สงครามโลกครั้งที่เก้า

จากไร้สาระนุกรมเสรี - อนึ่งบทความนี้ถูกแก้ไขได้โดยผู้ใช้ทั่วไป หากแป้กหรือเสื่อมประการใดทางเราไม่ขอรับผิดชอบใดๆทั้งสิ้น
Bruh Zone.jpg
ระวังจะเข้าใจถูกต้อง
เนื้อหา 49% ในบทความนี้อาจกล่าวถึงสิ่งที่ไม่ได้เกิดขึ้นจริง หรือไม่ควรเกิดขึ้นเลยด้วยซ้ำ! (แต่เราก็ยังพยายามให้ทุกท่านเชื่อเรื่องพวกนี้ให้ได้อยู่ดี!)
สงครามโลกครั้งที่เก้า
WW9 map.png
วันที่ ค.ศ. 2686-2690
สถานที่ เอเชย ยูหลบ อัฟฟิริกา
ผลลัพธ์ ฝ่ายตะวันตกยอมแพ้ต่อเอริเชี่ยนและต้าจิน,
สนธิสัญญามอนเตวิเดโอ
คู่ขัดแย้ง
มหาอำนาจตะวันออก
SamtaegukFlagNorthKorea.pngอาณาจักรฮูแพกเจ(เกาเหลา)

Triangle Qing Flag.pngราชวงศ์โฮ่วจิน
Jin guo.pngอาณาจักรจิ้น
Wu.pngอาณาจักรอู๋
Flag of Sakha.pngสาธารณรัฐไซบีเรีย
Nomadic Confederation.png ชนเผ่าเร่ร่อนในเอเชยกลาง
800px-Flag of Prussia 1892-1918.svg-1-.png จักรวรรดิเอริเชี่ยน

กองกำลังฟื้นฟูซีกโลกตะวันตก

Űruchi flag.pngสหพันธรัฐแห่งอูรุกไฮ
Imperial States of America.svgเขตปกครองตนเองหมู่เกาะติกิ
Flag of the Republic of China (draft 1).svgเขตปกครองตนเองเกย์แมน
เดือย.gifเขตปกครองตนเองอินเดือยซิตี้
PanamaFlag.pngสาธารณรัฐปานาไป

ผู้บัญชาการหรือผู้นำ
SamtaegukFlagNorthKorea.pngกษัตริย์แทจง

SamtaegukFlagNorthKorea.pngฮันซุงเจ
Triangle Qing Flag.pngโฮ่วจินเซี่ยวจวงเต้
Triangle Qing Flag.pngหลิวมู่
Jin guo.pngจิ้นมู่อ๋อง
Wu.pngอู๋ฮุ่ยอ๋อง
Flag of Sakha.pngอเล็กซิส กลินสกี้
Nomadic Confederation.png อวี่เหวินซู่
800px-Flag of Prussia 1892-1918.svg-1-.png จตุโลกบาลทั้งสี่
SlaveRepublic Flag.svg อีวาน เดอ อโรเซลสก์
SlaveRepublic Flag.svg เซดดริก กราวิตาโซฟ

Űruchi flag.pngจักรพรรดิซินยอวิว เดอ บอนลาโด้

Űruchi flag.pngแม่ทัพซินยอแยค เกย์แมน
Imperial States of America.svgผู้นำเผ่า ติกินวา เตมองาด
Imperial States of America.svgแม่ทัพนาปูตา ปริคูซาย
Flag of the Republic of China (draft 1).svgจอด โลตัส/จอร์จ เกย์แมน
เดือย.gif เต็กแวงยู่ อะโลฮ่า
เดือย.gif โอบีวัน K2B
PanamaFlag.pngปากินนี บีซาคอฟ

กำลัง
~3,116,500 คน ~3,290,000 คน
กำลังพลสูญเสีย
~1,280,000 คน ~3,027,000 คน

สงครามโลกครั้งที่เก้าเป็นสงครามที่มีต้นเหตุมาจากความเหิมเกริมของอูรุกไฮที่สามารถรวมชาติกันได้สำเร็จ ที่ซีกโลกตะวันตกนั้น กลายเป็นยุคชนเผ่าอยู่นานกว่า400ปี อูรุกไฮเป็นประเทศแรกที่รวมชาติได้ หลังจากก่อตั้งประเทศได้สำเร็จ ภายใต้การนำของซินยอวิว อุรุกไฮก็ได้ขยายอาณาเขตจากทางใต้ของบราสิวขึ้นมาทางเหนือ นอกจากนี้ยังมีความพยายามจะทำสงครามกับทวีปแอฟริกวนและเอเชยด้วย สงครามนี้จึงเปิดฉากด้วยการที่อุรุกไฮยกทัพไปทางมหาสมุทรอินเดียมาโจมตีทวีปแอฟริกาที่อยู่ระหว่างช่วงสงครามโลกครั้งที่แปด(ดูตามแผนที่เดินเรือของอุรุกไฮ)

หลังจากสงครามโลกครั้งที่แปดจบลง เอริเชี่ยนสามารถควบคุมอาณาจักรต่างๆแถบรัฐเสียวใต้และเอเชยตะวันหกได้แล้ว ส่วนทางด้านตะวันหอกไกลก็สงบแล้ว ไม่มีสงคราม อูรุกไฮถือว่าตัวเองเป็นชาติเข้มแข็ง(เพราะว่าตอนนั้นในอเมริกร๊วกยังไม่มีประเทศอะไรตั้งขึ้นเป็นเวลากว่า 400 ปีแล้ว) ยกทัพข้ามมหาสมุทรแปซิฟิกมาตีเอเชยตะวันออก ทำให้ทุกประเทศจับมือเป็นพันธมิตรกัน ขุดแนวสนามเพลาะยาวกว่าหมื่นลี้ ตั้งกองทัพเรือที่เกรียงไกรไว้กว่าหมื่นลำ

การรบในสงครามครั้งนี้สามารถแบ่งออกได้เป็น 2 ด้าน คือทางด้านแอฟริกวนและเอเชยตะวันหอก ส่วนที่เอเชยตะวันหอกบางครั้งก็เรียกว่า สงครามเอเชยตะวันออกครั้งที่สี่

อนึ่ง สงครามโลกครั้งนี้กินเวลาเพียงสี่ปีและมีการเกณฑ์กำลังพลมาค่อนข้างน้อย ทำให้เป็นสงครามที่ไม่รุนแรงเท่าไหร่ และสูญเสียไม่มากนัก

สารบัญ

ความเคลื่อนไหวต่างๆ ก่อนสงคราม[แก้ไข]

การกลับมาของอุรุกไฮหลังถูกครองโดยอำมาตย์[แก้ไข]

เส้นทางเดินเรือของอุรุกไฮ เชื่อว่าเป็นชนวนของสงครามโลกครั้งที่เก้า
เส้นทางเดินเรือของอุรุกไฮที่ใช้โจมตีเอเชยตะวันออก(ไม่ค่อยเรียบร้อยเท่าไหร่)
ดินแดนของจักรวรรดิเอริเชี่ยนบนโลกมนุษย์ หลังจากการล่มสลายของจักรวรรดิสลาฟ

ขณะที่สงครามโลกครั้งที่แปดใกล้จบลง ขณะนั้นดินแดนทวีปอเมริกร๊วกเป็นดินแดนที่มีประชากรอาศัยอยู่ไม่มากนัก มีแต่เผ่าป่าเถื่อน และไม่มีใครเหลียวแลเลยตั้งแต่สงครามโลกครั้งที่หก ปรากฏว่าได้มีชาวอุรุกไฮที่เหลือมาจากสงครามโลกครั้งก่อนๆ มาตั้งรกรากอยู่ที่ประเทศโบลิเที่ยง ประเทศปลาร้าวัย(ตอนนี้เป็นจักรวรรดิแล้ว) และอูรุกไฮเดิม ทำให้อูรุกไฮได้มีอำนาจรุ่งเรืองขึ้นกว่าก่อนเป็นอย่างมาก ชาวอุรุกไฮได้สยบชนเผ่าข้างเคียงจนสามารถสถาปนาตัวเองใหม่เป็น สหพันธรัฐประเทศอูรุกไฮ ได้สำเร็จในปี 2650 โดยมีอาณาเขตตั้งแต่อาจิ้นตีหน้าไปจนถึงเทือกเขาแอนดีส บริเวณโคเลียระบำ(ชาวอุรุกไฮตอนแรกคิดว่ามันสุดแค่นี้) และต่อมาในปี 2651 อูรุกไฮก็ได้ยุติอำนาจการปกคิงครองตนเองของประเทศปานาไป และหมู่เกาะเกย์แมน พร้อมกับตั้งรัฐบวมหุ่นเชิด ทำให้ขณะนั้นอุรุกไฮเป็นประเทศที่เข้มแข็งที่สุดในอเมริกร๊วก(เพราะตอนนั้นประเทศเก่าๆได้อวสานไปหมดแล้วตั้งแต่สงครามโลกครั้งที่หก)

หลังจากก่อตั้งอาณาจักรไปไม่ได้เท่าไหร่ ท่านซินยอวิวที่เป็นจักรพรรดิของอุรุกไฮต้องการอำนาจจึงส่งคนไปขุดหาอาวุธนิวเกรียนที่หลงเหลือมาจากสงครามโลกครั้งที่สามที่ถูกฝังจมดินเนื่องจากการพ่ายแพ้ครั้งก่อนยูริได้ยึดบริษัทโซนั่นและโนบินิวเกรียนไป หลังยูริตายก็ไปอยู่ในมือของกองกำลังทำลายโลก แต่ด้วยความเก่งกาจอูรุกไฮก็ยังยึดคืนมาได้ แต่อาวุธก็ยังไม่เพียงพอ โดยให้ไปขุดนิวเกรียนบริเวณดินแดนสหรัฐอมาริเกย์ตามที่ปรากฏใน "ลายแทงศักดิ์สิทธิ์" การขุดหานิวเกรียนยังมีต่อเนื่องในระหว่างปี 2650 - 2653 ทำให้อุรุกไฮได้ครอบครองอาวุธนิวเกรียนเป็นจำนวนมาก ซึ่งมากพอที่จะเป็นมหาอำนาจได้ แต่ในช่วงแรก ทหารอุรุกไฮยังใช้นิวเกรียนไม่เป็น(เนื่องจากทหารมือโปรโดนยูริฆ่าทิ้งไปหมดแล้ว)ทำให้การลองยิงครั้งแรกพลาดลงไปโดนบริเวณมอนเตวิเดโอ้เต็มๆ และรัศมีนิวเกรียนยังทำให้บริเวณป่าอนุรักษ์ราบเป็นหน้ากลอง ทหารอุรุกไฮต่างรับรู้ถึงพลังอันมหาศาลของอาวุธนิวเกรียน บางส่วนได้เขย็ดขยาดไม่กล้าใช้มันอีก อาวุธนิวเกรียนเหล่านั้นมีสภาพที่ไม่พร้อมใช้งานอย่างยิ่ง แต่ท่านซินยอวิวมีความเห็นว่า

Cquote1.png นิวเกรียนนี่แหละที่จะใช้เป็นเครื่องมือแสวงหาอำนาจต่อไปในภายภาคหน้า ถ้าพวกเจ้าไม่อยากใช้มัน ข้าจะใช้เองก็ได้(วะ) Cquote2.png
Cquote1.png แต่มันไม่ควรใช้ อย่าลืมว่านิวเกรียนเป็นอาวุธที่ไม่ควรใช้อีกต่อไป นิวเกรียนนี่ก็เหลืออีกไม่กี่ลูกเท่านั้น เพราะถูกใช้หมดไปแล้วตอนสงครามโลกครั้งที่สี่ ท่านอยากให้โลกพินาศหรืออย่างไร Cquote2.png
ขุนนางหลายคน

อยู่มาวันหนึ่ง ท่านซินยอวิวได้ปีนเทือกเขาแอนดีสซึ่งเป็นเทือกเขาอันกว้างใหญ่ไพศาลี ซินยอวิวได้ปีนจนไปถึงจุดสุดยอด แล้วยืนมองจากเขาแอนดีสขึ้นไปทางเหนือ ขณะนั้นเอง ท่านก็ได้ตกตะลึงเป็นอย่างมาก พร้อมกับกล่าวว่า

Cquote1.png โห... มันไม่ได้สุดแค่เทือกเขาแอนดีสนี่หว่า ยังมีที่ราบอันกว้างใหญ่รอเราอยู่ ดีละ ข้าจะใช้นิวเกรียนไปถล่มให้มันราบเป็นหน้ากลองบัดนาวซะเลย 555 Cquote2.png

แต่ก็ดันนึกถึงคำพูดของขุนนาง

Cquote1.png อย่าใช้นิวเกรียน ใช้แล้วเราจะไปอยู่ไหน Cquote2.png

หลังจากนั้น ท่านซินยอวิวจึงนำทัพบุกอเมริกร๊วกเหนือไปทั่วจนทำให้เกิดสงครามแห่งอเมริกร๊วก โดยใช้กำลังทหารไม่มียั้งอย่างบ้าพลังทำให้ชนเผ่าพื้นเมืองในอเมริกร๊วกใต้แตกกระเจิง ผู้คนต่างล้มตายโดยสงครามไปมาก ในที่สุดก็ทำให้อุรุกไฮชนะแบบไม่ต้องตัดสินโดยใช้เวลาเพียง 2 ปีเท่านั้น หลังจากนั้น อุรุกไฮได้ขยายดินแดนขึ้นไปทางทวีปอเมริกร๊วกเหนือจนสุดดินแดนสหรัฐอมาริเกย์เดิม ทำให้อุรุกไฮเริ่มมีอำนาจเกรียงไกร โดยที่ชาวเอเชียและยุโรปไม่รู้ความเคลื่อนไหวในทวีปอเมริกร๊วกเลย(เป็นเพราะว่าในช่วงนี้การติดต่อสื่อสารได้ล้าหลังลงมาก ประเทศต่างๆ ไม่สนใจเรื่องความสมพันธ์ระหว่างประเทศเท่าใดนัก และไม่มีใครเข้าไปในอเมริกร๊วกเป็นเวลาหลายร้อยปีแล้ว ทำให้ไม่ว่าใครก็ไม่ทราบว่าเกิดอะไรขึ้น)

อย่างไรก็ตาม ถึงแม้ว่าซินยอวิวและเหล่าขุนนางจะขัดคอกันเอง เรื่องการยิงนิวเกรียน ซินยอวิวจึงแก้ปัญหาโดยการนำนิวเกรียนไปแจกประเทศเพื่อนบ้าน ได้แก่ ปานาไป หมู่เกาะเกย์แมน ติกิ ฯลฯ

กำเนิดเขตการปกครองตนเองอินเดือยซิตี้[แก้ไข]

ดินแดนอินเดือยถูกเยลโล่ซันปกครองมาเป็นเวลานาน ต่อมาจึงอยู่ใต้การปกครองของสลาฟ เมื่อสลาฟเสื่อมจึงได้เป็นอิสระ เขตการปกครองอินเดือยซิตี้เป็นพื้นที่ที่อุรุกไฮเคยมาผูกสัมพันธไมตรีด้วยในปี 2546 ด้วยเหตุเพราะกลัวไม่มีความมั่นคง เมื่อประเทศอุรุกไฮเจริญขึ้นจึงเอาเขตการปกครองตนเองอินเดือนซิตี้มาเป็นของตนเองซะเลย ทว่าไม่ให้ความสำคัญมากนัก เพราะไม่มีผลทางยุทธศาสตร์เนื่องจากประเทศคู่สงครามล้วนอยู่ห่างจากอินเดือยมาก

ประวัติศาสตร์อูรุกไฮ
ตราประจำชาติอูรุกไฮ
บทความนี้เป็นส่วนหนึ่งของเรื่อง
ประวัติศาสตร์แรกเริ่ม
อูรุกไฮยุคก่อนประวัติศาสตร์ (ก่อนหน้าปีค.ศ.2)
การก่อตั้งอาณาจักรของชาวสเปนและการมีอำนาจเหนือชนพื้นเมือง (ค.ศ.2-119)
การยึดครองของชาวอังเกรียน (ค.ศ.120-130)
ยุคเริ่มเรืองอำนาจ (ค.ศ.130-1740)
ระบอบนายทุน (ค.ศ.1740-1800)
เป็นอิสระจากชาติอื่นโดยสมบูรณ์
จุดเริ่มต้นแห่งความเสรี (ค.ศ.1800-1813)
การปฏิวัติของบาวาเรน (ค.ศ.1813)
อูรุกไฮภายใต้บาวาเรน (ค.ศ.1813-1843)
ยุคสว่างของอูรุกไฮ
ปฏิวัติซ้อน (ค.ศ.1843)
การปฏิรูปของพระเจ้าซินยอนิส (ค.ศ.1843-1850)
ความวุ่นวายทางการเมีย (ทศวรรษที่ 1860)
ศตวรรษที่ 20
อูรุกไฮกับสงครามโลกครั้งที่สองครั้งแรก (ค.ศ.1914-1945)
ระบอบเผด็จการ (ครึ่งหลังศตวรรษที่ 20)
ศตวรรษที่ 21-22
อูรุกไฮกับสงครามโลกครั้งที่สาม (ค.ศ.2012-2056)
การเข้าแทรกแซงของเรดซัน (ค.ศ.2028-2102)
สาธารณรัฐอูรุกไฮ (ค.ศ.2040-2068)
ยุคแห่งความเลวร้าย (ค.ศ.2068-2150)
กองกำลังทำลายโลกยึดครอง (ค.ศ.2111-2135)
ยุคอำมาตยาธิปไตยและการสิ้นชาติ
เขตยึดครองของฝ่ายอำมาตยาธิปไตยในอเมริกร๊วก (ค.ศ.2150-2153)
อูรุกไฮใต้การปกครองของจักรวรรดิอำมาตยาธิปไตย (ค.ศ.2153-2230)
รัฐหุ่นเชิดของเยลโล่ซัน (ค.ศ.2230-2300)
การล่มสลายของอำนาจรัฐในทวีปอเมริกร๊วก (คริสต์ศตวรรษที่ 23-27)
จักรวรรดิอูรุกไฮยุคหลัง
การขยายอำนาจยุคซินยอวิว (ค.ศ.2650-2718)
สงครามโลกครั้งที่เก้า (ค.ศ.2686-2690)
สนธิสัญญามอนเตวิเดโอ (ค.ศ.2690-2735)
ยุคจักรพรรดิไร้อำนาจ (ค.ศ.2718-3007)
มหาสงครามแปซิฟิก (ค.ศ.2792-2804)
การขยายอำนาจในอวกาศ (ค.ศ.3007-3061)
สงครามโลกครั้งที่สิบ (ค.ศ.3011-3026)
สงครามจักรวาลและมหาสงครามโลกครั้งสุดท้าย (ค.ศ.3061-3125)
ยุคครองโลก (ค.ศ.3125-∞)
หัวข้ออื่นที่เกี่ยวข้อง
ประวัติศาสตร์เศรษฐกิจ
ประวัติศาสตร์การทหาร

สถานีย่อยจักรวรรดิอูรุกไฮ
 v • d • e 

ความเคลื่อนไหวในเอริเชี่ยน[แก้ไข]

หลังจากที่สงครามโลกครั้งที่แปดจบลงได้ไม่นานนัก ได้เกิดเหตุการณ์ที่ก่อให้เกิดความสั่นคลอนในจักรวรรดิเอริเชี่ยน ไม่ว่าจะเป็นกรณีเจ้าสำนักวัดสิ้นศรัทธาธรรม(อัศมิฐา)ลาออกจากตำแหน่ง ทำให้เกิดภาวะสุญญากาศทางการทหารขึ้น เพราะตำแหน่งนี้สามารถบัญชาการทหารทั้งหมดในจักรวรรดิ และกรณีเทพตระกูลไททันไม่พอใจเทพตระกูลยูโรเปียน จนเกือบบานปลายเป็นสงครามศักดิ์สิทธิ์ครั้งที่สอง จากเหตุการณ์ต่างๆทำให้เกิดความปั่นป่วนในสภาเทพอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน เทพเจ้าระดับสูงต่างเห็นว่าวิกฤติของเอริเชี่ยนกำลังจะมาถึงแล้ว

ต้นเหตุของสงครามครั้งนี้[แก้ไข]

หลังจากที่อุรุกไฮเป็นปึกแผ่นแล้ว ท่านซินยอวิวยังไม่หยุดแค่นั้น จึงตระเตรียมกำลังพลเป็นอย่างมากเพื่อที่จะไปยึด "ดินแดนแผ่นดินใหญ่ที่ยืนมองจากจุดยอดของเทือกเขาเกรียนรามาเดรไปทางตะวันออกแล้วจะเห็น"(ก็คือทวีปแอฟริกวนน่ะแหละ) เพื่อยกทัพไปทำสงครามจำเป็นต้องมีท่าเรือที่ยอดเยี่ยม ซินยอวิวจึงเลือกทำเลอันเหมาะสมคือที่บริเวณดินแดนมองเตวีดีโอไว้ตั้งท่าเรือ ต่อมาอุรุกไฮก็ได้สร้างกองเรือรบนับพัน ทหารเหยียบล้านคนเพื่อจะไปบุกแอฟริกวน

การบุกแอฟริกวนเริ่มในต้นปี 2654 ซึ่งเป็นช่วงที่สงครามโลกครั้งที่แปด เพิ่งเสร็จไปหมาดๆ และชาวเอเชยยังไม่รับรู้ถึงพลังของอุรุกไฮจึงยังไม่เตรียมกำลังไว้ ทำให้อุรุกไฮบุกเขามาในแอฟริกาอย่างง่ายดาย โดยช่วงแรกขึ้นฝั่งที่แองโกลา และแล้ว อุรุกไฮถึงกับตกตะลึงเพราะว่าที่นี่เป็นดินแดนร้าง ไม่มีมนุษย์อาศัยอยู่ มองไปตรงไหนก็ว่างเปล่า เหตุการณ์ครั้งนั้นสร้างความตะลึงงันให้แก่ชาวอุรุกไฮโดยทั่วไป ซินยอวิวที่ว่าแน่ถึงกับเอ่ยปากออกมาว่า

Cquote1.png แล้วพวกเราจะยกกองทัพนับล้านมาทำไมวะเนี่ย มามือเปล่าก็ยึดได้แล้ว Cquote2.png

จากนั้น ซินยอวิวก็ได้ประกาศเอาแองโกลาเป็นอาณานิคมแรกของตน และใช้ที่นั่นเป็นฐานทัพสร้างกำลังพล แต่ซินยอวิวก็ยังกระหายความรุ่งโรจน์ จึงส่งกองเรือมาจากมอนเตวิเดโออีกครั้ง คราวนี้อุรุกไฮได้เดินเรือผ่านมหาสมุทรอินเดือยไปไกลถึงเอเชยตะวันหอกเลยทีเดียว

การเดินเรือครั้งที่สองของอุรุกไฮ[แก้ไข]

ในการเดินเรือครั้งที่สอง ซินยอวิวได้ให้กองเรือแยกออกเป็น 2 ชุด ชุดแรกจะอ้อมแหลมกุ๊ดโฮปไปที่บริเวณปากอ่าวเอเดน และชุดที่สองจะให้ไปที่เอเชยตะวันหอกเฉียงใต้เพื่อไปสำรวจหาแหล่งน้ำมันที่อ่าวเทย

สำหรับชุดแรก เมื่อเดินเรือไปถึงดินแดนโซมาเลียเดิม อุรุกไฮก็ต้องพบกับกองทัพสลาฟและเอริเชี่ยนประจำการอยู่ ด้วยความที่อุรุกไฮไม่ได้นำทหารมากับเรือด้วย ทำให้กัปตันเลี้ยวเรือหนีทันที แต่ท่านซินยอวิวไม่พอใจที่กัปตันแสดงความขี้ขลาด จึงกล่าวขึ้นว่า

Cquote1.png

ซินยอวิว: จะหนีไปทำไมฟะ เรื่องแค่นี้
กัปตัน: แต่เราไม่ได้เอาทหารมาเลยนะครับท่าน แล้วดูพวกมัน มันเอาทหารมาคุมเชิงเต็มไปหมด บุกมือเปล่าจะได้หรือ
ซินยอวิว: ข้าคิดออกแล้ว เราก็ใช้นิวเกรียนไง เดี๋ยวขอกดรีโมตนิวเกรียนก่อน

Cquote2.png

ซินยอวิวคิดจะยิงนิวเกรียนถล่มฐานทัพสลาฟ แต่พอนึกถึงคำที่ขุนนางบอกไว้ จึงไม่ยิง แต่สั่งให้กัปตันถอยเรือไปที่แองโกลาเพื่อที่จะไปบุกทางภาคพื้นดินแทน

Cquote1.png จริงสิ ที่นี่คือตอนบนของทวีปแอฟริกา ถ้าเราถอยไปที่แองโกลาแล้วนำทหารขึ้นเหนือก็ถล่มมันได้สิ Cquote2.png

หลังจากที่ซินยอวิวไปถึงแองโกลา ก็ได้มีการเตรียมกำลังพล อีกสองวันต่อมาจึงบุกขึ้นเหนือ ทำให้ต้องพบกับฐานทัพสลาฟและเอริเชี่ยน ทางเอริเชี่ยนก็เรียกให้ปอบหยิบราชวงศ์ยูริซึ่งเป็นรัฐในบรรณาการของตนมาช่วยรบ นอกจากนี้ อาณาจักรสเปน-มัวร์ก็กลัวว่าภัยการล่าเมืองของอุรุกไฮจะลุกลามมาถึงตน จึงเข้าร่วมสงครามครั้งนี้

ต่อมา ทั้งสองฝ่ายได้นำทัพปะทะกันจน ยุทธการอโรเซลสก์ ได้กำเนิดขึ้น ผลปรากฏว่าทหารอุรุกไฮสามารถล้มทหารสลาฟได้ แต่โดนทหารเอริเชี่ยนเล่นจนเกือบตาย ในที่สุดอูรุกไฮก็ต้องถอย

การเดินเรือสำรวจตะวันหอกไกลของอุรุกไฮ[แก้ไข]

ในขณะที่ยุทธการอโรเซลสก์ กำลังเกิดขึ้น ในเดือนลามกรายนของปี 2657 กองเรือชุดที่สองของอุรุกไฮได้เดินทางไปถึงช่องแคบซุนดา และในปลายเดือนเดียวกันก็เดินทางไปถึงอ่าวเทย ที่นั่นเป็นดินแดนในปกครองของเยลโล่ซันนั่นเอง เมื่อกองเรือของอุรุกไฮไปถึงก็ได้ไปจอดที่ท่าน้ำเจ้าพระยา กัปตันเจมส์ ไพรสัณฑ์(Prison = คุก) ผู้เป็นลูกน้องคนสนิทของซินยอวิวได้เดินลงมาจากเรือพร้อมกับตะโกนอย่างดังว่า

Cquote1.png ที่นีใครใหญ่วะ ถ้าไม่มีใครใหญ่ ข้าขอประกาศเอาที่นี่เป็นอาณานิคมเลยล่ะกัน Cquote2.png

ทันใดนั้น ก็มีชายฉกรรจ์รูปร่างบึกบึนเดินมาพร้อมกับบริวารกว่าสิบคน

Cquote1.png เฮ้ย ไอ้น้อง ข้านี่แหละที่เป็นใหญ่ที่นี่ ว่าแล้วก็รีบจ่ายค่าคุ้มครองมาซะดีๆ Cquote2.png
Cquote1.png จ๊าก หาเรื่องซวยมั้ยแล้วล่ะตู Cquote2.png

เมื่อกัปตันเจมส์ ไพรสัณฑ์เห็นชายคนนั้นจึงรีบโดดขึ้นเรือหนีไปในทันที พร้อมกับแล่นเรือออกไปจากอ่าวเทยโดยเร็วที่สุดโดยที่ไม่ได้สำรวจแหล่งน้ำมันตามคำสั่งของซินยอวิว ขณะนั้นก็มีคนตะโกนไล่หลังมาว่า "ฆ่ามัน! ฆ่ามัน!" พร้อมกับปาหินใส่กระแทกกับกาบข้างของเรือทำให้เรือมีรอยรั่ว หลังจากที่กัปตันไพรสัณฑ์แล่นเรือออกไปจากอ่าวไทย ก็ได้แล่นเรือไปขึ้นฝั่งที่จีนแผ่นดินใหญ่แทน ส่วนชายคนนั้นในภายหลัง มีบันทึกการเดินเรือสำรวจตะวันหอกไกลของอุรุกไฮ ได้ระบุว่าชายคนนั้นคือ "เจ้าพระยาอ๋อง" แห่งเยลโล่ซัน ที่ได้ครอบครองลุ่มน้ำเจ้าพระยานั่นเอง ท่านมีนิสัยชอบเรียกค่าคุ้มครองรีดไถชาวบ้าน เป็นประจำ

อย่างไรก็ดี ซินยอวิวมองว่านี่เป็นการหยามเกียรติประเทศของตน หลังจากเกณฑ์ทเห่อได้มากพอ จึงนำทเห่อจำนวนแปดสิบหมื่นบุกเยลโล่ซันในปี 2661 แต่ฮันคงยองเจ้าพระยาอ๋องได้เตรียมกองทัพไว้รับมือไว้ก่อนแล้ว ทัพอูรุกไฮได้บุกตีเมืองไซง่อน พนมมือ และนำเรือรบมาปิดชายฝั่งแหลมตะลุมพุก หันปืนใหญ่พร้อมถล่มนครสาดทำมะหลี แต่ก็ได้ปรากฏว่าทั้งสามที่ถูกเห่อเยลโล่ซันปราบได้ทั้งหมด อูรุกไฮเสียทเห่อไปมากกว่าห้าสิบห้าหมื่น ซินยอวิวเห็นว่าขืนรบต่อไปกองทัพของชาติที่ตนเพิ่งจะสถาปนาขึ้นเมื่อสิบกว่าปีที่แล้วคงจะมีอันต้องวิบัติ จึงรีบถอนทัพ

อุรุกไฮกับอาณาจักรจิ้น[แก้ไข]

หลังจากที่กัปตันไพรสัณฑ์ได้แล่นเรือออกจากอ่าวไทยก็ได้อ้อมเกาะไหหลำหำไหลมาขึ้นฝั่งที่บริเวณทะเลจีนใต้ หลังจากขึ้นฝั่งแล้ว กัปตันไพรสัณฑ์ก็ได้เข้าเฝ้ากษัตริย์ของอาณาจักรจิ้น และกราบทูลขอทรัพยากร แต่กษัตริย์แห่งจิ้นก็ถีบส่งอย่างไม่ไยดี เมื่อเรื่องนี้ไปถึงซินยอวิว ซินยอวิวก็โมโหโทโสอย่างมาก ก็ได้ประกาศสงครามกับอาณาจักรจิ้น แต่ยังไม่ได้ลงมือเลยเพราะว่ายังเกณฑ์ทหารไม่ได้ตามจำนวนที่ต้องการเพราะได้รับความสูญเสียมหาศาลที่เยลโล่ซัน จนกระทั่งในปี 2667 อูรุกไฮได้ขอร้องให้ปานาไปและเกย์แมนไปตีอาณาจักรจิ้น แต่ทางปานาไปอยากได้ต้นสนที่ไซบีเรียมีเยอะ จึงโจมตีช่องแคบแบริ่งก่อน ทำให้อาณาจักรจิ้นรอดพ้นสงครามครั้งนี้

ระหว่างยุทธการอโรเซลสก์[แก้ไข]

ช่วงนี้ในประเทศอื่นมีการคัดค้านการขยายพื้นที่ของอูรุกไฮ อ๋องเยลโล่ซันก็ยังกล่าวว่าอุรุกไฮทำตัวเหมือนจักรวรรดิยูริ จิ๊กดินแดนเขาไปทั่ว(แต่อาวุธไม่ทันสมัยพอจึงยึดไม่ได้มากเหมือนยูริ) แต่ในขณะนั้นจักรพรรดิซินยอวิวเป็นโรคหูหนวกชั่วคราวประมาณ 10 วัน ทำให้ไม่ได้ยินอะไร จึงทำให้ต่างประเทศเข้าใจผิดจึงพาประเทศเพื่อนบ้านเข้าถล่ม ทำให้ชนกลุ่มน้อย และประเทศปานาไป เขตปกครองตนเองแห่งเกาะติกิและเขตปกครองตนเองแห่งหมู่เกาะเกย์แมนที่รู้ข่าวเข้า ได้เข้ามาช่วยรบ

การเข้าแจมด้วยของทวีปเอเชย[แก้ไข]

เนื่องจากมหาอำนาจตะวันตกได้ร่วมมือกันฟื้นฟูพื้นที่ของประเทศ โดยการยึดพื้นที่ต่างๆ มาเป็นของตัวเองมันซะเลย! แต่เนื่องจากเพื่อนบ้านและเขตปกครองตนเองของอูรุกไฮได้ยกทัพเข้าบุกตะลุยเอเชยนั่นเอง ส่งผลให้ชาวเอเชยโทษความผิดใส่อูรุกไฮว่าเป็นต้นเหตุทำให้ชาวบ้านเขาเลียนแบบกัน แต่ก็ไม่สามารถทำให้อะไรได้ ต่อมาเอเชยรู้ว่าเอริเชี่ยนและสลาฟกำลังทำสงครามกับอูรุกไฮอยู่ จึงเข้าไปแจมมันด้วยซะเลย จะได้กำจัดทิ้งไวๆ

สงครามเริ่มต้น[แก้ไข]

รัฐบวมอูรุกไฮและปานาไปได้ก้าวร้าวต่อประเทศอื่นมากขึ้นเรื่อยๆ ปานาไปต้องการจะขยายอำนาจเข้าไปในแปซิฟิก โจมตีโปลีนีเซีย ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ นิวกินี และหมู่เกาะอื่นๆทั่วแปซิฟิกระหว่างปี 2670-2679 โจมตีฟิลิปปินส์และปัตตาเวียระหว่างปี 2681-2684 จัดตั้งเขตปกครองตนเองติกิขึ้นมา เจ้าพระยาอ๋องโกรธจึงมาเรียกค่าคุ้มครองแต่ปานาไปไม่จ่ายและประกาศสงครามกับเยลโล่ซันโดยบุกเข้าทางสามเหลี่ยมปากแม่น้ำแดงในปี 2685 แต่ถูกปราบได้อีกรอบ จึงโกรธมาก ในปี 2686 อูรุกไฮกับปานาไปจึงตกลงกันว่าอูรุกไฮจะบุกเอริเชี่ยนและประเทศทางตะวันตก โดยให้ตอลโด้ เดอ บอลลาโด้เป็นแม่ทัพใหญ่ ส่วนปานาไปร่วมกับทัพใหญ่ของซินยอแยคบุกเอเชยตะวันออก ซินยอวิวคุมกำลังหลักจำนวนนับล้านที่พร้อมจะแบ่งกันไปบุกทั้งทางตะวันตกและตะวันออก อูรุกไฮเลือกจะบุกเอริเชี่ยนก่อน สงครามโลกครั้งนี้จึงเริ่มต้นหลังยุทธการอโรเซลก์ได้ประมาณสิบกว่าปี

ยุทธการและเหตุการณ์สำคัญในสงคราม[แก้ไข]

สงครามที่แอฟริกาและฝั่งตะวันตก[แก้ไข]

ยุทธการอโรเซลสก์[แก้ไข]

ฐานทัพสลาฟกำลังจมลงทะเล

ซินยอวิวได้ประกาศเอาแองโกลาเป็นอาณานิเกรียนแรกของตน และใช้ที่นั่นเป็นฐานทัพสร้างกำลังพล ต่อมาอุรุกไฮก็บุกขึ้นเหนือ ทำให้ต้องพบกับฐานทัพสลาฟและเอริเชี่ยนที่อยู่บนแผ่นน้ำแข็ง ทั้งสองฝ่ายได้นำทัพปะทะกัน โดยใช้อาวุธสงครามล้ำสมัยนานาชนิด (ยกเว้นของวิเศษของโดเรม่อน) ถล่มกันอย่างเมามันส์ ฝ่ายสลาฟแลพเอริเชี่ยนกำลังจะได้ชัยชนะ สลาฟได้ต้อนอูรุกไฮจนจนมุม แต่ระเบิดนาปาล์มที่ด้านไม่ระเบิดก็ดันระเบิดขึ้น ส่งผลให้ฐานเอริเชี่ยนและสลาฟจมลงใต้ทะเลอาร์กติก (เพราะมันตั้งอยู่บนแผ่นน้ำแข็ง) พร้อมกับทหารอีกหลายพันคน ยกเว้นฝ่ายอูรุกไฮ เพราะสลาฟได้ต้อนไปที่หน้าผาหวังให้ตกหน้าผาตาย (โดยที่เอริเชี่ยนและสลาฟยังอยู่บนแผ่นน้ำแข็ง) ทำให้จักรพรรดิซินยอวิวสามารถแผ่ขยายอาณาจักรได้มากกว่าเดิม

นายกองของเอริเชี่ยนได้กล่าวหลังจากที่เหาะออกจากฐานทัพว่า

Cquote1.png ไอ้พวกอุรุกไฮนี่มันคงลืมไปว่าเราเป็นเทวดา ฉลาดน้อยกันจริงๆ เอาระเบิดอะไรไม่รู้มาบอมบ์เรา 555+ ไปพวกเรา กลับ Cquote2.png
หลังจากพูดจบเหล่าทหารเอริเชี่ยนก็เหาะกลับท่ามกลางความงุนงงของฝ่ายอุรุกไฮ

ยุทธการแม่น้ำสติกซ์[แก้ไข]

กองทัพสลาฟขณะหนีนรกอยู่

จักรพรรดิซินยอวิวโมโหโทโสมากที่เพิ่งรู้ว่าสลาฟและเอริเชี่ยนเป็นเทวดา จึงให้ชาวติกิเก็บตัวอย่างบั้งไฟพญายมจากแม่น้ำโขเอาไว้ แล้วจึงเอามาให้ซินยอวิว ต่อมาซินยอวิวได้ยกทัพไปที่บริเวณแม่น้ำสติกซ์ก็ได้เจอกับทัพของสลาฟและเอริเชี่ยนที่กำลังเหาะเล่นอยู่ ทหารจึงลองใช้บั้งไฟพญายมลองยิงขึ้นไป ปรากฏว่าทำให้ทหารคนหนึ่งตกนรกไปอย่างรวดเร็ว กองทัพสลาฟและเอริเชี่ยนเห็นเข้า ก็แตกตื่นพากันหนีนรกจนเหยียบกันตาย ต่อมาซินยอวิวลองใช้บั้งไฟพญายมอัดแรงสูง ก็ระเบิดบูมเกิดเป็นโกโก้ครั้นซ์อาวุธสำหรับสังหารเทวดา มันจึงถูกนำไปใช้ในสงคราม เอริเชี่ยนนำเกวียนติดไม้คทาไปยิงใส่ทหารอุรุกไฮ แต่ก็ถูกธรณีสูบตกนรกกันเกือบหมด เอริเชี่ยนที่เหนื่อยล้ามามากแล้วอยากหยุดรบ จึงส่ง 3 มณฑลชายฝั่งมหาสมุทรแอตแลนสติ๊ก อุรุกไฮจึงพักรบชั่วคราว

Cquote1.png เราจะกลับมาในอีกไม่ช้า (ถ้าเราไม่ตกนรกกันหมดซะก่อนนะ) Cquote2.png
หลังจากพูดจบเหล่าทหารเอริเชี่ยนก็เหาะกลับด้วยความเกรงกลัวต่อฝ่ายอุรุกไฮ

หลังจากนั้นทูตจากเอริเชี่ยนได้ส่งจดหมายถึงจักรพรรดิซินยอวิว มีใจความว่า

Cquote1.png จริงๆแล้วพวกที่ตกลงไปในนรกไม่ใช่ฝ่ายเอริเชี่ยนหรอก แต่เป็นฝ่ายสลาฟต่างหาก แล้วลืมไปแล้วเหรอว่าผู้ปกครองนรกก็เป็นเทพจากเอริเชี่ยน เหนื่อยฟรีอีกแล้วล่ะพวกเอ็ง 555+ Cquote2.png
หลังจากอ่านเสร็จตัวอักษรก็สลายเป็นเกล็ดเพชร

หลังจากนั้น ซินยอวิวโกรธแค้นเอริเชี่ยนมาก แต่ถึงกระนั้นก็ยังถือว่าอุรุกไฮชนะสงครามครั้งนี้ เนื่องจากฝ่ายเอริเชี่ยนเหาะกลับก่อน

ยุทธการ 5 ด่าน[แก้ไข]

การรบกันบนบกของสลาฟและเอริเชี่ยนที่เกาะคาไลในบริเวณเกย์แมน

เอริเชี่ยนและสลาฟยกทัพเข้าเพื่อจะบุกมอนเตวิเดโอ้ แต่ก็ต้องพบกับกองทัพเพื่อนบ้าน ได้แก่ เกย์แมน ปานาไป และติกิ ที่ยกทัพขึ้นเรือมาแล้วบังเอิญพบกันโดยมิได้นัดหมาย หลายคนจึงเรียกวันนี้ว่า วันจาตุรงค์สันนิบาต วันจับตูดลนไฟให้เป็นโรคสันนิบาด ฝ่ายสลาฟได้ยิงธนูฟาย (ควาย) เข้าถล่ม ขณะเดียวกันเอริเชี่ยนก็ส่งกำลังรบเข้าสมทบด้วย ปานาไปและเกย์แมนสามารถรอดพ้นจากวงบาทาเหล่านี้ได้ แต่ฝ่ายติกิต้องเรือล่มอย่างอนาถา แต่เนื่องจากติกินั้นเองแค่พามารีแล็กซ์บางส่วน จึงไม่ได้ส่งผลกระทบอะไรสักนิด แต่สลาฟและเอริเชี่ยนก็เลยสามารถเอาชนะด่าน ทั้ง3ไปได้ แต่ขณะเดียวกันก็ต้องเจอกับเรือรบชนิดใหม่อันเกรียงไกรที่เป็นหน้าด่านของมอนเตวิเดโอ้ที่สามารถเปิดประตูเข้าเมืองได้ แต่ด้วยพลังจิตอันแสนเกรียนของเอริเชี่ยนและสลาฟ ทำให้เรือรบหยุดทำงานไปซะดื้อๆ สรุปสลาฟและเอริเชี่ยนก็ชนะเช่นเคย

มอนเตวิเดโอ้การ์ดและการยิงขีปนาวุธครั้งแรกในสงคราม (ที่อูรุกไฮไม่ได้ยิง)[แก้ไข]

ยานรบขนาดเบ้อเริ่มเทิ่มIionHole
บาเรียทั่วพระนครมอนเตวิเดโอ้ที่ใช้ป้องกันการดูดของเวิร์มโฮล

เอริเชี่ยนและสลาฟยกทัพเข้าบุกมอนเตวิเดโอ้ โดยขึ้นฝั่งที่ซูลูบีช เอริเชี่ยนเหาะเข้าถล่มเมืองหน้าด่านอย่างเมามันส์ ขณะเดียวกันเรือรบนอกชายฝั่งที่ถูกสลาฟและเอริเชี่ยนทำให้เดินเครื่องไม่ได้ก็กลับมาใช้งานได้เหมือนเดิม จึงยิงบั้งไฟพญายมเข้ากองทัพเอริเชี่ยนส่วนหนึ่งพร้อมกับยิงประตูมิติโดยใช้ยานรบIionHoleลงไปด้วยเพื่อให้เอริเชี่ยนและสลาฟตกลงไปที่มิติอื่น ไม่ให้ออกมาได้อีก (เหตุผลเพราะมันเป็นInW) เอริเชี่ยนก็เลยตกสวรรค์เข้ามิติอื่นไปส่วนหนึ่ง

ขณะเดียวกันปานาไปยิงขีปนาวุธใส่ไซบีเรีย 3 ลูกแต่กระจายไปที่อื่น 2 ลูก คือ ลูกแรกตกลงกลางสลาฟ และลูกที่สองไปตกลงกลางทะเล แต่ลูกที่ลงไปยังสลาฟได้ถูกเทพแอรีสที่กำลังตีลังกาเล่นบังเอิญเตะนิวเกรียนไปตกที่หมู่เกาะเกย์แมนแทน ทำให้หมู่เกาะเกย์แมนระเบิดไปกว่าครึ่ง ที่มอนเตวิเดโอ้ มีการเตรียมกำลังรบอย่างหนาแน่น สามารถขับไล่กองทัพมหาเทพไปได้สำเร็จ ถึงอย่างไรก็ตาม ทหารเอริเชี่ยนครึ่งหนึ่งได้หลบหนีกลับไปได้ ส่วนสลาฟนั้นเหลือไม่ถึงครึ่ง จึงหนีไปรวมอยู่กับเอริเชี่ยนชั่วคราว

หลังจากนั้นทูตจากเอริเชี่ยนได้ส่งจดหมายถึงจักรพรรดิซินยอวิว มีใจความว่า

Cquote1.png เรายังเหลืออีกมาก และผู้นำของเราก็ยังไม่ตายด้วย เพราะฉะนั้นเราก็ยังคงเก่งอยู่ และเราจะกลับมา Cquote2.png
หลังจากอ่านเสร็จตัวอักษรก็สลายเป็นเกล็ดเพชร
ประตูมิติที่กำลังเกิดขึ้นเหนือน่านฟ้ามอนเตวิเดโอ้

การล่มสลายของเกย์แมน[แก้ไข]

หลังจากที่เกย์แมนถูกขี้ปนาวุธถล่มไปเสียกว่าครึ่ง ทางเอริเชี่ยนได้ซ้ำเติมต่อโดยส่งเทพซุสไปบันดาลฟ้าผ่า และบันดาลฝนตกลงทั่วเกาะเกย์แมน ทำให้เกาะเกย์แมนน้ำท่วม เกย์แมนจึงประกาศออกจากสงครามและยอมแพ้ก่อนเวลา เหลือให้อุรุกไฮต้องสู้กับอีกหลายชาติตามลำพัง

เอริเชี่ยนเผด็จศึกอุรุกไฮ[แก้ไข]

ในปี 2690 ทางสภาเทพมีมติให้จัดการเผด็จศึกอูรุกไฮที่กำลังทำสงครามอยู่รอบโลกหลังจากที่อูรุกไฮทำสงครามกับเอริเชี่ยนมานาน โดยการส่งมหาเทพไปบันดาลให้มอนเตวิเดโอพังพินาศโดยไม่ต้องใช้ทหารบุก โดยที่เอริเชี่ยนติดต่อให้สาธารณรัฐไซบีเรียไปถล่มฐานทัพอูรุกไฮที่ทวีปแอนกระต๊ากปากอ้า ส่วนเอริเชี่ยนจะส่งเหล่าเทพไปถล่มมอนเตวิเดโอเอง

เมื่อถึงเดือนกระด็อกกระแด๊กกระฎาคม ปีเดียวกัน "เดือนแห่งความพ่ายแพ้ของอุรุกไฮ" เดือนนั้นอุรุกไฮกำลังรบกับอาณาจักรต้าจินอยู่ เอริเชี่ยนเห็นเป็นโอกาสดีจึงส่งเทพซุสไปบันดาลฟ้าผ่าลงกลางพระราชวังซินยอวิวที่มอนเตวิเดโอ พระราชวังถึงกับแตกเป็นเสี่ยงๆ แล้วลุกใหม้ แล้วซุสก็ได้กล่าวขึ้นในขณะที่ลอยอยู่เหนือน่านฟ้ามอนเตวิเดโอว่า

Cquote1.png แม้แต่ฟ้าดินยังพิโรธและเหม็นขี้หน้าพวกท่าน ท่านจงสำนึกว่าท่านได้ทำอะไรไว้กับเทพเจ้า Cquote2.png
เทพซุส

ต่อมาทางเอริเชี่ยนก็ได้ส่งเทพไททัน แปลงร่างเป็นยักษ์มาเหยียบย่ำสิ่งปลูกสร้างของชาวอุรุกไฮ และฐานทัพที่มอนเตวิเดโอจนพังพินาศทั้งเมือง ซ้ำยังเอานิวเกรียนที่อุรุกไฮมีอยู่ปาใส่ป่าอนุรักษ์จนป่าอนุรักษ์ใหม้เป็นจุณ สุดท้ายเอริเชี่ยนก็ส่งเทพโปไซดอนบันดาลทั้งคลึ่นสึนามิ ความสูงเท่ากับตึก 100 ชั้น ทั้งพายุไต้ฝุ่นพัดถล่มมอนเตวิเดโอซ้ำแล้วซ้ำเล่า จนสิ่งของต่างๆ ในมอนเตวิเดโอแหลกละเอียด ผู้คนต่างล้มตาย ขุนนางต่างแตกตื่นส่งสาสน์ไปบอกท่านซินยอวิวในขณะที่กำลังหนีการไล่ตีของต้าจินอยู่ (ตอนนั้นแพ้แล้ว) บอกว่ามอนเตวิเดโอพินาศแล้ว ทำให้ท่านซินยอวิวเสียขวัญจนถูกหลิวมู่จับตัวได้ในศึกกับต้าจิน

Cquote1.png เอริเชี่ยนนี่เล่นแรงจริงๆ Cquote2.png
สาธารณรัฐไซบีเรีย

สงครามเวิร์มโฮลและความพินาศของมอนเตวิเดโอ[แก้ไข]

หลังจากที่มอนเตวิเดโอโดนถล่มจนราบเป็นหน้ากลอง ท่านซินยอแยค ผู้สำเร็จราชเกรียนแทนซินยอวิวก็ได้บัญชาให้ทำการเริ่มฟื้นฟูเมืองเสียซะใหม่ แต่ ด้วยความโมโหโทโสมากซินยอวิวจึงออกคำสั่งซินยอแยคให้ตั้งพิกัดยานเปิดประตูมิติไปที่บริเวณสลาฟและเอริเชี่ยน แต่ขุนพล 12 ราศีก็ยิงธนูใส่ประตูมิติจนระเบิดขึ้น นอกจากนี้เทพเอริเชี่ยนยังบันดาลให้เกิดพายุไต้ฝุ่น พัดเอาประตูมิติที่กำลังระเบิดไปลงที่มอนเตวิเดโอแทน จนทำให้มอนเตวิเดโอเกิดลุกใหม้ขึ้นทั้งเมือง ชาวเมืองต่างกระเสือกกระสนวิ่งหนีตาย ท่านซินยอแยคตกใจเป็นอย่างมากและรีบติดต่อท่านซินยอวิว ขณะนั้นขุนพล 12 ราศีที่กำลังลอยอยู่เหนือน่านฟ้าได้พูดขึ้นว่า

Cquote1.png อาริอัส ผู้นำเหล่าขุนพลสิบสองราศี: บอกแล้วว่าอย่าเล่นกับเทพเจ้า ถ้าเจ้ายังดึงดันรบกับเทพต่อไป อย่าหาว่าไม่เตือน

ซินยอแยค: เราทำอะไรมันไม่ได้เลยรึซินยอวิว
อาริอัส : ก็พวกเราคือ Inw นี่หว่า... อย่างที่เจ้าเห็น สุดท้ายแล้วเมืองหลวงของเจ้าก็ต้องพินาศด้วยอาวุธของตนเอง...
ซินยอแยค: จริงด้วย...
อาริอัส: ลองดูจักรวรรดิสลาฟในสงครามโลกครั้งที่แปด ก่อน ที่สลาฟล่มสลาย และแตกเป็นเสี่ยงๆ ก็เพราะน้ำมือของพวกเขาเอง ทั้งที่เอริเชี่ยนไม่ได้ลงแรงเลย
ซินยอแยค: แสดงว่า ถ้าเราทำสงครามกับพวกท่านต่อไป ในอนาคตเราอาจจะล่มสลายด้วยน้ำมือของพวกเราเอง... เพราะตอนนี้ประชาชนก็เริ่มฮึ่มๆ ใส่พวกเราแล้ว
อาริอัส: ใช่แล้ว ตัวอย่างจากจักรวรรดิสลาฟก็มีให้เห็นอยู่... เราต้องขอตัวไปก่อนล่ะ...

Cquote2.png

หลังจากที่เหล่าขุนพล 12 ราศีกลับไป ท่านซินยอแยคได้มองไปรอบๆ ก็ได้พบกับซากปรักหักพังของเมืองมอนเตวิเดโอ ซินยอแยคจึงคิดได้ว่าสิ่งเหล่านี้เกิดจาก "การกระหายความรุ่งโรจน์ของตนเอง" และพยายามติดต่อซินยอวิวให้เลิกรบ วันนั้นเป็นวันที่ซินยอวิวทำสงครามแพ้ต้าจินพอดี ทำให้อุรุกไฮเริ่มถอย สัปดาห์ต่อมาทัพไซบีเรียได้เข้ายึดที่มั่นเพนไกวซิตี้ของอูรุกไฮ ที่ทวีปแอนกระต๊ากปากอ้าได้เป็นผลสำเร็จ ส่งผลให้อุรุกไฮประกาศยอมแพ้ในปี 2690 ในที่สุด

สงครามที่แอนกระต๊ากปากอ้า[แก้ไข]

หลังจากที่สาธารณรัฐไซบีเรียได้รับการติดต่อจากเอริเชี่ยน กองกำลังฝ่ายไซบีเรียก็ได้ยกทัพจากบริเวณขั้วโลกเหนือ ลงขั้วโลกใต้หวังเข้ายึดฐานสำคัญรองลงมาจากมอนเตวิเดโอ้ ก็คือเพนไกวซิติ นั่นเอง เนื่องจากเป็นแหล่งอาวุธ เสบียงและกำลังทหารจำนวนมาก ถ้ายึดได้ ก็จะทำให้อูรุกไฮต้องล้มเลิกแผนการโจมตีเอเชยตะวันหอกทั้งหมดได้แน่นอน ไซบีเรียจึงนำทัพเรือเข้าขึ้นฝั่งบนแผ่นน้ำแข็ง แล้วบุกเข้าถล่มโดยไม่ดูตาม้าตาเรือ เพราะฮึกเหิมกันใหญ่ ทำให้วิ่งตกน้ำตายเป็นจำนวนมาก แต่ก็ยังเหลือทหารอยู่อีกมาก

Cquote1.png ไอ้พวกไซบีเรียช่างฉลาดน้อยกันจริงๆ มันยังจอดเรือไม่ถึงฝั่งเล้ย ดันไปอยู่บนแผ่นน้ำแข็งกลางทะเลซะงั้น สมแล้วที่ตกน้ำตาย 555+ Cquote2.png

ต่อมาทัพเรือของไซบีเรียได้ขึ้นถึงฝั่งจริงๆ ซะที แต่เนื่องจากรถขนเสื้อหนาวก็ได้จมน้ำไปด้วย ทำให้ทหารหนาวจัด ไม่ค่อยมีแรงมาก แต่ก็ยังฮึกเหิมอยู่ ก็เลยบุกเข้าไปหวังยึดฐานสำคัญให้ได้ แต่เผอิญเจอนกแพนกวินเป็นฝูงใหญ่เดินกระจายอยู่เต็มอาณาบริเวณดังกล่าว ทำให้เคลื่อนทัพไม่ได้ แม่ทัพไซบีเรียเห็นว่าเป็นลางร้ายจึงถอยทัพกลับประเทศนั่นเอง

Cquote1.png ฝากไว้ก่อนเถอะ ไอ้เพนกวินปัญญาอ่อน นิรันทร์สถุล Cquote2.png

อย่างไรก็ตามไซบีเรียได้ยกทัพมาอีกครั้งพร้อมกับเสื้อหนาวและคราดน้ำแข็งจำนวนมาก เมื่อมาถึงก็ใช้คราดขูดน้ำแข็ง ทำให้นกแพนกวินรำคาญและเดินจากไป ส่งผลให้กองทัพไซบีเรียยึดที่มั่นแห่งนี้ได้สำเร็จ (โดยที่ไม่มีอาวุธเหลืออยู่ในฐานที่ยึด)

การถล่มแอนกระต๊ากปากอ้าของเอริเชี่ยน[แก้ไข]

ฝ่ายเอริเชี่ยนเห็นว่าทางฝ่ายอุรุกไฮเริ่มต่อกรกับพลพรรคเอริเชี่ยนซึ่งมีทีท่าว่าจะรุนแรงมากขึ้น จึงมีผู้เสนอความเห็นในสภาเทพว่าควรจะแก้เผ็ดพวกอุรุกไฮให้ไซบีเรีย เมื่อได้ข้อสรุปแล้ว ทางสภาเทพจึงมีมติให้โปเซดอนลงไปจัดการ โปเซดอนได้บันดาลให้เกิดคลื่นยักษ์ขนาดเท่ากับตึก 10 ชั้น (เบาะๆก่อน จะได้เข็ด) พัดฐานทัพของอุรุกไฮที่ซาลูวิเลมู (แอนกระต๊ากปากอ้า) จนราบเรียบ โชคร้ายของเอริเชี่ยนที่บังเอิญเกิดสึนามิขึ้นอีกลูกในทางตรงข้ามทำให้เกิดความซ้ำซ้อน ทำให้คลื่นยักษ์ทั้ง2ลูก ชนกันจนสงบลง โพไซดอนเสียหน้าจึงบันดาลให้กองทัพปลาบุกเข้าโจมตีฐานทัพบนแผ่นน้ำแข็งของอูรุกไฮ แต่ก็โชคไม่ช่วยอีกครั้งหลังนกเพนกวินกินกองทัพปลาไปกว่าครึ่ง โพไซดอนโมโหโทโสจึงให้ใช้ปืนใหญ่ยิงเข้าถล่มอย่างหนักส่งผลให้อูรุกไฮต้องถอยกลับฐานหลัก

สงครามเอเชยตะวันหอกครั้งที่สี่ (แนวรบด้านตะวันหอก)[แก้ไข]

ดูบทความหลักที่ สงครามเอเชยตะวันออกครั้งที่สี่

สงครามกับไซบีเรีย[แก้ไข]

ดูบทความหลักที่ ยุทธการช่องแคบแบริ่ง

ขณะที่อุรุกไฮกำลังรบกับเอริเชี่ยนและสลาฟ อุรุกไฮได้ขอร้องให้ประเทศเพื่อบ้านช่วยรบด้วย แต่เผอิญที่ประเทศเพื่อนบ้านของอุรุกไฮทราบข่าวว่าที่ไซบีเรียมีป่าสนเยอะ ซึ่งใช้ประโยชน์ในการแปรรูปเป็นน้ำมันได้ (มั่วแล้ว) สาธารณรัฐปานาไป หมู่เกาะเกย์แมน และชาวติกิจึงบุกเข้าโจมตีช่องแคบแบริงในปี 2651 เพื่อที่จะทำลายฐานทัพเรือและเครื่องดูดน้ำมันของสาธารณรัฐไซบีเรีย ทางไซบีเรียก็ไม่ได้มีการเตรียมพร้อมรบแต่ย่างใด ในช่วงแรกทหารเกย์แมนใช้เรือหางยาวยิงจรวดใส่ ทำให้เครื่องดูดน้ำมันพังทลายลง แล้วปานาไปก็ตามมาสมทบโดยใช้ธนูสายฟ้ายิงถล่มฐานทัพเรือบริเวณทะเลโอคอตสก์ โดยที่ไซบีเรียแทบตั้งตัวไม่ทัน ทำให้เรือจมเกือบหมด แต่ว่าอาณาจักรอู๋ซึ่งเป็นพันธมิตรของไซบีเรีย ได้ยกพลมาขับไล่ประเทศเพื่อนบ้านของอุรุกไฮด้วยการระดมยิงปืนใหญ่ จนทำให้ประเทศเพื่อนบ้านของอุรุกไฮแตกพ่ายไป

หลังจากที่ฝ่ายตะวันตกพ่ายแพ้ ประเทศเพื่อบ้านของอุรุกไฮได้ส่งสาสน์ไปถึงท่านซินยอวิวที่กำลังรบอยู่ที่แอฟริกา ระบุว่าแพ้สงครามที่ช่องแคบแบริ่งแล้ว ทำให้ซินยอวิวโกรธมาก วันรุ่งขึ้นซินยอวิวได้แต่งตั้งให้แม่ทัพซินยอแยค เกย์แมนนำทัพอูรุกไฮไปบุกอาณาจักรอู๋เองซะเลย

สงครามกับอาณาจักรอู๋[แก้ไข]

อูรุกไฮนำทัพมายึดแหลมเทยเพื่อเตรียมบุกทางบก เพราะทางน้ำนั้นตั้งรับไว้อย่างดี เมื่อเข้าตีจึงถูกตีแตกพ่ายไม่เป็นท่า เมื่อบุกทางบกเข้าทางยูนนาน ต้องข้ามเขาหลายลูก บั่นทอนขวัญกำลังใจทเห่อ แต่ชาวอูรุกไฮนั้นปลุกขวัญทหารได้อย่างดีเยี่ยมจึงยกทัพประชิดชายแดนอาณาจักรอู๋ พบกับแนวสนามเลาะ และถูกฝ่ายอู๋ยิงธนูเข้ามาเป็นจำนวนมาก ทัพอูรุกไฮจึงถอยกลับไปในช่วงแรก แต่ถือว่าทุบหม้อข้าวมาแล้ว วันรุ่งขึ้นจึงทอดสะพานข้ามแนวสนามเพลาะอย่างไม่คิดชีวิต เสียทหารไปเกือบ1ใน4 ต่อมาบุกเข้าถึงกังไส และหางโจว อู๋ฮุ่ยอ๋องจึงนำทัพด้วยตัวเอง บุกตีปีกซ้ายขวาของทัพอูรุกไฮจึงแตกพ่าย ทัพอู๋เปิดทางถอยให้ ทัพอูรุกไฮจึงไปยึดเรือที่ชายทะเล เพื่อถอนทัพกลับ แต่ถูกตีอีก สุดท้ายทัพอูรุกไฮส่วนหนึ่งจึงยอมจำนน อีกส่วนตกน้ำตาย ศึกคราวนี้เสียทหารไปหลายหมื่นคน

ยุทธการตบเกรียน[แก้ไข]

อูรุกไฮนำกำลังทัพเข้าสมทบกับปานาไปที่กำลังไปช่วยทเห่ออูรุกไฮที่กำลังแย่ ขณะเดียวกันกองทัพปานาไปก็ได้เข้าร่วมถล่มทำให้ทั้งสองอาณาจักรเริ่มอ่อนแอ เมื่อกองกำลังตะวันตกเรี่มแข่งแกร่งมากขึ้น ก็สามารถรุกเข้ามาถึงกวางโจวและเสฉวนได้ ทำให้อาณาจักรอู๋รวมตัวกันกับจิ้นชั่วคราว เป็นผลให้ฝ่ายตะวันตกได้ชัยในเอเชยตะวันออกเป็นครั้งแรก

สงครามแห่งเกาะฮอนชู[แก้ไข]

หลังจากเยลโล่ซันทำสงครามโลกครั้งที่7 ได้นำคนยุ่นปี่จำนวนมากไปทำสงคราม (และตายไปเป็นจำนวนมาก) ส่วนชาวเยลโล่ซันในเกาหลีได้หลบตามป่าเขา ทำสงครามกับสลาฟหลังจากเมืองแตก พอสลาฟแพ้สงครามโลกครั้งที่8 ชาวเกาหลีภายใต้อำมาตย์สกุลปัก จึงตั้งจักรวรรดิฮูเป้กเจขึ้น หลังจากพอฟื้นตัวได้แล้ว จึงนำทหารไปปลดปล่อยเกาะยุ่นปี่ (ก่อนที่จะหนีไปไซบีเรีย) แต่ได้ปะทะกับทหารอุรุไฮที่นาโกย่า ฮูเป้กเจมีทหารชาญศึก ชำนาญสงครามอย่างโหดร้ายกับสลาฟ ประกอบกับได้กองโจรยุ่นปี่ซึ่งทำสงครามมาโหดพอๆกันมาเข้าทัพ ทำให้แข็งแกร่งอย่างมาก

ทหารทุกนายจงฟัง พวกฮูเป้กเจ ก้คือพวกเยลโล่ซันที่เคยทำสงครามกับพวกเราเมื่อสงครามโลกครั้งที่6แล้วยึดเมืองเราตั้งแต่นั้นมา งานนี้เราจะเอาคืน บุก!!!!!!!!
                 — ซียอวิว

ทหารอุรุไฮมีอาวุธดีเยี่ยม ข้ามแม่นำอานากาวะ มาใน3วัน ฮันซุงเจ รียุนเซ และ องค์ชายปักจองเต ได้แยกทางไปรวมพลที่ชินาโนะ เพื่อเตรียมทำสงครามโต้กลับ

สงครามกับจักรวรรดิต้าจินและความพ่ายแพ้อย่างสิ้นเชิงของอูรุกไฮ[แก้ไข]

จักรวรรดิต้าจินเป็นจักวรริของชาวแมนจู ตั้งโดยอ้ายชิงเจี๋ยหรอหวงซื่อฉี รับความคิดทางด้านการปกครองมาจากต้าซุ่นที่ต่อมาคืออาณาจักรจิ้น ปกครองประชาชนอย่างละมุนละม่อม แต่มีความเฉียบขาดในการลงโทษ ตามแบบของเรดซัน สงครามครั้งนี้จักรวรรดิต้าจินจัดทัพแบบเรดซัน ควบคู่กับการถอยกองทัพเรือไปยังอ่าวโป๋ไห่ เพื่อรับมือกับทหารอูรุกไฮ

เนื่องจากทางประเทศปานาไปขอร้องให้อูรุกไฮเข้าบุกจักรวรรดิต้าจิน อูรุกไฮจึงส่งกองทัพกว่า 50,000 คนไปที่ต้าจิน ต่อมาต้าจินก็ได้พาทัพ 200,000 คนเข้าถล่มอูรุกไฮ (ทำไมถึงต้องให้มากกว่าข้าศึกถึง4เท่า ก็เพราะว่าทราบมาว่ากองทหารไม่กี่หมื่นของอูรุกไฮก็ทำให้อาณาจักรอู๋เกือบพังมาแล้ว) โดยแบ่งเป็น 5 ทัพ ทัพละ 40,000 คน ซึ่งก็แบ่งย่อยออกไปอีก 5 กองพล อูรุกไฮก็แบ่งทัพเป็น 5 ทัพเช่นกัน โดยเข้าบุกกับต้าจินในรูปแบบ Co (เปิดวงกินวง) เข้าถล่ม แต่ต้าจินเหนือกว่าแอบดักทัพไว้ด้านหลังจึงกลายเป็นCco แทน ส่งผลให้ทัพอูรุกไฮถูกตีแตก

ทว่าท่านซินยอวิวก็ยังไม่ยอม จึงสั่งให้นำทหาร600,000คน พร้อมด้วยเรือรบ 3,600ลำบุกทางน้ำเข้าโจมตีกองทัพเรือของต้าจิน ที่คาบสมุทรเหลียวตง กำลังทางน้ำของอูรุกไฮมีมากกว่าของจินอยู่ถึง 10:1 บางคนก็บอกว่าจะสู้ได้อย่างไร แต่หลิวมู่ เสนาธิกวนของต้าจินบอกว่าพอจะสามารถทำได้ เพราะ

  1. ทหารอูรุกไฮเดินทัพมาไกล ขวัญสู้รับต่ำ ซ้ำยังเหนื่อยอ่อนเนื่องจากการเดินทางและการพ่ายศึกครั้งที่แล้ว
  2. บริเวณนี้ไม่มีแหล่งทรัพยากรที่จำเป็นต่ออาวุธ
  3. ความชั่วช้าของอินูอิต แม้เทพยดาฟ้าดินก็ยังรับรู้และต้องการปราบปราม แต่อูรุกไฮก็ใช้อาวุธเยี่ยงหมอผีอย่างบั้งไฟพญายม ยิงเทพเจ้าตกสวรรค์เป็นอันมาก พฤติกรรมดังนี้แสดงถึงความไม่เคารพพระเจ้า ฟ้าดินจึงไม่อำนวยให้อุรุกไฮชนะ
  4. ที่ผ่านมาอูรุกไฮไม่เคยใช้กลศึกให้เป็นประโยชน์ ใช้แต่อาวุธ ดังนั้นจึงมีคุณภาพเฉพาะอาวุธ แต่ทหารล้วนไร้คุณภาพ
  5. อุรุกไฮก่อสงครามเป็นประจำเพื่อขยายอาณาเขต ต้องสูญเสียเงินของชาติเป็นอันมาก และมีการขึ้นภาษีอย่างสุดโต่ง ช้าเร็วชาวอูรุกไฮก็คงต่อต้านเป็นแน่ อย่างที่เกิดขึ้นมาแล้วกับเยลโล่ซันและจักรวรรดิสลาฟ

ว่าแล้วหลิวมู่ก็สั้งให้ทหารเรือเตรียมรบ เมื่อทัพอูรุกไฮบุกเข้ามาสกัดด้วยรูปแบบ T (คร่อมหัวตัวที) ทำลายกองหน้าของอูรุกไฮได้รับความเสียหายอย่างมาก แต่กองทัพอูรุกไฮหนุนเข้ามาเรื่อย ทำให้ทัพจินส่วนแรกถอยเข้าไปในทะเลโป๋ไห่ ซินยอวิวจึงให้คนไปสืบ เมื่อทราบว่าเรือรบทั้งหมดของจินถูกถอยไปอยู่ในทะเลโป๋ไห้หมดแล้วท่านซินยอวิวถึงกับหัวเราะเสียงดังสนั่นสะท้านฟ้า แม้แต่เมพบนสวรรค์ยังหนวกหูว่า

Cquote1.png 555+ ไอ้พวกแมนจูมันโง่นัก ถอยทัพเรือเข้าไปในอ่าวแคบๆอย่างนั้น เคลื่อนไหวได้ลำบาก ซ้ำหลบหนีไม่ได้ ดีล่ะ! เราจะใช้ไฟเผากองทัพเรือมันให้วอดวายเหมือนกับโจโฉแตกทัพเรือเลย Cquote2.png
ซินยอวิว

วันรุ่งขึ้นกองทัพอูรุกไฮบุกเข้าไปในทะเลโป๋ไห่ พร้อมกับส่งเรือเพลิงเข้าไปเผาทัพเรือจิน แต่กองทัพจินยิงธนูเข้ามาอย่างหนาแน่นจนเรือเอียงมาก ในที่สุดเรือไฟก็จมน้ำ ซินยอวิวจึงสั่งให้โจมตีทันที ปรากฏว่ากองทัพจินก็เอาธนูติดดินระเบิดยิงใส่เรือรบของอูรุกไฮ ทำให้เรืออูรุกไฮจมน้ำลงไปเป็นจำนวนมาก แล้วหลิวมู่ก็สั่งให้นำเรือกลุ่มที่ติดหัวกระทุ้งพุ่งชนเรือของอูรุกไฮ เมื่อเจอเช่นนี้แล้วทหารอูรุกไฮก็เสียขวัญ แตกพ่ายหนีตายไปคนละทิศคนละทาง แต่ทว่าหัวกระทุ้งไม่แหลมพอ หลิวมู่จึงหัวเราะใส่ทัพอูรุกไฮคืนว่า

Cquote1.png ไอ้พวกอรุกไฮนี่มันขัญอ่อนจริงๆ ขนาดหัวกระทุ้งทู่ๆ ของเรายังทำให้มันแตกกระเจิงไปคนละทิศคนละทาง ฮึ! ต่อไปนี้ข้าต้องลองเอาลูกบอลมาใช้แทนกระสุนมั่นแล้ว Cquote2.png

หลิวมู่จึงสั่งให้นำกองเรือทั้งหมดโจมตีกองทัพเรืออูรุกไฮโดยใช้วิธีเกรียนๆ กล่าวคือใช้ลูกบอลพลาสติกแทนลูกปืนใหญ่ โดยเชื่อว่าทหารอูรุกไฮพอเห็นลูกบอลพุ่งมาจะแตกกระเจิง ซึ่งก็เป็นเช่นนั้นจริงๆ ทหารเรืออูรุกไฮก็แตกตื่นโดดลงน้ำเป็นจำนวนมาก หลิวมู่จึงสั่งทหารต้าจินบุกเข้ายึดเรืออูรุกไฮที่ยังไม่จม กองทัพอูรุกไฮที่ยกมาครั้งนี้จึงพ่ายแพ้อย่างสิ้นเชิง กองทัพอูรุกไฮสูญเสียมากกว่า 80% ของกองทัพทั้งหมดที่ยกมา

หลิวมู่จึงนำทัพเรือของตนไปบุกยึดที่มั่นที่เกาะซาลาเปาและนารูปู ซึ่งมีกองทัพปานาไปประจำการอยู่ เมื่อกองทัพปานาไปได้ข่าวว่าทัพหกสิบหมื่นของอูรุกไฮแตกพ่ายแล้วและกองทัพจินบุกมายึดซาลาเปาและนารูปู กองทัพปานาไปก็เสียขวัญและหนีกลับประเทศไป ต้าจินจึงยึดที่มั่นทั้งสองแห่งได้ในเวลาอันรวดเร็ว

ท่านซินยอวิวเองก็ได้รับบาดเจ็บสาหัส และถูกทหารจินจับได้ แต่เมื่อเห็นสภาพเช่นนั้นทหารจินจึงเอาไปให้หลิวอี้ที่เป็นน้องของหลิวมู่ ซึ่งหลิวอี้นั้นเป็นแพทย์ที่มีชื่อเสียงและมีความเบี่ยงเบนทางเพสสูง รักษาซินยอวิวจนหายเป็นปกติ วันนั้นแม่ทัพหลิวมู่มาเยี่ยมเยียนซินยอวิวด้วยตัวเอง ซินยอวิวจึงได้จับมือกับหลิวมู่ด้วย และให้ความนับถือว่าเป็นแม่ทัพที่มีคุณธรรมและความเป็นลูกผู้ชายสูง

เมื่อกลับไปถึงมอนเตวิเดโอ้ ท่านซินยอวิวก็เจอสิ่งที่น่าเสียใจอีก สิ่งก่อสร้างต่างๆ ในอุรุกไฮราบเป็นหน้ากลอง และป่าอนุรักษ์ที่ซึ่งเป็นแหล่งทรัพยากรชั้นเยี่ยมก็โดนเอริเชี่ยนเผาจนหมด ท่านซินยอวิวจึงรำพึงรำพันทั้งน้ำตาว่า

Cquote1.png ไอ้ต้าจินนี่มันเกรียนจริงๆ เรานึกไม่ถึงเลยว่าทเห่อของเรามันจะโง่เง่าและขวัญอ่อนขนาดนี้ เราไม่น่าตีต้าจินตามคำเรียกร้องของพวกปานาไปเลย คาดไม่ถึงจริงๆว่ายังมีประเทศที่แข็งแกร่งจากภายในเช่นเดียวกับเรดซันอยู่อีก และไม่น่าเชื่อว่าชาวเอเชยจะมีความเก่งกาจมากขนาดนี้ ข้ากรำศึกมาเป็นสิบปี ไม่เคยแพ้ย่อยยับขนาดนี้มาก่อน ตอนนี้เราเหลือกำลังแค่ไม่กี่หมื่นคนเท่านั้น แม้ข้าก็ยังได้รับบาดเจ็บ ดังนั้นขอให้ท่านซินยอแยคสำเร็จราชการแทนข้าไปก่อน ข้าไม่รู้ว่าข้าจะอยู่ได้อีกนานเท่าใด แต่ของร้องว่าอย่ารบกับจินอีกเลย คนชั้นสูงของจินนั้นส่วนใหญ่มีคุณธรรมสูง กฎหมายเข้มงวด ประชาชนทุกคนสามารถตายแทนผู้นำได้ อย่าเช่นแม่ทัพหลิวมู่ที่ทุกคนต่างให้ความนับถือ เขาไม่มีความทะนงตัวแม้แต่น้อย แม้แต่กับข้าศึกที่รบแพ้ถูกจับเป็นเชลยเขาก็ไม่ได้ทำท่าวางอำนาจบาตรใหญ่เลย วันก่อนข้าพบกับเขา ข้าจึงนึกถึงตัวข้าว่า ข้าเคยใส่ใจผู้ใต้บังคับบัญชาอย่างนี้หรือไม่ ข้าเคยใช้คุณธรรมกับราษฎรของข้ามากน้อยแค่ไหน ทำสงครามบ่อยเกินไปหรือไม่ เห็นศัตรูอยู่ในสายตาหรือไม่ ครั้งนี้ที่ข้าแพ้ก็เพราะว่าข้าคิดว่าอูรุกไฮเป็นชาติเข้มแข็ง ทั่วทั้งใต้หล้ายอมสยบ จึงไม่เห็นใครอยู่ในสายตา ข้าบังคับบัญชาทหารด้วยอำนาจบาตรใหญ่ ไม่ใช่กองทัพแบบพี่น้องอย่างของจิน ข้าไม่เคยใส่ใจประชาชน เอาแต่ขยายดินแดนโดยไม่สนใจประชาชน วันนี้ข้าต้องหยุดพฤติกรรมนี้แล้ว ไม่งั้นเราอาจจะต้องปราบปรามประชาชนด้วยกำลังแน่ถ้าประชาชนต่อต้าน ซึ่งข้าก็ไม่อยากให้เกิดขึ้น ตัวอย่างจากจักรวรรดิสลาฟก็มีให้ดูอยู่ ต่อไปนี้ถ้าใครขอให้ทำสงครามขยายอาณาเขตอีกจะถูกเตะโด่งออกจากราชการ ดังนั้นให้พิจารณาตัวเองบ้างว่าพวกเจ้าต้องการอยู่แบบพอประมาณ หรือต้องการสิ่งต่างๆไปเรื่อยๆอย่างไม่สิ้นสุด Cquote2.png

หลังจากที่ท่านซินยอวิวรำพันอยู่นั้น ท่านก็ยกแก้วไวน์ฝังเพชรขึ้นมาจิบ ทั้งที่ต้องการให้ขุนนางอยู่อย่างพอประมาณ ขุนนางรู้สึกหมั่นใส้จึงพูดว่า

ว่าแต่เขา ไอ้ยูริเป็นเอง

ก็ของมันมีอยู่แล้ว ใช้ไม่ได้รึไง
                 — ซินยอวิว

หลังจากนั้นไม่นาน ฐานทัพอูรุกไฮที่อยู่บนทวีปแอนกระต๊ากปากอ้าก็ถูกฝ่ายไซบีเรียเข้ายึดครองแทน ส่งผลให้อูรุกไฮแทบสิ้นเนื้อประดาตัว อีกสองเดือนต่อมาจึงประกาศยอมแพ้

สงครามจบ[แก้ไข]

หลังจาเที่อูรุกไฮถูกตีโต้กลับในทุกด้านแล้ว และการที่ซินยอวิวได้สติหลังจากพ่ายศึกที่ต้าจิน อูรุกไฮจึงไปเจริญสัมพันธไมตรีกับประเทศต่างๆ และไม่ทำการรบอีกให้ประชาชนเดือดร้อน เอริเชี่ยนเห็นอูรุกไฮมีท่าทีอ่อนลงจึงเจริญสัมพันธไมตรีเป็นมิตรกัน แล้วร่างสนธิสัญญามอนเตวิเดโอเพื่อเป็นการสงบศึก ดังนี้

  1. อูรุกไฮต้องจ่ายค่าปฏิกรรมสงครามจำนวน3,000ล้านตร๊ก
  2. ดินแดนในแอฟริกวนตะวันตกยังคงเป็นของอูรุกไฮต่อไป ทั้งนี้ จักรวรรดิกินหนี้และคองโม้ก็จะถูกยุบเป็นส่วนหนึ่งของอูรุกไฮด้วย แต่อูรุกไฮต้องให้เขตปกครองตนเองอินเดือยซิตี้เป็นอิสระ
  3. ชาวอุรุกไฮจะต้องนับถือเทพเจ้าเอริเชี่ยน และให้เอริเชี่ยนไปเผยแพร่ศาสนาในอูรุกไฮได้(ยกเว้นในแอนกระต๊ากปากอ้า เนื่องจากเพนกวินที่นั่นนับถือศาสนาหมูแฮมกันหมด)
  4. ยุบเครือจักรภพสเปน-มัวร์ภายใต้พระเจ้ารถหายที่13และปอบหยิบราชวงศ์ยูริรวมกับเอริเชี่ยนทันทีที่กษัตริย์ของทั้งสองประเทศนี้สวรรคต เพื่อที่เอริเชี่ยนสามารถส่งคนไปแพร่ศาสนาในแอฟริกวนตะวันตกของอูรุกไฮได้
  5. รวมก๊กอู๋และจิ้นเข้ากับจิน เพื่อรวมศูนย์อำนาจการปกครองในจีน เพื่อที่จะป้องกันไม่ให้ติกิและปานาไปรวมทั้งเกย์แมนบุกโจมตีจีนได้ง่ายๆ เพื่อให้จีนมีความมั่นคงและป้องกันการฟื้นอำนาจของปานาไป แต่ปานาไป ติกิ เกย์แมนต้องปล่อยอาณานิคมของตนให้เป็นอิสระ
  6. อุรุกไฮปฏิญาณลมๆ แล้งๆว่าจะไม่ก่อสงครามอีก

หลังจากสงครามนี้ เอริเชี่ยนได้ขึ้นมาเป็นมหาอำนาจบนโลก และมีอำนาจเกรียนๆในการตัดสินใจเรื่องเกี่ยวกับโลกแทบทุกเรื่อง แต่ทว่าเอริเชี่ยนกำลังมีปัญหาภายใน ดูเหมือนว่าสงครามศักดิ์สิทธิ์ครั้งที่สองกำลังจะระเบิดขึ้นอีกรอบ และหลังจากสงครามครั้งนี้ ชาวโลกก็ไม่เกิดความขัดแย้งอีก แต่ว่าในขณะนั้นมนุษย์ต่างดาวกำลังล่าอาณานิเกรียนอยู่ อีกสามร้อยปีให้หลังจึงเกิดสงครามโลกครั้งใหม่ขึ้นมาอีก

สงครามโลกทั้งหลายแหล่
I · II · II 4/10 · III · IV · V (1) · V (2) · VI · VI 4/35 · VII · VIII · IX · X · X 5/10 · XI