แมลงวาป
จากไร้สาระนุกรม - อนึ่งบทความนี้ถูกแก้ไขได้โดยผู้ใช้ทั่วไป หากแป้กหรือเสื่อมประการใดทางเราไม่ขอรับผิดชอบใดๆทั้งสิ้น
แมลงวาป หรือ สัตว์มีปีกสีดำขลับ มักอาศัยอยู่ในห้องครัวหรือจานอาหารในสภาพที่ทอดสุขกรุบกรอบแล้ว ซึ่งเป็นสิ่งมีชีวิต ที่ผู้คนเกลียดอย่างไร้เหตุผล ทั้งที่มีวิจัยออกมาว่า มันทำให้สังคมสะอาดขึ้น และมันรักความสะอาดมาก นอกจากนี้ยังมีความสามารถพิเศษอันน่ามหัศจรรย์คือ ถ้ามันรู้ว่าคนไหนกลัวมัน มันจะพุ่งเข้าหาทันที
คุณหมายถึง แมลงสาปใช่ไหม? ถ้าใช่ ดูที่พรรคแมลงสาบ
เนื้อหา |
[แก้ไข] ลักษณะโดยทั่วไป
แมลงวาป(Warp Bug) คือ แมลงชนิดหนึ่งที่อาศัยอยู่ทั่วไปร่วมกับมนุษย์ แต่บุคคลทั่วไปมักไม่สังเกตุเห็นได้โดยง่ายเพราะมันมีความไวมากจนปรากฏให้เห็นเห็นเพียงร่องรอยว่ามันเคยเกาะอยู่บริเวณนั้นมาก่อนเท่านั้น ซึ่งจะสังเกตุได้จากคราบของไอน้ำอุ่นๆซึ่งเป็นสารเอ๊กซ์โตเพลโตนัส( Extopeltonus )ที่มันใช้ในการเคลื่อนที่ และร่องรอยของประจุไฟฟ้าสถิตที่หลงเหลืออยู่ จากการเคลื่อนตัวอย่ารวดเร็วและเสียดสีกับอากาศจนเกิดเป็นประจุไฟฟ้าสถิต จนทำให้ผู้คนที่พบสิ่งผิดปรกติเหล่านี้คิดกันไปต่างๆนาๆว่านี่เป็นการกระทำของมนุษย์ต่างดาวที่เข้ามาอาศัยอยู่ร่วมกับเราโดยมิให้เรารู้ตัว
[แก้ไข] ความเป็นมาและวิวัฒนาการของแมลงวาป
[แก้ไข] ที่มาของแมลงวาป
แมลงวาป เชื่อกันว่าเป็นสิ่งมีชีวิตที่มาจากนอกโลก และลูกหลานของมันได้กลายพันธุ์จนกลายเป็นต้นตระกูลของแมลงประเภทต่างๆ
นักวิทยาศาสตร์เชื่อว่าแมลงวาปโดยเข้ามาอยู่อาศัยอยู่บนโลกมนุษย์ตั้งแต่ก่อนยุคไดโนเสาร์ โดยหลักฐานทางธรณีวิทยาที่พบซากฟอซซิลในชั้นหินซึ่งอยู่ก่อนจากชั้นหินที่พบซากโครงกระดูกเลยทีเดียว
สำหรับหลักฐานที่ปรากฏจนสามารถทำให้นักวิทยาศาสตร์สามารถตั้งสมมติฐานที่มาของแมลงวาปนั้นมาจากเรื่องต่างๆต่อไปนี้
ความสามารถอดอาหารได้เป็นเวลานานมากๆ โดยยังสามารถเคลื่อนไหวได้ด้วยความรวดเร็วในระดับปกติ และการที่มีพลังชีวิตในระดับสูงและความทนทานต่อการเจ็บปวดต่างๆได้ดี ซึ่งจากการวิจัย ชี้ให้เห็นว่า แม้จะถูกตัดหัว มันก็ยังสามารถมีชีวิตต่อไปได้อีก 7วัน ซึ่งพลังชีวิตระดับนี้นั้น มีไว้ก็เพื่อให้สามารถรับแรงกดดันในชั้นบรรยากาศนอกดาวเคราะห์นั่นเอง
นอกจากนี้ยังมีสาเหตุที่ว่า แม้จะมีปีก แมลงวาปกลับบินในระดับที่ได้ไม่สูงนัก เหตุผลก็เพราะว่า ในขณะมีชีวิตในอวกาศนั้น จะอยู่ในสภาพไร้ซึ่งแรงโน้มถ่วง ทำให้มันสามารถบินได้อย่างอิสระและรวดเร็วโดยไม่ต้องใช้พลังงานมากนัก ซึ่งทำให้มันสามารถกักเก็บพลังงานในการท่องอวกาศไปได้เป็นอย่างมาก เหตุนี้ เมื่อเข้ามาอยู่ภายใต้ขแรงดึงดูดของดาวเคราะห์ มันจึงทำได้เพียงต่อต้านแรงดึงดูด ได้ในระดับหนึ่งเพียงเท่านั้น
[แก้ไข] การวิวัฒนาการของแมลงวาป
แมลงวาปโบราณกับแมลงวาปปัจจุบันมีข้อแตกต่างที่เห็นได้ชัดเจนคือ แมลงวาปปัจจุบันสามารถกินทุกอย่างเป็นอาหารได้ ซึ่งปัจจุบันพบว่าแม้แต่ใบไม้ก็ยังสามารถกินได้ โดยแต่เดิมนั้นสามารถกินได้แต่วัตถุที่เป็นอนินทรีย์สารเป็นหลัก โดยเชื่อกันว่าเนื่องจากอนินทรีย์สารไม่ใช่สิ่งที่ป็นส่วนประกอบของสิ่งมีชีวิต การที่แมลงวาปสามารถกินอนินทรีย์สารได้เพียงอย่างเดียวนั้นเนื่องจากในอวกาศนั้นยากที่จะเจอสิ่งมีชีวิตชนิดอื่นได้นั่นเอง แต่ในปัจจุบันนั้นมันสามารถกินวัตถุซึ่งเป็นอินทรีย์สารซึ่งเป็นสารประกอบของสิ่งมีชีวิตได้ด้วย เนื่องด้วยความสามารถดังกล่าวจึงสามารถทำให้มันสามารถแพร่พันธุ์ได้มากกว่าตอนที่มันยังกินแต่เพียงอนินทรีย์สารอยู่
นอกจากนี้จากการศึกษาซากฟอสซิลของแมลงบ่งชี้ได้ว่า มีแมลงที่ไม่ทราบสัญชาติซึ่งไม่สามารถจัดกลุ่มให้เข้าพวกกับสิ่งมีชีวิตใดๆได้ปรากฏขึ้นบนโลกนี้ยาวนานกว่ามนุษย์หลายเท่าตั้งแต่ยุคโบราณ(Carboniferous) 354 - 295 ล้านปีมาแล้วแต่จนถึงปัจจุบันนี้ยังไม่มีใครสามารถบอกรูปร่างลักษณะโดยแน่ชัดของแมลงวาปได้ เนื่องจากแมลงนี้มีการปรับตัวแปรเปลี่ยนลักษณะภายนอกให้คล้ายคลึงกับแมลงในท้องถิ่นที่มันเข้าไปอาศัย จากการศึกษาของ คุณ โกยแนบ พบว่าเมื่อมันอยู่ในที่มืดและไม่มีสิ่งมีชีวิตอื่นๆเข้ามารบกวนหรืออยู่กับแมลงวาปด้วยกันมันจะมีการเปลี่ยนแปลงลักษณะภายนอกกลับสู่สภาพเดิมของมัน
[แก้ไข] ข้อมูลน่าสนใจเกี่ยวกับแมลงวาป
อนึ่งแม้จะลงความกันในหมู่นักวิทยาศาสตร์ระดับสูงแล้วว่าการวิจัยต่างๆชี้ผลไปในทิศทางเดียวกัน แต่นักวิทยาศาสตร์ก็ยังคงทำการทดลองเกี่ยวกับเจ้าแมลงน่าพิศวงตัวนี้ต่อไป อีกเพื่อไขปริศนาความลับต่างๆของมันออกมาให้ได้มากที่สุด
ยกตัวอย่างเช่น
คณะวิจัยผู้ทรงภูมิคณะหนึ่ง ได้อยากทราบว่า แมลงวาปใช้อวัยวะส่วนใดในการฟังเสียง
พวกเขาจึงได้เลือกทำการทดลอง โดยแบ่งออกเป็น4ตัวอย่างที่น่าสนใจและคาดว่าน่าใช่มากที่สุด
| ตัวอย่างแรก | พวกเขาทำการเด็ดหนวดของมันออก |
| ตัวอย่างที่สอง | พวกเขาเด็ดปีกมันออก |
| ตัวอย่างที่สาม | เขาผ่าหัวของแมลงวาปตัวนั้นออกมาเลย |
| ตัวอย่างสุดท้าย | จัดการแยกขาออกจากตัว |
โดยการทดลองก็ไม่ได้สลับซับซ้อนอย่างใดมากมายนัก ซึ่งก็คือหลังจากเตรียมตัวอย่างเรียบร้อยแล้วก็นำไปบรรจุไว้ในกล่องโลหะ4 เหลี่ยมซึ่งกักกั้นเสียงและแสงได้เป็นอย่างดี
จากนั้นพวกเขาก็จะเปิดกล่องของตัวอย่าง และตะโกนใส่กล่องทีละกล่องเพื่อดูว่า แมลงวาปที่ขาดส่วนใดไป จะไม่แสดงปฏิกิริยาตอบสนองต่อเสียงที่ดังขึ้น
พวกเขาเปิดกล่องใบที่1ขึ้น พร้อมทั้งส่งเสียงร้องว่า "Go go go!!"
ตัวอย่างที่หนึ่งตกใจและออกวิ่งทันที หนวดจึงมิใช่อุปกรณ์ในการรับเสียงของแมลงวาป
กล่องที่บรรจุตัวอย่างที่2จึงถูกเปิดขึ้น สิ้นเสียง "Go go go!!" ตัวอย่างที่2ก็ออกวิ่งอย่างว่องไว
ปีกจึงมิใช่อุปกรณ์รับเสียงของแมลงวาปเช่นกัน
หมดตัวอย่างไปครึ่งหนึ่ง คณะวิจัยเริ่มอ้อนวอนต่อพระเจ้า ขอให้การทดลองของพวกเขาประสพผลสำเร็จ
แต่ตัวอย่างที่สามยังคงออกวิ่งโดยไม่แสดงความสงสารต่อกลุ่มนักวิทยาศาสตร์แต่อย่างใดภายหลังได้รับเสียงตะโกน
คณะวิจัยเริ่มพากันหมดหวัง แต่ยังเหลือตัวอย่างสุดท้าย พวกเขาจึงได้แต่ฝากความหวังไว้และทำการทดลองต่อไป
แต่ปรากฎว่า มันได้ผล!! ไม่น่าเชื่อ ตัวอย่างสุดท้ายไม่ออกวิ่ง แม้จะได้รับการตะโกนใส่ซ้ำๆ อยู่ถึง5รอบ
เหล่านักวิทยาศาสตร์ต่างพากันโห่ร้องดีใจที่ผลการทดลองประสพผลสำเร็จใน ตัวอย่างสุดท้าย หรือก็คือ แมลงวาปตัวที่ถูกแยก "ขา" ออกจากตัวของมัน
และในไม่กี่วันต่อมาพวกเค้าก็แถลงผลการวิจัยต่อสาธารณชนว่า "ขา" คือส่วนที่แมลงวาปใช้ในการรับฟังเสียงนั่นเอง
[แก้ไข] วิธีการวาปของแมลงวาป
ในตัวแมลงวาปนั้นมีสารเอ๊กซ์โตเพลโตนัสซึ่งใช้เป็นแรงขับดันให้เคลื่อนที่ไปทางที่แมลงตัวนั้นต้องการและสารตัวนี้ทำงานคู่กับฮอร์โมนเมจิสดูล่าห์ที่เป็นตัวควบคุมความเข้มข้นของสารเอ๊กซ์โตเพลโตนัสอีกทีนึงเพื่อไม่ให้แมลงวาปปล่อยสารเอ๊กซ์โตเพลโตนัสออกมามากเกินไปเพราะถ้าปล่อยออกมามากเกินไปจากการวาปจะกลายเป็นการร่นชีวิตของแมลงวาปให้สั้นลงเนื่องจากสารเอ๊กซ์โตเพลโตนัสจะไปทำปฏิกิริยากับต่อมไซโลโปรเจคชันทำให้อุณหภูมิภายในตัวสูงขึ้นเป็นอย่างมากจนอาจเป็นอันตรายต่อโครงสร้างภายในได้ในส่วนที่ถามว่าใช้พลังงานอะไรในการวาปขอตอบว่าเมื่อแมลงวาปใช้สารเอ๊กซ์โตเพลโตนัสบริเวณรอบตัวของแมลงจะเกิดไอน้ำขึ้นมาและตัวของแมลงจะพุ่งออกไปด้วยความเร็วสูงราวกับการวาปซึ่งสารนี้จะพบได้ในขี้ไครขอคนเรานี้เองครับ
[แก้ไข] แมลงวาปที่พบในประเทศไทย ที่สำคัญๆ
แมลงวาปมนุษย์ สามารถพบได้ในที่มนุษย์มักชอบอยู่เป็นสังคม เช่นสถาบันการศึกษา หรือที่ทำงาน แมลงวาปชนิดนี้มักมีรูปร่างคล้ายมนุษย์แต่มักจะถูกมนุษย์คนอื่นๆตรวจจับได้ง่าย เนื่องจากเป็นที่รังเกียจของสังคม นอกจากนี้รายงานสำคัญๆกล่าวอีกว่า แมลงวาปมนุษย์นั้นยังปรากฏตัวชุกชุมเป็นพิเศษในที่ทำการสำคัญของทางราชการเช่นได้แก่ รัฐสภาอีกด้วย
แมลงวาปทอดกรอบ พบได้ในร้านอาหารชั้นนำ มักพบพวกมันซ่อนตัวอยู่อาหารที่ปรุงสุกแล้ว เช่นอาหารที่เป็นลักษณะจาน ซุปต่างๆ หรือน้ำดื่ม โดยที่ในอาหารที่เป็นลักษณะจานมักจะปรากฏทั้งตัว ส่วนใน ซุป หรือ น้ำดื่มนั้นจะปรากฏตัวเพียงแค่หนวดหรือขาเท่านั้น สำหรับการการปรากฏตัวในอาหารที่เป็นลักษณะจาน ขอได้ให้ลูกค้านั้นอย่าตื่นตระหนก เนื่องจากแมลงวาปเป็นสิ่งมีชีวิตที่มีความทรหดอดทนสูง หากทานเข้าไปแล้วมันไม่ดิ้นพล่านอยู่ในปากของท่านอีก ขอให้ท่านทราบว่าจะไม่มีเชื้อโรคใดๆที่จะก่อให้เกิดผลเสียกับสุขภาพได้ เพราะมันถูกปรุงสุกไปพร้อมกับแมลงวาปตัวนั้นเป็นที่เรียบร้อยแล้ว
อนึ่งสำหรับท่านลูกค้าที่มาแจ้งกับทางร้านค้าอย่างเงียบๆ จะได้รับคูปองส่วนลด10% 5 ใบ อันสุดคุ้มกับที่ท่านได้รับประทานแมลงวาปไปแล้วในทันที

