ยูริฮาระ

จากไร้สาระนุกรมเสรี - อนึ่งบทความนี้ถูกแก้ไขได้โดยผู้ใช้ทั่วไป หากแป้กหรือเสื่อมประการใดทางเราไม่ขอรับผิดชอบใดๆทั้งสิ้น

ยูริฮาระ(ยูริ(สำเนียงยูริ):Yurihar, Йуриьар; (สำเนียงสลาฟ): Yurigar'; ปอบหยิบโบราณ:Nomen Yurihar.png; เยลโล่ซันเรียกว่า "ยูริเฉิงเต้") มีบร๊ะสามานยนามว่า "ยูริฮาระ ผู้ปราชัยตลอดกาล"(ภาษายูริ: Йуриьар, Децпобедйовó) คือกษัตริย์บร๊ะองค์หนึ่งแห่งปอบหยิบราชวงศ์ยูริ ท่านนั้นมีนิสัยสันดานเป็นคนเหลาะแหละ เอาจริงไม่ได้สักเรื่อง อย่างไรก็ตาม ในชั่วชีวิตของท่านมีแต่เรื่องตื่นเต้น การดำเนินชีวิตแบบเกรียนๆ ของท่านได้เป็นแบบอย่างให้กับอนุชนรุ่นหลังต่อไป แต่สุดท้ายแล้ว ท่านก็ต้องตายอย่างน่าอเนจอนาถที่ประเทศที่ท่านปกครองนั่นเอง

ประวัติชีวิต[แก้ไข]

ในวัยเด็ก[แก้ไข]

ยูริฮาระเป็นโอรสของยูริวิลเลียมที่ 2 แห่งปอบหยิบ ประสูติเมื่อวันที่ 2200 พรืดสะภาคม 2577 ยูริวิลเลียมให้กำเนิดยูริฮาระกับหญิงสาวแม่ม่ายชาวยุ่นปี่ลูกครึ่งวินเทอร์ฮาร์ทชื่อว่า "ฮาระมาตี้"(Haramati) ที่วิลเลียมแอบจำมาทำเมียชายา โดยที่ไม่มีใครรู้ เมื่อโอรสประสูติมาก็ตั้งพระนามว่า "ยูริฮาระมาตีเย่" (หรือสั้นๆ ว่า "ยูริฮาระน่ะแหละ") หลังจากที่ประสูติได้ไม่นานวิลเลี่ยม ผู้พ่อก็ได้ไปหลงรักกับคนเก็บขยะพราวเสน่ห์คนหนึ่ง ซึ่งเป็นชาวปอบหยิบลูกครึ่งสลาฟ ทำให้วิลเลี่ยมคิดกำจัดนางฮาระมาตี้โดยการส่งตัวไปที่เยลโล่ซัน และทำให้ชาวเยลโล่ซันเข้าใจผิดว่าเป็นพวกขันโตก ชาวเยลโล่ซันจึงจับนางคนนี้ยิงออกไปนอกโลกตามประเภณีของเยลโล่ซัน

ทางด้านของวิลเลี่ยม หลังจากที่กำจัดชายาเก่าสมใจนึกก็มาแต่งกับชายาใหม่ที่เป็นคนเก็บขยะ ที่มีกลิ่นตัวเหม็น แต่วิลเลี่ยมท่านก็ระบุว่า "กลิ่นแบบนี้.. ข้าชอบ" งานแต่งงานนี้มีในปี 2585 ซึ่งยูริฮาระเองก็ไม่ชอบพอนักและระบุว่า "พ่อพี่มีชู้...." แต่ยูริฮาระก็เหมือนกับว่าจะเข้าขากันดีกับชายาใหม่ของผู้เป็นพ่อมึงไง วันเวลาผ่านไปวิลเลี่ยมและสาวคนเก็บขยะคนนั้นก็ให้กำเนิดอนุชานามว่า "ยูริอเล็กซานเดอร์" แต่โชคร้ายที่ก่อนหน้านี้วิลเลี่ยมไม่เคยรู้เลยว่าหญิงสาวเก็บขยะคนนั้นมีเชื้อสายกษัตริย์ราชวงศ์ยูริเหมือนกัน ทำให้ยูริอเล็กซานเดอร์พิการทางหัวกบาล มีอาการป้ำๆ เป๋อๆ วิลเลี่ยมไม่พอใจจึงไล่ตะเพิดชายาคนที่สองออกจากบ้าน แต่ก็ไม่วายที่จะเก็บชุดชั้นในของหญิงคนนั้นเองไว้ดมต่างหน้า จึงทำให้ประชาชนเริ่มไม่พอใจกษัตริย์เจ้าชู้คนนี้ และเริ่มฮึ่มๆ ใส่ แต่วิลเลี่ยมก็แถลงว่า "มาฮึ่มๆ ใส่กูทำไม มึงไม่ใช้หมานะว้อย"

ไม่กี่ปีต่อมาวิลเลี่ยมก็โดนขุนนางจอมเจ้าเล่ห์เหลี่ยมซึ่งสมคบคิดกับศัตรูทางการเมียของปอบหยิบ วางแผนเขี่ยวิลเลี่ยมออกจากบัลลังก์ โดยการใส่ร้ายว่าวิลเลี่ยมมีชู้กับชาวสวรรค์คนหนึ่งของเอริเชี่ยน พร้อมกับยุยงให้สส.ใส่เกือกในสภาลงมติให้วิลเลี่ยมพ้นสภาพจากความเป็นกษัตริย์ ซึ่งสส. เหล่านั้นก็ได้รับเงินค่าจ้างมาจาก "ยูริทาทิส" ว่าที่กษัตริย์คนต่อไปของปอบหยิบ ซึ่งได้จ้างให้ช่วยลงคะแนนให้ชนะด้วย การลงคะแนนนี้ก็ได้มีขึ้นในต้นปี 2586 ลงคะแนนชนะขาดลอยให้วิลเลี่ยมตกบัลลังก์กษัตริย์ไป วิลเลี่ยมจึงถูกถอดยศให้เหลือเป็นเพียงดยุกเท่านั้น และให้ลงไปปกครองแคว้น "ยูโกอโรเซลสก์" ซึ่งเป็นแคว้นที่ขึ้นชื่อเรื่องคนเก็บขยะ เมื่อท่านมาปกครองแคว้นนี้ ท่านก็ได้ออกระเบียบรัดยกเลิกการเก็บภาษีคนเก็บขยะและคนรับซื้อของเก่าเพื่อระลึกถึงชายาคนที่สอง ทำให้คนเริ่มเปลี่ยนอาชีพมาเก็บขยะกันมากขึ้น จนทำให้เมืองสะอาดสะอ้านมากแต่กลับหาที่เดินแทบไม่ได้

ห้าปีต่อมา วิลเลียมก็สวรรคตลงเนื่องจากเป็นโรคมะเร็งที่ไอ้นั่น หลังจากนั้นรัฐบาลปอบหยิบราชวงศ์ยูริก็ออกคำสั่งยึดทรัพย์ของครอบครัวยูริฮาระทั้งหมด และนำยูริฮาระและยูริอเล็กซานเดอร์เข้าสู่กรุงใครโลเล เพื่อที่จะนำไปประหาร ทั้งสองได้ถูกบังคับให้กินอุจจาระของหมอผีที่เพิ่งส่งตรง สดๆ ร้อนๆ มาจากนอกโลก โดยที่ยูริ อเล็กซานเดอร์ได้กินไปก่อน เขาก็สำลักออกมา และถุยอุจจาระใส่พระพักตร์ของยูริทาทิสเต็มๆ ยูริทาทิสทรงกริ้วมากจึงสั่งให้นางสนมลากยูริอเล็กซานเดอร์เข้าม่านรูดไปรุมกระทำชำเรา จนยูริอเล็กซานเดอร์ตายคาม่านรูดอย่างน่าทุเรศในเวลาต่อมา แต่ความจริงยังไม่ตายดี

ต่อมาก็ถึงคราวที่ยูริฮาระต้องกินอุจจาระซะแล้ว ยูริฮาระคิดนานสองนานว่าจะกินดีหรือไม่ท่ามกลางเสียงเชียร์ของประชาชิน แต่ในที่สุด เขาก็คิดได้ ไม่ได้คิดจะกินหรอก แต่เอาจานที่มีอุจจาระสดๆ วางอยู่โปะเข้าพระพักตร์ของกษัตริย์ยูริทาทิส พร้อมกับวิ่งหนีไป ทำให้ประชาชนบางกลุ่มวิ่งออกไปแย่งอุจจาระกินกัน องครักษ์จึงยิงปืนไล่หลังยูริฮาระ เหตุการณ์จึงชุลมุนมาก และยูริทาทิสก็ไม่สามารถล้างอุจจาระที่อยู่บนพระพักตร์ออกได้ เพราะนี่คือ "อุจจาระแห่งคำสาป" ต่างหาก ก็ไม่อยากมีนางสนมคนใหนเข้าเฝ้า 2 เดือนให้หลังพระองค์จึงฆ่าตัวตายแต่ไม่สำเร็จ ในอีกสองปีต่อมาก็ถูกองค์รักษ์เสื้อแดงจับบั่นบร๊ะเศียรสวรรคตในที่สุด

สำหรับยูริฮาระนั้น ยูริฮาระได้หนีไปอยู่กับยูริซูเจ ซึ่งเป็นลูกชายของยูริกุ้ยเฟยกับฮันจางเต้ และเป็นเอกอัครราชตู้ดปอบหยิบประจำเยลโล่ซัน และเป็นญาติห่างๆ ของยูริฮาระ ด้วยอายุเพียง 14 ปีเท่านั้น

ลี้ภัยมาอยู่ที่เยลโล่ซัน[แก้ไข]

เมื่อยูริฮาระมาอยู่กับยูริกุ้ยเฟ้ยน้าสาวในวังหลวงเยลโล่ซัน ยูริฮาระก็ได้เรียนรู้ขนบธรรมเนียมประเภณีของเยลโล่ซันทุกอย่าง เมื่อยูริฮาระอายุ 16 ปี ยูริฮาระได้รับคำสั่งให้ไปร่วมทัพกับนครสาดทำมะหลีอ๋อง ไปตีดินแดนเอเชยใต้ ถ้าตีได้สำเร็จงานนี้จะแต่งตั้งให้ยูริฮาระเป็น "บังคลาเมพอ๋อง" แต่พอเอาเข้าจริงๆ ยูริฮาระกลับพ่ายแพ้ยับเยิน ฮันโนยูนจึงไล่ให้ยูริฮาระไปตีนิวซีแลนด์ให้ได้ ให้ฉายเดี่ยวอีกต่างหาก ยูริฮาระคิดว่าเกินความสาดมากสามารถของตนเองก็พยายามจะต่อรองฮันโนยูน ฮันโนยูนจึงเปลี่ยนใหม่ให้ยูริฮาระไปหาสาวโมเอะมาให้ครบ 10 คน จากนั้นเองทำให้ยูริฮาระต้องเดินทางไปที่ศาสนจักรวินเทอร์ฮาร์ท ที่ที่เขาร่ำลือกันว่ามีสาวโมเอะเยอะ ยูริฮาระได้เดินทางออกจากเยลโล่ซันในปี 2593 เพื่อไปหาสาวโมเอะมาให้ครบตามที่กำหนด

เดินทางมาที่วินเทอร์ฮาร์ท[แก้ไข]

เมื่อยูริฮาระอายุได้ 17 ปี ท่านได้ออกเดินทางมายังวินเทอร์ฮาร์ทเพื่อทำเควสหาสาวโมเอะให้ครบสิบคน โดยใช้เรื่องหางสั้น ท่านได้มาขึ้นฝั่งที่รัฐแรปโซดี้ ซึ่งตอนนี้ไม่มีสาวโมเอะอยู่แล้ว ท่านยูริฮาระตกใจมากจึงพูดขึ้นว่า

Cquote1.png ไรวะ... ตูมาผิดที่หรือเปล่าเนี่ย ไม่มีโมเอะเลยวุ้ย Cquote2.png

แต่ก็มีชายแก่หนวดเฟิ้มเดินผ่านมา เมื่อเห็นยูริฮาระมีท่าทีสิ้นหวังจึงสนทนากับยูริฮาระดังนี้

Cquote1.png

ชายแก่ : ว่าไงนะเจ้าหนู เอ็งเจอสาวโมเอะแล้วเหรอ
ยูริฮาระ : ไม่ใช่เรื่องอะไรของลุงหรอก...
ชายแก่ : อ้าว ไอ้#@$#@!##$& พูดอย่างนี้อยากเป็นไข้โป้งรึไงเอ็ง...
ยูริฮาระ : พูดเหมือนไอ้ปื๊ดเลย หรือว่า...

Cquote2.png

และแล้ว ชายคนนั้นก็แปลงร่างเป็นไอ้ปื๊ด แล้วก็สนทนากันต่อ

Cquote1.png

ไอ้ปื๊ด : ฮะฮะฮ่า ข้านี่แหละไอ้ปื๊ด
ยูริฮาระ : จริงด้วย แล้วลุงปื๊ดมาทำอะไรเหรอ
ไอ้ปื๊ด : ข้าจะพาเอ็งไปพบกับสาวโมเอะไงล่ะ เอ็งต้องการสักกี่คนล่ะ
ยูริฮาระ : ร้อยคนได้มะ
ไอ้ปื๊ด : ได้เลย ไม่อั้น แต่เอ็งต้องไปเอาของที่ข้าต้องการก่อน
ยูริฮาระ : (นึกในใจ: มันไปหามาจากใหนเยอะจังวะ) แล้วพูดว่า : ลุงต้องการให้ผมทำอะไรล่ะ
ไอ้ปื๊ด : เจ้าต้องเดินทางไปที่อาณาจักรไร้สาระนุกรม จากนั้นก็ไปทำกระทู้ออกทะเลสัก 1 กระทู้ แล้วเอาน้ำมันเครื่องเรือมาให้ข้า
ยูริฮาระ : พูดเบาๆ ว่า: แล้วอาณาจักรไร้สาระนุกรมมันอยู่ส่วนไหนของโลกวะ ไอ้หมัก ไอ้สัด กูงง
ไอ้ปื๊ด : เมื่อกี้พูดว่า ไอ้หมัก ไอ้สัด กูงง เหรอ แสดงว่าหนูเคยอยู่ที่ไร้สาระนุกรมมาก่อนสิ
ยูริฮาระ : ทำไมล่ะครับ?
ไอ้ปื๊ด : มันคือคำพูดติดปากของชาวไร้สาระนุกรมน่ะ
ยูริฮาระ : จริงเหรอครับ แต่ว่าผมอยากรู้จริงๆ ว่าอาณาจักรไร้สาระนุกรมคืออาณาจักรอะไร
ไอ้ปื๊ด : เจ้าไปถึงเจ้าก็จะรู้เองแหละน่า...
ยูริฮาระ : แล้วผมจะไปอาณาจักรที่ว่ายังไงล่ะ
ไอ้ปื๊ด : ข้าไม่บอกหรอก เอ็งลองใช้วิชาที่เรียนมาดูสิ
ยูริฮาระ : ถ้าผมหาของที่ลุงต้องการได้แล้ว ผมจะมาเจอลุงที่ไหนล่ะ
ไอ้ปื๊ด : มาที่เดิม แต่ตอนนั้นลุงไม่อยู่แล้ว ให้เอ็งเอาน้ำมันเครื่องเรือที่ได้จากการออกทะเลราดลงพื้น 3 หยด จากนั้น... ขอให้โชคดี
ยูริฮาระ : เฮ้ย... เดี๋ยวๆ

Cquote2.png

จากนั้น ไอ้ปื๊ดก็เดินหันหลังกลับไป ทิ้งให้ยูริฮาระยืนอยู่เดี๋ยวดาย ยูริฮาระพยายามทบทวนว่ามีวิชาใหนที่เล่าเรียนมาแล้วจะใช้ได้บ้าง แต่ในที่สุดก็

Cquote1.png ท่านเจ้าสำนักจากเอริเชี่ยนเคยสอนมาว่าแม่น้ำสติกซ์คือทางไปยมโลก และถัดจากยมโลกก็คืออีกมิติหนึ่ง ที่มีแต่เทวดาจอมทะเล้น เอาล่ะ ข้าจะลองเดินทางไป ไปทำเควสตามที่ลุงปื๊ดต้องการเลย คอยดู ฝากไว้ก่อนเถอะ สาดดดด.... Cquote2.png

ยูริฮาระก็เดินทางไปที่แม่น้ำสติกซ์ แต่ก็หลงทางไปถึงป่าต้องห้ามในดินแดนทะเลทับขี้ แต่ตอนนี้ไม่มีทะเลทับขี้อยู่แล้ว ยูริฮาระได้ถูกตัวแพเข็นมรณะตุ๋ยเอาตุ๋ยเอาจนต้องวิ่งแจ้นหนีไปถึงบริเวณอาณาจักรกรี๊ด ก็ได้พบกับแม่น้ำสติกซ์ทันที แต่ว่ามีเครอนยืนเฝ้าอยู่ ก็มีการสนทนาดังนี้

Cquote1.png

เครอน : เข้าไม่ได้ นี่คือที่สำหรับชาวเอริเชี่ย
ยูริฮาระ : เอริเชี่ยน... อาณาจารจักรของInwเหรอ
เครอน : ใช่แล้ว
ยูริฮาระ : งั้นถามหน่อย... แถวนี้มีสาวโมเอะมั้ย
เครอน : โอ้ ข้ารอคำนี้มานานแล้ว ไม่ไหว สาวโมเอะมันรกยมโลกเหลือเกิน สาวโมเอะสมัยนี้ชาวทำบาปกรรม ตกนรกจนจะล้นแล้วเนี่ย งั้นเดี๋ยวข้าจะพาเข้าไปเอาเลย อยากได้เท่าไหร่ก็เอาไป
ยูริฮาระ : เย้ๆ เจอแล้วโว้ยยยยยย....

Cquote2.png

แล้วเครอนก็เดินเข้าไปกับยูริฮาระ แล้วลากตัวสาวโมเอะกลับไปให้ฮันโนยูน ก่อนจะวิ่งแจ้นไปที่ปอบหยิบ เพื่อฮุบเอาราชสมบัติ เพราะทราบข่าวว่ายูริทาทิสสวรรคตแล้ว

ขึ้นครองราชย์[แก้ไข]

ยูริฮาระเสด็จเถลิงเถาวัลยราชสมบูติเมื่อวันที่ 19 เกย์ยืนยง ค.ศ. 2593 หลังจากที่ขึ้นครองราชย์ได้เพียง 3 วัน เยลโล่ซันก็เริ่มปฏิบัติเกรียนค่ายทะเลทราย กับอาณาจักรเปอร์เซียและอาหลับ จึงสมคบกับพระเจ้ารถหายที่12 แห่งสเปือย พระเจ้าเอ็มมานูเอลที่16 แห่งโป๊ตูดเกด และอีมีร์อาลีกุสตาฟแห่งมัวร์ เพื่อร่วมกันประกาศสงครามกับเยลโล่ซัน แต่ไปขอความร่วมมือจากจักรวรรดิกรี๊ด สมัยราชวงศ์อนาโตเกรียนก็ถูกพระเจ้าคอนสแตนตีนที่ 14 โต้ตอบอย่างไม่เห็นใจตามบทสนทนาต่อไปนี้

Cquote1.png

ทูตปอบหยิบ : เราอยากจะขอให้ท่านช่วยเราปราบเยลโล่ซันด้วย จะสะดวกหรือไม่
คอนสแตนติน : งั้นขอถามก่อน กษัตริย์ปอบหยิบในตอนนี้เป็นใคร
ทูตปอบหยิบ : ยูริฮาระ
คอนสแตนติน : ถุย! น้ำหน้าอย่างไอ้ยูริฮาระมันสมควรเป็นกษัตริย์เหรอ กูไม่ช่วยมึงหรอกเฟ้ย
ทูตปอบหยิบ : ชิบหายแล้วเรา

Cquote2.png

ไม่นานนักพระเจ้าคอนสแตนตีนก็ถูกมหาเทพแห่งเอริเชี่ยนมีบัญชาให้ปลดออก โดยการบันดาลให้ภูเขาไฟวิสุเวียสระเบิดขึ้น แล้วพระเจ้าคอนสแตนตินไปช่วยเหลือไม่ค่อยสะดวกนัก ทำให้ผู้ประสบภัยต่อต้านรัฐบวม จนทำให้คอนสแตนตินต้องสละราชสมบูดผ มหาเทพจึงมีคำสั่งให้ฮุบเข้าเป็นส่วนหนึ่งของเอริเชี่ยนอย่างหน้าด้านๆ และให้ความช่วยเหลือปอบหยิบอย่างเร่งด่วน แต่ก็ไม่ได้เอาจริงมากนัก โดยส่งโจรผู้ชำนาญการวางกลยุทธในการปล้นสะดมไปให้แค่สามคนเอง ยูริฮาระจึงไปขอความช่วยเหลือจากสลาฟแทน ทั้งนี้ ยูริฮาระยังระดมกำลังจากทั้งทวีปแอฟริเกรียนไปรบกับกองทัพมหึมาของ5อำมาตย์ พันธมิตรเยลโล่ซัน จนสามารถขับไล่ทัพเยลโล่ซันออกไปได้ ทั้งนี้ทัพสลาฟยังโจมตีชาติอำมาตย์ทั้งห้าเสียย่อยยับยู่ยี่ สลาฟจึงมีอาณาเขตที่กว้างใหญ่ที่สุดในโลกขณะนั้น และชนะสงครามโลกครั้งที่เจ็ดได้ในปี 2601

ต่อมาปอบหยิบจึงร่วมกับสลาฟอีกรอบหนึ่งตามสนธิสัญญาสลาฟ-ปอบหยิบ แต่เมื่อกองทัพสลาฟเริ่มอ่อนแอลงหลายครั้ง ในปี 2610 ยูริฮาระจึงเริ่มตีตัวออกห่างจากสลาฟ เมื่อพบว่าสลาฟเริ่มเกิดการกบฏขึ้น และเอาแต่ป้องกันตัวเอง ในที่สุด ปี 2630 จึงประกาศยอมสวามิภักดิ์ต่อเอริเชี่ยน ต่อมาปอบหยิบและเอริเชี่ยนจึงผ่านมติอโรเซลสก์ ที่กำหนดให้ปอบหยิบและเอริเชี่ยนสิ้นสภาพความเป็นคู่สงครามของกันและกัน สิ้นสภาพความแค้นเคือง ความอาฆาต ความบ้าระห่ำ ความบ้าเลือด ฯลฯ

หลังจากนั้นปอบหยิบก็ไม่ได้อยู่ในภาวะสงครามเลยเป็นเวลาหลายปี ยูริฮาระจึงถือโอกาสเผ่นแน่บกลับไปประทับที่เยลโล่ซัน เพื่อถือโอกาสถีบฮันโนยูนตกบัลลังก์ ชาวเยลโล่ซันจึงไม่ค่อยชอบหน้ายูริฮาระนัก เนื่องจากความเป็นนักฉวยโอกาสนี่เอง ในปี 2640 ยูริฮาระพยายามอ้างสิทธิ์เหนือราชบัลลังก์เยลโล่ซัน แต่ได้รับการต่อต้านอย่างหนัก จึงเปิดฉากสงครามแย่งชิงราชบัลลังก์เยลโล่ซันกับฮันโนยูน

การเถลิงอำนาจเป็นฮ่องเต้เยลโล่ซัน[แก้ไข]

ในปี 2640 ที่เกิดสงครามกับเยลโล่ซันนั้น ยูริฮาระฉวยโอกาสที่กองทัพของฮันโนยูนล่าถอยออกไป บุกเยลโล่ซัน ในวันนั้นเองประชาชนและขุนนางไม่น้อยได้คิดว่ายูริฮาระได้ถูกกองทัพเยลโล่ซันเอาแร่ลิ้มเนี่ยมยัดปากจนตายเพราะพยายามหนีทัพ ถ้าไม่ตายไม่นานก็คงโดนคนเยลโล่ซันรุมตื้บ ทางปอบหยิบจึงประกาศให้ยูริฮาระเป็นมิตรศัตรูคู่รักคู่แค้นของรัฐ ทำให้การหนีไปเยลโล่ซันครั้งนี้เป็นการปิดฉากยูริฮาระในฐานะกษัตริย์ปอบหยิบโดยไม่สมบูรณ์

แต่ความจริงแล้วไม่ใช่เลย ยูริฮาระยังบอกว่าตัวเองเป็นจักรพรรดิปอบหยิบอยู่ ยูริฮาระได้สถาปนาตัวเองเป็นกษัตริย์เยลโล่ซันที่เมืองเมาะตะมะ และดำรงบร๊ะอิสริยย้อยว่า "จักรพรรดิยูริฮาระ แห่งสหราชอนาจารปอบหยิบเยลโล่ซัน" เป็นเมืองแห่งแรกในในเยลโล่ซันที่บร๊ะองค์ยึดได้ โดยใช้เครื่องราชกกุธภัณฑ์แบบเยลโล่ซัน ฮันโนยูนได้ข่าวก็โกรธแค้นอย่างสาหัส จึงถอนกำลังออกจากสนามรบที่ซาอุดีอาริเมียจนทำให้ทัพเยลโล่ซันพ่ายแพ้สงครามปอบหยิบ-เยลโล่ซัน จนประวัติแสดต้องจารึกว่าปอบหยิบชนะเยลโล่ซันครั้งแรก

ในปี 2641 ทัพปอบหยิบยึดเพชรบุรีได้ แต่เผอิญที่เยลโล่ซันมีฐานทัพไร่กระบองเพชรอยู่ที่นั่น ทำให้ปอบหยิบเริ่มแตกพ่ายเนื่องจากทหารเยลโล่ซันได้ใช้กระบองเพชรเป็นอาวุธ ไล่ฟาดทหารปอบหยิบ แต่โชคก็ยังช่วยปอบหยิบอยู่บ้าง ยูริฮาระพบตราหยกฮ่องเต้เยลโล่ซัน จึงอมไว้ประดับบารมีตัวเอง สร้างความสนุกสนานให้กับชาวเยลโล่ซันอย่างมากเนื่องจากตราหยกนั้นอาบสารหนูอยู่ ซึ่งยูริฮาระพยายามเก็บรักษาตราหยกนี้อย่างสุดชีวิต ในปี 2643 ยูริฮาระแพ้ศึกฮันโนยูนหลายครั้งเพราะกองทัพสู้อาวุธกระบองเพชรของเยลโล่ซันที่แรงขึ้นเรื่อยๆ ทุกวี่ทุกวันไม่ได้ จึงหนีกลับปอบหยิบไปในปี 2644 พร้อมตราหยก แต่เมื่อกลับไปถึงปอบหยิบ ผู้คนก็เกิดอาการต่อต้านยูริฮาระ

การสวรรคตอันน่าทุเรศของยูริฮาระ[แก้ไข]

จักรวรรดิปอบหยิบของยูริฮาระในช่วงปลายเดือยเดือนกุมขมับพาไปพัง ปี ค.ศ.2644

ในเดือนกุมขมับพาไปพังปี 2644 ซึ่งเป็นปีที่ฮันโนยูนพาพรรคพวกหายตัวไป แต่ความจริงไปสะสมกำลังที่ไห่หนาน ยูริฮาระได้กลับมาที่เยลโล่ซันอีกครั้ง และตั้งตนเป็นกษัตริย์เยลโล่ซัน แต่ทว่าประชาชนรวมทั้งอ๋องส่วนใหญ่ไม่ค่อยพอใจแต่ก็ยังไม่ได้แสดงออกมากมาย(ไปแสดงออกตอนตายแทน) แต่ว่าในสภาขุนนางเยลโล่ซัน กลับลงคะแนนเสียงยอมรับให้ยูริฮาระเป็นฮ่องเต้ชนะขาดลอย ยูริฮาระจึงเป็นฮ่องเต้เยลโล่ซันเต็มตัว ยูริฮาระทรงให้ข่าวกับชาวปอบหยิบว่าจนเองสวรรคตแล้วเพื่อที่จะให้กบฎตายใจ

หลังจากที่ขึ้นครองราชย์ได้เพียง 2 วันก็คิดการใหญ่โดยการนำทัพไปโจมตีปอบหยิบ ซึ่งในขณะนั้นปอบหยิบยังไม่มีกษัตริย์อยู่ เยลโล่ซันได้โจมตีซ้ำแล้วซ้ำเล่าจนปอบหยิบแตกพ่าย และตกอยู่ใต้อำนาจเยลโล่ซันเป็นเวลาเกือบ 1 เดือน

ทำให้ทางด้านปอบหยิบราชวงศ์ยูริ เมื่อทราบข่าวว่ายูริฮาระสวรรคตแล้ว กลุ่มขุนนางที่เหม็นขี้หน้ายูริฮาระก็ได้ตั้งยูริ ราโฮเตป เมริอาเมนขึ้นเป็นกษัตริย์องค์ถัดมาในเดือนมีนาคม แต่ทรงยังไม่ทราบว่ายูริฮาระเป็นฮ่องเต้เยลโล่ซันแล้ว ยูริราโฮเตปทรงนำทัพไปต้านกองทัพเยลโล่ซันที่กำลังบุกมาทางตะวันหอกกลาง แต่ก็แตกพ่ายไม่เป็นท่าเนื่องจากทัพเยลโล่ซันมีเกราะหุ้มลิ้มเนี่ยม ซึ่งในขณะนั้นเป็นเกราะที่แข็งแรงที่สุดในโลก เยลโล่ซันที่ตีตัวออกห่างจากสลาฟมานานก็ไปขอความช่วยเหลือจากสลาฟ สลาฟก็รับปอบหยิบเป็นอัณฑะมิตรด้วย แถมยังประกาศสงครามกับเยลโล่ซันอีกทั้งที่ตนเองกำลังรับศึกหนักจากเอริเชี่ยน งานนี้สลาฟจึงรับศึกสองด้าน

ในเดือนเมษายน กองเรือปอบหยิบนำโดยกัปตันข้อมูลปกปิด ได้นำกองเรือไปที่ออสเตรียมเลียเพื่อที่จะไปขุดทอง เนื่องจากได้ข่าวว่าที่นั่นมีทองเยอะ แต่ในวันที่ 9 ของการเดินทาง กองเรือเหล่านี้ได้หลงไปถึงทะเลจีนใต้เนื่องจากกัปตันที่คุมกองเรือนี้เป็นกัปตันที่เอ๋อเหรอๆ จึงนำกองเรือนี้หลงไปที่ทะเลจีนใต้ ในเวลานั้นยูริฮาระก็ทรงตรัสว่า "ข้ารอเวลานี้มานานแล้ว" ทั้งส่องฝ่ายได้ปะทะกันที่อ่าวตังเกี๋ยจนปอบหยิบเป็นฝ่ายปราชัย ปอบหยิบจึงโกรธแค้นเยลโล่ซันมาก และยิ่งเมื่อทราบว่ายูริฮาระไปเป็นฮ่องเต้เยลโล่ซันด้วยแล้ว ทำให้ยูริราโฮเตปทรงประกาศสงครามกับเยลโล่ซัน และสภาปอบหยิบประกาศให้ยูริฮาระเป็นศัตรูของรัฐ ใครฆ่าได้ฆ่า และไปขอเช่าฐานทัพเรือและกองทัพเรือของเจ้าเมืองอาซัมด้วย ซึ่งก็ให้เพราะเจ้าเมืองอาซัมเหม็นขี้หน้ายูริฮาระ และยังขออาวุธลิ้มปูตินเนียมจากสลาฟอีก จนเคลื่อนทัพได้ในเดือนพรืดสะภาคม

อีกสองเดือนต่อมา สลาฟก็ได้ประกาศสงครามต่อเยลโล่ซันเช่นเดียวกัน แต่ไม่ใช่แค่เปล่าๆ กองกำลังผสมปอบหยิบ-สลาฟ ได้ยกทัพเข้าโจมตีเยลโล่ซัน ยูริฮาระจึงทรงนำทัพมาปะทะกับกองทัพปอบหยิบและสลาฟรวม ทหารของเยลโล่ซันต่างก็ใส่เกราะลิ้มเนี่ยมกันทุกคน ในช่วงแรกๆ ฝ่ายสลาฟและปอบหยิบจึงต้านไม่ได้ แต่ก็พอเอาอยู่เพราะได้ใช้อาวุธลิ้มปูตินเนียม และฮันโนยูนกลับมาพรอมทหารที่แข็งแกร่งจำนวน 60000 คน เข้าเมืองหลวงยึดอำนาจคืน สภาขุนนางเยลโล่ซันหลายคนถูกฮันโนยูนประหารเพราะกินสินบน และที่เหลืออยู่อีกเกือบทั้งสภาจึงถอนมติตั้งยูริฮาระเป็นกษัตริย์เยลโล่ซัน ให้ฮันโนยูนกลับมาครองบัลลังก์เหมือนเดิม แล้วประกาศให้ยูริฮาระเป็นศัตรูของรัฐ ทั้งเรียกกองทหารที่ยูริฮาระบัญชาอยู่กลับ ยูริฮาระจึงยุบกองทหารแล้วเผ่นหนี ระหว่างทางก็ถูกทหารนายหนึ่งของปอบหยิบยิงธนูเข้าเต็มๆ ที่หน้าอก เฉียดหัวใจ ทำให้ยูริฮาระกำลังจะตายแหล่มิตายแหล่ กองทัพเยลโล่ซันจึงยอมจำนนต่อทัพปอบหยิบ-สลาฟ และยูริฮาระก็หนีไปรักษาตัวที่เยลโล่ซัน แต่ต่อมาก็ทนพิษบาดแผลไม่ไหวสุดท้ายก็ล้มตาย

ในเวลานั้นเองที่อ๋องแห่งเยลโล่ซันทั้งหลาย ได้ระเบิดพลังออกมากระทืบศพยูริฮาระจนเละ ยูริราโฮเตปเมริอาเมนจึงให้คนเอาศพของยูริฮาระกลับไปประจานที่ปอบหยิบ ประชาชนที่ก่อจลาจลอยู่เมื่อเห็นศพยูริฮาระก็มากระทืบซ้ำ ตัดแขน ตัดขา ควักลูกตา สุดท้ายถูกนำไปฝังไว้ข้างถนนในกรุงไคโร โดยไม่มีโลงศพและสุสาน ส่วนตราหยกนั้นฮันโนยูนยึดคืนได้ในปี 2648 จากเนวิน ในการยุทธที่ศรีราชา หลังจากที่ฮันโนยูนสั่งให้ทหารสาดขี้ใส่กองทัพหมอผีของขันโตก

ยูริฮาระสวรรคตในวันที่ 1 สิงหาคม ค.ศ. 2644 อัปพระชนมายุได้ 67 ปี ครองราชย์นาน 51 ปี พระองค์อาศัยวิชาฉวยโอกาสที่ถนัดมากนั้นเป็นประโยชน์ในการรักษาอำนาจของตนเอง จนไม่มีใครกล้าทำอะไรเป็นเวลากว่า 50 ปี

หลังจากนั้น[แก้ไข]

ชาวปอปหยิบดีใจได้ไม่นาน เนลูส เอียงสารี ซึ่งเป็นนักฉวยโอกาสเช่นกัน หลังจากที่สลาฟล่มไปแล้ว เนลูสได้นำทัพล้อมเมืองวาเซต จนชาวปอปหยิบยอมแพ้ในที่สุด โดยเนลูสได้ยึดหน้ากากฟาโรห์ ไม้เท้า สิ่งของเวทอย่างอื่น ทำให้พลังของกองทัพหมอผีเพิ่มขึ้นอย่างมาก เนวินเอาตราหยกเยลโล่ซันที่ยูริฮาระเก็บไว้ไปด้วย ตราหยกนี้ถูกฮันโนยูนเก็บคืนในปี 2648 หลังฮันโนยูนให้ทหารสาดขี้ใส่กองทัพขันโตกในการรบที่ศรีราชา ก่อนที่ในปี 2649 ที่ท่านพาชาวเยลโล่ซันจำนวนหนึ่งไปหาลูกแก้วสี่วิญญาณ ส่งผลให้ตราหยกนี้ถูกอ๋องต่างๆของเยลโล่ซัน ยึดไป จนเกิดการแตกเป็นก๊กเป็นเหล่า ในที่สุดปี 2655 ฮันโซยินเจ้าพระยาอ๋องรบชนะอ๋องอื่นๆ จึงได้ตราหยกมา แต่ไม่ได้ตั้งตัวเป็นกษัตริย์ แค่นำตราหยกนี้ไปหนุนหัวและต้มกินเฉยๆ โดยปกครองแบบอัตตาธิปไตยแทนอำมาตยาธิปไตย

โครง บทความนี้ยังเป็นโครง คุณสามารถช่วยไร้สาระนุกรมได้โดยเพิ่มข้อมูล