พูดคุย:ดีทูเกย์
จากไร้สาระนุกรมเสรี - แหล่งรวบรวมเรื่องราวตลกขบขันและบิดเบือนข้อเท็จจริง
สารบัญ |
[แก้ไข] ไปดีนะไอ้บิ๊ก
ตอนเรียน ประถม-ม.ต้นด้วยกัน มึงก็ไม่ดังเท่าไร กูยังไม่รู้เลยว่ามีคนชื่อ "บิ๊ก"อยู่ในรุ่น
ไปๆมาๆ มึงดัง แต่กูก็ไม่รู้ว่ามึงเป็นเด็กรุ่นเดียวกะกู จนมีคนมาบอกกู กูถึงได้รู้ว่า มึงเรียนรุ่นเดียวกะกู
มีคนเอารูปตอนงานโรงเรียนมาให้ดู มีรูปมึงด้วย ตอนนั้นมึงยังเป็นแค่ตัวประกอบเอง
นานๆเข้า ก็มีเพื่อนในรุ่นที่เคยซี้กะมึงมาบอกว่า ไอ้เหี้ยบิ๊กแม่งหยิ่งเว้ยเดี๋ยวนี้ กูก็เฉยๆ เพราะกูไม่สนใจเรื่องดารา
ตอนมึงรถคว่ำ ถึงเพื่อนในรุ่นจะหมั่นไส้เรื่องที่มึงดังแล้วหยิ่ง แต่เพราะว่าเป็นเพื่อนกัน ก็เลยช่วยกันเขียนบัตรอวยพรไปให้มึง ทำอะไรเพื่อมึง
มาวันนี้ รู้ข่าวว่ามึงไปแล้ว ถึงจะไม่เคยคุยอะไรกะมึงมาก แต่ก็เศร้านิดๆที่รู้ว่าเพื่อนไปแล้วหนึ่ง
เอาเถอะ ชาตินี้มึงทำบุญมาแค่นี้ แต่ขอให้ชาติหน้ามึงอายุยืนกว่านี้
วันนี้มึงไปแล้ว ก็ขอให้ไปสู่สุขตินะเพื่อน
พวกกูที่ยังอยู่ ก็ต้องดิ้นรนกันต่อไป
อาลัยเพื่อนที่ชื่อ บิ๊ก ถึงแม้มึงจะไม่นับเพื่อนกะกูก็ตาม Brandy Friskey 16:46, 11 ธันวาคม 2007 (UTC)
ป.ล. ขออภัยที่หยาบนิดๆ แต่หวังว่าคงไม่ถือสากัน
[แก้ไข] อ่าว
รู้จักกันด้วยเหรอเนี่ย
บ๊อบ เหล็กไหล (boboverlord) 09:51, 14 ธันวาคม 2007 (UTC)
[แก้ไข] ก็อย่างที่คุณได้อ่านมานั่นแหละ
ผมรู้จักกะมันก็แค่นั้นจริงจริง
คุณอาจจะรู้จักเขาในมุม ในด้านของนักร้องชื่อดังนาม บิ๊ก ดีทูบี
แต่ที่ผมรู้จักกะเขาก็แค่ในมุมของ ไอ้บิ๊กห้อง ๔ อัสสัมชัญ สำโรง (ตอนนี้เปลี่ยนเป็นชื่อ อัสสัมชัญ สมุทรปราการแล้ว) รุ่น ๑๖ (ม ต้น)
เป็นเพื่อนร่วมรุ่นที่ไม่ได้รู้จักมักจี่อะไรกันมาก เพราะตอนนั้น มันก็ไม่ใช่คนเด่นดังอะไร ผมตอนนั้นก็เป็นพวกเก็บตัว
พูดง่ายๆว่าเราเห็นเขา มองเขาจากคนละมุมเท่านั้นเอง
ในตอนที่มันเป็นนักร้อง ก็รู้แต่ว่า อยู่วง ดีทูบี สังกัด อาร์เอส แต่มันร้องเพลงอะไรยังไม่รู้เลย รู้แต่เพลงที่ร้องว่า "เพื่อนเจ็บ ฉันก็เจ็บ" เพราะ แก๊ง ๓ ช่า เอามาร้องแซว กะเพลงที่ร้องว่า "อยู่แห่งไหน เธอจะมีฉัน" เพราะตอนฝึกงานที่เขื่อนศรีนครินทร์ มีเพื่อนที่ชอบวงนี้มาก (ผู้ชายนะ) แหกปากร้องเพลงนี้ประจำ (เกือบจะฆ่ามันก็เพราะเพลงนี้นี่แหละ กำลังขี่มอร์ไซด์ไปส่งให้อยู่ก็เสือกแหกปากร้องกรอกหูเข้ามาได้)
รู้จักมันแค่นั้นแหละ
ข้อความอาลัยข้างต้น ไม่ได้เขียนเพราะว่ามันดัง หรืออะไรหรอก แต่เขียนในฐานะ เพื่อน ที่ครั้งหนึ่งเคยเรียนโรงเรียนเดียวกันมา
เชื่อไหมหล่ะ ความบังเอิญมีจริง ผมเจอ เคยได้ยินมาเยอะแล้วหล่ะ บางครั้ง เราไม่รู้หรอกว่า เพื่อนที่อยู่รอบตัวเรา วันหน้าจะเป็นอย่างไร อาจจะเป็นคนเด่น คนดังก็ได้
เมื่อวานผมอ่านไทยรัฐ แล้วบังเอิญไปเจอบทความหนึ่ง เกี่ยวกับคุณชวนกับเพื่อนที่เป็นช่างตัดผม เพื่อนของคุณชวนคนนั้นเองก็คงไม่คิดหรอกว่าคุณชวนจะได้มีวาสนาเป็นถึงนายกฯ เพียงแต่ว่า ตอนคุณชวนเพิ่งเป็นนักการเมืองหน้าใหม่ ก็ได้เพื่อนคนนี้แหละที่คอยขี่มอร์เตอร์ไซด์ พาคุณชวนไปหาเสียง
ขณะเดินทาง คุณชวนหลับ เพื่อนขี่ ด้วยความที่กลัวเพื่อนตกรถ จึงเอาผ้าขาวม้าผูกตัวเองเอาไว้กับคุณชวน ตอนที่คุณชวนขึ้นปราศัย เพื่อนจึงได้หลับ
ในตอนที่คุณชวนได้เป็นนายกฯ เพื่อนกลัวว่าตัวเองที่เป็นเพียงช่างตัดผมนั้น จะดูไม่สมฐานะเพื่อนนายก จึงไปขอเข้าของร้านว่า จะให้สัมภาษณ์กับนักข่าวว่า ตัวเองเป็นเจ้าของร้าน
ผมอ่านแล้ว ซึ้งในมิตราภาพของเพื่อน ครับ เพราะคำว่าเพือ่น มันไม่มีคำว่า ฐานันดร เข้ามาข้องเกี่ยวยังไงหล่ะครับ
หรืออย่าง ฯพณฯ พล.อ. เปรม ท่านเองก็เคยให้สัมภาษณ์ว่า ทานคนหนึ่งของท่าน ก็คือคนถีบ ๓ ล้อในสงขลานั่นเอง
สำหรับผมกะไอ้บิ๊ก จริงอยู่ว่า จะไม่ได้สนิทอะไรกันขนาดนั้น เพียงแต่ว่า มันเป็นที่รู้จักของผู้คนได้ ได้เป็นนักร้องคนดัง ถึงแม้ว่า จะไม่ได้ชอบเพลงที่มันร้องก็ตามแต่
เพียงแต่ว่า ตราบใดที่การกระทำของมัน ไม่ได้เป็นเรื่องเลวร้ายอะไร เช่น ฆ่าคน ทรยศชาติ
ผมก็ยินดีกับมันด้วย
แต่พอมารู้ข่าวการจากไปของมัน ผมก็เสียใจกับการจากไปของ เพื่อน คนหนึ่ง
เท่านั้น
Brandy Friskey 10:26, 14 ธันวาคม 2007 (UTC)
[แก้ไข] อืม
โห ช่าวเป็นชีวประวัติที่ช่างลึกลับซับซ้อนจริงๆแฮะ เป็นความบังเอิญที่บังเอิญจริงๆ
แล้วรุ่นของผมจะได้มีปัญญาเป็นอะไรๆที่มันยิ่งใหญ่ได้มั้ยเนี่ย
โดยส่วนตัว ในอนาคตผมอยากทำงานด้านเกี่ยวการ์ตูนน่ะ จะเวิร์กมั้ยเนี่ย
บ๊อบ เหล็กไหล (boboverlord) 11:01, 14 ธันวาคม 2007 (UTC)
[แก้ไข] อันนี้ก็ไม่ทราบได้นะ
ชีวิตของคนเรา ไม่มีใครรู้วันข้างหน้าหรอก คนจีนเขาพูดเอาไว้ว่า
ความคิดเป็นของคน ความสำเร็จเป็นของฟ้า
กรมหลวงชุมพรท่านเองก็นิพนธ์เพลง "เดินหน้า"เอาไว้ได้กินใจมากเลยว่า
เกิดมาทั้งทีมันก็มีอยู่แต่ทุกข์ภัย วันนี้เคราะห์ดี รุ่งขึ้นพรุ่งนี้ จะเป็นอย่างไร
ดีเคยพบ ชั่วเคยเห็น จนเคยเป็น มีเคยได้ อนาคตเราไม่รู้ ถึงไม่รู้ ก็ต้องเดินไป
จะกลัวไปใย มันก็ล่วงไปตามเวลา ไม่ตายวันนี้ ก็คงไปซี้ เอาวันข้างหน้า
วันนี้ยอ พรุ่งนี้ด่า ไม่ใช่ขี้ข้า ปากของใคร
ผมจะบอกว่า เราไม่รู้หรอกว่าพรุ่งนี้จะเกิดอะไรขึ้นบ้าง ไอ้เพื่อนที่เราเคยเห็นว่ามันปัญญาอ่อนๆ ไม่เอาถ่านในวันนี้ วันข้างหน้ามันอาจจะได้เป็นใหญ่เป็นโตก็ได้
ตัวอย่างอันนึงก็คือ ผู้พัน แซนเดอร์ ผู้ก่อตั้ง KFC นั่นแหละ
ตาแก่แซนเดอร์ จริงจริงแล้ว เป็นไอ้ขี้แพ้คนหนึ่ง โดนเมียทิ้งตั้งแต่อายุ ๑๘ ทำงานมาแล้ว สารพัดอาชีพ แต่ล้มเหลวมันทุกอาชีพ
สุดท้ายก็เป็นได้แค่ผู้ช่วยพ่อครัวในร้านเล็กๆร้านหนึ่งจนเกษียญ
ตอนที่ตาแก่แซนเดอร์ได้เงินบำนาญก้อนรก พี่แกก็มานั่งคิดว่า จากนี้ไป คนอื่นจะมาคอยเลี้ยงดูพี่แกแล้ว
แกเลยคิดจะแขวนคอตาย
แต่ตอนที่เขียนพินัยกรรมใต้ต้นไม่ก่อนแขวนคอตาย พี่แกก็เพิ่งนึกได้ว่า ในระหว่างที่พี่แกทำงานในร้านเล็กๆนั่น พี่แกคิดสูตรทอดไก่ขึ้นได้สูตรนึง
พี่แกเลยเปลี่ยนใจ ไปขอกู้เงินจากธนาคารมาเปิดร้านของตัวเอง
และนั่นคือจุดเริ่มต้นของ KFC
ในทางกลับกัน นายชินโซะ อาเบะ นายกรัฐมนตรีคนก่อนของญี่ปุ่น
พี่แกโดนวางตัวให้เป็นนายกฯของญี่ปุ่นมานานแล้ว ทั้งปู่ ทั้งพ่อก็เป็นนักการเมืองตัวเป้งๆ เรียนรัฐศาสตร์
เรียกได้ว่าถูกเลี้ยงมาให้เป็นนายกฯเลยก็ว่าได้
แต่พอได้เป็นแล้ว ก็โดนรุมตีจนต้องลาออกในเวลาชั่วประเดี๋ยวประด๋าว ตอนนี้ ไม่เหลืออำนาจอะไรเลย
เห็นไหมว่า ชีวิตคนเรานี่ มันพลิกผันกันได้ตลอดเวลาเลยนะ
ในเรื่อง "มังกรคู่สู้สิบทิศ" หวงอี้เองก็ได้ให้คำพูดเอาไว้ประโยคหนึ่งว่า
ลูกผู้ชาย จากกัน๓วัน ต้องประเมิณกันใหม่
เรา(คุณบ๊อบ)เองถ้าอยากเป็นนักเขียนการ์ตูน ก็ต้องพยายามเข้า
แต่ก็นะ พูดตามตรงว่า นักเขียนการ์ตูนนี่ สำหรับผมแล้ว อาชีพนี้เป็นหนึ่งในอาชีพที่น่าอิจฉานะ
Brandy Friskey 13:09, 14 ธันวาคม 2007 (UTC)
[แก้ไข] น่าอิจฉาเหรอ
ว่ากันว่านักเขียนการ์ตูนเป็นยากกว่าผู้กำกับอีกนะ ผมเองก็ฝึกมาทั้งปีทั้งชาติ แต่ก็ไม่สามารถไล่ตามคนข้างหน้าได้ทันเลย อยากเขียนโดจินว้อยยยยยยยยยยยยยยยยยยย
แล้วพี่ทำไมถึงอยากเป็นนักเขียนการ์ตูนล่ะ
บ๊อบ เหล็กไหล (boboverlord) 16:35, 14 ธันวาคม 2007 (UTC)
[แก้ไข] ไม่ได้บอกว่าอยากเป็นสักหน่อย
ผมหน่ะ รักอาชีพวิศวกรของผมอยู่แล้ว
แต่ที่ว่าน่าอิจฉาก็ตรงที่ว่า ถึง วิศวกรจะดูดียังไง แต่ก็ต้องทำงานภายใต้การบังคับฯจากคนอื่น
เห็นเพื่อนมาหลายคนละที่ได้ทำงานที่ไม่ได้อยากทำ
แต่การเป็นนักเขียนการ์ตูนนี่มันมีอิสระสูงกว่า
ไม่ต้องอยู่ใต้อาณัติใคร (ยกเว้น บก. กะคนทวงต้นฉบับ)
แถม อาชีพนักเขียนการ์ตูนมันมีดีกว่า ดารา นักร้อง ผู้กินกับ ก็ตรงที่
กูไม่ต้องพึ่งใคร
พล็อตเอง เขียนเอง กำกับเอง จบในคนเดียว
ดีออก
แถมการ์ตูน ถ้าเขียนดีๆ มันสร้างแรงบัลดาลใจให้คนได้เยอะ เพราะเป็นอะไรที่สื่อสารได้ง่าย เข้าใจง่าย
พูดตามตรงว่า ชอบวิชาประวัติศาสตร์ ก็ผ่านมาจากทางการ์ตูนนี่แหละ (แถม ๒๖ แล้ว ยังติดการ์ตูนอยู่เลย ๕๕๕)
หรืออย่าง ซึบาสะ กะ สแลมดังค์ เองก็เป็นแรงบัลดาลใจให้ใครหลายคนเล่นบอล เตะบาส (เอ๊ะ ยังไง)
เห็นไหมว่า อาชีพนี้ มีความน่าอิจฉาที่ไม่เหมือนใครอยู่
ส่วนคุณบ๊อบ ที่ว่าอยากเขียนโดจิน อะไรหน่ะ ผมไม่ว่าอะไรหรอก แต่
การตามกระแสโลกหน่ะมันก็ดีอยู่
แต่ถ้าอยากเป็นผู้นำ ต้องอ่านกระแสโลกให้ออก หาช่องว่างของมันให้เจอ แล้วเข้าไปเติมเต็ม
ขอบอกว่า เรื่องแบบนี้
แต่ก็เข้าใจนะว่า มันมีความยาก ในความง่ายอยู่ แต่กล้าลุยไหมหล่ะ
ไม่กล้าก็ เดินตามก้นคนอื่นเขาไป เท่านั้นเอง เดินตามหลังผู้ใหญ่หมาไม่กัดหรอก (แต่อาจจะตกเหว ถ้าเดินตามคนผิด)
แต่ถ้ากล้า มันก็ต้องกล้าแบบฉลาด รู้จังหว่ะที่ควร ไม่ควร
ในหน้าผู้เขียน เหมือนว่าคุณ บ๊อบจะยังเรียน ม ปลายอยู่ใช่ไหม
ถ้ายังอยู่ ม ๔ มีเวลาคิดอีกเยอะ
ม ๕ ควรจะเริ่มคลำทางได้แล้ว
ม ๖ ต้องตัดสินใจได้แล้วว่าจะเอายังไง
การเรียน มหาลัย อย่างฉลาด มันต้องเรียนเพื่อที่จะไปให้ถึงจุดหมายในอนาคตที่วาดฝันเอาไว้ ไม่ใช่เรียนเพื่อเอากระดาษที่ชื่อว่า "ปริญญา"
ไอ้คนที่เรียนเพื่อเอาแค่นั้นมันมีเยอะ
มีเรื่องจริงอยู่ว่า มีคนอยู่คนหนึ่ง ซิ่วมา ๓ ปีติด เพราะพบว่า สาขาที่ตัวเองกำลังเรียนนั้น ไม่ใช่
ปีแรก เรียน แพทย์ ศิริราช ปีที่ ๒ เรียน วิศวะ จุฬา แล้วก็จากไป ด้วยเหตุผลว่า "นี่ไม่ใช่"
นับว่าเป็นเรื่องน่าเสียดายนะครับ
ผมหน่ะ ไม่สนับสนุนให้คนเรียนไอ้กวดวิชาบ้าบออะไรนั่นหรอก มันขวางจินตนาการของเด็ก
ไปๆมาๆ ชักเริ่มรู้สึกว่าตัวเองบ่นเหมือนคนแก่เลยวุ้ย
ก็ ขออวยพรให้คุณ บ๊อบ โชคดี ได้ทำในสิ่งที่อยาก ที่ฝันก็แล้วกันนะครับ
ป.ล. จริงอยู่ว่า เอดิสันพูดว่า "๑๐% ของความสำเร็จนั้นมาจากพรสวรรค์ อีก ๙๐%มาจากพรแสวง"
แต่เรื่องบางเรื่อง "๙๙.๙๙๙๙๙% ของพรแสวง ก็ไม่อาจเทียบ ๐.๐๐๐๐๑% ของพรสวรรค์" นะครับ
อยางผมเนี่ย ถ้าไปเป็นนักเขียนการ์ตูนก็ตายสิครับ สมัยเรียน วิชาศิลปะนี่ ได้แค่ผ่าน
ตอนเรียนวิชา Engineer Drawing ก็เกือบกิน F มา
ในขณะที่เพื่อนอีกคน ในรุ่น ม ปลาย ไม่เห็นแม่งทำเหี้ยอะไรก็เก่งศิลปะได้
คิดดู งานของแม่ง หรูขนาด ท่านอธิการโรงเรียนขอซื้อต่อไปเลย แกให้ราวๆเกือบหมื่นเลยมั้ง ถ้าจำไม่ผิดนะ
มันไม่ใช่แนวของผมจริงจริงนั่นแหละ ไอ้การวาดรูปอะไรเนี่ย
Brandy Friskey 22:15, 14 ธันวาคม 2007 (UTC)
[แก้ไข] แต่ว่า...
แต่ว่ากรณีของผมมีอุปสรรคที่ยิ่งใหญ่มากๆๆ ขนาดที่ว่ามีทั้งพรสวรรค์และพรแสวงก็ยังไม่รู้เลยว่าจะรอดรึเปล่า นั้นก็คือเรื่องของเงินครับ เป็นนักเขียนการ์ตูนก็อดตาย เป็นอย่างอื่นถึงมีเงินก็เฉาตายอยู่ดี แล้วพ่อแม่ก็ไม่ค่อยยอมเรื่องนี้ด้วย ก็อาจจะคิดว่าคงต้องเข้าคณะเศรษฐศาสตร์ก่อน แล้วพวกสาขาการ์ตูนถึงจะเป็นปริญญาใบที่ 2 ยังไงเงินก็ต้องมาก่อน ให้ตายเหอะ
เรื่องความพยายามก็พอมีอยู่แล้ว แต่คิดเรื่องปากท้องแล้วก็...เหนื่อยแฮะ
นั่งปั่นไร้สาระนุกรมอย่างงี้ไปเรื่อยๆดีกว่า
บ๊อบ เหล็กไหล (boboverlord) 04:40, 15 ธันวาคม 2007 (UTC)
[แก้ไข] ๕๕๕ จริง
เรื่องเงิน เรื่องปากท้อง ยังไงก็ต้องมาก่อนจริงจริงนั่นแล
ก็ทำการ์ตูนเป็นอาชีพรองไปก่อนก็ดี พอรุ่งทางนั้นค่อยจับเป็นอาชีพหลัก
ไอ้พวกนักดนตรีที่ยังไม่ได้เกิด เค้าก็ใช้วิธีนี้กันทั้งนั้น
ตัวอย่างก็ วง "มะลิ" เจ้าของเพลง "ชิน" ไง (ที่ร้อง เจ็บบ่อยๆ ค่อยๆชิน"หน่ะ)
แต่ทำไมเลือกเศษรฐศาสตร์หล่ะ
Brandy Friskey 11:24, 15 ธันวาคม 2007 (UTC)
[แก้ไข] เปลี่ยนเรื่องพูดไปเป็นาร์ตุนไปได้ไง???
จากการไว้อาลัยเปลี่ยนเป็นเรื่องอาชีพในอนาคตเสียนี่
ย้ายหัวข้อนี้ไปอยู่บนบอร์ดดีกว่าไหม? ผมเองก็อยากจะพูดคุยเรื่องนี้ด้วยเหมือนกัน
แต่เรื่องการ์ตูนนี้ที่จริงผมเองก็สนใจอยู่เหมือนกัน ทว่าถ้าจะให้ผมนั้นจะให้ลุยทางนี้เลยก็ไม่ไหว
- ประเทศไทยยังไม่สนับสนุน คนไทยเขียนการ์ตูนอย่างเดียวอยู่ไม่ได้หรอก
- ฝีมือผมผีเข้าผีออก ผมไม่สามารถรักษาคุณภาพการเขียนได้ ฝีมือผม ผมเชื่อว่าผมวาดสวยกว่าคุณบ็อบแน่ๆ แต่พอลองเขียนเป็นสี่ช่องจบจริงๆปรากกว่าทำไม่ได้
ดังนั้นผมจึงหาทางอื่นที่เหมาะสมกว่าครับ
ผมว่า"ไลท์โนเวล"เองก็น่าสนใจดีเหมือนกัน
ไลท์โนเวลนี่เท่าที่ผมรู้มา มันคือหนังสือนิยายประเภทหนึ่ง ซึ่งเป็นเล่มเล็กๆราคาย่อมเยาว์ โดยจะมีภาพประกอบอยู่ในเล่มด้วย
โดยอนิเมะดังๆหลายเรื่องจากญี่ปุ่นก็มาจาก"ไลท์โนเวล"ด้วยเช่นกัน เช่น ชานะ ฮารุฮิ ฟูลเมทัลพานิค ฯลฯ
ซึ่งในไทยยังไม่มีใครริเริ่มเรื่องนี้เลย ทั้งๆที่เมื่อเทียบกันแล้ว ราคาไลท์โนเวลจะนับได้ว่าถูกกว่านิยายทั่วไปอยู่พอสมควร และสามารถวางขายตามร้านหนังสือทั่วไปควบคู่กับการ์ตูนได้ด้วย
ถ้าจะเริ่มเขียนการ์ตูน หรืออยากจะเขียนการ์ตูน การเริ่มเขียนไลท์โนเวลอาจจะเป็นทางเลือกใหม่ที่ดีกว่าการเขียนโดจิน หรือการเขียนส่งประกวดก็ได้
และที่สำคัญ ผมว่ามันง่าย และเสียเวลาน้อยกว่าการเขียนการ์ตูนทั่วไปซะอีก แถมน่าจะทำเป็นอาชีพเสริมในคณะทำอาชีพอื่นๆควบคู่ไปด้วยอย่างง่ายกว่า
ที่จริงหากผมมีเวลาว่างผมก็อยากจะแต่งไลท์โนเวลส่ง สนพ ด้วยเหมือนกัน แต่ติดที่เวลาแทบจะไม่มีอยู่ครับ ปีหน้าผมถึงจะว่าง ตอนนั้นผมจะเริ่มเขียนแน่ๆ
--Wildlord 12:29, 15 ธันวาคม 2007 (UTC)