูนหัว | ||
| เหล้าสุราท้าชนได้ไม่เคยกลัว | เรื่องชั่วๆของถนัดวิศวกร | ||
[แก้ไข] เสภาโมเอะ
| ว่าแล้วขุนโมเอะแสนสะท้าน | ก็เริ่มงานเขียนวิกิฯแนวอักษร | ||
| ตอนนี้เบื่อเรื่องนิติฯหรือบังอร | อย่าลืมนอนฝันถึงใครคนบางคน (ใครวะ) | ||
| พระยาหมักหักหอกออกไปแล้ว | คงไม่แคล้วเลี้ยงแมวสักแห่งหน | ||
| ที่แดนไกลยังมีใครสาละวน | ยังสับสนจะหาเงินจากไหนดี | ||
| จะปล้นแบงค์นี่นี้คงไม่รุ่ง | เดี๋ยวจะยุ่งวุ่นวายเรื่องหลบหนี | ||
| มีเงินครึ่งพระยาแม้วก็คงดี | เลยอยู่นี่เขียนบทความแก้หิวเอย | ||
[แก้ไข] แต่งแก้เซ็ง
| ตัวข้านี้จะจบแล้วแก้วตาเอย | รอชมเชยปริญญาประดับฝา | ||
| เตรียมตัวลุยแสวงโชคหาเงินตรา | สุราจ๋าจะหาเงินไปซื้อเธอ | ||
| เฝ้าร่ำเรียนวิศวะมาแสนนาน | ช่างหนุกหนานชาญเหล้าเมาเสมอ | ||
| เหล้าฝรั่งไทยจีนล้วนเคยเจอ | งงไหมเธอว่าฉันนี้เรียนอะไร? | ||
| วิศวกรเชื้อไทยใจองอาจ | เรื่องการงานสามารถอย่าสงสัย | ||
| ศิษย์พระจอมเก่งกล้าไม่รองใคร | จะหน้าไหนท้าชนได้ไม่เคยกลัว | ||
[แก้ไข] ถึงแม้
| แม้นว่าท่านเปลื่ยนชื่อผู้ใช้ใหม่ | แต่อย่างไรจะเรียกท่านเหมือนเช่นก่อน | ||
| นามโมเอะชื่อดีงดงามงอน | หนีหมาหอนในครานี้โชคดีเทอญ | ||
[แก้ไข] กลอนไล่เกรียน
| บอกจะไปไปแล้วอย่ากลับมา | เกิดเป็นคนต้องรักษาคำพูด | ||
| อันมีปากอย่าให้เหมือนมีตูด | ใช้ตดปู้ดหนีหายไม่สนใจ | ||
[แก้ไข] บ่นไปเรี่อย
[แก้ไข] ส่วนนี้ เลียนแบบคุณมานพ (นิดหน่อย)
"คนที่คิดว่าตัวเองเก่ง มีความรู้ มักจะเกรียน... กุเรียกพวกนี้ว่าหงอกเกรียน มันคิดว่ามันรู้ทุกอย่าง มันถูกเสมอ อาการคล้ายๆผู้มีอำนาจ
แมร่งเกรียน!
บางครั้ง กุก็เรียกว่า เกรียนหงอก แล้วแต่สถานการณ์ด้านความสละสลวยทางภาษา
หลักๆ มึงคิดดูดิ มันหลงตัวเองไง คิดว่ามีอำนาจเหนือผู้อื่น โดยไม่สนใจเรื่องอื่นๆ เช่น จิตใจ ความคิด สิ่งที่ควรจะเป็น
อ้างเหตุผลต่างๆนานาๆ เพื่อให้ได้รับชัยในการโต้เถียง ซึ่งรวมถึงวิถีอื่นๆเพื่อให้อีกฝั่งยอมเข้าไปง้อ
เพราะมันคิดว่ามันสำคัญเสียเหลือคนา
คนที่เขารู้จริง มักไม่พูด ไอ้พวกรุ้ครึ่งๆกลางๆ มักอวดรู้ อวดฉลาด อ้างนั่น นู่น นี่
และคำว่า "ไม่รู้" จะเป็นคำที่ไม่ออกจากปากพวกแมร่งเลย นอกจากปัดความรับผิดชอบไปให้คนอื่น เช่น "ผมไม่รู้ยังไม่ได้รับรายงานเรื่องนี้" (ทั้งๆที่ออกข่าวแมร่งทุกวัน)เป็นต้น
สมมุตินะ ถามว่า "บาเยงนอง" คืออะไร มันจะตอบๆๆๆๆ ผิดถูกไม่รู้ล่ะ ขอกุตอบ และอ้างทุกอย่างให้ดูน่าเชื่อถือ
เผลอๆนะ ถามว่า "พันท้ายนรสิงค์ทำหน้าที่อะไร" มันอาจจะตอบว่าทหารคุมกองเรือหลวง
แต่มันก็จะมีโคตรพ่อ(ของมัน) Database ทางทฤษฎีและประวัติศาสตร์อ้างอิง จนน่าเชื่อถือได้
แต่ไม่ว่าคำตอบนั้นจะผิดจะถูก จะรู้จริงหรือไม่รู้ ห้ามใครเถียง หรือมีความเห็นที่แตกต่าง
มันจะมองว่า "โง่...ไม่รู้เรื่อง" ในทันที และเข้าไปต่อต้านในวิถีทางที่พอทำได้ เช่น เถียงกันชิบหายวายป่วง เป็นต้น "
- Darkness Hero ขณะแสดงปาฐกถาธรรมให้ไอ้ขี้เมา
[แก้ไข] ข้อความเชิดชูไร้สาระนุกรม
ถ้าคนที่ตัดสินเราจากแค่ว่าเล่นวิกิพีเดีย หรือไร้สาระนุกรมแล้ว อ้ายอีนั่นก็คงไม่ต่างอะไรจากเจ้าพวกผู้ดี ขี่รถเบนซ์ไล่เหยียบคนเดินถนนสินะ
สำหรับผมแล้วเนี่ย การเขียนวิกิพีเดียนี่ ง่ายกว่าการเขียนไร้สาระนุกรมเสียอีก เพราะการเขียนวิกิพีเดีย คือการศึกษาและรวบรวมข้อมูล ที่คนอื่นเขาคิดค้นไว้แล้วมาเรียบเรียงใหม่ให้อ่านง่าย เป็นขั้นตอน และสมบูรณ์แบบครบถ้วน แต่
การเขียนไร้สาระนุกรมกลับต่างกันออกไป การเขียนในไร้สาระนุกรมคือการนำข้อมูลที่มีมาสร้างข้อมูลใหม่ ที่แปลกแหวกแนว ซึ่ง ยากยิ่งนัก ซึ่งงานเขียนอีกพวก ที่มีเพื่อสร้างข้อมูลใหม่จากข้อมูลที่มีอยู่นั้น ก็คือการวิจัย
ความต่างที่ชัดเจนของงานวิจัยกับงานเขียนไร้สาระฯคือ การเขียนไร้สาระฯนั้น ต้องการเพียงการจุดประกายเพียงชั่ววูบ เขียนแว้บๆก็จบ แต่งานวิจัยนั้น ต้องผ่านด่านที่ยากเย็นแสนเข็ญ ในการลงมือปฎิบัติมาเป็นแรมปีเลยทีเดีย
สำหรับวิกิพีเดียนั้น ไม่ว่าจะได้บทความที่ดีเลิศเพียงแค่ไหน จะได้การยอมรับให้เป็นอภิมหาบทความคุณภาพยังไง ก็เป็นได้เพียง Literature Review ของงานวิจัยเท่านั้นเอง เนื่องจากนโยบายของวิกิเองที่ห้ามการลงงานวิจัยของตัวเอง แต่ก็ช่วยไม่ได้ หน้าที่ของวิกิพีเดียคือตรงนี้ ไม่ใช่การวิจัย
ผมเคยเขียนเคส ที่มีการเตรียมตัวค้นคว้ามาล่วงหน้า ๑ เดือน แบบชิวๆ แล้วเขียนออกมา ๖พันคำ (ทำ๖คน) เป็นภาษาอังกฤษ แล้วก็ใช้เวลาเขียนเพียงไม่กี่วันเท่านั้นเอง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เมื่อเราแปลต้นฉบับภาษาอื่นมาอีกที ยิ่งง่ายเข้าไปใหญ่เลย ดูตัวอย่างง่ายๆ การสังหารหมู่ที่พอร์ตอาเทอร์ (ออสเตรเลีย) ที่ผมใช้เวลาแปล๒คืนเท่านั้นเอง
แต่ว่าไร้สาระฯทำแบบนั้นไม่ได้ จะไปแปลเขามา ก็เอามาทั้งดุ้นไม่ได้ เพราะว่าความต่างทางวัฒนธรรม ต้องมีการคิดอีกที ซึ่งยากยิ่งนัก
สำหรับผมแล้ว คนเขียนไร้สาระฯได้นั้น เก่งกว่าคนเขียนวิกิพีเดียได้เสียอีก อีกทั้งการเขียนไร้สาระนุกรมนั้น มีความท้าทายยิ่งกว่า โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การซ่อนสาระ ในความไร้สาระ (แต่ก็ไม่ได้บอกว่าชาววิกิฯโง่นะ บอกว่าเก่งคนละทางละกัน)
ดังนั้น สรุปแล้ว ไม่เห็นว่าจะมีอะไรที่น่าอายเลย กับการเป็นชาวไร้สาระนุกรม คนที่มาว่าชาวไร้สาระนุกรมต่างหากที่น่าอาย เป็นพวกเดียวกับผู้ดีขี่รถเบนซ์ไล่เหยียบคน
[แก้ไข] ข้อความเกี่ยวกับนักจับผิด
จับผิดหน่ะ ผมไม่ว่าหรอก ตราบใดที่ยังเป็นการจับผิดอย่างสร้างสรรค์ ซึ่งเรียกให้สวยๆก็คือการตรวจสอบนั่นแหละ อ้ายพวกจับผิดแบบกวนบาทา มันต้องโดนตีให้ตายไปข้างนึง แต่จับผิดอย่างสร้างสรรค์ ย่อมทำให้หน่วยงานเจริญ
[แก้ไข] มนุษย์สีทึม
คนบางคน คิดไปเองว่า "ถ้าชั้นเรียนหนักๆ ทำเกรดให้ดีๆ ชีวิตของชั้นในอนาคตจะสดสว่างสดใส ความสำเร็จจะรอคอยชั้นอยู่เบื้องหน้า"
คนบางคน คิดไปเอง "ถ้าชีวิตนี้ชั้นจะทุ่มเทให้เพียงแต่การงาน ไม่สนใจสังคมรอบข้าง ไม่ทำอะไรที่คิดว่าไร้สาระ มุ่งทำแต่สิ่งที่คิดว่ามีสาระ แล้วชีวิตของฉันจะมีความก้าวหน้าในชีวิต หน้าที่ การงาน"
แต่ อนิจจา สิ่งที่เขาค้นพบนั้นคือความว่างเปล่า
เขาอาจจะได้พบคนบางคนที่ "ไม่เห็นว่ามันจะตั้งใจเรียนเลย" แต่กลับทำคะแนนสอบได้ดีกว่า เจอใครบางคนที่ "เกรดแม่งโคตรจะต่ำเลย สมัยเรียนชั้นเหยีบยมันมาตลอดแหละ" แต่กลับมีความก้าวหน้าในหน้าที่การงานมากกว่า
บางครั้ง เขากลับมองคนที่เขาคิดว่าไม่ทุ่มเทเท่าเขา แต่มีความก้าวหน้ามากกว่าว่า "แม่งเลียนาย" "นายตาไม่ถึง" ฯลฯ แต่เขาไม่เคยคิดจะมองตัวเองหรอกว่า "ขืนให้เขาเป็นนายคน ก็มีแต่เก็บงานไว้ทำคนเดียว ไม่มีความสามารถในการเป็นผู้นำ"
บางคน เพื่อเอาชนะ เขากลับทุ่มเทกับงานมากขึ้นๆ ๆ ๆ จนลืมครอบครับไป จนพอได้เหลียวหลังมาอีกที เขาจึงได้พบว่า ครอบครัวที่อบอุ่นของเขานั้น กลายเป็นบ้านแตกสาแหรกขาดไปเสียแล้ว
ลูก ที่ไม่ได้รับความอบอุ่นจากพ่อ-แม่ แต่กลับถูกบังคับให้บ้าเรียนตาม เพื่อดำเนินรอยตามวัฎสงสารเดียวกับที่พ่อ/แม่เคยทำมา ถ้าโชคดี ลูกตามรอบเดิมของผู้ให้กำเนิด โชคร้ายก็เตลิดไปไหนต่อไหน
คู่ครอง ชีวิตคู่ที่ควรจะอบอุ่น กลับปล่อยให้คู่ครองนอนหนาวเย็นแต่เพียงผู้เดียว โชคดี คือคู่ครองจงรักษ์ โชคร้ายคือเขาถูกสวมเขา
ตัวเอง ที่มุมานะแบบไร้ทิศทาง ทำงานเยี่ยงเครื่องจักรนั้นเล่า แม้แต่เครื่องจักรยังต้องการเวลาพักเพื่อยืดอายุการทำงาน ดังนั้น อย่าได้ถามถึงร่างกายคนอันมีเลือดเนื้อเลย
คนเหล่านี้ล้วนเป็นทุกข์เมื่อเห็นคนที่ตัวเองเห็นว่า "ไร้สาระ" มีความสามารถเท่าเทียม/มากกว่าตน, มีความก้าวหน้ามากกว่าตน หรือมีความสุขมากกว่าตน
ทำไมเขาถึงเป็นทุกข์หน่ะเหรอ? ก็เพียงแต่ว่าอิจฉาเท่านั้นเอง เขามีภวตัณหาว่าอยากมีความสุข, ความเจริญ หรือความสามารถเช่นนั้นบ้าง มีความทุกข์จากวิภาวตัณหาว่า ทำไมเราจึงไม่เก่งกว่า/ก้าวหน้ากว่า หรือมีความสุขมากกว่า
อย่างไรก็ตาม ตราบใดที่เขาเหล่านั้นยังไม่เข้าใจ เขาจักพยายามทุกวิถีทางที่จะล้มคนเหล่านั้นลงให้ได้โดยไม่สนใจอะไรเลย
มนุษย์เรานี้นั้น ขอเพียงเข้าใจโลกว่า ทุกสิ่งล้วนอนิจจัง ความพยายามที่ทำมานั้น สุดท้าย ก็เพียงอากาศธาตุ มีทรัพย์-เสียทรัยพ์ มีลาภ-เสื่อมลาภ มียศ-เสื่อมยศ นี้เป็นเรื่องธรรมดา ตายไปก็เอาอะไรไปไม่ได้ สิ้นไปก็ไม่รับรู้
ดังนั้น วันนี้ ทำสิ่งที่ทำให้ตัวมีความสุขจะดีกว่า หวังทำงานเพราะเรารักในงาน มีครอบครัว แบ่งเวลาให้ครอบครัว มีเพื่อน แบ่งเวลาให้เพื่อน เพราะความสุขนั้นล้วนเกิดมาจากใจเราทั้งนั้น
บางครั้ง เรื่องบางเรื่อง ถ้ามันตั้งอยู่ตรงนั้น มันก็ไม่มีอะไร แต่คนบางคนกลับหยิบยกมันขึ้นมา จนทำให้ใจเป็นทุกข์ แต่แล้วก็หยิบยกเรื่องทุกข์มาใส่ตัวเอง โดยไม่ได้คิดว่า เพื่ออะไร?
นี่หล่ะหนอ คนเรา