ศาสนาฟรีเซอร์

จากไร้สาระนุกรมเสรี - อนึ่งบทความนี้ถูกแก้ไขได้โดยผู้ใช้ทั่วไป หากแป้กหรือเสื่อมประการใดทางเราไม่ขอรับผิดชอบใดๆทั้งสิ้น

ศาสนาฟรีเซอร์ (Freezaism) เป็นศาสนาที่กำเนิดขึ้นในปี ค.ศ.2592(นับเป็นปีฟรีซศักราช 1)โดยนับถือ มหาเมพฟรีเซอร์ เป็นบร๊ะเจ้าสูงสุด ความเชื่อทางศาสนาขัดกับศาสนาเบจิต้า

มหาเทพฟรีเซอร์
ราชาโคลบิดาของฟรีเซอร์และคูลเลอร์

สารบัญ

มหาเมพฟรีเซอร์[แก้ไข]

ประวัติส่วนบร๊ะองค์[แก้ไข]

มหาเมพฟรีเซอร์ (Lord freeza) ประสูติที่ดาวเคราะห์เน่าๆที่ชื่อ Tuyen(ตู้เย็น)ณ กวนเล๊งซี ทางตู้เย็น(Tuyenyway) โดยมีมหาเมพโคลด์(King Cold) เป็นบร๊ะบิดา ส่วนบร๊ะมารดาไม่ปรากฏชื่อ (แต่ในบางตำนาน เช่นตำนาน AF นั้น ได้กล่าวถึงบร๊ะมารดาขององค์มหาเทพ ว่าเป็นไคโอชินตะวันตก ซึ่งต่อมาก็ไป Yed กับ ส้น โกกู เนื่องจากประทับใจในความหล่อล่ำกล้ามโตของชาวไซหญ้า)


นอกจากนี้ ในนิกายคูลเลอร์ ซึ่งเป็นนิกายย่อยออกมาอีกนั้น ตามตำนานของนิกายนี้กล่าวว่า องค์มหาเมพฟรีเซอร์ยังมีบร๊ะเชษฐา(พี่ชาย)นามว่า คูลเลอร์(Cooler) อีกด้วย และในบางความเชื่อ ก็เชื่อว่าองค์มหาเมพมีบร๊ะบุตร นามว่า คูริซ่า(Kuriza)แต่ไม่ปรากฏนามบร๊ะมเหสี(แต่ในตำนานAF นั้นบร๊ะองค์นั้นมีบุตรชื่อว่า ไอซ์(Ice)ที่แปลว่า น้ำแข็ง)

การเผยแพร่บร๊ะศาสนา ณ ดาวเคราะห์เบจิต้า[แก้ไข]

หลังจากที่องค์มหาเมพเติบโตขึ้นมาเป็นหนุ่ม บร๊ะบิดาก็ได้มอบอาณาจักรเล็กๆให้องค์มหาเมพใช้ปกครองเล่นๆไปก่อน ซึ่งองค์มหาเมพก็ได้รวบรวมหมู่ดาวในจักรวาลเข้าเป็นปึกแผ่น และเข้าเผยแพร่บร๊ะศาสนาไปตามหมู่ดาวต่างๆ รวมถึงดาวเคราะห์ที่มีชื่อว่า ดาวเบจิต้า ด้วย

ในตอนแรก บรรดาชาวไซหญ้าแห่งดาวเคราะห์เบจิต้า ต่างซาบซึ้งในรสบร๊ะธรรมขององค์มหาเมพ ถึงกับมอบตัวเป็นสาวกแก่องค์มหาเมพ แต่ต่อมาองค์มหาเมพได้ทรงบร๊ะสุบิน(ฝัน)ว่า จะมีซาตานหัวสีทองถือกำเนิดขึ้นมาเพื่อทำลายบร๊ะศาสนา ประกอบกับองค์มหาเมพทรงเห็นว่าชาวไซหญ้าเริ่มไม่เชื่อฟังบร๊ะธรรมคำสอนของบร๊ะองค์ ดังนั้นองค์มหาเมพจึงทรงบร๊ะเมตตา ให้ชาวไซหญ้าสารภาพบาปเป็นจำนวนมาก และทรงกระทำสังคายนาดาวเคราะห์เบจิต้า จนสะอาดเกลี้ยงเกลาในที่สุด

อย่างไรก็ดี ยังคงเหลือชาวไซหญ้าอีก 3 คน นั่นคือ ราดิช นัปปะ เบจิต้า และอาจมีคนอื่นๆที่หลงหูหลงตาไปอีก องค์มหาเมพจึงได้นำทั้ง 3 คน มาเป็นเด็กล้างยานอวกาศ ถูกระจก และขัดรองเท้าให้บร๊ะองค์ ซึ่งเด็กที่ชื่อเบจิต้านั้น มีพลังในการถูกระจกมากกว่าใครๆ อีกทั้งยังพรวนดินในกระถางเก่งมาก จึงเป็นที่โปรดปรานขององค์มหาเมพ แต่ต่อมาเบจิต้าก็ได้ทรยศบร๊ะองค์ หันไปตั้งตัวเป็นมหาเมพขึ้นมาอีก โดยให้ชื่อศาสนาใหม่ว่า "ศาสนาเบจิต้า" ซึ่งสิ่งนี้ทำให้องค์มหาเมพฟรีเซอร์ทรงบร๊ะกริ้วเป็นอย่างมาก และได้มีการทำสงครามกันในเวลาต่อมา

ดังนั้น จึงอาจกล่าวได้ว่า มหาเมพฟรีเซอร์(Lord freeza) เป็นผู้ให้กำเนิด "ศาสนาเบจิต้า" โดยแท้จริง

การเผยแพร่บร๊ะศาสนา ณ ดาวนาแม็ก[แก้ไข]

ต่อมา องค์มหาเมพได้ทรงเดินทางไปยังดาวนาแม็ก จุดประสงค์เพื่อต้องการเผยแพร่บร๊ะศาสนา แต่ได้พบว่า ชาวนาแม็กซึ่งมีหน้าตาคล้ายหอยทากนั้น ได้นับถือบร๊ะผู้เฒ่าสูงสุดเป็นบร๊ะศาสดาอยู่ก่อนหน้านั้นแล้ว ซึ่งเรื่องนี้ทำให้องค์มหาเมพทรงบร๊ะกริ้ว เพราะทรงแลเห็นว่าบร๊ะผู้เฒ่าสูงสุดนั้นเป็นพวกพ่อมดหมอผี ชอบสร้างแต่เครื่องรางของขลังเป็นลูกบอลสีส้มๆมีดาว ให้ชาวนาแม็กขอหวยกันอย่างงมงาย องค์มหาเมพฟรีเซอร์ทรงทนไม่ได้ จึงทรงเผยแพร่พระธรรมคำสอนที่แท้จริงของบร๊ะองค์ จนชาวนาแม็กได้ชำระบาปกันเป็นทิวแถว

ระหว่างนี้ องค์มหาเมพฟรีเซอร์ ทรงรวบรวมเครื่องรางของขลังเอาไว้ในตู้เย็นที่บ้าน โดยหมายใจจะไม่ให้ชาวนาแม็กได้มีโอกาสขอหวยอีก แต่แล้วมหาเมพเบจิต้าซึ่งแต่เดิมเคยทรยศต่อบร๊ะองค์ก็ลักลอบเข้ามา ทำลายตู้เย็นจนแตกแล้วเอาเครื่องรางของขลังไปขว้างกระจกรถที่วิ่งตามท้องถนน เมื่อองค์มหาเมพทราบเรื่องก็ทรงบร๊ะกริ้ว(อีกแล้ว)เลยทรงตามไปสั่งสอนองค์มหาเมพเบจิต้า จนในที่สุดก็ทรงคิดว่าสอนองค์มหาเมพเบจิต้าได้สำเร็จ แต่ความจริงแล้วองค์มหาเมพเบจิต้าแกล้งทำเป็นเชื่อไปงั้นเอง ซึ่งเท่ากับว่าสิ่งที่บร๊ะองค์ทำลงไปนั้นสูญเปล่า

ยิ่งกว่านั้น องค์มหาเมพยังสัมผัสได้ว่า มีผู้ไม่หวังดีต่อบร๊ะองค์อีกมากมาย จึงทรงเดินทางไปเพื่อจะเผยแพร่บร๊ะธรรมคำสอนให้คนเหล่านั้นกลับใจ บร๊ะองค์ถึงกับลงทุนอวตารมาในร่างต่างๆ ถึง 3-4 ร่าง แต่คนเหล่านั้นก็ยังไม่เชื่อฟัง

บร๊ะองค์เห็นว่าเด็กหนุ่มชื่อ ส้น โกกู(Son Goku) เป็นผู้นำในการต่อต้านบร๊ะองค์ จึงทรงแสดงบร๊ะธรรมคำสั่งสอนให้มากเป็นพิเศษ แต่กลับกลายเป็นว่าเด็กหนุ่มคนนั้นคือซาตานจำแลงกายมา ซึ่งเป็นหนึ่งในชาวไซหญ้าที่ไม่ยอมชำระบาปกับบร๊ะองค์ เมื่อโดนองค์มหาเมพเทศนา ก็ระเบิดความโกรธออกมาเป็นมารที่ชั่วร้ายที่สุดในศาสนา นามว่า "ซุปผักใส่หญ้า"(Supuk Saiya)

องค์มหาเมพฟรีเซอร์ได้ทรงกระทำยุทธหัตถีกับมารซุปผักใส่หญ้าอย่างกล้าหาญ แม้ว่าจะแลกด้วยชีวิตของบร๊ะองค์ก็ตามที

สงครามยุทธหัถถี และการสวรรคตของบร๊ะองค์[แก้ไข]

แม้ว่า องค์มหาเมพจะทรงบร๊ะเก่งกาจซักเท่าไหร่ แต่แล้วในที่สุดก็เป็นไปตามชะตากรรมของจักรวาล นั่นคือบร๊ะองค์ไม่สามารถที่จะต่อต้านความชั่วร้ายของมารหัวทองซุปผักใส่หญ้าได้ ในที่สุดบร๊ะองค์ได้ขว้างธรรมจักรใส่มารซุปผักใส่หญ้า แต่ธรรมจักรนั้นลอยกลับมาฟาดบร๊ะองค์จนเกรียนแตกหมดสภาพในที่สุด

ซึ่งแม้ว่าจะทรงบาดเจ็บหนัก มหาเมพก็ยังทรงพูดเตือนสติมารหัวทองเป็นครั้งสุดท้ายว่า "ช่วยกูด้วย" ก่อนที่บร๊ะองค์จะทรงสิ้นพระทัย

สำหรับฟรีซาสนิกชนที่เคร่งครัด จะถือว่าองค์มหาเมพได้ทรงสิ้นไปแล้วในเหตุการณ์นี้ และจะไม่เชื่อตำนานเล่าขานที่ว่า องค์มหาเมพได้กลับมาอีกครั้งในรูปของไซบ๊อง หรือหุ่นกระแป๋ง พร้อมด้วยบร๊ะราชาโคลด์(King Cold) ผู้เป็นบร๊ะบิดาของบร๊ะองค์ และได้เดินทางมุ่งตรงมายังโลกมนุษย์เพื่อเผยแพร่บร๊ะธรรมคำสอนอีกครั้ง แต่กลับถูกมารหัวทองซึ่งเป็นบุตรแห่งมหาเมพเบจิต้า นามว่า "เมพทรังค์"(lnw Trunk) ตามภาษาของศาสนาเบจิต้า ใช้ดาบหั่นองค์มหาเมพฟรีเซอร์และบร๊ะบิดา จนกลายเป็นโบโลน่าหมูพริกไปในที่สุด

ข้อมูลส่วนบร๊ะองค์ของท่านมหาเมพ[แก้ไข]

ทรงรักไม้ป่าเดียวกัน[แก้ไข]

เนื่องจากไม่ปรากฏในตำนานว่า องค์มหาเมพทรงมีบร๊ะชายาหรือไม่ นอกจากนี้เมื่อทุกคนได้ยลน้ำเสียงอันโฉมเฉลาเพราะพริ้งของบร๊ะองค์แล้ว ก็เกิดข้อกังขาขึ้นว่า องค์มหาเมพนั้นเป็นเพศใดกันแน่ ยิ่งกว่านั้นสีประจำบร๊ะองค์ยังเป็นสีม่วงอมชมพู ก็ยิ่งสื่อถึงรสนิยมของบร๊ะองค์มากขึ้น

ตามตำนานนั้น องค์มหาเมพทรงมีบร๊ะขี้ข้าคนสนิทอยู่ 2 คน คือโดโดเลีย(Dodoria)และซาบอน(Zarbon) โดยเฉพาะซาบอนซึ่งหน้าหวานใสหัวใจกุลเกย์อยู่นั้น เป็นที่ถูกใจของบร๊ะองค์ยิ่งนัก และสาเหตุที่บร๊ะองค์เผลอ จนทำให้มหาเมพเบจิต้าแอบย่องเข้ามาขโมยเครื่องรางของขลังนั้น ก็เป็นเพราะตอนนั้นบร๊ะองค์กำลังสนทนาธรรมกับซาบอนอย่างถึงพริกถึงขิงอยู่นั่นเอง

ปางที่2ของซาบอน

โดโดเลีย สมุนมือซ้าย-ขวาคนสนิทของฟรีสเซอร์ ปรากฏตัวครั้งแรกบนดาวนาเม็ก มีนิสัยใจคอโหดเหี้ยม ใจร้อน ชอบฆ่าคนเป็นชีวิตจิตใจ และค่อนข้างมั่นใจในความเก่งกาจของตัวเอง

ซาบอน สมุนมือซ้าย-ขวาคนสนิทของฟรีสเซอร์ เป็นหนุ่มหล่อเจ้าสำอางค์ นิสัยใจคอโหดร้ายไม่ต่างจากโดโดเรีย แต่มีพลังฝีมือและความสุขุมเยือกเย็นมากกว่า ปางที่2ของซาบอน กลายเป็นปีศาจอ้วนหน้าตาน่าเกลียด (จึงทำให้ซาบอนไม่ค่อยชอบนักที่จะเปลี่ยนเป็นร่างนี้)

2นักบวชมือซ้าย-ขวาของมหาเมพฟรีเซอร์

ปางอวตารต่างๆของท่านมหาเมพฟรีเซอร์[แก้ไข]

มหาเมพฟรีเซอร์ได้ชื่อว่ามีปางอวตารมากมาย ซึ่งบร๊ะองค์ก็ได้อวตารมาในรูปแบบต่างๆ เพื่อให้เหมาะแก่การแสดงบร๊ะธรรมคำสอน ดังนี้


ปางที่1[แก้ไข]

เป็นปางแรกเริ่มขององค์มหาเมพ ตั้งแต่ตอนประสูติไปจนถึงการแสดงบร๊ะธรรมบนดาวนาแม็ก องค์มหาเมพปางนี้จะมีบร๊ะวรกายสีม่วงอมชมพู รูปร่างแคระเตี้ย ใส่เกราะคล้ายๆมหาเมพเบจิต้า และมีเขาสั้นๆงอกชี้ตรงออกมาจากด้านข้างของหัว


ปางที่2[แก้ไข]

เป็นปางที่องค์มหาเมพต้องการจะแสดงบร๊ะธรรมคำสอนแก่บรรดาผู้หลงผิดให้ซาบซึ้งยิ่งขึ้น จึงอวตารมาในร่างนี้ ซึ่งองค์มหาเมพปางนี้จะมีหน้าตาคล้ายกับปางแรก แต่มีร่างกายที่สูงใหญ่มหึมาราวกับภูเขา เขายาวและชี้ขึ้นฟ้าอย่างสวยงาม ราวกับเขาควายหรือเขากระทิง บร๊ะวรกายล่ำสันเห็นกล้ามเนื้อเป็นมัดๆ หน้าอกกว้าง มิหนำซ้ำเสียงขององค์มหาเทพในปางนี้ยังฟังดูห้าวหาญดุดัน ผิดจากปางอื่นๆมาก

ปางนี้ได้ชื่อว่า เป็นปางที่เท่ที่สุด และหล่อล่ำสมชายชาตรีที่สุด แต่ในขณะเดียวกันก็เป็นปางที่ถูกลบหลู่มากที่สุดด้วย เนื่องจากในปางนี้องค์มหาเทพโดนตัดหางปล่อยวัด


ปางที่3[แก้ไข]

ปางนี้องค์มหาเทพได้อวตารขึ้นไปอีก เพราะเห็นว่าปางที่แล้วถูกลบหลู่มาก เลยแสดงอภินิหารให้เห็นอีกครั้ง ปางนี้จะมีลักษณะคล้ายแย้ หรือตัวเอเลี่ยน มีหัวยาว ปากแหลมหน่อยๆ และไม่มีจมูก


ปางที่4[แก้ไข]

เป็นปางที่องค์มหาเมพอวตารมาเพื่อแสดงบร๊ะธรรมคำสอน ให้แก่ส้น โกกู(Son Goku)โดยเฉพาะ โดยปางนี้องค์มหาเทพได้ทรงสลัดทุกอย่าง จนมีบร๊ะวรกายขาวสะอาด ได้ชำระเส้นผมลวดหนามและเขา ผิวพรรณเกลี้ยงเกลา ไม่มีเขาหรือหนามอีกต่อไป ด้วยการบวช

ปางนี้ได้ชื่อว่าเป็นปางที่ได้รับความนับถือมากที่สุดในบรรดาปางต่างๆ บรรดาฟรีซาสนิกชนส่วนใหญ่จะให้ความสำคัญกับปางนี้มากกว่าปางอื่นๆ เพราะถือว่าเป็นปางที่มีพลังอำนาจมากที่สุด

ปางอำนาจ2%[แก้ไข]

ปางนี้เป็นปางที่บร๊ะองค์ทำการพาวเวอร์อัพขึ้เช็กน้อยเพื่อทำการฆ่า องค์มหาเมพเบจิต้า

ปางอำนาจ50%[แก้ไข]

เป็นปางที่องค์บร๊ะมหาเมพได้ทำการทรงบร๊ะไฟ่กับส้น โกกูซึ่งเพียงแค่นี้ ไอ้กากโกกูก็มิอาจต้านทานพลังของมหาเมพได้แล้ว แม้มันจะใช้พลัง20เท่า ก็มิได้ขี้เล็บบร๊ะองค์เลย

ปางอำนาจ80%[แก้ไข]

เป็นปางที่องค์มหาเมพใช้ลำแสงมหากาฬยิงใส่จอมมารซุปผักใส่หญ้า

ปางอำนาจ85และ90%[แก้ไข]

เป็นคำสวดขององค์มหาเมพให้แก่จอมมารซุปผักใส่หญ้าที่พาวเวอร์อัพเป็น85และ90%ก่อนที่จะเป็นปางอำนาจ100% ดังคำพูดที่ว่า

Cquote1.png ฮึบ...ฮึย...ฮึ่ม...ย้าก...80%...90%...และนี่... Cquote2.png

ปางอำนาจ 100%[แก้ไข]

ปางนี้เป็นปางที่องค์มหาเมพอวตารเป็นครั้งสุดท้าย เพื่อต่อสู้กับจอมมารซุปผักใส่หญ้า โดยบร๊ะองค์ได้รวบรวมพลังทั้งหมด ปางนี้มีหน้าตาเหมือนปางที่ 4 ทุกประการ แต่ว่าล่ำบึ้กกว่ามาก และคำพูดขององค์มหาเมพตอนที่สำเร็จร่าง100%ขององค์มหาเมพ(และนี่เป็นคำพูดต่อจากปางที่แล้ว)

Cquote1.png ...และนี่...100%ที่แกรอคอย! Cquote2.png


ปางไซบ๊อง[แก้ไข]

ปางนี้จะไม่ได้รับความนิยมและเคารพ โดยพวกฟรีซาสนิกชนที่เคร่งครัดจะไม่ให้ความเชื่อถือปางนี้เลย เนื่องจากถือกันว่าเป็นปางที่ศาสนาเบจิต้าตั้งขึ้นเพื่อล้อเลียนองค์มหาเมพ โดยปางไซบ๊องจะมีลักษณะเหมือนปางที่ 4 แบบไม่สมประกอบ ร่างกายเป็นเครื่องจักรไปกว่าครึ่ง


ปางแอ๊บแบ๊ว[แก้ไข]

เป็นปางที่ซ่าที่สุด


ปางโกลด์ดี้ ฟรีเซอร์[แก้ไข]

เป็นปางที่บร๊ะองค์ได้ทรงอวตารลงมาหลังจากที่ได้ฟื้นคืนชีพจากการสวรรค์คตในศึกยุทธหัตถี และได้รวบรวมบร๊ะกรรมคำสอนจนเห็นแจ้งโดยมีทะโกมาเป็นผู้ช่วย และบร๊ะองค์ก็ทรงสามารถบรรลุเปลื้องกิเลสสีขาวๆบนกายจนหมดสิ้นจนสมารถอวตารปางใหม่ลงมาซึ่งก็คือปางโกลด์ดี้ ฟรีเซอร์เพื่อแสดงพระธรรมคำสอนแก่ ส้น โกกู(Son Goku)ปางนี้นั้นจะมีลัษณะเหมือนปางที่4แต่จะมีลัษณะพระวรกายสีทองผ่องใส หาไม่กิเลส หากแต่มีความเกลียดชังและเคียดแค้นทำให้กลายเป็นสีทองเหลือง

รูปภาพปางของมหาเมพฟรีเซอร์ที่สามารถเปิดเผยได้
รูปภาพโกลดี่ ฟรีเซอร์ ขององค์มหาเมพที่ถูกถ่ายภาพไว้โดยทะโกมา

ความเชื่อและพิธีเกมส์[แก้ไข]

บร๊ะธรรมคำสอนในศาสนาฟรีเซอร์[แก้ไข]

1. ไม่ว่าท่านจะเป็นเพศใด จงมีรสนิยมชอบเพศเดียวกับท่าน

2. จงดูถูกคนที่อ่อนแอกว่าท่าน และเอารัดเอาเปรียบมากๆ จะยิ่งได้กุศลแรง

3. จงมั่นใจว่าตัวเองเก่งที่สุด หล่อที่สุด ฉลาดที่สุด และแสดงความมั่นใจนั้นด้วยการหาเรื่องคนอื่น

4. ถ้ารู้สึกว่ามีคนคิดที่จะคุกคามท่าน จงรีบตัดไฟแต่ต้นลมเสีย ยกตัวอย่างเช่น หากท่านไปเดินสะพานลอย แล้วมีคนแปลกหน้าเดินสวนท่าน ท่านสามารถฆ่าเขาได้ในทันที ถึงแม้เขาอาจจะไม่ได้ทำอะไรให้ท่านเลยก็ตาม แต่ถ้าท่านสงสัยว่าอีกประเดี๋ยวเขาอาจจะทำ หรืออีก 10 ปีข้างหน้าเขาอาจจะมาทำร้ายท่าน ก็อนุญาตให้ท่านฆ่าเขาได้

5. จงเป็นศัตรูกับศาสนาเบจิต้า และบรรดาศาสนิกชนของศาสนานั้น

6. ห้ามบรรดาฟรีซาสนิกชนทำผมตั้งแล้วย้อมผมสีทองเป็นอันขาด ถือว่าเป็นการดูหมิ่นองค์มหาเมพอย่างให้อภัยไม่ได้ ผู้ที่กระทำจะต้องโดนธรรมจักรเขวี้ยงกบาลทันที

7. จงนับถือตู้เย็นเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ควรกราบไหว้บูชา เมื่อบิดาของท่านตายลง ฟรีซาสนิกชนที่ดีมักจะเอาศพบิดาไปไว้ในตู้เย็น เชื่อกันว่าจะเป็นหนทางให้ผู้ตายไปสู่สวรรค์ อันเป็นที่มาของคำว่า "พ่องตัวเย็นเหรอแสดดด!!"

8. ห้องดับจิต ตู้กดน้ำ เครื่องปรับอากาศ และกระติกน้ำแข็ง ก็ถือว่าเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์เช่นกัน ฟรีซาสนิกชนควรพกกระติกน้ำแข็งเพื่อแสดงความเชื่อของตน

9. ต้องเชื่อว่า องค์มหาเมพเป็นเมพที่เก่งกล้าและมีพลังมากที่สุดในจักรวาล และต้องเชื่อว่าบร๊ะคัมภีร์ดราก้อนบ๊อง สิ้นสุดลงในตอนที่องค์มหาเมพสิ้นพระชนม์ ดังนั้นจะไม่มีความเชื่อว่ามีใครเก่งกว่าองค์มหาเมพ ไม่ว่าจะเป็นเซลล์หรือจอมมารบู

พิธีกรรมทางศาสนา[แก้ไข]

อย่างที่บอกไปแล้วว่า ตู้เย็นและสิ่งให้ความเย็นทั้งหลายนั้นถือเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ดังนั้นควรดูแลเอาใจใส่ให้ดี โดยเฉพาะตู้เย็นนั้น หากเป็นรุ่นเก่า ต้องระวังไม่ให้มีน้ำแข็งมาเกาะในช่องฟรีซเด็ดขาด ควรมีการกดปุ่มละลายน้ำแข็งบ้าง

เมื่อบิดา มารดา หรือบุคคลที่เคารพตายลง ฟรีซาสนิกชนจะไม่นำไปเผาหรือฝังกลบ แต่จะนำเข้าสู่ตู้เย็นแทน ซึ่งถือว่าเป็นพิธีกรรมอันศักดิ์สิทธิ์ ผู้ตายจะได้ไปอยู่กับองค์มหาเมพในปรโลก

การอ่านบร๊ะคัมภีร์ ก็ถือว่าได้บุญมากเช่นกัน โดยควรจะอ่านบร๊ะคัมภีร์เล่มที่มีการกล่าวถึงองค์มหาเมพโดยเฉพาะ และการสะสมตุ๊กตุ่นเทวรูปขององค์มหาเมพ และครอบครัวของบร๊ะองค์ก็ถือว่าได้บุญมากเช่นกัน

ยามว่าง ฟรีซาสนิกชนควรหัดร่อนฟริสบี้ดิสค์(Frisbee disc) หรือฝาอะไรแบนๆเล่น เพื่อฝึกซ้อมให้เกิดความชำนาญและเป็นการระลึกถึงยุทธหัตถีระหว่างองค์มหาเมพกับจอมมารหัวทอง อาจเปลี่ยนมาใช้บูมเมอแรงก็ได้ แต่ต้องระวังไม่ให้ร่อนกลับมาโดนตัวเอง มิฉะนั้นอาจเป็นแบบองค์มหาเมพได้

พิธีกรรมที่สำคัญอีกอย่างหนึ่งก็คือ การข่มเหงผู้ที่นับถือศาสนาเบจิต้า โดยเฉพาะอย่างยิ่ง มารินอส(Marinos)

นิกายคูลเลอร์[แก้ไข]

นิกายคูลเลอร์ เป็นนิกายย่อยออกมาจากศาสนาฟรีเซอร์อีกที โดยผู้ที่นับถือนิกายนี้จะนับถือและยกย่องบร๊ะเชษฐา(พี่ชาย)ขององค์มหาเมพฟรีเซอร์มากกว่า ซึ่งบร๊ะเชษฐาขององค์มหาเมพฟรีเซอร์นั้นมีนามว่า มหาเมพคูลเลอร์(Cooler)

ตามตำนานเล่าว่า องค์มหาเมพคูลเลอร์นั้นได้ทราบข่าวการตายขององค์มหาเมพฟรีเซอร์ผู้เป็นน้องชาย และได้ทราบว่าผู้ที่ฆ่าน้องชายของตนนั้นอยู่บนดาวเคราะห์ที่ชื่อว่า "โลก" เลยมีบร๊ะราชสาส์นมาถามบรรดาชาวโลกว่า


"ไม่ทราบพวกคุณเล่นอะไรกันอ่ะครับ น้องผมเป็นโรคหัวใจมาเที่ยวที่ดาวนาแม็ก ตอนนี้หามเข้าตู้เย็นไปแล้ว พ่อแม่รีบหามไปเมื่อครู่ใหญ่ๆ คือตอนที่เขาล้มลงพื้นพวกผมตกใจ พอยัดใส่ตู้เย็นเสร็จ ลองมาย้อนเหตุการณ์ที่น้องเจอ ก็เห็นภาพไอ้คนหัวทองมันกระทืบน้องผมอ่ะครับ


อยากจะบอกว่าจะเล่นอะไรคิดถึงคนอื่นด้วยนะครับไม่ใช่เอาแต่สนุก ตอนนี้น้องผมนอนในตู้เย็นไปแล้ว พ่อแม่ไม่เป็นอันต้องทำงานทำการอะไรกันพอดี คราวหลังทำอะไรคิดหน้าคิดหลังให้ดีก่อนนะ และจำไว้เป็นอุทาหรณ์เลย ถ้าน้องผมเป็นอะไรไปผมไม่ยอมแน่ๆ ผมแจ้งสาเหตุที่น้องผมโรคหัวใจกำเริบให้ช่างซ่อมตู้เย็นไปแล้ว เขาก็บอกว่าเคยมีผู้ป่วยโรคหัวใจ ต้องหามเข้าตู้เย็นเพราะเคสนี้มาแล้ว 3-4 คน


พี่ชาย"'


แต่แล้วก็ไม่ได้รับคำตอบจากชาวโลก ทำให้องค์มหาเมพคูลเลอร์ต้องเสด็จมายังโลก เพื่อแสดงบร๊ะธรรมอีกครั้ง

ปางต่างๆของมหาเมพคูลเลอร์[แก้ไข]

องค์มหาเมพคูลเลอร์นั้นสามารถอวตารเพื่อแสดงบร๊ะธรรมได้เหมือนกับองค์มหาเมพฟรีเซอร์ ดังนี้

ซึ่งปางที่1-3นั้นยังไม่ปรากฏในบร๊ะกำภีร์แต่พระคูลเลอร์ศาสนิกชนทรงเชื่อว่ามีพระวรกายคล้ายคลึงกับมหาเมพฟรีเซอร์

ปางที่4=[แก้ไข]

เป็นปางที่โผล่มาแต่แรกเริ่ม พร้อมบร๊ะขี้ข้าอีก 3 คน ปางนี้จะมีบร๊ะวรกายคล้ายกับองค์มหาเมพฟรีเซอร์ปางที่ 4 เพียงแต่บร๊ะวรกายขององค์มหาเมพคูลเลอร์จะเป็นสีม่วงเข้มทั้งตัว สวมหมวกกันน็อคสีขาว


ปางที่5[แก้ไข]

หลังจากที่องค์มหาเมพคูลเลอร์ได้แสดงธรรมกับส้น โกกู(Son Goku)แต่ไม่เป็นผลสำเร็จ องค์มหาเมพจึงอวตารออกมาเป็นปางที่สอง ซึ่งถือได้ว่าเป็นปางที่มีฤทธิ์อำนาจมาก และเท่มากด้วย โดยดวงบร๊ะเนตรทั้งสองจะกลับกลายเป็นสีแดง หมวกมีหนามแหลมสีขาวงอกออกมา ร่างกายสูงใหญ่ล่ำสัน กล้ามเป็นมัดๆ หน้าอกผึ่งผาย ไหล่กว้าง แถมมีหน้ากากออกมาปิดปากของตน ทำให้น้ำเสียงห้าวหาญมาก

ปางนี้เป็นปางที่ได้รับการยอมรับนับถือที่สุด เพราะเท่โคตรพ่อ แถมยังเกือบจะทำให้ส้น โกกู ต้องยอมสยบต่อบร๊ะธรรมคำสอน แต่พอดีส้น โกกู กลายร่างเป็นจอมมารซุปผักใส่หญ้าอีกครั้ง และได้สัปยุทธ์กันอีก คราวนี้องค์มหาเมพคูลเลอร์ได้ทรงแสดงอิทธิฤทธิ์ สร้างลูกบอลพลังงานแล้วขว้างใส่จอมมารซุปผักใส่หญ้า แต่ปรากฏว่าจอมมารซุปผักใส่หญ้าได้ใช้พลังคลื่นตะพาบ ซัดลูกบอลพลังงานกระเด็นกลับมาโดนองค์มหาเมพคูลเลอร์ไปชนดวงอาทิตย์จนมอดไหม้ไป


ปางเหล็กไหล[แก้ไข]

เป็นปางที่มีฤทธิ์อำนาจมากที่สุด ตามตำนานนั้นองค์มหาเมพคูลเลอร์ได้กลับมาแสดงบร๊ะธรรมอีกครั้ง โดยคราวนี้พุ่งเป้าไปที่ชาวนาแม็กโดยเฉพาะ ปางนี้มีลักษณะเหมือนปางที่หนึ่ง เพียงแต่ร่างกายทั้งตัวเป็นสีเงินยวง ทั้งนี้เป็นเพราะว่าได้ประกอบพิธีกรรมทางไสยศาสตร์เรียกเหล็กไหลแร่ปรอทเข้าตัว ทำให้มีฤทธิ์อำนาจแกร่งกล้ามาก สามารถเอาชนะจอมมารซุปผักใส่หญ้า และมหาเมพเบจิต้าในร่างมารหัวทองได้สำเร็จ แต่สุดท้ายเนื่องจากเม็มโมรี่การ์ดเต็ม ความจุแรมไม่พอ บร๊ะวรกายที่เหลืออยู่ขององค์มหาเมพเลยระเบิดเป็นจุลไป

รูปภาพปางของมหาเทพรุ่นพี่คูลเลอร์


ความเชื่อ และพิธีกรรมของนิกายคูลเลอร์[แก้ไข]

ความเชื่อและพิธีต่างๆ ของนิกายคูลเลอร์ ใกล้เคียงกับนิกายฟรีเซอร์ซึ่งเป็นนิกายหลัก แต่บร๊ะธรรมคำสอนจะมีการเปลี่ยนแปลงเล็กน้อย นั่นคือ

ข้อ 4. ของนิกายฟรีเซอร์ที่บอกว่า ให้ระแวงคนจะมาทำร้ายด้วยการทำร้ายเขาเสียก่อนนั้น สำหรับนิกายคูลเลอร์จะห้ามข้อนี้ โดยมีเหตุมาจากตอนที่องค์มหาเมพฟรีเซอร์ได้กระทำสังคายนาดาวเคราะห์เบจิต้า และองค์มหาเมพคูลเลอร์ก็อยู่ในเหตุการณ์ด้วย ปรากฏว่าองค์มหาเมพคูลเลอร์เห็นส้น โกกู ซึ่งตอนนั้นยังเป็นเด็ก หลุดรอดไปได้ องค์มหาเมพคูลเลอร์ก็ไม่ได้คิดที่จะติดตามไปกำจัดแต่อย่างใด

สำหรับบางคนที่นับถือนิกายคูลเลอร์อย่างคลั่งไคล้ มักจะกล่าวกันว่า องค์มหาเมพคูลเลอร์ทรงมีความกล้าหาญและสุภาพบุรุษมากกว่าองค์มหาเมพฟรีเซอร์ เนื่องจากองค์มหาเมพคูลเลอร์มีน้ำใจนักกีฬามากกว่า ไม่กำจัดคู่ต่อสู้ในขณะที่อ่อนแอ โดยตั้งใจจะให้คู่ต่อสู้แสดงพลังที่แท้จริงออกมา

ส่วนพิธีกรรมของนิกายคูลเลอร์ จะเปลี่ยนจากการร่อนฟริสบี้ดิสค์(Frisbee disc) มาเป็นการโยนลูกบอลหรือลูกบาสแทน แต่ก็ต้องระวังไม่ให้ลูกบอลกระดอนกลับมาเข้าหน้า มิฉะนั้นก็จะเป็นแบบองค์มหาเมพเช่นกัน

การฟิวชั่นขององค์มหาเมพคูลเลอร์ และองค์มหาเมพฟรีเซอร์[แก้ไข]

ในบางท้องถิ่น เชื่อว่าองค์มหาเมพทั้งสองได้รวมร่างกัน กลายเป็นมหาเมพที่มีพลังอำนาจมหาศาลยิ่งกว่าครั้งใดใด แต่ไม่เป็นที่นับถือมากนัก

การฟิวชั่นขององค์มหาเมพคูลเลอร์ และองค์มหาเมพฟรีเซอร์

บร๊ะคัมภีร์[แก้ไข]

สำหรับบร๊ะคัมภีร์ในศาสนาฟรีเซอร์ จะยึดถือบร๊ะคัมภีร์ดราก้อนบ๊อง ของปรมาจารย์อากิก๊ะ โทริยาบ้า เป็นบร๊ะคัมภีร์สูงสุด โดยฟรีซาสนิกชนที่เคร่งครัด จะยึดถือบร๊ะคัมภีร์เพียงเล่มหรือแผ่นที่ท่านมหาเมพทรงสิ้นพระทัยในดาวนาแม็กเท่านั้น ส่วนเล่มหรือแผ่นอื่นๆที่เป็นเหตุการณ์ต่อจากนั้น จะดูหรือไม่ดูก็ได้

นักบวชในศาสนา[แก้ไข]

หน่วยรบกีนิว[แก้ไข]

หน่วยรบกีนิว ถือเป็นนักบวชในศาสนาฟรีเซอร์ มีหน้าที่คอยพิทักษ์รักษา และเผยแพร่ศาสนาฟรีเซอร์ออกไปสู่ประชนชาวโลก นักบวชในศาสนานี้จะรับประทานอาหารประเภทผลิตภัณฑ์นมเป็นหลัก เช่น นมสด เนย โยเกิร์ต ไอศกรีม โปรตีนเวย์ นมข้นหวาน นมพร่องมันเนย นมเปรี้ยว นมบูด นมแม่ นมเมีย นมใหญ่ นมยาน ฯลฯ เพราะเชื่อว่าจะทำให้มีพลังมาก นอกจากนี้จะต้องเล่นกล้ามและเรียนรู้วิธีการโพสต์ท่าให้ถูกต้อง เพื่อสร้างความศักดิ์สิทธิ์ในการประกอบพิธีกรรมทางศาสนา

5นักบวชหน่วยรบพิเศษกีนิว

คุณสมบัติของผู้ที่จะบวชเป็นหน่วยรบกีนิว[แก้ไข]

  1. เป็นเพศใดก็ได้ อายุเท่าใดก็ได้
  1. ยึดถือหลักธรรมคำสอนขององค์มหาเมพฟรีเซอร์อย่างเคร่งครัด
  1. เกลียดชังศาสนาเบจิต้า และมีจุดมุ่งหมายที่จะทำลายมัน
  1. เกลียดชังมารินอส ผู้เป็นบร๊ะศาสดาของศาสนาเบจิต้า
  1. ไม่แพ้นม หรือดื่มนมแล้วท้องไม่เสีย
  1. ต้องมั่นใจว่าตนเองมีตู้เย็นที่เย็นและใหญ่พอที่จะยัดตัวเองเข้าตู้เย็นได้
  1. ต้องกินอะไรที่เกี่ยวกับเย็นๆ ห้ามกินของร้อนเพราะอาจจะทำให้นมที่กินไปเกิดอาการบูดและเกิดอาการแพ้นม

ขั้นตอนการบวชเป็นหน่วยรบกินิว[แก้ไข]

1. เตรียมเครื่องเซ่นไหว้ เช่น ปลาร้า น้ำพริกแมงดา กะปิ สะตอ นำมาคลุกเคล้าให้เข้ากันแล้วใส่ถุงไว้

2. ก่อนออกจากบ้านให้ดื่มนมซักหนึ่งแกลลอน หรือทานเนยแข็งซักหนึ่งปอนด์

3. มุ่งหน้าไปที่ร้านเช่าการ์ตูน เหมาบร๊ะคัมภีร์ดราก้อนบ๊องในร้านให้ครบทั้งซีรี่ย์

4. อ่านบร๊ะคัมภีร์ทั้งหมดให้จบ และจำได้ขึ้นใจทั้งหมด ภายใน 1 ชั่วโมง

5. ไปหาเจ้าของร้าน เมื่อพบแล้วให้รีบวิ่งเข้าไปกระชากคอเสื้อของมัน แล้วตะโกนดังๆว่า "ไม่ได้โม้"

6. ใช้กำปั้นต่อยเข้าไปที่ปากของเจ้าของร้าน โดยเริ่มจากหมัดตรง ตามด้วยหมัดฮุค หมัดสะวิง และปิดท้ายด้วยหมัดอัปเปอร์คัต

7. เมื่อเห็นเจ้าของร้านอ่อนแรง ให้รีบหยิบของผสมที่เตรียมไว้(ปลาร้า น้ำพริกแมงดา ...)ยัดปากเจ้าของร้าน

8. เจ้าของร้านจะอ๊วกแตกออกมาเลอะกางเกง ให้รีบจับเจ้าของร้าน ใส่ RKO กับเก้าอี้เหล็ก

9. เมื่อท่านทำสำเร็จถึงขั้นนี้แล้ว ท่านจะสำเร็จเคล็ดวิชาสลับร่าง ให้วิ่งไปตามท้องถนน ไล่ต่อยคนทุกคนที่ท่านพบเจอ จนอลหม่านไปทั่ว

10.ผู้คนจะรู้สึกโกรธท่านมาก ให้ท่านชูนิ้วกลางให้พวกเขา แล้วโพสต์ท่าเบ่งกล้ามให้ดู พร้อมกับตะโกนว่า "เจอได้หมดอ่ะสัด"

11.ผู้คนจะวิ่งกรูเข้ามาเพื่อกระทืบท่าน ให้ท่านหมายตาคนที่แข็งแรงที่สุดในหมู่ประชาชนเหล่านั้นเอาไว้ แล้วรีบใช้วิชาสลับร่างทันที

12.ท่านก็จะได้ร่างใหม่ที่แข็งแกร่งขึ้น ส่วนร่างเดิมของท่านก็จะถูกรุมตื้บจนเละคาถนน เป็นอันจบพิธี

ข้อดีของการบวชเป็นหน่วยรบกินิว[แก้ไข]

1. สลับร่างกับผู้ที่แข็งแกร่งกว่าเรา แล้วไปต่อยชาวบ้านหรือไปทำงานแบกๆหามๆ

2. สลับร่างกับคนฉลาดที่เราไว้ใจได้ แล้วให้คนนั้นไปสอบแทนเรา

3. สลับร่างกับเพื่อนฝูงที่ขยันขันแข็ง เวลาเราต้องการโดดงาน

4. สลับร่างกับเพศตรงข้าม แล้วออกไปหาประสบการณ์ทางเพศแบบแปลกใหม่

5. สลับร่างกับคนที่เรารัก เราจะได้ดูแลร่างกายเขาได้ตลอดเวลา

6. สลับร่างกับคนที่เราชอบ แล้วแก้ผ้าหน้ากระจก

7. สลับร่างกับพ่อแม่ แล้วบังคับให้พ่อแม่ไปเรียนหนังสือแทน

8. สลับร่างกับคนที่เราเกลียด แล้วออกไปทำความเลวให้ทั่วบ้านทั่วเมือง ก่อนจะสลับร่างกลับ

9. สลับร่างกับคู่สมรส เป็นการเปลี่ยนบรรยากาศบนเตียง

นักบวชที่ไม่ได้เป็นหน่วยรบกีนิว[แก้ไข]

เป็นนักบวชอีกกลุ่มหนึ่ง เป็นมนุษย์โลกที่มีความศรัทธาในศาสนาฟรีเซอร์อย่างแรงกล้า แต่กำลังทรัพย์และ/หรือความกล้าในการบวชเป็นหน่วยรบกีนิวไม่พอ หน้าที่เหมือนกับเหล่าหน่วยรบกีนิว คือ การเผยแผ่ศาสนาฟรีเซอร์ รับประทานผลิตภัณฑ์นมเช่นเดียวกัน มีอัศวินลมเบอร์9เป็นผู้ก่อตั้ง


โครง บทความเกี่ยวกับศาสนา หรือ ความเชื่อนี้ยังเป็นโครง คุณสามารถช่วยไร้สาระนุกรมได้โดยเพิ่มข้อมูล