สงครามโลกครั้งที่ห้า ภาคสอง

จากไร้สาระนุกรมเสรี - อนึ่งบทความนี้ถูกแก้ไขได้โดยผู้ใช้ทั่วไป หากแป้กหรือเสื่อมประการใดทางเราไม่ขอรับผิดชอบใดๆทั้งสิ้น
บทความเพ้อฝันดีเยี่ยม
Globe of letters svg.png บทความนี้มีการทับศัพท์ไม่เหมือนชาวบ้านชาวช่อง จึงขอความกรุณาให้ทุกท่านโปรดทำใจ
สงครามโลกครั้งที่ 5 ภาค 2
สค52.PNG
สงครามโลกครั้งที่ 5 ภาค 2
วันที่ 27 กรกฎายน ค.ศ. 20XX ( 10 ปี )
สถานที่ เอเชย , อเมริโกย , ยูหลบ
ผลลัพธ์ ฝ่ายซ้ายชนะ
คู่ขัดแย้ง
ฝ่ายซ้าย

ธงชาติแมวแดง.PNG รัฐแมว
ธงนาซันเยอรมี.png นาซันเยอรมี
Red Europe.png สหภาพโซเวียต
Chinaflag.jpg จีน
Gayflag.gif สมาพันธ์เกย์แห่งน่านน้ำแปซิฟิกเหนือ

ฝ่ายขวา

0000kmUnited Statesian Flag.png สหรัฐอเมริโกย
JapanNavalFlag.svg ญี่ฝุ่น
Drapeau france.png เศษฝรั่ง
127335bf.gif สหราชอนาจาร
Yel sun.jpg เยลโล่ซัน
Joseon.png เกาเหลา

ผู้บัญชาการหรือผู้นำ
ฝ่ายซ้าย

ธงชาติแมวแดง.PNG สหายแมว
ธงชาติแมวแดง.PNG ตาแมว สไนเปอร์
ธงนาซันเยอรมี.png อะดอล์ฟ ฮิตเตอร์
ธงนาซันเยอรมี.png นายพลบลูยูนิคอน
Red Europe.png โจรเซฟ สตาลิน
Chinaflag.jpg เหมา เหมอมุง
Gayflag.gif อาเบะ
Gayflag.gif ท่านอาจารย์มาวิน
Gayflag.gif ศาสดาบิลลี่

ฝ่ายขวา

0000kmUnited Statesian Flag.png บ้ารัก โอซามา
0000kmUnited Statesian Flag.png โอบามา บินลาเดน
JapanNavalFlag.svg พลเอกโตโต้
Drapeau france.png นโปเลียน
127335bf.gif วินตัน เชอร์รี่
Yel sun.jpg ฮันคิยูริฮ่องเต้
Yel sun.jpg ท่านผู้นั้น
Joseon.png คิม จองหมัก

กำลัง
~100,000,000 นาย
~150,000,000 นาย
กำลังพลสูญเสีย
~30,000,000 คน ~90,000,000 คน

สงครามโลกครั้งที่ 5 ภาค 2 (อังกฤษ: World War V 2) เป็นสงครามที่เกิดต่อเนื่องมากจากสงครามโลกครั้งที่ห้า ภาคหนึ่ง โดยชนวนเกิดจากการที่ฝ่ายทุนสามานย์เกิดไม่พอใจ ก็เลยหันไปจับมือกับพวกสังคมนิยมหัวรุนแรงก้าวหน้า เพื่อเปิดฉากทำสงครามโลกครั้งที่ 5 เสียใหม่ และก็ดันทำสำเร็จเสียด้วยสิ ทำให้พวกทุนนิยมกับสังคมนิยมกลับมาสมานฉันท์กัน (ชั่วคราว) ก่อนจะมากัดกันต่อในอนาคต

ก่อนการรบ[แก้ไข]

ก่อนที่สงครามโลกครั้งที่ 5 ภาค 2 จะเกิดขึ้นนั้น ก็ได้บังเกิดสงครามโลกครั้งที่ 5 ภาค 1 ขึ้นมาก่อน ซึ่งสงครามโลกครั้งก่อนก็ได้จบลงด้วยความพ่ายแพ้ของฝ่ายทุนนิยม ทำให้บรรดาผู้ชนะที่โลภมากครองอำนาจทางเศรษฐกิจอยู่ช่วงเวลาหนึ่ง ซึ่งในขณะเดียวกันทางด้านสหรัฐอเมริโกยก็ได้สะสมอาวุธหลังจากที่เริ่มฟิ้นตัวได้จากธุรกิจค้ายาเสพติด รวมไปถึงธุรกิจค้ากัญชาในแถบเอเชยที่เริ่มฟิ้นตัวหลังจากสงครามสงบ และสร้างรายได้เข้าประเทศทุนนิยมจำนวนหนึ่ง ทำให้พอลืมตาอ้าปากได้บ้าง พร้อมเปี่ยมไปด้วยความแค้นที่ไม่มีวันลบเลือน ซึ่งนักประวัติศาสตร์สมัยใหม่ได้แนะนำให้อ่านการ์ตูนเสียบ้าง หรืออย่างน้อยๆ ก็ควรแวะเวียนมาอ่านไร้สาระนุกรมซะบ้างนะ ขอร้องล่ะ

ท่านผู้นำสหายแมว ผู้ถูกดูถูกว่าหน้าเหมือนตีน อันเป็นสาเหตุหนึ่งที่นำไปสู่สงครามโลกครั้งที่ 5 ภาค 2

ชนวนสงคราม[แก้ไข]

พอเหล่าประเทศทุนนิยมที่หัวซ้ายจัดเริ่มฟื้นตัวได้ และสามารถวิ่งเต้นจนกลับมามีบทบาทบนเวทีโลกได้อีกครั้ง จึงเกิดการไม่กินเส้นกันในหมู่ประเทศหมาอำนาจหลายฝ่าย ซึ่งพร้อมจะปะทุสงครามได้ตลอดเวลา เพียงแต่กำลังรอโอกาสดีๆที่จะใช้เป็นข้ออ้างในการก่อสงครามเท่านั้นเอง และจากการรอคอยอันแสนยาวนาน สงครามก็ได้บังเกิดขึ้นจนได้เมื่อมีทหารชาวรัฐแมวกลุ่มหนึ่ง ไปท้าดอทเอกับทหารสหราชอนาจาร แต่กลับถูกสหราชอนาจารเฟริสท์บลูดจนฟันหน้าหักไปหลายซี่ (ดังภาพข้างล่าง)

การกระทำของสหราชอนาจารทำให้ให้ผู้นำแห่งรัฐแมวอย่างสหายแมวโกรธมาก จึงจึงส่งคลิปลับไปข่มขู่ให้สหราชอนาจารขอโทษด้วยการกราบฝ่าตีนเท้างามๆของสหายแมว ซึ่งสหราชอนาจารก็ยอม เพียงแต่ทูตสหราชอนาจารกลับไปกราบศีรษะของสหายแมว โดยให้เหตุผลว่า เข้าใจผิดคิดว่าเป็นเท้า ทำให้ทูตผู้นั้นถูกตบปากด้วยรองเท้า แล้วจึงถูกไล่กลับไป ซึ่งการกะรทำของทูตสหราชอนาจารทำให้รัฐแมวโกรธมากขึ้นกว่าเดิม แต่ยังไม่โกรธเท่านาซันเยอรมี ทำให้นาซันเยอรมียกทัพไปขยี้ฝรั่งเศษในทันที จนเกิดเป็นสงครามโลกครั้งที่ 5 ภาค 2 โดยมีสาเหตุมาจากการท้าดวลเกม


ทหารฝ่ายซ้ายผู้กล้าหาญ เดินเข้าไปกล่าวกับศัตรูว่า "ดอทเอกันเปล่า..."
First Blood !!!

ช่วงต้นสงคราม ( ปีที่ 1 - 3 )[แก้ไข]

อะดอล์ฟ ฮิตเตอร์ หลังจากที่ยึดกรุงปารีสได้แล้ว

การรบในภาคพื้นยูหลบ[แก้ไข]

สมรภูมิแห่งแรกของสงครามได้เกิดในทวีปยูหลบ โดยท่านผู้นำผู้แสนใจดีของนาซันเยอรมี อะดอล์ฟ ฮิตเตอร์ ได้กรีธาทัพเรือนล้านเข้าจู่โจมฝรั่งเศษเสียยับเยิน และความฝันของท่านผู้นำก็ได้เป็นความจริงขึ้นเมื่อเขาสามารถไปถ่ายรูปคู่กับหอไอเฟลได้สำเร็จ แล้วจึงเดินทางกลับ

และแน่นอนว่ามันไม่ง่ายอย่างนั้น เพราะจักรพรรดินโปเลียนแห่งฝรั่งเศษได้แอบซุ่มจู่โจมฮิตเตอร์อยู่ที่ชายแดน ครั้งทั้งสองเจอหน้ากันก็ตบเกรียนทักทายอย่างร่าเริง ก่อนที่ทหารที่ตามมาจะตะลุมบอนกันอย่างเมามัน แต่ด้วยความใจดีของผู้นำทั้งสอง จึงหันหน้าเอาตบเกรียนกันอย่างสันติ โดยฮิตเตอร์โดนตบเกรียนแตกเสียก่อน จึงต้องเดินทางกลับไปอย่างเจ็บปวด

การรบในภาคพื้นเอเชย[แก้ไข]

สมรภูมิแห่งแรกในทวีปเอเชยอยู่ในประเทศพม่า โดยสหราชอนาจารและฝรั่งเศษได้แห่กันมาแสวงโชคในพม่า เพราะในพม่ามีเพชรจำนวนมหาศาลที่ต่างฝ่ายต่างอยากครอบครองเพื่อนำมาทำเป็นดินสอ ก็ทั้งเพชรและไส้ดินสอก็ทำจากคาร์บอนเหมือนกันนี่นา นอกจากนี้สหราชอนาจารยังถือโอกาสยึดพม่าไว้ในครอบครองอีกด้วย

และเนื่องด้วยรัฐบาลพม่าซึ่งไม่ถูกชะตากับสหราชอนาจาร จึงติดต่อให้รัฐบาลรัฐแมวมาช่วยปลดปล่อยพม่าให้เป็นอิสระ เพื่อแลกกับเพชรจำนวนมหาศาล ซึ่งในขณะนั้นรัฐแมวขาดแคลนดินสอ ทำให้รัฐบาลแมวตัดสินใจบุกตีกองทัพสหราชอนาจารในพม่า และนำทัพแมวขยี้พม่าเป็นจุล เพื่อจิ๊กเพชรมาผลิตดินสอเพิ่ม และทหารแมวยังสามารถล้อมสหราชอนาจารได้ที่ยุทธการเนปิดอ ทำให้สหราชอนาจารอดอยากมาก จึงเอาเพชรมากินเป็นอาหาร หลังจากที่รัฐแมวยึดพม่าได้ทั้งประเทศ ก็พบว่าเพชรถูกสหราชอนาจารเอาไปแดกกินหมดเสียแล้ว ทำให้รัฐแมวหมดกำลังใจที่จะรบต่อ จึงเดินทางกลับไปทำนาที่บ้านเกิด ระหว่างทางก็ได้โดนรถดับเพลิงของสหราชอนาจารฉีดน้ำเยาะเย้ยตลอดเส้นทาง ตูสงสัยว่ามันจะเอาอะไรห่านักหนากับดินสอฟะ ตูงง -- น้าหมัก

หลังจากนั้นสหราชอนาจารยิ่งได้ใจจึงนำทัพไปจู่โจมจีน โดยอ้างว่าจีนแอบซ่องสุมหมีแพนด้าไว้ โดยไม่ยอมส่งมาเป็นบรรณาการให้สหราชอนาจาร สหราชอนาจารจึงโจมตีจีนในยุทธการแปดทิศ และสามารถยึดทิเบตมาจากจีนได้ ทำให้สหราชอนาจารได้ใจขึ้นอีก จึงกรีธาทัพไปจู่โจมจักรวรรดิโซเวียต โดยอ้างอีกว่าโซเวียตซ่องสุมหมีขาว สหราชอนาจารจึงนำทัพข้ามทะเลสาบไบคาล ทหารสหราชอนาจารถูกจับเป็นล้าน แต่สหราชอนาจารก็สามารถยึดไซบีเรียตะวันออกมาจากโซเวียตได้ และสามารถจับหมีขาวมาเป็นเชลยได้เกือบแสนตัว นอกจากสหราชอนาจารแล้ว สหรัฐอเมริโกยยังถือโอกาสโจมตีประเทศในหมู่เกาะแถบมหาสมุทรแป็บซี่ฟิกได้เกือบทั้งหมด โดยอ้างว่าเป็นการขอคืนพื้นที่

ฝ่ายขวาแบ่งเค้ก[แก้ไข]

หลังจากที่สหราชอนาจารกับอเมริโกยพากันแบ่งเค้กจัดสรรที่ดินที่ยึดได้ และได้ประกาศจัดตั้งกองกำลังฝ่ายขวา เพื่อกำราบพวกซ้ายให้ศิโรราบ ซึ่งญี่ฝุ่นได้ขอเข้าร่วมด้วยเพื่อขอแบ่งเค้ก ซึ่งอเมริโกยก็จำใจยอมแบ่งเค้กชิ้นโตคือฟิลิปปินส์ให้กับญี่ฝุ่นไปทั้งหมด แต่ญี่ฝุ่นยังไม่พอใจ ยังยืนกรานที่จะขอไต้หวันด้วย อเมริโกยไม่รู้จะทำอย่างไร จึงยอมยกไต้หวันให้ไปเพื่อแลกกับปลาดิบ พอชาติอื่นๆเห็นดังนั้น ก็พากันแห่ขอเข้าร่วมกับฝ่ายขวา เพื่อขอส่วนแบ่งเค้ก ถึงแม้จะทำให้ฝ่ายขวาแข็งแกร่งขึ้น แต่ก็ทำให้ส่วนแบ่งเค้กหดหายไปในชั่วพริบตา

ช่วงกลางสงคราม ( ปีที่ 4 - 6 )[แก้ไข]

สตาลินเมื่อวันวานกับสัตว์เลี้ยงที่อบอุ่น
สัตว์เลี้ยงหายไป!!!

ญี่ฝุ่นครองอำนาจ[แก้ไข]

พอญี่ฝุ่นได้เข้าร่วมหั่นเค้กกับฝ่ายขวาได้แล้ว ก็ได้นำทัพถล่มเอเชยแก้แค้นที่ตนพ่ายแพ้ในสงครามโลกครั้งที่สอง และสามารถตีถลำลึกเข้าไปที่โซเวียตอย่างง่ายดาย โดย โจรเซฟ สตาลิน แห่งจักรวรรดิโซเวียตยังคงยืนกราน ยืนยันว่า สงครามต้องแก้ด้วยการไม่ก่อสงคราม และสตาลินก็ยึดหลักอหิงสามาตลอด โดยไม่สนใจว่าจะถูกญี่ฝุ่นตบเกรียนแตกสักกี่ครั้ง เฟริสท์บลัดสักกี่ครั้ง สตาลินก็วางเฉย

ที่สำคัญญี่ฝุ่นยังสามารถถล่มจีนเสียราบคาบ สามารถเดินลึกเข้าไปในจีนได้หลายพันไมล์ แต่ก็ไม่รู้ว่าจะไปสิ้นสุดที่ตรงไหน เพราะจีนมันใหญ่ ทำให้ญี่ฝุ่นตัดสินใจหันมาขยี้อินโดจีนแทน ญี่ฝุ่นจึงเดินขบวนข้ามทะเลด้วยสองเท้าเปล่า ไปขยี้เยลโล่ซันจนศิโรราบ จนกระทั่งมารู้ทีหลังว่าเยลโล่ซันคือพวกเดียวกัน ญี่ฝุ่นก็รีบกระโดนหนีลงทะเลกลับประเทศไปอย่างน่าอับอาย

โซเวียตร่วมรบ[แก้ไข]

หลังจากที่สัตว์เลี้ยงตัวโปรดของ โจรเซฟ สตาลินได้หายตัวไปอย่างลึกลับในป่าไซบีเรีย ซึ่งสตาลินเชื่อว่าเป็นฝีมือของพวกญี่ฝุ่นที่ลักพาตัวสัตว์เลี้ยงของเขาไป ทำให้สตาลินโกรธแค้นมาก จึงออกเดินทางไปค้นหาที่ไซบีเรีย แต่ก็ถูกพวกญี่ฝุ่นจับตัวไปเพราะเข้าใจผิดคิดว่าเป็นจันทโครพ สตาลินจึงถูกญี่ฝุ่นตบเกรียนแตกเพราะเขาไม่ยอมบอกที่ซ่อนผอบ ไปๆมาๆญี่ฝุ่นดันคิดว่าเขาเป็นโจรป่าซะนี่ สตาลินเลยถูกส่งตัวไปเป็นจับกังอยู่ที่ไหนสักแห่ง แต่สตาลินหนีมาได้ด้วยความช่วยเหลือของโดเรม่อน สตาลินเลยได้กลับบ้านพร้อมสัตว์เลี้ยงตัวใหม่เป็นแมวหุ่นยนต์

หลังจากที่ได้กลับบ้านแล้ว สตาลินเลยตัดสินใจประกาศสงครามกับฝ่ายขวา และต้องการที่จะขยี้ญี่ฝุ่นให้ตกขอบโลก ด้วยความช่วยเหลือจากโดเรม่อน ทำให้โซเวียตสามารถเตะญี่ฝุ่นออกไปจนหมดแผ่นดินโซเวียตได้ แต่ก็เสียโดริยากิไปหลายตัน

ช่วงปลายสงคราม ( ปีที่ 7 - 10 )[แก้ไข]

สหายแมว แห่งรัฐแมว ในสนามรบ
ทหารซ้ายโกยหนีทหารสหราชอนาจารอลหม่าน
ทหารแมวขณะข้ามแม่น้ำมะนาวศรี

ฝ่ายซ้ายรุกกลับ[แก้ไข]

หลังจากที่โดนฝ่ายขวาได้ตีมาตลอดหลายปี สุดท้ายรัฐแมวก็ตัดสินใจกดปุ่มเดินหน้าเต็มกำลังในปีที่ 7 ของสงครามแล้วที่ผ่านมาที่กั๊กแรงเอาไว้เรอะ โดยได้นำทัพแมว 700,000 นาย เข้าโจมตีค่ายสหราชอนาจารที่ตั้งอยู่ในพม่า นอกจากนี้ในนาซันเยอรมีใต้การนำของ อะดอล์ฟ ฮิตเตอร์ ก็ตัดสินใจสู้จนตาย จึงเดินหน้าเต็มกำลังเข้ากวาดล้างฝรั่งเศษแบบล้างแผ่นดิน แต่ก็โดนฝรั่งเศษตบเกรียนอยู่เนื่องๆอย่างเย้ยหยันจนงอมพระราม แต่อย่างว่าแหละ ฮิตเตอร์ใจดีเกินไป ทำให้นาซันเยอรมีต้องหนีกลับประเทศก่อนวัยอันควร

ยุทธการทุ่งมะลิ[แก้ไข]

รัฐแมวได้กรีธาทัพเข้าจู่โจมพม่าอีกครั้ง โดยมีเป้าหมายเป็นเมืองเนปิดอ เมืองหลวงของพม่า ที่มีทหารฝ่ายขวากบดานอยู่กว่า 30,000,000 นาย แต่รัฐแมวไปไม่ถึงเนปิดอ ก็มาจ๊ะเอ๋กับสหราชอนาจารในเขตรัฐมะนาวศรีเสียก่อน ซึ่งเดิมรัฐนี้เป็นส่วนหนึ่งของของรัฐแมว แต่ถูกสหราชอนาจารยึดไปได้ตอนต้นสงคราม

Cquote1.png เฮ้ย!!! สหราชอนาจารมันมายึดรัฐมะนาวศรีของตูไปตอนไหนฟะผู้นำบ้าๆบอๆ ของรัฐแมว Cquote2.png
ผู้นำบ้าๆบอๆ ของรัฐแมว กล่าวอย่างตกใจ

ซึ่งสมรภูมิแห่งนี้ถือได้ว่าเป็นสมรภูมิที่นองเลือดมาที่สุดในสงครามครั้งนี้ก็ว่าได้ โดยฝ่ายซ้ายสูญเสียทหารไปถึง 5,000,000 นาย และฝ่ายขวาสูญเสียทหารไป 20,000,000 นาย

กองทัพแมวได้เดินทางรุกล้ำเข้าเขตมะนาวศรีในวันที่ 1 กรกฎายน ปีที่ 7 ของสงคราม และเข้าจู่โจมสหราชอนาจารที่เมืองทวารจนสหราชอนาจารต้องถอยร่นลงไปเมืองมะลิ หลังจากนั้นจีน โซเวียต และนาซันเยอรมีก็ได้นำทัพมาสบทบอีกมากกว่า 10,000,000 นาย ทำให้การจราจรและการสุขาในพม่าติดขัดอย่างแรง และยังทำให้ประเทศพม่าสูญเสียเนื้อที่ป่าไปถึง 97% แต่ก็ใช่ว่าจะมีแต่โทษ เพราะพม่ามีห้องส้วมเพิ่มขึ้นกว่า 500 ล้านแห่ง สามารถเรียงลำดับเหตุการณ์ได้ดังนี้ครับ


ยุทธการทุ่งมะลิ
สีแดง คือ ฝ่ายซ้าย
สีน้ำเงิน คือ ฝ่ายขวา
สีเหลือง คือ ดินแดนที่มีการต่อสู้กัน

1 กรกฎายน[แก้ไข]

รัฐแมวได้เคลื่อนพลเข้าไปในเขตรัฐมะนาวศรีโดยไม่ได้รับอนุญาต ทำให้สหราชอนาจารประกาศคลอโรฟิลห้ามทหารสหราชอนาจารออกนอกค่าย 24 ชั่วโมง เพื่อกระชับพื้นที่กองทัพแมว เนื่องจากว่าไม่มีทหารสหราชอนาจารโผล่จากค่ายเลย รัฐแมวจึงคลานข้ามแม่น้ำมะนาวศรีเข้ามาอย่างปลอดภัย (ง่ายจัง) แล้วจึงเคลื่อนพลไปตีค่ายสหราชอนาจารโดยทันที แต่รัฐแมวก็พลาดท่า เพราะทหารแมวกว่า 700,000 คนต้องตกลงอยู่ในวงล้อมของทหารฝรั่งเศษ 30 คน ฝรั่งเศษเลยตัดสินใจกระชับวงล้อม ทำให้ทหารแมวต้องฝ่าวงล้อมอย่างทุรนทุราย ซึ่งการกระชับพื้นที่ในครั้งนี้ยังเป็นที่ถกเถียงว่า ไอ้ทหารฝรั่ง 30 ตัวนั่นมาล้อมทหารแมว 700,000 ตัวได้ไง ซึ่งก็เชื่อกันว่ามันเป็นการฝืนกฎแรงดึงดูด (- -")

2 กรกฎายน[แก้ไข]

วินตัน เชอร์รี่ ผู้นำสหราชอนาจาร

กองทัพแมวได้บุกไปค่ายสหราชอนาจารตั้งแต่เช้าตรู่ เดินทางไปถึงก็ตกค่ำ และยังได้ตบเกรียนวินตัน เชอร์รี่ นายกรัฐมนโทสหราชอนาจารโดยไม่รู้ตัว วินตันได้ขี่ M79 ของเยลโล่ซันหนีไปได้อย่างปาฏิหารย์ ทำให้สหราชอนาจารต้องโกยแลบหนีจากเมืองทวารไปโผล่ที่เมืองมะลิ และสหราชอนาจารได้ไปพบกับทหารฝรั่งเศษและเยลโล่ซัน 30 ล้านนายที่ทุ่งมะลิ จึงได้ตั้งค่ายใหญ่ที่เมืองมะลิ

3 กรกฎายน[แก้ไข]

รัฐแมวได้เปิดเพลงที่ท่านผู้นำขับร้องก่อกวนทหารฝ่ายขวาจนนอนไม่หลับตลอดคืน ว่ากันว่าเป็นบทเพลงที่แสนไพเราะที่คนธรรมดาไม่สามารถเข้าใจได้ ในตอนรุ่งเช้ารัฐแมวจึงส่งทหารผสมรวมกับทหารของจีน และโซเวียต รวม 7,000,000 นาย เข้าโจมตีค่ายมะลิในตอนเช้า ทำให้ทหารขวาที่เพิ่งสร่างมึนกับเสียงเพลงไม่ทันตั้งตัว จึงโดยล้อมปราบในวันนั้น ทำให้ฝ่ายขวาโกยแลบวิ่งข้ามแม่น้ำสะโตงสะเตงหนีไป แต่ท่านสหายแมว ผู้นำแห่งรัฐแมวก็ได้ใช้พระแสงปืนไรเฟิลส่องยิงถูกหมวกของวินตัน เชอรรี่ ทำให้วินตันตกใจมาก จึงสลบล้มลงลอยอืดกลางแม่น้ำแต่ยังไม่ตายนะตัวเธอ และถูกฝ่ายซ้ายจับไปเป็นกาลกิณีแก่บ้านเมือง

4 กรกฎายน[แก้ไข]

เป็นวันที่ทั้ง 2 ฝ่ายเจรจาหยุดยิงชั่วคราว 1 วัน โดยทหารแมวนำวินตันขึ้นเรือสินค้าส่งไปเลหลังขายที่ชายแดนจีน แต่ขายไม่ออก เลยเรียกค่าไถ่จากสหราชอนาจารในราคาสูงลิ่ว แต่ทางรัฐบาลชั่วคราวสหราชอนาจารปฏิเสธที่จะไถ่ตัวนายกรัฐมนโทวินตัน รัฐแมวจึงได้มีการต่อราคากันจนเหลือแค่ 120 ซิมโมนิออน รัฐบาลสหราชอนาจารจึงยอมซื้อตัววินตันคืนมา พอวินตันได้กลับมาสหราชอนาจารก็ได้ยุบรัฐบาลชั่วคราวนี้ทิ้งซะ และยังยุบสภาสูง ยุบสภาต่ำ ยุบคณะรัฐมนโท ยุบกระทรวง ยุบกรมทหาร ยุบประเทศ แล้ววินตันจึงขึ้นเป็นผู้นำเผด็จเกรียนสูงสุดของสหราชอนาจาร และไว้หนวดทรงเดียวกับ อะดอล์ฟ ฮิตเตอร์

ทหารต้องไว้หนวดทรงเดียวกับฮิตเตอร์
ฮิตเตอร์เปิดใจไว้หนวดเฟิ้มแบบสตาลิน

5 กรกฎายน[แก้ไข]

อะดอล์ฟ ฮิตเตอร์ โกรธแค้นที่วินตันไว้หนวดทรงเดียวกับตน จึงได้ประกาศระดมพลทหารนาซันเยอรมีกว่า 1,000,000 นายเข้าโจมตีค่ายสหราชอนาจาร ผลคือนาซันเยอรมีโดนตีแตกไม่เป็นท่า คาดว่าทหารขาดกำลังใจในการรบ ฮิตเตอร์จึงประกาศไปว่า หากสามารถตีค่ายสหราชอนาจารแตกแล้ว จะอนุญาตให้ทหารไว้หนวดเฟิ้มแบบสตาลินได้ ที่ผ่านมาฮิตเตอร์บังคับให้ทหารไว้หนวดทรงเดียวกับตนเท่านั้น พอได้ยินดังนั้น ทหารเยอรมีก็กรีดร้องโหยหวนและสามารถตีค่ายสหราชอนาจารแตกได้โดยใช้ไม้กอล์ฟ และลูกเปตอง ทำให้สหราชอนาจารต้องหนีไปสบทบกับฝรั่งเศษและอเมริโกยที่กรุงเนปิดอ เมืองหลวงของพม่า แต่โชคร้ายที่วินตันโดนทหารเยอรมีจับไปโกนหนวดที่ค่ายฝ่ายซ้าย เพราะหนวดทรงนี้สงวนไว้ใช้กับท่านฮิตเตอร์แต่เพียงผู้เดียว ทำให้วินตันถูกจับตัวไปแล้วถึง 2 ครั้ง แต่ครั้งนี้วินตันสามารถแหกคุกออกมาได้ด้วยถุงหรรษาของโดเรมอน

เครื่องบินรบของรัฐแมว

6 กรกฎายน[แก้ไข]

วินตัน เชอร์รี่นำทัพฝ่ายขวาหนีไปผสมพันธุ์กับทหารเยลโล่ซันที่ประเทศบังกระเทยเทศ แนวตั้งรับของฝ่ายขวายาวไปไกลจรดถึงเนปาล ซึ่งค่ายแห่งนี้ฝ่ายขวามั่นใจมาก ว่าฝ่ายซ้ายต้องตีไม่แตก แต่รัฐแมวกับนาซันเยอรมีก็เสือกตีแตกได้อย่างหน้าด้านๆและน่าทึ่ง ทำให้ฝ่ายขวาต้องถอยไปอยู่บนยอดเขาเอาเวอร์เรด โดยระหว่างการปีนเขานั้น วินตันคงดันไปกวนโอ๊ยใครบางคนที่ไม่อาจกล่าวชื่อได้ เลยถูกทหารเยลโล่ซันจับโยนลงจากยอดเขา ตกลงไปในอ้อมกอดอำมหิตของอะดอล์ฟ ฮิตเตอร์ ที่กำลังอกหักขาหัก วินตันจึงเปรียบเสมือนยาสำหรับเยียวยารักษาใจหนามยอกอกของฮิตเตอร์ จึงถูกฮิตเตอร์จับไปเป็นครั้งที่ 3 แต่วินตันก็ได้รับการช่วยเหลือจากใครบางคนที่หลงใหลและคลั่งไคล้ในตัวเขา

7 กรกฎายน[แก้ไข]

ฝ่ายขวาถอยร่นไปที่อินเดือย แต่ก็ถูกฝ่ายซ้ายตามบี้มาติดๆ สุดท้ายฝ่ายขวาก็ถูกล้อมตบที่อินเดือย วินตัน เชอร์รี่ ท่านผู้นั้น และฮันคิยูริฮ่องเต้ถูกจับได้ เป็นอันสิ้นสุดยุทธการทุ่งมะลิที่แสนทรหด แต่ระหว่างทางวินตันก็ได้หลบหนีไปได้ด้วยสาเหตุใดก็ไม่ทราบ และพอจบยุทธการนี้ เยลโล่ซันก็ได้แพ้สงครามโดยปริยาย ทำให้ฝ่ายขวาเหลือเพียง 5 ประเทศ ในยุทธการนี้นั้น ฝ่ายขวาเสียทหารไปถึง 20 ล้านนาย ทำให้ยุทธการนี้เป็นชัยชนะครั้งใหญ่ของฝ่ายซ้าย


ยุทธการเบลอลิน[แก้ไข]

ต้นเห็ดเกาเหลาที่สวยงาม
ได้บังเกิดขึ้นในยุทธการเบลอลิน
หลังเกิดเหตุการณ์ระเบิดนิวเคลียร์
ยูริ พลังจิต ได้กล่าววาทะเด็ดออกมาจากหลุมศพว่า
"ข้าพเจ้า ไม่เอาสงคราม"

ยุทธการนาซันเยอรมีเกิดขึ้นในประเทศนาซันเยอรมี เนื่องมาจากสหราชอนาจารและฝรั่งเศษไม่พอใจที่ตนแพ้ยุทธการทุ่งมะลิ จึงได้บังคับให้เกาเหลาร่วมรบด้วย เพื่อแลกกับเงินกู้ และยังมีอเมริโกยยังวางแผนที่จะยกพลขึ้นบกที่หาดนอร์มังดี เพื่อระดมพลเรือนล้านเข้าร่วมสงครามด้วย แต่ทางนาซันเยอรมีก็ส่งจดหมายขู่ให้ฝ่ายขวาถอนทหารออกจากทวีปยูหลบซะดีๆ แต่ใครจะไปรู้ว่าทหารจะเดินทางไปไวกว่าไปรษณีย์ เพราะไปรษณีย์ยังไม่ทันได้ส่งจดหมายเลย ทหารเยอรมีก็บุกถึงสนามรบซะแล้ว แต่เยอรมีก็โดนฝรั่งเศษหวดกลับไปอยู่เยอรมี ทำให้เยอรมีตกอยู่ในอ้อมกอดอำมหิตของฝ่ายขวา

แต่นับว่ายังโชคดีที่โซเวียตซึ่งอยู่ฝ่ายเดียวกับเยอรมี คิดจะตีท้ายครัวเพื่อจิ๊กดินแดนเยอรมี โซเวียตเลยส่งทหารไปเพ่นพ่านอยู่ในเยอรมี แต่พอเยอรมีโดนล้อม โซเวียตก็เลยสามารถช่วยเหลือไว้ได้ทันควัน ฟลุ๊กจริงๆ โดยทั้งนาซันเยอรมีและโซเวียตสามารถยันฝ่ายขวาได้เพียงแวบเดียว เพราะสุดท้ายแล้วก็โดนสหราชอนาจารเหยียบจมูกเข้ามาเรื่อยๆ จนมาจนมุมอยู่ที่กรุงเบลอลิน แต่ก็เหมือนปาฏิหารย์เมื่อรัฐแมวและจีนซึ่งอยู่ฝ่ายเดียวกับเยอรมี ได้แอบมาซ่อนตัวเพื่อรอชุบมือเปิบจิ๊กดินแดนอยู่ในกรุงเบลอลินเหมือนกัน ทำให้รัฐแมวกับจีนต้องร่วมยุทธการนี้โดยไม่รู้ตัว พอฝรั่งเศษรู้ว่ามีทหารรัฐแมวกับจีนมาโผล่หัวอยู่ในเบลอลิน ก็ไม่พอใจ และบังคับให้เกาเหลาส่งทหารมาร่วมรบด้วย เพื่อแลกกับเงินกู้เหมือนเดิม

ไอ้กระผมสงสัยจริงๆ ว่าประเทศเพื่อนร่วมรบของกระผมมันไว้ใจได้ ไม่คิดจิ๊กดินแดนตูสักประเทศไหมวะ
                 — อะดอล์ฟ ฮิตเตอร์

โถๆๆ เพื่อนกัน ตูแค่ขอจิ๊กดินแดนประเทศเอ็งนิดๆหน่อยๆเอง อย่าคิดมาก
                 — โจรเซฟ สตาลิน

แต่กองทัพเกาเหลายังไม่ทันมาถึง กองทัพทั้งฝ่ายซ้ายและขวาก็ประจัญบานกันเสียก่อนที่ชายแดนเมืองเบลอลิน โดยฝ่ายซ้ายต้องถอยร่นกลับไปใจกลางเมือง เพราะรัฐแมวกับจีนยังมึนๆกันอยู่ แต่พอตั้งตัวได้ก็ยิ่งต้องถอยเข้าไปอีก

แต่ก็เหมือนโชคชะตาเล่นตลก เพราะจู่ๆ เกาเหลาก็เกิดสมเพชกองทัพตัวเอง ที่ตลอดสงครามไม่เคยได้ออกรบเลย ท่านผู้นำคิม จองหมักอยากมีส่วนร่วมสักครั้ง จึงบรรดาลโทสะด้วยการยิงจรวดนิวเคลียร์ทุกหัวรบในประเทศ ไปถล่มนาซันเยอรมีให้ราบคาบ โดยไม่ทันไปดูแผนที่ว่ากองทัพฝ่ายขวาและเกาเหลากำลังจะชนะอยู่แล้ว โดยฝ่ายซ้ายถูกล้อมไว้ที่เบลอลินหมดทางสู้ ทำให้กองทัพขวาของสหราชอนาจาร ฝรั่งเศษ อเมริโกยได้ใจ แต่จู่ๆก็มีของขวัญนิวเคลียร์จากเกาเหลามาถล่มทั่วเยอรมี แต่เจือกไม่มีลูกไหนตกที่เบลอลินสักลูก ทำให้ฝ่ายขวาโดนบอมบ์หมู่จนพ่ายแพ้ราบคาบ ทำให้ฝ่ายซ้ายชนะโดยไม่รู้ตัว

มรึงจะยิงจรวดมาถล่มพวกตูหาหอกอะไรฟะ
                 — วินตัน เชอร์รี่ ตะคอกใส่คิมอย่าโกรธเกรี้ยว

หนูผิดไปแล้ว
                 — คิม จองหมัก กล่าวอย่างแอ๊บแบ๊ว

ตูแพ้เพราะมรึง !!!
                 — ทหารเกาเหลาและทหารฝ่ายขวาตะโกนขึ้นพร้อมๆกัน


ยุทธการทุ่งแลดย่า[แก้ไข]

ฝ่ายซ้ายขึ้นบกที่แคลิฟอร์เนีย[แก้ไข]

หลังจากที่ฝ่ายขวาพ่ายแพ้ยับเยินในยุทธการเบลอลิน ทำให้ฝ่ายขวาในทวีปยูหลบต้องย้ายประเทศไปอยู่ทวีปอเมริโกยเหนือ เพราะเป็นที่ซ่อนที่สุดท้ายที่มี ทำให้ประชากรในสหรัฐอเมริโกยพุ่งทะลุเป้าเกินสองพันล้าน ทำให้ประธานาธิบดีบ้ารัก โอซามาถึงกับยิ้มหน้าบาน เพราะประชากรมากกว่าจีนแล้ว และทางผู้บัญชาเกรียนระดับสูงของฝ่ายขวาเชื่อว่า ฝ่ายซ้ายจะเคลื่อนพลขึ้นบกที่อเมริโกยแน่นอน ซึ่งเราจะยกตัวอย่างบทสนทนาบางบทมาให้อ่านครับ

Cquote1.png กระผมคิดว่าพวกซ้ายจะต้องยกพลขึ้นบกมาที่นี่เป็นแน่แท้ Cquote2.png
บ้ารัก โอซามา
Cquote1.png แน่นอนที่สุด คงเหมือนกับการยกพลขึ้นบกที่นอร์มังดีแน่ คราวนั้นเยอรมันป้องกันนอร์มังดีไม่เข้มแข็งพอ พวกอเมริโกยเลยยกพลขึ้นได้ Cquote2.png
นโปเลียน
Cquote1.png เราสันนิษฐานว่า พวกซ้ายจะต้องยกพลขึ้นบกที่รัฐแคลิฟอร์เนียแน่ๆ Cquote2.png
บ้ารัก โอซามา
Cquote1.png งั้นเราจะปล่อยให้พวกซ้าย ยกพลขึ้นบกได้ง่ายๆหรือ เราจะต้องไม่ยอมเป็นอย่างเยอรมันเมื่อสงครามโลกครั้งที่ 2 แน่ๆ Cquote2.png
นโปเลียน
Cquote1.png แน่นอนที่สุด เยอรมันป้องกันนอร์มังดีอย่างหละหลวม ไม่เข้มงวด ซึ่งเราจะไม่ทำอย่างนั้น เราจะต้องเข้มงวดกวดขัน เราจะยอมให้พวกมันยกพลมาไม่ได้ Cquote2.png
บ้ารัก โอซามา
Cquote1.png งั้นเราส่งทหารไปป้องกันนอร์มังดีกันเถอะ Cquote2.png
วินตัน เชอร์รี่
การยกพลขึ้นบกที่โด่งดังและคุ้นเคย
แต่ขอโทษนะครับ นั่นมันที่นอร์มังดี
เรากำลังพูดถึงการยกพลที่แคลิฟอร์เนียนะ
การยกพลขึ้นบกที่โด่งดัง

และแล้วฝ่ายขวาก็ส่งทหารไปนอร์มังดีอย่างหน้าซื่อๆ ซึ่งก็เป็นไปตามคาด เพราะฝ่ายซ้ายยกพลขึ้นบกที่รัฐแคลิฟอร์เนีย นับเป็นการยกพลขึ้นบกครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ มีทหารฝ่ายซ้ายมากกว่า 30 ล้านนาย ขึ้นบกที่อเมริโกย โดยไม่มีการต่อสู้เลย ทำให้ทหารซ้ายงงมาก และเกิดอาการกลัวว่าจะเป็นแผนของฝ่ายขวา ฝ่ายซ้ายจึงถอนทัพกลับประเทศทั้ง 30 ล้านคน

พอวินตันรู้ว่าฝ่ายซ้ายได้ยกพลขึ้นบกสำเร็จแล้ว และก็กลับไปแล้ว จึงได้เรียกทหารกลับมาจากนอร์มังดี เพราะเพิ่งรู้ตัวว่าตัวเองว่าวางแผนผิด จึงได้มีการสร้างกำแพงแปซิฟิก เพื่อป้องกันไม่ให้ฝ่ายซ้ายยกพลขึ้นได้เลย พอฝ่ายซ้ายหายกลัว ก็เลยระดมพลขึ้นใหม่ โดยเพิ่มจำนวนทหารเป็น 50 ล้านคน ใส่เรือ 500 ล้านลำ (ใช้เรือได้เปลืองมาก) และจึงเคลื่อนพลในรุ่งเช้าของวันที่ 7 กรกฎายน

พอถึงช่วงเที่ยง ฝ่ายขวาก็ระดมยิงปืนใหญ่และทิ้งระบิดใส่เรือฝ่ายซ้ายตลอดทั้งวัน สามารถจมเรือไปได้กว่า 3,000 ลำ แต่ก็ไม่อาจต้านทานพลังช้างสารของพวกซ้ายได้ ตกเย็นกองทัพซ้ายได้ยิงปืนใหญ่นัดแรก ผู้ยิงก็คือท่านผู้นำสหายแมว โดยท่านได้ยิงถูกห้องส้วมห้องเดียวในสนามรบจนระเบิดเป็นจุล โดยไม่มีใครได้รับอันตรายเลย ซึ่งที่จริงท่านเล็งที่ตึกบัญชาการ ซึ่งห่างจากห้องส้วมที่ว่าถึง 10 กิโลเมตร

พอตกค่ำ ทั้งสองฝ่ายต่างยิงโต้ตอบใส่กันอย่างบ้าระห่ำที่ชายหาดแคลิฟอร์เนีย ทั่งสองฝ่ายต่างทุ่มสุดตัว จนกระทั่งเวลา 20.00 น. ทหารขวากลุ่มหนึ่งจำนวน 3,000 นายได้ขอยอมแพ้ เพราะปวดท้องอย่างหนัก แต่ไม่มีห้องห้องน้ำให้เข้า เนื่องจากห้องน้ำห้องเดียวในสนามรบโดนระเบิดไปตั้งแต่เริ่มการรบแล้ว

22.00 น. ทหารขวากลุ่มหนึ่งจำนวน 300,000 นายได้ขอยอมแพ้ ด้วยเหตุเดิมคือ ปวดขี้อุจจาระ ทำให้ทหารขวาที่เหลือเริ่มเสียขวัญ ในอีกครึ่งชั่วโมงถัดมา ทหารจากรัฐแมวคนแรกได้เหยียบแผ่นดินแคลิฟอร์เนีย นับเป็นก้าวที่ยิ่งใหญ่ของทหารซ้าย ทหารผู้นั้นก็คือ ตาแมว สไนเปอร์

Cquote1.png นี่คือก้าวเล็กๆ ของชายแก่ๆ แต่เป็นก้าวที่ยิ่งใหญ่ ของทหารฝ่ายเราที่กำลังลงแดง Cquote2.png
ตาแมว สไนเปอร์

หลังจากยกพลขึ้นบกได้สำเร็จไปแล้ว 1 คน ทหารซ้ายอีกหลายล้านคนก็เริ่มกระโดดลงจากเรือฝ่าห่ากระสุนขึ้นบกบ้าง จนสามารถตีป้อมบางส่วนของฝ่ายขวาแตกกระเจิง จนกระทั่งเวลา 23.00 น. เสียงปืนนัดสุดท้ายได้เงียบลง ซึ่งนั่นคือสัญญาณที่บอกถึงชัยชนะของฝ่ายซ้ายในการยกพลครั้งใหญ่ครั้งนี้ โดยมีทหารซ้ายขึ้นบกได้สำเร็จรวม 45 ล้านคน อีก 5 ล้านคนถูกจับเป็นฝ่ายขวาจับเป็นเชลย การยกพลครั้งนี้รู้จักกันในนาม วันซีเดย์ คือวันที่ 7 เดือน 7 ของทุกปี

ฝ่ายซ้ายรุกในทุ่งแลดย่า[แก้ไข]

ทหารรัฐแมวในสมรภูมิทุ่งแลดย่า
ทหารอเมริโกย ยืนหยัดสู้ครั้งสุดท้าย ที่ทุ่งแลดย่า
ทหารรัฐแมวฝ่าวงล้อม
ทหารม้าฝ่าห่ากระสุน

พอยกพลขึ้นสำเร็จ ชาวซ้ายก็เฮลั่น ก็เริ่มรุกเข้ามาในภาคพื้นทวีปมากขึ้น สหรัฐอเมริโกยพอเริ่มตั้งตัวได้ ก็ได้ระดมพลทั้งประเทศมาป้องกันกรุงวอชิงตัน ได้มีการวางแนวตั้งรับที่ทุ่งแลดย่า สันนิษฐานว่ามีทหารฝ่ายขวาอยู่ในสนามรบกว่า 50 ล้านนาย ซึ่งก็มีไล่เลี่ยกับทหารซ้ายที่ยกพลขึ้นมา ประกอบด้วยชัยภูมิที่เหมาะสม ทำให้ฝ่ายขวาได้เปรียบ (มั้งนะ)

ทหารซ้ายได้เริ่มคืบคลานเข้ามาทุกทีๆ จนกระทั่งถึงทุ่งแลดย่า มีการปะทะกันอยู่ตลอดทางๆ เนื่องจากการที่ฝ่ายขวาได้เน้นกองหลัง อุดประตูลูกเดียว เพราะคงรู้ตัวว่าใกล้แพ้เต็มที แต่ยังฝันลมๆแล้งๆว่าคงสามารถเตะกองทัพซ้ายให้ออกไปจากทุ่งแลดย่าได้ แต่ฝันนั้นกลับกลายเป็นจริง (ชั่วคราว) เมื่อเจงกิสข่าน แห่งกรมทหารม้าที่ 777 ได้ประกาศจะให้ความช่วยเหลืออเมริกา โดยแลกกับที่ดินผืนงามๆ ในฟาร์มเล็กๆ เขาจึงกองพลทหารม้ามองโกลฝ่าวงห่ากระสุนปืนไปโจมตีไล่ฝ่ายซ้ายให้ออกไปจากทุ่งแลดย่า แต่ต่อมาจีนได้ติดสินบนให้เจงกิสข่านกลับมองโกลไป เพื่อแลกกับที่ดินผืนงามๆ ในธิเบตสูงๆ

หลังจากเจงกิสข่านกลับประเทศไปแล้ว ทั้ง 2 ฝ่ายก็หันมารบกันอย่างจริงจังกันต่อ ซึ่งต้องใช้แผน กลยุทธ พิชัยสงครามที่แสนปวดหัวมากมายในสงคราม เพราะฉะนั้นเราจึงขอไม่เล่า เราจะข้ามมาที่ทหารขวาก็ยืนหยัดสู้ครั้งสุดท้ายที่ทุ่งแลดย่า ซึ่งผลสุดท้าย ทหารจากรัฐแมวสามารถฝ่าแนวตั้งรับที่ทุ่งแลดย่าได้อย่างลำบากยากเข็ญ แต่ก็สามารถพิชิตกรุงวอชิงตันได้สำเร็จ เพียงแต่หาแกนนำของฝ่ายขวาที่เหลือไม่พบ พบเพียงแต่ วินตัน เชอร์รี่ แห่งสหราชอนาจารนอนตีพุงอยู่ในทำเนียบด้วยความว้าเหว่





สงครามสิ้นสุด[แก้ไข]

หลังจากที่รัฐแมว นาซันเยอรมี และจีนสามารถรบชนะอเมริโกยได้ในยุทธการทุ่งแลดย่า ทำได้รัฐแมวรีบร้อนที่ประกาศชัยชนะ แต่รัฐบาลอเมริโกยไม่ยอมจึงได้ประกาศคลอโรฟิลครั้งสุดท้ายที่ท่อระบายน้ำแห่งหนึ่งที่รัฐแมวหาไม่เจอ แต่ดันเกิดพายุฝนกระหน่ำ และมีคลื่นใต้น้ำในท่อ รวมไปถึงคลื่นยักษ์ฮานามิ ทำให้รัฐบาลอเมริโกยต้องยอมขึ้นจากท่อระบายน้ำ ไปสูดอากาศบริสุทธิ์ในคุกขี้แมวที่รัฐแมวจัดเตรียมให้ นับว่าเป็นการสิ้นสุดของสงครามโลกครั้งที่ 5 ภาค 2

สื่ออื่นๆ[แก้ไข]


สาระน่ารู้[แก้ไข]

เสียงวิพากษ์วิจารณ์[แก้ไข]

  • สงคราม คือประวัติศาสตร์ที่น่าเศร้า
                     — สหายแมว
  • ตูไม่เชื่อ
                     — เอรีส
  • ใช่ซี่ แกมันเจ้าแห่งสงครามนี่ วันๆ ก็เอาแต่สงคราม พูดงี้ มาทำสงครามกันดีกว่ามั้ย !!!
                     — ยูริ พลังจิต
  • ตะกี้แกยังบอกว่าไม่เอาสงครามอยู่นี่นา
                     — เอรีส
  • สันนิษฐานว่าจะเพราะ สงครามโลกครั้งที่ 4 มนุษย์สู้กันด้วยก้อนไม้และท่อนหิน สงครามโลกครั้งที่ 5 ภาค 2 ทำได้เท่านี้ก็หรูแล้ว
                     — เอาระเบิด ไอจนตาย


สงครามโลกทั้งหลายแหล่
I · II · II 4/10 · III · IV · V (1) · V (2) · VI · VI 4/35 · VII · VIII · IX · X · X 5/10 · XI