สนธิสัญญาฮัน
ระวังจะเข้าใจถูกต้อง เนื้อหาในบทความนี้ อาจกล่าวถึง สิ่งที่ไม่ได้เกิดขึ้นจริง !
|
สนธิสัญญาฮัน เป็นสนธิสัญญาที่ให้เยลโล่ซันครองโลก เขีนนขึ้นในสมัยจักรพรรดิฮันไท่เต้ หมดอายุตอนที่รบแพ้ต้าสุยและเยลโล่ซันถูกฉีกเป็น3ส่วนในช่วงสงครามเอเชยตะวันออกครั้งที่สาม
สารบัญ |
[แก้ไข] ข้อตกลง
- เยลโล่ซันจะทำการปกครองทุกประเทศ
- ทุกประเทศต้องใช้ธงเยลโล่ซัน และพูดภาษาเยลโล่ซัน
- คนทุกประเทศคือชาวเยลโล่ซัน
- กษัตริย์และอำมาตย์ทุกคนมียศเท่าเดิม โดยในช่วงแรกเยลโล่ซันจะให้อำมาตย์จำนวนหนึ่งไปร่วมบริหารในแต่ละประเทศด้วยและอำมาตย์ในประเทศนั้นๆ ต้องมาดูงานที่เยลโล่ซันด้วยเช่นกัน
- ประชาชนในแต่ละประเทศสามารถเดินทางเข้าออกได้อย่างเสรี
- หากพื้นที่ไหนขาดเหลืออะไร จักรพรรดิแห่งเยลโล่ซันพร้อมลงพื้นที่และช่วยเหลือไม่อั้น
[แก้ไข] ประเทศที่หลวมตัวลงนาม
- เมืองกิม(เกาเหลา)
- ยุ่นปี่
- ออสตราโล
- กุรข่า
- ปาทาน
- เมืองลงกา
- ซยงนู
- ทิเบต
- ฟิลิปิน
- อินเดือยแดง
- นาซี
[แก้ไข] ประเทศที่ยังไงก็ไม่มีวันลงนาม
[แก้ไข] ผลตอบรับ
| |
เยลโล่ซันกำลังเดินตามรอยจักรวรรดิยูริ เยลโล่ซันกำลังโลภมากและต้องการดินแดนบนโลกบูดๆ เบี้ยวๆ ใบนี้อย่างไม่มีที่สิ้นสุด การกระทำเช่นนี้รังแต่จะทำให้สงครามโลกครั้งใหม่ระเบิดขึ้นจากความเกลียดชังของคนทั่วโลกเช่นเดียวกับสนธิสัญญาโง่ดักดาน ในสงครามโลกครั้งที่สาม เราขอประณามให้เยลโ่ล่ซันหยุดคิดเยี่ยงนี้ ก่อนที่สงครามอันวุ่นวายจะระเบิดขึ้น | |
| ขุนนางสำนักเรดซันในเยลโล่ซัน | ||
สนธิสัญญานี้ได้รับการต่อต้านอย่างยิ่งจากขุนนางสำนักเรดซันในเยลโล่ซันและจีน โดยเห็นว่าเป็นสนธิสัญญาที่ทำให้คนทนไม่ไหวและจะเกิดการต่อต้านทั้งโลก เป็นผลให้เยลโล่ซันพังพินาศ ซึ่งสนธิสัญญานี้มีคนได้ประโยชน์เฉพาะเยลโล่ซันเท่านั้น จักรพรรดิเฮนรี่ที่1แห่งออสตราโล-นิวกินีกล่าวไว้ว่า
| |
เยลโล่ซันกำลังต้องการสร้างความเกลียดชังให้กับตัวเอง | |
หมายความว่ากำลังทำให้คนทั้งโลกเกลียดชัง ออสตราโล-นิวกินีจึงถอนตัว ฟิลิปปินส์ อินเดือยแดง ซยงหนู ธิเบตถอนตัวตาม ส่วนทางยุ่นปี่นั้นยอมรับได้ แต่มีข้อแม้ว่าเยลโล่ซันต้องรับวัฒนธรรมยุ่นปี่ ซึ่งเยลโล่ซันก้รับได้ เมืองกิมเข้าร่วมกับจีนสมัยเจ้า แต่ยังไม่มีความเคลื่อนไหวเพราะต้าเจ้ายังเห็นว่าเยลโล่ซันเป็นมหามิตรอยู่ ในสมัยฮันจองเซ สงครามของก๊อปปะทุขึ้น จบลงด้วยชัยชนะของเยลโล่ซัน เพราะเยลโลซัน เอาทหารและอำมาตย์ไปไว้ที่ส่วนกลาง หลังจากน้นต้าเจ้าก็เริ่มเสื่อมอำนาจ ต่อมาราชวงศ์สุยยุคหลังเถลิงอำนาจ จักรพรรดิสุยไท่จูประกาศว่า
จากคำประกาศนี้ ไม่นานก็แพร่ไปทั่วโลก จึงมีการเดินขบวนต่อต้านอำนาจของเยลโล่ซันไปทั้งโลก และสร้างความไม่สบายใจให้กับจักรพรรดิเยลโล่ซันเป็นอย่างมาก เมื่อมาถึงสมัยฮันจองซู ทางต้าสุยเห็นโอกาสที่เยลโล่ซันอ่อนแอลงจากสงครามบ่อยครั้งยกทัพไปรบกวนชายแดนเยลโล่ซัน ต่อมา เยลโล่ซันพยายามขยายอำนาจขึ้นเหนืออีก ส่วนจีนก็ขยายอำนาจลงใต้ เกิดการปะทะกันบ่อยครั้งขึ้น ต้าสุยประกาศสงครามกับเยลโล่ซันทันที สุดท้าย ทัพเยลโล่ซันที่เหนื่อยล้าจากสงครามหลายครั้งก็ถูกกองทัพจีนพิชิตลงได้ที่เสฉวน ในสงครามเอเชยตะวันออกครั้งที่สาม ก็เกิดการกบฏทั่วจักรวรรดิเยลโล่ซัน พระเจ้าฮันจองซูถูกปลงพระชนม์ จึงมีการตั้งราชวงศ์ฉู่โดยพระเจ้าชูวิทย์ขึ้นแทน แต่แผ่นดินก็กลายเป็นทุรยศแล้ว ไม่นานจักรวรรดิเยลโล่ซันที่เคยยิ่งใหญ่จึงแตกสลาย ก่อนที่จะรวมกันได้อีกโดยฮันเบ้งเต้ในอีกร้อยกว่าปีต่อมา เพราะความแตกแยกนี่เองที่ทำให้เยลโล่ซันตอนนั้นไม่มีอำนาจ(เพราะไม่มีจักรวรรดิเยลโล่ซันอยู่ในขณะนั้น)เป็นผลให้สนธิสัญญานี้สิ้นสุดลงด้วย อย่างไรก้ตาม เมืองลงกา ปาทาน กุรข่า กลายเป็นเนื้อเดียวกับเยลโล่ซัน ส่วนเกาเหลา ยุ่นปี่ ยังไม่เปลี่ยนแปลงเพราะมีความผูกพันะทางสายเลือด
ข้าหวังที่จะให้ทั้งโลกรวมเป็นหนึ่งภายใต้ธงเยลโล่ซัน โดยที่ไม่ต้องเสียเลือดเนื้อ ทำไมถึงเป็นอย่างงี้![]()
— ฮันไท่เต้
ไม่ต้องมาอ้าง ข้ารู้หรอกน่าว่าเจ้าต้องการฮุบเอาดินแดนทั้งโลกไป![]()
— ผู้นำสลาฟ
ถึงงั้นก้เถอะ เยลโล่ซันได้แก้ไขให้ประเทศเราพัฒนาเท่าประเทศเขา เขาไม่ได้เอาผลประโยชน์อะไรไปมากมาย แถมยังทำให้คนประเทศเรามีกินด้วย![]()
— อำมาตย์ชาวเ้กาเหลา