สามกร๊วก

จากไร้สาระนุกรมเสรี - อนึ่งบทความนี้ถูกแก้ไขได้โดยผู้ใช้ทั่วไป หากแป้กหรือเสื่อมประการใดทางเราไม่ขอรับผิดชอบใดๆทั้งสิ้น
(เปลี่ยนทางมาจาก สามก๊ก)
Wikisplode.gif
สำหรับผู้ที่ ไร้อารมณ์ขันสิ้นดี เหล่าผู้เชี่ยวชาญที่วิกิพีเดียมีบทความ
ที่โคตรมีสาระที่ ที่นี่!

นี่เป็นบทความเกี่ยวกับสามกร๊วกที่เป็นวรรณเกรียน ถ้าต้องการอ่านสามเกรียนที่เป็นเกมออกลาย ให้ไปดูที่ สามเกรียน

สามกร๊วกคือ นิยายตอแหลบันลือโลกของหลอกว้านจง ได้รับความนิยมมากมายจนผู้คนโดยเฉพาะชาวสารขัณฑ์เอาไปเชื่อเป็นตุเป็นตะว่าเป็นเรื่องจริง ทั้งๆที่แท้จริงแล้ว มันนิยายทั้งนั้นแหละ

สารบัญ

เหตุการสมัยสามกร๊วก ตาม เบจิศักราช[แก้ไข]

เบจิศักราช 168[แก้ไข]

พระเจ้าเลนต้วยหัวเข้ที่ชอบเสพสุขเป็นอาจิน ได้ขึ้นครองราชย์ในแผ่นดินจีน

เบจิศักราช 169[แก้ไข]

เเม่ทัพใหญ่เบาต๊วยเเละพวกเนิฟขันทีถูกสังหารเเละอีกพันกว่าาาาาาที่เกี่ยวข้องกินข้าวเเดง

เบจิศักราช 172[แก้ไข]

ซุกเกี๋ยน ได้ปราบโจรจนได้ฉายาหน้ากากพยัคฆ์เเห่งกังตั๋งเเละได้ปราบกบฏหนู ได้ถูกบัฟจากราชสำนัก

เบจิศักราช 174[แก้ไข]

จ้วยเฉียง ได้เป็นจ่าเฉยของเมืองลกเอี๋ยง ได้มีชื่อเสียงจากการอัดอาของขันทีนู้บเข้าถังเเดง

เบจิศักราช 175[แก้ไข]

ลูฟี่ ได้อาช่วยส่งไปเรียนกับครูอังคณาเเละได้พบกับเกี๊ยวซ่าจ้าน

เบจิศักราช 179[แก้ไข]

จ้วยเฉียงฟังคำทำนายจากหมักเเละได้เลื่อนขั้นเป็นเเอดไวเซอร์กับฮ่องเต้

เบจิศักราช 184[แก้ไข]

ในรัชสมัยของพระเจ้าเลนต้วยหัวเข้ (???) ทรงครองราชย์อย่างผิดวิธี ทำให้ราชการแผ่นดินรวนเร ราษฎรเดือดร้อนหิวโหยทุกหย่อมหญ้า ต่อมา ราษฎรทนไม่ไหว จึงรวมตัวกันเกิดเป็นกบฏโจรโพกผ้าเหลือง มีคนเข้าร่วมเป็นจำนวนมาก แม้แต่กองทเห่อก็ต้านทานไม่ได้ จึงมีประกาศขอความช่วยเหลือไปยังทั่วทุกเมือง

ที่เมืองตุ้นก้วนในปีนั้น ลูฟี่ (??), กวยอู (??) และตีเหียว (??) ได้มาพบกัน และพบว่าอุดมการณ์แทบทุกอย่างตรงกัน ทั้งสามจึงสาบานเป็นพี่น้องกันในสวนดอกทองแห่งหนึ่ง โดย ลูฟี่เป็นพี่ใหญ่ กวยอูเป็นคนรอง และตีเหียวเป็นน้องเล็ก

ทั้งสามถึงแม้นิสัยต่างกัน เกิดต่างวัน แต่ก็สมัครสมานสามัคคีกันดีเเละจะตายด้วยกัน ทั้งสามรวบรวมไพร่พลที่รักชาติได้ราว 5000 คนออกปราบโจร โดยลูฟี่ถนัดการใช้ดาบสองมือ กวยอูถนัดการควงง้าว 82 ชั่ง (ประมาณ 18.04 กิโลกรัม) ปลิดชีพศัตรู และตีเหียว ถนัดการใช้ทวนปลายงูเลื้อย ทัพของลูฟี่ รวมรบกับทัพอื่นๆ จนโจรพ่ายแพ้ไป ลูฟี่ได้รับรางวัลเป็นตำแหน่งนายอำเภอคงเหี่ยวเก๋า แต่ไม่นานก็ต้องย้ายออก เพราะตีเหียว น้องผู้วู่วามไปเฆี่ยนตกซิอิ๊ว เพราะไม่พอใจที่มาลงพฤติกรรมของลูฟี่

เบจิศักราช 187[แก้ไข]

ซุกเกี๋ยน ปราบโจรครูเสดที่ออกล่าชาวซลาตัน

เบจิศักราช 189[แก้ไข]

ลูฟี่ช่วยลูหนีปราบโจรเทรมปราเเละทิวทอนิค จนลูฟี่ได้เป็นเจ้าเมืองผิงเหยียบ พระเจ้าเลนต้วยหัวเข้เสด็จสวรรคต และทรงมีพระโอรสสองพรองค์ คือ หอยจูเปียก (ลูเปียก) พระโอรสองค์โต วัย 13 พรรษา และหอยจูเสียบ (ลูเสียบ) พระโอรสองค์เล็ก วัย 8 พรรษา ในวังหลวงเกิดการแตกแยกเป็นสองฝ่าย คือฝ่ายที่ต้องการให้หอยจูเปียกขึ้นเป็นกษัตริย์ ได้แก่ ราชินีโฮ พระมเหสีในพระเจ้าเลนต้วยหัวเข้ และนายพลโฮจิ๋น พระเชษฐาของราชินีโฮ

และอีกฝ่ายที่ต้องการให้หอยจูเสียบเป็นกษัตริย์ ได้แก่ พระพันปีตัง ผู้ที่เกลียดราชินีโฮ เพราะราชินีโฮก็เคยวางยาพิษสังหารพระสนมออง พระสนมของพระเจ้าเลนต้วยหัวเข้ และพระมารดาของหอยจูเปียก และเหล่าขันทีชั่ว 10 คน ที่จะได้ประโยชน์หากหอยจูเสียบเป็นกษัตริย์

นายพลโฮจิ๋น ยกหอยจูเปียกขึ้นเป็นกษัตริย์ และเริ่มคิดกำจัดเหล่าขันทีทั้ง 10 คนทิ้ง แต่ขันที่รู้ตัวก่อน จึงพยายามหาทางเอาตัวรอด แต่ไม่เป็นผล โฮจิ๋นถึงกับเรียกทัพจากหัวเมืองรอบนอกเข้ามากำจัดเหล่าขันที สุดท้าย พวกขันทีจึงลวงนายพลโฮจิ๋นไปสังหาร และสังหารได้สำเร็จ

จ้วยเฉียงในวัย 34 ปี ขณะนั้นเป็นนายทเห่อระดับกลางรับใช้นายพลโฮจิ๋น เมื่อทราบเรื่อง ก็สั่งทเห่อในบัญชา เผาประตูวัง บุกเข้าไปสังหารขันทีจนหมด ในขณะที่ฮ่องเต้หอยจูเปียก และเจ้าชายหอยจูเสียบ ถูกขันทีอุ้มตัวไว้เพื่อคุ้มครองตัว (ทเห่อจะได้ไม่ยิงตน เพราะอาจพลาดไปถูกฮ่องเต้หรือเจ้าชาย) แต่ผลสุดท้าย ขันทีคนนั้นวิ่งไปถึงมุมอับ จึงถูกทเห่อของจ้วยเฉียงรุมสกรรมจนเสียชีวิต ส่วนฮ่องเต้และเจ้าชายได้รับการคุ้มครองจากทเห่อของจ้วยเฉียงออกไปถึงนอกวังหลวงโดยปลอดภัย

แต่ว่า ในขณะนั้น ทัพของแม่ทัพตั๋งเจ็กเลี้ยว (??) ได้เดินทางมาถึงพอดี จึงอัญเชิญฮ่องเต้และพระอนุชาเสด็จกลับตำหนักราชวงศ์พร้อมตน แล้วให้ทเห่อของจ้วยเฉียงกลับไปทำงานต่อ แล้วโมเมว่าตนเป็นผู้คุ้มครองฮ่องเต้และพระอนุชาให้ปลอดภัย (แต่คนที่คุ้มครองจริงๆ คือทเห่อของจ้วยเฉียง) แล้วทูลขอความดีความชอบจากราชินีโฮ จนได้เข้ามาบริหารราชการเมืองหลวง

ตั๋งเจ็กเลี้ยวพยายามแสวงหาอำนาจอย่างมิรู้อิ่มเเละต้องการให้เจ้าชายหอยจูเสียบขึ้นเป็นฮ่องเต้เเต่ติ่งหงอนขัดค้านตั๋งเจ็กเลี๋ยวทำให้ตั๋งเจ็กเลี้ยวจะฆ่าทิ้งเเต่เขาเจอเลียปวย (??) ขุนศึกผู้เก่งกาจเรื่องการใช้ทวนมากที่สุดในแผ่นดิน เลยให้เลียสูชวนเลียปวยมาเป็นลูกเลี้ยงของตั๋งโดยให้ม้าเซ็กซ์ทาวน์เเละเงินมากมาย ทำให้เลียปวยฆ่าติ่งหงอนเเละได้มาร่วมงานกับตั๋งด้วย ทำให้ไม่มีใครในสภากล้าขัดใจตั๋งเจ็กเลี้ยว (มิฉะนั้น เลียปวยจะปรี่เข้ามาปลิดชีพขุนนางคนนั้นทันที) ตั๋งเจ็กเลี้ยวกำเริบถึงขั้นเปลี่ยนตัว ปลดฮ่องเต้หอยจูเปียก แล้วแต่งตั้งเจ้าชายหอยจูเสียบขึ้นเป็น พระเจ้าเหาเหี้ยนเต้ ใน เบจิศักราช 189 เเละได้ให้เลียรูสังหารหอยจูเปียกเเละราชินีโฮ

เบจิศักราช 190[แก้ไข]

จ้วยเฉียง มีแผนจะกำจัด ตั๋งเจ็กเลี้ยว แต่แผนถูกเลียรู ที่ปรึกษาผู้ชาญฉลาดและลูกเขยตั๋งเจ็กเลี้ยวล่วงรู้เข้า จ้วยเฉียงจึงรีบออกจากเมืองไปได้ทันอย่างหวุดหวิด และไปที่เมืองตันลิว เมืองเกิดของตน และเริ่มก่อกองทัพปฏิวัติเพื่อล้มล้างตั๋งเจ็กเลี้ยว มีชาวบ้าน และทัพจากเมืองต่างๆรวมแล้ว 18 เมืองมาร่วมและฝึกฝนกลยุทธ์วิธีต่างๆ โดยมีจ้วยเฉียงและเอาเสียวเป็นแกนนำ และสามพี่น้องแห่งสวนท้อ ก็มาร่วมรบ ในฐานะของทเห่อเมืองปักเพ้ง ซึ่งมีเกี๊ยวซ่าจ้านนำทัพ

กองทัพ 18 หัวเมืองพร้อมปฏิบัติการ ส่วนตั๋งเจ็กเลี้ยวให้ฮวยหยวยขยี้พวกมัน ทำให้กองทัพ18 หัวเมือง จัดการ แต่ด้วยความเป็นคนที่เห็นแก่ตัว โลเลไม่เข้มแข็ง หลงคำประจบสอพลอ ละโมบโลภมากของ เอาลึกสุด (??) เจ้าเมืองลำหยง ผู้ดูแลเสบียงในทัพสิบแปดหัวเมือง อิจฉาตาร้อนไม่อยากให้แม่ทัพคนอื่นๆ ชนะได้หน้า จึงแกล้งไม่ส่งเสบียงให้ หลายทัพที่ไปตีด่านสำคัญด่านต่างๆของตั๋งเจ็กเลี้ยวจึงแพ้กลับมา หนำซ้ำแม่ทัพที่หิวโหยก็ถูกทเห่อฝ่ายตั๋งเจ็กเลี้ยวปลิดชีพไปทีละคน สถานการณ์ทัพจึงย่ำแย่

ต่อมา กวนอู สามารถควบม้าไปสังหารฮวยหยวย ขุนศึกมือดีฝ่ายตั๋งเจ็กเลี้ยวมาได้ และสามพี่น้องแห่งสวนท้อสามารถเล่นงานเลียปวย แม่ทัพใหญ่ฝ่ายตั๋งเจ็กเลี้ยว จนเลียปวยต้องถอยหนี เป็นข่าวใหญ่ลือลั่นไปทั่วแดน ทำให้เลียรูเกรงว่าจะตั้งรับศัตรูไม่สะดวก จึงเสนอให้ตั๋งเจ็กเลี้ยวย้ายเมืองหลวงจากลกเอี๋ยงไปเตียงฮัน ตั๋งเจ็กเลี้ยวจึงสั่งเผาเมืองหลวงลกเอี๋ยงเพื่อไล่คนออกจากลกเอี๋ยง แล้วไปฆ่าเศรษฐีในลกเอี๋ยง และยึดเอาทรัพย์เศรษฐีมาสร้างเตียงฮัน นับเป็นการการทำที่เหี้ยมโหดมาก

เบจิศักราช 191[แก้ไข]

เมื่อทัพใหญ่รู้ว่าตั๋งเจ็กเลี้ยวเผาเมือง จ้วยเฉียงสั่งให้ทเห่อรีบติดตามไป แต่ เอาเสียว พี่ของเอาลึกสุด ซึ่งนิสัยของพี่น้องคู่นี้ไม่ต่างกัน ก็หาข้ออ้างว่าตอนนี้ทเห่อเพลียมาก ให้ทัพพักผ่อนก่อน แล้วค่อยไป จ้วยเฉียงเสียน้ำใจมาก จึงขอแยกกองทัพออกมาติดตามตั๋งเจ็กเลี้ยวไป แต่ก็ถูกเลียรูวางกับดักเล่นงานจนยับเยิน แม้ตัวจ้วยเฉียงก็บาดเจ็บ

ในขณะเดียวกัน ซุกเกี๋ยน ก็ได้พบกับตราหยกแผ่นดิน ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของกษัตริย์ จึงคิดโมเมเก็บไว้เองและตั้งตัวเป็นกษัตริย์ จึงไปอ้างว่าตนป่วย ขอยกทัพกลับ แต่ความล่วงรู้ไปถึงเอาเสียว เอาเสียวอิจฉา เมื่อซุกเกี๋ยนออกไปแล้วก็ส่งสารไปเกงจิ๋ว ให้เจ้าเมืองชื่อลูเปียว รบชิงตราหยกแผ่นดินคืนมา

ทัพที่เหลือจึงเสียความมั่นใจ เห็นเอาเสียวมีทีท่าไม่เอาไหน แถมจะแย่งชิงตราหยกแผ่นดินกับซุกเกี๋ยน แถมผู้นำดีๆ อย่างจ้วยเฉียงก็ไม่อยู่แล้ว จึงกระจายตังกันออกไปหมด ปิดฉากกองทัพปฏิวัติ ณ บัดนั้น

เบจิศักราช 192[แก้ไข]

เอาเสียว เมื่อบริหารทัพล้มเหลว ก็คิดยึดเมืองกิจิ๋ว ซึ่งอุดมสมบูรณ์ เหมาะกับการฟื้นฟูกำลังทเห่อในบัญชา จึงไปหลอกเจ้าเมืองว่าสามพี่น้องแห่งสวนท้อจะมารบชิงกิจิ๋ว จนเจ้าเมืองหลงเชื่อขอความช่วยเหลือจากเอาเสียว เอาเสียวจึงเข้าไปยึดเมืองกิจิ๋วได้ แต่ด้วยนิสัยของเอาเสียว ทำให้มีทเห่อรับไม่ได้ ไปสวามิภักดิ์กับคนอื่นอยู่เนืองๆ และหนึ่งในนั้นคือ จูล่ง ซึ่งหนีมาสวามิภักดิ์กับเกี๊ยวซ่าจ้าน ซึ่งต่อไปจะมีบทบาทสำคัญในเรื่องนี้

ต่อมา เอาเสียวเปิดศึกกับเกี๊ยวซ่าจ้าน กองทัพของทั้งคู่แข็งแกร่งมาก จนการรบยืดเยื้อ จนเลียรูได้ข่าวการรบ ก็เสนอให้ตั๋งเจ็กเลี้ยวสั่งระงับการรบ เพราะถ้ารบจนฝ่ายใดชนะ ฝ่ายนั้นจะฮึกเหิม และทั้งสองฝ่ายยังมีความคิดที่จะกำจัดตั๋งเจ็กเลี้ยวอยู่บ้าง หากทัพใดชนะ แล้วฮึกเหิมมารบกับทัพตั๋งเจ็กเลี้ยวอีก ตั๋งเจ็กเลี้ยวจะลำบาก ตั๋งเจ็กเลี้ยวจึงใช้อำนาจผู้สำเร็จราชการแทนองค์ฮ่องเต้ส่งสาส์นในนามฮ่องเต้ ให้เอาเสียวและเกี๊ยวซ่าจ้านเลิกรบกัน เอาเสียวและเกี๊ยวซ่าจ้านเห็นตราประทับสัญลักษณ์ประจำองค์ฮ่องเต้ จึงเชื่อฟัง เลิกรบกัน

ด้านซุกเกี๋ยน ซึ่งกำลังเป็นใหญ่ในแถบเมืองกังตั๋ง คิดมาล้างแค้นลูเปียว ที่เคยมารบชิงตราหยกแผ่นดินเมื่อครั้งที่ตนแยกตัวมาจากทัพ 18 หัวเมือง ลูเปียวจนตรอก จึงต้องคิดอุบายการศึก โดยใช้ซอกเขาเป็นจุดปฏิบัติการ หมายถ่วงเวลาและตัดกำลังทัพซุกเกี๋ยน แต่ไม่น่าเชื่อว่า ชะตาซุกเกี๋ยนคงถึงฆาต อุบายนี้ ได้สังหารซุกเกี๋ยนลงได้ใน เบจิศักราช 192 ขณะอายุ 36 ปี ทำให้ศึกจบลง และ ซุกเซ็กซ์ บุตรชายซุกเกี๋ยนในวัย 16 ปี ได้ครองแดนกังตั๋งต่อจากซุกเกี๋ยน

เมื่อซุกเกี๋ยน หนึ่งในแม่ทัพ 18 หัวเหมืองที่เคยหมายล้มตั๋งเจ็กเลี้ยวตาย ตั๋งเจ็กเลี้ยวจึงดีใจ กำเริบเสิบสานถึงขนาดสร้างเมืองใหม่ “เมย์หวู” ข้างๆเตียงฮัน สร้างสถานที่ และใช้ชีวิตดุจกษัตริย์ และเชิญคนแซ่ตั๋งทั้งประเทศมาอยู่ในเมย์หวู จนขุนนางชื่ออ้องดุ้น (??) ทนไม่ไหว จึงคิดใช้แผน “สาวง่ามล่มเมือง” โดยใช้ เตียวเสี้ยน (??) บุตรสาวบุญธรรมของตน

เมื่อเตียวเสี้ยนทราบแผน ก็ตอบตกลง และเริ่มแผนการ โดยตอนแรกอ้องดุ้นบอกยกเตียวเสี้ยนให้เลียปวย (โดยไม่ให้ตั๋งเจ็กเลี้ยวรู้) แต่ขอหาฤกษ์ก่อน แล้ววันต่อมา ก็บอกจะยกเตียวเสี้ยนให้ตั๋งเจ็กเลี้ยว (โดยไม่ให้เลียปวยรู้เช่นกัน) เพื่อให้ทั้งสองหมางใจกัน และเตียวเสี้ยนผู้งดงามก็ใช้มารยายุแยงให้ทั้งคู่แตกคอกัน จนในที่สุด เลียปวยและตั๋งเจ็กเลี้ยวได้ตัดขาดความสัมพันธ์กัน จนเมื่อความแตกแยกมาถึงที่สุด เบจิศักราช 192 วันที่ 22 พฤษภาคม เลียปวย ได้สังหารตั๋งเจ็กเลี้ยวสำเร็จ

เมื่อตั๋งเจ็กเลี้ยวเสียชีวิต เหล่าขุนนางบริวารตั๋งเจ็กเลี้ยวก็ถูกจัดการประหารสิ้น มีเพียงสี่คนที่รอดไปได้ คือ ลิฉุย กุยกี เตียวเจ และหวนเตียว ซึ่งทั้งสี่ได้หวนย้อนกลับมายึดเมืองเตียงฮัน และสังหารอ้องดุ้น และขึ้นครองอำนาจ และเลียปวย ก็ต้องร่อนเร่ออกไปจากเตียงฮัน เหล่าลูกน้องตั๋งเจ็กเลี้ยวได้ขึ้นเป็นผู้สำเร็จราชการแทนองค์ฮ่องเต้ และครองเมืองในนิสัยที่ไม่ต่างจากตั๋งเจ็กเลี้ยว

เมื่อคนที่ครองเมืองทำให้ประชาเดือดร้อน โจรโพกผ้าอนามัยก็กลับมาอาละวาดอีก จ้วยเฉียง ซึ่งตอนนี้มีทัพมโหฬารอยู่ในมือ เหล่าลูกน้องตั๋งเจ็กเลี้ยว ก็ใช้อำนาจผู้สำเร็จราชการแทนฮ่องเต้สั่งให้จ้วยเฉียงปราบโจรโพกผ้าอนามัย ครั้งนี้จ้วยเฉียงปราบสำเร็จ และได้รับความดีความชอบมากมาย

เบจิศักราช 193[แก้ไข]

จ้วยเฉียง เมื่อเป็นใหญ่ ก็คิดรับครอบครัวมาอยู่สบายๆ กับตน แต่ระหว่างทาง เตียวคี ลูกน้องของโตเกี๋ยม เจ้าเมืองชีจิ๋ว ทำนอกเหนือคำสั้งลักลอบออกไปปล้นขบวนครอบครัวจ้วยเฉียง และฆ่าครอบครัวจ้วยเฉียงหมกป่า แล้วเตียวคีก็หนีเข้าป่าไปใน เบจิศักราช 193

จ้วยเฉียงเมื่อรู้ก็โกรธมาก คิดยกทัพไปถล่มเมืองชีจิ๋ว แต่ลูฟี่ก็สงสาร รู้ว่าไม่มีใครรู้ ไม่มีใครเกี่ยวกับเตียวคีเลย ลูฟี่จึงเดินทางไปชีจิ๋ว เพื่อไกล่เกลี่ยกับจ้วยเฉียง แต่โตเกี๋ยมเกิดพึงพอใจในตัวลูฟี่ จึงคิดยกชีจิ๋วให้ลูฟี่ แต่ลูฟี่ปฏิเสธ

เบจศักราช 194[แก้ไข]

เลียปวย ซึ่งยังเร่ร่อนอยู่ก็ได้ยกทัพตีกุนจิ๋ว ซึ่งเป็นเมืองของจ้วยเฉียง จ้วยเฉียงจึงต้องยกทัพกลับไปป้องกันเมือง แต่จ้วยเฉียงก็ได้ทราบเรื่องว่าลูฟี่คิดปกป้องชีจิ๋ว จึงเริ่มมีความคิดหมางใจกับลูฟี่ด้วย

ไม่กี่เดือนต่อมา โตเกี๋ยมป่วยหนัก และเรียกลูฟี่มาพบ และขอร้องให้ครองชีจิ๋วต่อจากตน แล้วสิ้นใจตายลงทันที ลูฟี่ซึ่งปฏิเสธไม่ทันก็ต้องรับตำแหน่งเจ้าเมืองชีจิ๋ว ซึ่งทำให้จ้วยเฉียงโกรธจัดตัดไมตรีกับลูฟี่ลง เลียปวยแพ้จ้วยเฉียง จึงเดินทางมาขอความช่วยเหลือกับลูฟี่ ลูฟี่จึงได้ส่งเลียปวยไปดูแลเมืองเสียวพ่ายไปก่อน

เบจิศักราช 195[แก้ไข]

ตังสินเเละคนอื่นๆ ช่วยพระเจ้าเหาเหี้ยนเต้หนีไปยังลกเอี๋ยง จ้วยเฉียง ได้เป็นเเอดมิน เเละพาฮ่องเต้ไปตั้งราชธานีใหม่ที่ฮูโต๋

เบจิศักราช 196[แก้ไข]

มีข่าวลือว่า กลุ่มลูกน้องของตั๋งเจ็กเลี้ยว คิดปลงพระชนม์ พระเจ้าเหาเหี้ยนเต้ แล้วเป็นกษัตริย์เสียเอง เหล่าขุ่นนางจึงรีบทูลเชิญพระเจ้าเหาเหี้ยนเต้เสด็จลี้ภัยออกจากเตียงฮันเป็นการด่วน และส่งสาส์นไปหาจ้วยเฉียง ให้รีบมาช่วยค้ำจุนฮ่องเต้

เมื่อฮ่องเต้มีภัย จ้วยเฉียงหยุดการรบทุกอย่าง ยกทัพมาตีกลุ่มลูกน้องตั๋งเจ็กเลี้ยวจนแพ้ไป แต่ก็ทำให้เตียงฮันเสียหาย และลกเอี๋ยงเมืองหลวงเก่าก็โดนตั๋งเจ็กเลี้ยวเผาราบคาบ จ้วยเฉียงจึงทูลฮ่องเต้ให้ตั้งเมืองหลวงขึ้นใหม่ที่เมืองฮูโต๋ ทัพจ้วยเฉียงเดินทางคุ้มกันฮ่องเต้มาถึงฮูโต๋ และจ้วยเฉียงก็ตั้งตนเป็นมหาอุปราช

หลังจากนั้น จ้วยเฉียงก็ได้วางแผนพยายามให้เลียปวยและลูฟี่แตกคอกันหลายแผน แต่ไม่สำเร็จ จนวันหนึ่ง จ้วยเฉียงได้วางแผนส่งสาส์นในนามกษัตริย์ให้ลูฟี่ไปตีลำหยงของเอาลึกสุด ลูฟี่จึงจำต้องยกทัพ โดยตีเหียวอยู่เฝ้าชีจิ๋ว

แต่นิสัยวู่วามก็ทำให้ตีเหียวเผลอไปทำร้ายนายทเห่อนายหนึ่ง ทำให้นายทเห่อน้อยใจหนีไปเข้าพวกเลียปวย พาเลียปวยมาบุกยึดชีจิ๋วจนสำเร็จในคืนนั้น แต่เลียปวยก็ได้ยกเมืองเสียวพ่ายของตนให้ลูฟี่แทน


ปลายเบจิศักราช 196 ซุกเซ็กซ์ได้นำตราหยกแผ่นดินของบิดาไปจำนำทเห่อ 3,000 นายกับเอาลึกสุด และได้เดินทางไปหาเพื่อนสนิทที่เก่งสงครามชื่อ เจี้ยวยุ่ย และด้วยคำแนะนำของเจี้ยวยุ่ย ทำให้ทัพซุกเซ็กซ์สามารถขยายอาณาเขตได้กว้างขวางและรวดเร็ว แต่เมื่อคิดจะไถ่ตราหยกแผ่นดินคืน เอาลึกสุดกลับไม่ยอมให้ไถ่คืน

ทางด้านลูฟี่หลังเสียชีจิ๋วก็ยังไม่คิดจะไปยึดชีจิ๋วคืน สองเมืองอยู่กันอย่างสงบได้สักพัก ตีเหียวก็ส่งทเห่อไปขโมยม้าของเลียปวยมา ทำให้เลียปวยซึ่งมีนิสัยไม่ซื่อคิดแค้นถึงขั้นทำสงครามแตกหักกับลูฟี่ ลูฟี่จึงพาน้องทั้งสองออกจากเสียวพ่ายไปพึ่งจ้วยเฉียงที่เมืองฮูโต๋

จ้วยเฉียงแม้ไม่อยากรับ แต่ด้วยราษฎรกำลังมองว่าจ้วยเฉียงเป็นคนดีที่ช่วยฮ่องเต้ หากไม่รับ ภาพลักษณ์จะเสื่อม จึงต้องรับสามพี่น้องเข้าเมือง

เบจิศักราช 197[แก้ไข]

เอาลึกสุดใช้ตราหยกแผ่นดินออกประกาศตนเป็นฮ่องเต้ และเตียวสิ้วแห่งอ้วนเซีย และลูเปียวแห่งเกงจิ๋วร่วมมือกันคิดบุกฮูโต๋ เมื่อจ้วยเฉียงทราบก็ตัดสินใจยกกกองทัพไปตีเตียวสิ้วก่อนจนเตียวสิ้วยอมแพ้ และจ้วยเฉียงก็นำเจ๋าซือ อาสะใภ้ของเตียวสิ้วมาเป็นภรรยาตน แล้วยกทัพไปตีเมืองลำหยงทีหลัง ซึ่งครั้งนี้ เลียปวย ลูฟี่ และซุกเซ็กซ์ ลืมความแค้นที่มีต่อกันลงชั่วคราว หันมาร่วมมือกันกำจัดเอาลึกสุด เอาลึกสุดเห็นว่าสู้ไม่ได้แน่ จึงหนีเตลิดไป

เบจิศักราช 198[แก้ไข]

เตียวสิ้ว ซึ่งคิดแค้นในใจที่จ้วยเฉียงพรากเจ๋าซือไป ซึ่งเป็นการหยามเกียรติอย่างรุนแรง จึงวางแผนฆ่าจ้วยเฉียง และเมื่อเริ่มทำตามแผน ทัพจ้วยเฉียงพ่ายยับ บุตรชาย หลานชาย และภรรยาของจ้วยเฉียงตาย แต่จ้วยเฉียงรอดไปได้

ทางด้านเลียปวย เมื่อลูฟี่เสร็จศึกกับเอาลึกสุด ก็เริ่มโจมตีลูฟี่ แต่ในเมืองชีจิ๋วของเลียปวยนั้นมีไส้ศึก เลียปวยถูกหลอกจนไส้ศึกยึดเมืองชีจิ๋วและเสียวพ่ายได้จากเลียปวย เลียปวยเมื่อรู้ว่าเสียเมืองไป 2 เมือง ก็สั่งทเห่อยึดเมืองแห้ฝือที่อยู่ใกล้ๆ เป็นที่ตั้งมั่นในการคิดการต่อไป แต่จ้วยเฉียงก็ยกทัพตามมาล้อมแห้ฝือไว้ ทำให้เลียปวยคิดจะสวามมิภักดิ์กับจ้วยเฉียง

แต่ตันก๋ง บริวารคนสำคัญของเลียปวย มีความแค้นกับจ้วยเฉียง จึงยุเลียปวยไม่ให้สวามิภักดิ์กับจ้วยเฉียง เลียปวยจึงไม่ยอมออกจากแห้ฝือ จ้วยเฉียงจึงสั่งพังเขื่อนทีอยู่ใกล้ๆ แห้ฝือ ทำให้ระดับแม่น้ำในแห้ฝือสูงขึ้นท่วมบ้านเรือนจนเดือดร้อน ไม่นาน เลียปวยก็แพ้ ถูกจับตัวส่งจ้วยเฉียง

เบจิศักราช 199[แก้ไข]

เลียปวยถูกประหารชีวิต และจ้วยเฉียง ก็นำลูฟี่ไปเข้าเฝ้าพระเจ้าเหาเหี้ยนเต้ ซึ่งเมื่อตรวจสอบแล้ว พบว่าลูฟี่มีศักดิ์เป็นถึงพระเจ้าอาของพระเจ้าเหาเหี้ยนเต้เลยทีเดียว ทำให้ทราบว่าลูฟี่มีเชื่อสายราชวงศ์เฮี้ยจริงๆ

ด้านจ้วยเฉียง เริ่มออกอาการระแวงว่าจะมีลูกน้องของตนที่ไม่ภักดีต่อตน จึงคิดสร้างบารมีเพื่อข่มขวัญ แต่วิธีของจ้วยเฉียงนั้น ไปข่มบารมีและสร้างความเจ็บช้ำให้แก่พระเจ้าเหาเหี้ยนเต้ จนถึงกับทรงกรีดนิ้วเขียนราชโองการเลือดให้ตั้งขบวนการล้างจ้วยเฉียง ซึ่งมีตังสิน จูฮก จูลัน ตันอิบ โงห้วน ม้าเท้ง และลูฟี่

ขณะนั้น ทัพของเอาลึกสุด ปราบเกี๊ยวซ่าจ้านได้ และเตรียมนำตราหยกแผ่นดินไปให้เอาเสียว แต่ก็ถูกลูฟี่ยกทัพไปถล่มแหลก เอาลึกสุดเจ็บใจในวาสนาจนกระอักเลือดตาย และลูฟี่ก็เข้าปกครองเมืองชีจิ๋วไม่ยอมกลับฮูโต๋ ทางจ้วยเฉียงก็กังวลเรื่องราชโองการเลือดกำจัดตนพอดี จึงตัดสัมพันธ์ทุกอย่างที่ตนเคยมีกับลูฟี่

ไม่นาน จ้วยเฉียงก็พบราชโองการเลือดของพระเจ้าเหาเหี้ยนเต้ และสั่งประหารตังสิน จูฮก จูลัน ตันอิบ โงห้วน เสีย และบุกบ้านตังสินดึงตังกุยฮุย น้องสาวตังสิน ที่เป็นสนมคนโปรดของประเจ้าขนหีเหี้ยนเต้ซึ่งกำลังตั้งครรภ์ 5 เดือนมาประหารเสียอีก ซ้ำยังประกาศห้ามพระญาติและราชนิกูลเข้าวังก่อนได้รับอนุญาตจากจ้วยเฉียง ผู้ใดฝ่าฝืนต้องโทษประหารชีวิต

เอาเสียว ได้รับราชโองการจากพระเจ้าเหาเหี้ยนเต้ ขอร้องให้เอาเสียวยกทัพไปปราบจ้วยเฉียง โดยมีลูฟี่และซุกเซ็กซ์ร่วมมือ เอาเสียวยกทัพมาเตรียมบุกฮูโต๋ของจ้วยเฉียง แต่บุตรคนเล็กจู่ๆก็ป่วย และด้วยเหตุผลนี้ เอาเสียวขอ “พักรบ”

เบจิศักราช 200[แก้ไข]

ลูฟี่วางแผนปล้มสะดมจ้วยเฉียง แต่จ้วยเฉียงไหวตัวทัน จึงสามารถตั้งรับได้ ซ้ำยังจับกวยอูไปอยู่กับตนได้อีก แต่เมื่อกวยอูรู้ว่าลูฟี่อยู่ที่ใด ก็ทิ้งจดหมายลาและควบม้าออกจากเมืองฮูโต๋กลับไปคืนดีกับลูฟี่ และจูล่งที่เคยอยู่กับเกี๊ยวซ่าจ้าน ก็มาพบลูฟี่ และได้ขอร่วมมือกับลูฟี่

ไม่นานต่อมา ซุกเซ็กซ์ ถูกธนูพิษสวาท ซึ่งการรักษาจะต้องระงับอารมณ์โทสะให้ได้ 100 วัน แต่ซุกเซ็กซ์ทำไม่ได้ ขาดใจตายขณะอายุ 25 ปี ทำให้ซุกกวย น้องชายซุกเซ็กซ์ในวัย 18 ปี ได้ครองเมืองแทน

ตอนนี้ ทั้งสามฝ่าย มีทัพที่เข้มแข็ง แต่ลูฟี่และซุกกวยรู้ดีว่า ร่วมงานกับเอาเสียวแล้วเป็นเช่นไร (จากการตั้งกองทัพปราบตั๋งเจ็กเลี้ยว) จึงไม่เอาด้วย ยกเลิกสัญญาพันธมิตร เอาเสียวประชดชีวิตด้วยการเกณฑ์ทัพจากเมืองในปกครองของตนมา 7 แสนคน บุกฮูโต๋เอง ในขณะที่จ้วยเฉียงมี 7 หมื่นคน ทำให้เอาเสียวย่ามใจ คิดแต่จะใช้กำลังสู้ แต่จ้วยเฉียงใช้รถขว้างหินกำจัด ใช้สติปัญญาแอบเผาเสบียงตัดกำลัง และวิธีต่างๆอีกเยอะ จนชนะเอาเสียวได้ เอาเสียวถอยกลับกิจิ๋ว และเจ็บใจหนักจนล้มป่วยลง

เบจิศักราช 201[แก้ไข]

ลูฟี่เตรียมตีฮูโต๋จากจ้วยเฉียง จ้วยเฉียงจึงถอยทัพมาฮูโต๋ สู้กับลูฟี่ แต่ครั้งนี้ ลูฟี่แพ้ แต่หนีไปได้ จึงหนีไปเกงจิ๋ว เพื่อชวนเจ้าเมืองลูเปียว ร่วมมือกันทำศึกต่อ

เบจิศักราช 202[แก้ไข]

เอาเสียวล้มเหลวในการบริหารทั้งกองทัพและบ้านเมือง ความกังวลหนักทำให้อาการป่วยหนักขึ้นจนเสียชีวิต เอาเฉียงบุตรคนเล็ก ได้ขึ้นครองเมืองต่อจากเอาเสียว แต่เอาถลอก บุตรชายคนโตไม่ยอม จึงเกิดศึกพี่น้องขึ้น ทำให้จ้วยเฉียง ฉวยโอกาสบุกเข้าเมืองของเอาเฉียงและเอาถลอก

เบจิศักราช 203[แก้ไข]

จ้วยเฉียงชนะยึดเมืองกิจิ๋วของเอาเฉียงได้

เบจิศักราช 205[แก้ไข]

ลูเปียวแต่งตั้งให้ลูฟี่ไปเป็นเจ้าเมืองซินเอี๋ย

เบจิศักราช 207[แก้ไข]

ลูเงี่ยน บุตรคนสำคัญของลูฟี่ถือกำเนิดขึ้น แต่ในขณะนั้น จ้วยเฉียง ขยายเขตแดนไปทั่วภาคเหนือของเจี๊ยวแล้ว เป็นที่ครั่นคร้าม แต่ในปลายปี ลูฟี่ก็ได้ ขงหมอย ในวัย 26 ปี เข้าร่วมทัพ ซึ่งขงหมอยเป็นมันสมองสำคัญของทัพลูฟี่ต่อไปในภาคหน้า ลูฟี่ปรนนิบัติขงหมอยราวกับเป็นอาจารย์ ทั้งๆ ที่ลูฟี่มีอายุถึง 46 ปี ทำให้น้องทั้งสองไม่ยอมรับขงหมอย

เบจิศักราช 208[แก้ไข]

จ้วยเฉียงส่งแฮหัวตุ้น แม่ทัพระดับพระกาฬมาตีซินเอี๋ยพร้อมทเห่อ 100,000 คน แต่ขงหมอยออกอุบายมหรรศจรรย์ตีแฮหัวตุ้นแพ้ในคืนเดียว ทั้งคู่จึงยอมรับและยกย่องในตัวขงหมอย

จ้วยเฉียงเมื่อทราบเรื่องก็นำทัพ 1 ล้านล้านคน บุกซินเอี๋ย ลูจ๋องซึ่งครองเกงจิ๋วกลัวจ้วยเฉียงจะตีเมืองตนไปด้วย จึงออกมายกเกงจิ๋วให้จ้วยเฉียง จ้วยเฉียงนำทัพที่เมืองของลูจ๋องมารวมกับตน ทำให้ทัพจ้วยเฉียงเพิ่มเป็น 2 ล้านล้านคน ซึ่งการรบในครั้งต่อไปนี้ จะเป็นการรบที่นำไปสู่ ศึกผาแดง อันยาวนาน และการเกิดศึกผาแดง ถือเป็นจุดแตกหักที่นำแผ่นดินเจี๊ยวสู่การเป็นสามกร๊วกโดยสมบูรณ์

ลูฟี่จึงรีบอพยพราษฎรออกจากซินเอี๋ย แล้วขงหมอยก็ใช้มันสมองวางกับดักตัดกำลังทัพจ้วยเฉียงเพื่อให้ลูฟี่และราษฎรหนีไปให้ไกล ทางด้านจ้วยเฉียงเมื่อเสียทีก็รีบนำทัพตามลูฟี่ไป แต่ด้วยความที่มีราษฎรมาก ทำให้คาราวานของลูฟี่เดินทางได้ช้า ผิดกับทัพทเห่อที่ฝึกมาอย่างดีของจ้วยเฉียง ที่เดินทางได้รวดเร็วกระชั้นชิด

ลูฟี่ให้กวยอูไปขอความช่วยเหลือจากเมืองกังแฮ แต่กวยอูไปไม่ส่งข่าว ลูฟี่เป็นห่วงจึงให้ขงหมอยออกไปสืบ แต่ในระหว่างที่ขงหมอยไม่อยู่ จ้วยเฉียงก็ตามมาทันลูฟี่ นำทัพสังหารราษฎรของลูฟี่ไปกว่าครึ่ง ก่อนที่ลูฟี่และราษฎรที่รอดจะหนีไปได้

ทัพจ้วยเฉียงยังไม่ลดละ ตามลูฟี่ต่อไปอีก จนเมื่อลูฟี่กำลังเข้าตาจนอีกครั้ง กวยอูและขงหมอย กลับมาพร้อมทัพใหญ่ช่วยลูฟี่ไว้ได้ทันเวลา และพาลูฟี่และราษฎรไปพักที่กังแฮ

หลังจากนั้น ขงหมอยก็วางกับดักสารพัดที่แต่ละครั้งเล่นงานจ้วยเฉียงเสียยับเยิน ทั้งการยุยงให้ซุกกวยหมางใจไปรบกับจ้วยเฉียงบ้าง การวางกับดักโดยใช้ทัพฝ่ายตนเองบ้าง จนกระทั่งทัพ 2 ล้านล้านคนของจ้วยเฉียงถูกเล่นงานจนเหลือ 10 คน

เบจิศักราช 209[แก้ไข]

ภรรยาลูฟี่เสียชีวิต ซุกกวย จึงคิดเอาน้องสาวของตนล่อลูฟี่มาสังหาร โดยจะอ้างว่าขอเชิญลูฟี่มาแต่งงานกับน้องสาวของตนที่แคว้นของซุกกวย แต่ขงหมอย ก็ออกอุบายตลบหลังจนชนะใจน้องสาวของซุกกวยได้ และลูฟี่ได้น้องสาวซุกกวยมาเป็นภรรยาจริงๆ และไม่เกิดอันตรายใดๆ ต่อลูฟี่เลย

เบจิศักราช 210[แก้ไข]

ลูฟี่เดินทางกลับมาครองเมืองเกงจิ๋ว และในปีนั้น ขงหมอยก็วางอุบายต่างๆ เล่นงาน เจี้ยวยุ่ย ที่เป็นมันสมองของฝ่ายง่อกร๊วกของซุกกวย จนวันหนึ่ง เจี้ยวยุ่ยถูกยิงโดยธนูพิษ ที่การจะรักษาจะต้องระงับอารมณ์โกรธให้ได้ 100 วัน แต่เจี้ยวยุ่ยก็ถูกอุบายของขงหมอยยั่วความโกรธอยู่ตลอด จนเจี้ยวยุ่ยทนไม่ไหว เกิดความโกรธขึ้นจนพิษกำเริบขาดใจตายไปด้วยวัย 35 ปี

เบจิศักราช 211[แก้ไข]

บังทอง เพื่อนเก่าของขงหมอย ที่มีสติปัญญาไม่ยิ่งหย่อนไปกว่ากันนัก ได้พบกับขงหมอยในงานศพเจี้ยวยุ่ย และไม่นาน ขงหมอยก็เกลี้ยกล่อมให้บังทอง มาทำงานเป็นมันสมองให้ลูฟี่ร่วมกับตนได้สำเร็จ

ต่อมา ซุกกวยคิดจะตียึดเมืองเกงจิ๋วของ ลูฟี่ จึงให้ทเห่อไปนำตัวน้องสาวของตนซึ่งเป็นภรรยาลูฟี่มา โดยอ้างว่านาง ง่อกร๊วกไท่ มารดาของนางป่วยหนัก ซุกกวยได้น้องสาวกลับมา จึงเริ่มเตรียมทัพโจมตีเกงจิ๋ว

เบจิศักราช 212[แก้ไข]

ม้าเท้ง แห่งเมืองเสเหลียง หนึ่งในผู้ต่อต้าน จ้วยเฉียง ถูกจ้วยเฉียงลวงมาสังหารจนจบชีวิตลงด้วยวัย 56 ปี แต่เมื่อ ม้าเฉียว บุตรชายม้าเท้งทราบเรื่อง ก็ยกทัพมาโจมตีจ้วยเฉียงจนแตกพ่ายไปหลายครั้ง แต่เมื่อจ้วยเฉียงใช้แผนยุแหย่ให้ทัพม้าเฉียวแตกคอกันกลับได้ผล ม้าเฉียวพลาดท่าถูกจ้วยเฉียงตีแตกพ่ายไป จนต้องหนีไปเข้ากับเตียวฬ่อ แห่งเมืองฮันต๋ง

เบจิศักราช 213[แก้ไข]

จ้วยเฉียง ยกตัวเองจากตำแหน่งมหาอุปราช(Duke) เป็นตำแหน่งวุยก๋ง (Grand Duke) ซึ่งสูงแทบทัดเทียมฮ่องเต้ และยกทัพมารบกับ ซุกกวย ทำให้ซุกกวยต้องใช้ทัพที่เตรียมมาเพื่อตีเกงจิ๋ว มาสู้กับจ้วยเฉียงแทน แต่เมื่อถึงฤดูฝน ก็มีน้ำท่วม ทั้งสองฝ่ายก็เลิกรากันไปเอง

ปีเดียวกัน แคว้นหวูของซุกกวยออกอุบายยุแหย่ให้ลูเจี้ยงและเตียวฬ่อที่อยู่ฝ่ายลูฟี่นั้นคลางแคลงใจต่อลูฟี่ จนลูเจี้ยงผู้ระแวง ประกาศตนเป็นศัตรูกับลูฟี่ ลูฟี่โกรธจัดยกทัพเตรียมไปโจมตีเสฉวนที่ลูเจี้ยงครอบครองอยู่ โดยเมืองเกงจิ๋วมีขงหมอยดูแล จนยึดปราการสำคัญของเสฉวนได้แทบทั้งหมด และเดินทางต่อเพื่อไปเรื่อยๆ

เบจิศักราช 214[แก้ไข]

บังทองถูกลอบสังหารระหว่างเดินทัพ จบชีวิตลงด้วยวัย 36 ปี ทำให้กองทัพลูฟี่ขาดสมองสำคัญไป ดังนั้นเมื่อ ขงหมอย ทราบ จึงฝาก กวยอู ดูแลเกงจิ๋วแทนตน โดยให้ จูล่ง และ ตีเหียว ยกทัพไปตามคำของตน เมื่อทัพขงหมอยมาเสริมกับลูฟี่ กองทัพลูฟี่ก็มีอานุภาพสูงขึ้น และเมื่อขงหมอยเกลี้ยกล่อมจน ม้าเฉียว เปลี่ยนมาอยู่ฝ่ายลูฟี่ได้ ก็ยิ่งเอื้ออำนวยให้ลูฟี่เข้าไปอีก

เบจิศักราช 215[แก้ไข]

ลูฟี่ชนะลูเจี้ยงและขึ้นเป็นเจ้าเมืองเสฉวน ต่อมา ทางด้านซุกกวยก็เตรียมทัพไปยึดเกงจิ๋วจากลูฟี่อีกครั้ง แต่ยังไม่ทันไร จ้วยเฉียงก็เตรียมยกทัพมาโจมตีซุกกวยอีกครั้ง ทัพที่ซุกกวยเตรียมไว้สู้ลูฟี่ ก็ต้องเปลี่ยนไปใช้สู้กับทัพจ้วยเฉียงอีกครั้ง

เบจิศักราช 216[แก้ไข]

จ้วยเฉียงทำท่าต้องการจะยกตัวเองจากตำแหน่งวุยก๋ง เป็นวุยอ๋อง (Arch Duke) ซึ่งถือได้ว่าเป็นศักดิ์ที่อยู่สูงมาก จนพระเจ้าเหาเหี้ยนเต้เริ่มกังวลในตำแหน่งตน จึงเขียนสาส์นไปให้พระมเหสีช่วยกันคิดแผนกำจัดจ้วยเฉียงที แต่เมื่อจ้วยจ้วยทราบเรื่อง ก็จับพระมเหสีและคนในครอบครัวประหารจนหมด แล้วยกบุตรสาวของตนเป็นมเหสีของพระเจ้าเหาเหี้ยนเต้แทน ทำให้จ้วยเฉียงกลายเป็นพ่อตาของพระเจ้าเหาเหี้ยนเต้ไปในตัว

เมื่อจ้วยเฉียงมีอำนาจล้นฟ้า ก็จัดการคนที่ไม่เห็นด้วยกับตนจนหมด และเตรียมทัพเพื่อบุกยึดเสฉวน แต่ขงหมอย ก็ออกอุบายให้ซุกกวยหลงเชื่อ จนเผลอยกทัพมาตีเมืองของจ้วยเฉียง ทำให้จ้วยเฉียงโกรธ เปลี่ยนเป้าจากเมืองเสฉวนเป็นรบกับซุกกวย จนทั้งสองฝ่ายบอบช้ำหนักจนเลิกราศึกกันไปเอง หลังเสร็จศึก จ้วยเฉียงก็ได้รับตำแหน่งวุยอ๋อง

เบจิศักราช 217[แก้ไข]

ลูฟี่ยกทัพมาตีเมืองฮันต๋งของจ้วยเฉียง จ้วยเฉียงใช้ขุนศึกหลายคน แต่สติปัญญาของขงหมอย ก็เล่นงานจ้วยเฉียงจนแตกพ่ายไม่เป็นท่าไปหลายครั้งเช่นกัน

เบจิศักราช 219[แก้ไข]

จ้วยเฉียงแพ้ ยกทัพกลับ ทำให้ลูฟี่ขึ้นครองฮันต๋ง ซึ่งภายหลัง คนรอบข้างต่างพร้อมใจสถาปนาลูฟี่ เป็นอ๋องแห่งแคว้นฉู่เหมือนจ้วยเฉียง จ้วยเฉียงโกรธจัด จึงยกทัพมาตีเสฉวน และส่งสาส์นไปบอกให้ซุกกวยยกทัพมาตีเกงจิ๋วพร้อมๆ กัน เพื่อให้ลูฟี่ถูกโจมตีพร้อมกันสองด้าน แล้วโอกาสแพ้ของลูฟี่จะเพิ่มขึ้น

ขงหมอย แม้จะวางอุบายต่างๆ ไว้ แต่ด้วยความที่ครั้งนี้ ซุกกวยได้ที่ปรึกษาที่ฉลาดพอใช้มาร่วมงานหลายคน ประกอบกับขุนศึกที่สำคัญของลูฟี่ อย่าง กวยอู ตีเหียว ต่างเริ่มชรา สังขารเริ่มไม่อำนวย จนผลสุดท้ายต้องเสียเกงจิ๋วไป และกวยอูถูกซุกกวยจับตัว และในปีนั้นเอง กวยอูก็ถูกซุกกวยสั่งประหาร ลูฟี่เสียใจมาก เตรียมทัพเพื่อรอจังหวะเหมาะไปล้างแค้นซุกกวย

เบจิศักราช 220[แก้ไข]

จ้วยเฉียงป่วยหนัก และเริ่มเกิดอาการประสาทหลอน เห็นวิญญาณของคนที่ถูกตนฆ่ามาหลอกหลอน จนเสียชีวิตไปในวัย 65 ปี หลังจากนั้น จ้วยผี รับตำแหน่งวุยอ๋องต่อจากพ่อ แต่จ้วยผีเหิมเกริม ขับไล่ พระเจ้าเหาเหี้ยนเต้ ออกจากบัลลังก์กษัตริย์ และจ้วยผีขึ้นเป็นฮ่องเต้แห่งแคว้นวุยเสียเอง ทำให้เหล่าประชาชนที่ภักดีต่อเฮี้ยก็เริ่มหว่านล้อมลูฟี่ให้รับตำแหน่งฮ่องเต้แคว้นฉู่

เบจิศักราช 221[แก้ไข]

ลูฟี่ยอมรับตำแหน่งพระเจ้าลูฟี่แห่งแคว้นฉู่ และเตรียมทัพไปล้างแค้นซุกกวยที่เป็นคนประหารกวยอู แต่ทว่า ความดุดันมุทะลุของตีเหียว ให้คำสั่งกับแม่ทัพในสิ่งที่เป็นไปไม่ได้ ทำให้แม่ทัพคิดทรยศสังหารตีเหียวไป และนำศีรษะตีเหียวไปให้ซุกกวย ทำให้ลูฟี่เสียใจและโกรธแค้นมาก นำทัพ 7 คนมุ่งไปหมายทำลายแคว้นของซุกกวย โดยไม่ฟังคำค้านของขงหมอยเลย

เบจิศักราช 222[แก้ไข]

ซุกกวยได้รับตำแหน่งอ๋องแคว้นหวู ไม่ฟังคำขงหมอย ลูฟี่แพ้ยับเยินกลับมา ทำให้ในใจรู้สึกอัปยศนัก แก้แค้นให้น้องไม่ได้ แถมยังพาทเห่อมาตายเป็นหมื่น ทำให้ลูฟี่ล้มป่วยลง

เบจิศักราช 223[แก้ไข]

ลูฟี่เสียชีวิตลงด้วยวัย 62 ปี โดย ลูเงี่ยน ขึ้นครองแคว้นฉู่แทนลูฟี่ และขงหมอย ไปผูกมิตรกับซุกกวย เพื่อผนึกกำลังสองแคว้นต้านจ้วยผี มันสมองของขงหมอย ช่วยแผ่นดินฉู่ของลูเงี่ยนและแผ่นดินหวูของซุกกวยให้เจริญเรื่อยมา

เบจิศักราช 226[แก้ไข]

จ้วยผีเสียชีวิตลงด้วยวัย 39 ปี และ จ้วยยอย ครองราชย์แทน

เบจิศักราช 229[แก้ไข]

ซุกกวย ได้เป็นจักรพรรดิแคว้นหวู ทำให้แผ่นดินเจี๊ยวมีฮ่องเต้ถึง 3 พระองค์ ได้แก่ ลูเงี่ยนแห่งแคว้นฉู่, จ้วยยอยแห่งแคว้นเว่ย์ และซุกกวยแห่งแคว้นหวู

ทางด้านขงหมอย ก็ยังปฏิบัติหน้าที่รบกับแคว้นเว่ย์ ที่ตอนนี้มีจ้วยยอยครองราชย์อยู่อย่างไม่หยุดหย่อน แต่ในขณะนั้น ขงหมอยเริ่มมีสุขภาพที่อ่อนแอลงเรื่อยๆ

เบจิศักราช 234[แก้ไข]

ขงหมอยเสียชีวิตในค่ายกองทัพด้วยวัย 53 ปี เพราะถูกซี๊ดอ้ายี้ ฆ่าโดยการขับคัททุตช่าเเละยิงขีปนาวุขบึ้มทิ้งใช่ที่ไหนละ ขงหมอยเสียชีวิตเพราะทำงานหนักมากๆตางหาก แต่ก่อนเสียชีวิต ก็ได้สั่งเสียเป็นกลลวงที่คอยลวงบ่อนทำลายทัพแคว้นเว่ย์ได้นานหลายปี แต่ทว่า การตายของขงหมอย ทำให้มีขงอยู่คอยสอนลูเงี่ยน ลูเงี่ยนจึงกลายเป็นคนที่ได้ครองราชย์ตามประเพณี ปกครองดี ออกนโยบาย ทำให้แคว้นฉู่เริ่มเเข็งเเกร่งจากภายใน

เบจิศักราช 239[แก้ไข]

จ้วยยอยเสียชีวิตลงด้วยวัย 34 ปี โดย จ้วยฮอง ครองราชย์แทน

เบจิศักราช 252[แก้ไข]

ซุกกวย เสียชีวิตด้วยวัย 70 ปี โดย ซุกเหลียง ขึ้นครองราชย์แทน

เบจิศักราช 254[แก้ไข]

จ้วยฮอง ถูกยึดอำนาจจากขุนพล ซี๊ดอ้าจู๋ และ ซี๊ดอ้าเจี๊ยว โดยให้ จ้วยมอ ครองราชย์แทน

เบจิศักราช 260[แก้ไข]

จ้วยมอ เสียชีวิตในวัย 18 ปี โดยมี จ้วยฮวน ครองราชย์ต่อ และ ซุกเหลียง เสียชีวิตในวัย 17 ปี โดย ซุกฮิว ครองราชย์ต่อ

เบจิศักราช 262[แก้ไข]

ซี๊ดอ้าเจียวเห็นความเเข็งเเกร่งของลูเงี่ยน จึงเริ่มจัดเตรียมทัพมาโจมตีเสฉวนของลูเงี่ยน ลูเงี่ยนก็ได้เตรียมการรบอย่างรัดกุมเเละใช้เชอรี่ ตำกวดพ่นไฟใ่สกองทัพ เเละลูเงี่ยนนำกองทัพโจมตีวุยกร๊วก

เบจิศักราช 263[แก้ไข]

ลูเงี่ยนบุกถึงลัวหยาง จ้วยฮวนเห็นว่าจวนตัว จึงออกมาคำนับยกแคว้นวุยให้กุยเอียงเสีย

เบจิศักราช 264[แก้ไข]

ซุกฮิว เสียชีวิตด้วยวัย 29 ปี โดย ซุกโฮ ครองราชย์ต่อ แต่ทรงพระพฤติตนไม่อยู่ตามครรลอง เชื่อคำยุแยง หลงสุรานารี ไม่บริหารบ้านเมือง ต่างจากลูเงี่ยน แต่ในปีนั้น ซี๊ดอ้าเจียวเสียชีวิตด้วยวัย 53 ปี

เบจิศักราช 265[แก้ไข]

ลูเงี่ยน ถูก ขุมบริมยึดอำนาจ และขุมบริมตั้งตัวเป็นฮ่องเต้เเห่งน่าน

เบจิศักราช 280[แก้ไข]

ขุมบริมยกทัพมาโจมตีแคว้นหวูของซุกโฮ ซุกโฮซึ่งไม่ได้เตรียมการรบอะไรเลย ก็ออกมาคำนับยกเมืองให้ขุมบริม สามกร๊วกจนกลายเป็นหนึ่ง

สรุปว่า วุยกร๊วกที่จ้วยเฉียงตั้งขึ้นเป็นฝ่ายมีชัย แต่จ้วยเฉียงและตระกูลจ้วยพ่ายแพ้ เพราะถูกลู่เงียนยึดครองเสียก่อนที่วุยกร๊วกจะมีชัย จากนั้น ลูเงี่ยน โดนขุนบริมยึดอำนาจ จากนั้น แผ่นดินสามกร๊วกก็รวมเป็นหนึ่งและเข้าสู่ความสงบ

ปัจจุบันสามกร๊วกได้ถูกนำมาทำเป็นเกมหลายเกม เเต่ที่โด่งดังที่สุดคือซีรีย์เกมสามกร๊วกเเละเกมตายซะที วอริเออร์ของค่ายโขเอะ เตะเเตงโม

"ลู จ้วย ซุก แย่งชิงไปมา สุดท้ายขุมได้ครองแผ่นดิน" - ขงหมอย

ทว่าราชวงศ์ก็ปกครองได้ไม่นาน เพราะขุนนางราชการฟุ่มเฟื่อยทำให้ราษฎรไม่พอใจ คนในตระกูลขุมที่ได้ตำเเหน่งเมืองได้กลายเป็นอ๋อง เเละการรุกรานของชนเผ่าเซี่ยนเปื่อย,ตี๋,เถ่า จากทางเหนือ อาณาจักรอินเดือยเเละธิเบต จากทางตะวันตก เเละเผ่ารากหญ้า,โจทาระ เเละเผ่าฆังฆอรเขต จากทางใต้ ทำให้อาณาจักรน่านล่มสลายอย่างรวดเร็วเลือดพ่าน

เบจิศักราช 21552[แก้ไข]

ยังมีการเล่าต่อไปถึงเรื่องสามกร๊วก และยังมีคำเล่าลือว่า ขุนพล และ กุนซือบางคนในยุคสามกร๊วก ไปโผล่ในกองทัพของ สเคยระหว่างศึกเทยบีเรี่ยม ครั้งที่ 3.5อีกด้วย...

เรื่องลึกลับ[แก้ไข]

  • ว่ากันว่า สามกร๊วก ถูกแต่งขึ้นโดยอิงจากพงศาวดารราชวงค์จิ๋น ที่ไปยึดบัลลังค์ ราชวงค์วุ่ยของ โจโฉ มาเลยวาดให้โจโฉเป็นคนเลวสุดพรรณนา
  • ว่ากันว่า หลอกว้านจง คนแต่ง เป็นอดีตขุนนางของไอ้ขี้แพ้ ที่แพ้ให้กับ จูหยวนจาง ปฐมจักรรพรรดิราชวงค์หมิง แกเลยต้องตกงาน ประทังชีพด้วยการแต่ง สามกร๊วกขาย แต่ด้วยความแค้นที่มีต่อจูหยวนจาง ที่ทำให้ตัวเองตกงาน เลยวาดให้โจโฉเป็นตัวแทนของจูหยวนจาง แล้วถล่มโจโฉให้เลวสุดๆ เพื่อเป็นการหลอกด่าจูหยวนจาง ซึ่งเป็นจักรพรรดิ แล้ววาดภาพเล่าปี่ ให้ดีแสนดี เพื่อสรรเสริญ ไอ้ขี้แพ้นายของตน
    • จากเบื้องหลังการแต่งสามกร๊วกของหลอกว้านจง ทำให้เราเข้าใจในสิ่งที่เขาพยายามจะสื่อในนิยายเรื่องนี้ว่า "คนดีไม่มีที่อยู่"
  • ว่ากันว่า "อ่านสามกร๊วก ครบสามจบ คบไม่ได้"
    • แต่เขาไม่ได้บอกว่า ห้ามฟัง หรือดูนี่นา
    • คนที่อ่านครบสามจบไปแล้ว อีกหนึ่งเดือนต่อมาจำอะไรในเรื่องไม่ได้เลย ก็อาจจะคบไม่ได้ เพราะขี้ลืมมาก
    • คนที่อ่านครึ่งหน้าแล้วเลิก ก็อาจจะคบไม่ได้เหมือนกัน เพราะขี้เกียจมาก
  • ว่ากันว่า ในสามกร๊วก มีปืนกลที่ เสี้ยนสาวหลงทำหาย เมื่อครั้ง"เจาะเวลาหาจิ๋มฟรี" ซ่อนอยู่

สามกร๊วกในแบบฉบับภาพยนตร์[แก้ไข]

ดูเพิ่ม[แก้ไข]