สงครามครูเสด
จากไร้สาระนุกรมเสรี - อนึ่งบทความนี้ถูกแก้ไขได้โดยผู้ใช้ทั่วไป หากแป้กหรือเสื่อมประการใดทางเราไม่ขอรับผิดชอบใดๆทั้งสิ้น
สงครามครูเสด (Ajarn Said) เป็นสงครามศาสนาระหว่างชาวบริสเตียนในยุโรปกับพวกซลาตัน เพื่อยึดดินแดนอันศักดิ์สิทธิ์ คือ กรุงเยรูฮาเร็ม ของบริสต์ศาสนาที่ยกพวกข้ามทะเลเมดิเตอร์เรเนียน ไปยังดินแดนตะวันออกกลางคือระหว่างปี ค.ศ.1096-1291 ซึ่งต่างฝ่ายต่างเถียงกันว่า กรุงเยรูฮาเร็ม ดินแดนศักดิ์สิทธิ์แห่งนี้ เป็น ของกูต่างหากของตน ซึ่งเหลือเชื่อว่ามีจุดกำเนิดจากลุงแก่ๆคนหนึ่ง
| สงครามครูเสด | |
|---|---|
การยึดกรุงแอนติออค | |
| |
| |
| |
| ผู้ร่วมรบ | |
| ฝ่ายบริสต์
เมื่อสงครามจบ | ฝ่ายซลาตัน
|
| ผู้บัญชาเกรียน | |
|
|
|
| กำลัง | |
| ความสูญเสีย | |
| ซิซิลีเป็นบริสต์แต่เข้าข้างซลาตันโดยไม่ทราบสาเหตุ | |
[แก้ไข] สงครามครูเสด
| | กำเนิดสงครามสองร้อยปี เพราะลุงปีเตอร์ทำเรื่องแท้ๆ | |
เดิมทีลุงปีเตอร์แกเป็นนักแสวงโชคด้วยการขูดเลขเด็ดจากโบราณสถานที่อ้างว่าเป็นนักบุญแถวๆ กรุงแหย่รูฮาเร็ม ซึ่งสมัยนั้น ทั้งนักบวชบริสต์ หรือ นักบวชแขก ต่างมาแสวงบุญที่นี่ได้ แต่ห้ามมีเรื่องกัน
ลุงปีเตอร์เกิดความเลื่อมใสในเลขเด็ดในบริสต์ศาสนาเคยสัญญาว่าถูกจะแก้บนด้วยการบวชเลยผันตัวมาเป็น นักบุญปีเตอร์
ลุงปีเตอร์ก็ยังคงใช้ชีวิตสมถะ ใส่เสื้อยีนส์ เกงยีนส์ ผมยาว สะพายย่าม จนชาวบ้านเรียกว่า นักบุญปีเตอร์ ฤาษี เดินส่งยา เดินแสวงบุญ เผยแพร่ศาสนาบริสต์
อยู่มาวันนึง ขณะที่ลุงปีเตอร์ กำลังเดินแสวงบุญในผับที่ กรุงแหย่รูฮาเร็ม นักบวชบริสต์ กับ นักบวชแขก เกิดเหยียบตรีนส์กัน บังเอิญ แขกพวกมันเยอะ นักบวชบริสต์สเลยอ่วมอรทัย ลุงปีเตอร์ผู้ศรัทธาในพระเจ้าเกิดความเศร้าใจ จึงเดินทางกลับกรุงโรม เมืองหลวงบริสต์นิกายคาทอลิก
ทันทีที่ถึงถิ่นลุงปีเตอร์วิ่งโร่ไปบอกพระสันตตาปลาเออร์บานที่ 2 สมัยนั้น พระสันตตาปลา มีอำนาจในการสั่งให้กษัตริย์ประเทศต่างๆในยุโรป เข้าร่วมสงครามครูเสดได้ พระสันตตาปลาเออร์บันที่ 2 รักพวกมาก ประกาศว่า เลือดต้องล้างด้วยเลือด มันต้องเอาคืนสิวะ ทรงต้องเรียกร้องความยุติธรรมให้แก่ศาสนาบริสต์ จึงประกาศสงครามครูเสด และ ที่พระสันตตาปลาเออร์บันที่ 2 ที่ทำลงไปคงไม่รู้ว่าเขาจะรบกันนานเกือบๆ200ปี
[แก้ไข] ลำดับและปีที่เกิดครูเสด
- ครั้งที่ 1 ระหว่างปี 1095 - 1101
- ครั้งที่ 2 ระหว่างปี 1147 - 1149
- ครั้งที่ 3 ระหว่างปี 1188 - 1192
- ครั้งที่ 4 ระหว่างปี 1201 - 1204
- ครั้งที่ 5 ระหว่างปี 1217 - 1221
- ครั้งที่ 6 ระหว่างปี 1228 - 1229
- ครั้งที่ 7 ระหว่างปี 1248 - 1254
- ครั้งที่ 8 ระหว่างปี 1270
จำไว้ ทั้งหมดนี่ ไอ้ลุงปีเตอร์ เพราะเมิงทั้งหมดเพราะความไม่เข้าใจกันของทั้งสองฝ่าย
[แก้ไข] สงครามครูเสด ครั้งที่ 1
| | ชาวนากับนักบุญ การรบ แบบลูกทุ๊ง ลูกทุ่ง | |
ครูเสดครั้งแรกเกิดขึ้นในช่วง ค.ศ. 1096-1099 นักบุญปีเตอร์ หรือลุงปีเตอร์ กับนายทหารฝรั่งเศษชื่อกอดเฟรย์ ก็ออกโฆษณาชวนเชื่อชาวยุโรป ว่า ถ้าใครได้ไปเข้าร่วมกองทัพครูเสดครั้งนี้ แน่นอนว่า ได้บุญ ตายแล้วก็ตายฟรี ขึ้นสวรรค์ จนพรรคพวกหูเบาที่กระหายจะไปรบ ได้รวมพลกันมากถึง 250,000 คน แต่ทว่าส่วนใหญ่ก็ไปรับคนมามั่ว เอาปริมาณไว้ก่อน
มีทั้งชาวนา ผู้หญิงและเด็กตามไปด้วย อาวุธก็หาเอาแถวๆนั้น จึงเหมือนพาไปคนเที่ยวสวนสัตว์ดูแขกเสียซะมากกว่า
ผลสรุป กองทัพครูเสดที่อ่อนแอเกินไป เมื่อเผชิญหน้ากับนักรบเติร์กที่ดุดัน กองทัพครูเสดก็พ่ายแพ้ไม่เป็นท่า ลุงปีเตอร์กับอีตากอดเฟรย์วิ่งกระเจิงกลับยุโรปไปคนละทาง พระสันตะปาปาเออร์บันที่ 2 ถึงกับเซ็งเป็ด
ปีรุ่งขึ้น ค.ศ.1097 พระสันตาปาปาเออร์บันที่ 2 เจ้าเดิม ประกาศรับสมัครนักรบครูเสดอีกครั้ง คราวนี้ ได้นักรบที่มีความสามารถ รวมไปถึงเจ้าชายแคว้นต่างๆก็เอากับเข้าด้วย กองทัพนี้จึงมีความเข้มแข็งเป็นพิเศษ
พระองค์จึงมั่นใจว่า คราวนี้จะไม่ทำให้พระองค์หน้าแหกเสียหน้า เหมือนกับคราวที่แล้ว
แต่ก็เกิดปัญหาอีกตามเคย
| | กองทัพดูเข้มแข็งก็จริง เนื่องจากเป็นกองทัพที่พามามั่วไปหมด | |
เจ้าชายแคว้นนั่น แคว้นนี่ มีนายหลายคน ไม่มีผู้นำสูงสุดบัญชาการ การรบจึงคล้ายๆกับตัวใครตัวมัน กว่าจะตีกรุงเยรูฮาแร็ม ได้ก็ล่วงเข้า ค.ศ.1099 เมื่อกองทัพครูเสดชนะแบบทุลักทุเล ก็ตั้ง กอร์ดเฟรย์ แห่ง บุลอิยอง ผู้นำเบลเยี่ยม เป็นกษัตริย์แห่ง กรุงเยรูฮาแร็มนักรบครูเสดที่เหลือแยกย้ายกลับบ้าน
- สรุป บริสต์สเตียนประเดิมชัยชนะได้รอบแรก ฝ่ายแขกได้แต่ครางว่า"อีนี่เจ็บใจ๋อีนี่เจ็บใจ"
[แก้ไข] สงครามครูเสด ครั้งที่ 2
| | ดับเบิ้ลกษัตริย์แท็กทีม แต่ดันแพ้แบบล่มปากอ่าว | |
สงครามครูเสดครั้งที่ 2 (ค.ศ.1147-1149) ฝ่ายบริสต์สเตียน ปลื้มกับผลงานตัวเองอยู่ได้ไม่กี่ปี ฝ่ายซลาตันนักรบชาวแขกหยิบประวัติศาตร์มาอ่านทีไรแล้วมันแค้น เลยระดมพวกแถวๆบนฝั่งแม่น้ำไทกรีส เพราะแถวนั้นซลาตัน นักรบแขกเพียบ ดูลาดเลาแล้ว พวกบริสต์เตียนมันเอาทหารเฝ้า กรุงเยรูฮาเร็มไว้ไม่กี่คน น่าจะชนะแบบม้วนเดียวจบ
ฝ่ายบริสต์เตียนในกรุงเยรูฮาแร็มก็เหมือนนกรู้ เห็นท่าไม่ดี ขืนสู้แบบนี้คงไม่รอด จึงขอความช่วยเหลือไปยังบริสต์สเตียนในยุโรป ขอกองทัพครูเสดมาป้องกันกรุงเยรูฮาแร็ม นำโดยพระเจ้าหลุยส์ที่ 7 แห่งฝรั่งเศส จับคู่ กษัตริย์ คอนราร์ดที่ 2 แห่งเยอรมัน ก็ส่งกำลังมาช่วย พระองค์พระทัยมาถึงสองมันต้องชนะสิวะว่าศึกนี้ จะป้องกัน กรุงเยรูฮาร็ม ไว้ได้ พวกแขกมันจะซักเท่าหร่าย เมื่อพบกองทัพซลาตันชาวแขก พระองค์สั่งลุยทันที
แต่สุดท้ายก็ล้มเหลวที่จะยึดเมืองดามัสคัส กษัตริย์คอนราร์ด(ไม่ได้เป็นญาติกับเจอร์ราร์ดแต่อย่างใด) และพระเจ้าหลุยส์แพ้อย่างหลุดลุ่ยที่สรภูมินี้ อันเป็นเมืองหน้าด่านสำคัญก่อนถึงกรุงเยรูฮาแร็ม พวกแขกมันถึก อึด เกินกำลังครูเสดชนะได้ ต่อมา ซาลาดิน (ค.ศ.1138-1139) นักรบจอมทัพอันยิ่งใหญ่ของฝ่ายซลาตัน ขวัญใจนักรบชาวแขก ก็เป็นหัวหน้าของซลาตันตะวันออกกลาง 13 ปีต่อมา ซาลาดินก็ทำสงครามศาสนาจีฮัดเพื่อยึดปาเลสไตน์ และยึดได้ กรุงเยรูฮาแร็ม ในเดือนตุลาคม ค.ศ.1187
- สรุป ครั้งที่ 2 แขกชนะ ส่วนกองทัพครูเสด แพ้กระเจิงตั้งแต่ยังไม่ทันถึง กรุงเยรูฮาร็ม
[แก้ไข] สงครามครูเสดครั้งที่ 3
| | ศึกรวมดารา รวมพลังถล่มบัลลังค์แขก | |
สงครามครูเสดครั้งที่ 3 เริ่มในปี 1889 ชาวบริสต์เตียนรวบรวมกำลัง หวังจะมาทวง กรุงเยรูฮาร็มคืน กะว่ายังไง ต้องเอาให้ได้สิวะ คราวนี้ฟิตซ้อมมาอย่างดี และรวบรวม ขุนศึกดาราดังเอาไว้คับคั่ง อาทิ พระเจ้าริชาร์ดใจหญิง (Richard the woman hearted) แห่งอังกฤษ กษัตริย์ ฟิลลิป ออกัสตัส แห่งฝรั่งเศส พระเจ้าเฟรเดอริก บาร์บารอสซา แห่งเยอรมัน
ซาลาดินกะเอาไว้แล้วว่าพวกบริสต์สเตียนต้องมาเอาคืน ไม่แม่นึกว่าจะใช้เวลารวบรวมกองทัพโดยใช้เวลาเพียง 2 ปี เท่านั้น ซาลาดินเป็นผู้นำนักรบซลาตันที่ถือสัจจะในการรบ ทั้งบริสต์เตียนและซลาตันต่างทำการรบในศึกนี้ถึง 23เดือน ก็ไม่รู้ผลแพ้ชนะ พระเจ้าริชาร์ดใจสิงห์ และ ซาลาดินต่างก็เคารพในฝีมือซึงกันกัน
เป็นที่รู้กันว่า นักรบครูเสดชอบใส่อะไรที่มันหนักๆ เสื้อเหล็ก หมวกเหล็ก ไหนจะโล่อีก ในขณะที่ฝ่ายนักรบแขกของซาลาดิน สวมเสื้อหนัง ชุดเบา จึงสู้ในภูมิประเทศอันร้อนอบอ้าวได้ดีกว่า
มีอยู่ครั้งหนึ่งซาลาดินได้กลอุบาย โดยรบกันในที่โล่ง ปิดล้อมทหารครูเสดไว้ท่ามกลางอากาศร้อน นักรบครูเสดก็อ่อนแรง เหล่าทหารแขกก็รุมสกรัมตรีนส์ ชนะเอาแบบง่ายๆ จับเชลยได้เพียบ = =*
การปิดล้อมเยรูฮาแร็ม ซาลาดินได้ชัยชนะงดงาม ตอนปิดล้อม พวกบริสต์เตียนในเมืองอ่อนกำลังลงเรื่อยๆ ขนาดต้องส่งฑูตออกมาขอความเมตตา ซาลาดิน ให้ไว้ชีวิต ซาลาดินเป็นผู้นำที่มีเมตตา ซึ่งต่างจากชาวบริสต์เตียนซึ่ง สไตล์นิยมถล่มทุกเมืองกูไปไหนแมร่งเอ๊ยตีป้อมแตกกระจายทุกทิศ
ซาลาดินคิดค่าปรับซึ่งไม่แพงเลย ราคา ดังนี้ ผู้ชาย 10 ดิน่า หญิง 5 ดิน่า เด็ก 1 ดิน่า เมื่อจ่ายครบ ก็ให้เดินเข้าแถวออกจากกรุง เยรูฮาแร็ม
ตอนแรกซาลาดิอนุญาติให้ชาวบริสต์เตียน เอาทัพย์สินติดตัวไปได้ทุกอย่าง แต่พอทราบข่าวทีหลังว่า ชาวบริสต์สเตียนระหว่างทำสงคราม ได้ปล้น หม้อ ของชาวแขกไปเยอะ ซาลาดินจึงออกกฎ ห้ามชาวบริสต์สเตียนเอาหม้อกลับไป จากนั้นให้ทหารแขกเดินไปส่งถึงท่าเรืออีก สปริทพี่แกแรงจริงๆ
- สรุป กรุงเยรูฮาแร็ม ก็ยังอยู่ในความปกครองของ ซาลาดิน ขวัญใจชาวแขก พวกบริสต์เตียนแพ้กลับ ทั้งกายและใจแถม หม้อ ก็ไม่ได้เอากลับมาอีก
[แก้ไข] สงครามครูเสดครั้งที่ 4
| | แค้นทวงหม้อ ของดีใครก็หวง | |
สงครามครูเสด ครั้งที่ 4 1201 - 1204 หลังจากซาลาดินเท่งทึง เพราะอยู่ใน กรุงเยรูฮาแร็ม เพราะอยู่กับหม้อที่ยึดมาได้จากชาวบริสต์เตียนมากเกินไป
ลูกๆ ของซาลาดิน 3 คน ก็เกิดการแย่ง หม้อกันเอง แต่ลุกชายคนนึง ชื่อ สัยฟัดดีน ชาวบ้านผู้เลื่อมใส ต่างขนานนามว่า สัยฟัดตรีนส์ บุตรชายซาลาดินคนนี้รบเก่งมาก สามารถยุติการแก่งแย่งหม้อมรดก ต้นเหตุที่ลูกๆทะเลาะกัน กูก้ได้ครอบครองคนเดียว
เมื่อข่าวนี้กระแทกหูชาวบริสต์เตียน ซึ่งมีความแค้นที่เป็นทุนเดิม เพราะโดนซาลาดินแย่งหม้อไปเมื่อครั้งก่อน ต่างระดมกองทัพครูเสด บุกไปยังกรุงเยรูฮาแร็ม กองทัพครูเสด มาถึงเมืองฝั่งทะเลชื่อเมือง บรัดตรุ๋ย สุลต่าน สัยฟัดตรีนส์ อันเป็นที่รักของชาวแขก ยกทัพมาป้องกัน เมื่อทั้งสองฝ่ายเผชิญหน้ากัน
แม่ทัพฝ่ายครูเสดควบม้านำทัพออกมาถามสุลต่าน สัยฟัดตรีนส์
- "
เอาหม้อมาให้กูซะดีๆไม่งั้นกองทัพครูเสดจะถล่มให้เสียวววว"
สุลต่านฟัดตรีนส์ ตอบในทันที
- "
นี่ของกูโว๊ยอีนี่ไม่ให้หรอก"
สิ้นเสียงก็เปิดฉากตะลุมบอน นัวเนียได้เสียวสุดขีดกันทั้ง 2 ฝ่าย จบลงด้วยเสียงคราง
- สรุป บริสต์เตียนและซลาตัน เซ็นสัญญาสงบศึก 3 ปี ส่วนกรุงเยรูฮาแร็ม ก็ยังอยู่ในมือของนักรบชาวแขกเหมือนเดิม
[แก้ไข] สงครามครูเสดครั้งที่ 5
| | สันตตาปลาอิโนเซนต์ ข้ออ้างปราบหวยเถื่อน | |
ทั้งสองฝ่าย สงบเสงี่ยมเจียมบอดี้อยู่ได้ 3 ปี พระสันตตาปลา อินโนเซนต์ที่ 3 (Inocent III) ได้ข่าวมาว่า กรุงคอนแสตนติโนเบิล ซึ่งนับถือศาสนาสบริสต์นิกายคาร์ธาร์ส ซึ่งมีความเชื่อว่า พระเจ้า หรือ พระเจเซิร์สนั้น แท้จิง ก็มีด้านดีและด้านมืด เช่น ปล่อยน้ำมาท่วมโลก จึงมีการจัดพิธีกรรมด้านดี และ เลว พร้อมกัน รวมไปถึงพี่ธีเข้าทรง นั่งญาณ และ ใบ้หวย ให้เล็กเด็ด ซึ่งพระสันตตาปลาโดนตัดหน้าจึงยอมไม่ได้
พระสันตตาปลาอินโนเซนต์ที่3 ซึ่งเคร่งศาสนาอย่างเป็นบ้าเป็นหลัง ก็สั่งดำเนินการ ในวันรุ่งขึ้น มีจดหมายจากนครวาติกันไปปลุกระดมกษัตริย์แคว้นต่างๆ และชาวบ้านชาวช่อง ให้ทำสงครามครูเสด แต่กษัตริย์ริชาร์ด ใจหญิงไม่เอาด้วย จึงตอบจดหมายไปเพียงสั้นๆ ได้ใจความเมิงเท่าแต่สั่งๆไปรบเองมั่งสิวะนิกายอะไรหนักหัวใคร ริชร์ดไม่เหนด้วยกับการโจมตีครั้งนี้ เพราะต่างคนมีความคิด ที่จะนับถืออะไรก็ได้ พร้อมกับห้ามปรามไปยังพระสันตตาปลาอินโนเซนต์ ที่ 3 เพื่อยับยั้งสงคราม
แต่โป๊ปก็ทำเป็นหูทวนลม กองทัพครูเสดที่หาได้คราวนี้ มันก็เยอะ ส่วนทางนักรบชาวแขกตอนนั้นก็กำลังมั่วๆกับศึกภายในราชวงศ์แขก พวกครูเสด มันก็เสือกยกมาตอนนี้ซะได้ จะทำไงดี
กองทัพอันมโฬหารของพระสันตตาปลาอินโนเซนต์ ที่ 3 ก้ออกเดินทางจากรัฐวาติกันเดินทัพ เข้าโจมตีกรุงคอนแสตนติโนเบิล ซึ่งตอนนั้นนับถือ บริสต์สนิกาย คาร์ธาร์ส
อินโนเซนต์ตกใจมาก เห็นว่าอาจสร้างความบาดหมางในหมู่บริสต์ศาสนิกชนด้วยกัน แต่ก็หยุดไม่ได้เพราะพวกลาตีนใช้ข้ออ้างว่าปราบหวยเถื่อน ไม่ยอมยกกลับ
- สรุป ชาวแขกรอดตัวหวุดหวิด เพราะถ้ายกมา กรุงเยรูฮาแร็ม ด้วยสถานการณ์ภายในที่รุมเร้า กับพวกครูเสดที่มากันอื้อ ยังไงก้แพ้ กับ แพ้ แต่หวย
เสือกไปออกที่กรุงคอนสแตนติโนเบิลแทน โดนเผาเมืองเสียฉิบเลย ประมาณการมีผู้เสียชีวิตไม่ต่ำกว่า1แสนคน ว่ากันว่า ไฟไหม้กัน 3 วันยังไม่หมด
ศริสสเตียน โดยพระสันตะปาปา ในสมัยนั้น รุ่งโรจน์มาก แม้แต่กษัตริย์ ยังมิอาจต่อรอง
[แก้ไข] สงครามครูเสดครั้งที่ 6
| | หลอกเด็กไปขายถั่วดำ ฝันบ้าเพราะเด็กเลี้ยงควาย | |
สงครามครูเสด ครั้งที่ 6 ระหว่างปี 1228 - 1229 มีเด็กชาวฝรั่งเศษคนหนึ่ง ชื่อ สตีเฟ่น เขาเป็นเด็กเลี้ยงควายอยู่ชายทุ่ง แถวๆเมืองบอร์กโดซ์ วันนึงขณะที่เขาเลี้ยงควาย แล้วย่องไปขโมยไวน์บอร์กโดซ์มากินแล้วเมาหลับไปนั้น ได้ฝันว่า มีพระเจเซิร์สมาเข้าฝัน บอกว่า งวดนี้ 78 วางโต๊ดให้หนักๆ และอย่าลืม ไปสู้เพื่อชาวบริสต์สเตียน เอา กรุงเยรูฮาร็มคืนมา แล้วงวดหน้าจะมาบอก 6 ตัวตรง
สตีเฟ่นตื่นขึ้น เขาตกใจมาก นำความนี้ไปบอกพ่อแม่ถึงความฝันทั้ง2อย่างที่ พระเจเซิร์สบอก พ่อแม่ของสตีเฟ่น ไม่รอช้า เดินทางไปยังรัฐวาติกันในทันที เพื่อนำเลข 78 ไปเล่นแทงหวย ซึ่ง พระสันตตาปลาเป็นเจ้ามือทั่วยุโรปในสมัยนั้น
ส่วนการไปสู้เพื่อชาวบริสต์เตียน กอบกู กรุงเยฮูราฮาแร็ม จึงเป็นหน้าที่ของเด็กๆโดยปริยาย
เรื่องราวของสตีเฟ่น เป็นที่สนใจของพวกคลั่งสาสนา ประกอบกับมีคัมภีร์ใบเลิลฉบับใหม่ ที่อ้างว่า "เสียงจากปากเด็กอ่ออนเป็นคำสรรเสิญอันแท้จิง" เด็กๆจากฝรั่งเศษราวๆ 3 หมื่น จึงเดินทางไปที่เมืองท่ามาร์แซล เพื่อหวังลงเรือไปกรุงแยรูฮาแร็ม แต่เนื่องจากไปแล้ว ไม่มีเรือไป พวกพ่อค้าหัวใสแถวๆนั้นเลยหลอกลงเรือพาไปขายจนหมด
ชายพาไปขายถั่วดำ หญิงพาไปขายถั่วแดง ไม่ก็พาไปขายเป็นทาส ได้ทั้ง ถั่วดำ และ ถั่วแดง
- สรุป กลายเป็นว่า สตีเฟ่น พาเด็กๆเพื่อนร่วมอุดมการณ์ ทั้งชายหญิง ไปขายถั่ว ส่วนที่รัฐวาติกันพระสันตตาปลา งวดนั้น ไม่ออก 78 เจ้ามือกินรวด
กรุงเยรูฮาแร็ม ชาวแขกก็ยังปกครองเหมือนเดิม
[แก้ไข] สงครามครูเสดครั้งที่ 7
| | อินโนเซนต์สั่งลุย & 2 กษัตริย์ห้าว นู๋ทำไปเพราะความเมา | |
สงครามครูเสด ครั้งที่ 7 ระหว่างปี 1248 - 1254 แฟนๆยังจำ พระสันตาปาปาอินโนเซนต์ที่ 3 ได้มั้ย คนที่ประกาศศึก ครั้งที่ 5 คราวนี้ ครั้ง ที่ 7 ที่นครวาติกัน พระสันตาปาปา อินโนเซนต์ ที่ 3 เจ้าเดิม สั่งประชุม กษัตริย์จากแคว้นต่างๆในยุโรป ปรึกษากันว่า จะทวงคืนกรุงเยรูฮาแร็ม กลับมาให้ชาวบริสต์เตียนได้ยังไง?
ดยุกแห่งออสเตรีย และ บาวาเรียน ขาห้าว ประกาศอาสานำทัพครูเสด ทวงกรุงเยรูฮาแร็ม กลับมาให้จงได้ พระสันตาปาปาอินโนเซนต์ ประทับใจในความห้าวของผู้นำทั้ง 2อย่างยิ่ง ถึงขนาดยกแก้วไวน์ ยกชนกัน เมาแทบหัวทิ่ม จึงคะเนได้ว่า ครั้งนี้ไปรบเพราะความเมา
กองทัพครูเสดใช้แผนเดิมๆในการบุกอีกตามเคย คือ ยกทัพจาก นครวาติกัน และอีกทัพ ทางทะเล มาพบรักกันที่กรุงไคโร ดินแดนของอียิปต์
นักรบชาวแขกไม่รอช้า เร่งระรมพวก มารับมือ ยังจำ สัยฟัดตรีนส์ ลูก ซาลาดิน ได้มั๊ย เขาเป็นนักรบผู้เก่งกาจของฝ่ายแขก เมื่อสงครามครูเสดครั้งที่ 4 สัยฟัดตรีนส์ ยกทัพมาช่วย แต่เสือกตายกลางทางซะก่อนแต่กลับป่วยเสียชีวิตด้วยโรค เอดส์ แต่ดันให้เขียนในประวัติศาสตร์ไปว่ามาลาเรีย
เมื่อผู้นำสัยฟัดตรีนส์ ตาย ทัพหนุนของแขกก็มาไม่ถึง อียิปต์ก็ต้องรับศึกเพียงลำพัง พวกครูเสดก็ล้อมอยู่ 18 เดือน ก็ตีได้ ลูกชายสัยฟัดตรีนส์ ชื่อ อัล-มาลิด กับ อัล-กามิลขอสงบศึกกับกองทัพครูเสด โดยเสนอ ยกเมืองต่างๆที่ ซาลาดิน ปู่ของตน ซึ่งเคยตีได้ ยกให้ครูเสด
ดยุกแห่งออสเตรีย ผู้นำทัพเพิ่งยึดอียิปต์ได้ จิตใจกำลังฮึกเหิม ดูรายชื่อเมืองที่ฝ่ายแขกจะยกให้ รู้สึกเป็นแค่เมืองเล็กๆ จึงไม่ยอมสงบศึก ฝ่ายนักรบแขกซลาตัน จึงใช้ไม้เด็ด พังเขื่อนกั้นน้ำเข้าท่วมกองทัพครูเสด ค่ายทหาร เสียง อาวุธ สูญเสียไปอย่างมาก สุดท้ายกลายเป็นกองทัพครูเสดที่ต้องทำสัญญาสงบศึกซะเอง มันงามหน้าแท้ๆ
- สรุป กองทัพของครูเสดของดยุกแห่งออสเตรีย และบาวาเรียน พ่ายแพ้แบบเสียหน้า ดับความห้าวของทั้งคู่ ต้องกลับยุโรปอีกตามเคย ดยุกแห่งออสเตรียขาดทุนหน่อย กลับมารบก็แพ้ คงโดนเมียด่าไปอื้อ
[แก้ไข] สงครามครูเสดครั้งที่ 8
| | ชิงบัลลังค์ราชวงศ์แขก บริสต์ต์ส้มหล่น ได้เมืองฟรี | |
สงครามครูเสดครั้งที่ 8 ระหว่างปี 1270-?? เกิดการแย่งอำนาจหักเหลี่ยมโหดกันเอง ในเชื้อพระวงศ์ชาวแขก เหตุเริ่มที่ อัล-มาลิด กับ อัล-กามิล สองพี่น้องเมื่อตะกี้(ครูเสดครั้งที่ 7) คนน้อง อัล-กามิล คิดอยู่ นานสองนาน อยากเปนใหญ่ เหนือคนนับแสน ใต้คนๆเดียว แบบนี้ต้องก่อกบฎสิวะ จึงแอบบไปทำสัญญาใต้โต๊ะ กับ กษัตริย์เฟเดอร์ริกซ์ที่ 2 ซึ่งเปนบริสต์เตียน
| | ไม่มีมิตรแท้ และศัตรูถาวร แขกรู้คำนี้ดี | |
ในสัญาใต้โต๊ะนั้น ใจความว่า จะยก กรุงเยรูฮาแร็ม และเมืองบริวาร ให้กองครูเสด ชาวบริสต์สและ ชาวซลาตัน สามารถมาแสวงบุญได้โดยเสรี ห้ามมีเรื่องเหยียบตรีนส์กันเหมือนสมัยนักบุญปีเตอร์ ซึ่ง 2 ฝ่าย ต่างตกลง
ปี ค.ศ.1229 กษัตริย์เฟเดอร์ริกซ์ ที่ 2 ก็ยกกองทัพครูเสดเพื่อมายึด กรุงเยรูฮาแร็ม ตามสัญญา น่าแปลกที่ว่า ครูเสดครั้งนี้ เป็นการยกมาเอง พระสันตาปาปาเกรเกอรร์รี่ ที่ 10 ที่ นครวาติกัน ยังไม่ทันรู้เรื่อง กว่าจะรู้ตัวอีกที กษัตริย์เฟเดอรร์ริกซ์ ก็พากองทัพวิ่งหายหัวไปถึงซีเรียแล้ว กษัตริย์เฟอเดอรร์ริกซ์ให้คนรับใช้มาบอกพระสันตาปาปาว่า ของฟรีต้องรีบไปสิวะพระองค์ต้องรีบไปตามสัญญา
เมื่อสัญญานี้เป็นที่ทราบแก่คนทั่วไป ทั้งบริสต์เตียน และ ซลาตันชาวแขก ต่างก็ไม่พอใจ เพราะใครๆก้อยากเป็นผู้ครอบครองฝ่ายเดียว คนอื่น ห้ามแจม
พระสันตะปาปาเกรเกอรร์รี่ที่ 10 โกรธจนเต้นผาง เพราะกษัตริย์เฟรเดอรร์ริกซ์แอบยกทัพไปเอกแมร่งเอ๊ยไปไม่บอกกูเลย ไม่บอกพระองค์เลย จึงสั่งขับกษัตริย์เฟเดอรร์ริกออกจากบริสต์สเตียน
ต่อมา กามิล คนที่เขียนสัญญายาก กรุงเยรูฮาแร็ม ให้กษัตริย์เฟเดอรร์ริกซ์ เมื่อครั้งก่อน ก็เท่งทึงลาโลก เพราะใช้หม้อเกินขนาด
- สรุป กษัตริย์เฟเดอรร์ริกซ์ ที่ 2 ครอง กรุงเยรูฮาแร็ม ตาม สัญญาที่ กา-มิล ยกให้ ได้แค่ 10 ปี 6 เดือน 10 วัน ลูกชายของ กามิล คนโต ชื่อ วูด
ก็พากำลังทหารแขก บุกโจมตีเอากรุงเยรูฮาแร็ม กลับไปจนได้
[แก้ไข] สงครามครูเสดครั้งที่ 9
| | ใครว่าแขกไม่มีบูเช็กเทียน บริสต์กับแขกไม่ได้รบเพราะมองโกลมา | |
สงครามครูเสดครั้งที่ 9 พระเจ้าหลุยส์ที่ 9 ของ ฝรั่งเศษนำกองทัพครูเสด มาทางเรือ และยึดได้เมืองดิมยาร์ด จากนั้นก็ด้อมๆมองๆดูลาดเลาพวกนักรบแขก ซึ่งได้ข่าวว่าชิงอำนาจกันอีกแล้ว เพราะราชวงศ์แขกตอนนั้นพวกตัวเก๋าๆทั้งหลายก็แก่ตายไปมั่ง เป็นเอดส์ป่วยตายไปมั่ง เหลือก็เพียงรุ่นหลาน ต่อมา เชื้อพระวงศ์แขก รุ่นหลาน นาม ตุรอนซา ซึ่งมีศักดิ์ สามารถครองบัลลังค์ต่ออายุราชสกุลได้ ได้ข่าวญาติตาย จึงเดินทางกลับจากดินแดนเมโสโปเตมีย
(ในปัจจุบันคือบ้านเกิดซัดดัม ตรงแม่น้ำไทกริส ยูเฟรติส ที่อิรัก) ตุรอนซา กะว่าเสร็จงานศพ ตนก็ครองราชย์ต่อ กำไรเห็นๆ
เมื่อ ตุรอนซากลับมาที่ พระราชวังแขก เพื่อจะมาประกอบพิธีศพ ที่ไหนได้ ถูก แม่เลี้ยงของตน ชื่อ นางชะญัร สั่งลอบฆ่า ตุรอนซา มางานศพ เลยกลายเป็นศพไปอีกคน
นางชะญัรเลยสถาปนาตัวเองเป็นราชินิซลาตัน ตั้งราชวงศ์ อัยยูบิยะ ปกครองต่อมาอีก 40ปี ต่อมา หลานราชวงศ์นี้ ดันไปตีกันเอง ราชวงศ์เลยล่มอีกตามเคย แล้วก็ตั้งราชวงศ์ใหม่ นามราชวงศ์มาเมลุคกะ
ราชวงศ์นี้ปกครองประชาชนชาวแขก ปกป้องกรุงเยรูฮาแร็มจากพวกบริสต์สเตียนที่ขยันเอาดาราหน้าใหม่ วนเวียนมาทำสงครามอยู่เนืองๆ
| | การมาของเจงกีสข่าน มาทีหลังแต่พี่หรอย รบแหลก | |
ค.ศ.1242 เจงเจสข่านกำลังคึกสุดขีด ควบม้ามาตั้งแต่มองโกลเลีย จนถึงกรุงแบกแดด โดยไม่เมื่อยตรูดเลย กองทัพมองโกลบุกกรุงแบกแดด เผาเมือง และกระดาษเงิน กระดาษทอง เผานั่นเผานี่ กองทัพมองโกลมา ไม่รู้ว่าแถวนี้เขารบครูเสดเพื่ออะไร เพราะมาเป็นมือที่ 3 เจอบริสต์สรบบริสต์ส เจอ แขก รบ แขก รบมั่วไปหมด
- สรุป สุดท้าย พลังแขกก็ยังป้องกันกรุงเบรูฮาแร็ม และ กองกำลังของเจงกิสข่านได้ แม้ว่าจะอยู่ในสภาพคางเหลือง ส่วนพวกบริสต์เตียน เจอเจงจิสข่าน ก็มัวแต่พะวงหน้าหลัง ไม่ได้รบกับแขกแบบถนัด การรบบริสต์เตียนกับ ซลาตันครั้งนี้ จึงเรียกว่า ศึก 3 เส้า
[แก้ไข] สงครามครูเสดครั้งที่ 10
| | พระเจ้าตุ๋ยที่9 พี่ตุ๋ยพาเพื่อนรบ | |
สงครามครูเสด ครั้งที่ 10 เป็นเหตุสืบต่อจากครั้งที่ 9 ครั้งนี้พระเจ้าหลุยส์ที่ 9 แห่งฝรั่งเศส หลังจากไปตีกรรเชียงอ้อมค่าย แถวๆกรุงเยรูฮาแร็มมาก็นาน ครั้นจะตี ก้ไม่ได้ตี เพราะไหนจะกองทัพแขก ไหนจะกองทัพเจงกิสข่าน ต้องรอทัพใดทัพหนึ่งหายไปซะก่อน ถึงจะได้ตีแบบถนัดๆ
เป็นโชคดีของพี่ตุ๋ย อิทธิพล ของเจงกีสข่านได้อ่อนแรง กองทัพมองโกลเริ่มหายหน้าหายตา พระองค์นึกถึง วีรกรรมอันยิ่งใหญ่ ของ กษัตริย์รุ่นปู่พระเจ้าตุ๋ยที่ 7 ที่สมัยก่อนมาตีกองทัพแขกกับพระเจ้าคอนราร์ดแห่งเยอรมัน (ครูเสดครั้งที่2) แต่ที่ไหนได้ แพ้กระเจิงตั้งแต่ยังไม่ทันเห็นหลังคากรุงเยรูฮาแร็ม
พระองค์คิดแล้วมันแค้นใจ หวังว่าศึกครั้งนี้จะไปล้างอาถรรพ์แทนรุ่นปู่ให้จงได้ กษัตริย์ตุ๋ย ที่ 9 จึง เข้าเฝ้าพระสันตะปาปา ให้ อภัยโทษ พระเจ้า เฟอเดอร์ริกซ์ที่ 2 แห่งเยอรมัน ให้กลับเข้าบริสต์สเตียนอีกครั้ง (โดนไล่ออกในศึกครั้งที่8)
พระเจ้าตุ๋ยที่ 9 แห่งฝรั่งเศส เดินทางกลับทวีปยุโรป และขอให้โป๊ปอภัยโทษให้พระเจ้าเฟรดเดอริกที่ 2 ของเยอรมัน ใน ปี ค.ศ. 1270 พระองค์ได้ทรงชักชวนให้ พระเจ้าเอ็ดเวิร์ดที่ 1 ของอังกฤษมาร่วมทำสงครามครูเสดอีก แต่พระเจ้าหลุยส์ทรงสิ้นพระชนม์ด้วยโรคระบาดที่เมืองคาร์เธจเสียก่อน
ไม่พอ พระเจ้าตุ๋ยที่ 9 ได้ชวนพระเจ้าเอ็ดเวิร์ดที่ 1 แห่งอังกฤษ ไปร่วมครูเสดคั้งนี้ด้วย แต่พระเจ้าเอ้ดเวิร์ดอยู่ดีๆก็ตายเฉย ไม่รู้โชคดี หรือโชคร้ายเลยอดไปห้าวกับที่ตุ๋ยที่ 9 ของฝรั่งเศส
- สรุปกองทัพครูเสดของพระเจ้าตุ๋ยที่ 9 และพระเจ้าเฟรดเดอร์ริกซ์ ที่2 ของ เยอรมัน ที่เพิ่งพ้นโทษแบนของพระสันตาปาปา รบตีกรุง เยรูฮาแร็มอยู่นาน
แต่ก็สู้พลังความ อึด ถึก ทรหด ยิ่งกว่าคูโบต้า กองทัพบริสต์สเตียนเลยต้องถอย
[แก้ไข] สรุปสงคราม
| | อะไรๆมันก็ดีขึ้นหลังสงครามสงบ | |
- มีการเก็บเงิน พวกอัศวินที่เคยไปรบ แล้วรอดกลับมาได้ บางคนไปแบบนู๋ขอแจมไปด้วย ขากลับ กลายเป็นอัศวิน มียศ มีทองคำ ก็เอาทรัพย์สินเหล่านี้ เก็บเป็นส่วนกลาง ไว้ซ่อมบ้านเมือง
- แลกเปลี่ยนวิทยาการ บริสต์เตียนเพิ่งรู้วิธีการทำกังหันโรงสีข้าว หรือ กังหันวิดน้ำเข้าไร่นา จากซลาตัน
- มีการสำรวจรังวัดอาณาเขตกันใหม่ เพราะตอนสงคราม รบมั่วไปหมด วันนี้เป็นของบริสต์ส พรุ่งนี้เป็นของชาวแขก จะได้ไม่ต้องมาเถียงกันทีหลัง จากการสำรวจนี้ โลกก็ได้รู้จักนักสำรวจที่ชื่อ มาโคโปโล
- นักรบผู้ยิ่งใหญ่ ต้องมีใจเมตตา รู้ไหมว่า ซาลาดินผู้นำทัพของซลาตันอันเกรียงไกร ได้ยกทรัพย์สินเพื่อการกุศล สร้างหอสมุด โรงพยาบาล สถาเลี้ยงเด็กกำพร้าจากผลของสงครามอย่างมากมายตอนตาย มีเงินติดตัว แค่ 35 ดิน่า ม้า 1 ตัว ชุดเกราะ ดาบ 1เล่ม ทอง 1 แท่ง เท่านั้น
- ครูเสดครั้งที่ 3 กษัตริย์ริชาร์ด ใจสิงห์ รบกับ ซาลาดิน มีอยู่ครั้งหนึ่ง กองทัพของกษัตริย์ริชาร์ด เพลี่ยงพล้ำ อาวุธ เสบียง โดนทำลายไปมาก เมื่อต้องไปรบติดพันกับซาลาดิน กษัตริย์ริชาร์ด ต้องขี่ม้าแกลบออกไปรบ(ม้าศึกดีๆแทบไม่มี ตายจะหมดแล้ว) ซาลาดินจึงส่งม้าอาหรับชั้นดีไปให้ พร้อมกับบอกว่า ไม่เหมาะที่กษัตริย์จะออกรบด้วยม้าเช่นนั้น กษัตริย์ริชาร์ดยอมรับม้าตัวนั้นไว้ และ เมื่อกษัตริย์ริชาร์ดป่วยขณะรบ ซาลาดินรู้ข่าว จึงสั่งพักรบด้วย เพื่อไม่เป็นการเอาเปรียบ แล้วให้คนเอาสมุนไพรและยาชั้นดี ไปรักษากษัตริย์ริชาร์ด ทั้ง 2 ฝ่ายจึงให้เกียร์ติแห่งนักรบเสมอมา
- หลังจากครูเสดครั้งที่ 3 ริชาร์ด จึงไม่ปรานาจะรบ ซึ่งพระองค์และ ซาลาดิน ต่างเข้าใจสัจธรรมที่แท้จริงของสงครามว่าเป็นเช่นไร
- ส่วนน้องๆกษัตริย์ แคว้นอื่นๆ ก็ยังรวมดาราหน้าไปบุกแบบหัวกระไดไม่แห้ง
- ครั้งที่ 2 และ ครั้งที่ 10เกี่ยวเนื่องกัน พระเจ้าหลุยส์ที่ 7 แพ้นักรบแขก ตั้งแต่ยังไม่เห็นหลังคา กรุงเยรูฮาแร็ม ส่วนครั้งที่ 10พระเจ้าหลุยส์ ที่9
กะว่าจะไปแก้มือแทนปู่(หลุยส์ที่ 7) แต่ก็ต้องกินแห้วเหมือนเดิม
แล้วต่อจากนั้นอีกหลายร้อยปี จู่ๆพวกชาวยิวมาจากไหนก็ไม่รู้ มาตั้งประเทศล้อมรอบกรุงเยรูฮาเร็มคาบพุงปลามันที่ทั้งสองฝ่ายรบมาร่วมสองร้อยปีไปซะฉิบ
[แก้ไข] สร้างเป็นภาพยนต์
ฉากการต่อสู้แบบตัวต่อตัวในยุคนั้น?








