นักศึกษาวิชารถถัง

จากไร้สาระนุกรมเสรี - อนึ่งบทความนี้ถูกแก้ไขได้โดยผู้ใช้ทั่วไป หากแป้กหรือเสื่อมประการใดทางเราไม่ขอรับผิดชอบใดๆทั้งสิ้น
(เปลี่ยนทางมาจาก รด)
Wikisplode.gif
สำหรับผู้ที่ ไร้อารมณ์ขันสิ้นดี เหล่าผู้เชี่ยวชาญที่วิกิพีเดียมีบทความ
ที่โคตรมีสาระที่ ที่นี่!

Cita3.pngคําขวัญประจําศูนย์ฝึกรักษาดินแดนแอนด์เอ็นเตอร์เทนเมนท์: เซ็นชื่อ ตัดผม กินขนม กลับบ้านCita4.png
                 — ท่านผู้นั้น กล่าวถึง นักศึกษาวิชารถถัง

Cita3.pngนิ่งเป็นหลับ ขยับเป็นแดก แยกเป็นหลง มึนงงทุกสถานการณ์Cita4.png
                 — ท่านผู้นั้น กล่าวถึง นักศึกษาวิชารถถัง

Cita3.pngระเบียบวินัยเป็นหลัก วิชาการเป็นรอง พิธีรีตองช่างหัวมันCita4.png
                 — ท่านผู้นั้น กล่าวถึง นักศึกษาวิชารถถัง

Cita3.pngน เหนื่อยหน่าย ศ เศร้าโศก ท ทนทุกข์ทรมานCita4.png
                 — ท่านผู้นั้น กล่าวถึง นักศึกษาวิชารถถัง

Cita3.pngตูวิ่งไม่ผ่าน...!!!Cita4.png
                 — ท่านผู้นำ ผู้พลาดโอกาสเพราะวิ่งได้อืดอาดมาก

Cita3.pngหมอบ..หมอบ.!!!Cita4.png
                 — ท่านผู้นำ ผู้ที่สามารถหมอบได้ภายในเวลา 0.0000000000000000000000000000000001 วินาที

Cita3.pngตูจบปี 3ที่เขาชนไก่เเล้วว !Cita4.png
                 — ท่านผู้นู้น

นักศึกษาวิชารถถัง หรือที่เรารู้จักกันดีในนาม รด.(เรียนแล้วแดก) นั่นเอง มีตั้งแต่นักศึกษาวิชารถถังชั้นปีที่ 1-5 แต่ส่วนใหญ่จะเรียนถึงแค่ชั้นปีที่ 3 เพราะจะได้ใช้ชีวิตอย่างสุขสบายโดยไม่ต้องถูกตราหน้าว่าหนีทหารเหมือนท่านผู้นั้น ซึ่งว่ากันว่า นศท.คนแรกของโลกคือ อด๊อล์ฟ ฮิตเตอร์ และคนแรกของไทยคือ ประหลาด พิบูลสงกรานต์

สารบัญ

ประวัติการจัดตั้ง[แก้ไข]

แต่เดิมนั้น ได้มีการจัดตั้งเป็นหน่วย ยุวชนทหาร ในช่วงยุค "เชื่อผู้นำ ชาติพ้นภัย" ตามแบบ ยุวชนซิสเลอร์ ของเยอรมัน (ฮิตเลอร์-จูเก้น) แต่ต่อมาก็ต้องล้มเลิกไปในช่วงหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 กว่าๆเนื่องจากขาดเงิน และอเมริเกย์บอกว่า เป็นพฤติกรรมของคอมมูนุส

แต่ต่อมา ก็ได้รับการจัดตั้งขึ้นใหม่ เนื่องจากท่านผู้นั้นเห็นว่าควรจะมี

ชุด[แก้ไข]

  • หมวกเบเล่-เห่ยชมัด หมวกแบบเกาหลีเหนือเท่กว่าเลย
  • เสื้อพับแขน-ทำไมไม่เอาเสื้อแขนสั้นเลยวะ
  • คอมแบก

การคัดเลือก[แก้ไข]

ภาพ:การแต่งกายที่ถูกระเบียบจัด
  1. เป็นเด็ก เกรียน,ติ่งหูหรือ กุลเกย์ที่มีสัญชาติเทย
  2. อายุไม่เกิน 22 ขวด ที่ได้รับอนุญาตจากท่านผู้นั้น
  3. ไม่พิการ หรือเป็นโรคร้าย
  4. หุ่นกำลังดี ไม่กินจุเกินไป ซึ่งจะยังผลให้เปลืองงบฯ หลวง และ งบฯ ลับ
  5. จบ ม.3 หรือเทียบเท่าขึ้นไป ไม่โง่เกินไป
  6. จำเป็นต้องมีสกิล ตบลูกวอลเล่ขั้นสูงพอ{(สตรีเหล็ก)ไม่จำเป็นต้องผู้หญิงอย่างเดียวกระเทยที่มีสกิลนี้สามารถเข้าได้}
  7. มีความสามรถในการ วิดพื้น ซิทอัพและ วิ่งราว
  8. เป็นคนขายปลา{ (แทงปลาไหล)(แถกปลาหมอ)}
  9. เป็นผู้มีสกิล ลดความกำหนัดสูงเพราะตอนเข้าค่ายความกำหนัดมุันพุ่ง

เด็กปี 1-3[แก้ไข]

นักศึกษาวิชารถถังชั้นปีที่1-3คือประชากรส่วนใหญ่ของนักศึกษาวิชารถถังทั้งหมด โดยส่วนใหญ่มีความมุ่งหมายเพื่อการหนีเกณฑ์ทหารด้วยการเป็นทหาร เพราะมองว่า

1. เมื่อนับจำนวนชั่วโมงที่ต้องเป็นทหารด้วยการเรียน รด. แล้ว ถือว่าน้อยกว่าพวกทหารเกณฑ์มาก

2. การฝึกทหารเกณฑ์ค่อนข้างจะหนักหนาเอาการ 2-3 เดือน ทีคุณจึงจะมีโอกาสกลับบ้านได้ทีนึง ทั้งยัง ฝึกหนัก ลงโทษหนัก และมีสิทธิ์โดนเกณฑ์ไปรบจริงๆ, ขณะที่ รด. จะเรียนเพียง 4 ชั่วโมงต่อครั้ง และภาคสนามซึ่งไปเพียงครั้งเดียวในช่วงปี 2-5 ไปอย่างมากก็ 3-7 วัน

3. แถมเมื่อจบออกมาแล้วก็มีชั้นยศที่สูงกว่าการเป็นทหารเกณฑ์อีกด้วย ยอดใช่ไหมหล่ะ

แต่อย่างไรก็ตาม ขอให้อ่านในหัวข้อ "หลังจบหลักสูตรชั้นปีที่3" ข้างล่างนี้ก่อนนะครับ

ความมุ่งหมายของหลักสูตร[แก้ไข]

สำหรับหลักสูตรชั้นปี 1 นั้น จะเน้นไปที่บุคคลท่ามือเปล่า ให้สามารถทำความเคารพผู้บังคับบังชา, ผู้ใหญ่ และ ท่านผู้นั้นได้

ชั้นปีที่ 2 มีความมุ่งหมายอยู่ที่ ให้นักศึกษาฯสามารถใช้อาวุธพื้นฐานเป็น โผได้ แทงปลาไหลคล่อง

ชั้นปีที่ 3 มีความมุ่งหมายให้นักศึกษาสามารถเป็นผู้บังคับหมู่ทำการรบได้

หลังจบหลักสูตรชั้นปีที่ 3[แก้ไข]

หลังจากจบปี 3 แล้ว นักศึกษาฯ สามารถไปขึ้นทะเบียนนำปลดได้ แต่ทว่า หลายคนมักจะเข้าใจว่าตัวเองพ้นภาระจากการเป็นทหารแล้ว แต่ความจริงนั้น ไม่ใช่

คุณได้รับการขึ้นทะเบียนให้เป็น กำลังหนุนประเภทที่1 ซึ่งหมายความว่า ถ้ามีการเรียกพล หรือ ระดมพล คุณต้องไปรายงานตัว มิเช่นนั้น คุณจะต้องติดคุกตามประมวลกฏหมายคนขับรถถัง

คุณจะต้องเป็นทหารกำลังสำรองไปจนกว่าคุณจะอายุ 46 ขวด ถึงจะพ้นภาระทางทหาร

กฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการหนีทหาร: ยาราไนก้าบัญญัติธรรมนูญศาลทหาร[แก้ไข]

มาตรา ๑๖ บุคคลที่อยู่ในอำนาจศาลทหาร คือ

(๑) นายทเหอ่สัญญาบัตรประจำการ
(๒) นายทเหอ่สัญญาบัตรนอกประจำการ เฉพาะเมื่อกระทำผิดต่อคำสั่งหรือข้อบังคับตามประมวลกฎหมายอาญาทหาร
(๓) นายทเหอ่ประทวนและพลทหารกองประจำการหรือประจำการ หรือ บุคคลที่รับราชการทหาร ตามกฎหมายว่าด้วยการรับราชการทหาร
(๔) นักเรียนทเหอ่ตามที่กระทรวงกลาโหมกำหนด
(๕) ทหารกองเกินที่ถูกเข้ากองประจำการ ซึ่งเจ้าหน้าที่ฝ่ายทหารได้รับตัวไว้เพื่อให้เข้ารับราชการประจำอยู่ในหน่วยทหาร
(๖) พลเรือนที่สังกัดอยู่ในราชการทหาร เมื่อกระทำผิดในหน้าที่ราชการทหาร หรือกระทำผิดอย่างอื่นเฉพาะใน หรือ บริเวณอาคารที่ตั้งหน่วยทหาร ที่พักร้อน พักแรม เรือ อากาศยานหรือยานพาหนะใด ๆ ในความควบคุมของเจ้าหน้าที่ฝ่ายทหาร
(๗) บุคคลซึ่งต้องขังหรืออยู่ในความควบคุมของเจ้าหน้าที่ฝ่ายทหารโดยชอบด้วยกฎหมาย
(๘) เชลยศึกหรือชนชาติศัตรู ซึ่งอยู่ในความควบคุมของเจ้าหน้าที่ฝ่ายทหาร

มาตรา ๓๐ ผู้ใดเป็นทหารและมันขัดขืนหรือละเลยมิกระทำตามคำสั่งอย่างใด ๆ ท่านว่ามันมีความผิด ต้องระวางโทษตามสมควรแก่เหตุ ดังจะว่าต่อไปนี้คือ

(๑) ถ้ามันได้กระทำความผิดนั้นต่อหน้าราชครู ท่านให้ลงอาญามันเป็นสามสถาน คือสถานหนึ่งให้ประหารชีวิตเสีย สถานหนึ่งให้จำคุกจนตลอดชีวิต สถานหนึ่งให้จำคุกตั้งแต่สามปีขึ้นไปจนถึงยี่สิบปี
(๒) ถ้ามันมิได้กระทำความผิดนั้นต่อหน้าราชครู แต่ได้กระทำในเวลาสงครามหรือในเขตซึ่งอยู่ในอำนาจกฎอัยการศึก ท่านให้ลงอาญาจำคุกมันตั้งแต่ีปีหนึ่งขึ้นไปจนถึงยี่สิบปี
(๓) ถ้ามันได้กระทำความผิดนั้นในเวลาหรือที่อื่นนอกจากที่ว่ามาแล้ว ท่านให้ลงอาญาจำคุกมันไม่เกินกว่าห้าปี

มาตรา ๓๒ ผู้ใดเป็นทหารและมันขัดขืนหรือละเลยมิกระทำตามข้อบังคับอย่างใด ๆ ท่านว่ามันมีความผิด ต้องระวางโทษตามสมควรแก่เหตุ ดังจะว่าต่อไปนี้คือ

(๑) ถ้ามันได้กระทำความผิดนั้นต่อหน้าราชครู จะจับไปขังกับอาเบะในห้องนํ้าชายตั้งแต่ปีหนึ่งขึ้นไปจนถึงสิบปี
(๒) ถ้ามันมิได้กระทำความผิดนั้นต่อหน้าราชครู แต่ได้กระทำในเวลาสงครามหรือในเขตซึ่งอยู่ในอำนาจกฎอัยการศึกไซร้ ท่านให้ลงอาญาจำคุกมันตั้งแต่สามเดือนขึ้นไปจนถึงห้าปี
(๓) ถ้ามันได้กระทำความผิดนั้นในเวลาหรือที่อื่นนอกจากที่ว่ามาแล้วท่านให้ลงอาญาจำคุกมันไม่เกินกว่าสามปี

เรื่องน่ารู้เกี่ยวกับ ชั้น 1-3[แก้ไข]

  • รด หญิง กับหมา สวยเสมอในค่ายฝึกภาคสนาม
  • มุดเต๊นท์ คือการเข้านอน (แต่ได้หลับหรือปล่าวอีกเรื่อง)
  • เคยมีนักศึกษาฯโดนผีหลอกทั้งกองพันที่เขาชนไก่ โดยเขาได้พบกับบรรพบุรุษทหารไทยทั้งกองพันเช่นกัน
  • การโดนผีหลอก เป็นเรื่องปกติในเขาชนไก่ คุณสามารถพบได้ทั้งผีไทยและพม่า
  • เขาชนไก่ เป็นสนามฝึกที่มีร้านค้าคอยอำนวยความสะดวยครบครัน คุณสามารถหาซื้อน้ำกินได้แม้จะเป็นสนามฝึกในป่า
  • ห้องน้ำที่เขาชนไก่ มีกลิ่นเหมือนอ้อยเน่า
  • หน้าที่ของชุดฝึกภาคสนามชุดแรกคือ ถางหญ้า จัดสนามฝึก
  • หน้าที่ของชุดฝึกภาคสนามชุดสุดท้ายคือ เก็บอุปกรณ์คืนคลัง
  • อย่าตกใจถ้าเจอระเบิด หรือหัวกระสุนปืนใหญ่ ที่เขาชนไก่ เพราะโดนท่านผู้นั้นคอรัปชั่นดินปืนไปหมดแล้ว (เอาจริงๆ ที่นี่เป็นสถานที่ฝึกของทหารประจำการด้วยนะจ๊ะ)
  • ติ่งหูที่มาเรียน รด. ส่วนมากตั้งใจจะเรียนต่อพยาบาลทหาร-ตำรวจ เพราะเขามีคะแนนพิเศษให้
  • หลักสูตรของ รด. หญิง เน้นไปที่การรักษาพยาบาลภาคสนามจ๊ะ (ได้ยินมาว่าอย่างนั้น จากน้องนางฟ้า รด)
  • การเรียน รด สามารถนำไปใช้ขอคะแนนพิเศษเวลาสอบเข้าโรงเรียนทหาร-ตำรวจ หรือสอบเข้ารับราชการทหารได้จ๊ะ
  • กลิ่น em ball ที่ นศท.ต้องปั้นใน พศ.2554 กลิ่นเหมือนนมเปรี้ยว

เด็กปี 4-5[แก้ไข]

นักศึกษาวิชารถถังชั้นปีที่ 4-5 คือเหล่าผู้มีความเกรียน และ นู้บสูง และผ่านการศึกษาในหลักสูตรชั้นปี 3 มาแล้ว แต่ยังมีความรู้สึกกระหายสงคราม อยากลุยต่อ ซึ่ง ในระดับนี้ มีเป็นทั้งในหลักสูตรของ กองทัพบก และ กองทัพเรือ ซึ่งต่างจากชั้นปี 1-3 ซึ่งเปิดเฉพาะกองทัพบก

ความมุ่งหมายของหลักสูตรคือ ให้สามารถเป็นรองผู้บังคับหมวด และผู้บังคับหมวดได้

นักศึกษาวิชารถถังชั้นปีที่ 4 และ 5 ในส่วนของกองทัพบก[แก้ไข]

เปิดรับ ปีละ 9 กองร้อย โดยแบ่งเป็น ทหารราบ 5 กองร้อย, ทหารม้า 2 กองร้อย ทหารปืนใหญ่ 2 กองร้อย

ซึ่งในทุกๆปีนั้น กองพันทหารราบส่วนใหญ่จะเป็นนักศึกษารัฐศาสตร์ รามคำแหง เนื่องจากได้คะแนนพิเศษเวลาสอบนายอำเภอ

ส่วนกองพันทหารม้า และ ปืนใหญ่นั้น ส่วนใหญ่จะเป็นเด็ก ปวส จากสถาบันต่างๆ และ นักศึกษาจาก 3 พระจอมเกล้าฯ เพราะ 2 เหล่านี้ต้องการความสามารถทางวิศวกรนค่อนข้างสูง

การฝึกภาคสนามของนักศึกษาวิชารถถังชั้นปีที่ 4และ 5 ในส่วนของกองทัพบก[แก้ไข]

ทำการฝึกที่เขาชนไก่ โดยจะเป็นการฝึกให้นักศึกษาตั้งกองพันเข้ารบ ห้ำหั่นกันเอง ได้ยินมาว่าสนุกมาก

นอกจากนี้จะยังมีหน่วยจราชน "สกายแลป" เข้ามาขโมยปืนในเวลากลางคืนอีกต่างหาก ซึ่งถ้าปืนใครหาย ซวยทั้งกองพัน สมาชิกในหน่วยสกายแลปนั้น เป็นได้ตั้งแต่เพื่อนนักศึกษาฯไปจนถึงครูฝึก

นอกจากนี้ยังมีการฝึก ดิ่งหน้าผา รับอาหารจากเฮลิคอปเตอร์ ซึ่งจะมีครูฝึกคอยช่วยแย่งอาหารกิน (อ้าว) ถ้าครูฝึกแย่งอาหารไปได้ก็ อดกิน (ซวยไป)

นักศึกษาวิชารถถังชั้นปีที่ 4 และ 5 ในส่วนของกองทัพเรือ[แก้ไข]

เปิดรับเพียงปีละ 90 กว่านายเท่านั้น และรับเฉพาะผู้ที่ขึ้นทะเบียนทหารในเขตทหารเรือเท่านั้นด้วย พื้นที่อื่น หมดสิทธิ์

นักศึกษาวิชารถถังชั้นปีที่ 4 ในส่วนของกองทัพเรือ[แก้ไข]

ในชั้นปีนี้จะยังไม่มีการแบ่งพรรคเหล่าเหมือนกองทัพบกแต่อย่างใด

สิ่งที่สอนในระดับนี้ก็คือ

  1. ธรรมเนียมทหารเรือ
  2. การอ่านสัญญาณธง และ ทัศนสัญญาณต่างๆ
  3. การผูกเงื่อนในแบบทหารเรือ
  4. การแบ่งการจัดกำลังในกองทัพเรือ
  5. หน้าที่ของทหารเรือเหล่าต่างๆ

ฯลฯ

การฝึกภาคสนามนักศึกษาวิชารถถังชั้นปีที่ 4 ในส่วนของกองทัพเรือ[แก้ไข]

สำหรับนักศึกษาชั้นปี 4 จะได้รับการฝึกศึกษาในฐานทัพเรือสัตหีบ ซึ่ง ลมเย็นสบายกว่าเขาชนไก่ของกองทัพบก แถมได้บอกลา "แกงมะเขือไร่ ไก่2ตัว" อีกด้วย ขอบอกว่า อาหารของทหารเรืออร่อยมาก

แต่การฝึกนั้น เข้มข้นนะครับ ไม่ได้ปวกเปียก เราเน้น กินดี ฝึกหนักครับ

นักศึกษาวิชารถถังชั้นปีที่ 5 ในส่วนของกองทัพเรือ[แก้ไข]

ในระดับชั้นปีที่ 5 จะมีการแบ่งเหล่าเกิดขึ้นโดย ครึ่งหนึ่งจะไปอยู่ฝ่ายเดินเรือ อีกครึ่งหนึ่งจะไปอยู่นาวิกโยธิน หรือ หน่วยต่อสู้อากาศยานและรักษาฝั่ง ซึ่งจะรับปีเว้นปี สลับกันไป แต่นักศึกษาไม่มีสิทธิ์เลือก

การฝึกภาคสนามนักศึกษาวิชารถถังชั้นปีที่ 5 ในส่วนของกองทัพเรือ[แก้ไข]

ในชั้นปีที่ 5 จะแยกกันไปฝึกตามพรรคเหล่าของตนเอง โดย

พรรคนาวิน ฝ่ายเดินเรือ[แก้ไข]

ทำการฝึกศึกษาอยู่ในกองเรือยุทธการ ฐานทัพเรือสัตหีบ โดยการฝึกจะแบ่งออกเป็น 2 ภาค คือ ภาคที่ตั้ง และ ภาคทะเล

ในภาคที่ตั้ง นักศึกษาจะได้เรียนเกี่ยวกับ

  1. ยุทธศาสตร์กองทัพเรือ
  2. การจัดกำลังของกองทัพเรือ
  3. ทัศนสัญญาณ
  4. ธรรมเนียมทหารเรือ
  5. การดับเพลิง และการควบคุมความเสียหายในเรือ ทั้งภาคทฤษฐี และ ปฏิบัติ ซึ่งขอบอกว่า สนุกมากๆ
  6. การอ่านแผนที่เดินเรือ การวางเส้นทางการเดินเรือ และการหาพิกัดของเรือ
  7. การยังชีพในทะเล โดยมนุษย์กบตัวจริงเสียงจริง

เป็นต้น

ในภาคทะเล เป็นการออกเดินเรือจริง ซึ่งหลักสูตรจะขึ้นอยู่กับว่า ผู้บังคับการเรือลำนั้นจะสอนอะไรให้ แต่สิ่งที่นักศึกษาฯสามารถเรียนรู้ได้จากพลประจำเรือคือการตกหมึก (ไดหมึก)บนเรือรบ ขอบอกว่า หมึกตกสดๆ ราดมะนาว แซบอย่าบอกใคร

พรรคนาวิกโยธิน[แก้ไข]

ทำการฝึกที่ หน่วยบัญชาการนาวิกโยธิน (นย.) ฐานทัพเรือสัตหีบ ซึ่งเร้าใจมากๆดั่งคำขวัญที่ว่า "เป็น นย.(นาวิกโยธิน)สักครั้งไซร้ จะฝังฤทัยจนวายปราน" ซึ่งเป็นการฝึกการรบในแบบนาวิกโยธิน และแบบทดสอบ "ปัญหา 72 ชั่วโมง" ซึ่งจะมีปัญหาเข้ามาให้ท้าทายเรื่อยๆ

งานนี้ได้ยินมาว่า มีกระสุนเท่าไร สอยมันให้หมด ไม่ใช่ HK ห่วยๆอย่างของกองทัพบกนะครับ ปืนกลหนัก ครับท่าน Heavy Machine Gun หน่ะ รู้จักไหม

พรรคนาวิน ฝ่ายต่อสู้อากาศยานรักษาฝั่ง[แก้ไข]

ทำการฝึกที่ หน่วยบัญชาการต่อสู้อากาศยานและรักษาฝั่ง (สอ.รฝ.) ฐานทัพเรือสัตหีบ ซึ่ง เร้าใจไม่แพ้การฝึกนาวิกโยธินเลย เพราะ ทั้ง 2 หน่วยนี้ เป็นคู่ปรับกันโดยกำเนิด โดย

นย. กล่าวว่า " นย.ถึงฝั่งพลัน เหตุคับขันจักคลี่คลาย"

แต่ สอ.รฝ.กล่าวว่า " สอ. ถึงฝั่งพลัน เหตุคับขันจักบานปลาย"

หลักสูตรนายทเหอ่ใหม่แห่งกองทัพเล้า[แก้ไข]

เรียกกันเล่นๆว่า รอดอ ปี 6 เป็นหลักสูตรเพื่อเตรียมความพร้อมให้นักศึกษาวิชาทเหอ่ ก่อนเข้าประดับยศเป็น "ว่าที่เล้าตีแห่งกองทัพเล้า"

โดยจะสอนเกี่ยวกับ

  1. การใช้กะหรี่ และ ควยพก
  2. กฏหมู่ทางทเหอ่

อ# ดูตูดตามหน่วยต่างๆ เป็นต้นไทร

วงรอบการเรียกพลของกองทัพเรือ[แก้ไข]

จะมีการเรียกพลเพื่อฝึกทุกๆปี โดยจะมีการสลับสับเปลี่ยนกันไปปีละเหล่า โดยในปี 2550 เป็นวาระของพรรคนาวิกโยธิน 2551 เป็นวาระของพรรคนาวิน ฝ่ายเดินเรือ และปีหน้า 2552 เป็นวาระของพรรคนาวิน ฝ่ายสู้อากาศยานรักษาฝั่ง และปีถัดไป (2553)จึงเวียนกลับมาเป็นวาระของพรรคนาวิกโยธินอีกครั้ง

อย่างไรก็ตาม ได้ยินมาว่ามีผู้ต้องการเข้าร่วมการเรียกพลเป็นจำนวนมากจนถึงกับต้องมีการจองคิวเพื่อเข้าฝึกกันเลยทีเดียว

เรื่องน่ารู้เกี่ยวกับ ชั้น 4 และ 5[แก้ไข]

  • นักศึกษาชั้นปีที่ 4 และ 5 จะเรียกนักศึกษาชั้นปีที่ 1-3 ว่า "ชั้นต่ำ" และเรียกตัวเองว่า "ชั้นสูง" เพราะมองว่าตัวเองมีความบ้าเลือดกระหายสงครามสูงกว่า
  • พวกหัวสูง ปี 4 และ 5 เปิดสอนเพียงแค่ที่ กทม เท่านั้น และ เรียนวันอาทิตย์ตอนบ่าย เพื่อที่จะได้ไม่ตีกับน้องๆชั้น1-3
    • ความจริงต่างจังหวัดก็มี แต่เรียนน้อยหน่อยไม่เท่าส่วนกลาง
    • รุ่นที่ 57 เป็นรุ่นที่ทำสถิติ (ล่าสุดของศูนย์ฝึกส่วนกลาง ปี 2551) มีคนเรียนเยอะมากที่สุดถึง 9 กองร้อย
      • เป็นเหล่าทหารราบ 5 กองร้อย ทหารม้า 1 กองร้อย ทหารปืนใหญ่ 1 กองร้อย ทหารช่าง 1 กองร้อย และ ทหารสื่อสาร 1 กองร้อย
    • อานิสงส์จากการเรียนวันอาทิตย์ คือ ถ้ามาเช้าๆ ท่านอาจจะได้ส่องสาวสวยที่มาเรียนตอนเช้าได้ (ซึ่งมีน้อยประดุจแรร์ไอเท็ม แต่ที่สวยก็สวยดุจนางฟ้า)
      • ได้ข่าวว่าปี 1/2552 หญิงมีการพัฒนาหน้าตาขึ้นมาเล็กน้อย แต่จำนานคนเรียนลดลง (ปี 2552 เป็นปีแรกที่จำกัดจำนวนผู้หญิงที่เรียน)
  • ชั้นปี 4 และ 5 ไม่มีถูกลงโทษอย่างไร้เหตุผลอย่างที่น้องๆชั้น1-3 โดนนะจ๊ะ โดยมีเหตุผล 2 ข้อ คือ ปัญญาชนกันแล้ว และ เป็นรุ่นพี่ต้องเป็นตัวอย่างให้น้อง
    • แต่ไม่ต้องตกใจปี ถ้าท่านได้ไปภาคสนามปี 4 จะโดนยิ่งกว่าปี 1-3 ซะอีก (กะเอาตายไปข้างหนึ่ง)
  • ตัวเลขที่น่าผวาดผวาที่สุดในชีวิตนักศึกษาวิชารถถัง คือ 41 (เลขกองพันปกครองที่เขาชนไก่ ซึ่งเป็นที่ร่ำลือกันมาตั้งแต่รุ่นพ่อ)
    • และที่นั่นเองเป็นที่ๆ พวกปี 4 จะถูกเอาคืนยิ่งกว่าปี 1-3 อย่างสะใจลุงต้อย (หมวกแดง) นักแล
  • นักศึกษาชั้นปี 4-5 ไม่ต้องเสียเงินค่าตำรา และไว้ผมรองทรงได้ แต่ห้ามไปตัดผมที่โรงเรียนรักษาดินแดนเพราะพลตัดผมตัดเป็นอยู่ทรงเดียว
    • ตำราปี 4-5 ของนักศึกษาวิชารถถัง รุ่น 57 (ปี 5/2552) เป็นแรร์ไอเทม (เรียนไปเดือนกว่าๆ เพิ่งจะได้)
    • ช่างตัดผมที่โรงเรียนรักษาดินแดนมีอำนาจสูงสุด เราไม่สามารถต่อรองทรงผมใดๆ ได้ทั้งสิ้น (ขอยังไงชั้นก็ตัดเกรียน/รองทรงสูงโลด ตามแต่ละชั้นปี)
  • กุลเกย์ก็เรียนชั้นปีนี้
    • จุดประสงค์ในการเรียนของพวกเขา (หรือพวกเธอดีล่ะ?) ยังคงเป็นข้อมูลปกปิด
  • สามารถสมัครเรียนหลักสูตรพลร่มได้ (เฉพาะปี 4 เท่านั้น) แต่ไม่ได้โดดร่มจากเครื่องบิน เขาใช้รถลากให้ลอยขึ้นไปแทน (น่าสนุกเนอะ)
    • หลักสูตรนี้เป็นหลักสูตรเดียวในโลก และเป็นหลักสูตรที่อันตรายที่สุดในโลก (ตายมาเยอะ) และ พวกนักเรียนเตรียมทเห่อก็มาโดดที่นี่ แต่ไม่มีสิทธิ์ติดเข็มโดดร่มนี้ด้วยนะ
  • ชั้นปี 5 สามารถแต่งชุดอ่อนสีเขียวขี้ม้า นอกเหนือจากชุดฝึกได้
    • คุณอาจได้เห็น กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ภารโรง แฝงตัวมาเรียนด้วย (ก็พี่แกเล่นไม่เข้ารูปชุดนี่นา ดูแล้วเหมือนมากๆ)
  • มีการทำแหวนรุ่นในหมู่นักศึกษาชั้น 5 ทุกปีครับ

ความสามารถในการรบ[แก้ไข]

  • จัดแถว (อย่างเดียวอะแหละ) ก็เรียนแค่เซ็นชื่อตัดผมซื้อขนมกลับบ้านจะไปทำอะไรได้

ควายสามารถอื่นๆ[แก้ไข]

  • แดกไม่เป็นเวลา (พักทีแดกที)

เวปที่เกี่ยวข้อง[แก้ไข]

  1. ศูนย์การกำลังสำรอก กินบนบก
  2. กองการกำลังพลสำรอก กินบนเรือ
  3. ทเห่อ

อื่นๆ[แก้ไข]