ไร้วิทยาลัย:โรงเรียนมงฟอร์ตวิทยาลัย

จากไร้สาระนุกรมเสรี - แหล่งรวบรวมเรื่องราวตลกขบขันและบิดเบือนข้อเท็จจริง
(เปลี่ยนทางมาจาก โรงเรียนมงฟอร์ตวิทยาลัย)
ไร้วิทยาลัย

ยินดีต้อนรับสู่ไร้วิทยาลัยภาษาไทย
แหล่งรวมเรื่องขำขันไร้สาระเกี่ยวกับมหาวิทยาลัยและสถานศึกษาที่ทุกคนร่วมเขียนได้
วันนี้ตรงกับวันพุธ ที่ 22 พฤศจิกายน 2560 เวลา 12:35 น. ตามเวลาสากลเชิงพิกัด (ช้ากว่าไทย 7 ชั่วโมง)
เว็บย่อ: http://th.uncyclopedia.info/wiki/Un-niversity

โรงเรียนมงฟอร์ตวิทยาลัย เป็นโรงเรียนในเครือมูลนิธิคณะเซนต์คาเบรียลแห่งประเทศไทย ก่อตั้งเมื่อปี 2475 ถัดจากโรงเรียนอัสสัมชัญ และโรงเรียนเซนต์คาเบรียล ปัจจุบันมีสองแผนกคือแผนกประถม ตั้งอยู่ที่ ถ.เจริญประเทศ ต.ช้างคลาน อ.เมืองเชียงใหม่ (ติดแม่น้ำปิง) และแผนกมัธยม ตั้งอยู่ที่ ต.ท่าศาลา อ.เมืองเชียงใหม่


▶ มงฟอร์ตเป็นโรงเรียนชายล้วนแห่งสุดท้ายของเชียงใหม่ เริ่มรับนักเรียนหญิงเข้าเรียนที่ประถมในปี 2551 และนักเรียนชายล้วนรุ่นสุดท้ายคือป.๖ปี๕๖
▶ และเป็นหนึ่งในไม่กี่โรงเรียนของเมืองไทยที่เปิดห้องเรียนศิลป์ดนตรี
▶ ห้องน้ำชายระหว่างตึกที่มัธยมคือแหล่งสูบบุหรี่(ปัจจุบันคือซอยป้าอร)
▶ ก่อนสอบเข้า ม.4 จะมีนักเรียน ม.3 ไปบนนักบุญหลุยส์เป็นจำนวนมาก การแก้บนยอดฮิตคือวิ่งรอบลานนักบุญหลุยส์
▶ วลีอมตะตลอดกาลของศิษย์เก่าและศิษย์ปัจจุบันที่ทุกคนต้องรู้จักคือ "คุณตีกันฉันไม่ว่า คุณเหยียบหญ้าฉันไล่ออก" ของภราดาอังเดร
▶ ภราดาอังเดรเลี้ยงสุนัขที่มัธยมไว้เยอะมาก ตอนกลางคืนที่มัธยมจะมีเวลา "ปล่อยหมา" อย่าไปยุ่งกับมันเพราะดุมาก (บางตัวก็ใจดี)
▶ ฝ่ายสำนักผู้อำนวยการอยู่ตึกเซนต์แมรี่ แต่ผู้อำนวยการทำงานตึกอำนวยการ คนละมุมของโรงเรียนเลย แล้วจะทำงานกันยังไง
▶ มงฟอร์ตเป็นโรงเรียนคริสต์ที่แปลกมาก ทุกวันจะสวดตนเช้าเป็นเกี่ยวกับพระเจ้าประธานปัญญาให้เรียนวิชาได้ดี แต่หากวันไหนเป็นวันพระ นักเรียนจะได้ท่องบทแผ่เมตตา กับนั่งสมาธิ
▶ ผู้ชายแทบทุกคนจะเรียน รด. อาจกล่าวได้ว่ามงฟอร์ตเป็นโรงเรียนที่มีนักศึกษาวิชาทหารมากที่สุดแห่งหนึ่งของประเทศไทยก็ว่าได้ ( ปีล่ะ300กว่าคน x 3)
▶ เพราะเรียน รด. ทำให้ในวันพฤหัสบดีช่วงบ่ายเป็นช่วงที่ผู้ชายเรียน รด. คนไม่เรียน รด.ก็กลับบ้าน
▶ เพราะคนไม่เรียน รด. สบายเกิน ทำให้โรงเรียนหามุกเพื่อไม่ให้นักเรียนที่เหลือสบายเกินไป ด้วยการทำกิจกรรม "บำเพ็ญประโยชน์" ถึงบ่ายสองครึ่ง โดยขณะรุ่น 2553 อยู่ ม. ห้า ครูให้นักเรียนคิดกิจกรรมบำเพ็ญประโยชน์เอง กิจกรรมที่ได้มาคือ โยนโบลิ่ง กินmk buffet กินแหนมเนือง ล่องแม่น้ำปิง ไปหมู่บ้านควาย (ได้ไปจริงๆนะ)
▶ ในปี 2553 รด. มีหัวหน้ากองพันชื่ออังควร ซึ่งหลายคนเรียกกันว่า "ยุคมืด"
▶ ทุกๆวันพฤหัสบดีประมาณบ่าย 3 โมง ร้าน Mrs.Icy(บริเวณ Green Zone ตรงข้ามสะพานลอย) จะมีการถ่ายทำรายการ "ชีเม้าท์"
▶ พอหลังจาก รด.เรียนจบในภาคเรียนที่สอง วันพฤหัสบดีตอนบ่ายจะว่าง และที่ที่หลายคนไปเที่ยวกันคือเซ็นทรัล แอร์พอร์ต พลาซ่า(เรียกว่าบ่ายวันนั้นที่ห้างจะเต็มไปด้วยนักเรียนมงฟอร์ตในชุดนักเรียน)
▶ การเรียน รด. (เป็นนักศึกษาวิชาทหาร หรือ นศท.) สามารถขาดเรียนได้สี่ครั้ง พอจบการฝึกยี่สิบอาทิตย์ นศท. ของมงฟอร์ตร้อยละเก้าสิบจะใช้สิทธิขาดจนครบ
▶ ในปี 2552 นักเรียนมงฟอร์ตที่เรียน รด. บ่างคนพ่อแม่เส้นใหญ่เลยไม่ถูกตัดผม และ นักเรียน รด. บางคนจ้างให้ คอมแมนเซ็นชื่อแทน
▶ อาทิตย์ไหนมีข่าวว่าวันที่เรียนก่อนหน้า (จันทร์ อังคาร พุธ) ผบ.ศูนย์ฝึกลงมาตรวจเอง อาทิตย์นั้นเด็กมงโดดเรียบ
▶ ผู้หญิง ม.ปลายผูกโบสีดำ กรมท่า หรือสีขาว แต่ผู้หญิงที่ประถมผูกโบสีแดง
▶ ร้านอาหารยอดนิยมตลอดกาลของเด็กมัธยมคือร้านลุงกบและร้านลุงดำ ชอบมีการสั่งอาหารจากสองร้านนี้เข้ามากินที่โรงเรียนบ่อยมากจนโรงเรียนต้องสั่งห้าม เพราะกลัวขาดดุลการค้า
▶ ร้านวิทยา ที่หน้ามงฟอร์ตประถม ยังคงเป็นที่พึ่งให้นักเรียนประถมได้ทุกเรื่อง ไม่ว่าจะเป็นอุปกรณ์การเรียน ของเล่น หรืออุปกรณ์เสริมของเกม
▶ อาหารส่วนใหญ่ในโรงอาหารมงฟอร์ตมัธยมรสชาติแย่มาก จนคนนิยมซื้ออาหารสำเร็จรูปกิน หรือสั่งอาหารจากด้านนอกมากิน หรือห่อข้าวมากินเองที่โรงเรียน
▶ ในเพลงโรงเรียนเพลงหนึ่ง (เพลงที่ขึ้นว่า "ชีวิตสดใส จิตใจอุ่นละมุน บรรพชนหนุน บุญใหญ่เทียมฟ้า..."แต่งโดย ภ.อนุรักษ์±|-) จะมีท่อนเพลงที่ว่า "แนวสนรถไฟ รับใช้ร่วมกัน" ซึ่งปัจจุบันสิ่งที่อิงถึงเพลงท่อนนี้ไม่มีให้เห็นแล้ว เพราะแนวสนรถไฟถูกตัดออกเมื่อปี 2550 เนื่องจากล้ำพื้นที่สาธารณะ(บ้างว่ารากมันเน่า) + ( โรงเรียนบอกว่าเป็นแหล่งมั่วสุมของนักเรียนเลยตัดเอาไปขาย )
▶ ตึกเรียนทุกตึกในมงฟอร์ตมัธยมมีทางเดินเชื่อม
▶ ถึงห้อง Lab มัธยมจะเป็นของเก่า แต่ก็เป็นของที่โรงเรียนมัธยมแทบทุกที่ไม่มีใช้ จะพบตามมหาวิทยาลัยชั้นนำของประเทศเท่านั้น เช่นตู้อบควัน เครื่องฉายสเปกตรัม กล้องจุลทรรศน์ที่สามารถต่อกับจอโปรเจกเตอร์ได้
▶ โรงเรียนมงฟอร์ตเรียนคอมพิวเตอร์ด้วยคอมพิวเตอร์ McIntorsh ในช่วงเทอมสอง ชั้นเรียนคอมพิวเตอร์ ม.6 จะกลายเป็นร้านเกมคอมพิวเตอร์โดยฉับพลัน (และเป็นคาบที่คนไม่ค่อยขาด)
▶ โรงเรียนมงฟอร์ตแผนกมัธยมเคยมีตู้ทำน้ำเย็น แต่ก็ถูกยกออกเพราะถูกระเบิดบ่อย
▶ ในช่วงก่อนเทศกาลลอยกระทง ที่มัธยมจะมีเทศกาลระเบิดห้องน้ำชาย จะมีการจุดระเบิดไว้ในห้องน้ำ ติดสายชนวนจนกระทั่งระเบิด ส้วมแตก (ในวันนั้น ภราดาอังเดร ตกใจหัวใจเกือบวาย *พอดีนั่งแถวหน้าสุดเลยเห็นท่าทางของแก)
▶ ชื่อตึกแทบทุกตึกของมงฟอร์ตมัธยม (ยกเว้นตึกอำนวยการกับตึกเซนต์แมรี่) จะตั้งชื่อตามบราเดอร์เก่าของโรงเรียนที่ถึงแก่กรรมไปแล้ว
▶ ในชั้น ม.6 จะเรียงห้องเรียนใหม่ตามคณะที่นักเรียนอยากเข้า ( ถ้าสายที่มีมากกว่า 1 ห้องเช่นวิทย์สุขภาพที่มีเยอะ จะแยกตามเกรดอีกที เรียงจากห้อง1ที่เกรดสูงสุด (3.7+++) )
▶ พอเปิดเทอมสอง ม.6 จะหายไปครึ่งชั้น พอหลังปีใหม่ ม.6 จะหายไปเกือบยกชั้น (สาเหตุเพราะว่าสอบโควตาเสร็จแล้ว อยากไปเที่ยวคลายเครียด)
▶ เป็นเรื่องน่าแปลกในสังคมมงฟอร์ต ที่การสอบติดโควตาคือศักดิ์ศรี แต่ติดจุฬาฯ ธรรมศาสตร์ที เงียบเชียบกันหมด
▶ โรงเรียนจะมีการขึ้นชื่อนักเรียนติดโควตา มช. ไว้หลังนิตยสารของโรงเรียนทุกปี แต่โรงเรียนไม่เคยขึ้นชื่อนักเรียนที่สอบติดรับตรงติดที่อื่น (แม้กระทั่งจุฬาฯ หรือธรรมศาสตร์) ไว้หลังนิตยสารโรงเรียนเลย(เพราะเป้าหมายของโรงเรียนคือที่ 1 โควตา ม.ช.)
▶ ผู้หญิงส่วนใหญ่ที่รับตอน ม.4 มาจากพระหฤทัยและเรยีนา
▶ เดิมชุดพละมงฟอร์ตเป็นสีตามห้อง เพื่อให้สะดวกกับการแบ่งทีมเล่นกีฬาระหว่างห้อง ต่อมาปี 2549 เปลี่ยนสีชุดพละเป็นสีแดงทั้งหมด และตอนกรีฑาสีก็มีชุดประจำสีอีกชุด (สรุปคือสร้างภาระทางการเงินให้นักเรียนซะงั้น) ต่อมาเมื่อ 2552 ก็เปลี่ยนสีชุดพละเป็นสีขาวอีก (สาเหตุคือกระแสการเมืองร้อนแรง สีดันไปพ้องกับสีของฝ่ายศิษย์เก่าชื่อดังของโรงเรียน คืออดีตนายกฯ ที่ตอนนี้หนีออกนอกประเทศพอดี)
▶ ครูเข็มเพชร เป็นครูสอนฟิสิกส์ที่ไม่ปล่อยเกรดให้ง่าย ๆ สอบตกก็ไม่ให้ซ่อมง่าย ๆ วลีเด็ดของครูที่เด็กสายวิทย์มงฟอร์ตทุกคนต้องจำได้คือ "ศูนย์เลยค่ะ" (ปัจจุบันครูลาออกแล้ว)
ครูบางคนชอบมั่วคะแนนให้ผิดให้ถูก
▶ ครูนัยน์ปพรเป็นเจ้าของหัวสมองความจุล้านเทราไบต์ เมื่อถามข้อสอบย้อนหลังสังคมครู ครูเขาจะตอบได้โดยไม่มีปัญหา แถมมีอธิบายเพิ่มด้วย ( จำปีที่สำคัญทั้งหมด รวมถึงหนังสือทุกเล่มที่บุคคลสำคัญแต่งไว้ )
▶ ใครได้เกรด 4 ภาษาไทยครูศิริพร = พระเจ้า
▶ ใครได้เกรด 4 ภาษาอังกฤษครูอภินันท์ = โคตรเทพ (เด็ก Gifted Eng ยังทำกันไม่ค่อยได้เลย)
▶ คำพูดของครูแผนกประถม ที่นักเรียนที่เคยผ่านชั้นป.6 มา จะจำได้ดีคือคำว่า "มาสเตอร์ขอสกิดเบาๆ 1 ทีนะครับ"(อยากบอกว่ามันเบาตรงไหน??)
▶ หลาย ๆ ครั้งมีการพิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า เด็กธรรมดาก็เก่งกว่าเด็ก Gifted ได้
▶ Gifted คณิตฯ อยู่ห้อง 3 Gifted ไทย รวมกับ Gifted อังกฤษอยู่ห้อง 1 Gifted วิทย์อยู่ห้อง 2 (ตอนอยู่ม.6จะไม่มีความหมายเพราะแยกห้องตากสายตามเกรด) (พ.ศ. 2560)
▶ เด็กห้อง 1 และห้อง 4 จะเป็นศูนย์รวมของเด็กปีศาจ โหด เทพ มารวมตัวกัน ดูจากคะแนนแล้ว เด็กห้องอื่นพูดเป็นเสียงเดียวว่า "มันไม่ใช่คน"
▶ Gifted เกิดครั้งแรกในปี 2547 สมัยครูทับทิม ขุมทรัพย์เป็นหัวหน้าฝ่ายวิชาการ โดยเริ่มแรกมี Gifted ภาษาไทยกับคณิตศาสตร์
▶ Gifted ภาษาไทยของโรงเรียนมงฟอร์ตเป็น Gifted เดียวที่มีค่ายร่วมกับโรงเรียนอื่นในนาม "ค่าย Gifted Thai ภาคเหนือ" ซึ่งเป็นกลุ่มเครือข่าย Gifted ภาษาไทยที่ใหญ่ที่สุดของประเทศไทย
▶ และ Gifted ภาษาไทยเป็น Gifted แรกที่มีประเพณีรับน้องและเลี้ยงอำลาอย่างเป็นระบบแบบที่เห็นสากลนิยมตามโรงเรียนชั้นนำอื่น ๆ ในกรุงเทพฯ
▶ เด็กสายศิลป์ทุกคน เรียกครูทับทิมว่า "แม่"
▶ ม.แดง (ม.สิทธิพันธ์) มักจะลงโทษนักเรียนด้วยการหยิกหัวนม หรือเอาแฟ้มๆไม่ก็ใช้ แทมบูรีน(เครื่องดนตรีเคาะประกอบจังหวะ) ตีหัวเนื่องจาก "ไม่ติดป้ายชื่อ"
▶ พ.ต.ท.ทักษิณ อดีตนายกรัฐมนตรี จบจากมงฟอร์ตก่อนไปเรียนเตรียมทหาร
▶ นอกจากนั้นโรงเรียนมงฟอร์ตยังมีศิษย์เก่าที่สร้างชื่อเสียงในวงการบันเทิงมากมาย เช่น บี้ The Star ,ดิว The Star 4, พีช August, ซาร่า AF
▶ รายการรถโรงเรียนเคยมาถ่ายทำที่โรงเรียนมงฟอร์ต 5 ครั้ง ครั้งแรกปี พ.ศ. 2551 เทปบี้ The Star ครั้งที่2ในปีเดียวกัน เทปดิว The Star 4 ครั้งที่3 ในปี พ.ศ.2554 เทปพีช August ครั้งที่4 ในปี พ.ศ.2559 เทปซาร่า AF ครั้งที่5 ในปี พ.ศ.2560 เทปไต้ฝุ่น KPN
▶ ทุกปีโรงเรียนจะมีโครงการแลกเปลี่ยนทางวัฒนธรรมกับโรงเรียน Ringwood ประเทศออสเตรเลีย (มีหลายที่มาก แต่ Ringwood บ่อยสุด) ทำให้สาว ๆ มงฟอร์ตได้ยลโฉมหน้าหนุ่ม ๆ ออสซี่กันช่วงหน้าร้อน และเป็นเช่นเดียวกันกับหนุ่ม ๆ มงฟอร์ตที่ได้ยลโฉมหน้าสาว ๆ ออสซี่ในช่วงเดียวกัน
▶ ครูชาวจีนที่สอนภาษาจีนมักถูกส่งมาจากมหาวิทยาลัยยวี่ซี เมืองคุนนหมิง ประเทศจีน
▶ สมัยก่อนโรงเรียนมงฟอร์ตมีวิชาเชียงใหม่ศึกษา ต่อมากลายเป็นภูมิปัญญาล้านนา (ซึ่งกลายเป็นวิชาเพิ่มเติมที่ทุกคนต้องเรียนไม่ว่าจะ ม.ต้นหรือ ม.ปลาย จะสายวิทย์หรือสายศิลป์) และตอนนี้กลายเป็นวิชาประวัติศาสตร์
▶ นักเรียนประถมและ ม.ต้นเรียนวิทย์กับคณิตเป็นภาษาอังกฤษ แต่สอนโดยครูคนไทย
▶ ภาษาจีนเป็นวิชาที่ทุกคนต้องเรียนตั้งแต่ ป.1 จนถึง ม.3
▶ บุคลากรมงฟอร์ตไม่ค่อยจัดกิจกรรมค่ายหรือสัมมนานอกเขตภาคเหนือตอนบน เพราะอยู่ไกล เสียเวลา และเสียงบประมาณมาก
▶ เมื่อพูดถึงลูกเสือมงฟอร์ต ต้องนึกถึง ผกก.ชานน ดียืน และค่าย "ม่อนคำออน"
▶ การเก็บเงินเพิ่มเติมจากค่าเทอมถือเป็นเรื่องใหญ่มาก หลาย ๆ ครั้งที่หลายกิจกรรมต้องถูกยกเลิกหรือลดคุณภาพเพราะผู้ปกครองโทรมาฟ้องโรงเรียนบ่อย ๆ เรื่องการเก็บเงินเพิ่ม
▶ สมุดพกโรงเรียนมงฟอร์ตเป็นปกหนังสีแดง
▶ งานที่ยิ่งใหญ่ที่สุด และเสียงบประมาณมากที่สุดของมงฟอร์ตทุก ๆ ปีคืองานกรีฑาสี ที่จะจัดช่วงปลายเดือนมิถุนายนของทุกปี (นักเรียนพึ่งงบจากที่ โรงเรียนให้ทุกที)
▶ หลายคนที่ไม่เคยเห็นงานกรีฑาสีมงฟอร์ต จะแปลกใจว่านั่นคืองานกาชาดจังหวัดหรือกรีฑาสี เพราะซุ้มสแตนเชียร์อลังการมาก ต้องมีโครงไม้ตกแต่งสวยงาม มีที่บังแดดบังฝนอย่างดี แต่คนมักอยู่กระจัดกระจายโหรงเหรง ไม่ค่อยเข้าเชียร์
▶ วีรกรรมงานกีฬาสีที่เด็ดที่สุดต้องยกให้ขบวนพาเรดของสีแดงในปี พ.ศ. 2553 ที่มีการแสดงมังกรพ่นไฟ แต่เกิดอุบัติเหตุกลายเป็นมังกรไฟไหม้ไปแทน
▶ สมัยก่อนโรงเรียนมงฟอร์ตเคยมีกีฬาประเพณีกับพระหฤทัยและเรยีนาด้วย (เหมือนกลายเป็นที่มาของสายสัมพันธ์อันแนบแน่นของทั้งสามโรงเรียน ที่ตั้งอยู่บนถนนเจริญประเทศเช่นเดียวกัน)
▶ อย่าลืมว่าโรงเรียนใหญ่ ๆ บนถนนเจริญประเทศไม่ได้มีแค่สามโรงเรียน (มงฟอร์ต, พระหฤทัย, เรยีนา) แต่ยังมีโรงเรียนชัยโรจน์วิทยาด้วย
▶ สมัยก่อนที่ตั้งของมงฟอร์ตประถมคือมงฟอร์ตแผนกมัธยม ส่วนมงฟอร์ตประถมเดิมตั้งอยู่บริเวณโรงเรียนวชิรวิทย์ฝ่ายประถมในปัจจุบัน
▶ มงฟอร์ตไม่เหมือนโรงเรียนคริสต์อื่น ๆ (ไม่ว่าจะคริสตังหรือคริสเตียน) เมื่อถึงช่วงคริสต์มาส โรงเรียนคริสต์ในเชียงใหม่จะปิดยาวลากถึงปีใหม่นานสัปดาห์กว่า ๆ แต่มงฟอร์ตต้องทรหดเรียนจนถึงวันที่สามสิบ ปิดสองวัน แล้วกลับมาเรียนต่อในวันที่สองเดือนมกราคม (ปัจจุบันการวางปฏิทินแบบนี้ถูกยกเลิกไปแล้ว มงฟอร์ตได้หยุดยาวเช่นเดียวกับโรงเรียนคริสต์อื่น ๆ ตั้งแต่ปี 2551 เป็นต้นมา)
▶ งานคริสต์มาสแฟร์ของพระหฤทัยมักเต็มไปด้วยเด็กมงฟอร์ตไปเที่ยว
▶ มงฟอร์ตไม่มีงานปัจฉิมนิเทศ แต่สามารถนับเทียบสองงานให้เป็นงานปัจฉิมฯ ได้ คือพิธีจบหลักสูตรและงานเลี้ยงรุ่น
▶ ตามประเพณีสืบต่อกันมา พิธีจบหลักสูตรจัดวันเสาร์ งานเลี้ยงรุ่นจัดวันอาทิตย์
▶ งานเลี้ยงรุ่นมงฟอร์ต ไม่เคยจัดที่โรงเรียน
▶ เป็นประเพณีที่รุ่นพี่มงฟอร์ตจะต้องกลับมาไซโครุ่นน้อง ม.ปลายทุกปี และผลัดเวียนกันมาตลอดทั้งปีด้วย โดนการเชิญ ของ ม.สุรชัย(เกษียรปี 53แล้ว)
▶ โรงเรียนมงฟอร์ต ไม่มีการรีเกรดเหมือนโรงเรียนอื่น ๆ สอบได้เท่าไหร่ รวมซ่อมเรียบร้อยแล้วก็ได้แค่เท่านั้น พออีกสองปีต่อมาต้องใช้เกรดยื่น ถ้าเขาจำกัด 3.5 แล้วเราได้ 3.49 จะไม่มีสิทธิ์เพิ่มเกรด คือไม่มีสิทธิ์ อุทธรณ์ใด ๆ ทั้งสิ้น
▶ จุดที่สูงที่สุดของอนุสาวรีย์นักบุญหลุยส์แบบสากล (พบได้แบบเดียวกันทุกโรงเรียน) คือนิ้วชี้ของมือขวา
▶ หลายคนนึกว่านักบุญหลุยส์ใส่ชุดสีขาวเหมือนคณะบราเดอร์ และเหมือนกับอนุสาวรีย์ที่เป็นสีขาว ที่จริงนักบุญหลุยส์ใส่ชุดนักบวชสีดำนะ
▶ ลูกหม้อมงฟอร์ตทุกคนต้องเคยเรียนชีวประวัตินักบุญหลุยส์ ไปถามได้เลย นิทานเกี่ยวกับขอทานสามคน การสร้างภูเขา การรวมเงินซื้อชุดให้เพื่อน จะเป็นเรื่องที่คุ้นเคยที่สุด
▶ ชื่อรุ่น ม.6 มงฟอร์ตแทบทุกรุ่นที่ผ่านมาเป็นภาษาไทย
▶ การนับรุ่นมงฟอร์ต ให้นับตามปีที่เข้าศึกษา ม.3 หากรุ่นนี้เข้า ม.3 ในปี 2544 ให้ถือว่ารุ่นนั้นคือรุ่น 2544 หรือรุ่น 44
▶ มงฟอร์ตมัธยมมีประตูเข้าออกทั้งหมดหกประตู ประตูหน้าโรงเรียน (ฝั่งหมู่บ้าน) สี่ประตู และประตูหลังโรงเรียน (ฝั่งรางรถไฟ) อีกสองประตู
▶ หน้าเว็บมงฟอร์ตมัธยมเป็นรูปแบบเดิมเกือบสิบปีแล้ว(เดี่ยวนี้เปลี่ยนใหม่แล้วเฟ้ย)
▶ นักเรียนรุ่น ม.6 ปี 2553 = "หนูทดลอง"
▶ ปัจจุบันโรงเรียนได้พ่ายแพ้แก่ "ลุงกบ" จนยอมให้ลุงกบเอาข้าวมาส่งในโรงเรียนได้ แต่เสือกชาร์จเพิ่มห่อละ 5 บาท
▶ มีเงินสร้างตึกเซนต์แมรี่ได้ แต่ไม่มีเงินซื้อช้อน,ส้อม หรือตะเกียบที่มันยาวเท่ากัน
▶ ใครกินก๋วยเตี๋ยวแล้วได้ตะเกียบมาใช้ หรือได้ตะเกียบยาวเท่ากัน คนนั้นจะเทพมาก
▶ หมาในโรงเรียนถูกสั่งเก็บเรียบร้อยทุกตัว(แต่ยังมีขี้หมาอยู่)
▶ ส้วมหน้าโรงอาหารไม่เคยเปิดให้นักเรียนใช้ และนักเรียนจะใช้ห้องน้ำครูอย่างไม่เกรงกลัวต่อบาป (ปัจจุบันเปิดแล้ว)
▶ หลายคนหารู้ไม่ว่าตอนเที่ยงเราสามรถไปเล่นดอทเอที่ห้องสมุดอีพีได้ แลนได้ด้วย
▶ มงฟอร์ตรุ่น43 กรฑ์ฉัน มีการปลูกต้นไม้เป็นที่ระลึกด้วย
▶ ปี 2553 อธิการเปลี่ยนชื่อห้องประชุมใหม่ทั้งโรงเรียน
▶ มีกล้องวงจรปิดในส้วมชายเพื่อป้องกันการระเบิดส้วมในช่วงลงกระทอย
▶ เพราะเหตุนั้นมันเลยไม่ระเบิดส้วมกันแล้ว เอามันสนามหญ้านี่แหละ!!!
▶ เงินสดไม่สามรถเอาไปซื้ออะไรได้ นอกจากจะเอาไปเติมในบัตร หรือจ่ายค่าเทอม
▶ เด็ก ม.ต้น ที่หน้าตาไม่ดี พอขึ้น ม.ปลาย แล้วอาจจะหล่อก็ได้
▶ ว่ากันว่าที่นี่เป็นโรงเรียนที่ไร้ระเบียบที่สุดในเครือเซนต์คาเบรียล (หรือว่า อ.ส.ช.ลำปาง ก็ไม่รู้นะ) มีอิสระในการใช้มือถือมากที่สุด
▶ ตอนนี้เรียน รด. ที่โรงเรียนแล้ว ไม่มีการตัดผมด้วย ตัดแต้มอย่างเดียว เย้
▶ รด.ปี 3 เรียนที่ห้องประชุมกลาง แอร์เย็นฉ่ำ (โคตรดี) ปี 2 เรียนที่โรงอาหาร (ไม่ได้ขึ้นไปข้างบนเพราะกำลังติดแอร์อยู่) ส่วน ปี 1 เรียนที่สนามฟุตบอลอันแสนร้อนระอุ
▶ ทรงผมเด็ก ม.ต้น กับ ม.ปลาย จะต่างกันลิบลับ (ม.ต้นเป็นเด็กน้อยผมเกรียน ส่วนม.ปลายเป็นทาร์ซาน)
▶ ปีนี้ใส่ชุดครุยรับเกียรติบัตรตอนเรียนจบ แถมยังต้องเสียตังด้วย ค่ามัดจำ 1500 แต่ค่าชุดข้างใน 300-800
▶ คนที่จะเนียนเอารถยนต์ไปจอดในโรงเรียนให้ไปจอดปิดท้ายคนอื่น โดยไม่ต้องใส่เบรคมือ เพราะถ้ารถเราโดนล็อคล้อ รถที่เราจอดบังอยู่ก็จะออกมาไม่ได้ ยามจึงไม่มาล็อครถเรา (เกรียนมาก)
▶ แต่ถ้าโดนล็อคขึ้นมาก็อาศัยแรงดี ง้างมันออกมาซะ ไม่ยากหรอก แต่ถ้าโดนจับได้จะได้คัด "ต่อไปนี้จะไม่ทำลายทรัพย์สินของโรงเรียน" 100 จบ
▶ ไม่ควรจอดมอเตอร์ไซค์ที่หลังมินิมาร์ท เพราะจะมีเกรียนมาจอดปิดตูดรถเราบ่อย ปิดเฉยๆไม่ว่า บางคนเสือกล็อคคออีกต่างหาก
▶ จุดที่เกิดอุบัติเหตุบ่อยที่สุดในย่านโรงเรียนมงฟอร์ตคือ หน้าทางยกระดับหน้าโรงเรียน และแน่นอน สาเหตุของอุบัติเหตุ 80% มาจากนักเรียนมงฟอร์ต
▶ ปี 2553 มีการปรับปรุงห้องประชุมใหญ่ซึ่งอลังการมาก และยังติดแอร์ห้องอาหารครูอีกด้วย
▶ ห้องประชุมที่ว่าคือห้องประชุม St Josept มีพิกัดตั้งอยู่บนโรงอาหารของโรงเรียนมงฟอร์ต สร้างแล้วเสร็จในปี พ.ศ.2553 เปิดใช้เป็นครั้งแรกด้วยกิจกรรมการประกวดวงดนตรีที่จัดขึ้นโดยคณะกรรมการนักเรียนปี 2553
▶ในปี 2560 ได้เพิ่มห้องน้ำเข้าไปในตัวตึกด้วย
▶ คณะกรรมการนักเรียนปี 2554 ก็มี แต่ดูเหมือนคณะกรรมการนักเรียนปี 2553 จะทำงาน 2 วาระยังไงก็ไม่รู้
▶ วันคริสมาส ยามและครู ไล่ผู้ปกครองที่มารับน.รกลับบ้าน เนื่องจาก"กลัวนักเรียนร่วมงานน้อย" แต่ถึงยังไง 3 โมงกว่าก็ได้ออกอยู่ดี
▶ ครูมงฟอร์ตทำตามกฏเสมอและเคร่งครัด แต่จริงๆแล้วกลัวโดนหักเงินเดือนมากกว่า
▶ ครู ม.6 เห็นน.ร มาเรียนน้อย จึงเดินลงไปจิบกาแฟ เล่นเกมจับคู่ผักผลไม้
▶ ห้องวิศวะ (ห้อง7 8) เป็นห้องสายวิทย์สนิดกันมากที่สุดใน ม.6 และ ไร้สาระมากที่สุด เพราะคาบเรียนมักจะสบายกว่าชาวบ้าน
▶ อาหารหลักเด็กมงฟอร์ตคือไข่ระเบิดและไก่สะเด็ด ร้านลุงกบ
▶ โรงเรียนติดแอร์ที่โรงเรียนทุกห้องแต่ให้เปิดตั้งแต่คาบ3เป็นต้นไปแล้วจะติดทำห๋าอะไร(ถ้าร้อนคาบ1-2 ฝนตกคาบ3จะให้กูหนาวตายหรอไงวะ)
▶ โรงเรียนติดแอร์ห้องอาหารครูละเงินใครกูจ่ายแต่กูไม่ได้กินข้าวไปตากแอร์ไปแต่ครูได้ละเงินใคร(เอาเงินกูคืนมาๆๆๆๆๆๆ)
▶ ปี2554 เป็นปีแรกที่นักเรียนจะได้เรียนวิชาสังคมเป็นภาษาอังกฤษ เพื่ออะไร
▶ ปี2554 เด็ก Gifted คณิตฯ ม. 4 แทบจะไม่ได้เรียน ต้องอาศัยความรู้จากที่เรียนพิเศษข้างนอก
▶ นักเรียนส่วนมากมักจะชอบม.บ๊วยในคาบแรกของการสอน พอคาบต่อๆมาจะบอกว่า ม.บ๊วยสอนไม่รู้เรื่อง(ไม่ได้สอน) เมื่อใกล้จะสิ้นปีหรือจะขึ้นม.5นักเรียนมากกว่า80%จะรู้สึกชอบม.บ๊วยอีกครั้ง
▶ ปัจจุบันนักเรียนม.ปลายทุกคนได้เรียนวิชาคณิตศาสตร์-วิทยาศาสตร์-สังคมศึกษา-ประวัติศาสตร์เป็นภาษาอังกฤษโดยใช้ตำรากลางของมูลนิธิซึ่งเป็นภาษาอังกฤษ ซึ่งแพงมาก ๆ
▶ ตำรากลางของมูลนิธิซึ่งเป็นภาษาอังกฤษ ซึ่งแพงมาก ๆ แต่เนื้อหาไม่ครบ ถึงครบก็ไม่ลึก แล้วสอบโควต้า จะเอาไรไปสอบฟระ
▶ โดยวิชาที่สอนเป็นภาษาอังกฤษ(Bilingual)ข้างต้นมีครูมากกว่า70%สอนโดยไม่มีการพูดภาษาอังกฤษแม้แต่คำเดียว(สอนจากที่ตัวเองแปลเป็นภาษาไทยมาก่อนแล้ว)
▶ เด็กมงฟอร์ตส่วนใหญ่ที่ได้แพทย์ ก็ได้รับอานิสงค์มาจากที่เรียนพิเศษทั้งนั้น (อ.อุ๊ บลาๆ)
▶ ในสมัยของภราดา อาจิณ เต่งตระกูล มีมาตรการรณรงค์ให้นักเรียนเรียนพิเศษที่โรงเรียน และห้ามครูสอนพิเศษนอกเวลาให้กับนักเรียน (ถ้าจะสอนพิเศษให้สอนในนามโรงเรียนเท่านั้น) สร้างความไม่พอใจให้กับคณะครูจำนวนมาก จนมีข่าวลือครูลาออกไปหลายคน
▶ ในช่วงบ่าย3โมง40 จะมีนักเรียนชายมอปลายมงฟอร์ตจำนวนไม่น้อยที่ถอดเข็ม และแฝงตัวออกโรงเรียนไปกับน้องม.ต้น เพื่อแสวงหาของกินที่ร้านลุงกบ
▶ อาหารเช้าจานหลักของเด็กมงฟอร์ตคือ หมูปิ้งหน้าร้านป้าอร ซึ่ง 4 ไม้ + 1 ข้าวเหนียว = 20 บาท (ปัจจุบัน เพิ่มราคาเป็น 25 บาท)
▶ เมื่อยามที่เกิดการตรวจผม และเดือดร้อนที่จะหาร้านตัดผม ป้อมยามหน้าโรงเรียนช่วยท่านได้
▶ ในห้องเรียน ม. ต้น จะมี Amp (เครื่องเสียง) ที่ให้ครูต่อไมค์โครโฟนเพื่อใช้ในการสอน ตอนเวลาพักเที่ยง จะเป็นลำโพงชั้นดีของนักเรียนที่เอาเพลงมาเปิดฟังกัน
▶ สนามฟุตซอล(2554) สร้างเสร็จแล้ว แต่ไม่มีใครเข้าไปเล่นเลยซักคน . . .
▶ การสร้างสระน้ำของโรงเรียน มีนโยบายเก็บเงินและสร้างตั้งแต่ ม.ไดรฟ์ (ครูสอนคณิตศาสตร์) เรียนอยู่ จนกระทั่ง จบมหาลัยกลับมาเป็นครูสอน . . (Credit . to ม.ประวิทย์)
▶ ในงานกรีฑาสี (Sport Day) ของโรงเรียน ด้านหลังโรงเรียนจะมีการรวมตัวของรถไอติมที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในภาคเหนือ = ='
▶ เด็ก ม.ปลายมงฟอร์ต ร้อยละ 70 มีหนังสือ อ.อุ๊
▶ ในปัจจุบันได้มีการสร้างศาลาระหว่างทางเชื่อมตึกชั้น 1(ที่ไม่มีที่กั้น)ให้นักเรียนวิ่งเล่นกันเวลาพัก
▶ เมื่อคุณไปใช้คอมห้องสมุด(2554) คุณจะพบว่าเมื่อคุณแตะที่จอคอมพิวเตอร์ คุณจะโดนไฟดูด . .
▶ ที่เข้าแถว ม.6 ที่ดูเหมือนจะกว้างมากๆ ไม่เคยจุนักเรียน ม.6 ทั้งชั้นได้ซักปี (นั่งเลยออกมาที่สนามหญ้าบ้าง .)
▶ ปัจจุบันห้องศิลปะที่เคยอยู่บนตึกกิจกรรม(โดนทุบทิ้งไปแล้ว) อยู่หลังห้อง ม.บ๊วย (เด็กเก่าบางคนอาจไม่รู้)
▶ เมื่อก่อน(2551-2552) เวลาจะโดดเรียน ต้องไปปีนรั้วที่ ห้องอัจริยะภาพคณิตศาสตร์หลังโรงเรียน และเดินเลาะมาถึงหน้าโรงเรียนฝั่งหลัง จะสามารถเดินไปหน้าโรงเรียนได้ (ปัจจุบันรั้วสูง ทางเดินไม่มี)
▶ เมื่อคุณมาสาย คุณจะพบว่า ไม่มีทางเข้าใดที่คุณจะเข้าได้เลยนอกจากปีนรั้ว หรือ เข้ามาโดนทำโทษทางด้านหน้าโรงเรียน
▶ ปัจจุบัน ห้องคอมพิวเตอร์ ได้ตัดระบบ Lan ระหว่างเครื่องแล้ว ทำให้ Create Server DOTA และ Counter-Strike ไม่ได้
▶ แต่ถ้าอยากจะเล่น ให้หาเวลาคาบส่งเสริมวิชาการและเข้าไปเรียนใน Math-Lab เพราะที่นั่นใช้ network แยก
▶ ห้อง Math Lab จะมีคอมพิวเตอร์บางตัวที่ "คนมีบุญ" เท่านั้นจะกดเปิดติด
▶ ปัจจุบัน ทางหลังโรงเรียน (รางรถไฟ) จะไม่สามารถข้ามไปฝั่งค่ายกาวิละได้ตอนเช้า(ยกเว้นรถที่มาจากฝั่งโรงเรียนจะข้ามได้)
▶ สาวๆในมงฟอร์ตจะน่าแบบ ปีเว้นปี อย่างเช่น ม.4 หญิงแทบทุกคน ปีนี้สวย น่ารัก มากๆแต่ปีหน้า จะหน้าตาธรรมดา เป็นส่วนใหญ่
▶ ปัจจุบัน(ปี 2554 ) สถานที่ ที่นักเีรียนมงฟอร์ต มักจะไปประลองกำลังกันบ่อยๆคือ แถวหลัง พายัพ (เมื่อก่อนเป็นแถวในซอยหน้า รร.)
▶ หลีด สีแสด ได้แชมป์ หลีด กรีฑาสีมาแล้ว 3 สมัย ซ้อน นับตั้งแต่ปี 2552-2554
▶ สีเขียวครองแชมป์ขบวนพาเหรดกรีฑาสีมาแล้วไม่ต่ำกว่า 10 ปี
▶ สีเหลืองคว้ารางวัลที่ 1 ผู้นำเชียร์ร่วมกับกองเชียร์ดีเด่น 3 สมัย 2550-2552 จนมาแพ้สีแดงในปี 2553 โดยสีเหลืองได้ที่ 2 ไปแทน
▶ หลีดทุกสี ไม่เคยเปลี่ยน เทรนเนอร์ ผู้ฝึกสอน จนกว่า เทรนเนอร์ จะลาวงการ
▶ กรีฑาปี 2554 เป็นอีกปีที่ต้องจดจำไว้ว่ามีสีที่ไม่ได้รางวัลอะไรเลยคือ สีขาว
▶ คริสมาสต์ในแผนกมัธยมมีการแต่งแฟนซี ทุกคนสามารถแต่งกันชุดอะไรแปลกๆมาก็ได้ อีกนัยหนึ่งคือสวรรค์ของนักคอสมงที่ในที่สุดก็ได้มาคอสที่โรงเรียน
▶ โรงเรียนมงฟอร์ตมีเพจเฟสบุคของโรงเรียน ซึ่งอัพเดทวันเกิดครู อาหารครูประจำวัน กิจกรรมของครู (มีประโยชน์กับนักเรียนมาก!!)
▶ นักเรียนหญิงบางส่วนชอบใส่โบว์สีน้ำตาลเพราะมันสวย(แน่นอนว่าผิดระเบียบ)
▶ ทุกห้องเรียนในรร.มงฟอร์ตมีการติดกล้องวงจรปิด(แถมชัดกว่าร้านทองบางร้านอีกด้วย)
▶ กีฑาสีรร.มงฟอร์ตอาจจะเป็นกีฑาสีที่ใช้เงินเยอะที่สุดในประเทศ เข้าเลข 7 - 8 หลัก และผู้บริหารไม่สนใจเข้ามาแก้ไข
▶ ปี 2555 ผู้บริหารสนใจที่จะแก้ไขแล้ว แต่สู้คำพูดติดปากของนักเรียนที่ว่า "กูต้องเริ่ด" ไม่ได้
▶ ศิลป์ฝรั่งเศสจะพานักเรียนไปเที่ยวประเทศฝรั่งเศสทุกปี แต่ช่วงเดือนตุลาจะไปเรียนมากกว่า
▶ แต่ถึงบางคนจะไม่ได้ไปประเทศฝรั่งเศสแต่ก็ยังไม่จัดไปเที่ยวภูเก็ตอีกด้วยนะ = =
▶ ที่จอดรถยนต์ของหมู่บ้านมงฟอร์ต กลายเป็นที่จอดรถของเด็กนักเรียน ซะงั้น !!
▶ ค่าหนังสือคณิต(Bilingual)ราคา 590 บาท ซึ่งเด็กศิลป์ 80 เปอร์แทบไม่เคยไม่ได้เป็นอ่านหรือจดอะไรลงไปเลย
▶ คาบ พื้นฐานวิศวะ จะเป็นคาบที่มีคนเรียน 3 คน ไม่เกินนี้ ที่เหลือโดดเรียบ
▶ ตอนเย็นจะต้องไปกินข้าวราดแกง สุดคุ้ม !!
▶ ปี 2554 เด็กมงฟอร์ตติดโควต้าไปแล้วเกือบ 300 คนจากคนสอบ 300 กว่าคน (งงไหม ?)
▶ ปี 2554 รร.ได้จัดทำกระดานสมาร์ทบอร์ดแทนกระดานไวท์บอร์ด โดยติดตั้งตอนปลายปีในทุกระดับชั้น โดยมีนักเรียนม.6ไม่น้อยที่นั่งมองตามเเละถอนหายใจที่ไม่ได้ใช้
▶ ปี 2555 รร.เปลี่ยนโต๊ะ และ เก้าอี้ใหม่ยกโรงเรียน เพื่อแก้ปัญหาการเล่นมือถือใต้โต๊ะ
▶ โต๊ะใหม่นั้นกระจอกสุดๆ
▶ ปี 2555 มี Wifi ติดในห้องเรียนทุกห้อง
▶ ปี 2555 เป็นปีที่ครูจัดตกแต่งห้องพักครูมากที่สุด เพราะ ชนะเลิศได้ 6,000 บาท
▶ ปี 2555 เป็นปีแรกที่เปิดสอนแผนการเรียน ศิลป์-ภาษาญี่ปุ่น โดยนำเอาห้อง 11 ที่เดิมเป็น ศิลป์-ภาษาจีน + ศิลป์-ดนตรี มาเปลี่ยนเป็น ศิลป์-ภาษาญี่ปุ่น + ศิลป์-ดนตรี
▶ การเลือกตั้งกรรมการนักเรียน ปี 2555 เป็นปีที่ผู้ชนะได้คะแนนชนะขาดมากที่สุดในประวัติศาสตร์ ( มากกว่า 3 เท่า ! ) และเป็นเด็กเรียนทั้งสิ้น
▶ ปี 2554-2555 เป็นปีที่คุณครูลาออกจาก รร. มากที่สุด ก็งงเหมือนกัน
▶ บราเดอร์ส่วนมากมีไอแพดในครอบครอง
▶ บราเดอร์อาจิณเล่นบีบีด้วยนะ
▶ คำพูดติดปากของครูพรจิตต์ที่ทุกคนคุ้นเคยมักจะถามว่า "ถามว่าครูเหนื่อยมั้ย ....เหนื่อย!"
▶ คำพูดติดปากของครู รร. มงฟอร์ต ประถมตั้งแต่ป.1ถึงป.6 คือ ถ้าไม่มี . . . ที่มินิมาร์ทมีขายนะ ครับ /ค่ะ นักเรียน
▶ กล้องวงจรปิด ติดจริงทุกห้องแต่ไม่เคยจับได้ว่าใครลอกข้อสอบกันมี่ง
▶ เอาไว้จับผิดครูในขณะสอน เด็กหลับครูโดน
▶ ปี 2555 ค่าเทอม เทอม1 ของ ม.6 มีรายการค่าค่ายพันธะสัญญาซึ่งจริงๆเข้าตอน ม.4
▶ ปี 2555 ค่าเทอม เทอม1 ของ ม.6 มีรายการค่าที่ห้อยบัตรนักเรียน ปัจจุบันเทอม 2 แล้ว ยังไม่ได้
▶ ปี 2555 ค่าเทอม เทอม1 ของ ม.6 มีรายการวิชาภาษาอังกฤษแยกเป็นพิเศษซึ่งเข้าใจว่าเป็นส่วนเงินเดือนของครูฝรั่ง แต่ม.6 ไม่ได้เรียนกับฝรั่ง
▶ ปี 2555 หนังสือเรียนคอมพิวเตอร์ของ ม.6 เป็นภาษาอังกฤษซึ่งเนื้อหาคือสิ่งที่เรียนใน ม.5ไปแล้ว!! (ให้มาชั่งกิโลขายชัดๆ)
▶ สมาคมผู้ปกครองจะเชิญติวเตอร์จากที่ต่างๆมาให้ ม.6 บอกว่าฟรี แต่หารู้ไม่ว่า ค่าเทอมนั่นเก็บไปแล้ว
▶ แทบจะไม่มีเด็กมงฟอร์ตคนไหนไม่รู้จักมาสเตอร์เสถียร
▶ ในรุ่นวีรันดร์ MC50 รวมไปถึงรุ่นก่อนหน้าและหลังวีรันดร์ประมาณ 3-4ปี ไม่มีใครไม่รู้จัก "ตุ่นคำ" โฆษกประจำรุ่นวีรันดร์
▶เด็กบางคนมาเรียนมงฟอร์ตเพื่ออาศัยชื่อเสียงมงฟอร์ตแต่ ไม่เคยทำตัวให้สมกับเป็นศิษย์มงฟอร์ต
▶มงฟอร์ตเป็นโรงเรียนที่มีอิสระในการใช้มือถือมากที่สุด(แต่ปัจจุบันโรงเรียนมีการบังคับฝากโทรศัพท์แต่ไม่มีใครฝาก!!!)
▶ ครูณภัทรที่สอนฟิสิกส์เป็นครูที่เด็กม.4ปี55จดจำมากที่สุดจากการที่ครูบังคับให้ร้องเพลงมาร์ชมงฟอร์ตดังๆในค่ายพันธสัญญา (ไม่ใช่ปีเดียว ม.4ปี56ก็โดนด้วยนะ) และสามารถสร้างความคอมเมดี้และดราม่าได้ในเวลาเดียวกัน จนมีการตั้งเพจแฟนคลับในfacebook
▶ ปัจจุบันมีเพจ มงฟอร์ตโรงเรียนที่เรารัก ให้บรรดาศิษย์เก่า ใหม่ ปัจจุบัน เข้าไปเล่าประสบการณ์ต่างๆในวัยเรียน
▶ สิ่งที่ไม่เคยมีการเปลี่ยนแปลง ปรับปรุง มาเป็นเวลานาน คือ ข้าวโรงเรียน
▶ เมื่อ2ปีก่อน มีการเรียนภาษาอังกฤษด้วยหนังสือ step ahead ซึ่งนักเรียนกิฟเต็ดอังกฤษ (ชั้นอะไรจำไม่ได้) ได้เรียนอยู่บทเดียวจากทั้งเล่ม
▶ ปกครอง2 เป็นคำพูดติดปากของครูและมาสเตอร์ม.1 และเป็นสิ่งที่นักเรียนม.1เกรงกลัวมากในช่วงแรกของการเรียน
▶ ปี 2556 สีขาว (คอนเซ็ปต์หนุมาน) สามารถคว้าถ้วยที่ 2 พาเหรดมาได้ในที่สุดหลังจากไม่ได้มาหลายปี
▶ งานแสดงประจำปี 57 บราเดอร์อนุศักดิ์ร้องเพลงขอเป็นพนะเอกในหัวใจเธอ กับ เพลงของพลพล
▶ ห้องน้ำที่ดีที่สุดคือห้องน้ำโรงอาหาร ตึกอีพี และตึกเซนต์ นอกนั้นห้องน้ำจีนดีๆนี่เอง
▶ ชั้นบนสุดตึกอีพีคือที่สูบบุหรี่และหลบแถวพักเที่ยงชั้นดี เพราะไม่มีครูหรือปกครองไปเฝ้าตึกเหมือนตึกอื่น ๆ
▶ ปี 2557 เป็นปีแรกที่ศิลป์-ภาษาญี่ปุ่นมีครบ ม.4 - ม.6
▶ บราเดอร์อนุศักดิ์ได้กล่าวไว้ว่า เด็กมงฟอร์ตทุกคนจบไปต้องว่ายน้ำเป็น
▶ ห้อง 11 (12 สำหรับ ม.6) ก่อนที่จะมีศิลป์-ภาษาญี่ปุ่น + ศิลป์-ดนตรี นั้น เคยเป็นศิลป์-จีน + ศิลป์-ดนตรี มาก่อน
▶ ไม่มีเด็กสีทอง (ศิลป์-ภาษาจีน, ศิลป์-ภาษาญี่ปุ่น และ ศิลป์-ดนตรี) คนไหนไม่รู้จักยูกะเซนเซ
▶ ยูกะเซนเซมักมีประโยคติดปากว่า "นักเรียนก๊า" และ "โอ้ยยยย ชิซุคานิ!!"
▶ สีทองคือสีศิลป์-รวม เพราะมีทุกศิลป์มารวมกันหมด ไม่ว่าจะเป็น จีน ญี่ปุ่น ดนตรี หรือถ้าให้นับ ม.6 ที่ไม่เปลี่ยนสีห้องเมื่อย้ายไปศิลป์-คำนวน ด้วยก็จะมีศิลป์-คำนวนอีก ยกเว้นห้องเดียวคือ ศิลป์-ฝรั่งเศส ที่เป็นสีส้ม
▶ ข้อสอบ ม.4 ปี 2557 วิชาศิลปะการใช้ภาษา ของครูชัฏฏาพร ทุกคนถึงกับต้องอุทานเป็นคำเดียวกันว่า "อะหยังเก๊าะ?"
▶ ข้อสอบ ม.4 ปี 2557 วิชาสังคม ของมาสเตอร์นะโรดม ทุกคนถึงกับต้องงงกับคำว่า "เส้นเส้น", "สัญลักษณ์ที่บนแผนที่" และ "AIS"
▶ ข้อสอบ ม.4 ปี 2557 วิชาการงานอาชีพ ของม.บ๊วย คนส่วนใหญ่ดิ่งตอบข้อ 4 ถ้าใครไม่ตอบ แปลว่าคุณพลาดแล้วแหล่ะ
▶ อาหารที่สระว่ายน้ำขายแพงมาก ใช้บัตรไม่ได้ด้วย แต่ก็มีคนไปเยอะ เพราะมันแอบใช้โทรศัพท์ได้
▶ สีที่มีนักเรียนน้อยที่สุดก็คือสีขาว เพราะมีแค่ห้องเดียวคือห้อง 7 และไม่มี ม.ต้น รวมกันได้ 3 ห้อง
▶ สีที่มีนักเรียนหลากหลายมากที่สุดก็คือสีทอง เพราะมีศิลป์-จีน ศิลป์-ญี่ปุ่น และ ศิลป์-ดนตรี คือห้อง 10 และ 11 มารวมกัน และไม่มี ม.ต้น รวมกันได้ 6 ห้อง
▶ ตั้งแต่ปี 2556 ที่บราเดอร์อนุศักดิ์เข้าประจำการ บราเดอร์ก็สอนภาษาอังกฤษให้เด็ก ม.6 ด้วยตัวเอง
▶ ถุงเท้ามงฟอร์ตมักขาดบ่อยตรงหัวแม่โป้ง
▶นอกจากมงฟอร์ต จุดที่เจอเด็กมงฟอร์ตเยอะสุดคือเซนเฟส หน้าที่ว่าการอำเภอเชียงใหม่ และวัดพระสิงห์
▶งานวิชาการ 2558 มีการเดินแฟชั่นโชว์เหมือนทุกๆปี แต่ที่ทำให้สาวๆกรี๊ดเพราะ ตัวแทนม.4 5 6หล่อๆที่มาเดินถอดเสื้อเดินแบบ
▶เดิมห้องดนตรีไทย 3 ห้องอยู่ชั้น 4 ตึกเซนต์แมรี่ ปัจจุบันหลังม.ตั้มลาออกห้องปี่พาทย์ถูกย้ายลงชั้น 3 ห้องโยคะเดิม นอกจากคาบดนตรีไทย แทบจะไม่มีคนไปซ้อมเลย แถมหลังม.5มาเรียนทีไร เครื่องดนตรีพังแทบทุกที แต่ปีนี้เห็นเด็กๆซ้อมทุกวันแล้วจ้า
▶ห้องน้ำที่นักเรียนแทบจะเข้าไปใช้ไม่ได้เลยคือห้องน้ำตึกเซนท์แมรี่
▶ห้องน้ำห้องLAMAมีฝักบัวอาบน้ำด้วยนะ สำหรับเด็กวงแบนด์ และเด็กดนตรีไทยเวลาเข้าค่าย อิอิ
▶งานMC Nightปี 2556เป็นต้นมาย้ายมาจัดก่อนสอบFinalเทอม 2 1 สัปดาห์
▶ปี 2556 เป็นต้นมาครูก็ลาออกเยอะนะ
▶ตอนนี้ทุกห้องจะได้"กล่องฝากมือถือ"โดยจะมาฝากที่ห้องปกครองใต้ตึกเซนต์ เพราะม.6ปี57ลงทุนซื้อกล่องฝากมือถือ แน่นอน ทุกคนฝากมือถือสำรองทั้งนั้น
▶มงเล็กเจริญกว่ามงใหญ่
▶ปี57 สาวๆม.5เกือบตบกันเพราะแข่งกีฬาระหว่างห้องจนกรรมการต้องเข้าไปห้าม โดยเฉพาะสีม่วงกับสีน้ำตาล และสีเหลืองกับทุกๆสีที่แข่งด้วย
▶ลิฟต์ตึกเซนต์ วันดีคืนดี ปิดไม่ให้ขึ้น (แต่เด็กวงแบนด์ชอบขึ้นลิฟต์ที่นี่บ่อยมาก)
▶โรงเรียนเปิดสถาบันสอนดนตรีLAMAด้วย นักเรียนทุกชั้นต้องได้เรียนLAMA 1 คาบ ซึ่งเป็นสาเหตุหนึ่งที่ค่าเทอมขึ้น สาเหตุนี้ทำให้เจอพี่อิน บูโดกันที่โรงเรียนบ่อยมาก เพราะพี่เขามาสอนด้วย
▶โรงเรียนมีห้องตรวจการบ้านด้วย แต่ครูที่ตรวจการบ้านเล่นเฟซในเวลางานทุกที
▶พี่ไทยคมติดงานทำให้ไม่ค่อยมาเยี่ยมโรงเรียนแล้ว
▶เด็กที่เข้ามาใหม่หลายๆคนไม่ค่อยจะรู้จักพี่ไทยคมแล้ว ถ้าพี่ไทยคมเข้ามา มักจะสงสัยว่า คนนี้คือใครวะ?
▶อดีตกะเทยมงฟอร์ตมักจะเต้นเพลงเกาหลี แต่ตอนนี้เต้นเพลง worth it ของfifthharmonyและanaconda ของ nicki minajกันทั้งโรงเรียน
▶ ห้อง ม.1/5 ปี 2559 มีครู/มาสเตอร์/หัวหน้าห้อง/ทีมงานห้อง ที่อ่อนแอมากที่สุด น่าอนิจจา..........
▶ ม.ปรีชา ครูผู้สอนวิชาภาษาอังกฤษพื้นฐาน ม.1(ปัจจุบัน(2560)แกแก่มากแล้ว คงอยู่ได้อีกไม่นานปีนี้ปีสุดท้าย) เป็นมาสเตอร์ที่พูดแล้วชวนนักเรียนหัวร้อนมากที่สุด
▶ ในยุคของ ม.ชนะชัย หัวหน้าระดับ ม.1 ปี2559 เป็นยุคแห่งสวรรค์ของเด็ก ม.1 ปี2559
▶ ห้อง ม.1/5 ปี 2559 เป็นห้องที่ทำวีรกรรมไว้มากที่สุดในบรรดา ม.1 ปี2559 โอยยยย กูปวดหัว
▶ พวกนักฟุตบอล ม.1 ประจำปี 2559 เป็นหนึ่งในกลุ่มที่บังอาจมาเตะบอลหน้าห้องปกครองโดยไม่ละอายต่อบาปและเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง จนถึงปัจจุบันครูห้องปกครองก็ยังไม่มีการออกหมายจับพวกนี้สักที
▶ ครูออยสอนไทย ไม่เคยสอนแต่เปิดคลิปตลอด แต่ให้ใช้ข้อสอบชุดเดียวกับครูศิริพร เป็นเรื่องที่แน่นอนได้ว่าตกกันระนาว ปี 2559
▶ ในที่สุดห้องน้ำตึกหลักปกติก็เจริญเท่า ep เสียที แต่แคบมาก ลูกบิดอยู่ต่ำให้ฮอบบิท
▶ลูกอมและสติกเกอร์ยูกะเซนเซย์เป็นสิ่งที่ควรหยิบติดมือ
▶ม.4 รุ่น 2560 ชอบพก fidget spinners กับ รูบิคมา แน่นอนว่าโดนยึดบ่อย
▶มาสเตอร์เอนกกำลังจะเปลี่ยนเป็นครูพิเศษแทนครูประจำแล้ว
▶ครูพรนับพรรณเป็นครูที่สอนสนุก แต่เรื่องคะแนนนี้งกมาก
▶M.Nathan เป็นมาสเตอร์ที่ใจดีแต่เสียงดังชวนหนวกหูมาก
▶คนที่เคยผ่านมงเล็กมาแล้วไม่มีใครที่ไม่รู้จัก"ร้านลุงปิ่น"เพราะกลุ่มนร.ชายมักพูดกันทุกปี
▶ม.วินัย และ ม.ชนะชัย เชียร์สโมสรฟุตบอลอังกฤษลิเวอร์พูล
▶สมัยปี60(ตรงกับช่วงฤดูกาล 2016/17-2017/18) เป็นช่วงที่นร.ชายที่เชียร์สโมสรฟุตบอลอังกฤษอาร์เซนอลตกต่ำที่สุด
▶ช่วงที่ทางโรงเรียนมีการงดใช้สนามฟุตบอลก็ยังมีการแอบใช้อยู่


▶ น้องๆมงฟอร์ตมาเขียนอะไรเพิ่มได้นะ จะได้เป็นที่ระลึกของพวกเราชาวMC