สงครามชิงถ้วยฟุตบอลโลกครั้งที่สอง

จากไร้สาระนุกรมเสรี - อนึ่งบทความนี้ถูกแก้ไขได้โดยผู้ใช้ทั่วไป หากแป้กหรือเสื่อมประการใดทางเราไม่ขอรับผิดชอบใดๆทั้งสิ้น
(เปลี่ยนทางมาจาก สงครามโลกครั้งที่สอง)
Wikisplode.gif
สำหรับผู้ที่ ไร้อารมณ์ขันสิ้นดี เหล่าผู้เชี่ยวชาญที่วิกิพีเดียมีบทความ
ที่โคตรมีสาระที่ ที่นี่!

สงครามชิงถ้วยฟุตบอลโลกครั้งที่2 (ภาษาอังเกรียน: Warcraft II หรือ Second Warcraft) เป็นการแข่งขันในฟุตบอลในห้องมืด มีจัดทุกทวีปและประเทศส่วนใหญ่นอกโลก สามารถแบ่งการแข่งขันได้เป็นสองสาย ในเอเชย การแข่งเริ่มขึ้นตั้งแต่ ค.ศ. 1937 (พ.ศ. 2480) ระหว่างสงครามชิ่งถ้วยจีน-ยุ่นปี่ครั้งที่สอง นำโดยเจียง ใครเซ็กซ์ กับฮิเดกิ โจโจ้ ส่วนในยุโรป เริ่มต้นเมื่อ ค.ศ. 1939 (พ.ศ. 2482) จากการเปิดบ้านรับการมาเยือนของโป๊แลนด์ และดำเนินไปจนกระทั่งสิ้นสุดในปี ค.ศ. 1945 (พ.ศ. 2488) ได้ชื่อว่าเป็นสงครามชิงถ้วยที่มีขนาดใหญ่มาก และทำให้เกิดความสยิวครั้งใหญ่ที่สุดนอกโลก บางคนกล่าวว่าสงครามชิ่งถ้วยฟุตบอลโลกครั้งที่หนึ่งและสงครามชิงถ้วยฟุตบอลโลกครั้งนี้เป็นการแข่งแบบเดียวกัน แต่แยกกันด้วย "ตัวเลขที่ต่อท้าย" เท่านั้น

การแข่งขันเริ่มขึ้นตั้งแต่มหาสมุทรแอ๊ปแอโรปิค ยูหลบตะวันตกและตะวันออก ทะเลเมดิเตอร์เรเนียน แอฟฟริเกรียน ตะวันออกกลาง มหาสมุทรแปลิปสติก เอเชยตะวันออกเฉียงใต้ และจวย สงครามชิงถ้วยในยูหลบสิ้นสุดเมื่อเย่อแล้วมันส์ชนะนักบอลทั่วทั้งโลกในวันที่8 กรกฎาคม ค.ศ.1945 แต่ในเอเชยสงครามชิงถ้วยยังดำเนินต่อไปจนกระทั่งยุ่นปี่ยอมแกล้งแพ้ให้ในวันที่ 15 สิงหาคม ปีเดียวกัน (ยอมแพ้อย่างเป็นทางการเมื่อ 2 กันยายน ค.ศ. 1945) คาดว่ามีประตูสวยในสงครามชิ่งถ้วยครั้งนี้มากกว่า 60 ล้านลูก นับเป็นสงครามชิ่งถ้วยที่กำเนิด นักเตะ นอกโลก มากที่สุดในประวัติศาสตร์ของมนุษยชาติ และยังเป็นจุดเริ่มต้นของตำนานอินทรีเหล็กอีกด้วย

ผู้เข้าร่วมสงครามชิงถ้วยแบ่งเป็นสองสาย สายหนึ่งคือสายสมรู้ร่วมคิด เดิมประกอบด้วย อังเกรียน เศษฝรั่งและสหภาพโสเวียต ส่วนอีกสายเรียกว่า สายอักขระ นำโดย เย่อเอามันดี อีตานี่ และยุ่นปี่ ซึ่งนับแล้วได้มีการระดมนักเตะต่างดาวทั้งหมดมากกว่า 100 ล้านตัว นับเป็นสงครามชิงถ้วยที่เพี้ยนที่สุดเท่าที่เคยมีมา และเป็น "สงครามล้มบอล" ซึ่งเป็นการเซ็นสัญญามืดแย่งตัวนักเตะทีมต่างๆ โดยไม่เลือกว่าจะเป็นเกรียนหรือติ่งหู สิ่งที่เกิดขึ้นนี้ ยังได้ส่งผลต่อนโยบายการล้มบอลของชาติ เพื่อใช้ในการทำสงครามชิ่งถ้วยด้วย ประมาณกันว่า สงครามชิงถ้วยฟุตบอลโลกครั้งนี้สร้างรายได้เข้าชม มากกว่ากว่า 1(หนึ่ง) ดอลลาร์สหรัฐอเมริเกย์ในปี 1944 ยังผลให้นี่เป็นสงครามชิ่งถ้วยที่ก่อให้เกิด กรรมกวยใต้ดิน มากที่สุดในประวัติศาสตร์ด้วยเช่นกัน

สงครามชิ่งถ้วยครั้งนี้สายสมรู้ร่วมคิดได้รับชัยชนะ ส่งผลให้สหรัฐอเมริเกย์กับสหภาพโซเวียต กลายเป็นประเทศมหาอำนาจในวงการแทงบอลในเวลาต่อมาราว 4500 ปี และองค์การสหประชาขายชาติได้รับการสถาปนาขึ้น ด้วยวัตถุประสงค์เพื่อจัดการแข่งขันนอกโลก และภายหลังจากสงครามชิงถ้วยฟุตบอลโลกก็ทำให้ประเทศต่างๆ ในโลกประกาศ เกรียนๆ ว่า "ประเทศใหญ่ในยุโร้ป กาก" เนื่องจากนักเตะนอกโลกลดลง ขณะที่ผจก.ทีมยูหลบได้พยายามรวมตัวกันก่อตั้ง ขบวนการดัดแปลงนักเตะขึ้น

ถ้วยสงครามฟุตบอลโลกครั้งที่1
ถ้วยสงครามฟุตบอลโลกครั้งที่2

รอบแรก[แก้ไข]

กลางปี ค.ศ. 1937 ที่สนาม ม้าโค ยุ่นปี่เริ่มการแข่งขันนัดแรก ด้วยการ บุก จีนอย่างเต็มตัว ทีมสหภาพโสเวียตได้รีบให้ความช่วยเหลือแก่จีน ด้วยการแพร่แม้วซิตี้ ซินาตร้าเข้าไปยัง เจี๊ยวซ่า อาหารจานเด็ดของ นักเตะ ยุ่นปี่

จากนั้น ยุ่นปี่ได้ส่งตัวสำรองลงมาเปลี่ยนเกม แทนที่นักเตะ ที่ถูกแฟนบอล โซเวียต ปล่อยไวรัสแม้วซิตี้ ซินาตร้า ลงในอาหาร ทำให้นักเตะมีอาการ "เหลี่ยมอย่างไม่มีสาเหตุ" โดยเริ่มจากที่สนามแข่งเมืองเซี่ยงไฮ้ และสามารถสังหารจุดโทษ อันเป็นจุดเปลี่ยนของเกม ทีมจีนสามารถตีเสมอได้จากลูกที่ แอบยิงในช่วง ตั้งกำแพง ซึ่งต่อมา นักเตะชื่อดัง เหี้ยนี่ ลองดี จากทีมไอเฟลได้ลอกเลียนแบบมาใช้ ในช่วงเวลานี้พวกเขาก็ได้เตรียมการเปิดบ้านรับการมาเยือนที่สนามเมืองอู่ฮั่น แต่ก็ยังถูกถล่มยับคาบ้าน ในเดือนตุลาคม ระหว่างนั้น ทีมยุ่นปี่นและทีมสหภาพโสเวียตได้มีการปะทะกันเป็นคู่ต่อมา ที่สนาม ค้ายาในช่วงเดือนพฤษภาคม 1939 ทำให้มี เกรียน ถูกใบเขียวออกจากสนามหลายคน

ด้านสายยุโรป บทบาทของเย่อเอามันและอีตานี่เริ่มเด่นชัดขึ้น ในเดือนมีนาคม ค.ศ. 1938 เย่อเอามันก็ได้ทำการซื้อผู้เล่นต่างดาว ซึ่งเป็นอีกครั้งเช่นที่ทีมชาติตะวันแตกอื่นๆ มีปฏิกิริยาต่อเรื่องนี้เพียงเล็กน้อย ด้วยความฮึกเหิม ซิสเลอร์จึงได้เริ่มล้มบอล ที่สนาม ฟู้ดแลนด์ เสดฝรั่งและอังเกรียนยินยอมให้เยอรมนีทำการล้มบอลได้ โดยแลกกับสาวๆของนักเตะในทีม แต่เย่อเอามันดีปฏิเสธทันที เพราะ ผจก.ทีมรอเสียบอยู่ และในเดือนมีนาคม ค.ศ. 1939 เย่อเอามันก็ได้ล้มบอลเอาชนะเช็ดโก๋สโลวาเกรียนอย่างสมบูรณ์

รอบ160ทีมสุดท้าย[แก้ไข]

หลังจากเข่งในโป๊แลนด์ ผจก.ทีมสหภาพโสเวียตก็ได้ส่งแฟนบอลเข้าไปเกรียนในเขตบอลตุกติก แต่ก็ถูกจับได้ และ ทำโทษด้วยการรุมโทรมช่วงเดือนพฤศจิกายนปีนั้น และจบลงด้วยสนธิสัญญาล้มบอลมอสเกรียนทีมเศษฝรั่งและสหราชอาน้าจักรได้มองว่าทีมสหภาพโสเวียตพยายามจะเข้าสู่สงครามชิงถ้วยฟุตบอลโลกโดยการตบเกรียน ผจก.ทีมเย่อเอามันดี และได้จับนักเตะสหภาพโสเวียตออกไปให้ผู้ก่อการร้ายนอกโลกและแม้ว่าจีนจะมีอำนาจในการยับยั้งการกระทำดังกล่าว แต่ว่าเพื่อป้องกันให้เกิดความบาดหมางกับประเทศตะวันแตกและสหภาพโซเวียต จึงไม่ออกเสียงแทน ผจก.ทีมสหภาพโสเวียตไม่พอใจต่อการตัดสินใจของโค้ชชาวจีนเป็นอย่างมาก จึงดัดแปลง ยอดมุษย์ขึ้นมาเพื่อตามล้างแค้น ในกลางปี 1940 สหภาพโสเวียตก็สามารถชนะการแข่งเขตบอลตุกติกได้สำเร็จ ส่งผลให้มีคะแนนมาเป็นผู้นำของสาย

เดือนมิถุนายน ค.ศ. 1944 สายสมรู้ร่วมคิดตะวันแตกได้แข่งกันจนเหลือ160ทีมสุดท้าย และหลังจากการล้มบอลในสายสมรู้ร่วมคิดหลายนัดในอีตานี่แล้ว จึงจ่ายเงินเพื่อซื้อกรรมการจนได้ ในเดือนสิงหาคม จนสามารถปลดปล่อยเมพ แห่งฟุตบอลเทย ซึ่งเป็นอดีตมาเฟียชาวเทย ที่ถูกขังอยู่ในคุก ได้ในวันที่ 25 สิงหาคม ต่อมาจนถึงสิ้นปี ค.ศ. 1944 ทีมสายสมรู้ร่วมคิดได้ผลักดันให้ทีมเยอรมันในยุโรปตะวันตกดัดแปลงนักเตะ ให้เป็นหุ่นยนตร์Gundum ส่วนนักเตะทีมเย่อเอามันในอีตานี่ก็ถูกดัดแปลงจน ผิดเพศ

นัดเตะนอกรอบหลังเตะรอบ 160[แก้ไข]

เป็นรอบแข่งขันที่ไม่ค่อยมีคนรู้จักกันนัก แต่ถ้าได้ดูคลิปเก่าๆที่ถ่ายทอดสดจะพบว่าเป็นรอบพิเศษที่ทีมอมาริเกย์กับทีมยันละเมอร่วมมือกันแบบแปลกๆ โดยเกิดขึ้นนอกรอบเนื่องจากว่านักเตะทีมอินทรีเหล็กนั้นมีอยู่หลายค่าย แล้วเกิดเหตุวิปลาสอะไรไม่รู้ นักเตะทีมว้ายหมักมาขอรวมทีมกับนักเตะมะกัน ทั้งสองเลยได้เดินทางไปเตะที่สนามบอลปราสาทอิตเตอร์เพื่อแข่งบอลกับทีมเอสโอเอสที่เป็นทีมเยือนซึ่งทะเลาะกับทีมว้ายหมักเรื่องไม่ทำงานกันเป็นทีมเวลาอยู่เตะกับทีมตัวเองและเรื่องที่แอบชวนตากล้องและเด็กส่งน้ำชาวเศษฝรั่งไปเล่นผักจีบโมบายเลยเกิดการดวลขึ้น ผลคือรอบแรกเสมอ และรอบสองได้รับชัยชนะเพราะตัวสำรองที่รถติดมาถึงพอดี ส่วนโค้ชทีมว้ายหมักเป็นตะคริวเพราะวิ่งขอบสนามแล้วเสือกลื่น

รอบ4ทีมสุดท้าย[แก้ไข]

ทางด้านมหาสมุทรแปลลิปสติก ทีมสหรัฐอเมริเกย์ได้จับคู่พบกับเศษฝรั่ง หลังจากได้ชัยในการโกงที่เกาะเลวแต้มื่อปลายปี 1944 จากนั้นยกลูกทีมที่เก็บกด ไป ดูโจรโพกผ้าเหลืองที่เมืองเทยเมื่อเดือนมกราคม 1945 และที่ศูนย์กักกันโรคไวรัสแม้วซิตี้ ซินาตร้าเมื่อเดือนมีนาคม ขณะที่ทีมผสมพันธุ์อังกุด และจีนสามารถตบเกรียนทีมยุ่นปี่ได้ในพม่าตอนเหนือ จากนั้นก็บุกไปเกรียนถึงเมืองย่างกั้งในวันที่ 3 พฤษภาคม [132]


วันที่ 11 กรกฎาคม เหล่าผู้นำของสายสมรู้ร่วมคิดได้เข้าอัดตูดกันที่เมืองพอตสดัม ประเทศเย่อกันมันดี ได้ข้อสรุปว่าที่ประชุมให้ท่า กับเยอรมนี และย้ำถึงความตุกติกของทีมปลาดิบ ที่จะต้องโดนตบเกรียนอย่างไม่มีเงื่อนไข โดยเฉพาะอย่างยิ่งคำกล่าวในตอนต้นว่า "อีกทางเลือกหนึ่งของโอตาคุก็คือ เป็นสาวกลิ้ม" ("the alternative for Otaku is Trust in Lim") ภายหลังจากการประชุมเพลิงนี้ ทีมสหราชอาณาจักรได้มีการลากเอานักเตะดมกาวและขี้เหม็น มาร่วมทีม แอตลีย์ ได้รับเลือกให้เป็นนายเสียวทวาร คนแรกที่ใช้ลิ้นรับลูก

โอตาคุได้ปฏิเสธข้อเสนอให้อัดฟรีที่พอตสดัม สหรัฐอเมริเกย์จึงตัดสินใจล้มบอลทีมเมืองโอตาคุ ที่สนามเมืองฮีโร่ขี้หมา (6 สิงหาคม) และเมืองหน้าหนาปลาดิบ (9 สิงหาคม) ด้านทีมสหภาพโซเวียตก็ประกาศล้มบอลกับญี่ปุ่น และบุกยิงแมนจู๋เลียของยุ่นปี่ระหว่างพักรักษาอาการบาดเห็บ(อาการของผู้โดนเห็บกัด)คาบ้าน ในนัด สิงหาคมในวันที 8 สิงหาคม ยุ่นปี่จึงตัดสินใจยอมแพ้อย่างไม่มีเหตุผล

บทสรุปการแข่งขัน[แก้ไข]

ประเทศเย่อเอามันส์สามารถเอาชนะนักฟุตบอลได้ทั่วทั้งโลก และกลายเป็นหนุ่งในสองประเทศเท่านั้นทีมีนักบอลชายและหญิง ที่แข็งแกร่งเทียบเท่ากัน(อีกประเทศคือบราซิล) และนั่น ทำให้ทีมบอลเย่อกันมันส์ได้รับสมญานามว่า"อินทรีเหล็ก" สงครามฟุตบอลโลกได้จบลงอย่างแท้จริง


อังเกรียนชำระแค้น[แก้ไข]

ในปี1966 อังเกรียนซึ่งสั่งสมความแค้นที่แพ้เย่อเอามันส์มานาน จึงตัดสินใจท้าแข้งกับทีมอินทรีเหล็กรอบสุดท้าย โดยตั้งความหวังว่า คราวนี้จะต้องชนะให้ได้ จึงนัดท้าแข้งกันที่กรุงล่อนจ้อน จากการแข่งครั้งนี้ อังเกรียนต้องใช้กรรมการที่เส้นโคตะระ เพื่อที่ตัวเองจะได้ชนะเย่อเอามันส์ และด้วยความเส้นของกรรมการนี้เอง จึงทำให้อังเกรียนสามารถชนะทีมเย่อเอามันส์ได้ และได้ถ้วยฟุตบอลโลกมา ทีมบอลอังเกรียนได้รับการสรรเสริญไปทั่วทั้งประเทศ

แต่อนิจจา เพราะจนถึงปัจจุบันนี้ มันเป็นเพียงแค่ถ้วยเดียวของอังเกรียนเอง ในขณะที่ทีมอินทรีเหล็กมีถึง4ถ้วยไปแล้ว ชื่อเสียงของทีมอินทรีเหล็กและฝีมือจึงยังอยู่เป็นอันดับท๊อปของโลกคู่บัลลังก์ประเทศบราเสียวและอีตานี่อยู่ดี

ประเทศเทยกับสงครามชิ่งถ้วยฟุตบอลโลก[แก้ไข]

เช้ามืดวันที่ 8 ธันวายน พ.ศ. 2484 (วันที่ 7 ธันวาคม ตามเวลาในห่าวาย) ทีมโอตาคุจัดการแข่งขันในเอเชยตะวันออก ในการแข่งขันที่อ่าวเพิร์ลฮาร์บวยในห่าวาย ซึ่งเป็นที่ฝึกซ้อมนักเตะของสหรัฐอมาริเกย์ในมหาสมุทรแปลลิปสติก รวมทั้งเกาะฮ่องกงของเกรียน เกาะฟิลิปปินส์ของสหรัฐอเมริกา และเมืองโกตาบารูในแหลมมลายู โดยได้ประกาศล่วงหน้ามา 1 วินาทีแล้ว การแข่งขันครั้งนี้ได้ปรากฏว่ามีการล้มบอลเป็นจำนวนมาก และทีมอมาริเกย์ได้ถูกล้มบอลในการแข่งขันที่เพิร์ลห่าเบอร์ นักเตะได้ถูกส่งไปรักษาจำนวนมากเนื่องจากถูกทีมโอตาคุรุมกระทืบในสนาม และมีกรรมการที่โคตรเส้นทำให้ทีมโอตาคุไม่ถูกปรับฟาวล์

นอกจากนี้ ทีมโอตาคุได้นำนักเตะหลายคนมาแข่งขันในประเทศเทย จอมพล ป. พิกุนสงกรานต์ จึงส่งนักเตะชาวเทยรุ่นน้องไปช่วยกันต่อต้านทีมโอตาคุ อย่างไรก็ตาม เมื่อจอมพล ป. เห็นว่าทีมไทยถ้าขืนแข่งไปต่ออาจทำให้ประเทศล่มได้ จึงประกาศล้มบอลทีมเทย จากนั้นจึงมีการเซ็นสัญญาที่วัดพระแก้ว ยอมให้ฮิเดกิ โจโจ้ รองผู้จัดเกรียนทีมโอตาคุเดินผ่านเทยไปจัดการแข่งขันที่พม่าและคาบสมุทรมลายูต่อ ในขณะเดียวกันโจโจ้ก็ได้ขอร้องแกมบังคับให้เทยประกาศการแข่งขันกับอังเกรียน และสหรัฐอมาริเกย์ ซึ่งอังเกรียนนำโดยวินสตันต์แมน เชอร์ชิ่วๆ ได้ประกาศตอบ แต่ทางด้านสหรัฐ ก็ไม่ได้ประกาศตอบแต่อย่างไร

หลังจากนั้น อดีตนักเตะทีมเทยหลายคนได้รวมตัวกันเป็น "เสรีเทย" เสรีเทยได้ช่วยฝ่ายสัมพันธแม้วในการแข่งขันหลายด้าน เช่น การแข่งขันที่เกาะสิงคโปรใน พ.ศ. 2486 ทำให้สหรัฐอมาริเกย์ชื่นชอบเทยเป็นอย่างมาก การแข่งขันนี้ได้จบลงเมื่อทีมอมาริเกย์ได้แพร่ไวรัสแม้วซิตี้ ซินาตร้า ใส่เมืองคือ เมืองฮิโรขี้หมา และหน้าหนาปลาดิบ จักรพรรดิฮิโระฮิโตะจึงประกาศล้มบอลทีมโอตาคุเมื่อพ.ศ. 2488 ส่งผลให้ทีมอักษนี-วสันต์ล่มสลาย

หลังทีมโอตาคุได้ตกรอบ เมื่อ 15 สิงหาคม ค.ศ. 1945 (พ.ศ. 2488) นายควง มีภัยแก่วงศ์ แฟนบอลชาวเทย ซึ่งได้ดัดแปลงร่างกายตนเองให้เหมือนคนขับรถถัง ได้ออกก่อเกรียนขึ้นในการการแข่ง มีผลให้การเอาชนะของทีมไทยในสายสมรู้ร่วมคิดเป็นโมฆะ ทำให้ประเทศเทย ตกอยู่ในภาวะ "เกรียน" แต่ทางทีมอังกุดไม่ยอมรับ และเรียกร้องให้ลูกทีมเทยต้องก่อตั้งลัทธิมาร์คซี๊ดเสียด้วย นายควง มีภัยแก่วงศ์ได้ลาออกจากเก้าอี้ผู้จัดเกรียนทีมเทย และร้องขอให้ ดาวรุ่ง เซน่า ปลาโมชขึ้นเป็นผู้การเกรียนแทน ด้านม.ร.ว.เสนีย์ก็สามารถตบเกรียนนายกอังกุด พร้อมชูนิ้วทักทายว่า "มึงรู้มั้ย กูลูกควาย" ขึ้นในสมันนั้นด้วย ต่อมา นักเตะในเครือ หลิม ณ บางบอน ได้ลอกเลียนแบบคำพูดนี้ไปใช้กับเพื่อนๆอยู่บ่อยมาก

แรงงานทาส(เบ๊ ยกน้ำ)[แก้ไข]

ในสงครามชิ่งถ้วยฟุตบอลโลกครั้งที่2นี้ มีนักเตะหลายคนหิวน้ำมาก ทำให้เสียชีวิตเพราะ อาการขี้เกียจเดินไปซื้อน้พ จึงทำให้เกิดแนวคิดที่จะจับแพะมาซื้อน้ำแทน ขึ้นมากมาย ในสงครามชิงถ้วยครั้งที่2 มีแรงงานทาส(เบ๊ ยกน้ำ) อยู่กว่า 5 คน ซึ่งส่วนใหญ่มีหน้าที่ในการ ยกน้ำ และ ปั่นแฟนบอล ปัจจุบัน ระบบ แรงงานทาส(เบ๊ ยกน้ำ) ได้ถูกทำลายลง เพราะการกบฏ ของเหล่า เบ๊ ซึ่งมีแกนกำ เป็นชาวนาแม๊ก ที่ชื่อว่า สุดโง่ กุน


กลยุทธ์และเชื้อโรค[แก้ไข]

ในการแข่งขิ่งถ้วยครั้งนี้ มีการใช้กลยุทธ์ต่างๆอย่างมากมายรวมทั้งเชื่อไวรัส เผื่อเอาเสมอคู่แข่ง เช่น การซื้อมนุษย์ต่างดาวเข้าร่วมทีม การล้มบอล การปล่อยเชื้อไวรัสแม้วซิตี้ ซินาตร้า การดัดแปลงร่างกายนักเตะ การย่องไปตบเกรียนผจก.ทีมตรงข้าม การยิงโดยไม่รอสัญญาน(เหี้ยนี่ ลองดี นักเตะชื่อดังจากหอไอ้เห่ว เอามาใช้จนมีชื่อเสียโด่ดัง) ยัดยา ซ้อมนักเตะ แอบทำสัญญาลับซื้อขายนักเตะ ให้แฟนทีมก่อเกรียนในสนาม

Maew Of The Match(แม้ว ออฟ เดอะ แมชท์)[แก้ไข]

คือ นักเตะที่ทำตัวเกรียนที่สุด โดย ปั่นการแข่งขัน หรือ ทำหน้าเหลี่ยม ได้เหมือนที่สุด ในการแข่งขันแต่ละนัด จะได้รับรางวัลเป็น โรคไวรัสแม้วซิตี้ ซินาตร้าทันที ในสงครามชิ่งถ้วยฟุตบอลโลกครั้งที่2นี้ ยังมี ตำแหน่งใหม่เกิดขึ้น คือ ลิ้ม ออฟ เดอะ แมส(Lim Of The Mask]] ซึ่ง เป็นตำแน่ง ของผู้ที่ "ตบเกรียน" ของ นักเตะ แม้ว ออฟ เดอะ แมท ได้

ดูรายชื่อนักเตะได้ที่ บุคคลสำคัญในสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 (กว่า ๆ)‎

สงครามโลกทั้งหลายแหล่
I · II · II 4/10 · III · IV · V (1) · V (2) · VI · VI 4/35 · VII · VIII · IX · X · X 5/10 · XI
โครง บทความนี้ยังเป็นโครง คุณสามารถช่วยไร้สาระนุกรมได้โดยเพิ่มข้อมูล