สงครามกลางเมืองยูริ
ระวังจะเข้าใจถูกต้อง เนื้อหาในบทความนี้ อาจกล่าวถึง สิ่งที่ไม่ได้เกิดขึ้นจริง !
|
| สงครามกลางเมืองยูริ | ||
|---|---|---|
จักรวรรดิยูริในปี 2106 และการก่อกบฏ รวมทั้งสงครามที่สำคัญๆ | ||
| ||
| ||
| ||
| ผู้ร่วมรบ | ||
| ฝ่ายยูริ จักรวรรดิยูริ |
ผู้ก่อการกบฏ (สังคมนิยม) สหภาพโซเวียต นาซันเยอรมี ชนเผ่าเร่ร่อน ออสเกรียน อีตานี่ คิวบ้า บาฮามาส ลิเบีย ปอบหยิบ สนับสนุนโดย จักรวรรดิเรดซัน จีน เกาเหลา |
ผู้ก่อการกบฏ (ทุนนิยม) สหรัฐอเมริโกย อังเกรียน เศษฝรั่ง กลุ่มประเทศตะวันออกกลวง บริษัท ชินระ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาโจร) สนับสนุนโดย ประเทศในล่าตีนอมาริเกย์ยกเว้นประเทศอูรุกไฮ ยุ่นปี่ |
| ผู้บัญชาเกรียน | ||
| ยูริ พลังจิต ยูริโกะ ยูริโอะ |
โจรเซฟ สตาลิน อะดอล์ฟ ฮิตเตอร์ ตาแมว สไนเปอร์ ประธานเหมียว |
ทุจศิล กินชะมัด แฮร์รี่ ดูแมว พลเอกโตโต้ วินตัน เชอร์รี่ หมีเชล ปลาตีนนี่ |
| กำลัง | ||
| 300,000,000 นาย | 79,999,999 นาย | 71,493,000 นาย |
| ความสูญเสีย | ||
| 300,000,000 นาย | >20 ล้านนาย | >30 ล้านนาย |
สงครามกลางเมืองยูริ ได้เกิดขึ้นหลังสงครามโลกครั้งที่สามประมาณห้าสิบปี มีปมปัญหาจากความขัดแย้งภายในจักรวรรดิยูริ อันเนื่องมาจากความเหม็นขี้หน้าไม่กินเส้นกันเองระหว่างนักการเมืองภายในประเทศ และการที่บริษัทชินระหักหลังรัฐบวมยูริ และประเทศเหล่านั้นเคยเป็นเอกราชมาก่อน จักรวรรดิยูริก็ใหญ่โตจนเกินไปจนถ้าผู้ปกครองบารมีไม่ถึงก็สามารถแตกเป็นเสี่ยงๆได้ทันที โดยเฉพาะการการสนับสนุนลัทธิเรดซันทั่วโลกของจักรวรรดิเรดซัน และการคืนชีพของทุนนิยมในอเมริกร๊วกและยูหลบ ก็เลยทำให้สถานการณ์ลุกลามใหญ่โต เกิดความเห็นต่างทางการเมืองอย่างรุนแรง จนเกิดเป็นสงครามกลางเมืองในจักรวรรดิยูริ และลุกลามไปทั่วโลก (จักรวรรดิยูริเป็นจักรวรรดิโลกเพราะมีดินแดนกระจายตัวอยู่ทั้งโลก)
และยิ่งไปกว่านั้น การถึงแก่ความเกรียนของยูริ พลังจิตที่เป็นจักรพรรดิยูริผู้มีบารมีมากจนทำให้หลายชาติขลาดกลัวและยอมตนเป็นเมืองขึ้นนั้น ทำให้ไม่มีใครกลัวรัฐยูริอีกต่อไป ในช่วงนี้ก็มียูริโอะและยูริโกะคอยคุมสถานการณ์อยู่ รัฐที่ก่อกบฏทั้งหมดได้รับการสนับสนุนจากจักรวรรดิเรดซัน จีนแดงและชาติสังคมนิยมอื่นๆ อินเดือย และประเทศในล่าตีนอเมริโกยในการก่อกบฏต่อจักรวรรดิยูริอันยิ่งใหญ่อีกด้วย เพราะชาติเหล่านั้นไม่กลัวยูริอีกต่อไป
[แก้ไข] การเสียชีวิตของยูริ พลังจิตกับการหักหลังจักรวรรดิยูริโดยทุจศิล
หลังจากสงครามโลกครั้งที่สามจบลง จักรวรรดิยูริสามารถครองโลกได้อย่างเบ็ดเสร็จ ทำให้โลกสงบสุขไปนานกว่า 50 ปี ตั้งแต่ ค.ศ.2056 อย่างไรก็ดี มีเกิดก็ย่อมมีดับ มีขึ้นก็ย่อมมีลง ในช่วงปลายปี2105 ยูริ_พลังจิตเกิดล้มป่วยอย่างหนักจนเข้าขั้นโคม่า ด้วยวัย 100 กว่าปี ชีวิตยูริจึงเดินทางมาถึงจุดสุดท้ายแล้ว โดยที่ยังไม่สามารถหายาอายุวัฒนะขั้นสุดยิดได้ ท่านยูริจึงเสียชีวิตด้วยความชราในวันที่ 13 กุมภาพันธ์ ค.ศ.2106
ข้าขอให้จักรวรรดิยูริและสันติภาพ ยั่งยืนไปตลอดกาล![]()
— ยูริ พลังจิตสั่งเสีย
หลังจากท่านยูริเสียชีวิตไปได้ไม่นาน พวกแม้วซึ่งแอบขโมยยาอายุวัฒนะมาก่อนหน้านั้นก็แหกเรือนจำดาริกาออกมา แล้วก็ยกทัพส้วมบอมบ์(Suam bomb)ที่แอบใช้นอมีหนี้คิดค้นมานาน ลุยทำลายจักรวรรดิยูริทันที และได้ประกาศให้ชินคอร์ปไม่ขึ้นต่อยูริอีกต่อไป ขณะเดียวกันยูริโอะและยูริโกะก็ได้ควบคุมประเทศชั่วคราว
[แก้ไข] การก่อกบฏทุนนิยม
กองกำลังทำลายโลกนั้น ตั้งแต่สหรัฐอมาริเกย์แตกแล้วอยู่ในมือของจักรวรรดิยูริ ก็ได้พยายามหาทางก่อการปฏิวัติโดยตลอด แต่โอกาสไม่อำนวยอวยให้ซักที แต่แล้ว โชคของพวกเขาก็มาถึง คือเมื่อยูริ พลังจิต ถึงแก่อสัญกรรม นายพลโซโลแมร่งของอเมริกาจึงก่อการปฏิวัติยึดอำนาจในอมาริเกย์ทั้งที และได้ก่อกระแสการปฏิวัติไปถึงแคนาดาและกรีนแลนด์ เพราะดินแดนทั้งสองตกเป็นของยูริ อมาริเกย์จึงผนวกเอาดินแดนทั้งสองเป็นของตนเอง และทำในสิ่งที่ไม่มีผู้นำคนไหนของอมาริเกย์ทำ นั่นคือเอากองกำลังทำลายโลกมาเป็นเผด็จการในสหรัฐอเมริกา เพิ่มกำลังทเห่ออย่างรวดเร็ว เมื่อทราบข่าวว่าพวกแม้วนำกำลังลุยทำลายล้างจักรวรรดิยูริ สหรัฐอมาริเกย์ภายใต้กองกำลังทำลายโลกจึงขอร่วมแจมด้วย และตั้งฝ่ายทุนนิยมขึ้น และกระตุ้นให้มีการปฏิวัติในอังเกรียน เศษฝรั่ง ยันละเมอ ออสเตรีย และอิตาลี แต่ผิดคาด สามชาติหลังกลับไปปกครองแบบสังคมนิยมแทน และตัดสัมพันธ์ทางการทูตกับสหรัฐฯเสีย
[แก้ไข] เวียดกามใต้กับเรดซัน
ชาวเวียดกามในจักรวรรดิยูริ ซึ่งอาศัยอยู่ในเวียดกามใต้ที่จักรวรรดิเรดซันยกให้จักรวรรดิยูริในคราวที่เรดซันแพ้สงครามโลกครั้งที่สามแก่จักรวรรดิยูรินั้น ไม่พอใจการปกครองของจักรวรรดิยูริ ที่มีแต่ความเกรียน ไร้ซึ่งเสรีภาพ ความเสมอภาค และคุณธรรม เพราะข้าหลวงใหญ่ของยูริได้ทำตัวกร่าง มองคนใต้ปกครองไม่ต่างอะไรจากทาส ทำตัวเหมือนอำมาตย์เปรม แต่จักรวรรดิยูริของยูริพลังจิตยังเข้มแข็งอยู่มาก จึงยังไม่กล้าทำอะไร แต่เมื่อข่าวยูริ พลังจิตตายได้แพร่สะพัดออกไปทั่วแผ่นดิน จึงได้มีการตั้งขบวนการดำทั้งแผ่นดินเพื่อก่อการปฏิวัติมีท่านผู้นำดินห์เป็นผู้นำ และได้ก่อการปฏิวัติขึ้นในเดือนมีนาคม 2106 ทัพยูริได้ยกมาปราบและทัพดำทั้งแผ่นดินก็ได้พ่ายแพ้เป็นอันมาก จนเหลือทัพแค่เจ็ดสิบคนเท่านั้น ซึ่งถือว่าเสื่อมสุดๆแล้ว จึงส่งตัวแทนเดินทางไปยังเรดซัน เพื่อขอให้เรดซันส่งทัพมาช่วย เมื่อรัฐบวมเรดซันทราบข่าวการตายของยูริ จึงส่งอาวุธยุทโปกรณ์จำนวนมากมาช่วยเหลือ และรัฐบวมก็ได้เรียกร้องให้บริจาคเงินช่วยเหลือเวียดกามใต้และกองทัพดำทั้งแผ่นดิน ซึ่งก็ได้ส่งเงินไปช่วยทุกเดือน ทำให้ทัพดำทั้งแผ่นดินมีความหวังและกำลังใจที่มากขึ้น และด้วยยุทโปกรณ์อันมีประสิทธิภาพของเรดซันทำให้ทัพดำทั้งแผ่นดินสามารถบดขยี้ทัพยูริไปได้หลายครั้งโดยไม่เสียกำลังแม้แต่คนเดียว ภายในเวลาสามเดือน ขบวนการดำทั้งแผ่นดินก็ได้พยายามจัดการปกครองแบบสังคมนิยมขึ้น ทำให้คนนิยมมากจนเจริญถึงขีดสุดแล้วมีผู้เข้าเป็นสมาชิกและสนับสนุนอยู่รวมทั้งสิ้นกว่า 17 ล้านคน ทำให้มั่นใจได้เลยว่าเวียดนามใต้สามารถปลดแอกจากยูริได้ง่ายๆ และมีโอกาสมากกว่าที่จะตกเป็นเมืองขึ้นยูริต่อไปราวฟ้ากับเหว แต่ก็มั่นใจได้อีกว่าว่ายูริจะต้องหาทางล้มรัฐบวมของขบวนการดำทั้งแผ่นดินให้ได้เพื่อเป็นการตอบโต้ และเหตุการณ์นี้นี่เองก็ได้เป็นชนวนของสงครามกลางเมืองที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในศตวรรษที่ 22 เพราะเมื่อเวียดกามปลดแอกได้ ชาติอื่นก็ไม่ต้องกลัวอะไรยูริอีก
ทั้งนี้ ตาแมว สไนเปอร์ หรือผู้พันเมายอดมือปราบแห่งลุ่มน้ำเจ้าพระยา จึงถูกส่งตัวไปที่เวียดกามใต้พร้อมกำลังจำนวนหนึ่ง ไปรักษาความสงบเรียบร้อย และพยายามคุมสถานการณ์ไม่ให้ฝ่ายยูริได้เปรียบขึ้นมา ซึ่งผู้พันเมาผู้นี้นี่เองที่อยู่ก็ได้เป็นผู้นำของคณะปฏิวัติฝ่ายสังคมนิยมอย่างน่าตาเฉยและไม่น่าเชื่อ แต่เนื่องจากเด่นเกินไปทำให้ผู้นำดินห์ไม่ค่อยชอบใจนัก จึงไกด้รับการสนับสนุนจากกองทัพดำทั้งแผ่นดินไม่มาก แต่ท่านก็ไม่ได้ง้อใคร
[แก้ไข] การก่อกบฏในภูมิภาคอื่น
ความขัดแย้งในจักรวรรดิยูริก็ยังไม่จบสิ้น เมื่อมีแม่ทัพนายกองของยูริจำนวนหนึ่งไม่ต้องการให้ยูริโอะและยูริโกะขึ้นเป็นเจ้าแผ่นดิน และไม่พอใจการทำงานของรัฐบวมยูริ จึงก่อกบฏโดยอาศัยความคิดแบบสังคมนิยมในการปลุกปั่นประชาชน ก่อการกบฏขึ้นในซีกตะวันตกของจักรวรรดิยูริ โดยตั้งฐานบัญชาการที่เซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก เป็นสหภาพโซเวียตอีกครั้ง อย่างไรก็ตาม เอกราชของสหภาพโซเวียตใหม่นี้ยังไม่เป็นที่รับรองของนานาชาติ แต่ก็ได้รับการสนับสนุนจากพรรคเรดซันในจักรวรรดิเรดซันอยู่ พร้อมกับเกาเหลา ยุ่นปี่ และจีนแดงก็ให้สนับสนุน
การก่อกบฏในจักรวรรดิยูริโดยทั่วไป ทำให้เกิดขบวนการปั่นกระแสชาตินิยมในมาดากัสการ์ โดยมาดากัสการ์ก่อกบฏโดยได้รับการสนับสนุนจากจักรวรรดิอินเดือย ที่ต้องโอนอ่อนจามอำนาจของอมาริเกย์ที่กำลังพลุ่งพล่าน ทำให้มาดากัสการ์เป็นชาติทุนนิยม อย่างไรก็ตาม ชาวมาดากัสการ์ก็ให้พวกเชื้อสายปลายแถวของราชวงศ์อิเมรินามาครองแผ่นดิน และให้ใช้ชื่อว่าราชอาณาจักรมิดการ์(ก่อนหน้านี้ก็น่าจะมี แต่อยู่ใต้อิทธิพลของยูริมาตั้งแต่ก่อตั้งแล้ว เมื่อจบสงครามโลกครั้งที่สาม มิดการ์ก็ตกเป็นของยูริ) กองทัพยูริที่เหลือเดนไม่อาจต้านพลังชาตินิยมได้ จึงจำเป็นต้องปล่อย
ท้ายสุด ทิเบตที่ยูริไม่ได้ปกครองโดยตรง แต่เป็นรัฐอารักขานั้น ก็กระด้างกระเดื่องต่อยูริ โดยมีดาไลลามะเป็นผู้นำ จีนแดงให้การสนับสนุนอย่างเต็มที่ เพื่อให้เป็นชาติสังคมนิยม ทั้งนี้ จีนก็โกรธยูริมากในเรื่องที่เอาทิเบตไปเป็นรัฐอารักขา จึงถือโอกาสนี้ล้างแค้น
ลิเบียกับปอบหยิบก็ได้ก่อกบฏเช่นกันแต่ไฟกบฏไม่รุนแรงเหมือนที่อื่น และได้ทำให้ชาติตะวันออกกลวงก่อกบฏต่อยูริด้วย แต่ชาติตะวันออกกลวงได้รับการสนับสนุนจากอินเดือยและได้เป็นกลุ่มทุนนิยมขนาดใหญ่และพร้อมจะสู่กับทุกคน แต่ปอบหยิบลิเบีย ฟัดกับกลุ่มประเทศตะวันออกกลวงจนหมดแรงไปทั้งหมด
[แก้ไข] การรบในภาคพื้นยูหลบ
เศษฝรั่งนำทัพบุกอิตาขี้ และยึดเบเนลักซ์ บุกไรน์แลนด์ของยันละเมอ ทำให้ยันละเมอต้องรวมตัวเป็นมิตรกับออสเตรีย ส่วนอิตาลีถูกตีแตกแล้ว อังเกรียนได้หนุนหลังเศษฝรั่งต่อไปเรื่อยๆ ให้ยิ่งใหญ่พอที่จะคานอำนาจกับโซเวียตให้ได้ กองทัพยันละเมอบุกไปทั้งทางตะวันตกและตะวันออก ยึดโปแลนด์ คาลินินการ์ดจากยูริ ออสเตรียยึดฮังการี และโครเอเชียจากยูริ แล้วพลังต้านเศษฝรั่ง แต่ทัพเศษฝรั่งสามารถยึดทั้งสองประเทศนี้ได้บางส่วน จนแกนนำของสองชาติดังกล่าวยอมแพ้ และส่งกองทัพไปยึดบอลข่าน และยูหลบตะวันออก และบุกสหภาพโซเวียต แต่ถูกปราบได้เพราะบุกตอนฤดูหนาว เสียทเห่อไปมากกว่าห้าสิบหมื่น เศษฝรั่งจึงต้องถอยมาเรื่อยๆ จนทัพเศษฝรั่งทัพนั้นพร้อมแม่ทัพถูกสั่งห้ามเข้าปารีส โดยปิดประตูเมือง ปิดสนามบิน เศษฝรั่งจึงถูกยันละเมอตีคืนโดยยันละเมอได้รับการปลดปล่อยโดยโซเวียต จนทำให้เศษฝรั่งต้องยอมแพ้ และอังเกรียนถอนตัว เศษฝรั่งเหลือประเทศอยู่แค่ในดินแดนของตนในศตวรรษที่ 15 สงครามภาคพื้นยูหลบจึงจบลงพร้อมกับความอ่อนล้าของชาติยูหลบทุกชาติ
[แก้ไข] การรบในภาคพื้นเอเชย
เป็นที่รู้กันดีว่าต้นตอของสงครามครั้งนี้เกิดขึ้นที่ทวีปเอเชยนี่แหละ โดยสมรภูมิเกิดขึ้นที่เมืองเวียดกามใต้เมื่อกองทัพเรดซันได้ส่งกำลังทเห่อเข้าไปปลดปล่อยเวียดกามใต้จากยูริในปี ค.ศ. 2106 ทำให้จักรวรรดิยูริประกาศสงครามกับเรดซัน นอกจากนี้คณะปฏิวัติในลัทธิสังคมนิยมนำโดย ตาแมว สไนเปอร์ แห่งลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยาได้นำทัพเรดซันขับไล่พวกยูริออกไปจากคาบสมุทรอินโดจีนจนหมดสิ้น แต่ด้วยความคิดเห็นที่ไม่ลงลอยกับรัฐบวมของท่านผู้นำดินห์ ผู้พันเมาจึงเนรเทศตัวเองไปไซ่ง่อน และจัดตั้งรัฐบวมของเขาที่นั่น เกิดเป็นสาธารณรัฐสังคมนิยมโพ้นทะเลเล็กๆที่แหลมญวน แต่มีประชากรมากถึง 7 ล้านคน ซึ่งผู้พันเมาผู้ปกครองรัฐเล็กนี้ดูเหมือนจะไม่มีประโยชน์ในสงคราม กลับเป็นผู้ปิดฉากสงครามในตอนท้ายและได้ปกครองดินแดนในจักรวรรดิยูริบางส่วนอีกด้วย ภายหลังท่านผู้นำดินห์ประกาศสาธารณรัฐสังคมนิยมโดยการสนับสนุนจากเรดซันและจีนแดง(เรดซันไม่ต้องการปกครองดินแดนนี้อีกเพราะเปลืองทรัพยากรบุคคล ตอนนั้นเรดซันเริ่มเสื่อมแล้ว) และคืนดีกับผู้พันเมา
ยุทธการซาบาท ยุทธการซาบาทเป็นส่วนหนึ่งของสงครามกลางเทือง เกิดขึ้นที่ชายฝั่งจักรวรรดิยูริใกล้กลับทะเลแบริง เกิดขึ้นเมื่อสหภาพโซเวียตได้สง่ทหารเดินทางผ่านเกาะแก่งต่างๆในขั้วโลกเหนือเพื่อเดินทางไปตีรัฐซาบาททางด้านตะวันออกของจักวรรดิยูริ ซึ่งกองทัพโซเวียตได้ใช้เวลาระดมพลนานนับ 10 เดือนนับเป็นการเดินทางที่ยาวนานที่สุดในสงครามกลางเมือง ผลก็คือยูริทิ้งเมืองหนีไปอยู่ในไซบีเรียกลางไปแล้ว การสงครามครั้งนี้จึงกลายเป็นอัมพาตไปเสียดื้อๆ(เดินมาซะนาน) ทำให้กองทัพโซเวียตบุกเข้าไปในเมืองเปล่าที่หนาวเหน็บ แต่ก็มีผลตอบแทนที่คุ้มค่าเพราะทหารโซเวียตได้ขุดพบเหมืองทอง เพชร และบ่อน้ำมันในรัฐซาบาทนี้ สร้างความริษยาให้กลับอเมริเกย์เป็นที่สุด อเมริเกย์จึงสั่งระดมพลบุกรัฐซาบาทเพื่อจู่โจมโซเวียตที่อ่อนล้า โดยอเมริเกย์ใช้เวลาเดินทัพทั้งหมด 10 วัน(ทำไมมันต่างกันจัง)ซึ่งโซเวียตและอเมริเกย์รบกันอยู่นานเกือบหนึ่งเดือนโดยที่ยูริไม่เกี่ยวข้องด้วยเลย และในสมรภูมิที่หนาวเหน็บนี้ ชัยชนะได้ตกเป็นของโซเวียตที่อ่อนล้าเสียดื้อๆ ส่วนยูริ เสียดินแดนไปเป็นอันมาก
ภายหลัง อมาริเกย์ต้องการแก้แค้น จึงเป็นเซ็นสัญญาพันธมิตรกับชินคอร์ป ให้พวกทุจศิลส่งกองทัพส้วมบอมบ์มาลุยทำลายจักรวรรดิยูริจากภายใน ส่วนอมาริเกย์นั้น เจมส์ พ็อตเตอร์ โซโลแมร่ง จะนำทัพเองมาลุยจักรวรรดิยูริ โดยไม่ผ่านรัฐซาบาท ขึ้นฝั่งที่ทะเลโอคอสต์เลย แต่ทางไม่สะดวกเพราะถูกผู้พันเมาให้นำทัพมาตีสกัด แต่ถูกชินคอร์ปสั่งสอนด้วยส้วมบอมบ์ ทำให้ทหารของตาแมวตายไปหลายพันคน
[แก้ไข] จักรวรรดิยูริสลายตัวและการขึ้นมามีอำนาจของลัทธิภราดรภาพแห่งน็อต
เมื่อจักรวรรดิยูริจวนเจียนจะล่มสลายเช่นนี้แล้ว เคนสหายตลอดกาลของยูริ พลังจิตผู้ร่วมก่อตั้งองค์การยูริเคนนั้น ได้ไปก่อตั้งลัทธิภราดรภาพแห่งน็อต และได้สาวกจำนวนหนึ่ง โดยชูธงว่าเป็นลัทธิเพื่อสันติภาพของโลก แต่แท้จริงคือเป็นลัทธิที่จะต่อต้านและขัดขวางผู้ทำลายจักรวรรดิยูริในทุกรูปแบบ เมื่อทราบข่าวว่าจักรวรรดิยูริกำลังจะมีอันเป็นไปในไม่ช้า เขาจึงรับอาสาชาวยูริในการฟื้นคืนจักรวรรดิ แต่ไม่ทันได้เตรียมพร้อม ทัพอมาริเกย์และส้วมบอมบ์ของชินคอร์ปก็ยกพยุหยาตราเข้ามาทำลายล้างจักรวรรดิยูริ บุกทำลายหลายร้อยเมือง เอาระเบิดไปทิ้งอีกหลายพันเมือง ยูริโอะและยูริโกะจึงถอยหนีไปเรื่อยๆถึงเวรโคถีบส์ แต่ก็ยังไม่พ้น กองกำลังผสมชินคอร์ป-อเมริกูสามารถทำลายเมืองนี้ได้สำเร็จ ยูริโอะและยูริโกะจึงถูกทำร้ายร่างกายสารพัด ส่วนยูริโอะถูกเนรเทศไปปอบหยิบ จักรวรรดิยูริจึงสลายตัวลง
[แก้ไข] เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นหลังจักรวรรดิยูริล่มสลาย
เศษฝรั่งต้องการล้างแค้น จึงมีการปฏิวัติเปลี่ยนผู้นำโดยผู้นำกลุ่มนี้หนีไปอยู่ที่เฟรนช์เกียอานาหลังยูหลบถูกยูริยึด เขาได้กลับมาใหม่ในคราวนี้ แล้วเกณฑ์ทเห่อครั้งใหญ่ บุกไปทั่วทั้งยูหลบ ยันละเมอ ออสเตรีย อิตาขี้ ล่มสลาย และยึดโปแลนด์ ดินแดนของชาวสลาฟ แม็กยาร์ โครเอท ไว้เป็นเมืองขึ้น มีขนาดใกล้เคียงกับจักรวรดิของชาร์ลมาญ และร่วมกับทัพส้วมบอมบ์ของชินคอร์ปและอมาริเกย์ เป็นแนวร่วมฟรังโก-อเมริกัน-ชินคอร์ป ล้างแผ่นดินโซเวียตกระจุย