ไร้วิทยาลัย:มหาวิทยาลัยมหิดล
จากไร้สาระนุกรมเสรี - แหล่งรวบรวมเรื่องราวตลกขบขันและบิดเบือนข้อเท็จจริง
|
ยินดีต้อนรับสู่ไร้วิทยาลัยภาษาไทย |
|
บทความนี้ เป็นส่วนหนึ่งของ ไร้วิทยาลัย, แหล่งรวบรวมเรื่องน่ารู้ เรื่องลึกลับ เรื่องไร้สาระ ของสถานศึกษาในประเทศเทย! |
สารบัญ |
[แก้ไข] มหาวิทยาลัยมหิดล
[แก้ไข] เรื่องทั่วไป
การก่อตั้งเริ่มแรกมุ่งเน้นแต่โรงเรียนแพทย์ทำให้เป็นหนึ่งในมหาวิทยาลัยไม่กี่แห่งในโลกที่มีโรงเรียนแพทย์ของมหาวิทยาลัยถึง 3 แห่ง แต่มีกลับมีวิทยาเขตอยู่กระจัดกระจายอย่างมากถึงมากที่สุดเลียนแบบมหาวิทยาลัยแห่งกรุงลอนดอน มีตั้งแต่ที่บางกอกน้อย (วังหลัง) วิทยาเขตพญาไทซึ่งทุกคณะตั้งกระจัดกระจายในตัวเมืองกรุงเทพมหานคร โดยไม่มีรั้วของมหาวิทยาลัย (หน้า PH SC ก็เห็นมีรั้วนะ) วิทยาเขตศาลายาซึ่งเป็นวิทยาเขตใหญ่ที่ทันสมัยที่สุด (เหรอ?) วิทยาเขตกาญจนบุรี ซึ่งเหมือนรีสอร์ท วิทยาเขตนครสวรรค์ ใกล้จะเปิดทำการเรียนการสอนแล้ว และวิทยาเขตอำนาจเจริญ เป็นแห่งเดียวในราชอาณาจักรไทยที่ต้นไม้ประจำมหาวิทยาลัยเป็นไม้เลื้อยคือกันภัยมหิดล ซึ่งสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา ประทานพระวินิจฉัยชี้ขาดให้เป็นดอกไม้ประจำมหาวิทยาลัยมหิดล ในปี พ.ศ. 2542 ศิริราชพยาบาลในปัจจุบันเคยเป็นคณะแพทยศาสตร์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ซึ่งเป็นคนละคณะกับ คณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์
[แก้ไข] เกร็ดเล็กเกร็ดน้อย
เกี่ยวกับมหาวิทยาลัยมหิดล
- กับความฝัน 4 ปี สู่หนึ่งใน 100 มหาวิทยาลัยโลก รุ่นพี่ที่กลับมาเยี่ยมวิทยาเขตศาลายาต่างอึ้ง เมื่อศาลายา เปลี่ยนไปแบบ hi-so สุดๆ ทั้ง รถราง (อันน้อยคัน แถมแออัดด้วย โดยเฉพาะชั่วโมงเร่งด่วน) คาเฟตใหม่ สนามหญ้ามีทุกที่ สนามขี่ม้า รวมทั้งฝูงเป็ด (เทียม!) มุมโดยรอบและถนนหน้าม.เปลี่ยนแปลงโดยสิ้นเชิง
- มีวิชา MUGE ซึ่งเป็นวิชา
ที่ไม่น่ามีชั้นดีมีมาตรฐาน << กด like ได้มั้ยเทอว์... - เป็นมหาวิทยาลัยเดียวในประเทศไทยที่ชุดพิธีการของนักศึกษาหญิงต้องผูกโบไทหูกระต่าย
- เมื่อฝนตกหนัก ถึงแม้จะทำถนนทุกปี น้ำก็ยังท่วมถนนหน้าหอเหมือนเดิม ขนาดตึกวิศวะยังท่วมแบบร่อแร่... <---รถที่ขับผ่าน จะกลายเป็นเรือโดยอัตโนมัติ เพราะจะรู้สึกถึงความโครงเครง เมื่อคลื่นกระทบ ชายฝั่ง(ฟุตบาท)แล้วย้อนกลับมาหา(เรือ)รถของเรา
- บางคนคิดว่าโรงเรียนมหิดลวิทยานุสรณ์ คือโรงเรียนสาธิตแห่งมหาวิทยาลัยมหิดล หรือไม่ก็โรงเรียนเตรียมแพทย์ ซึ่งเป็นความเข้าใจผิดอย่างใหญ่หลวงเพราะว่ามหิดลเป็นมหาวิทยาลัยที่ไม่มีโรงเรียนสาธิตฯ และมหิดลวิทยานุสรณ์ จัดตั้งมาเพื่อเตรียมนักเรียนให้เข้าสู่คณะวิทยาศาสตร์ ของมหาวิทยาลัยทั่วประเทศ
- ทุกคณะและภาควิชาของมหาวิทยาลัยมหิดลจะเรียกเป็นชื่อย่อภาษาอังกฤษ เช่น SC หรือ PT ซึ่งคนภายนอกไม่มีวันเข้าใจว่ามันย่อมาจากอะไรกันแน่ เช่นนายพีจะแนะนำตัวกับเพื่อนใหม่ ก็จะบอกว่า "เราพี EN" แปลว่าชื่อพี เรียนคณะสิ่งแวดล้อม หรือนางสาวฝน คณะ SC (วิทยาศาสตร์) อยากบอกให้ชัดลงไปว่าเรียนภาคอะไรของ SC ก็จะบอกว่า ฉันฝน SCCH แปลว่าฝนเรียนอยู่ภาควิชาเคมี ของคณะวิทยาศาสตร์นะจ๊ะ เป็นต้น
- มหิดล ศาลายาตรงสะพานข้ามคลอง (เป็นที่รู้จักในนาม "คลองบุ๋ย") ทางด้านตึกคณะสิ่งแวดล้อม ถ้าเจอเต่าในคลองข้างซ้ายจะอกหัก ถ้าเจอเต่าในคลองข้างขวาจะติด F (ชิหายแล้ว ผมเจอทั้งสองด้านเลย)
- ฝั่งตรงข้ามมหิดลศาลายา มีร้านอาหารอีสานเลื่องชื่อคือร้าน "ป้าแจ๋ว" แต่ไม่ค่อยมีใครได้เห็นป้าแจ๋วเท่าไร
- ร้านป้าเสธ (ร้าน 11) มีข้าวยำไก่แซบ ป้าบอกว่า "ชั้นทำก่อน KFC นะยะ"
- มี "แมงทับ" อยู่ในสวนสมุนไพรศาลายา ของคณะ PY !!!! ดึกๆ ไปดูได้ จะพบว่ามี 8 ขา บางครั้งอาจพบเสื้อผ้าตกอยู่ บางครั้งพบถุงยางหรือคราบหรรษา บางครั้งก็พบแมงทับในรถด้วย
- ในมหิดลมีป้ายรถเมล์ แต่รอเท่าไหร่ก็ไม่มีรถเมล์มาจอดหรอก
- 80% ของเด็กมหิดลอยากดูเรื่อง Season Change เพราะมันถ่ายที่ศาลายา, 15% เพราะนางเอก, 5% เพราะพระเอก
- 90% ของเด็กมหิดลต้องเคยทำสายกางเกงเล พันกับล้อจักรยาน แต่ 95% เคยทำสายกางเกงเลตกชักโครก
- 80% ของเด็กมหิดลเป็นเด็กต่างจังหวัด
- มหิดลมีถนนดวงดาว แต่ที่มันเหมือนดวงดาวนั้นเพราะมีเศษแก้วระยิบระยับอยู่เต็มพื้น
- มหิดลศาลายา เค้าว่ากันว่าผีดุมากเนื่องจากมีประวัติมายาวนาน พระผู้ใหญ่ท่านนึงเปรยว่า พุทธมลฑลแสงสว่างสุขใส แต่โรงเรียนเจ้าฟ้ามหิดลฯ (หมายถึงมหิดลศาลายา) มืดครื้มมัวหมองเสียนี่
- หมาหนึ่งตัวที่มหิดลมีมากกว่า 150 ชื่อ (แน่นอนว่าแฮปปี้ดังสุด!)
- Cafet คือชื่อเล่นสุดหรูของโรงอาหารในมหาวิทยาลัย ไม่ค่อยมีใครรู้ว่าย่อมาจาก "cafeteria" << ทั้งๆ ที่หน้าหอ 11 มีป้ายบอกไป MU Cafeteria อยู่
- แต่เดิม Cafet อยู่ที่ตึกกิจกรรม แต่บัดนี้ถูกทุบทิ้งเพื่อจะสร้างศูนย์การเรียนรู้มหิดล (อันใหญ่โตโอ่อ่ามากกก) เลยต้องย้าย Cafet ไปยังโรงช้างโดยปริยาย..
- แล้วเมื่อตีกศูนย์การเรียนรู้เสร็จ คาเฟตจะย้ายไปอยู่ในศูนย์ แล้วโรงช้างก็จะถูกทุบทิ้ง RIP
- ก๋วยเตี๋ยวแม่ ที่มหิดลศาลายา อร่อยและแพง สงสัยจะเป็นที่มาของชื่อร้านเพราะกินไปกินมาจะคิดถึงแม่ (ไม่มีเงินจ่าย - -")
- ที่โรงช้างถูกเรียกว่าโรงช้าง เพราะเมื่อก่อนมันจะมีเสียงแปร๋นตอน 2 ทุ่ม (เสียงออดปิดโรงช้าง)- พอเป็นคาเฟตแล้ว ปิด 3 ทุ่ม และไม่มีเสียงออดแล้ว
- ยุงที่ศาลายากัดทะลุกางเกงหนาได้ แถมหน้าด้านไล่ก็ไม่ไป และบางครั้งการตบยุงครั้งเดียวได้ยุงถึง 3 ตัวก็มี ถึงยากันยุงก็ต้องเล่นโบ๊ะกันหนาๆหน่อย... <<< เบื่อมากตอนไปซ้อมสแตนด์ T-T
- ปัจจุบันสงสัยว่ายุงศาลายามีภูมิคุ้มกันซอฟเฟล เพราะแต่ละคนแทบจะอาบแทน แต่ก็ยังโดนกัด
- เรามีสวนจิงโจ้เป็นของตัวเองโดยไม่ต้องถ่อไปดูถึง ออสเตรเลีย ^^ ที่มาของชื่อสวนจิงโจ้ มาจากถังขยะทุกใบในสวนเป็นปูนปั้นรูปจิงโจ้นั่นเอง (จิงโจ้ตัวเหม็นพิลึก - -") - ปัจจุบันอยู่ข้างตึก IC เพราะสวนจิงโจ้เดิมกำลังปรับปรุงพร้อมกับตึกศูนย์การเรียนรู้
- จนบัดนี้ มีหลายคนยังงอยู่ว่ามหิดลมีกี่คณะ (เฉลยว่า 28 คณะ)
- และกว่า 90% ของคนที่ยังงงอยู่ จะงงหนักกว่าเดิมเพราะไม่รู้ว่ามหิดลมีทั้งหมดกี่วิทยาเขต
- ผู้บริหารมหาวิทยาลัยไม่ชอบให้เรียกศาลายา พญาไท บางกอกน้อย กาญจนบุรีหรือที่อื่นๆ ว่าวิทยาเขต..เพราะทำให้รู้สึกว่าแบ่งแยก..แต่มันก็แยกกันอยู่จริงๆนะ
- กลุ่มการเมืองในมหาวิทยาลัยมีอยู่กลุ่มเดียวที่จะลงสมัครรับเลือกตั้งเป็นสโมสรนักศึกษา..ก็คือสโมปีก่อนนั่นแหละ
- เดี๋ยวนี้เขามีรถกอล์ฟวิ่ง
รอบศาลายาแล้วรู้สึกว่าจะรับส่งแค่จากที่จอดรถไปในบางหย่อมหญ้าของมหาลัย (ของ IC เพื่อเด็ก IC ที่ขับรถมาเรียนโดยเฉพาะ) (โปรดสังเกตว่าป้ายรถกอล์ฟสร้างกันถี่มาก ทำเพื่อ...)-ไม่ใช่ป้ายรถกอล์ฟ ป้ายรถรางตะหาก - รอนานเหมือนรถเมล์ฟรีจากภาษีประชาชน - สโตร์ฯ(Store) คือสหกรณ์ของมหิดลศาลายา มีทุกๆอย่างถามดูได้สิ่งที่คุณต้องการมันหลบอยู่ในซอกโน่น และซอกนี่ เฉกเช่นเดียวกับ จีฉ่อย ของจุฬา << แต่สโตร์ไม่มีข้าวมันไก่ เครื่องสูบน้ำ กะเปียโน นะ...
- GET IT ! ก็ขายเกือบทุกอย่าง ตั้งแต่ชุดชั้นในยันหม้อสุกี้
- หอสมุดกลางด้านปีกซายแอร์เย็นสบายดุจสวรรค์ แต่ถ้าไปปีกขวาจะตรงกันข้ามทันที่ ถามที่ไร "หลังคามันสูงแอร์เลยไม่เย็น"
- หอสมุดชั้นล่างปกติจะเสียงดังมาก บ่าย ๆ อาจจะเห็นนักศึกษานอนตายกันเป็นแถบ ๆ
- ตอนนี้หอสมุดกลางเปลี่ยนรูปโฉมไปยังสิ้นเชิง ล้ำสุดๆ ปีกขวาชั้น 1 มีมุมให้เรียน E-lecture ย้อนหลัง สำหรับ นศ.ที่เข้าเรียนไม่ทัน (หรือขาดบ่อยๆ นั่นแหละ)
- เมท คือ คนที่มีผลต่อการเรียนของเราไม่น้อยไปกว่าตัวเรา ถ้ามันขยันเราก็ขยัน ถ้ามันพากันเจ๊งบอล เราก็มักจะเจ๊งตามมันด้วย T-T
- L หรือ Lecture hall สถานที่เป็นมากกว่าห้องเรียน แต่ใช้ทำอย่างอื่นได้ด้วยเช่น กินขนม อ่านการ์ตูน คุยกับกิ๊ก และที่ยอดฮิตคือเฝ้าพระอินทร์ มีชื่ออีกอย่างว่า "ห้องบรรทมรวม"
- องค์พระฯ เป็นศูนย์รวมจิตใจของนักศึกษาปีที่หนึ่ง และของหลายๆ คณะที่ศาลายา ปรกติแทบไม่มีคนสนใจแต่ช่วงใกล้สอบควันจะพุ่งขึ้นอย่างกับมีไฟไหม้
- เอนกฯ คืออาคารเอนกประสงค์ที่ทำได้ทุกอย่างพร้อมๆ กัน ไม่ว่าจะซ้อมเชียร์ ซ้อมกีฬาในร่ม และอบซาวน่า
- ศูนย์สุขภาพฯ(MU Health หรือ MU Hell ฟระ) เป็นกี่โรคก็หายได้ด้วย พาราเซตามอล
- หนึ่งในสิ่งมหัศจรรย์ที่มหิดลศาลายาคือแทงค์น้ำรูป pyramid กลับหัว
- ตึก 3 คือตึกโดดเด่นหน้ามหิดลศาลายา สามารถรวมร่างเป็นหุ่นยนต์ได้โดยมีตึก OP(ตึกอธิการบดีใหม่) ตึก Inter(MUIC) และตึกแดงคณะวิศวะ
- การท้าตีกันหลัง 7-11 ปิดเพื่อหลีกเลี่ยงการปะทะ ใช้ไม่ได้ในศาลายาเพราะ 7-11 ศาลายา นั้นปิดทำการปีละ 1 ครั้งช่วงปิดเทอมใหญ่
- ในทีแรกแล้วต้นไม้ประจำมหิดลคือ ต้นศรีตรัง แต่ภายหลังศ.ดร.สตางค์ มงคลสุข ได้นำไปปลูกที่มอ.และกลายเป็นต้นไม้ประจำมหาลัยก่อน มหิดลเลยต้องหาใหม่ จนได้ต้นกันภัยมหิดล ซึ่งเป็นต้นไม้เลื้อย ผิดกับของม.อื่นๆ ที่เป็นไม้ยืนต้น << กดไลด์
- และเพราะเหตุนี้ ทำให้เพลงประจำมหาวิทยาลัยที่ร้องในงานกีฬาเฟรชชี่ต้องถูกโละทิ้ง เชื่อสิว่า รุ่นพี่กะรุ่นน้องร้องเพลงมหาลัยได้ไม่เหมือนกัน <<< ทุกวันนี้น้องใหม่ก็ยังคงร้องเพลงที่มีคำว่า "ศรีตรัง" อยู่เหมือนเดิม แต่เพิ่มเพลง "กันภัยมหิดล" อีกหนึ่งเพลง
- ถึงแม้กันภัยมหิดล เป็นต้นไม้ประจำมหาวิทยาลัย แต่เชื่อไหม ทั่วทั้งมหิดลศาลายา มีกันภัยมหิดลอยู่แค่ 2 ต้น อยู่หน้า OP ไม่เชื่อไปดู
- เพลงที่เกี่ยวกับมหาวิทยาลัยมหิดลที่ได้ยินตามสื่อต่างๆ ก็ไม่ใช่เพลงประจำมหาวิทยาลัยด้วยนะ
- ลาน concert เล็กๆ ด้านข้างศูนย์นันทนาการ เคยรองรับการบรรเลงโชว์จากวงออเคสตร้าระดับโลกมาแล้วหลายครั้งไม่น่าเชื่อทั้งๆ ที่มันแคบและเล็กขนาดนั้นเนี่ย
- มหิดลมีชมรมยิงปืน และมีสนามยิงปืน แต่ยิงได้แต่ปืนลม ถ้าจะยิงปืนจริง ต้องนั่งมอไซค์รับจ้างไปสนามตำรวจ แถวประตูสาม
- ในช่วงที่เข้าสู่การสอบหากคุณได้มีโอกาสเดินผ่านไปแถวๆหอพักนักศึกษา ในช่วงหลังสองทุ่ม คุณจะได้ยินเสียงเอะอะดังกลับไปกลับมา อาทิเช่น กุไม่ไหวแล้วว้อย!!! กุอ่านไม่ทันแล้ว!!! กุก็อ่านไม่ทันเหมือนกัน!!! และเมื่อสอบเสร็จ เสียงที่ได้ยินจะเปลี่ยนไปอาทิเช่น กุสอบเสร็จแล้วว้อย!!! แต่กุยังสอบไม่เสร็จ!! กุทำ.....ไม่ได้!!! กุก็ทำไม่ได้เหมือนกัน!!! .....มันออกเ_ี้ยไรวะ!!!
- นอกจากนี้ก็มีเสียงกรี๊ด ไม่รู้เอาลมมาจากไหน กรี๊ดกันนานมากกกกกกกกกกกกกก แล้วก็จะมีเสียงเอะอะโต้ตอบตามมาเช่นเคย
- หลังจากงานสัปดาห์หนังสือของหอสมุด พ.ย. 2553 ซึ่งดันมีร้านขายประทัด (มาได้ไงวะเนี่ย!!) เสียงประทัดจึงกลายเป็นเสียงที่สร้างความหรรษากับชาวหอชายกันหลายวันเลยทีเดียว...
- มหาวิทยาลัยมหิดล วิทยาเขตศาลายา เป็นมหาวิทยาลัยแห่งเดียวในประเทศไทยที่มีฌาปนสถาน (เมรุเผาศพ) อยู่ภายในบริเวณมหาวิทยาลัย คือ อาคารกายวิทยาทาน สำหรับประกอบพิธีพระราชทานเพลิงศพอาจารย์ใหญ่ผู้อุทิศร่างกายเพื่อการศึกษา
- หอ11 เป็นหอที่นักศึกษาหลายมหาวิทยาลัยคอนเฟิร์มว่ารูเริด
- 'แฮปปี้'เข้าเรียนบ่อยกว่านักศึกษาบางคนเสียอีก (แฮปปี้ alert กว่าจริง ๆ นั่นแหละ รวมทั้งการเข้ากิจกรรมต่าง ๆ ด้วย)
- วิชา มมศท หรืออีกชื่อหนึ่ง มาหาเมียเพื่อสืบส(ศ)กุลไทย
คณะแพทย์ศิริราชฯ วิทยาเขตบางกอกน้อย (SI)
- คนไทยไม่ค่อยรู้กันว่านี่คือหนึ่งในโรงเรียนแพทย์ของมหาวิทยาลัยมหิดล
- ยามหรือพนักงานรักษาความปลอดภัยที่ศาลายา น้อยกว่าที่ รพ .ศิริราช ซึ่งมีพื้นที่น้อยกว่าแล้วก็มีที่เปลี่ยวๆ น้อยกว่าด้วย ..แต่อาจมีเหตุผลอื่น เพราะที่ศิริราชไม่ได้รักษาความปลอดภัยให้นักศึกษาอย่างเดียว
- ร้านขายยาหน้าศิริราช ขายยาถูกที่สุดในประเทศไทย ไม่ว่าจะเป็นปลีกหรือส่งหรือร้านไหนๆ ก็ราคาเท่ากัน
- ข้ามแม่น้ำเจ้าพระยาหลังคณะไปก็คือมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
- เด็กมธ.ทั้งที่เป็นเพื่อนบ้านกันแต่ฝีปากร้ายนัก กล่าวว่าแค่เพียงข้ามคลองก็เจอสาวโรงเรียนแพทย์ อ้วน เตี้ย ดำ สิว..
- เด็ก SI เรียนดีเสียจนต้องตัดเกรดแยกจากคณะอื่นๆ ในหลายวิชาที่เรียนด้วยกัน
คณะแพทย์รามาฯ วิทยาเขตพญาไท (RA)
- คนก็ยังไม่ค่อยรู้กันว่านี่ก็คืออีกโรงเรียนแพทย์ในสังกัดของมหาวิทยาลัยมหิดล
- DeliHouse เป็นร้านขายขนมปังของคณะที่อร่อยมาก แต่ราคาก็ทำเอาสะอึกเลย
- แพทย์รามาคณะที่มีหมอสวยที่สุดในประเทศเทย นาวสาวเทยปี 2549 เรียนอยู่
- รั้วของ RA ติดกับ SC เพราะว่าช่วงปีแรกๆ ต้องมาเรียนกับ SC
- พวกเราเรียกเด็ก RA ว่าหมอเถิดเทิงเพราะว่านิสัยเด็กหมอ RA ทั้งเฮฮาและขี้เล่น(ตัว) ต่างกับเด็ก SI ที่จะดูเรียบร้อยกว่า
คณะเทคนิคการแพทย์ วิทยาเขตศาลายาและบางกอกน้อย (MT)
- ประกอบด้วย 2 หลักสูตร คือเทคนิคการแพทย์ (MT) และรังสีเทคนิค (RT) เรียกรวมๆกันว่าMR
- เป็นที่แรกที่เปิดหลักสูตรเทคนิคการแพทย์และรังสีเทคนิคในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
- มีตึกคณะสองที่ คือที่บางกอกน้อย(ศิริราช) และศาลายา
- ในปัจจุบันเฉพาะRTเท่านั้นที่ได้เรียนที่ศิริราช(เริ่มเรียนที่ศิริราชอย่างเต็มตัวตอนปี3เทอม2จ้ะ)
- มีสโมสรนักศึกษาเทคนิคการแพทย์และรังสีเทคนิค(สทร.) ด้วยนะ <<< แปลกตรงไหนอ่า
- ตึกคณะที่ศาลายาแบ่งเป็นสองส่วน คือตึกใหญ่สูงหลายชั้น และกระท่อมรจนาหลังตึก ขนาดประมาณ 5x5 ตารางเมตร แทบไม่มีใครรู้ว่า ข้างในเป็นเครื่อง CT SCAN ราคาร้อยกว่าล้าน พระเจ้า..
- ที่ศาลายามีคลองเกือบจะรอบคณะ ในคลองมีน้ำพุด้วย โดนเอาไปไว้ด้านหลังๆ ของมหาวิทยาลัยเพราะว่ากลัวรังสีรั่วไหล
- ที่คลองหน้าคณะมีเรือเป็ดให้ถีบด้วย ใกล้เคียงสวนสนุกขึ้นเสียทุกที..
- หลังคณะมีสวนผักสดปลอดสารพิษ มีแม่ค้าชื่อ เจ๊รำพึง วันดีคืนดีเจ๊จะมีออพชั่นเสริมจากผักปลอดสารพิษ เป็นไวน์ปลอดแอลกอฮอล์ ชิมมาแล้วพบว่า อร่อยมากกก..
- หลายคนสงสัยว่าทำไมเวลาขึ้นสแตน และกีฬาเฟรชชี่MT และRT ถึงแยกกัน ทั้งๆที่คณะเดียวกัน (นั่นน่ะสิ- -;)
- น้องๆปี1ทั้งสองสาขาจะต้องใส่โบว์ไทและไทด์ไปเรียนจนกว่าจะถึงพิธืถอด(ซึ่งMTและRTก็ถอดไม่พร้อมกันนะจ๊ะ)
- เรามีงานที่จัดร่วมกับ VS PT และ EN ชื่อว่างาน 'สี่มุมมอ'
คณะกายภาพบำบัดวิทยาเขตศาลายา (PT)
- เป็นที่ๆเปิดหลักสูตรกายภาพบำบัดแห่งแรกของประเทศ
- ตึกใหม่ทีศาลายาสวยเว่อร์19:24, 6 พฤศจิกายน 2553 (ICT)
- เป็นหนึ่งในสองวิชาชีพที่ได้ผ่าอาจารย์ใหญ่เองทั้งร่าง นอกจากแพทย์ เพราะวิชาชีพอื่นดูแบบชำแหละแล้ว ส่วนทันต(DT)ผ่าเองแค่ท่อนบน
- เด็กPTฮาได้โล่ เหมือนชีวิตนี้เรียนเพื่อนไปฮากับคนไข้
- ตึกPT อยู่แถวลานเป็ด มีศาลากลางน้ำที่ตอนดึกๆ คนที่มีคู่เค้าไปกุ๊กกิ๊กกัน(ชิส์! อิจฉา)
- หนุ่มๆ PT หน้าดีๆมีมากมาย แต่กลายเป็นสาวก็เยอะอยู่ เฮ่อ
คณะวิศวะ วิทยาเขตศาลายา (EG)
- รู้หรือไม่ว่า EG เกิดได้เพราะอาจารย์คณะ EN (สิ่งแวดล้อมฯ)
- สัญลักษณ์ของ EG มหิดล ไม่ใช่เกียร์แต่เป็นน็อตตัวเมีย
- ตึกวิศวะโยธาของมหิดล เรียกว่าตึกโรบอท บ้างก็ตึกบิ๊กซี ตึกนกฮูก ตึกโกร๋น ตึกเปลือย ตึกเหล็ก ฯลฯ ที่เรียกแล้วเข้าใจง่ายที่สุดคือ "ตึกแดง"
- เกียร์ของเด็กวิศวะ ทำเท่าไรก็ไม่พอ(เล่นเอาไปแจกสาวๆหมด) - (ยังสงสัยอยู่ว่าสัญลักษณ์เป็นน็อตตัวเมีย แต่เวลาแจก ๆ เกียร์ - - )
- การตัดเกรดของนักศึกษาชายปีหนึ่ง ไม่ได้แปลว่าการตัดเกรดผลการเรียน แต่แปลว่าการจัดลำดับขนาด
น้องชายโดยรุ่นพี่ในวันรับน้อง (ปัจจุบันยกเลิกเสียแล้ว)<<(เหรอ) - วิศวะที่นี่รุ่นพี่น่ารักมากๆ ที่สำคัญไม่มีการว๊าก มีแต่กิจกรรมประชุมเชียร์ (-*-)
- สาวEGอ่อนโยนบอบบางเรียบร้อยเนิร์ตน่ารักนิสัยดีเป็นกุลสตรี เสียอย่างเดียว...........คือมันเป็นโลกในอุดมคติ
- 1เดือนแรกเด็กปี1จะมีโรคจิตอ่อนอย่างหนึ่งคือ เห็นเสื้อ shopไม่ได้
- EGเป็นคณะที่มีวิทยาเขตเยอะมาก เช่น วิทยาเขต เซลปิ่น เมเจอร์ ร้านเป็ด สนามบาส โลตัส และอื่นๆอีกมากมายในที่มี สาว(พยาบาล) อาหาร ร้านเกมส์ UNKNOW(ตัวต้านทาน)
EGoKE (อีจีโอเกะ) สวยร้องฟรี(ในสายตาของEG)หุ่นดีครึ่งราคา
คณะเภสัชฯ วิทยาเขตพญาไท (PY)
- Pro จริงๆ หมายถึง Project love คือแอบไปชอบใครเค้า แต่คำว่าโปรสำหรับคณะนี้คือการรับจ้างบอกรักชาวบ้าน ค่าบริการเริ่มต้นที่ 39 บาท (กุหลาบ 1 ดอก) ไปจนถึง 1,000 บาท (ตุ๊กตาหมี ลูกโป่ง ฯลฯ)
(เดียวEGจะทำProบอกเลิกแข่งกับPY)
คณะวิทยาศาสตร์ วิทยาเขตพญาไท (SC)
- ชื่อเก่าคือโรงเรียนเตรียมวิทยาศาสตร์การแพทย์ มหาวิทยาลัยแพทยศาสตร์
- เป็นหนึ่งในไม่กี่คณะที่จัดตั้งมาก่อนมหาวิทยาลัยมหิดล
- อะตอม ที่เป็นสัญลักษณ์ของเด็ก SC จะมีความหนาบางและสวยไม่สวย ขึ้นอยู่กับรุ่นพี่และสภาพเศรษฐกิจในปีนั้น ว่าขายสมุดได้ดีหรือเปล่า
- ส้วมที่ SC ตึก B สร้างสมัยมูลนิธิรอคกี้เฟลเลอร์ให้ความช่วยเหลือ น่ากลัวเป็นที่สุด ถ้ามือถือตกลงไปแล้วก็อย่าเสี่ยงมุดหัวไปเอาเลย ตัดใจราดทิ้งไปเสีย
- ส้วมที่ SC ตึก C เคยมีข้อความลึกลับบนกำแพง(คงเป็นใครทำมือถือตกแล้วเอามือไปละเลงอึบนกำแพง แปลข้อความได้ว่า "ใครพบเห็นโปรดส่งต่ออีก 7 ข้อความ!!!")
- หนุ่มๆ SC ชอบเหล่สาวๆ RA เนื่องจากทั้งแจ่มและจิ้มลิ้มพริ้มเพราต่างจากสาว SC ยิ่งนัก แต่ทว่า บรรดาสาวหมอสาวๆ ทั้งหลายไม่เคยหันมามองหนุ่ม SC เลย แวะมากินข้าวแล้วก็เดินคีบส้นสูงกลับโรงพยาบาลฯ ไปหาหมอหล่อๆ แทน
- เด็ก SC ชอบโดนเด็ก EN เขม่นว่าเป็นตัวดึงมีน
คณะสาธารณสุขศาสตร์ วิทยาเขตพญาไท (PH)
- เป็นหนึ่งในคณะแรกๆ ที่ตั้งมาตั้งแต่เป็นมหาวิทยาลัยแพทยศาสตร์
- เป็นหนึ่งในไม่กี่คณะที่มีพระบรมรูปสมเด็จพระบรมราชชนกประดิษฐานไว้หน้าคณะตัวเอง (พระองค์เป็นพระบิดาแห่งการแพทย์และการสาธารณสุขของไทย)
- คณะนี้มีสโลแกน "ทนแดด ทนฝน ทดแล้ง" เหมือนดั่ง ต้นราชพฤกษ์ (ต้นคูณ)
- เป็นคณะที่หักโหมซ้อมสแตนด์ที่สุด (สาสุขสัมพันธ์ รุ่นก่อนๆ ปิดเทอมไม่ได้กลับบ้านเลยทีเดียว)
- มีสาขาวิชาที่หลากหลายถึง 5 สาขา คือ อนามัยชุมชน (ComHealth), อนามัยสิ่งแวดล้อม (Envi หรือ แซน), โภชนาการ (Nu), สุขศึกษาและพฤติกรรมศาสตร์ (HealthEd) และอาชีวอนามัยและความปลอดภัย (Occ)
- นศ.จะเลือกสาขาวิชาเมื่อขึ้นปี 3 ยกเว้น ภาค Occ ที่ต้องเลือกตั้งแต่สอบเข้า เพราะเนื้อหามากกว่า และต้องมีความอดทนสูง แต่จบมารายได้ก็ดีตามกัน
- เมื่อขึ้นปี 3 ภาค Occ ต้องใส่ชุดพิธีการใหม่ ขอลายเซนต์พี่ใหม่ ห้ามใช้ลิฟต์ ให้เดินขึ้นไปเซ็นชื่อเข้าห้องเรียนที่ชั้น 6 แล้วลงมาเรียนทีชั้น 4 (เพื่อฝึกความอดทน)
คณะทันตแพทยศาสตร์ วิทยาเขตพญาไท (DT)
- Dent มหิดลเคยเป็นคณะหน้าตาดีขนาดว่าได้นางนพฯ ของมหาลัยเกือบทุกปี แต่บัดนี้... =_="
- ในปี 2544 แมลงทับ 8 ขาแห่งสวนสมุนไพรมาจากเด็ก DT คู่นึง เด็ก EG และ SC ตามไปดูจนเป็นที่เลื่องชื่อไปทั้งศาลายา
- คณะนี้กำลังสร้างตึกใหม่ สูง20ชั้น+3ชั้นใต้ดิน เป็นโรงพยาบาลทันตกรรมที่ใหญ่ที่สุดในเอเชียอาคเนย์ และที่สำคัญ!!! มันมีลานจอด ฮ. ด้วยยO_O
- ทันตะมหิดล จะจัดงานยิ่งใหญ่ประจำปีในช่วงเดือนพฤศจิกายนคืองาน "เพื่อฟันที่คุณรัก" จัดที่เซ็นทรัลปิ่นเกล้า ชั้นG มีกิจกรรมหลายหลาย และที่สำคัญที่สุดคือ สอยดาวการกุศุล!!!(เด็กปี1จะต้องขายบัตรสอยดาว โดยลูกค้าทั้งหลายก็คือเพื่อนๆในศาลายานั่นแหละ ซึ่งเชื่อว่าน้อยคนที่จะไปงานนี้จริงๆ- -*)
คณะสิ่งแวดล้อม วิทยาเขตศาลายา (EN)
- มีตึกไฮโซสำหรับให้เด็กอินเตอร์เรียน บันไดกลางทางขึ้นยังหาไม่เจอได้แต่เดินด้วยบันไดหนีไฟ
- ละครของพี่บี้ ในเรื่องเป็น มธ. แต่มาถ่ายทำบางฉากที่ EN ศาลายา แต่น้อยคนนัก จะได้เห็นฉากนั้นในละคร
- ไม่ว่าอะไรจะเปลี่ยนไปยังไงน้ำในคลองบุ๋ยก็ยังเน่าเสียอยู่อย่างนั้น ทั้งๆ ที่คลองบุ๋ยอยู่ข้าง EN แท้ๆ
คณะ เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร วิทยาเขตศาลายา (ICT)
- คณะใหม่ซิงๆ ดำเนินการโดยศูนย์คอมพ์ของมหิดล
- เปิดใหม่ๆ ต้องไปใช้ที่ของห้องสมุดเรียน
- เป็นคณะเดียว ที่ห้ามคนนอกขึ้นตึก จะไปหากิ๊กหาเพื่อนต้องโทรฯ ตามกันให้วุ่น
- เป็นคณะเดียว ที่มีแต่หลักสูตรนานาชาติตั้งแต่ปริญญาตรี ค่าเรียนแพงระยับ แต่น้อยกว่าวิทยาลัยนานาชาติ
- เนื่องจากคณาจารย์ใน ICT เป็นดั่งพ่อและแม่ (โหดสุดๆ) ทำให้ ICT กลายเป็นคณะที่แต่งตัวเรียบร้อยขึ้นมาในบัดดล
- รุ่นน้อง freshy คณะ ICT กว่า 50% สงสัยว่าชื่อคณะย่อมาจากอะไร เนื่องจากโดนรุ่นพี่อำว่า ICT = I see tree. (ฉันเห็นต้นไม้!) หรือ International Comedian of Thailand
- ICT เพิ่งมีรุ่นพี่บัณฑิตมาไม่กี่รุ่นนี้เอง ^^ ปลื้มใจเสียนี่ก็เพราะเพิ่งเปิดมาได้ไม่กี่ปี
- หลังจากปิดเป็นความลับมานาน ก็ปรากฏความจริงที่ว่าเขตหวงห้ามเฉพาะคือชั้นสี่ ไม่ได้เป็นที่ลงจอดUFO ไม่ได้เป็นที่แล็บของอัมเบรลล่า แต่เป็นแค่ห้องประชุมหรูหรายังกะไปเดินพารากอน
- จากข้อความข้างต้น ชั้นสี่ นักศึกษา ICT จะได้ใช้ก็ตอน Present โปรเจคจบของปี 4 กับตอนจัด Job Fair เท่านั้น
- คาดว่าวิชา SCCS ของปี 1 คือ Fundamentals of Programming และ Advanced Programming จะยากขึ้นเรื่อยๆเพราะในปี 2009 มีคนลงซ่อม Advanced Programming รวมแล้ว 100 กว่าคน
- ถึงแม้จะเปลี่ยนจาก โครงการ เป็น คณะเมื่อปี 2553 แต่รุ่นที่จบในปีนั้นก็ยังเป็นคณะวิทยาศาสตร์ในใบจบ -*-
- เด็ก ICT ชอบไปกินข้าวที่โรงอาหารของเด็กอินเตอร์มากจนบางครั้ง เด็กอินเตอร์ไม่มีที่กินข้าว ต้องระเห็จไปกินที่อื่น <<<< อยากกดไลค์หมื่นครั้ง
"วิทยาลัยนานาชาติ (MUIC)"
- เป็นคณะที่เด็กนักเรียนไม่ค่อยเ่ห่ออะไรทั้งสิ้น ดารามาเรียนแล้วสามารถเสียความมั่นใจได้ เพราะไม่ถูกรุม ขนาดกอล์ฟไมค์มาเรียนจะมีเด็กจากคณะอื่นมาดู แต่เด็ก IC กลับงงและด่าในใจว่า "ทำไมคนในแคนทีน แม่งเยอะจังวะ ที่นั่งยิ่งน้อยๆ อยู่"
- ใต้ตึกที่เคยเป็นพื้นซีเมนต์ธรรมดา บัดนี้ ใต้ตึกดูไฮโซหรูหรา ไม่เหลือคราบเดิม
- เด็ก IC ขับรถมาเยอะที่สุด แต่ตึก IC เสือกไม่มีที่จอด
- แล้วรถแต่ละคัน.... ไปเดินดูที่จอด IC ดิ อย่างกะเดินอยู่ในโชว์รูม
- เด็ก IC ชอบกินส้มตำร้าน ข้าวปั้น (ยังมีอยู่ป่าวหว่า?)
- เป็นคณะที่ไม่ค่อยได้เจอกับเด็กคณะอื่น มีสังคมอยู่ในตึกตัวเอง
- เป็นคณะที่ไม่ต้องเดินไปเรียนที่ตึกอื่น ยกเว้น PE กับกิจกรรมมหาลัยที่ต้องรวมตัว
- ช่วงสอบ ใต้ตึกไม่เคยหลับใหล
[แก้ไข] ความเชื่อ
- ถ้าคุณเจอตัวเงินตัวทอง(ตัวเห้) คุณจะได้เกรด A ถ้าเจอเต่าก็แปลว่านั่นแหละ F
- อีกความเชื่อถ้าเห็นพี่เห้ลงน้ำได้ F ขึ้นจากน้ำได้ A นะจ๊ะ <<< ถ้าเจอมันอยู่บนบกเฉยๆ อ่ะ
- ลอยกระทงที่เรือนไทย ลอยกะกิ๊กแล้วจะเลิกกัน
- ใต้ตึกอธิการเป็นบ่อน้ำ และมีงูเหลือมอาศัยอยู่ ตัวขนาดรับประทานคนได้
[แก้ไข] เรื่องลึกลับ
- มหิดลศาลายา เค้าว่ากันว่าผีดุมากเนื่องจากมีประวัติมายาวนาน พระผู้ใหญ่ท่านนึงเปรยว่า พุทธมลฑลแสงสว่างสุขใส แต่โรงเรียนเจ้าฟ้ามหิดลฯ (หมายถึงมหิดลศาลายา) มืดครื้มมัวหมองเสียนี่
- เชื่อกันว่าในคืนวันมหิดล (24 กันยายน)นักศึกษา SI ที่นอนเตียง C ในหอจะเจอของดีหากนอนในคืนนั้น เนื่องมาจากนักศึกษา SI ที่ถูกรถชนตายจะกลับมาเตียงเดืมของเขา บางกระแสบอกด้วยว่าให้พยายามหาของไว้บนเตียงไม่ให้ว่าง ระวังไว้ก็แล้วกันคืนวันมหิดล หึหึ
- วันมหิดล หมาในวิทยาเขตศาลายาหอนทุกปี และจะว่ารถรับส่งเด็กจากศาลายาไปทำธงที่ศิริราชมีคนอยู่เต็มคันรถ ทั้งๆ ที่จริงๆ รถนั่นกำลังจะเข้าอู่
- ว่ากันว่าอาคาร 2 คณะวิศวกรรมศาสตร์ (EG) เคยมีคนตาย!!! มีคนเคยเห็นหญิงสาวชุดขาวรางๆ ยืนที่หน้าต่างบริเวณหน้าตึกฝั่งที่หันออกถนน ปัจจุบันมีต้นไม้ขึ้นปกคลุมไปแล้ว มองมากไปไม่ดีนะ
- หอพักชายมีห้องน้ำห้องหนึ่งเคยมีแม่บ้านผูกคอตาย ไม่รุ้ว่าด้วยเหตุผลกลใด เจ้าหน้าที่หอไม่เคยปริปากใดๆ ระวังให้ดีเถอะ ใครที่อาบน้ำดึกๆ อาจมีเชือกห้อยลงมาจากเพดานก็ได้นะ เหอๆๆ
- ในอดีตศาลายาเป็นที่ๆ โรคห่าระบาด คนตายเป็นอันมาก ทางการต้องสร้างศาลาแล้วเอายาแขวนไว้ให้เพราะไม่มีใครกล้ามาให้ยาเอง จนเป็นที่มาของชื่อศาลายาในที่สุด
- เรือนไทย ที่เป็นฉากถ่ายหนังถ่ายละครบ่อยๆ เค้าว่ากันว่า ดึกๆมักจะมีเสียงดนตรีไทยแว่วๆ ลอยมาอยู่เสมอ
- เด็ก MS คนนึงเจอคนเดินหายเข้าไปในต้นไม้ที่สวนจิงโจ้
- ในปี 2544 ที่หอ 8 ชั้นสองเคยมีเด็ก EG คนนึงกระโดดตกจากเตียงชั้นสอง เพราะว่าเจอผู้ชายครึ่งตัวโผล่มาที่ข้างเตียง และอีกห้องนึงที่ชั้นเดียวกันมักมองเห็นคนอยู่ในห้องทั้งๆ ที่จริงๆ แล้วไม่มีใคร
[แก้ไข] สิ่งศักดิ์สิทธิ์
- องค์พระหน้าหอ เดินผ่านกันทุกวัน แต่จะแน่นขนัดช่วงใกล้สอบ
- พ่อปู่ขุนจันทุ่ง หรือเจ้าพ่อว่าว หรือเจ้าพ่อต้นไทรข้างตึกอินเตอร์ ที่พึ่งทางใจอีกที่ที่คนชอบไปบนบานศาลกล่าว ขอให้จบมั่ง ขอให้สอบผ่านมั่ง(และมักจะได้ด้วยนะ)
ของเขาแรงจริงๆครับ ผมเคยลบหลู่ทีนึง สอบเข้าMUICไม่ได้เลย ไม่รู้พรุ่งนี้ผมจะเจออะไรอีก
[แก้ไข] ของกิน
- เด็กในคณะ MS (ดุริยางคศิลป์) ชอบกินไข่คนกะข้าว
- เด็ก EG กินข้าวป้าซุ้มโค้กใต้ตึกขาว ส่วนในกล่องข้าวจะมีอะไรแล้วแต่ป้าจะคัดสรรค์ (มีอะไรมาก็กินๆไป พริกน้ำปลาอร่อยมากขอบอก)
=> [54] ตอนจะจบ (หลายปีแล้ว) ป้าซุ้มโค้กหายไปแล้ว และมีร้านอื่นมาแทน(สยามสเต็กที่เด็ก ICT ชอบมาซื้อ) รวมทั้งมี เอ่อ ซุ้มอาหาร ในห้องสร้างใหม่ที่ใต้ตึกขาว แล้วมีซุ้มกาแฟ (ขมน่าดู)ด้วย แต่ ณ ตอนนี้ไม่รู้แล้วว่าเป็นยังไงบ้าง
- เด็กศิล-ศาสตร์ (LA) ชอบกินข้าวหน้าไก่ทอด ไก่ย่าง คอหมูย่าง ..วันนั้นกิน ทำไมไก่แอบมีกลิ่นเหมือนกล้วยแขกด้วยว้าาาาาา
- เด็ก MUIC ชอบกินข้าวหมูขยี้ร้านลูกกบ ปัจจุบันย้ายไปอยู่ใต้ตึก MS แล้ว....อดกินนน T T
[แก้ไข] อาจารย์
เนื่องจาก นศ. มหาวิทยาลัยมหิดล แทบทุกคณะจะต้องเรียนกับคณะวิทยาศาสตร์ (SC) ตอนปี 1 ดังนั้นอาจาร์ SC จึงเป็นที่รู้จักกันเป็นอย่างดีในบรรดา นศ.ทั้งหลาย
1.อ.อุดม รอบคอบ เป็นหนึ่งในคณาจารย์ในมหาวิทยาลัย มหิดล ภาควิชาฟิสิกสิ์ สังกัดคณะวิทยาศาสตร์ มีความรู้ทางด้านฟิสิกส์อย่างยิ่งสอนคณะต่างๆมากมาย อย่างเช่น วิศวกรรมศาสตร์ แพทยศาสตร์ ฯลฯ แน่นอนว่าอาจารย์มีความรู้อย่างยิ่งยวดแต่เด็กที่เรียนกลับ...!?(แกสอนสอนดีเกินไป)
2.อ.ชูสง่า สุวรรณศรี เป็นหนึ่งในคณาจารย์ในมหาวิทยาลัยมหิดล ภาควิชาเคมี สังกัดคณะวิทยาศาสตร์ มีสไตล์ในการแต่งกายดีเยี่ยมมากอย่างยิ่งสอนคณะต่างๆมากมาย หนึ่งในออฟชั่นของอาจารย์คือ แว่นตาดำ เพชร เพชรๆๆๆและเพชร แล้วเวลาสอนอาจารย์จะนั่งเอียงข้างๆ มองไปทางโปรเจกเตอร์ แล้วบรรยายเหมือนอยู่ในโลกของเทพนิยายเคมี แถมวกนอกเรื่องไม่เกิน 20 วินาที
3. อ.เติมศักดิ์ อาจารย์ภาควิชาฟิสิกส์ คณะวิทยาศาสตร์ มีเทคนิคการสอนที่สุดเริ่ด มีไมค์สองตัว ตัวหนึ่งแกถือบรรยาย ส่วนอีกตัวหนึ่งเวียนในหมู่นักศึกษา เมื่อถึงจุดใดจุดหนึ่งแกก็จะถามคำถามกับ นศ.ที่ถือไมค์อยู่ ทำให้ นศ.ใจตุ้มๆ ต่อมๆ เป็นอันมาก แต่ก็เป็นที่รักของหมู่ นศ. เพราะไม่เคยมีใครได้ F จากอาจารย์เลย
4. อ.อนันต์ ผู้ที่นักเรียนฝันว่า ถ้าดอทเอชนะจะได้เกรดเอ - -"""" และอ.อนันต์ ก็เป็นมาตรวัดความสวยและความน่ารักของนักศึกษาหญิง เพราะถ้าสวยได้ B ขึ้นไปชัวๆ แต่ถ้าเป็นตัวผู้ที่ว่าเก่งก็ได้แค่ B+ (แต่กุได้ A งงไหม !? :D)
5.อ.เชิญโชค เดินให้ห่างถ้ารู้ว่าไม่ได้แต่งตัวถูกระเบียบ
6.อ.สุนันทา อาจารย์ภาควิชาเคมี (ปัจจุบันเป็นรองอธิการบดี) ที่มีวีดีโอการสอนขายดีที่สุดในห้องสมุด ประโยคที่ได้ยินจากอาจารย์บ่อยๆคือ "ใส่เสื้อเข้ากางเกงด้วย" ยึดบัตร 3 ครั้ง หมดสิทธสอบ
7.อ.ซุปฯ [1]เป็นอาจารย์ที่เมพ ที่สุดในมหาลัย (ในเรื่องการทำน้ำตก)
8.คณะวิศวะ เคยมีอาจารย์ที่เป็นถึง ส.ส. พรรคการเมืองดังพรรคหนึ่ง <------ ปัจจุบันไม่ได้มาสอนแล้วเนื่องจากย้ายไปอยู่บ้านเลขที่ 111
9.และคณะวิศวะ มีอาจารย์ที่เป็นถึงบุตรชายของอดีตนายกรัฐมนตรีท่านหนึ่ง
10. คณะวิศวะ (ภาคเครื่องกล) มีอาจารย์ท่านหนึ่งเหมือนกับศาสตราจารย์สเนป ในบแฮรี่ พอตเตอร์ มาก ด้วยความที่มีท่าทางเย็นชา นักศึกษาแม้แต่อาจารย์หลายคนยังกลัวไม่กล้าเข้าไปยุ่งด้วย ว่ากันว่าแก suffer จากการเรียนปริญญาเอกไม่จบ เมื่อกลับมาเลยเพี้ยนๆ ปัจจุบันหายตัวไปโดยไม่มีใครทราบว่าไปอยู่ที่ไหน
11. อ.ระพี อาจารย์ภาควิชาชีววิทยา มีแฟนคลับเป็นนักศึกษาคณะพยาบาลศาสตร์ (NS) เกินครึ่งคณะ สิ่งที่นักศึกษาชอบมากที่สุดในการสอนของอาจารย์คือ เสียง (หล่อ =.,=) เพราะฉะนั้น...ในชั้นเรียนก็พยายามอ้อนให้อาจารย์ร้องเพลงให้ได้ แต่การออกข้อสอบไฟนอลของอาจารย์ก็ช่างโหดร้ายเสียเหลือเกิน อย่างที่เขาพูดกันว่า คนน่ารักมักใจร้าย (จริงๆ)
[แก้ไข] บทความที่เกี่ยวข้อง