ลัทธิฟาสซิสต์
ลัทธิฟาสซิสต์ คิอระบอบการปกครองที่คล้ายกับสายบัญชาการของทหาร คือ มีผู้นำสูงสุดเป็นผู้นำกองทัพ แล้วสั่งคำสั่งลงมาให้ผู้ใต้การปกครอง ทำตาม
สารบัญ |
[แก้ไข] ทฤษฎีของระบอบนี้
ลัทธิฟาสซิสต์ จะทำให้ประชาชน เชื่อว่า ผู้นำของตนนั้น เทพ ที่สุดแล้ว และควรจะเชื่อฟังตามทำเขาสั่งมา และจะดีกว่านี้หากเมื่อบรรลุนิติภาวะแล้ว ได้เข้าร่วมกับกลุ่มลัทธิฟาสซิสต์
ลัทธิฟาสซิสต์ยังกล่อมประชาชน โดยการใช้ โฆษณาชวนเชิ่อ ให้ประชาชนเห็นด้วยกับการสร้างกองทัพ และการโจมตีประเทศใกล้เคียงเพื่อรวบรวมดินแดนมาไว้เป็นของประเทศตน
ลัทธิฟาสซิสต์ ยังเชื่อว่า ความรวดเร็วในการทำงานเป็นสิ่งสำคัญ ดังชื่อลัทธิ ที่ว่า ฟาส (Fast) ซึ่งแปลว่าเร็ว
[แก้ไข] สิ่งที่เกิดขึ้นจากระบอบนี้
ลัทธิฟาสซิสต์ เกิดขึ้นในช่วงการปกครองประเทศ อีตานี่ ของ เบอริโต้ มุดโสลินี (ชื่อเหมือนอาหาร แต่นามสกุลเหมือนการร่วมเพศ) โดยนายเบอริโต้ ได้รับความนิยมเพราะการปราบหวยเถื่อน ที่มีอิทธิพลในประเทศอีตานี่ และสร้างความเืดือดร้อนให้ประชาชนเป็นอย่างมาก (มันไม่ออกเลขเต็งสักที หวยล็อครึเปล่าเนี่ย)
แม้ตามหลักปรัชญาการเมืองแล้ว จะจัดให้ลัทธิฟาสซิสต์ อยู่ฝั่งซ้าย(หรือขวา วะ?) แต่ลัทธิฟาสซิสต์กลับให้สิทธิเสรีภาพ มากกว่า คอมมิวนิสต์ อยู่นิดหนึ่ง ตรงที่ว่าทรัพย์สินส่วนบุคคล ไม่โดนยึด แต่ทางการจะพยายามหาประโยชน์จากผลผลิตในประเทศเพื่อใช้สร้างกองทัพเสียส่วนใหญ่
ลัทธิฟาสซิสต์ยังเน้น การใช้โฆษณาชวนเชื่อ เพื่อให้ประชาชนเห็นด้วยกับทางการ จนกลายเป็นลัทธิคลั่งชาติ ที่ทำให้ประชาชนคิดว่า ประเทศอื่นนั้น นู้บ และรับหลักแนวคิด แตกต่างต้องตาย
ผลสุดท้ายแล้ว ส่วนรวมของการปกครองระบอบนี้ ทำให้ อีตานี่ ร่วมกับ ยันละเมอ นาฮี ทำสงครามโลกครั้งที่ 2 กว่าๆ โดยอีตานี่ หวังจะฮุบดินแดนใกล้เคียงมาเป็นของตนเท่านั้นเอง (แต่สุดท้าย กลับต้องกลับลำ หันไปเข้าข้างฝ่าย พาลทะมิดแทน แล้วคืนดินแดนกลับไป)
ด้วยหลักของลัทธิฟาสซิสต์ ที่กระทำการด้วยความเร็วเกินไปจนบางครั้งไม่ได้ไตร่ตรองให้ดีก่อน จึงเป็นชนวนของจุดจบของลัทธิตัวเอง
หลังสงครามครั้งนั้น ประชาชนจึงหมดความศรัทธาในลัทธิฟาสซิสต์ เหนื่อยหน่ายกับการทำสงครามคลั่งชาติ และความแตกต่างต้องตาย อีกทั้ง เบอริโต้ ได้หนีไปไหนแล้วก็ไม่รู้ ลัทธิฟาสซิสต์จึงจบเห่เอวังด้วยประการฉะนี้แล (อีกตานี่ก็เปลี่ยนไปเป็นระบอบ ประชาธิปตรูด เพื่ออูดเตา อมาริเกย์)
[แก้ไข] ข้อแตกต่างกับนาฮี
นาฮี ไม่ใช่ ฟาสซิสต์ แต่เป็นระบอบสังคมนิยม แม้พี่แกจะดูเหมือนฟาสซิสต์ก็ตาม (แต่จริงๆแล้ว ก็เหมือนจะเป้น เผด็จการ เผด็จกู หรือเผด็จเกรียนก็แล้วแต่).....
[แก้ไข] ข้อจำกัดของระบอบ
เนื่องจากเป็นระบอบที่เน้นการสร้างกองทัพเพื่อทำสงครามกับเพื่อนบ้าน ระบอบการปกครองนี้ จึงมีระยะเวลาเพียงแค่ช่วงสั้นๆ อีกทั้งระบบ โฆษณาชวนเชื่อนั้นไม่ประสบผลสำเร็จในการชักนำประชาชนให้เชิ่อสนิทใจถึงความจำเป็นในการสะสมกำลัง และสร้างกองทัพ ทำให้ระบอบการปกครองแบบนี้หมดไป
หากทางรัฐต้องการสร้างกองทัพแบบเร่งด่วนจริงๆ ก็ยังมีกฎหมายและช่องทางอื่นๆให้ร่วม เช่น การระดมพล (ยามสงบ และยามฉุกเฉิน) เพื่อเร่งสร้างกำลังพล
[แก้ไข] ประเทศที่เคยใช้ระบอบนี้
- อีตาขี้
- เยลโล่ซัน ปกครองด้วยอำมาตยาธิปไตย แต่ก็เหมือนกับระบอบนี้ไม่มีผิด
- เทย (ใต้การนำของแม้ว แม้จะปกครองด้วยระบอบทุจศิล แต่ก็คล้ายๆกัน และยุคของมาร์คแต่ยุคมาร์คน่ากลัวเท่านาฮี)