โรคว่าวขึ้นสมอง

จากไร้สาระนุกรมเสรี - อนึ่งบทความนี้ถูกแก้ไขได้โดยผู้ใช้ทั่วไป หากแป้กหรือเสื่อมประการใดทางเราไม่ขอรับผิดชอบใดๆทั้งสิ้น

โรคว่าวขึ้นสมอง มีศัพท์ทางวิชาการว่า spermatoencephalopathy (spermato=อสุจิ encephalopathy=สมองป่วย เพี้ยน มีปัญหา) เป็นโรคที่เกิดจากผู้ป่วยที่มีความเงี่ยนในระดับสูงทำให้มีน้ำอสุจิท้นเอ่อจากไข่เข้าสู่กระแสเลือดและลามปามถึงสมองทำให้เกิดความผิดเพี้ยนทางสติปัญญาซึ่งเกิดจากความอัดอั้นจากการปลดระบายทางเพศ เกิดการเปลี่ยนแปลงทางสมองอย่างอนาถ ซึ่งเป็นสภาวะที่เกิดอย่างถาวร

อสุจิ ที่เป็นผลิตภัณฑ์ส่งออกหลักของไข่ และมีควยเป็นพาหนะในการลำเลียง
แผนที่ประเทศเทยในสมัยที่กรุงเสียวอาวุธตายังเป็นราชธานี
ศูนย์กลางสถาบันวิจัยโรคว่าวขึ้นสมองของโลก สังกัดองค์การอนาจารโลก ตั้งอยู่ที่โรงพญามารจูบลาลองกอง เกรียนเทพหมานคร ได้รับการสนับสนุนงบจาก มูลนิธิบลัดเลว แมคอินตวย
เมืองแตดหรือจังหวัดแตดในปัจจุบัน เป็นจังหวัดที่พบผู้ป่วยว่าวขึ้นสมองรายแรกของโลกคือท่านขุนเมืองแตด

ประวัติโรค[แก้ไข]

เป็นโรคที่ถูกค้นพบครั้งแรกที่ประเทศเทย ปีพศ 2011ในยุคสมัยกรุงเสียวอาวุธตา ยังเป็นราชธานี แห่งสแหยมประเทศ ก่อนเปลี่ยนชื่อเป็น"จักรวรรดิเทยสแหยมขัณฑสีมาราชธาณีบุรีรมย์นพรัตนโกสินทร์มหินทร์ศก"(ตั้งชื่อนี้เพื่อประกาศศักดาแข่งกับจักรวรรดิยุ่นปี่ที่กำลังเรืองอำนาจในสมัยนั้นและเพื่อเป็นกุศโลบายในการป้องกันการรุกราณของยุ่นปี่ช่วงสงครามโลกครั้งที่สองแต่สุดท้ายก็เสือกโดนรุกราณอยู่ดี และอันเนื่องจากชื่อยาวเกินไปไม่เหมาะกับการจดบันทึกเพื่อการค้าขายกับเหล่าอารยประเทศ จึงเรียกสั้นๆว่า"เทย"หรือประเทศเทย) โดยค้นพบโดยหมอบลัดเลว ซึ่งมาตั้งรกรากที่พระนคร เพื่อแพร่พันธุ์สายเลือดยุโรปโดยหวังลึกๆว่าซักวันชาวยุโรปจะครองดินแดนแห่งนี้ แต่ได้สิ้นอายุไขเสียก่อนโดยก่อนตายมีเมียชาวเทย228คน ซึ่งลูกหลานได้สืบทอดมาถึงปัจจุบันเป็นต้นตระกูลของนามสกุลที่ขึ้นต้นว่า"แมคอิน" หมอบลัดเลวได้ค้นพบผู้ป่วยรายแรกเป็นท่านขุนเมืองแตด ได้รีเฟอร์เคสมาที่พระนคร เนื่องด้วยท่านขุนมีพฤติกรรมความคิดอ่านที่ผิดเพี้ยนไปไม่อาจประกอบกิจกามได้โดยไม่ทราบสาเหตุ ท่านหมอจึงได้ไต่สวนหาสาเหตุของโรคอย่างหนัก ก็ค้นพบว่า ท่านขุนเมืองแตด ขาดการชักว่าวอย่างหนักเนื่องด้วยราชกิจมากมายก็ไม่อาจปลีกวิเวกได้ ลูกเมียทาสก็เหินห่างการถูกเย็ดเดือดร้อนถ้วนหน้า มิได้มีสิ่งใดสัมผัสองคชาติเลยตลอด15วัน จนกระทั่งมีอาการ ท่านหมอจึงเข้าใจอย่างถ่องแท้ว่าโรคนั้นเกิดจากการที่มนุษย์เราไม่ได้รับการชักว่าวอย่างเหมาะสม ท่านจึงได้เขียนรายงานทางการแพทย์ส่งถึงควีน อลิซอ้าเย็ดที่3 ได้ทรงดำริให้ศึกษาโรคนี้อย่างจริงจังในประเทศเทย และได้มีการพัฒนาองค์ความรู้อย่างต่อเนื่องทำให้ประเทศเทยในปัจจุบันเป็นศูนย์กลางการศึกษาและวิจัยโรคว่าวขึ้นสมองของโลก โดยมีมีสถาบันหลักอยู่ที่ โรงพญามารจูบลาลองกอง ที่เกรียนเทพหมานครบางคนเงี่ยนมากจนนํ้าแตกเองแล้วไปชักว่าวหลายนํ้าต่อ


-[Mo]sQui[To]z-

กลไกการเกิดโรค[แก้ไข]

เกิดจากบุรษเพศที่หมกมุ่นมักมากอยู่แต่ในกามรมย์ มีความกำหนัดได้ตั้งแต่ระดับเงี่ยนขั้นไพร่ถึงเงี่ยนขั้นเมพ แต่มิได้ระบายออกมา จะโดยทางการข่มขืนมือตัวเอง (ชักว่าว) หรือสมสู่กับมนุษย์ต่างดาวหรือสัตว์ (เช่น จรเข้ เป็ด ตัวโด้ เขียด เช่น เย็ดเข้ เย็ดเป็ด เย็ดโด้) เพศเมีย หรือรูทวารมนุษย์หรือสัตว์เพศผู้ ดังเช่นใน ทหารในค่ายหรือนชในคุก หรือพระเณรในวัดที่มีแต่เพศชาย ซึ่งบุคคลเหล่านี้มีความหยิ่งผยองในความเป็นบุรุษชายชาติอาชาไนย มิอาจยอมให้องคชาติของตนล่วงล้ำสู่รูทวารเพศเดียวกันได้ และไม่ค่อยมีเวลาชักว่าวนักเนื่องจากมีหน้าที่ต้อง วิดพื้น ฝึกอาชีพ หรือแสดงธรรมใบ้หวย เป็นเหตุให้เกิดการคั่งค้างของน้ำอสุจิในวาสเดฟเฟอเรนและอิปิดิไดมิส จนเกิดแรงดันสูง ตัวอสุจิก็จะถูกแรงดันผลักออกจากเยื่อหุ้มไข่ ผ่านเข้ากระแสเลือด ทำให้เกิดภาวะspermemia หรือเลือดเป็นพิษอสุจิ ตัวอสุจินั้นสามารถแหวกว่ายไปได้ทุกสรรพางค์กายและคุณสมบัติในตัวมันคือการชอนไชด้วยหัวที่มีประสิทธิภาพสูง ซึ่งสามรถเจาะได้ทุกอวัยวะทุกเนื้อเยื่อแม้กระทั่งกระดูก (คนเป็นโรคนี้มีความเสี่ยงต่อโรคกระดูกพรุนมากกว่าคนปกติ60%) แต่เนื้อเยื่อที่อสุจิชอบไปที่สุดคิดเป็น30%ของอวัยวะและทำให้เกิดภาวะแทรกซ้อนมากและรุณแรงที่สุดคือ สมอง เนื่องจากเป็น อวัยวะที่อ่อนนุ่มคล้ายเต้าหู้บูด เหมาะแก่การชอนไชเป็นอย่างยิ่ง ดังนั้นสเปิร์มจะตรงดิ่งชอนไชสมองผู้ป่วยที่เคราะห์ร้ายดั่งพยาธิที่หิวโซ จนเป็นรูโพรงทั่วไปหมด ตัวมันจะตายภายใน48ชมและฝังร่างอยู่ในสมอง จากนั้นจะมีเม็ดเลือดขาวเข้ามากิน และปล่อยสารที่ทำให้เกิดการอักเสบเป็นบริเวณกว้าง ทำให้สมองอักเสบจนถึงขั้นอาจมีภาวะฝีในสมองได้ทีเดียวเชียว เมื่อเกิดการอักเสบเป็นบริเวณกว้างแล้ว เซลล์สมองจะมีการรักษาตัวเองและจัดระเบียบการเชื่อมโยงของระบบประสาทใหม่เรียกว่า brain remodelling การจัดระเบียบใหม่มักเป็นไปในทางมั่วซั่ว ดังนั้นมักมีผลทำให้ผู้ป่วยมีภาวะทางสมองที่ผิดเพี้ยนไป เช่น มีสติปัญญาความคิดอ่านที่เพี้ยนเกรียนได้

right]ภาพแสกนสมองของผู้ป่วยว่าวขึ้นสมองระยะสุดท้ายขั้นรุณแรงจะพบว่าอสุจิได้ชอนไชสมองเป็นรูพรุนเหมือนก้อนชีสโง่ๆ รังสีแพทย์ในปัจจุบันจึงนิยามผลอ่านฟิล์มลักษณะนี้ว่า "Foolish cheese pattern"


HeeOGanic

อัตราการเสียชีวิตทุพพลภาพ[แก้ไข]

เป็นโรคที่ไม่ทำให้ถึงแก่ชีวิต แต่เป็นโรคที่ทำให้คุณภาพชีวิตของผู้ป่วยแย่ลง ไม่สามารถประกอบกิจกามตามปกติได้ เนื่องจากความผิดเพี้ยนของสมองอย่างถาวร และอาจมีผลต่อบุคคลรอบข้าง สร้างความเดือดร้อนต่อสังคมและวัฒนธรรมได้

ระบาดวิทยา[แก้ไข]

เป็นโรคที่เกิดได้เฉพาะเพศชายเท่านั้น โดยกลุ่มเสี่ยงคือบุคคลที่ใช้เวลาในการปลดกำหนัดน้อย มักพบในกลุ่มชนที่มีแต่ชายล้วน และไม่สามารถพบเพศตรงข้ามได้ เช่น ทหาร นักโทษ รรนักเรียนชายล้วน วัด และกลุ่มบุคคลที่หมกมุ่นกับงานหรือการเรียนมากเกินไป ทำให้ห่างเหินการปลดกำหนัดตนเอง เป็นโรคที่สามารถพบได้ทั่วโลก แต่การระบาดจะน้อยในประเทศที่มีฟรีเซ็กซ์ และหนังโป๊มากมาย เช่นยุ่นปี่ อมาริเกย์ เป็นต้น แต่สำหรับประเทศเทยนั้นเนื่องจากเป็นสังคมที่ยังมีกรอบความคิดเรื่องเพศที่โบราณคร่ำครึ สังคมมีการปิดหูปิดตาเรื่องทางเพศ มองว่าเป็นสิ่งเลวทราม ผิดกฎหมาย ขัดรัฐธรรมนูญ ขัดตาวิเศษ (ตาวิเศษคือ หน้าเว็บขัดความสำราญของกะซวงไอเสียวทีแห่งประเทศเทยที่คอยบล็อกเวลาเราเข้าเวบโป๊) จึงทำให้ประชาชนชาวเทยนั้นมีการแสดงออกทางเพศน้อยกว่าอารยประเทศ ส่งผลให้ประเทศเทยนั้นมีการระบาดของโรคในอันดับต้นๆของโลก


ระยะเวลาการเกิดโรค[แก้ไข]

มนุษย์ปกติชักว่าว1ครั้งสามารถระบายน้ำว่าวออกประมาณ30%ของปริมาณทั้งหมดในไข่ ซึ่งจะใช้ระยะเวลาในการสร้างใหม่จากที่เหลือ70%จนเต็ม100%ภายในเวลาประมาณ 8-12ชม และสามรถที่จะสร้างต่อได้อีกจนเอ่อท้นได้ ซึ่งจากการวิจัยนานาชาติ ที่ได้รับการตีพิมพ์ในวารสารระดับโลก ซึ่งได้ทดลองกับชายชาวเทยจำนวน872คนโดยการสุ่ม ซึ่งการเลือกใช้ชาวเทยเนื่องจากว่าชาวเทยเป็นเผ่าพันธุ์ที่มีขนาดควยและไข่โดยเฉลี่ย ที่ใหญ่เป็นเปอร์เซ็นต์ไทล์ที่50ของชาวโลก (เปอร์เซ็นไทล์ที่100-99 เป็นกลุ่มชาวแอฟริกันเอธิโอเปีย) โดยการศึกษาได้แบ่งชายชาวเทยออกเป็นสองกลุ่มโดยการสุ่ม โดยกลุ่มแรกงดการชักว่าวและการหลั่งเป็นเวลา5วัน โดยเทียบกับกลุ่มที่ได้ชักว่าวหรือเย็ดได้โดยเสรีโดยไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆ ตลอด5วันแล้วใช้เครื่องวัดความดันไข่ (orchidobaromiter) ติดตามความดันไข่และปริมาตรน้ำว่าวที่เพิ่มขึ้น โดยผลการศึกษาระบุว่า ถ้าเกิดการเอ่อท้นของน้ำว่าวในระดับ250%ของการกักเก็บจะทำให้มีความดันไข่สูงขึ้นประมาณ80มิลลิเมตรปรอท ซึ่งสามารถเอาชนะความดันโลหิตของมนุษย์ปกติได้ เป็นผลให้เกิดแรงดันตัวอสุจิออกมาสู่กระแสเลือด เกิดเป็นภาวะเลือดเป็นพิษอสุจิ และการศึกษาได้กล่าวว่าทุกๆ10มิลลิเมตรปรอทที่เพิ่มขี้นของความดันไข่ จะทำให้เกิดความเสี่ยงต่อภาวะเลือดเป็นพิษอสุจิเพิ่มขึ้น20% แลtการศึกษาพบว่าผู้ร่วมเข้าศึกษาในการวิจัยนี้ กลุ่มที่ไม่ได้ชักว่าวจะมีภาวะเลือดเป็นพิษอสุจิ68% ซึ่งวินิจฉัยโดยการตรวจเลือดแล้วพบอสุจิในเลือด และ14%มีภาวะว่าวขึ้นสมอง แต่กลุ่มที่ชักว่าวทุกวันมีเพียง0.47%เท่านั้นที่มีอสุจิในเลือด กล่าวโดยสรุปแล้ว ถ้ามนุษย์เราไม่ได้ชักว่าวประมาณ5วัน จะมีความเสี่ยงในการเกิด ภาวะเลือดเป็นพิษอสุจิเกือบ70% และจะมีความเสี่ยงต่อว่าวขึ้นสมองตามมา และอาจสรุปได้ว่าระยะเวลาในการเกิดโรคตั้งแต่หยุดการชักว่าวจนถึงการเกิดอาการ จะใช้เวลาประมาณ5-7วัน

right]เด็กเคราะห์ร้ายที่ป่วยเป็นโรคว่าวขึ้นสมองทำให้เด็กน้อยมีหน้าตาเพี้ยนเกรียนได้
right]เหยื่อโรคว่าวขึ้นสมองทำให้ความคิดอ่านการรับรู้เพี้ยนไปคิดว่าตัวเองเป็นมนุษย์อสุจิ spermman

อาการ[แก้ไข]

ผู้ที่ไม่ได้ชักว่าว หรือห่างเหินไปเนื่องด้วยเพราะการทำงานหรือเรียนหนัก นั้นเริ่มมีอาการแบ่งเป็น3ระยะ โดยระยะแรกของโรคหลังหยุดชักว่าวประมาณ2-3วัน ผู้ป่วยจะเริ่มมีอาการที่เรียกว่าหอบหื่น หรือหื่นแดก หรือหื่นราก (รากแปลว่าไข้ รวมแล้วแปลว่าไข้ออกหื่น) โดยจะมีอาการสะบัดร้อนหนาว กระสับกระส่าย หงุดหงิดงุ่นง่าน ควยเริ่มแข็งเด่โดยควบคุมไม่ได้เหมือนเวลาตื่นนอนตอนเช้าแล้วปวดเยี่ยว (เป็นอาการของผู้ชายแทบทุกคนที่ตื่นเช้ามาปวดเยี่ยวโค๊กจะแข็งปวย) อาการจะกำเริบหนักและอาจควบคุมตัวเองไม่ได้เมื่อเห็นผู้หญิงสวยหุ่นเซ็กแต่งตัววาบหวิวเดินผ่าน ถ้าปล่อยระยะนี้ให้เนิ่นนานโดยไม่ชักหรือระบายออก ผู้ป่วยจะเข้าสู่ระยะที่สองคืออาการเงี่ยนซึม จะเริ่มเกิดหลังชักว่าวครั้งสุดท้ายประมาณ5-7วัน ผู้ป่วยจะมีอาการซึมลง สับสน ความคิดอ่านจะช้าลง พูดจาไม่ค่อยรู้เรื่อง รู้สึกตัวเบาโหวงล่อยลอยเสมือนอยู่ในอากาศธาตุ ระยะนี้เป็นระยะที่อสุจิได้กำลังชอนไชเข้าสู่สมอง ซึ่งยังเป็นระยะที่รักษาได้สมองกลับมาปกติถ้ารีบชักว่าวออกและให้ยาอย่างเหมาะสม แต่ถ้าผู้ป่วยไม่ได้รับการช่วยเหลือและปล่อยให้ดำเนินโรคสู่ ระยะที่สาม คือภาวะเงี่ยนขึ้นสมองหรือว่าวขึ้นสมอง โดยจะใช้เวลาประมาณ8-10วันหลังชักว่าวครั้งสุดท้าย โดยอสุจิที่ชอนไชจะไปตายอยู่ในสมอง ทำให้เกิดการอักเสบและมีการเปลี่ยนแปลงของสมองอย่างถาวร (brain remodelling) โดยเมื่อเกิดภาวะเปลี่ยนแปลงนี้แล้วผู้ป่วยจะมีพฤติกรรมที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างหน้ามือเป็นหลังตีน โดยจะมีผลทำให้ IQ และEQ ลดลง มีการใช้เหตุผลลดลง มีความคิดอ่านผิดเพี้ยนไป การรับสัมผัสจะเพี้ยน อาจเห็นภาพหลอน แว่วเสียงหลอน ซึ่งได้มี เคสรีพอร์ตในประเทศเทยที่รพ จูบลาลองกอง ในปี2546 ที่มีการดำเนินโรคถึงขึ้นสุดท้าย แต่เดิมเป็นเด็กเรียน หน้าตาดี เรียนห้องคิงไซส์รรเกรียนอุดมศึกษา เพื่อนฝูงรักใคร่ อนาคตสดใส แต่เรียนหนักขาดการชักว่าวเป็นเวลา14วัน ทำให้พฤติกรรมเปลี่ยนแปลง กลายเป็นคน โง่เกรียน ชอบระรานงี่เง่าชาวบ้าน ทำผิดโดนจับได้จะมีอาการมือตีนหงิก และหลังจากนั้นก็มีรายงานมาอีกจากหลายโรงพยาบาลทั่วประเทศเทย

ไฟล์:Sperm Bank.jpg
right]นโยบายขององค์การอนาจารโลกจัดหาที่ชักว่าวสาธารณะฟรีแก่ประชาชนยากไร้เพื่อป้องกันโรคว่าวขึ้นสมอง

การตรวจทางห้องปฏิบัติการ[แก้ไข]

ในรายที่สงสัยเป็นว่าวขึ้นสมองสามารถวินิจฉัย เลือดเป็นพิษอสุจิได้จากการตรวจเลือด ส่องกล้องจะเห็นอสุจิแหวกว่ายอย่างเสรีในเลือด นอกจากนี้ยังสามารถตรวจทางเคมีโดยใช้การตรวจเอซิดฟอสฟาเตส ในเลือดจะได้ผลบวก สำหรับการวินิจฉัยภาวะว่าวขึ้นสมองระยะสุดท้ายจะตรวจโดยการเอ็กซเรย์คอมพิวเตอร์สมอง (CT/MRI) ซึ่งMRIจะมีความละเอียดสูงกว่าอาจเห็นซากอสุจิตายเกลื่อนสมองได้

การป้องกัน[แก้ไข]

มีงานวิจัยในระดับนานาชาติระบุว่า การชักว่าวอย่างน้อย2-3วันครั้ง จะสามารถลดความเสี่ยงในการเกิดว่าวขึ้นสมองได้ประมาณ60 % และถ้าชักทุกวันหรือวันละหลายๆหนจะสามารถลดการเกิดได้เกือบ100% ดังนั้นจึงมีประกาศประกาศจากองค์การอนาจารโลก (WFO World Fucking Organization) ในปี2551กล่าวว่า "มนุษย์โลกเพศชายทุกคนควรชักกว่าวอย่างน้อย2-3วันครั้งเพื่อป้องกันการเกิดโรค ว่าวขึ้นสมอง หรือชักแม่งทุกวันยิ่งแจ่ม" และมีสโลแกนรณรงค์คือ" ชักว่าววันละนิด จิตแจ่มใส ห่างไกลว่าวขึ้นสมอง" และ" จน เงี่ยน ชักว่าว" ออกทางสปอตโฆษณาทีวี ซึ่งเป็นที่รู้จักของชาวเทยเป็นอันมาก นอกจากนี้ยังรณรงค์อย่างจริงจังในประเทศด้อยพัฒนา และยากจนแต่ทำตัวรวยมีการศึกษาอย่างประเทศเทย ในโครงการ"ชักว่าวกัน ตังอยู่ครบ" เพื่อเป็นทางเลือกในการป้องกันโรคของผู้มีรายได้น้อย ไม่มีเงินอาบน้ำ สำหรับการป้องกันอื่นๆที่องค์การอนาจารโลกกล่าว อาจเลือกใช้ จิ๋มกระป๋อง ตุ๊กตายาง รูตูดเทียม แทนมือได้ เนื่องจากมือเป็นพาหะของเชื้อโรค เช่นหวัด2009 ซึ่งเมื่อเราชักว่าวด้วยมือ น้ำว่าวอาจกระจาย ทำให้อสุจิที่มีเชื้อหวัดปลิวว่อนเกลือกกลั๊วสู่ชั้นบรรยากาศเข้าปากเข้าจมูกคนรอบข้างได้

การรักษา[แก้ไข]

ปัจจุบันมีการพัฒนาวิจัยตัวยาฆ่าเสปิร์มในเลือดชื่อ Spermsmegtin® มาจากsperm (อสุจิ) +smegma (ขี้ไคลใต้หนังหุ้มเจี๊ยว) +tin (ยากลุ่มที่มีหม่คาร์บอกซิลกรุ๊ป) เป็นอนุพันธ์ของสารสกัดจากsmegmaของตัวเหี้ยรัสเซียแปลง่ายๆว่า ยาสกัดจากขี้ไคลใต้หนังหุ้มเจี๊ยวตัวเหี้ยรัสเซีย (ตัวเหี้ยรัสเซียเป็นสัตว์หายากเนื่องจากเคยถูกล่าตัดเจี๊ยวเอาขี้ไคลไปสกัดตัวยาปีละหลายหมื่นตัวเนื่องจากสมัยนั้นยังไม่สามารถสังเคราะห์สารที่ลักษณะคล้ายกันได้ ทำให้จำนวนในธรรมชาติลดลงอย่างมากปัจจุบันทางการรัสเซียโดยนโยบายของท่านยูริได้ขึ้นทะเบียนตัวเหี้ยรัสเซียเป็นสัตว์ประจำชาติแทนหมีขาว) ซึ่งสามารถใช้ได้ในการรักษาโรคระยะที่สอง โดยมีกลไกทำให้เสปิร์มในเลือดมีการเคลื่อนไหวที่ช้าลงและตายก่อนที่จะไปถึงสมอง ซึ่งปัจจุบันเป็นยาที่แพร่หลายตามสถานบริการทางการเพศ โดยแต่เดิมมีราคาสูง แต่ปัจจุบันองค์การเพศสัตตกาม แห่งประเทศเทยได้ทำการหักหน้าบริษัทยาข้ามชาติ ผลิตยาตัวนี้แบบโลคอลเมดได้ในราคาถูกเป็นขี้แต่คุณภาพก็ห่วยเป็นขี้เช่นเดียวกัน ดังนั้นยาSpermsmegtin® แบบโลคอลเมดถูกๆจึงถูกบรรจุอยู่ในบัญชียาหลักแห่งชาติ ที่สามารถใช้ได้ฟรีในผู้ป่วยที่มีสิทธิ30บาทตายทุกโรค และจากการศึกษาในสัตว์ทดลองคือ หนูปาปัวนิวกินี และตุ๊กแกป่าโปรตุเกส ที่มีโครงสร้างทางพันธุกรรมคล้ายมนุษย์ที่สุด พบว่ายาฆ่าเสปิร์มในเลือดมีผลต่อการเสื่อมพันธุ์ได้ถ้าใช้ยาในระยะยาวตั้งแต่2สัปดาห์ขึ้นไป แต่การทดลองนี้ยังไม่ได้เริ่มกับมนุษย์อย่างจริงจังแต่อย่างใดด้วยเหตุผลด้านจรรยาบรรณ นอกจากนี้ยังอาจมีนวัตกรรมตัวยาใหม่ๆที่กำลังจะทดลองในอนาคต เช่นยาละลายหัวเสปิร์ม ทำให้เจาะไชยาก หรือแม้กระทั่งนาโนเทคโนโลยี ที่สร้างหุ่นกินเสปิร์มขนาด3ไมครอนที่ฉีดเข้าเส้นเลือดแล้วไปกัดกินเสปิร์ม ในระบบไหลเวียนโลหิต ซึ่งกำลังอยู่ในขั้นทดลองในหลอดแก้ว คาดว่าการที่มีการรักษาใหม่ๆออกมานี้จะทำให้ค่าใช้จ่ายในการรักษาเพิ่มสูงขึ้นมาก และเป็นการรักษาได้เพียงระยะที่สองของโรคเท่านั้น สำหรับระยะสุดท้ายของโรคนี้ไม่สามารถรักษาได้ นอกจากไปเกิดใหม่ ดังนั้นองค์การอนาจารโลกจึงระบุว่าการชักว่าวป้องกันเป็นวิธีที่ดีและประหยัดที่สุดนะฮ๊าาาาา

ตัวเหี้ยรัสเซีย สัตว์หายากที่เป็นต้นกำเนิดยาSpermsmegtin®ลักษณะใหญ่โตคล้ายจรเข้แต่มีขนเหมือนหมาแพนดี้เนื่องจากต้องใช้ต่อสู้สภาพอากาศที่หนาวจัด ปัจจุบันเป็นสัตว์ประจำชาติของรัสเซีย

แนวทางการดูแลผู้ป่วยระยะสุดท้าย[แก้ไข]

การดูแลผู้ป่วยระยะสุดท้ายของโรคว่าวขึ้นสมองนั้นทำได้เพียงการประคับประคองเท่านั้น การชักว่าวในระยะนี้เป็นเพียงการช่วยไม่ให้การดำเนินโรคแย่ลง แม้มีการวิจัยถึงการใช้ยาSpermatin®ในระยะสุดท้ายแต่ก็บ่งชี้ว่าไม่ได้ช่วยให้การดำเนินโรคดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ ดังนั้นเราผู้ป่วยโรคนี้จึงควรมีผู้ดูแลอย่างใกล้ชิด ถ้าเป็นป้าแก่ๆเหี่ยวๆดูแลจะทำให้ผู้ป่วยห่อเหี่ยวและทรุดลง แต่ถ้าเป็นพริ๊ตตี้สาวสวยหุ่นสบึมจะทำให้ผู้ป่วยมีการดำเนินโรคที่ดีขึ้นจนอาจเกือบเหมือนคนปกติได้

ข้อมูลเพิ่มเติมที่ควรทราบ[แก้ไข]

จากการวิจัยโดยสถาบันโรคว่าวขึ้นสมองระบุว่า ชาวเกรียนประมาณ60% มีภาวะว่าวขึ้นสมอง และ50%ของคนที่มีภาวะว่าวขึ้นสมองจะกลายเป็นเด็กเกรียน โดยอธิบายว่าภาวะพฤติเกรียนนั้น แสดงออกมาจากก้นบึ้งของความเก็บกดทางเพศที่ไม่ได้ระบายออก ดังนั้นองค์การอนาจารโลกจึงแนะนำว่าชาวเกรียนทุกคนควรชักว่าวทุกวัน เพื่อป้องกันพฤติเกรียนที่ไม่เหมาะสม

รายนามผู้ป่วยที่เป็นโรคว่าวขึ้นสมอง[แก้ไข]

  • ทุจศีล กินชะมัด ท่านผู้นี้เป็นผู้ป่วยตัวอย่างรายหนึ่งที่ได้รับความทุกข์ทรมานต่อโรคร้ายนี้อย่างเเสนสาหัส เนื่องด้วยท่านมัวเเต่หมกมุ่นเรื่องการดูดกินบ้านเมืองทำให้ขาดการชักว่าวอย่างหนัก เเม้เเต่ภรรเมียของท่านคือท่านหญิงพจบานก็ขาดการสอดใส่ดูเเลจนกระเพาะเยี่ยวตีบตันไปหมด จนสุดท้ายต้องเลิกกับท่านเพราะกลัวช่องคลอดฝ่อ ส่วนตัวท่านนั้นก็สติผิดเพี้ยนไปจนไม่อาจบริหารงานได้ตามปกติ จึงถูกท่านโนบิตะเเห่งเมืองเทยรายสัปดาห์ฉวยโอกาสปลุกระดมกลุ่มผีตองเหลืองขอยืมสนามบินเป็นฐานบัญชาการอย่างละม่อมเป็นที่ชื่นชมของอารยประเทศเป็นอันมาก เล่นงานท่านจนต้องหนีหัวซุกหัวซุนออกนอกประเทศเทยพร้อมเงินติดตัวอันน้อยนิดไปซื้อทีมฟุตบอลเพื่อประทังชีวิตที่เเร้นเเค้น จนถึงปัจจุบันท่านยังคิดการใหญ่โดยเจียดสตางค์โฟนอินข้ามทวีปเพื่อปลุกเร้ากลุ่มเสี้ยนเเดงเพื่อวางเเผนกอบกู้ศักดิศรีเเละเงินของท่านเพื่อที่ท่านจะได้กลับมาผงาดชูชันโด่เเข็งในประเทศเทยอีกครั้ง เพราะท่านรักประเทศเทย(มันกินง่ายเเละอร่อยกว่าอารยประเทศ)
  • ท่านศาสดาหมูเเฮม ศาสดาเเห่งศาสนาผู้มีการศึกษา เนื่องด้วยตัวท่านนั้นถือกำเนิดในตระกูลที่ร่ำรวยมีการศึกษาสูง ซึ่งบ่มเพาะท่านมาเเต่เล็กว่าการชักว่าวนั้นเป็นการกระทำที่ต่ำช้า มีเเต่ผู้ที่มีการศึกษาต่ำพึงกระทำ โดยท่านถือว่าการชักว่าวถือเป็นกรรมหนักที่ชั่วช้าไร้การศึกษา ตลอดชีวิตของท่านจึงมิยอมให้มือที่บริสุทธิเเละสูงส่งเเตะต้องเเปดเปื้อนควยที่เป็นของสกปรกไร้การศึกษาเลย จึงเป็นเหตุให้ท่านเกิดภาวะว่าวขึ้นสมองเเต่เด็ก เเละจะมีอาการมือเท้าหงิกงอ(เป็นอาการที่ท่านศาสดารับกรรมเพื่อไถ่บาปให้กับมวลมนุษย์ที่โง่เขลาไร้การศึกษา)ความวิปริตผิดเพี้ยนของปัญญาทำให้ท่านตรัสรู้เห็นเเจ้งสัจธรรมในระหว่างที่ท่านขับรถว่า ผู้คนที่โง่เขลารอบกายท่านล้วนน่าสงสาร ท่านจึงขับรถพุ่งชนคนเหล่านั้นเพื่อให้หลุดพ้นจากวังวนทุกขเวทนาเเห่งความไร้การศึกษา เเต่ผู้คนที่โง่เขลากลับไม่เข้าใจปัญญาฌาณอันประเสริฐของท่านกลับทุบตีทำร้ายท่านเหมือนมนุษย์บาเเบเรี่ยนที่ไร้การศึกษา เเละสุดท้ายนั้นพระบิดาของท่านก็เสด็จลงมาจากภพภูมิสังคมชั้นสูง โอบอุ้มท่านไว้ให้อยู่เหนือกฏหมายที่โง่เขลา รอดพ้นจากเหล่ามวลมนุษย์ไร้การศึกษาที่บ้าคลั่ง ท่านจึงได้อยู่มาจนเป็นศาสดาเผยเเพร่คำสอนอันดีงามนี้มาจนถึงปัจจุบัน (จนกว่าจะถึงวันเเห่งการภิพากษาที่ตำรวจผู้โง่เขลาจะนำท่านไปเข้าคุกที่โง่เขลาต่อไปเเละวันนั้นจะเป็นวันสิ้นโลกที่ไร้การศึกษา ตามที่ระบุในพระคำภีร์)
  • บร๊ะเจ้าโดราเอม่อน เเห่งศาสนาโดเรม่อน ท่านทรงเป็นหุ่นยนต์เเมวเเห่งโลกอนาคตตัวผู้ที่ไม่มีพระควย (โดร่าลึงค์ มหาลึงค์ในตำนานที่เป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์เเห่งชาวโดราเอม่อนนิกชน ซึ่งมักพกติดตัวเพื่อเป็นสิริมงคล เนื่องจากบร๊ะเจ้าโดราเอม่อนไม่มีพระควยศาสนิกชนจึงสมมุติโดร่าลึงค์ขึ้นมาเพื่อบูชาเพื่อให้ท่านปิติปราโมทย์) เเละมือของท่านนั้นกลมไม่สามารถกำวัตถุที่เป็นเเท่งได้ จึงทำให้ท่านไม่สามารถชักว่าวได้ ท่านจึงป่วยเป็นโรคว่าวขึ้นสมอง ทำให้ศีรษะบวมโตสติปัญญาผิดเพี้ยน เป็นผลให้ท่านมักหยิบของวิเศษให้ท่านศาสดาโนบิตะผิดพลาดเสมอ วาระสุดท้ายท่านเสียชีวิตด้วยโรคว่าวขึ้นสมองเรื้อรัง เนื่องด้วยท่านไม่มีพระควย ดังนั้นการที่ชาวโดราเอม่อนนิกชน ทำการบูชาขัดถูโดร่าลึงค์หรือเเม้เเต่ศาสนิกชนหญิงจะใช้โดร่าลึงค์ในการบำบัดความใคร่ก็จะทำให้ได้ผลบุญเป็นอันมาก

ความคิดเห็นท่านผู้อ่าน[แก้ไข]

พี่ครับ ผมชอบเล่นว่าวกับเพื่อนกลางสนามที่สยามหรือทุ่งนา และมีร้านขายว่าวให้เล่นชักว่าว สนุกมาก
                 — เด็กเมื่อวานซึนกล่าวถึงการเล่นชักว่าว

เวลาเล่นชักว่าว ไม่ควรไปเล่นแถวเสาไฟฟ้าแรงสูง เดี่ยวไฟช็อตตายคาทุ่งนา
                 — คนบ้านนอกบอก

งั้นที่ม.จุฬาเป็นที่มาของการชักว่าวสินะ เพราะในหนังสือภาษาไทยเขียน ฬ.จุฬา ภาษาชาวบ้านคือการชักว่าวสินะ
                 — นักศึกษาสายภาษาสาดเข้าใจ

อ้าวเฮ้ย แล้วงี้คนชักว่าวให้นินจาบินขึ้นไปก็เป็นโรคว่าวขึ้นสมองอ่ะดิ เพราะมันเป็นยานพาหนะหนีข้าศึกอย่างดีเลยนะ
                 — นินจาคนหนึ่งที่ชักว่าวให้เพื่อนหนีข้าศึกเมื่อกี้