สงครามเอเชยตะวันออกครั้งที่สาม

จากไร้สาระนุกรมเสรี - อนึ่งบทความนี้ถูกแก้ไขได้โดยผู้ใช้ทั่วไป หากแป้กหรือเสื่อมประการใดทางเราไม่ขอรับผิดชอบใดๆทั้งสิ้น
Bruh Zone.jpg
ระวังจะเข้าใจถูกต้อง
เนื้อหา 49% ในบทความนี้อาจกล่าวถึงสิ่งที่ไม่ได้เกิดขึ้นจริง หรือไม่ควรเกิดขึ้นเลยด้วยซ้ำ! (แต่เราก็ยังพยายามให้ทุกท่านเชื่อเรื่องพวกนี้ให้ได้อยู่ดี!)
สงครามเอเชยตะวันออกครั้งที่สาม
วันที่ ค.ศ. 2280-2330
สถานที่ เอเชยตะวันออก, เอเชยกลาง
ผลลัพธ์ จักรวรรดิเยลโล่ซันแพ้, ราชวงศ์โฮ่วหยวนถูกล้ม
คู่ขัดแย้ง
อำมาตย์ใต้ (กลุ่มสนธิสัญญาฮัน)

Yel sun.jpg เยลโล่ซัน
Yel sun.jpg ยุ่นปี่(ไม่ได้เข้าร่วมอย่าเป็นทางการ)
Xiongnuarmy.jpg จักรวรรดิซยงหนู(ก่อน 2325)
Tibetflag.png จักรวรรดิที้เบด(ก่อน 2318)
Joseon.png จักรวรรดิเกาเหลา(ก่อน 2310)

อำมาตย์เหนือ

RussianFlag.png จักรวรรดิสลาฟ
PhilippinesFlag.png จักรวรรดิฟิลิปปินส์
Flag of Sui Guo.svg ประเทศจีนสมัยราชวงศ์สุยยุคหลัง
Australnewflag.png จักรวรรดิออสตราโล-นิวกินี
Xiongnuarmy.jpg จักรวรรดิซยงหนู(หลัง 2325)
Tibetflag.png จักรวรรดิที้เบด(หลัง 2318)
Joseon.png จักรวรรดิเกาเหลา(หลัง 2311)

ผู้บัญชาการหรือผู้นำ
Yel sun.jpg จักรพรรดิฮันเกียงเต้

Yel sun.jpg จักรพรรดิฮันฮุ่ยเต้
Yel sun.jpg จักรพรรดิฮันโยวเต้  #


Yel sun.jpg จักรพรรดิฮันซุ่นเต้
Yel sun.jpg จักรพรรดิฮันเฉิงเต้
Yel sun.jpg ฮันวอนแตกุน  #


Yel sun.jpg ฮันมินเยกุน  #


Yel sun.jpg ท้าวยี่ทศกัณฐ์
Yel sun.jpg ยมราช
Yel sun.jpg ยมทูต
Yel sun.jpg แม่ทัพเหงวียนชึงได  


Yel sun.jpg แม่ทัพโซบู  


Yel sun.jpg แม่ทัพโซฮอง  #


Yel sun.jpg แม่ทัพหลิวจางซก  #


Yel sun.jpg แม่ทัพวังชอนเย  


Yel sun.jpg แม่ทัพหลี่คุนทง
Yel sun.jpg ฮันจองลิ้ม
Yel sun.jpg ฮันจองยูริ
Yel sun.jpg แม่ทัพฉู่วิทย์
Tibetflag.png จักรพรรดิซงจ้านคานปู้ที่6
Tibetflag.png ดาไลลามะองค์ที่31
Xiongnuarmy.jpg ข่านฮูเจ๋อ
Yel sun.jpg ฮันดะ โยชิมูระ จักรพรรดิ  


Yel sun.jpg ฮันดะ ซานาโมริ แตกุน  #


Yel sun.jpg ฮันโซ เยชินโซบุ โชกุน  


Joseon.png ลีชังฮวี

RussianFlag.png จักรพรรดิฟีโอดอร์ มาคารอฟที่2

RussianFlag.png จักรพรรดิวาซีลี มาคารอฟที่2
RussianFlag.png จักรพรรดิอเล็กซานเดอร์ มาคารอฟที่4
RussianFlag.png จักรพรรดิวาซีลี มาคารอฟที่3
PhilippinesFlag.png จักรพรรดิอาโรโยที่5  


Flag of Sui Guo.svg จักรพรรดิสุยไท่จู
Flag of Sui Guo.svg จักรพรรดิสุยไท่จง
Flag of Sui Guo.svg จางว่างจือ
Flag of Sui Guo.svg หลี่จ้าว  


Flag of Sui Guo.svg หลี่คุนทง
Australnewflag.png จักรพรรดิเฮนรี่ที่ 2
Tibetflag.png จักรพรรดิซงจ้านคานปู้ที่6
Tibetflag.png ดาไลลามะองค์ที่32
Xiongnuarmy.jpg ข่านฮูเฉิง
Joseon.png ลีฮักซุน

กำลัง
~16,583,000 คน ~20,102,000 คน
กำลังพลสูญเสีย
~16,169,800 คน ~18,061,550 คน
รวมกำลังของสามประเทศที่แปรพักตร์ด้วย โดยสามประเทศนี้มีกำลังรวมกันในสงครามนี้ ~3,890,000 คน สูญเสียไปตลอดสงคราม ~2,913,370 คน

สงครามเอเชยตะวันออกครั้งที่สาม เกิดจากความขัดแย้งระหว่างอำมาตย์ฝ่ายเหนือที่นำโดยจีนและสลาฟกับอำมาตย์ฝ่ายใต้ที่นำโดยเยลโล่ซัน สงครามนี้เป็นสงครามที่ใช้ทหารรับจ้งเป็นหลัก เพื่อความเป็นใหญ่ของฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง โดยมีผลสืบเนื่องมาจากสนธิสัญญาฮันที่ทำให้หลายประเทศไม่พอใจในการกระทไของเยลโล่ซัน อย่างไรก็ตาม มีเพียงไม่กี่ประเทศที่ประกาศสงครามอย่างเป็นทางการกับเยลโล่ซัน ซึ่งเยลโล่ซันได้เปรียบฝ่ายเหนือมาก แต่หลังจากที่เยลโล่ซันรบแพ้จีนครั้งแล้วครั้งเล่าในสมัยฮันจองซู พันธมิตรของเยลโล่ซันจึงแปรพักตร์ไปอยู่ฝ่ายจีนจนหมดสิ้น

สารบัญ

สภาพก่อนสงคราม[แก้ไข]

การก่อสงครามอย่างต่อเนื่องของเยลโล่ซัน[แก้ไข]

ตั้งแต่สมัยฮันหยางเต้ การสังหารหมู่อำมตย์เรดซันส่งผลให้ไม่มีใครสามารถควบคุมการทำสงครามของเยลโล่ซันได้อีก ฮันหยางเต้กรีฑาทัพไปตีเอเชยกลางหลายครั้งหลายหน อาณาเขตขยายไปถึงกว่าพันตารางลี้ เมื่อผลัดแผ่นดินมาถึงสมัยฮันเกียงเต้ ก็เริ่มเดินทัพตะวันออก ส่งผลให้เกิดความเดือดร้อนไปทั่วทั้งใต้หล้า สั่นสะเทือนทุกจักรวรรดิ จึงเตรียมกำลังเพื่อรับการโจมตีของเยลโล่ซัน

ความไม่พอใจในสนธิสัญญาฮัน[แก้ไข]

สนธิสัญญาฮันสร้างความไม่พอใจให้กับหลายประเทศ เนื่องจากสนธิสัญญานี้เป็นสนธิสัญญาที่เยลโล่ซันใช้เรียกร้องดินแดนจากประเทศต่างๆ จนเกิดสงครามของก๊อปหรือสงครามจีนจีน-เยลโล่ซันครั้งแรกขึ้น แต่ไม่มีประเทศใดต้านทานทัพเยลโล่ซันได้ จึงจับมือเป็นพันธมิตรอย่างลับๆเพื่อถอนตัวออกจากสนธิสัญญานี้แม้ว่าอ๋องแต่ละชาติจะมีเชื้อสายฮันก้ตาม ยุ่นปี่รวมตัวกับเยลโล่ซันได้ติดเนื่องจากฮันเกียงเต้ มีเชื้อสายยุ่นปี่ แต่ไม่มีความสำคัญใดๆแล้ว และเหล่าแม่ทัพนายกองของยุ่นปี่ก็ได้มาอยู่กับเยลโล่ซันเกือบทั้งสิ้น ยุ่นปี่เป็นเพียงแค่ดินแดนไม่สำคัญที่เยลโล่ซันควบคุมได้เท่านั้น

การล้มราชวงศ์เจ้า ตั้งราชวงศ์สุย กับการเปลี่ยนขั้วอำนาจทางทหารของจีน[แก้ไข]

การที่ราชวงศ์เจ้าแพ้สงครามของก๊อปนั้น สั่นคลอนอำนาจการปกครองของราชวงศ์เจ้าเป็นอย่างมาก ราชวงศ์เจ้ามีกษัตริย์ปกครอง 5 คน ซึ่งค่อยๆเสื่อมลงเร่อยๆ เมื่อถึงสมัยเจ้าโฮ่วจู่ ทรงเป็นฮ่องเต้ที่โง่ด้วยโหดด้วย สร้างความปั่นป่วนให้กับแผ่นดิน เกิดกบฏหลายครั้งหลายครา สุดท้ายหยางทงเป่าก็สามารถรัฐประหารได้สำเร็จ และตั้งราชวงศ์โฮ่วสุยมาปกครองแทน และประกาศไม่เป็นมิตรกับเยลโล่ซันอีกต่อไป โดยการประกาศดังกล่าวในปี 2275 สร้างความปั่นป่วนถึงราชสำนักเยลโล่ซัน จึงเริ่มปฏิบัติการบุกเหนือทันที

สงครามจีน-เยลโล่ซันครั้งที่สอง สงครามที่เป็นผลทำให้สงครามเอเชยตะวันออกครั้งที่สาม[แก้ไข]

การบุกขึ้นเหนือเป็นผลทำให้เกิดสงครามจีน-เยลโล่ซันครั้งที่สอง เป็นสงครามที่สูญเสียชีวิตทหารของทั้งสองฝ่ายเป็นจำนวนมาก และเยลโล่ซันสามารถยึดเสฉวนไปได้ ทำให้สุยไท่จูหยงทงเป่าโกรธมาก สั่งขยายกำลังรบเป็นสิบเท่าเพื่อตีเยลโล่ซัน และเป็นพันธมิตรกับสลาฟ ออสตราโล-นิวกินี รวมทั้งฟิลิปปินส์ เพื่อต้านเยลโล่ซัน ฮันเกียงเต้จึงให้ชาติสนธิสัญญฮันที่เหลือประหาศสงครามกับประเทศข้างต้น ส่งผลให้เหตุการณ์ลุกลามมาเป็นสงครามนี้ในที่สุด

ชัยชนะของอำมาตย์ใต้[แก้ไข]

การล้มจักรวรรดิฟิลิปปินส์[แก้ไข]

จักรพรรดิอาโรโยที่4ได้วางแผนเป็นใส้ศึก จึงโฟนอินไปหาสลาฟแต่ถูกจับได้ ฮันเกียงเต้จึงส่งกองทัพไปตี ยึดมินดาเนาได้ ฟิลิปปินส์เสียทหารไปนับล้านคน แทบจะหมดแสนยานุภาพไปเลย สงครามนี้เป็นการเปิดฉากสงครามนี้ เมื่อจีนนำทหารเข้าไปแทรกแซงแล้วยึดมินดาเนาจากเยลโล่ซันได้ จักรพรรดิอาโรโยซาบซึ้งใจมาก จึงเป็นพันธมิตรกับจีนนับแต่นั้นมา ดึงออสตราโล-นิวกินีให้เป็นพันธมิตรกับจีนด้วย

สมัยฮันฮุ่ยเต้ไม่ทำสงครามเพราะพระองค์เป็นฮ่องเต้กลัวตาย จึงถูกขุนนางรัฐประหารยกฮันโยวต้เป็นกษัตริย์ ฮันโยวเต้นำทัพบุกไปทั่วจักรวรรดิฟิลิปปินส์จนสามารถยึดมนิลาได้สำเร็จ จักรพรรดิอาโรโยที่ห้าสวรรคตในการรบ ก่อนที่ทัพเยลโล่ซันจะถูกทัพออสเตรเลียโจมตี และถูกจีนตลบหลังจนต้องถอยกลับในปี 2293 และนำทัพไปช่วยเกาเหลาและซยงหนูในเวลาต่อมา

เกาเหลาบุกวลาดิวอสตอส[แก้ไข]

เยลโล่ซันและจีนยังคงรบกันต่อไปโดยปราศจากความช่วยเหลือของพันธมิตร จนกระทั่งกษัตริย์เอจงลีซังฮวีมีพระราชโองการให้เคลื่อนทัพในปี 2291 โดยข้ามน้ำอัมนกเข้าตีวลาดิวอสตอค เมื่อตีแตกก็ทำให้สลาฟโกรธและประกาศสงครามกับเกาเหลา จีนจึงส่งทูตมาขอเป็นพันธมิตรด้วย สลาฟกับจีนจึงรวมตัวกันเป็นฝ่ายอำมาตย์เหนือ

เกาเหลาบุกประชิดปักกิ่ง[แก้ไข]

ก่อนที่สลาฟกับจีนจะรวมเป็นพันธมิตรกันนั้น ทัพเกาเหลาก็เคลื่อนตัวผ่านแมนจูเรียเข้าถึงด่านซานไห่ แต่ถูกทัพจีนใช้ปืนใหญ่ปราบ ต่อมาเกาเหลาซ้อนกลโดยจับคนของทัพจีนไปล้างสมอง แล้วส่งไปที่ราชสำนักในฉางอาน สุยไท่จูจึงสั่งปลดแม่ทัพหลี่จ้าวที่ประจำอยู่ที่ด่านซานไห่ออก ทำให้ทัพเกาเหลาบุกประชิดปักกิ่งได้อย่างง่ายดาย สุยไท่จูจึงสั่งให้แม่ทัพจางว่างจือนำทัพหลายแสนหนุนไปช่วยปักกิ่ง ให้หลี่คุนทงนำทัพสี่หมื่นตลบหลัง ทำให้ทัพเกาเหลาแตกพ่าย

ซยงหนูแย่งซีอวี้[แก้ไข]

ดินแดนซีอวี้ได้มาเป็นของจีนสมัยฉีกวางจง ช่วงสงครามโลกครั้งที่หก โดยดึงมาจากจักรวรรดิเติร์กจากการแบ่งกันยึดดินแดนจักรวรรดินี้กับสลาฟ ราชวงศ์เจ้าปกครองดินแดนนี้เรื่อยมาจนถึงสมัยสุย ซยงหนูอ้างสิทธิ์เหนือซีอวี้ แล้วประกาศเป็นพันธมิตรกับเยลโล่ซัน ฮันโยวเต้จึงเริ่มยกทัพตีจีน แต่ถูกแม่ทัพหลี่จ้าวจับได้ที่ริมแม่น้ำแยงซี ก่อนจะถูกทรมานจนสวรรคตไปอย่างสยองขวัญในปี 2295 จึงถอนทัพกลับแล้วตั้งฮันซุ่นเต้ฮันจองยูโอรสองค์โตเป็นกษัตริย์คนต่อไป ขยายกำลังรบแล้วบุกจีนอีกครั้ง คราวนี้สามารถตีเซี่ยงไฮ้ได้ ทำให้ทัพซยงหนูมีกำลังใจมากขึ้น และกระจายกองทัพเข้าควบคุมเมืองต่างๆแถบซีอวี้ไวได้หมด และบีบให้จีนลงนามในสัญญายกแดนซีอวี้ให้ซยงหนู สุยไท่จูจำใจลงนาม และรู้สึกผิดมาก ตรอมใจสวรรคตในปี 2296

ซยงหนูบุกส่านซี ไท่หยวนแตก[แก้ไข]

หลังจากที่ซยงหนูได้ซีอวี้มาแล้ว พร้อมกับการตรอมใจสวรรคตของสุยไท่จู ข่านฮูเจ๋อทระนงในชัยชนะครั้งนี้มาก และนำทัพสี่สิบหมื่นร่วมกับธิเบตในการบุกส่านซี และไท่หยวน จ่อคอหอยจีน เมื่อทั้งสองทัพเคลื่อนพลมาถึงแม่น้ำฮวงโห ทัพธิเบตก็แยกกำลังมาให้ฮูเจ๋อข่านสิบหมื่น บุกตรงเข้านครหลวงฉางอาน ทำให้ข้าราชการจีนตกใจมาก จักรพรรดิสุยไท่จงที่ครองราชย์ต่อมานั้นก็สั่งให้ระดมพลทั่วเมืองไปรักษาชานเมือง สุดท้ายไล่ทัพซยงหนูพ้นแดนจีนไปได้ แต่ก็เสียแม่น้ำฮวงโหส่วนหนึ่งให้ซยงหนู ทัพซยงหนูเข้าเมืองไท่หยวนเพื่อตอบโต้ ในการรบที่ไท่หยวนทัพจีนต้องเสียกำลังไปหลายแสนคนเลยทีเดียว และทัพซยงหนูก็ได้เมืองไท่หยวนไป โดยเสียกำลังไม่มากนัก

การขยี้ฮันต๋ง[แก้ไข]

ฮันซุ่นเต้ระดมพลครั้งใหญ่มาได้ร้อยยี่สิบหมื่นเพื่อโจมตีจีนทั้งทางบกและทางน้ำ ไปตามแนวแม่น้ำฮวงโห เพื่อเข้าเขตธิเบตไปเจอกับทัพพันธมิตร แล้วบุกไปทางตะวันออกเฉียงเหนือถล่มเฉิงตู จับหมีแพนด้ากลับเยลโล่ซันเกือบทั้งหมด แล้วบุกต่อไปถึงฮั่นจงหรือฮันต๋ง ประตูสู่จงหยวน ทัพเยลโล่ซันล้อมเมืองฮันต๋งเป็นเวลากว่าสามเดือนจนอาหารขาดแคลน เจ้าเมิองฮั่นจงยอมแพ้ แต่ถูกฆ่า ประชาชนถูกฆ่าแทบจะทั้งเมือง เกิดความเกลียดชังเยลโล่ซันไปทั่ว สุยไท่จงหยางกงเลี่ยงให้หลี่คุนทง จางว่างจือ นำทัพมากกว่าแปดสิบหมื่นไปสกัด ได้รับการต้อนรับจากประชาชนอย่างอบอุ่น และสังหารทหารเยลโล่ซันไปได้มากกว่าห้าสิบหมื่นในเมืองฮั่นจง ยึดฮั่นจงคืนได้ แต่สภาพของเมืองถูกทหารเยลโล่ซันทำลายจนไม่เหลือสภาพ ชาวเมืองฮั่นจงตายไปเกือบล้านคน และเป็นการรุกครั้งท้ายๆของเยลโล่ซันแล้ว ทัพจีนจึงฉวยโอกาสที่เยลโล่ซันถอยยึดเสฉวนคืนได้ จึงยกทัพต่อหมายจะเข้าตี12ปันนา แค่ว่าทหารสุยถูกน้ำมีพิษที่ซ่าโข่วตายไปอันมาก จึงต้องรั้งทัพไว้จนกว่าจะสร้างเขื่อนระบายน้ำได้ ต่อมา ทัพจีนจึงบุกเยลโล่ซันผ่านทางเมืองเวียตแทน

ธิเบตอ้างสิทธิ์เหนือซีหนิง[แก้ไข]

การที่ธิเบตไม่นำทัพไปช่วยซยงหนูทั้งหมดเพราะจะเอาทัพจำนวนปิดล้อมซีหนิงเอาไว้ พร้อมทั้งอ้างสิทธิ์ ประชาชนอดอยากลงเรื่อยๆ จนออกมาสู้กับทหารธิเบต ธิเบตส่งคนไปบังคับให้ขีนยกซีหนิงให้ธิเบต จีนไม่ยอมแล้วนำทัพสองแสนมาช่วยซีหนิง ให้หลี่จ้าวนำทัพอีกไม่กี่ร้อยไปสกัดางถอยเอาไว้ ปรากฏว่าทัพธิเบตแพ้ ถอยทัพถูกทหารจีนยิงธนูใส่ไม่ยั้ง จนแตกพ่ายหนีไปอยากทุลักทุเล ดาไลลามะจึงขอให้ทำสงครามน้อยลงหน่อย ทำให้ถูกอำมาตย์สังหารในที่สุด

การรุกของอำมาตย์เหนือ[แก้ไข]

ยุทธการแม่น้ำเฮยหลงเจียง[แก้ไข]

จักรพรรดิจีนโกรธแค้นเกาเหลามากหลังจากที่เคยถูกทัพเกาเหลาหยามศักดิ์ศรี ยกทัพประชิดกรุงปักกิ่ง หลังชัยชนะที่ฮั่นจง และการยึดเสฉวนคืน ทำให้ทเห่อมีกำลังใจที่ดีขึ้น ในปี 2297 จึงเดินทัพขยายอำนาจทางตะวันออกเฉียงเหนือถึงลุ่มแม่น้ำเฮยหลงเจียง เกิดการรบตั้งแต่ปากแม่น้ำไปจนถึงหุยหนิง ทัพจีนสามารถล้อมทัพจำนวนห้าหมื่นของเกาเหลาไว้ที่หุยหนิงไว้ได้ และส่งทหารอีกชุดไปที่แม่น้ำยาลู่เจียง เพื่อสกัดการส่งความช่วยเหลือจากเปียงยาง ที่หุยหนิงและเมืองแถบแม่น้ำเฮยหลงเจียง ถูกทเห่อจีนควบคุมไว้ได้ ทั้งสกัดลำน้ำให้เหือดแห้ง จนทัพเกาเหลาขาดน้ำ จนหมดแรง ทัพจีนจึงให้กองทเห่อไม่กี่ร้อยคนยิงโจมตี ทเห่อเกาเหลาแตกกระเจิง พากันหนีตาย ถูกทัพจีนจับไว้ได้เกือบหมด สุยไท่จงจึงสั่งปลิดชีพทหารเกือบแปดสิบหมื่นของเกาเหลาตายสิ้น

ยุทธการแม่น้ำยาลู่เจียง[แก้ไข]

ในการที่ทัพจีนแยกทัพไปสกัดที่แม่น้ำยาลู่เจียงนั้น ส่งผลให้เกิดสงครามที่นี่ขึ้น ทัพอีกสี่แสนของเกาเหลาที่จะยกไปช่วยที่แม่น้ำเฮยหลงเจียงถูกสกัด โดยแม่ทัพหลี่จ้าวกับทัพจำนวนเท่ากัน ตลอดแนวแม่น้ำ ทัพจีนยิงทั้งปืนและธนูใส่ทัพเกาเหลาเป็นห่าฝน ชนิดที่ตั้งตัวไม่ติด สุดท้ายก็ต้องถอนทัพกับไป กล่าวกันว่าในครั้งนั้นทัพสี่แสนของเกาเหลาถูกฆ่าตายไปถึงเจ็ดหมื่นคน ส่วนใหญ่ได้รับบาดเจ็บ มีทเห่อเพียงหม่นคนเท่านั้นที่ไม่ได้รับบาดเจ็บใดๆ

ยุทธการอินฉวนและสงครามทะเลสาบไบคาล[แก้ไข]

จีนร่วมกับสลาฟบุกโจมตีซยงหนู ทัพซยงหนูได้บุกอินฉวนอีกรอบเพื่อป้องกันไม่ให้จีนเอาเมืองนี้ไปได้ แต่ทัพจีนได้ยกทัพใหญ่หลายสิบหมื่นมาปราบในปี 2300 ทัพจีนสังหารซยงหนูไปเป็นจำนวนมาก แม่ทัพจางว่างจือตัดหัวซยงหนูได้แปดหมื่นหัว จนซยงหนูล่าถอย ก็ต้องไปเผชิญกับทัพสลาฟ ที่ทะเลสาบไบคาล รบกันโดยการต่อเรือเล็กรบข้ามทะเลสาบ ทัพซยงหนูไม่สันทัดการรบทางน้ำจึงถูกทหารน้ำของสลาฟยิงตาย เมื่อสลาฟยึดทะเลสาบทั้งหมดไว้ได้แล้ว จึงรุกลงใต้ และควบคุมเมืองสำคัญต่างๆมากมาย สามารจับอ๋องซยงหนูได้หลายสิบคน จนเหลือผู้นำแค่ฮูเจ๋อข่านกับทายาทเท่านั้น

ยุทธการถังส้วมที่แม่น้ำฮั่น[แก้ไข]

ลีชังฮวีประกาศอย่างแข็งกร้าวว่าจะไม่ยอมแพ้จนเลือดหยดสุดท้าย และยกทัพทางเรือเข้าตีปักกิ่งและเทียนสินโดยตรง ผลปรากฏว่าสามารถถขึ้นฝั่งได้ แต่ถูกทหารจีนยิงธนูใส่จนตายเป็นจำนวนมาก ทัพจีนจึงเอาคืนด้วยการส่งทัพเรือบุกแคซอง โดยบุกทางแม่น้ำฮั่น แต่ทเห่อเกาเหลาตั้งมั่นอยู่ในป้อม พร้อมทั้งยิงปืนใหญออกมาตลอดเวลา ผู้บังคับกองพันคนหนึ่งเข้าใจเอาเองว่าเกาเหลาใช้ไยศาสตร์ในการเอาชนะ จึงไปเอาถังส้วมจากเรือมาขว้างใส่ป้อม บ้างก็วางไว้แล้วยิง ส่งผลให้เมืองแคซองมีกลิ่นเหม็นเน่าไปทั่วทั้งเมือง แม่ทัพคนหนึ่งของเกาเหลาทนไม่ไหวจึงยอมแพ้

การแปรพักตร์ของชาติสนธิสัญญาฮัน[แก้ไข]

พระเจ้าฮันซุ่นเต้ เสียชีวิต ฮันจองซูกุน ขึ้นเป็นเจ้า โดยได้รับความเห็นชอบเฉพาะอัครอภิมหาอำมาตย์ใหญ่4ตระกูลและจักรพรรดิแห่งญี่ปุ่นซึ่งเป็นน้องชายต่างมารดาเท่านั้น โดยที่ไม่ได้รับความเห็นชอบจากลีฮักซุนแตกุน ซึ่งเป็นลูกพี่ลูกน้อง ของฮันซุ่นเต้ ฮูเฉิงข่าน ราชบุตรเขยของฮันโยวเต้ ทำให้เมื่อ2คนนี้ไปครองเมือง หลังจากที่ลีชังฮวีและฮูเจ๋อข่านเสียชีวิต ไม่พอใจจึงหวังจะชิงอำนาจ โดยทำการสงบศึกกับอำมาตย์เหนือ ส่วนธิเบต เห็นเยลโล่ซันถูกจีนบุกหลายครั้งจึงแปรพักตร์ตาม ส่งผลให้ฝ่ายเหนือมีกำลังเพิ่มขึ้น และเยลโล่ซันถูกโดเดี่ยว

ความพ่ายแพ้ของเยลโล่ซัน[แก้ไข]

อันเกิดจากนักวิทยาศาสของสลาฟได้ค้นพบแร่ลิ้มปูตินขึ้นมา ซึ่งมาทำกระสุนสามารถทะลุเกราะลิ้มเนี่ยมได้ จึงเป็นเหตุให้อัตราการตายของทหารเยลโล่ซัน สูงขึ้นเป็น3เท่า และการที่เยลโล่ซันเสียแนวร่วมทั้งหมด จึงทำให้ขวัญกำลังใจของทเห่อลดลง

ต้าสุยรุกขึ้นเหนือ[แก้ไข]

หลังจากที่เกาเหลายอมแพ้แล้ว ไม่นานก็มาเป็นพวก จีนหมดพะวงศึกด้านตะวันออก และบุกขึ้นเหนือไปยังซยงหนู ด้วยกองทัพที่เกรียงไกร และไปเซ็นสัญญากับเผ่าเสียนเป่ยของตระกูลอวี่เหวินโดยให้วางแผนล้มซยงหนู แต่สุดท้ายเมื่อถึงอูคาตอลกอตก็ถูกทัพซยงหนูพิชิตได้ แต่กระนั้นก็ได้รับความเสียหายอย่างมาก จึงยอมยกไท่หยวน ซานซีคือให้จีนและยอมสยบเป็นรายต่อมา เมื่อข่านฮูเฉิงขึ้นครองราชย์จึงหันมาเป็นมิตรกับจีน

หลี่คุนทงผ่านด่านหลวงพระบาง[แก้ไข]

เมื่อปราบภาคเหนือได้แล้วก็ส่งกองทัพสิบหมื่นไปบุกเยลโล่ซัน ไปทางใต้ของจีนในปี 2318 กองทัพเยลโล่ซันต่อต้านอย่างเข้มแข็ง บางกองเห็นว่าคนที่นำทัพมาคือหลี่คุนทงก็พากันฮึกเหิมโดยเห็นว่า

Cquote1.png ไอ้หลี่คุนทง ไอ้คนทรยศ วันนี้วันตายของเจ้า Cquote2.png

แต่กองทัพเยลโล่ซันปราบกองทัพของหลี่คุนทงไม่ได้เลย เขาเข้ายึดคุนหมิงและตั้งฐานบัญชาการที่นั่น ส่งกองทัพบุกตามแนวแม่น้ำโขง และเมื่อไปถึงหลวงพระบาง กองทัพเยลโล่ซันแข็งแกร่งมากจนตีไม่แตก ซ้ำยังถูกปืนใหญ่เยลโล่ซันยิงถล่มมา จึงถอยกลับไปเล็กน้อย แล้วตั้งค่ายขึ้นที่นั่น แล้วจึงไปเอาปืนใหญ่มาถล่ม พร้อมด้วยจรวดลำเล็กๆจำนวนมากที่ยิงจากป้อมค่าย ทำลายกองทัพและด่านที่หลวงพระบางได้รับความเสียหายอย่างหนัก หลี่คุนทงจึงหักด่านหลวงพระบางได้สำเร็จ เคลื่อนไปจรดเวียงจันทน์ เพื่อคอยกำลังที่หลี่จ้าวคุมมาอีกหกหมื่น

หลี่จ้าวล่องลำน้ำโขง[แก้ไข]

หลี่จ้าวนำกองทัพอีกหกหมื่นบุกเยลโล่ซันผ่านทางแม่น้ำโขง แม่ทัพเหงียนชึงไดของเยลโล่ซันที่ประจำอยู่ที่ปากแม่น้ำโขงพยายามจัดการ รบกันอยู่สามวัน สุดท้ายกองทัพเยลโล่ซันของเหวียนชึงไดจึงถูกพิชิต ตัวเขาเองถูกฆ่าตาย แล้วล่องน้ำมาเรื่อยๆโดยมีกองทัพเยลโล่ซันคอยต่อต้านเป็นระยะๆ จนถึงโตนเลสาป จึงขึ้นฝั่งยึกพนมเปญ ซึ่งมีโซบูประจำอยู่ แต่เขาก็ถูกจับในที่สุด และบุกตามแนวแม่น้ำเรื่อยๆ จนพบกับหลี่คุนทงที่เวียงจันทน์ เมืองต่างๆตามรายทางถูกยึด กองทัพหลี่คุนทงเหลือสี่หมื่น กองทัพหลี่จ้าวเหลือหมื่นเดียว จึงขอความช่วยเหลือจากราชสำนักจีนเพื่อให้สงทัพจากทังลอกมายังเมืองที่แม่ทัพทั้งสองยึดได้ในเยลโล่ซันด้านตะวันออก ตัดการติดต่อระหว่างเวียดกามกับแผ่นดินเยลโล่ซัน

สุยฮ่องเต้ตีเกาะไหหลำไซ่ง่อน[แก้ไข]

สงครามเมืองละแวก[แก้ไข]

หลังจากพิชิตไซง่อนได้แล้ว สุยไท่จงก็นำทัพบุกละแวกออสตราโลนำทหารบุกขึ้นฝั่งที่ละแวกใต้ สามารถยึดละแวกได้ในที่สุดเสียทหารไปกว่าครึ่ง จากนั้นจึงบรรจบกับทัพสุยฮ่องเต้ที่ทะเลสาบละแวก จากนั้นจึงนำทัพตีฮันชอว์ฮ

2หลี่ตีเมืองสุพรรณ[แก้ไข]

แม่ทัพหลี่ทั้ง2ได้นำทัพ17หมื่นบุกเมืองสุพรรณ โดยเริ่มจากการตีเมืองฝาง และเข้าตีพิษณุโลก แม่ทัพวังซอนแยกันเมืองอย่างเหนียวแน่น สุดท้ายหลี่คุนทงได้ใช้อุบายโดยให้เครื่องบินบินไปมา แม่ทัพวังซอนแยต้องกล สั่งให้ทหารยิงถล่มเครื่องบิน ส่วนหลี่จ้าวนำทหารลอบเข้าเมือง วังซอนแยหนีไปได้ ทัพสุยไม่ตามเพราะทัพแม่ทัพฉู่และแม่ทัพโซกำลังยกมาหนุน จึงตั้งมั่นที่แม่นำป่าสัก เมื่อเยลโล่ซันยกมา ทัพสุยเดินทัพมาไกล และตั้งค่ายในที่ลุมจึงถูกนำป่าท่วม ฝ่ายเยลโล่ซันใช้เรือเป็นพาหนะทำให้ทัพสุยเสียทหารไปกว่าครึ่ง ไปสมทบกับสุยไท่จงที่อุทัยธานี จางว่างจืออาสาทำทหารล่องตามซุงไปตีค่ายเยลโล่ซัน ทหารเยลโล่ซันไม่สนใจเนืองจากนึกว่าเป็นศพลอยตามน้ำ ทหารสุยเข้ายึดสิงห์บุรีได้ เยลโล่ซันตกในวงล้อม นัดกับจ้าวเมืองอ่างทองจึงไปตีสิงห์บุรีคืน แต่ทัพเยลโล่ซันถูกขนาบ แม่ทัพโซบู วังซอนแยตายในที่รบ จ้าวเมืองต่างๆตายไปมาก ถอยเข้าเมือง

อวสานหลี่จ้าว[แก้ไข]

ทัพสุยล้อมสุพรรณบุรีมา10วันยังหักไปไม่ได้ สุยไท่จงสั่งให้หลี่จ้าวนำทัพไปยึดนครปฐม เพื่อจะขนาบสุพรรณบุรี ระหว่างทางโหรหลวงได้ทำนายว่า 2หลี่ข้ามดอนเจดีย์ หลี่หนึ่งข้ามไป อีกหลี่ตกมาตาย หลี่จ้าวโกรธมาก นึกว่าหลี่คุนทงคิดเอาความชอบ โหรหลวงจึงถูกตัดหัว เมื่อข้ามดอนเจดีย์ขณะนั้นเป็นเวลาพลบคำ มองทางไม่ค่อยเห็น แต่เยลโล่ซันได้แอบวางไฟฉายเอาไว้ตามพื้น หลี่จ้าวเห็นมีอักษรสลักที่กำแพงจึงหยิบมาเปิดดูเขียนว่า "ไฟฉายเป็นระเบิด" ยังไม่ทันอ่านจบ เกิดระเบิดขึ้นทันที ทหารสุยบาดเจ็บไปไม่น้อย แม่ทัพฮันจองลิ้ม และฮันจองยูริ กำลังนำทัพหนุนเห็นแสงระเบิดจึงสั่งยิงปืนใหญ่เข้าไป แม่ทัพชูวิทได้นำทัพ ออกจากสุพรรณบุรีมาตีขนาบ หลี่จ้าวถูกสไนยิงตาย ทัพสุยที่ดอนเจดีย์ถูกฆ่าสิ้น ส่วนทางด้านสุยไท่จงเห็นแสงระเบิดนึกว่าหลี่จ้าวทำสำเร็จ จึงตีเมืองสุพรรณ ฝ่ายเยลโลซันออกไปรบที่ดอนเจดีย์กว่าครึ่ง สุพรรณบุรีจึงแตกโดยง่าย จากการเสียหลี่จ้าว ทำให้สุยไท่จงเป็นคนโหดร้าย จากเดิมเมื่อฆ่าเยลโล่ซันแล้ว จะไม่แตะศพ หลังหลี่จ้าวตายได้สั่งให้ตัดคอศพทุกศพ ส่วนทัพเยลโล่ซันถอยไปอยู่ที่ธนบุรี

สงครามดอนหอยหลอด[แก้ไข]

แนวรบด้านตะวันตก[แก้ไข]

กองทัพสลาฟได้ตีเยลโล่ซันที่เปอซุย อินเดือยและพม่า แตก ยกทัพเข้ามาทางเจดีย์300องค์ ทัพเยลโล่ซันเข้าปะทะที่จตุรัสจามจุรี แต่แพ้ สู้พลางถอยไปถึงฮันชอว์ฮ ส่วนฮันจองซูยังอยู่ที่นครสาดทำมะหลี

จางว่างจือนำทัพ 800 จ่อคอหอยนครสาดทำมะหลี[แก้ไข]

หลังจากทำการแยกแผ่นดินเยลโล่ซันได้เรียบร้อยแล้ว สุยไท่จงจึงให้จางว่างจือที่เพิ่งเสร็จศึกกับซยงหนูมารบที่เยลโล่ซัน จางว่างจือเป็นแม่ทัพที่เก่งที่สุดของต้าสุยแล้ว ทำให้สุยไท่จงวางใจที่จะให้จางว่างจือคุมทัพแค่แปดร้อยคนไปตีเมืองหลวงเยลโล่ซัน ตามที่เขาขอ เมื่อเคลื่อนทัพไปแล้วก็บุกตัดผ่านอ่าวเทยเพื่อโจมตีนครสาดทำมะหลีทันที ซึ่งก็ถูกฮันยองซูจอมทัพเรือเยลโล่ซันนำกองทัพเรือมหึมาพร้อมฝูงบินจำนวนมากมารบด้วย เหล่านายทเห่อของจีนต่างเป็นกังวลโดยบอกว่า

Cquote1.png โอ้ว พระเจ้าช่วย เยลโล่ซันมาเป็นล้านเลย Cquote2.png

ซึ่งก็พูดถูก เยลโล่ซันมาเป็นล้านจริงๆ แต่ด้วยการจัดระเบียบกองทัพแบบคร่อมหัวตัว T และการปล่อยทุ่นระเบิดจำนวนหนึ่ง การโอบล้อมเรือใหญ่ๆของเยลโล่ซัน จางว่างจือให้ทเห่อบุกเพื่อล่มเรือธงของเยลโล่ซันคือเรือประจันบาญฮันจองคิว เรือของจีนสามารถยิงตอร์ปิโดใส่เรือลำดังกล่าวจนค่อยๆจมลง และส่งทเห่อบุกขึ้นเรือ จับฮันยองซูได้ แม่ทัพนายกองจำนวนมากถูกสังหาร โดยทเห่อของจางว่างจือไม่มีใครตายเลย การจมของเรือฮันจองคิว ทำให้ทั่วทั้งจักรวรรดิเยลโล่ซันตื่นตระหนก ฮันจองซูหนีออกจากนครสาดทำมะหลี และกองทัพของจางว่างจือก็ไร้การต่อต้านอีก และบุกไปถึงนครสาดทำมะหลีอย่างรวดเร็ว นครสาดทำมะหลีนั้นตีไม่แตก แต่กองทัพของจางว่างจือนั้นบุกไปยังพระราชวังและจวนของอำมาตย์เยลโล่ซัน ชาวนครสาดทำมะหลีต่างแตกตื่นตกใจ แต่ไม่นานฮันจองซู รวบรวมคนมาไล่กองทัพของจางว่างจือได้ในที่สุด แต่ถึงกระนั้น ฮันจองซูก็ยังคงหวาดผวาและดำริออกมาว่า

Cquote1.png เยลโล่ซันใกล้จะถึงจุดจบแล้ว Cquote2.png

แต่ด้วยความคลั่งสงครามของฮันจองซู จึงสั่งให้เตรียมรี้พลนับล้านไปแก้แค้นครั้งสุดท้าย ในขณะที่ชาติต่างๆก็หันหลังให้เยลโล่ซันจนหมด เหลือเพียงยุ่นปี่ที่ขอความช่วยเหลือจากเยลโล่ซัน เพราะถูกสลาฟ จีนและเกาเหลารุกราน การบุกจีนจึงเลื่อนออกไป

ยุทธการฉงชิ่ง[แก้ไข]

การช่วยเหลือยุ่นปี่นั้นยังผลให้กองทัพเยลโล่ซันอ่อนแอลงอีกครั้ง ในการโจมตีแหลมเหลียวตงชิงพอร์ตอาร์เธอร์นั้น แม่ทัพฮันวอนแตกุนและหลิวจางชกถูกทัพจีนและเกาเหลาจับได้ในสมรภูมินั้น จึส่งกองทัพใหญ่จำนวนสองล้านคนบุกทางใต้ในปี 2328 เพื่อแก้แค้น แต่ทุกประเทศไปเป็นพวกจีนหมดแล้ว การจะเอาชนะอีกครั้งนั้นยากยิ่งสำหรับเยลโล่ซัน แต่ก็ยังดันทุรังทำจนได้ ในปี 2329 ตีคุนหมิงแตก แต่แม่ทัพแซ่หลี่ทั้งสองนั้นหนีกลับไปจีนก่อนหน้านั้นแล้ว ทีนี้จึงมุ่งตรงเข้าสู่เสฉวน ตีเฉิงตูแตก แต่ทางหลังจากนั้นผ่านไปได้ยากโคตรๆ เพราะชาวจีนป้องกันอย่างเหนียวแน่น ทำให้กองทัพเยลโล่ซันเสียหายมาก แต่ทัพเยลโล่ซันยังคงบุกโจมตีต่อไปจนถึงฉงชิ่ง ที่นี่กองทัพเยลโล่ซันพยายามเข้าตีเมืองทั้งทางบกและทางอากาศ ทิ้งระเบิดได้รับความเสียหายอย่างหนัก แต่ชาวเมืองนั้นรักชาติและยอมหัวขาดมากกว่ายอมจำนน พลังความรักชาติทำให้กองทัพเยลโล่ซันคืบหน้าไม่ได้เลยตลอดปี กองทัพหลวงของจีนจึงมาถึงร่วมมือกับคนในพื้นที่และชาวเมืองตีกองทัพเยลโล่ซันแตกพ่าย เยลโล่ซันเสียทเห่อไปเหยียบล้านคน ฮันมินแยกุนและโชฮองก็ได้ถูกจับในครานี้เอง นับแต่นั้น กองทัพเยลโล่ซันก็หมดแสนยานุภาพจนไม่อาจก่อสงครามได้อีก

การโจมตีญี่ปุ่น[แก้ไข]

การยกพลขึ้นบกที่ซัสสึมะ[แก้ไข]

เรือรบสลาฟได้ทำการยิงปืนใหญ่ใส่ฝรั่งซัทสึมะ แต่ว่าถูกฝ่ายญี่ปุ่นยิงปืนใหญ่และใช้เครื่องบินตอบโต้ทำให้เรือจมไปหลายลำ สลาฟจึงต้องยกพลขึ้นบกอย่างเลี่ยงไม่ได้เนื่องจากเรือนำมันหมด ทะเลญี่ปุ่นแดงฉานเป็นสีเลือด สลาฟสามารถยึดซัทสึมะได้ด้วยกำลังที่เหนือกว่า

การโจมตีโทสะ[แก้ไข]

ฮันดะ ซานาโมริแตกุนรับคำสั่งจากฮันดะ โยชิมูระ จักรพรรดิแห่งยุ่นปี่ให้นำทัพใหญ่ไปต้านทัพสลาฟ เมื่อเดินทางไปถึงโทสะ นายกองของสลาฟเห็นกองทัพยุ่นปี่ยกมา จึงไปแจ้งให้ดมิตรี เนโบกาตอฟทราบ เขาจึงสั่งให้นำกองทัพไปต่อสู้กับยุ่นปี่ทันที และเข้าโจมตีโทสะ กองทัพของจีนและเกาเหลาก็ยกมาตีด้วย กองทัพฝ่ายรุกมากว่าฝ่ายยุ่นปี่ถึง 6:1 กองทัพยุ่นปี่ไม่สามารถสู้ได้ ถูกระดมยิงอย่างหนัก และบุกปราสาทโทสะ จับเป็นฮันดะ ซานาโมริแตกุน ฮันดะ โยชิมูระเห็นท่าไม่ดีจึงขอความช่วยเหลือจากเยลโล่ซัน

สลาฟบุกซาโดะและฮอกไกโด[แก้ไข]

สลาฟบุกมาทางเหนือ ยึดซาคาลินคืนจากยุ่นปี่ และบุกมายังฮอกไกโด ทัพเยลโล่ซันบุกเข้าทะเลยุ่นปี่ ตั้งฐานที่คิวชู โจมตีจีนและเกาเหลา ทำให้จีนและเกาเหลาต้องถอนทัพกลับไปกู้สถานการณ์ที่พอร์ตอาเธอร์ ส่วนสลาฟ ยังคงโจมตีต่อไป ทัพใหญ่เยลโล่ซันขึ้นฝั่งยุ่นปี่ ที่ฮอกไกโด และต่อมาคือที่ซาคาลิน ยึดดินแดนคืนให้ยุ่นปี่เป็นจำนวนมาก เยลโล่ซันบุกขึ้นเหนือไปเรื่อยๆจนถึงคามชัตกา จึงพ่ายแพ้ไม่เป็นท่าให้กับสลาฟ

สงครามแห่งยามาชิโระ[แก้ไข]

ฮันโซ เยชินโซบุโกมนำทัพลงใต้อีกครั้ง เพื่อปราบทัพจีน เกาเหลา และสลาฟที่ยามาชิโระ คิวชู เยชินโซบุจึงแยกกำลังอีกส่วนไปไว้บนเขา เพื่อที่จะเตรียมโจมตีลงมาเป็นห่าฝน และ ยังส่งกองทัพเรือไปแถวๆเกาะคิวชูเพื่อสกัดทางถอยของสลาฟ ยุ่นปี่แบ่งแยกทัพเป็นหลายๆสาย เพื่อตีที่มั่นของสลาฟ ที่ทากาชิมา โดยโจมตีสำเร็จ เลือดนองทะเล สลาฟจึงถอยไป ส่วนกองทัพเรือยุ่นปี่ที่ส่งไปนั้น เหลือรอดกลับมาแค่ยี่สิบคนเท่านั้น ที่ยามาชิโระ กองทัพยุ่นปี่โจมตีไม่สำเร็จ ถูกฆ่าตายเป็นจำนวนมาก กองทัพที่อยู่บนเขายิงลงมาใส่กองทัพสลาฟ สลาฟตายไปเยอะ แต่ทเห่อก็ค่อยๆลดลงเรื่อยๆ เมื่อถึงคราวปราบทัพจีนและเกาเหลา ได้ใช้วิธีเปิดวงกินวง สร้างค่ายกล เพื่อที่จะเผด็จศึกทัพจีน เกาเหลา และสลาฟที่เหลือ ทั้งสองฝ่ายไม่สามารถรุกหรือถอยได้แล้วเพราะเหลือทเห่อน้อย สุดท้ายก็สามารถเอาชนะทัพพันธมิตรได้ แต่กองทหารของเยชินโซบุนั้น เหลือเพียง 8 คน เมื่อเห็นความเสียหายที่เกิดขึ้นก็ทนไม่ได้ และฆ่าตัวตาย

สงครามแห่งชินาโนะและแม่น้ำอาเนกาวะ[แก้ไข]

เยลโล่ซันได้เสริมกำลังทเห่อเข้าไปเพื่อให้ยุ่นปี่เข้มแข็ง ทเห่อยุ่นปี่ที่เหลืออยู่นั้นมีจำนวนน้อยจนต้องสู้แบบถวายหัวเท่านั้นจึงจะรักษาชาติไว้ได้ หลังจากทัพจีน เกาเหลา และสลาฟแพ้แล้ว สลาฟก็ใช้กองทัพเรือและกองทัพอากาศบุกยุ่นปี่อีกครั้ง โดยกะจะล่มชาติยุ่นปี่เลย จึงบุกที่ชินาโนะและแม่น้ำอาเนกาวะ กองทัพยุ่นปี่สู้แบบถวายชีวิตก็ไม่อาจต้านทานกองทัพสลาฟได้ กองทัพเยลโล่ซันช่วยรบอย่างสุดกำลัง แต่ข่าวที่กองทัพเยลโล่ซันพ่ายที่ฉงชิ่งนั้น สั่นสะเทือนทุกหน่วยทเห่อของเยลโล่ซันจนไม่อาจเอาชนะสลาฟได้ เมื่อสลาฟได้ตีกองทัพยุ่นปี่แตกถอยข้ามแม่น้ำอาเนกาวะแล้ว จึงบุกเข้าเกียวโต ฮันดะ โยชิมูระถูกฆ่าตาย คนยุ่นปี่ทั้งมวลจึงยอมแพ้

ราชวงศ์โฮ่วหยวนสิ้นอำนาจ[แก้ไข]

อาณานิคมประกาศตัวเป็นอิสระ[แก้ไข]

หลังจากการพ่ายแพ้ที่ฉงชิ่งอย่างหมดลายเสือ พื้นที่ยึดครองจำนวนมากของเยลโล่ซันก็พบว่าไม่มีความจำเป็นใดๆอีกต่อไปที่จะยอมอยู่ใต้อำนาจเยลโล่ซัน เริ่มจากอินเดือย ประกาศตะเป็นอิสระเป็นชาติแรก ทว่าไม่รวมเป็นหนึ่ง สูญเสียพื้นที่ตอนเหนือให้สิบสองปันนา ชวาและฟิลิปปินส์ ประกาศตัวเป็นอิสระ ก่อนรวมเข้ากับออสตราโล-นิวกินี เยลโล่ซันลดขนาดลงมาเยอะมาก และประชากรลดลงไปถึง 2 ใน 3

หลี่คุนทงตั้งก๊ก[แก้ไข]

หลังยุทธการฉงชิ่ง ทัพของเยลโล่ซันต้องถอยกรูดลงมา อันเนื่องมาจากกระสุนลิ้มปูตินเนี่ยม หลี่คุนทงได้ตั้งก๊ก12ปันนาขึ้นมา โดยใช้ประโยชน์จากวิกฤตการณ์ของเยลโล่ซัน ทำการรุกลงใต้ ตั้งเมืองหลวงที่คุนหมิง ซึ่งฮันจองซูนำทัพต้านเอง

ที่บึงบรเพ็ด อาหลี่ เจ้าเป็นลูกพี่ลูกน้องกับเจิ้น เหตุใดจึงทำกับเจิ้นอย่างนี้
                 — ฮันจองซู

องค์ชาย4 เฉินรำลึกตลอด แต่ว่าท่าน แย่งชิงสมบัติของลีฮักซุนพี่ชายต่างมารดา ซำยังสนับสนุนให้จ้าวโฮ่วเต้ ซึ่งเป็นทรราชครองเมือง จนถูกสุยไท่เต้ประหารทั้งโคตร ทั้งองค์ชาย1องค์ชาย2และตัวข้า ก้ถูกท่านถอดแซ่ฮันออก โทษเจ้าสมควรตาย ทหารลุย!!!!
                 — หลี่คุนทง

เนื่องด้วยทหารของฮันจองซู มีความสามารถและมีความภักดีมากจึงไล่ทหารของหลี่คุนทงไปถึงพิษณุโลก แต่พอถึง2วัน ทัพจีนเข้ามาช่วย วังซอนเย เสียชีวิต ทหารตายไปกว่าครึ่ง ฮันจองซูจึงถอยทัพ ส่วนหลี่คุนทงรุกลงใต้ ได้ชายฝั่งเวียดนามมาเป็นทางออกทะเล ขยายอำนาจไปถึงแม่น้ำพรหมบุตร ลงใต้ถึงปากน้ำโพ

การรัฐประหารกับการสวรรคตของฮันเฉิงเต้[แก้ไข]

ระหว่างสงคราม ฮันวอนแตกุน ถูกจับในการผลัดแผ่นดินของลีฮักซุนขณะคุมทัพเกาเหลาอยู่ที่แม่นำนักดง หลิวจางซก ถูกเกาเหลาจับได้ที่จิ้นหยาง ฮันมินเยกุนและแม่ทัพโซฮอง ถูกจับที่เสฉวนโดยพระเจ้าซยงนู ขณะบัญชาทัพของซยงนูและทิเบต แม่ทัพเหงวียนชึงไดตายที่แม่นำโขง วังซอนเย โซบู ตายในสนามรบที่เมืองสุพรรณ ฮันโซ เยชินโซบุ โชกุนทำฮาราคิรีที่สนามรบแห่งคิวชู ฮันดะ โยชิมูระ ตายในการรบแห่งยามะชิโระ ฮันดะ ซานาโมริแตกุนถูกจับที่โทสะ จากที่ว่ามานี้ ก็หมายความว่าสงครามนี้ทำเอาเยลโล่ซันสูญเสียแม่ทัพนายกองไปจนหมด ไม่มีกำลังจะต่อต้าน เหลือแค่ฮันจองซูเพียงผู้เดียว และประชาชนจึงหมดศรัทธาในตัวฮันจองซูแล้ว ขุนนางเยลโล่ซันทั้งหมดจึงพร้อมใจกันก่อรัฐประจานในนครสาดทำมะหลี ฮันจองซูเสด็จออกนอกเมืองหลวง ก่อนทำฮาราคีรี อำมาตย์ทุกคนจึงยกอัครอภิมหาอำมาตย์ชูวิทย์เป็นจักรพรรดิ ตั้งราชวงศ์ฉู่

หลังสงคราม[แก้ไข]

เมื่อกองทัพของเกาหลีและซยงนู สามารถแก้แค้นฮันจองซูได้แล้ว ก้เปิดสงครามกับสลาฟอย่างสายฟ้าแลบ เกิดเป็นสงครามรุกรานรัสเซียและอาหรับขึ้นมา

การแบ่งสันปันส่วน[แก้ไข]

  • จีนได้รับนัมยองเซคืนและยังได้ล้านช้างล้านนาและเวียดนาม
  • ออสตราโลได้เมืองละแวก มลายู และหมู่เกาะต่างๆรวมถึงอินโดนิซุยและฟิลิปิน
  • ยุ่นปี่ยังคงปกครองโดยเจ้าในตระกูลฮันเหมือนเดิม แต่เป็นกลุ่มที่ฝักใฝ่จีนและสลาฟ อยู่ใต้การคุ้มครองของสลาฟ
  • เกาเหลาได้ดินแดนไปถึงจิ้นหยาง ทางเหนือได้ฝั่งตะวันออกของแม่น้ำเฮยหลงเจียงทั้งหมด
  • ทิเบตได้รับพม่า อินเดือย เปอซุยใต้ กรุงลงกา
  • ซยงนูได้รับเปอซุยเหนือ มงโกลใน อูลันอูเต และตะวันตกของแม่นำฮวงโห

การหาป้องกันไม่ให้เยลโล่ซันเป็นภัยต่อโลก[แก้ไข]

เยลโล่ซันในฐานที่ก่อสงครามต้องเสียค่าปฏิเกรียนสงครามเป็นจำนวนสูงถึง 800,000 ตำลึงทอง โดยต้องจ่ายให้หมดใน 10 ปี ถูกจำกัดไม่ให้มีกองทัพบกเกิน 200,000 คน เป็นเวลา 10 ปี ไม่ให้มีเรือรบเกิน 200 ลำ ไม่ให้มีเรือรบที่ระวางขับน้ำเกิน 5,000 ตัน ให้ 12 ปันนายึดสามเหลี่ยมปากแม่น้ำพรหมบุตร ตอนเหนือของบร๊ะม่าเอาไว้ เพื่อไม่ให้เยลโล่ซันบุกอินเดือย และให้มีกำลังเข้มแข็งพอที่จะป้องกันไม่ให้เยลโล่ซันรุกขึ้นเหนือได้ ทางด้านตะวันออกให้สามเหลี่ยมปากแม่น้ำโขงเป็นเขตปลอดทเห่อ จีนมีอาณาเขตลงมาถึงกว๋างนาม ทางด้านทิศใต้ ให้ออกตราโล-นิวกินียึดปลายแหลมมลายูเอาไว้ ป้องกันไม่ให้เยลโล่ซันรุกลงใต้ ทางทะเลนั้น อาศัยกองทัพเรือของจีน เกาเหลา ออสตราโล-นิวกินี และสลาฟ ในต่อต้านเยลโล่ซันทางทะเล เมื่อชาติต่างๆมั่นใจในการปิดล้อมเยลโล่ซันแล้ว จึงหาทางสร้างสันติภาพต่อไป แต่เกิดปัญหาในเกาเหลา ที้เบด และซยงหนูเสียก่อน

ความแตกแยกของจักรวรรดิเยลโล่ซัน[แก้ไข]

หลังสงครามจีนและสลาฟต้องทำสงครามกับเกาเหลาและซยงนู เหล่าอ๋องและอำมาตย์ที่มีส่วนในการแปรพักตร์ถูกสังหาร จึงปล่อยร้างพื้นที่ทางใต้ ส่วนออสตราโลเกิดสงครามกับเผ่ากินคนจึงปล่อยว่าง แต่ได้ส่งทเห่อมาประจำอีกในช่วงอะบอริจินส์ ฮันจองยูริตั้งตัวเป็นใหญ่ที่ไทรบุรี และทายาทของเขาก็ปราบก๊กต่างๆเรื่อยมาจนตั้งตนเป็นฮันเบ้งเต้ได้

การเปลี่ยนแปลงทางการเมืองในที่อื่นๆ[แก้ไข]

ในซยงหนู ฮูเฉิงข่านถูกศัตรูทางการเมียลอบวางยาสมุนไพรพิษตราแม่ระย้า ตระกูลอวี่เหวินยึดอำนาจ ส่วนคนตระกูลฮูต้องหนีมายังจีนและเกาเหลา ส่วนในออสตราโล-นิวกินี หลังจากเรืองอำนาจสูงสุดไม่นานก็ถูกเผ่ากินคนยึดอำนาจ ราชวงศ์สก็อตหนีไปยังสลาฟ แต่โดยมากถูกจับกิน ในคริสต์ศตวรรษที่ 25 ออสตราโล-นิวกินีปกครองโดย 4 ราชวงศ์ ความผันผวนทางการเมืองยังผลให้จักรวรรดิเสื่อมลงในสมัยราชวงศ์แบงส์

โครง บทความนี้ยังเป็นโครง คุณสามารถช่วยไร้สาระนุกรมได้โดยเพิ่มข้อมูล