หมวดหมู่:เรื่องแต่ง
ระวังจะเข้าใจถูกต้อง เนื้อหาในบทความนี้ อาจกล่าวถึง สิ่งที่ไม่ได้เกิดขึ้นจริง !
|
เรื่องแต่ง หมายถึง เป็นเรื่องเล่าจากจินตนาการ เหตุการณ์ และเนื้อเรื่อง แตกต่างกับเรื่องจริง โดยครอบคลุมเรื่องแต่งทั้งหมดโดยอาจมีความจริงเท็จอยู่ 99 ส่วน และจินตนาการจริง 1 ส่วน เพื่อหลีกเลี่ยงความผิดในการล้อเลียนตามกฏหมายเพื่อความบันเทิง หรือเพื่อหลีกเลี่ยงการถูกทำลายล้างจากรัฐเผด็จเกรียนคอมมูนิสต์ เพื่อสื่อความหมายล้อเลียนสังคมด้วยเจตนาดี
สารบัญ |
[แก้ไข] ความหมายเชิงปรัชญา
มนุษย์ย่อมรับรู้เฉพาะสิ่งที่เกิดในสมอง ถ้าสามารถยัดเยียดเรื่องแต่งเข้าสมองใครได้เรื่องนั้นก็จะเป็นเรื่องจริงของคนๆนั้นโดยปริยาย
[แก้ไข] ความหมายเชิงประวัติศาสตร์
นักวิชาการที่หลีกหนีการถูกจับอัดตรูดคาแท่นบูชายัญในสมัยคนเชื่อว่าโลกแบนผู้หนึ่งได้กล่าวไว้ว่า "เรื่องที่ผมพูดทั้งหมดเป็นเรื่องแต่งทั้งนั้นค้าบบบ" และสามารถพาตัวรอดชีวิตมาได้ นับแต่นั้นมา เมื่อไรก็ตามที่ความจริงเป็นสิ่งทีไม่ตายแต่คนพูดจะตายสยองยิ้มแสยะหัวแบะตูดบานจากการพูดความจริง เราจะเรียกข้อเท็จจริงเหล่านี้ว่าเรื่องแต่ง แต่ทั้งนี้ เรื่องแต่งมันก็แค่ข้อเท็จจริงในหัวคนๆนึงอยู่แล้ว ดังนั้น มันจึงไม่ใช่การโกหกที่จะเรียกข้อเท็จจริงในหัวว่าเป็นเรื่องแต่ง ถ้าอยากจะพูดจะเขียนอะไรที่วอนนอนคุกก็บอกไปเสียว่าเป็นเรื่องแต่ง เท่านี้ก็หมดปัญหา ก็มันไม่ใช่เรื่องจริงอยู่แล้วจะซีเรียสกันไปไย
[แก้ไข] ความหมายเชิงสังคม
เรื่องแต่งหมายถึงการที่ผู้ชายถูกพ่อแม่ผู้หญิงจับได้คาหนังคาเขาและว่าที่คุณพ่อเอาปืนพก 9 มมมาวางคู่กับทะเบียนสมรสให้เลือกว่าจะแต่งดีๆหรือเป็นเรื่อง
[แก้ไข] ความต่างระหว่างเรื่องแต่งกับเรื่องจริง
เป็นที่รับรู้กันโดยทั่วไปว่า อะไรก็ตามที่เป็นเรื่องจริงจะเชื่อถือไม่ได้ และเรื่องที่เป็นเรื่องแต่งจะเชื่อถือได้มากกว่า เพราะเรื่องจริงจะต้องถูกเขียนด้วยมุมมองที่เป็นกลาง (ซึนเดเระ) ในขณะที่เรื่องแต่งจะเขียนด้วยมุมมองที่ไม่เป็นกลาง หรือเป็นมุมมองที่เป็นไปตามความเป็นจริงของมนุษย์ที่ใช้อคติอย่างไม่ปิดบัง (ไม่ซึนเดเระ) ทำให้ผู้อ่านสามารถรับรู้ฝั่งฝ่ายของผู้เขียนบทความได้โดยชัดเจนและสามารถ ค. คิด ว. วิเคราะห์ ย. แยกแยะ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ต่อให้เป็นเรื่องแต่งที่เลอะเทอะและแป้กขนาดไหนก็ตาม อย่างน้อยมันก็สะท้อนความไร้สาระของผู้แต่งได้เป็นอย่างดีตามตัวอย่างข้างล่าง
" จำตัวเองไม่ได้"
ชานเมืองชนบทแห่งหนึ่ง มี พ่อ แม่ และลูกสาว อยู่ครอบครัวหนึ่ง สามีชื่อ นาย กึ่ม มีอาชีพทำนา ภรรยาชื่อ นาง ปริก และลูกสาว ชื่อ น.ส.อึ่ง
ทำสวนเพื่อเลี้ยงปากเลี้ยงท้องครอบครัว ตามประสาพ่อแม่ลูก มีความผาสุกธรรมดาทั่วไป หลังจากทำกิจวัตรเช้าแล้ว นายกึ่ม ได้นำควายฝูงหนื่งที่เลี้ยงไว้ไปที่นา
พอตกค่ำ นายกึ่ม ได้นำควายกลับที่พัก และพบลูกสาว น.ส.อึ่ง คอยอยู่และทักทาย พ่อเอาควายเข้าคอกแล้ว หายเหนื่อยแล้วอาบน้ำ มากินข้าวด้วยกัน
เป็นประจำมาช้านาน ง่ายๆว่า นายกึ่ม ปล่อยตัว กระทั่งหนวดก็ไม่โกน ผมแกยาวประบ่าอย่างไม่เคยเจอหวีใกล้เหมือนคนบ้า วันหนึ่งหลังจากนำฝูงควายกลับจากนามาที่พัก
พบน.ส.อึ่ง ก็ไม่ทักทายพ่อของหล่อนอย่างเคย นายกึ่ม คิดในใจว่า"กูคิดว่าต้องไม่ใช่กู" เป็นเช่นนี้มาหลายวัน กระทั่งนายกึ่มรู้สึกรำคาญหนวดผมเผ้าที่รุงรังของตะแกเอง
จึงได้ไปตัดผมและโกนหนวดดูเรียบร้อย อย่างเคยตกค่ำ นายกึ่มได้นำควายที่ไปเลี้ยงที่นากลับที่พัก พบลูกสาว น.ส.อึ่ง คอยอยู่และได้ทักทาย พ่อกลับมาแล้ว
เอาควายเข้าคอก หายเหนื่อยแล้วอาบน้ำมากินข้าวด้วยกัน นายกึ่มคิดในใจว่า "นั่นกูคิดแล้วต้องเป็นกู"....StirStir"
ไร้สาระนุกรมจึงได้เตือนไว้เสมอว่า ระวังจะเข้าใจถูกต้อง เนื้อหาในบทความนี้ อาจกล่าวถึง สิ่งที่ไม่ได้เกิดขึ้นจริง ! แต่ผู้อ่านก็มักจะพยายามเชื่อให้ได้อยู่ดี จงอย่าลืม เราเตือนคุณแล้ว
หมวดหมู่ย่อย
หมวดหมู่นี้มี 22 หมวดหมู่ย่อย จากทั้งหมด 22 หมวดหมู่
Pกคจตบ |
บ (ต่อ)ฟวศหเ |
เ (ต่อ)แไ |
เนื้อหาในหมวดหมู่ "เรื่องแต่ง"
หมวดหมู่นี้มีหน้าทั้งหมด 380 หน้า และกำลังแสดงอยู่ในขณะนี้ 200 หน้า
(ก่อนหน้า 200) (ถัดไป 200)