โอตาคุ

จากไร้สาระนุกรม — ส่วนหนึ่งของโครงการไร้สาระนุกรมเสรี แหล่งรวบรวมเรื่องราวตลกขบขันและบิดเบือนข้อเท็จจริง
ไปยังการนำทาง ไปยังการค้นหา
บทความขำขันดีเยี่ยม
โอตาคุ
Otaku,ヲタク
โอตาคุแก่ๆคนนึง ซึ่งคาดว่าคงหาเจอได้ง่ายมากในประเทศยุ่นปี่
โอตาคุแก่ๆคนนึง ซึ่งคาดว่าคงหาเจอได้ง่ายมากในประเทศยุ่นปี่
Wikisplode.gif
สำหรับผู้ที่ไร้อารมณ์ขันสิ้นดี เหล่าผู้เชี่ยวชาญที่วิกิพีเดียมีบทความที่โคตรมีสาระ ที่นี่!
สมาคมโอตาคุแห่งประเทศเทย
โอตาคุในประเทศเทย
โคตรโอตาคุ
คุโชว์ความเป็นคุอย่างภูมิใจ
ลุงม่อน โอตาคุที่เป็นพ่อผมเอง
บทเรียนก็เป็นโอตาคุได้นะ

คำว่าโอตาคุ (オタク) ในภาษาญี่ปุ่น มาจากคำว่า Taku ซึ่งแปลว่าบ้าน ซึ่งเป็นคำสุภาพ หลังๆเริ่มเพี้ยนความหมายมาเป็นเช่นเดียวกับคำว่า Mania ที่แปลว่าผู้ที่คลั่งไคล้สิ่งใดสิ่งหนึ่งมากๆ แต่ส่วนใหญ่จะมักใช้กับพวกที่บ้าการ์ตูนซะมากกว่า เป็นความหมายที่ค่อนข้างไม่ดีภาพพจน์ของกลุ่มบุคคลเหล่านี้ เมื่อให้ Image จะได้ประมาณว่า เพศชาย ตัวอ้วน ๆ สิวเขรอะ ๆ อาจใส่แว่น ผมเผ้ารุงรังไม่สระผม กลิ่นเหงื่อโชย เสื้อยืด กางเกงยีนส์ รองเท้าแตะ แบกเป้ จริงๆแล้วโอตาคุไม่จำเป็นต้องมีลักษณะที่กล่าวไว้ก็ได้ หน้าตาดีก็มี และก็ไม่จำเป็นต้องเป็นผู้ชาย เพียงแต่ไอ้ส่วนของโอตาคุผู้ชายจะเยอะกว่ามากนั่นเอง แต่จะมีผู้มาล่าพวกโอตาคุคือสังคังแมน

ซึ่งก็สามารถแปลได้ว่า โอตาคุ คือ กลุ่มบุคคลผู้ซึ่งลุ่มหลงในโลกแห่งการ์ตูน และ อนิเมชั่น กลุ่มคนเหล่านี้จะมีความสามารถในการเก็บเกี่ยวการ์ตูนหรืออนิเมชั่นในระดับ rare จากสถานที่ต่างๆได้อย่างไม่ยาก และด้วยความหมกมุ่นอย่างหนักในโลกของอนิเมชั่น ทำให้คนเหล่านี้ไม่สามารถแยกความแตกต่างระหว่าง "เด็กผู้หญิง" ในชีวิตจริงกับในอนิเมชั่นได้ ทำให้การรับรู้ด้านความสวยงามเกี่ยวกับผู้หญิงจริงๆสูญเสียไป พวกนี้จะคิดว่า "เด็กผู้หญิง" ที่น่ารักคือผู้ที่มี หูแมว หูหมา หูกระต่าย ชุดเมด เท่านั้น

พวกนี้คือ Otaku2p ยกระดับ ชาตินี้มันจะไม่สนผู้หญิงจริงๆ แล้ว (แต่จริง ๆ คือผู้หญิงไม่สน) โดยมันจะเฝ้าบูชาสาวน้อยจาก Anime อย่างถวายหัว

2p ย่อมาจาก Too Parry หมายถึง หลีกหนีแล้วซึ่งความจริงทุกประการ โอตาคุเหล่านี้จะมีอาการนับถืออนิเมขึ้นสมอง หากมีใครมากล่าวว่าร้ายแก่อนิเมเรื่องโปรดจะเกิดอาการโกรธลุกเป็นไฟจนแทบจะกินเลือดกินเนื้อ โอตาคุเหล่านี้จะคุยกับคนธรรมดาไม่ค่อยรู้เรื่อง เพราะเขาจะพูดเรื่องอะไรก็ไม่รู้ ไม่อาจแกะข้อความออกมาได้

สมองส่วนใหญ่ของโอตาคุเหล่านี้ จะใช้จดจำแต่ข้อมูลที่ไม่เป็นประโยชน์ในชีวิตประจำวันอย่างเต็มแน่นเอี๊ยด ซึ่งอาจไม่มีเรื่องที่มีสาระอยู่เลย

ในทางด้านบวกนั้น โอตาคุ อาจหมายถึงแฟนพันธุ์แท้ ซึ่งมีความรู้ความสามารถ สามารถจดจำในสิ่งที่ตนเองสนใจเป็นพิเศษ

สาเหตุส่วนใหญ่ที่ทำให้กลายมาเป็นพวก โอตาคุ ส่วนมากจะมาจาก การที่ไม่สามารถสมหวังในความรัก (อกหัก, สาวไม่แล) ดังนั้น จึงต้องมาปลอบประโลมตัวเองด้วยโลกสมมุติที่ตัวเองสร้างขึ้นจากความใฝ่ฝันและหลงใหลในตัวละครของการ์ตูนและอนิเมชั่น เรียกได้ว่า พวกนี้คือพวกที่บ้าการ์ตูนนั่นเอง

OTAKU หรือ โอคาคุ มีผู้ให้คำนิยามตามตัวอักษรดังต่อไปนี้

O obnoxious สันดานแย่ ไม่น่าคบ
T tacky ซกมก
A aggravate น่ารำคาญ
K klutz สมองกลวง
U ugly อุบาทว์

ดังนั้นโอตาคุแปลได้ว่า...


ประวัติศาสตร์ของโอตาคุ[แก้ไข]

ว่ากันว่าเอามาจากชื่อของชาวยุ่นปี่คนหนึ่ง ซึ่งคลั่งไคล้การ์ตูนสาวน้อยเข้าขั้นวิปริต ถึงกับขังเพื่อนนักเรียนหญิงในบ้านแล้วกระทำเลียนแบบอนิเมแนวฮาเร็ม จนเป็นคดีฉาวโฉ่ และชื่อโอตาคุจึงได้แพร่หลายจากทั่วยุ่นปี่ ไปสู่ทั่วโลก (ซึ่งคล้ายๆกับกรณีของคำว่าตุ๋ย ซึ่งเกิดจากนายตำรวจชั้นผู้ใหญ่ที่มีชื่อเล่นว่าตุ๋ยเหมือนกัน)

ลักษณะจำเพาะของโอตาคุ[แก้ไข]

แนวของการ์ตูนที่โอตาคุชอบดู[แก้ไข]

ภาพเหล่าโอตาคุ
โอตาคุและของสะสม

หากเป็นชายต้องเป็นแนวสาวน้อยตาโต ฮาเร็ม พระเอกมีแต่สาวๆมารุมล้อม ทั้งสาวแว่น สาวอกโต สาวเรียบร้อย น้องสาว คุณหนูผู้เย่อหยิ่ง ฯลฯ และถ้าโอตาคุชายผู้นั้นชอบเล่นซุปเปอร์โรบอทด้วยล่ะก็ จะเพิ่มพลังความเป็นโอตาคุอีก 30%

สำหรับโอตาคุหญิงนั้นก็จะเป็นแนว Boy-Love หรือแนว Y เรื่องรักๆใคร่ๆระหว่างผู้ชายด้วยกัน ใกล้ชิดสนิทสนม กอดกัน หอมแก้มกัน และอาจจะไต่ระดับไปถึงขั้นมีเพศสัมพันธ์ทางทวารหนักกันเลยทีเดียว

คนพวกนี้สามารถพบได้ตามงานการ์ตูนทั่วไปโดยเฉพาะงานที่มีคอสเพลย์ โอตาคุคือกลุ่มเป้าหมายหลักในการหารายได้ของวงการอนิเม หรือเรียกได้ว่าคือเส้นเลือดหล่อเลี้ยงวงการอนิเมแต่อีกด้านนึงก็ค่อย ๆ ทำลายวงการอนิเมไปทีละช้าๆเช่นกัน

วิธีสังเกตโอตาคุ[แก้ไข]

  • ไม่สนใจผู้หญิงอื่น นอกจากนางในฝันในอนิเมเท่านั้น
  • จะก้มหน้าอ่านหนังสือการ์ตูนลูกเดียว โดยไม่สนใจสิ่งรอบข้าง ถ้าเดินไปอ่านไปก็ไม่สนใจว่าจะเดินชนใคร
  • ถ้าชวนคุยเรื่องการเมือง ก็จะเอากันดั้มมาอ้าง ถ้าชวนคุยเรื่องแฟชั่น ก็จะพูดถึงชุดคอสเพลย์ ไม่ก็ชุดเมด บลาๆๆ
  • ถ้าชี้ให้ดูเด็กผู้หญิง ก็จะพล่ามแต่เรื่อง L (Lolicon) และ Y (Yaoi,Yuri)
  • แต่ถ้าพูดเรื่องเคนชิโร่ พวกนี้ตะโกนว่า "จ๊าก K"แล้วเดินหนีคุณไป
  • ถ้าเกิดเป็นคนรู้จักบังเอิญเจอพวกนี้ แล้วตะโกนเรียกเค้า เค้าจะไม่ตอบ ไม่สนใจ เพราะกำลังท่องชื่อตัวละครอยู่
  • ถ้าเกิดบังเอิญได้ยินชื่อญี่ปุ่นจากคนที่หน้าตาค่อนไปทางประเทศเพื่อนบ้านให้รู้ได้เลยว่านั่นแหละ ใช่
  • มากกว่า 50% ของพื้นที่ในคอมจะมีแต่เรื่องการ์ตูนยุ่นปี่หรืแอนิเม นอกนั้นเป็นระบบปฏิบัติการ และ MS Office
  • สะพายเป้ใบเบ้อเริ่ม.. ไม่รู้ว่าข้างในใส่อะไรไว้นักหนา
  • แต่งตัวเชยๆ บ้างก็ใส่แว่น ชอบหลบหน้าผู้คน
  • คติประจำใจพวกนี้คือ " ตัวตายไม่ว่า ขอข้าดูอนิเมเถอะ "
  • ขาดกามา การ์ตูนไม่ได้ เหมือนขาดอาหาร...
  • คิดถึงเรื่องกามา การ์ตูนเกือบ 75% ของความคิดทั้งวัน
  • แต่งแฟนฟิค แต่งคอส เขียนโดจิน วาดแฟนอาร์ต <<<ทำอะไรซักอย่างใน 4 อย่างนี้ ทำแน่ๆสาบาน อาจทำครบทั้ง 4 ข้อเลยก็ได้
  • มีการ์ตูนที่ชอบที่สุดแบบยกย่องเทิดทูนคลั่งไคล้อยู่อย่างน้อยสามเรื่อง
  • มีตัวละครที่รักสุดๆในชีวิตเป็นหนึ่งเลย และมีประปรายอีกเยอะ=_=
  • สละเงินซื้อของการ์ตูนได้ไม่มีเสียดายเลย เงินกินข้าวของทั้งเดือนก็ยอม! (ไปตายเอาดาบหน้า การ์ตูนข้ามาก่อน!!)
  • ถ้านึกอยากได้อะไรขึ้นมาก็จะซื้อเลยโดยแทบไม่ต้องมีเหตุผลใดๆ ทั้งสิ้น เหตุผลเดียว ก็ตูชอบอ่ะ ซื้อแล้วหนักกระบาลมรึงเรอะ..
  • รอบรู้เรื่องการ์ตูนไป (เกือบ) ทุกอย่าง ตามข่าวการ์ตูนไวมาก ใช้ภาษาโอตาคุ
  • เกลียดพวกสามมิติ (ดารา นักแสดงวงการบันเทิง น้ำเน่า) บางคนอาจเฉยๆหรือแค่รำคาญ แต่จะไม่สนใจพวกนี้เลย
  • ไม่มีแฟน (เรารักตัวการ์ตูนก็พอ!)
  • คลุกคลีกับการ์ตูน นั่งดู + อ่านได้ทั้งวัน ข้าวปลาลืมกินก็มี
  • เคยโหลดพวกสแกนคอมมิค แฟนซับ บิทอนิเม อย่างน้อยสิบครั้ง
  • เชิดชูอากิฮาบาร่าเป็นสถานที่อันศักดิ์สิทธิ์
  • เกิดความรู้สึกโมเอะ (สุขใจสุดๆเหมือนไฟในตัวลุกโชน) เมื่อได้อยู่ในที่ๆมีการ์ตูน ได้ดูการ์ตูนหรืออ่านการ์ตูน
  • เมื่อดูการ์ตูนหรืออ่านการ์ตูนจะดูเหมือนหลุดไปอีกโลกนึง
  • ไปงาน Event การ์ตูนได้แทบทุกงานไม่มีขาด และหอบข้าวของที่ซื้อมาเป็นประจำ
  • จะพูดไม่หยุดเมื่อพูดถึงการ์ตูน
  • สามารถดูอนิเมได้ทั้ง season (เผลอๆ อาจ 2 seasons) ได้ในเวลาวันเดียว
  • ในห้องจะเต็มไปด้วยการ์ตูน ทั้งของสะสม หนังสือการ์ตูน อนิเม ฟิกเกอร์ การาจคิท โปสเตอร์ หนังโป๊ และอีกสารพัด
  • อ่าน&ดูการ์ตูนแบบจริงจังอย่างน้อย เกือบทุกเรื่องที่รู้จัก(โอตาคุจะรู้จักการ์ตูนโดยเฉลี่ยคนละ 100 เรื่อง ถึงจะคิดว่าไม่มากขนาดนั้นมั้ง? แต่ถ้าจับมานั่งลิสต์ซักพัก โดยนับพวกการ์ตูนตอนเดียวจบ-เล่มเดียวจบด้วย ดีไม่ดี อาจเกิน 100 ด้วยซ้ำไป)
  • ซื้อการ์ตูนหรือเกม(หรือแม้แต่ไลท์โนเวล)ที่ชอบคราวละ 3 ชุดขึ้นไป (ชุดแรกไว้ดู/เล่น ชุดที่สองไว้เก็บสะสม ที่เหลือไว้ให้คนอื่นๆยืมหรือแจกจ่ายเพื่อเพิ่มจำนวนสาวก!)
  • มีฐานะที่จน รวย ก็ได้(ไม่ค่อยมีปานกลาง)
  • ข้อควรสังเกต โอตาคุที่หมั่นแจกจ่ายหรือให้คนอื่นๆยืมสมบัติเป็นนิจนั้น จะไม่เป็นที่รังเกียจของคนรอบข้าง
  • หากคลั่งไคล้การ์ตูนหรือคอมิกของฝรั่งมังค่า(โดยเฉพาะซุปเปอร์ฮีรั่ว) แล้วมีพฤติกรรมแบบโอตาคุหลายอย่าง อาจเรียกได้ว่าเป็นGeek หรือ Nerd ซึ่งความหมายใกล้เคียงกับโอตาคุมาก จึงอาจนับว่าคนกลุ่มนี้บางคนเป็นโอตาคุได้เหมือนกัน
  • เกลียดเกมแนวที่ดูโหดร้าย รุนแรง กรือเอาจริงเกินไป เช่น ผักจีบ การีน่า ยิงฟรี หรือ GTA

สรุปก็ คือ อะไรซักอย่าง นั่นเอง

ห้องของโอตาคุ

สถานที่ที่จะพบเห็นชาวโอตาคุ[แก้ไข]

  • สะพานเหล็ก แถวภิรมย์พลาซ่า โดยเฉพาะแถวร้าน High Media จะพบเห็นได้เป็นฝูง(กำลังเล่นไพ่เมะอยู่ด้วย) [โดนปิดไปแล้ว ปัจจุบัน พบมากหน้าร้านพี่ดำ]
  • เซ็นทรัลลาดพร้าว จะพบเห็นได้ตามชั้นใต้ดินบริเวณที่ขาย หนังสือญี่ปุ่นมือสอง
  • สยามเซ็นเตอร์ ร้าน Fantasia ซึ่งเป็นร้านที่ขายของแพง แต่ก็ จะพบเห็นเหล่าโอตาคุได้ไม่ยาก
  • Central World ร้าน Kinokuniya แหล่งหนังสือนำเข้า ชั้นดี
  • อัมรินทร์โซโก้ ร้านโตเกียวโด ร้านแบบเดียวกับ Kinokuniya เป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ในการสั่งหนังสือของเหล่าโอตาคุ
  • เซ็นทรัลสีลม ช่วงประมาณชั้น 3 ชั้น 4 ไม่แน่ใจว่าชื่อร้านอะไร
  • เดอะมอลล์รามคำแหง3 ชั้นบนสุดเท่าที่คนทั่วไปขึ้นไปได้ ในบริเวณ Food Center ช่วงด้านหลังห้างฝั่งขวามือ ( ในกรณีมองจากด้านหน้าไปข้างหลัง ) ร้าน J. Shop ฯลฯ
  • ร้านขายหนังสือการ์ตูนโป๊ชั้นนำทั่วไป
  • ร้านเน็ตทั่วไป(อย่างงกับกลุ่มเกรียน เนียนๆ)
  • ตาม งานคอสเพลย์ (อาจพกกล้องไปแอบถ่ายนางคอสเพลย์ต่าง ๆ ด้วย)
  • ทุกที่นั่นแหละ เพียงแค่คุณมองไม่ออกเฉยๆ
  • โรงพยาบาลเซนต์หลุยส์ [2เดือนครั้ง/เดือนคี่]
  • มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนดุสิต [2เดือนครั้ง/เดือนคู่]] (ย้ายจากโรงพยาบาลเซนต์หลุยส์มาที่นี่)
  • ในกระจกเมื่อคุณหันไปมองมัน [คนเขียนแอบมั่นเล็กๆว่าถ้าไม่ใช่โอตาคุเอ็งไม่เข้ามาอ่านหรอก อย่าทำซึน >w<]
  • Pantip.com ห้องการ์ตูนมักเป็นโอตาคุที่ไม่ยอมรับว่าตัวเองโอตาคุ แต่พฤติกรรมถูกต้องตามหลัก 18 ประการของโอตาคุ
  • งานจับมือBKB44
    • เฮ้ย นั่นโอตะนะพี่ เป็นแฟนคลับศิลปินต่างหาก
    • แต่พฤติกรรมส่วนใหญ่ของโอตะก็ถูกต้องตามหลัก 18 ประการของโอตาคุนะ เพราะฉะนั้นก็ถือว่าใช่นั่นแหละ
    • แต่พวกเธอเป็น3D!!!!!!!!
    • แต่สถานะพวกเธอก็เป็นเหมือน2Dนะ ทั้งห้ามมีแฟน ห้ามทำตัวหยาบคาย ต้องทำตัวน่ารัก ใสซื่อ บริสุทธิ์ ไร้ราคี ให้สมกับที่เป็นไอเด้า
    • ฉอดๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ ฯลฯ
    • โอตาคุแปลงร่างเป็นโอตะก็เยอะ ส่วนโอตาคุที่ไม่แปลงร่างก็เฉยๆ และมีบางส่วนเกลียดไอดอลราวกับแย่ง2Dไปจากชีวิตเขา

สิ่งที่ไม่ถือว่าเข้าข่ายการเป็นโอตาคุ[แก้ไข]

ในปัจจุบัน มีคนหลายคนที่เพียงชื่นชอบการ์ตูนหรืออนิเมะบางเรื่อง ก็เรียกตนเองว่าโอตาคุ ซึ่งถือได้ว่าเป็นความเข้าใจที่ผิด หากอยู่ในระดับนี้ยังไม่ถือว่าเป็นโอตาคุแต่อย่างใด สำหรับสิ่งที่ถือได้ว่ายังไม่เข้าขั้นการเป็นโอตาคุมีดังต่อไปนี้

  • ชื่นชมการ์ตูน มังงะ อนิเมะแค่เพียงไม่กี่เรื่อง และเป็นชื่นชอบจากการตามกระแส
    • ถ้าชอบมังงะ อนิเมะกระแสหลักหรือเพียงไม่กี่เรื่อง แต่มีพฤติกรรมส่วนใหญ่แบบโอตาคุ และอวยอย่างยาวนานแม้เรื่องนั้นจะจบไปนานแล้วละก็จะเข้าข่ายโอตาคุทันที
  • ดูอย่างเดียว แต่ไม่ได้เสียเงินเพื่ออย่างอื่นที่สิ้นเปลืองกว่าเช่นฟิคเกอร์ หรือสั่งซื้อบลูเรย์ลิมิตอิดิทชั่นของเรื่องนั้น(ดูดจากแฟนซับก็ไม่นับ)
  • เงินในกระเป๋ามากกว่า 50% ไม่ได้ใช้ไปกับการ์ตูน
  • ยังพูดกับคนที่ไม่ใช่โอตาคุรู้เรื่อง (อาจมีข้อยกเว้นสำหรับคนในครอบครัวในบางเคส แต่ยังไงโอตาคุก็ยังไม่ค่อยได้คุยกับคนที่ไม่ใช่โอตาคุอยู่ดี)
  • เป็นนักเขียนเสียเองและเพิ่งได้เผยแพร่เป็นเรื่องแรก อันนี้ให้พึงเข้าใจว่าแค่เห่อ
    • อย่างไรก็ตาม ถ้าเขียนนิยายเบาหรือมังงะที่มีการอวยสายใดสายหนึ่ง(หรือมากกว่านั้นในบางเรื่อง)อย่างออกนอกหน้า และมีเนื้อหาและตัวละครที่เซอร์วิสโอตาคุของสายนั้นๆติดต่อกันหลายๆเรื่องละก็ จะถือว่าคนเขียนคนนั้นเป็นโอตาคุทันที
  • หากคลั่งไคล้อย่างอื่นที่ไม่เกี่ยวข้องใดๆกับการ์ตูน มังงะ อนิเมะ (โดยเฉพาะมนุษย์ในโลกความจริง เช่น นักฟุตบอล ดารา นักร้องทั่วไป) แต่มีพฤติกรรมที่เข้าข่ายโอตาคุตั้งแต่10ข้อขึ้นไปละก็ จะถือว่าเป็นแฟนพันธุ์แท้หรือติ่งหูแทน เพราะของพวกนี้จะยังคงยึดติดอยู่กับโลกความจริงเป็นหลัก
    • ต่อให้แฟนคลับมโนหรืออวยกันไปต่างๆนานาก็เถอะ แต่ก็ยังต้องอยู่ในขอบเขตและกฎของโลกความเป็นจริงอยู่ดี ซึ่งไม่เหมือนโลกการ์ตูนที่สามารถจินตนาการได้เรื่อยเปื่อยมากกว่า ส่วนคนอื่นจะพอใจหรือไม่นั้นเป็นสิทธิส่วนบุคคล ถ้าไม่ละลาบละล้วงจนเกินไป (เช่น การด่าทอคนที่อวยคนละคู่กับตัวเองแบบเสียๆหายๆ)
    • เป็นเรื่องยากที่จะอวยมนุษย์ในโลกความจริงโดยไม่สนใจเรื่องอื่นๆหรือคนอื่นๆเลย เพราะสุดท้ายแล้วก็ต้องรู้จัก ชื่นชอบ(หรืออาจถึงขั้นคลั่งไคล้ในบางเคส)สิ่งที่คนคนนั้นเข้าไปเกี่ยวข้องหรือคนใกล้ตัว(เพื่อนสนิท ครอบครัว เพื่อนร่วมงาน)ของคนคนนั้นด้วย
  • อย่างไรก็ตาม ความไม่เท่าเทียมทางสังคมยังมีอยู่ สาวกของยอดมนุษย์เจเซิร์สแมนนั้นคลั่งไคล้เรื่องนี้ถึงขนาดตีพิมพ์ภาคนิยายไว้แจกฟรี รวมถึงได้รวมตัวกันจัดมีตติ้งทุกวันอาทิตย์ แต่ไม่มีใครเรียกสาวกของยอดมนุษย์เจเซิร์สแมนว่าโอตาคุเลย
  • อย่างไรก็ตาม โอตาคุวอนนาบี ที่ไม่มีพฤติกรรมที่เข้าข่ายโอตาคุ(หรือมีแค่2-3อย่าง) ก็ยังเรียกตัวเองว่าเป็นโอตาคุ และแสดงพฤติกรรมแบบเกรียนจนทำให้คนบางคนเหมารวมโอตาคุตัวจริงไปด้วย
  • อย่างไรก็ตาม มีการเข้าใจผิดเล็กน้อยว่า "โอตาคุตัวจริงจะไม่อวดตัวเองว่าเป็นโอตาคุ" เพราะการอวดความเป็นโอตาคุของตัวเองนั้นไม่สามารถบ่งบอกได้ว่า ปกติมีพฤติกรรมที่เข้าข่ายโอตาคุจริงๆรึเปล่า
  • อย่างไรก็ตาม......(พอแล้ว!!!!!!)
  • โอตะที่โอชิม่าย BKB44

โรคโอตาคุ[แก้ไข]

โรคโอตาคุ (Completely Otaku Syndrome) หรีอโรคฉี่แตก (Omorashi Syndrome) เป็นโรคที่พบได้ในทุกเพศ ทุกวัย ตุ๊ด เกย์ เกรียน ไนซ์กาย เป็นหมด

ระบาดวิทยา[แก้ไข]

โรคนี้เกิดขี้นเมื่อปี 25330 โดยเรืยกว่าโรคฉี่แตกเนี่องมาจากผู้ป่วยคนแรกล้มแล้วฉี่แตกหลังจากนั้นก็ตายในปีต่อมา หลังจากนั้นก็มีวัยรุ่นหญิงเป็นจำนวนมากกลายเป็นผู้ป่วยโรคฉี่แตกโดยอายุของผู้ป่วยโรคฉี่แตกโดยเฉลี่ยประมาณ 8-13ปี ส่วนมากจะเงี่ยนบ้าการ์ตูนเสพติดซีรีส์ยุ่นปี่และมีเลือดออกจากช่องคลอดจนต้องใส่ผ้าอนามัย ในปี25443มีวัยรุ่นชายเป็นโรคฉี่แตกแต่ฉี่ไม่แตกเลยแพทย์จึงเปลี่ยนชี่อโรคจากโรคฉี่แตกเป็นโรคโอตาคุส่วนมากเป็นวัยรุ่นชายที่เงี่ยนบ้าการ์ตูนเสพติดซีรีส์ยุ่นปี่และติดพนันบอล โรคโอตาคุมีการตรวจพบจำนวนผู้ป่วยมากถึง100ล้านคนเนื่องจากว่าเป็นข้อมูลปกปิดของบรรดาผู้ป่วย และพบมากในหมู่วัยรุ่น

พยาธิกำเนิด[แก้ไข]

ไม่มีหลักฐานทางการแพทย์ที่แน่ชัดถึงเชื้อหรือพยาธิอันเป็นสาเหตุของโรค เชื่อว่าเกิดจากการพนันฟุตบอลและซีรีส์ยุ่นปี่

พยาธิสรีรวิทยา[แก้ไข]

ลักษณะการเข้ากระทำของโรคนี้นั้น จะส่งผลกระทบต่อโอตาคุที่ป่วย ทุกคนที่ถูกผู้ป่วยชวนไปเล่นพนันบอลแปรสภาพมาเป็นผู้ป่วยอย่างสมบูรณ์ (Completely Otaku)

อาการขั้นต้น[แก้ไข]

โรคชนิดนี่จะแฝงในตัวผู้ป่วย ลักษณะที่เด่นชัดของอาการคือ

อาการขั้นร้ายแรง[แก้ไข]

ศัพท์เฉพาะของโอตาคุ[แก้ไข]

สูตรตารางธาตุเคมีสไตล์โอตาคุ[แก้ไข]

ตารางธาตุแห่งสาวน้อย ตารางธาตุแห่งโรโบ

คำศัพท์ที่ใช้ในวงการโอตาคุ[แก้ไข]

คำศัพท์เฉพาะทั่วไป[แก้ไข]

โดจินของเหล่าโอตาคุ
  • Anime (อนิเมะ) - ย่อมาจากอนิเมชั่น หมายถึงภาพเคลื่อนไหว ถ้าเป็นประเทศอเมริกาจะใช้คำว่า Cartoon
  • OVA / OAV (โอวีเอ / โอเอวี) - Original Video Animation / Original Animation Video เป็นพวก Anime ที่ไม่ฉายทาง TV แต่ทำ VCD / DVD ขายเลย (ส่วนใหญ่จะเป็นแบบสดใสไร้หมอกควัน)
  • OAD (โอเอดี) - Original Animation DVD ความหมายเหมือน OVA / OAV ชื่อก็บอกอยู่แล้วว่าเป็น DVD (แล้วถ้าเป็น Blu-ray ล่ะ?)
  • ONA (โอเอ็นเอ) - Original Net Animation ความหมายเหมือน OVA / OAV แต่ปล่อยให้ดูผ่านเน็ตเท่านั้น
  • Manga (มังงะ) - หมายถึงหนังสือการ์ตูน ถ้าเป็นประเทศอเมริกาจะใช้คำว่า Comic
  • Doujin, Doujinshi (โดจินชิ) - ของทำมือ เช่นการ์ตูนทำมือ ซอร์ฟเกมส์สร้างเอง พวงกุญแจ ฯลฯ แต่มักใช้หมายถึงการ์ตูนทำมือ โดจินพวกนี้มักจะมีราคาแพงเพราะทำออกมาจำกัด มีหน้าปกและกระดาษอย่างดีถ้าพวกที่ซีร็อกซ์เอาจะถูกหน่อย แต่จำนวนหน้าและลายเส้นไม่ได้ดีกว่าพวกการ์ตูนเล่มละ 40 เลย หลังๆถ้าพูดถึงโดจินมักจะถูกเหมารวมว่าเป็นการ์ตูนโป๊(H-Doujin) ซะมากกว่า
  • Figure (ฟิกเกอร์) - โมเดลลงสีสำเร็จราคาแพงขนาดใหญ่ ส่วนมากราคาตกประมาณ 1500 บาทขึ้นไป
  • Kachapong (กาจาปอง ) - มาจากคำว่า "กาจ๊าง เสียงตอนโมเดลบรรจุไข่ตกลงมา " เป็นฟิกเกอร์ลงสีสำเร็จบรรจุไข่ ราคาถูกกว่าฟิกเกอร์ประเภทข้างบนมาก ตกลูกละ 80 บาท มีเป็นชุดชุดละประมาณ 5-6 ตัวบางชุดจะมีตัวลับซ่อนอยู่ด้วย
  • Cosplay (คอสเพลย์) - ย่อมาจากคำว่า Costume Playing หมายถึงการแต่งตัวเลียนแบบตัวละครหรือตัวการ์ตูนต่างๆที่ชื่นชอบการคอสเพลย์โดยการห้อยผ้าขนหนูสีเหลืองบริเวณลำคอ หรือถือดาบที่ทำเองอย่างเดียวเดินร่อนรอบงาน ถือว่าเป็นปมด้อยของผู้คอสนั้นๆ (ความเห็นส่วนตัวของข้าพเจ้า ) - ทุนน้อย,ไม่กล้า - อ่อน
  • Layer (เลเยอร์) - ย่อมากจาก Cosplayer แปลว่านักคอสเพลย์ จะคอยไปคอสเพลย์ตามงานการ์ตูนเพื่อให้คนอื่นจำได้ (ครั้งสองครั้งจึงไม่นับว่าเป็น Layer) ส่วนใหญ่เป็นพวกฐานะดีบ้านมีอันจะกิน เพราะชุดคอสราคาแต่ละชุดส่วนมาก 1000 บาทขึ้นไปและไม่ค่อยซ้ำในแต่ละงานาการด้วย
  • Coslover (คอสเลิฟเวอร์) -มีความหมายเหมือนเลเยอร์ทุกอย่าง แต่จะใช้กับพวกคนหน้าตาไม่ดี(หน้าเหี้ย) บางทีหน้าตาบางคนอาจจะเหมือนแรงงานอพยพ บางคนอาจจะเหมือนพระเจ้าเหา แต่อยากแต่งคอสเป็นพระเอกนางเอกของเรื่องที่ตัวเองชื่นชอบ ซึ่งมักจะโดนโอตาคุจับกิน สาปแช่ง ด่าทอ ร่อแร่ ฯลฯ อยู่เสมอ
  • Idol (ไอดอล) - คำแสดงยศชั้นสูงของเลเยอร์ เมื่อคอสเพลย์หลายๆครั้งเข้าจนคนจำได้และ + กับมีหน้าตาดีกว่าปกติ จะได้เลื่อนยศมาเป็น Idol ได้
  • Gardian (การ์เดี้ยน) - องครักษ์พิทักษ์ไอดอล มีทั้งแบบร้องขอและแบบไม่ร้องขอ โดยอย่างหลังส่วนมากเป็นพวกโอตาคุชายโรคจิต ที่ชื่นชอบเป็นแฟนคลับของไอดอลคนนั้นๆ
  • ตุรกี (Tirkx) - แหล่งรวมอนิเมะโหลดตรง (Direct Download) กรุณาอย่าเผยลิงค์ในที่สาธารณะ! (ปัจจุบันปิดตัวแล้ว)
  • Bakadetsu - แหล่งรวมอนิเมะแบบโหลดบิท (Open Torrent) แบบถูกกฎหมายเพียงแห่งเดียวของประเทศไทยในขณะนี้ (ถ้าไม่นับรวม [email protected] ที่ปิดตัวไปชั่วคราวแบบไม่มีกำหนดเปิด) โหลดได้โดยไม่ต้องสมัครสมาชิกและไม่มีค่าเรโช ไม่ผิดกฎหมาย (ไทย) เพราะมีเฉพาะแฟนซับที่ยังไม่มีลิขสิทธิ์ (LC) ในไทย จะเรียกว่าเป็น Tirkx แบบบิทก็ได้
  • หอสมุดโตเกียว (Tokyo-Tosho) - แหล่งรวมอนิเมะแบบโหลดบิท (Open Torrent) โหลดได้โดยไม่ต้องสมัครสมาชิกและไม่มีค่าเรโช แต่เป็นบิทนอก เนื่องจากเว็บนี้มี "ของมืด" ให้โหลดกันด้วย โอตาคุชาวไทยจึงไม่นิยมเอาลิงค์มาโพสต์ตามเว็บบอร์ด (เพราะอาจผิดกฎและโดนแบนได้) แต่จะใช้วิธีเรียกเว็บนี้ด้วยชื่อโค้ดเนมว่า "หอสมุดแห่งชาติ" ก็เป็นอันรู้กัน
  • เหมียวท่อ / เหมียวทะเล้น (Nyaa Torrents) - เหมือนหอสมุดโตเกียว และบางครั้ง Torrent ในหอสมุดโตเกียวก็มาจากเหมียวท่อนั่นแหละ
  • Fansub (แฟนซับ) - การ์ตูนแปลโดยกลุ่มผู้ชื่นชอบที่ทำด้วยใจรัก, สิ่งผิดกฏหมายที่ทำให้ถูกต้องโดยการเอามาเผยแพร่ในประเทศที่ไม่มีลิขสิทธิ์ แฟนซับของแท้นั้นต้องแจกจ่ายให้โหลดไปชมกันได้ฟรี ๆ โดยไม่หวังผลประโยชน์ตอบแทนทางการค้าหรือหากำไร (แต่ก็ไม่วายที่จะโดนมือดีฉกไปไรท์ใส่แผ่นขายอยู่ดี)
  • License (ไลเซ่น) - ลิขสิทธิ์, คำศัพท์ใช้แสดงความเป็นเจ้าของ โดยเจ้าของจะสามารถทำกับมันอย่างไรก็ได้ ซึ่งที่ทำให้คนทั่วไปอดดู และหันไปสั่งตรงจากต่างประเทศ
  • Pirate (ไพเรท) - ของไม่มีลิขสิทธิ์ ของขโมยมา ถ้าเป็นหนังสือการ์ตูนหน้าปกมักจะยั่วยุกามารมณ์แต่ข้างในต๊ะติ๊งโหน่ง
  • Spoiler / Spoil (สปอยล์เลอร์ หรือ สปอยล์) - การเล่าเรื่อง การเล่าฉากสำคัญๆ ก่อนที่จะรู้ หรือบอกให้รู้ว่าฉากจบเป็นอย่างไร (ทำให้คนที่ยังไม่ได้ดูและกำลังจะดูหมดสนุกและเซ็งไปในทันที)
  • ปาหมอน - ฉากจบในตำนานของการ์ตูนเรื่อง ชาร์แมนคิงที่อุตส่าห์แต่งมาตั้งนาน สนุก และมีรวมเล่มเป็นสามสิบสี่สิบเล่ม แต่ตอนจบดันจบแบบไม่เคลียร์ ด้วยการ ปาหมอน ในตอนสุดท้าย
  • ไนซ์โบ๊ท (Nice Boat) - มาจากอนิเมะเรื่องสคูลเดนในเวลาก่อนที่จะฉายตอนสุดท้ายนั้นมีเหตุฆาตกรรมแฟนโดยมีดฟันที่คอและตัดหัวมาเก็บไว้ จึนทำให้ผู้ฉายคิดว่า อาจจะโดนข้อหาเป็นเหตุยุยงให้เกิดอาชญากรรมขึ้นมา เลยจัดการแก้ปัญหาโดยการเอาภาพเรือมาให้ดูแทนภาพฆาตกรรม ฟันหัวดังกล่าว (ทำไปได้ = =")
  • VCD - สื่อรูปแบบหนึ่งที่นำออกมาขายเพื่อทดลองว่าจะทำออกมาเป็น DVD ดีหรือเปล่า, สื่อราคาถูกสำหรับผู้ที่ชื่นชอบการการ์ตูนโดยไม่ใส่ใจการพากย์และคุณภาพมากนัก
  • DVD -สื่อรูปแบบหนึ่งที่โอตาคุยอมเสียเงินมากกว่า 3 เท่าของ VCD เพื่อเอาเสียงพากย์ต้นฉบับภาษาญี่ปุ่น แน่นอนว่าคุณภาพของภาพและเสียงย่อมดีกว่า VCD เช่นกัน
  • Censored (เซ็นเซอร์) - การปิดบังซ่อนเร้น เหยื่อที่โดนมักเป็นหนังสือและVCDการ์ตูน โอตาคุหลายคนจะออกมาต่อต้านการกระทำเช่นนี้ของประเทศไทย เพราะว่าทำให้พลังความโมเอะลดลง
  • Shonen (โชเน็น) -การ์ตูนผู้ชายทั่วๆไป
  • Shojo (โชโจ) - การ์ตูนผู้หญิงทั่วๆไป
  • Fujoshi (ฟุโจฉิ)(腐女子)(สาววาย) - เหล่าสตรีพันธุ์โอตาคุผู้มีจินตนาการอันสูงส่ง สามารถจับตัวละครเพศชายใดๆก็ตามตั้งแต่สองคนขึ้นไปมาวายกันได้

คำศํพท์เกี่ยวกับค่าพลังการ์ตูนต่างๆ[แก้ไข]

จุนจัง สาวน้อย(?)แต่เพียงผู้เดียวที่สามารถแผ่รังสีเหนือม่วงได้
  • Holy (โฮลี่) - ตัวอักษรภาษาอังกฤษที่ใช้ย่อแนวของการ์ตูนประเภทต่างๆ หลักๆคือ 4 ตัวนี้ ( 4 ธาตุหลักสายพลัง H - O - L - Y)
  • E Ecchi(เอ็ตจิ) - ลามกเล็กๆ ทะลึ่งหน่อยๆ
  • H Hentai (เฮ็นไท)) -โรคจิต, ลามก ใช้เติมสรรพนามเพื่อเพิ่มความหมายคำว่าโป๊ เช่น H-Doujin (โดจินโป๊), H-Anime (การ์ตูนโป๊), H-Game (เกมส์โป๊) ฯลฯ
    • Tentacle (เทนตาเคิล) -ผู้ที่ชอบพวกประเภทหนวดๆ สิ่งที่เป็นเส้นๆ ทั้งหลายแหล่ มักจะปรากฏอยู่ในเกมส์โป๊ เพื่อ@%$^&%&$*[email protected](&
    • Ren-Ai(เรนไอ) - เกมส์จีบสาว, H-เกมส์ แม้จะผิดกฏหมายแต่โอตาคุชายก็เต็มใจที่จะหามาในครอบครอง และหาเหตุผลอันชอบธรรมในการเสพ
    • Rape (เรพ) - พวกที่ชอบการข่มขืนกระทำชำเราประเภทฉีกเสื้อผ้า
    • Wet (เว็ท) - สายนี้จะชอบแนวความเปียกชื้นเปื้อนเปรอะเลอะไปทั้งหน้าและตา ( อะไรเปียกๆ -*- น้ำอะไรหว่า... )
  • (O Obacon (โอบาคอน)) - ผู้ที่ชอบคนที่มีอายุมากกว่า, นมโต --- Ojicon (โอจิคอน) ผู้ที่ชอบชายแก่ ตรงข้ามกะ Shotacon
  • (L Lolicon (โลลิคอน)) - ชอบเด็กหญิง ถ้าอายุจัดอยู่ในเกณฑ์โดนข้อหาพรากผู้เยาว์ให้จัดอยู่ในหมวดนี้ (แต่ก็มีคนจัดเกณฑ์ว่า จะอยู่ที่อายุ10 - 14 ปี หรือ หญิงสาวที่มีความสูงไม่เกิน 150 - 155 ซ.ม. รูปร่างขนาดไม่เกี่ยวขอให้น่ารัก )
    • Lolita (โลลิต้า) - พวกนิยมชุดสาวน้อยสีหวาน แนวๆ คุณหนูไฮโซ ประมาณยุคอังกฤษสมัยศตวรรษที่ 18-19 เช่นกัน มีโบว์และพู่ฟ่องๆ เยอะๆ

บางพวกนิยมนำมาผสมกับข้างบน ออกมาเป็นคุณหนู... (ปัจจุบันมีคนสับสนระหว่าง Gothic กับ Lolita กันเยอะ คนละอย่างนะจ๊ะ)

  • Gothic (โกธิค) - พวกเป็นปลื้มกับสีทึบๆ เป็นพิเศษ ส่วนใหญ่จะเน้นอยู่ที่ ขาว ดำ แดง
  • Shotacon (โชตะคอน) - ชอบเด็กชาย ถ้าอายุจัดอยู่ในเกณฑ์โดนข้อหาพรากผู้เยาว์ให้จัดอยู่ในหมวดนี้เช่นกัน
  • Y - รักร่วมเพศ แบ่งออกมาอีก 2 ประเภทคือ
    • Y Yaoi (ยาโอย) - กลุ่มสงวนพันธุ์ป่าไม้(เดียวกัน) ง่ายๆ ชอบพวกชอบเพศเดียวกันชาย แบ่งสายได้ 2 สายคือ
      • Seme YAOI (เซเมะ y สายรุก) เรียกสั้นๆ ว่าเมะ ชอบเข้าทางข้างหลัง
      • Uke YAOI (อุเคะ y สายรับ) เรียกสั้นๆ ว่าเคะ ชอบถูกกระทำทางด้านหลัง
      • Shonen-ai (โชเน็นไอ) ความรักบริสุทธิ์ระหว่างชายกะชาย [ไม่ติดเรท] - จัดอยู่ในสายขาวนะ
    • Y Yuri (ยูริ) - สมาคมอนุรักษ์ดนตรีไทย ง่ายๆ ชอบพวกชอบเพศเดียวกันหญิง แบ่งได้ 2 สายเช่นกัน
      • Seme YURI (เซเมะ y สายรุก) เรียกสั้นๆ ว่าเมะ ชอบแสดงตัวเป็นชาย
      • Uke YURI (อุเคะ y สายรับ) เรียกสั้นๆ ว่าเคะ ชอบถูกกระทำโดยเพศเดียวกัน
      • โชโจไอ|Shojo-ai (โชโจไอ) ความรักบริสุทธิ์ระหว่างหญิงกะหญิง [ไม่ติดเรท] - จัดอยู่ในสายขาวเช่นกันแม้จะผิดกฏหมายแต่โอตาคุหญิงก็เต็มใจที่จะหามาในครอบครอง และหาเหตุผลอันชอบธรรมในการเสพ
  • JIN (จิ้น) -มาจากคำว่า Imagine(อิเมจิ้น) แปลว่าจินตนาการ ใช้กับวงการ Y โดยผู้ใช้สามารถจิ้นให้ตัวละครนึงไปมีอะไรกับตัวละครเพศเดียวกันทั้งๆ ที่เนื้อเรื่องหลักจะไม่ได้มีอะไรกันเลยได้
  • Harem - (ฮาเร็ม)สายนี้จะเป็นพวกชอบอยู่ห้อมล้อมด้วยสาวๆ สวยน่ารักมากมายแถมด้วยทุกคนมารุมรักอีก - เช่น เนกิมะ
  • Gyaku-Harem (逆ハレム) - เหมือนกับแนวฮาเร็มทุกประการ แต่จะเปลี่ยนเป็นหญิงสาวถูกห้อมล้อมด้วยชายหนุ่มหน้าตาดี(ikemen + bishounen) พบใน Ouran Highschool Host Club, Yamato Nadeshiko Shichi Henge และ Otome Games ทั่วไป
  • SM Sadism&masokism - กลุ่มคนที่นิยมใช้ โซ่ เทียน แส้ กุญแจมือ ส้นสูง ม้าไม้ โดย Sadism คือผ่ายชอบทำร้ายผู้อื่น และ Masokism คือฝ่ายที่ชอบถูกทำร้าย
  • GuRo (กูโระ) - พวกที่ชอบการชำแหละ เลือด ฆ่า เครื่องใน ไส้
  • Psycho (ไซโค) - ความหมายตรงตัวหมายถึงพวกที่โรคจิตๆเล็กน้อยถึงปานกลางอีกความหมายหนึ่งหมายถึงพวกพลังจิตร คาแรคเตอร์พวกโรคจิตรอ่อนๆนี้อาจไม่พบเห็นได้มากนัก ยกตัวอย่างที่ดังๆก็เช่น L แห่งเดธโน๊ต เขาคนนี้ก็ติดเชื้อ P เหมือนกัน ส่วนคาแรกเตอร์มนุษย์พลังจิตร เช่น สามพลังป่วนพิทักษ์โลก(ไอ้นี้พลังจิตรทั้งเรื่อง) ไซโคบลาสเตอร์(ไอ้นี้พลังจิตรทั้งเรื่อง) โคอิทซึม(ฮารุฮิ) ไซโครเมทเรอ เอย์จิ(ไอ้นี้พลังจิตรทั้งเรื่อง)
  • Mahou (มาโฮ) - กลุ่มคนที่ชอบสาวน้อยเวทมนตร์ - อันนี้แน่นอน การ์ดแคปเตอร์ซากุระ นาโนะฮะ และแม่มดน้อยโดเรมี (ซึ่งมิได้หมายถึงโดเรมี่จากเรื่องโดเรม่อนแต่อย่างใด) และล่าสุดก็สาวน้อยเวท (มืด) (มน) มนตร์ มาโดกะ
  • Robot (โรบอท) กลุ่มคนที่บ้าความเป็นเครื่องจักรกลอย่างเข้าไส้ ซึ่งสามารถที่จะบอกรุ่นความสามารถสรรถนะของหุ่นทุกตัวในโลกออกมาได้ ซึ่งสายนี้ค่อนข้างแยกได้ชัดโดยมี กันดั้ม เป็นผู้นำลัทธิ รองลงมาคือ เอวังเกย์เหลี่ยม - เรียกอีกอย่างว่า Mecha (หุ่นยนต์)
    • Real Robot (เรียลโรบอท) - หุ่นยนต์ที่อิงถึงหลักความเป็นจริงในทางวิทยาศาสตร์
    • Super Robot (ซูเปอร์โรบอท) - หุ่นยนต์ที่ไม่อิงหลักความเป็นจริงทางวิทยาศาสตร์ เช่นมีพลังอภินิหาร แปลงร่างได้ ประกอบร่างได้ เป็นต้น
  • Computer - พวกชอบแนวคอมพิวเตอร์ที่คล้ายๆ กับมนุษย์ (ตูก็ชอบ) อาจเป็นหนุ่มสาวหน้าตาดีด้วย มีทั้งเป็นโปรแกรม และเป็นตัวเป็นตนในโลกความจริง - เช่น Chobits และ AI love (ดูเหมือนคอมชายจะไม่ค่อยมี)
  • Silent (ไซเลนท์) - หรือเรียกอีกอย่างว่าคูลเดเระ สายนี้จะเป็นพวกที่ชอบตัวละครพูดน้อย ไม่พูดเลยยิ่งชอบ (แต่ไม่ได้เป็นใบ้นะ - -)และส่วนมากสายนี้ก็จะทำหน้าตาเหมือนคนอมทุกข์ ไม่ค่อยแสดงสีหน้าออกมาให้เห็น (หรือเรียกว่าหน้าตายก็ได้)
  • Maid (เมด) -กลุ่มคนที่ชอบชุดสาวใช้ สาวเสิร์ฟ ชุดเมด อะไรก็ได้ที่มีผ้ากันเปื้อน หรืออาจจะมีแต่ผ้ากันเปื้อนก็ได้ ชุดส่วนใหญ่เอามาจากยุคอังกฤษสมัยศตวรรษที่ 18-19
  • Miko (มิโกะ) -กลุ่มอนุรักษ์นิยมที่ชอบสตรีในชุดขาวแดง (มิโกะ เป็น ผู้รับใช้พระเจ้าเป็นผู้หญิงที่ทำหน้าที่ดูแลศาลเจ้า)

บางครั้งมีการเพี้ยนออกไปในรูปแบบของชุดนักบวชในศาสนาอื่นก้อมีอยู่บ้างประปราย เช่น ชีเปลือย

  • Chounyou(โชเนียว) - พวกนิยมผู้หญิงโนตมๆ โนตมจริงๆ นะ ไม่เห็นกับตาไม่รู้หรอก - -" มักอยู่ควบคู่กับ H บางทีอาจจะเห็นว่ามีการวาด FanArt แนว C ตามเว็บ H (ซึ่งมันแน่นอนอยู่แล้ว) เตือนไว้ก่อนเลยว่าโนมันไม่ตมธรรมดา
  • Megane (เมะกะเนะ) - สมาคมที่มีอยู่เพิ่มไม่ให้ แว่นตา หายไปจากโลกนี้ (พวกชอบหนุ่มสาวที่ใส่แว่น) และรังเกียจคอนแทคท์เลนส์ยิ่งนัก มีสโลแกนประจำกลุ่มเป็นที่เลื่องลือว่า " สาวแว่น สุดยอดดดดดดดดดด!!! "
  • Megami (เมก้ามิ หรือ เมงามิ ) - พวกชอบเทพธิดา นางฟ้า ชาวสวรรค์ อะไรเทือกนี้
  • Kemono (เคโมโนะ หรือ เคโมะ) - คนที่ชอบ พวกครึ่งคนครึ่งสัตว์ หรือ สัตว์ที่มีลักษณะคล้ายคนมากกว่าสัตว์ ยืนได้ พูดได้ เป็นต้น
  • Mimi (มิมิ) - พวกคลั่งหู จะรวมๆใน พวกหูแมว หมา กา ไก่ (เฮ้ยๆ)
  • Animal (แอนนิมอล) -ตรงตัวเลย สายสัตว์เห็นๆ มีมากจนแทบล้นในเรื่อง วันพีซ
  • Change (เชนจ์) - พวกที่ชอบในด้านการแปลงเพศ สลับเพศ (แต่อาจจะหมายถึงพวกชอบแปลงร่างก็ได้) - เช่น รันม่า1/2 อุลตร้าแมน
ขอพลังโมเอะจงสถิตอยู่กับท่าน
จตุคามของโอตาคุ
การประกาศอิสรภาพของโอตาคุ
  • K Kinniku (คินนิคุ) - พวกที่ชอบจนถึงคลั่งไคล้ในมนุษย์จำพวกที่มีกล้ามใหญ่ๆ - เช่น เคนชิโร่ บากิ คินนิคุแมน ดราก้อนบอล - (โดยส่วนใหญ่ โอตาคุจะเกลียดแนวนี้มาก แต่ไม่มีผลอะไรกับเกรียน)
  • Incest (อินเซสต์) - รักต้องห้าม รักระหว่างสายเลือด (พ่อลูก แม่ลูก พี่น้อง) ระยะหลังจะเริ่มได้ยินประโยคที่ว่า "ก็ศีลธรรมมันค้ำคอร์" (ค้ำคอร์ = ค้ำคอ + ฮาร์ดคอร์)
  • Siscon (ซิสคอน) - พวกบ้าพี่ชายน้องสาว [ในสายเลือดรึตามกฎหมาย]
  • Twincest (ทวินเซสต์) - ชื่อก็บอกอยู่แล้วว่าทวิน ใช่แล้ว ความรักของฝาแฝดนั่นเอง อันนี้ค่อนข้างจะสับสนกับ I ซักหน่อย คาดว่าคงแตกย่อยออกมา
  • Fetishism (เฟติชม์) - คือ พวกชอบสิ่งของหรือเครื่องแต่งกายเพศตรงข้าม รวมไปถึงพวกชอบแต่งกายในชุดยูนิฟอร์มต่างๆ (ชุดตำรวจ ชุดนางพยาบาล etc.)
  • Futanari (ฟูตานาริ) -คือ พวกที่นิยมชมชอบพวกมนุษย์สองเพศ กล่าวคือพวกผู้หญิงที่มีตุ้มน้อยนั่นเอง อาจเรียกอีกชื่อว่า Dick Girl
  • Sport - สายนี้ค่อนข้างจะบ้าพลังเอามันทุกอย่าง กูจะเล่นกีฬาทุกประเภท ซ้ำยังมีท่าไม้ตายเวลาจะเล่นอีก เอาก๊ะมันดิ เคยมีเพื่อนคนนึงมันทดลองจะเตะลูกจากครึ่งสนามไปที่โกลตามแบบซึบาสะ มันบ้า - คำเตือนเวลาเล่นกีฬากะไอ้พวกนี้กรุณาเอาที่อุดหูมาด้วย เพราะเสียงดังน่ารำคาญยิ่งนัก
  • Rider (ไรเดอร์) หรือ Masked Rider (มาสก์ ไรเดอร์) หรือ Kamen Rider(คาเมน ไรเดอร์) หรือ ไอ้มดแดง - สายนี้ค่อนข้างแยกตัวออกเป็นเอกเทศจากสายอื่นเนื่องจากภูมิใจในประวัติอันยาวนานของตนเองเเละพัฒนาการที่ก้าวหน้าจากฮีโร่ไร้สาระกลายเป็นฮีโร่เพื่อชีวิต-สร้างสรรค์สังคม-เน้นความรัก และเลิกกระโดดถีบโดยหันมาใช้ดาบและปืน มือถือ ติดการ์ดในการต่อสู้เเทน โดยที่ยังคงอยู่คือท่าแปลงร่างที่คนในสายนี้จะจำได้หมดไม่ว่ามันจะออกมากี่ตัวต่อกี่ตัวก้อเถอะ - ช่วงหลังๆออกมาเยอะถึงขนาดตั้งทีมฟุตบอลได้ทีเดียวเชียว
  • Ranger (เรนเจอร์) - สายเพื่อนสนิท - นี้ถ้าไม่รักกันจริงคงอยู่ด้วยกันไม่ได้ คนที่อยู่สายนี้จะไม่พยายามที่จะอยู่ตัวคนเดียวเป็นอันขาดและจะทำการจับกลุ่ม 3-5 คนเข้าไว้โดยมีการกำหนดสีกันอย่างชัดเจน โดยอ้างว่าเวลาอยู่คนเดียวไม่สามารถเรียกหุ่นยนต์ออกมาได้ ซึ่งหากรวมๆ กับไรเดอร์แล้ว ก็จะถูกเรียกว่า Live Action Hero
  • Seiyuu (เซย์ยู) - สายรักกลุ่มคนเบื้องหลัง พวกเขาคือเหล่าโอตาคุที่เทิดทูนเสียงพากษ์และเหล่านักพากษ์(声優) มีความสุขกับการนั่งฟังดราม่าซีดี และเลือกอนิเมที่จะดู(โหลด)ด้วยการตรวจสอบรายชื่อ CAST หากคนกลุ่มนี้ดูหนังแนวไรเดอร์ ก็มักจะไปชื่นชมพวกตัวทารอส(หรือตัวอะไรก็ได้ที่มีการพากษ์แสียง)แทนที่จะเป็นตัวเอกหน้าตาดี ถ้าอยู่ที่ญี่ปุ่นก็จะพบได้ตามแถวๆเวทีงานอีเว้นท์ที่เซย์ยูไปปรากฎตัว คนกลุ่มนี้จะใชสมองกว่าครึ่งไปกับการจำว่าตัวละครตัวนี้ใครพากษ์ ชื่ออะไร และพากษ์เรื่องไหนอีกบ้าง 99%ของโอตาคุกลุ่มนี้ไม่ดูอนิเมพากษ์ไทย ถึงตายก็ไม่ดู เสียงมันไม่โมเอ้ แถมบางทีแมร่งพากย์น่ารำคาญยังกะเสียงกรี๊ดในละครน้ำเน่า
  • Moe (โมเอะ = โมมมมม-เอ่อ่อ่อ่อ่) - ถ้าใครอ่าน comic party จะเคยเห็นคำนี้ตอนที่โอตาคุผู้ชายตะโกนเมื่อนเห็นมิซึกิแต่งคอสเพลย์ ใช่แล้วล่ะพี่น้อง! โมเอะเป็นคำที่ใช้เรียกผู้หญิงน่ารักๆ ออกจะสับสนกับ L พอสมควร แต่โมเอะไม่จำเป็นต้องเป็นเด็กกว่าเรา ดังนั้น โอตาคุผู้ชายหลายคนจะบ้าโมเอะกัน วิธีการวัดความโมเอะทำได้โดยให้เราจ้องดูสิ่งที่เราคิดว่าโมเอะแล้วกินข้าวเปล่าตามแทนกับ หากกินได้มากเท่าไหร่ก็ยิ่งแปลว่าโมเอะมาก บางคนให้คำนิยามของคำว่าโมเอะว่า ความรักใคร่อันวิปริตของโอตาคุ
  • Politics(โพลิทติคส์) - แนวล้อเลียนการเมือง ส่วนใหญ่มักจะเป็นโดจิน
  • Tsundere(ซึนเดเระ) - แปลว่ารักนะแต่ปากแข็ง ถึงใจจะรักจะชอบยังไงแต่ก็ไม่มีทางออกปากหรือแสดงท่าทางที่บอกว่าชอบอย่างเด็ดขาด
  • Yandere(ยันเดเระ) - แปลว่ารักนี้มีเชือด รักแบบสามารถเชือดได้ทุกคน ไม่ใช่พวกซาดิส แต่รักอย่างเอาจริง พร้อมจะเชือดคนที่รักหรือคนที่เป็นศัตรูหัวใจได้ตลอดเวลา
  • Deredere(เดเระเดเระ) - แปลว่ารักจริงนะติงติงนัง รักธรรมดาแบบคนทั่วไปที่จะรักกันนั่นแหละ แต่ถือว่ารักจริงหวังแต่ง ไม่ใช่แค่หวังฟัน
  • Tundra(ทุนดร้า) - มุกคำพ้องเสียงกับซึนเดเระ ในภาษาญี่ปุ่นออกเสียงคล้ายกัน แต่มันจะหมายถึงเย็นชาราวกับที่ราบทุนดร้าที่เปล่าเปลี่ยวมีแต่หิมะ ไม่ได้รักหรือรู้สึกอะไรแม้แต่น้อย
  • Sudden Girlfriend Appearance (ซัสเด้น เกิร์ลเฟรน แอฟเพียเร้นต์) - แนวใหม่ที่กำลังมาแรง แบบว่าอยู่ดีๆก็มีคนมารักเรา(โชคดีไปมั้ย) เช่นเรื่อง Yosuga no Sora หรือจะเป็นอย่าง Fortune Arterial หรือจะเป็นแนวอย่าง To Love Ru ก็ตามทีส่วนใหญ่จะพบในอนิเมะพวกแนว Harem มากกว่าเพราะมันพ่วงมาด้วย

เกร็ดเกี่ยวกับโอตาคุ[แก้ไข]

ร้านโอตาคุเมืองนอก (แอดเลด เซาท์ออสซี่)[แก้ไข]

เมื่อไอ้ขี้เมา เผชิญหน้ากับโอตาคุญี่ปุ่น[แก้ไข]

นี่เป็นเรื่องจริงที่เกิดในปี พ.ศ.2550 ซึ่งในตอนนั้นไอ้ขี้เมา ยังไร้เดียงสา ไม่รู้ว่าโอตาคุคืออะไร วันนั้นเขาเดินหาห้องน้ำในมหาวิทยาลัยแห่งหนึ่งในรัฐบ้านนอกคอกนาของออสเตรเลียแล้วบังเอิญไปเจอโอตาคุนายหนึ่งแต่งตัวเป็นอุจิวะ ซาซึเกะ ทั้งๆที่ตัวแม่งก็ดำ (แต่ยังขาวกว่า Mr.D) เลยเข้าไปถาม

เพื่อไม่ให้ทั่นงง เราจะบริการแปลให้เลย

ไอ้ขี้เมา :"เฮ้ ซาซึเกะ นายรู้ป่ะห้องน้ำไปทางไหน?"
ซาซึเกะ :" โทะ-เหละ?" (คำว่า Toilet แต่สำเนียงญี่ปุ่น)

แม่งย้อนถามผมว่าถามหาห้องน้ำใช่ไหม แล้วทำหน้างงๆ แต่สำเนียงแบบนี้ ญี่หุ่นชัวร์ ผมนึกในใจ

ไอ้ขี้เมา :"ใช่"
ซาซึเกะ :" ทางนู้น"

แม่งตอบผมแบบส่งๆ แต่ด้วยความกวนตีนของผมๆเลยกวนมันไปว่า

ไอ้ขี้เมา :"ซาซึเกะ นายคิดยังไงกะซากูระอ่ะ"
ซาซึเกะ " ..."
ไอ้ขี้เมา :"แล้วนายคิดไงติดตามโอโรจิมารุอ่ะ"
ซาซึเกะ " ..."

แม่งยังทำหน้าเงียบ ผมเลยควักบุหรี่ขึ้นมา

ไอ้ขี้เมา :"นายช่วยใช้ นินจิตสึ(คาถานินจา)ของนายจุดบุหรี่ให้เราหน่อยดิ เราลืมเอาไฟแช๊กมา"

คราวนี้แม่งไม่ตอบ เดินหนีไปเลย

ไอ้ขี้เมา :"เฮ้! ซาซึเกะ ไปไหนวะ เฮ้ย! เฮ้!"

ซึ่งตอนนั้นผมงงมากเลยว่าทำไม แต่เพิ่งมารู้ทีหลังว่า ที่แท้พวกโอตาคุไม่ชอบเข้าสังคมนี่เอง

ขอบคุณจริงจริงไร้สาระนุกรม ที่ทำให้ผมหูตาสว่าง หายสงสัย ที่แท้เขาก็เป็นแบบนี้กันนี่เอง ทีหลังผมจะได้ไปถามหาห้องน้ำจากคนอื่น จะได้ไม่เป็นการรบกวนความสันโดษของพวกเขา

รวมคลิปโอตาคุ[แก้ไข]

  • อ๊ากกก ตาของ ช้านนนน
  • Ahhhh!! My Penis!!! by G-F
  • มันเกี่ยวกับ Penis ตรงไหน?? S.A.T.O.
  • by.ราชาคิมหันต์
  • เสื่อมดีเนอะ เล่นซะ ซากุระไม่เหลือซากเลย by cane491
  • จะอ้วกวะby hayate
  • - - น่ากลัวแหะ by kraivit14851

TIP[แก้ไข]

  • ฟิกจีน ราคาถูก พอดูได้(บางทีดูแลน่าเกลียดก็ไม่อยากซื้อ) ไม่ทน ขายเกลื่อน
  • ฟิกแท้(ญี่ปุ่น) สวย ทน แต่โคตรแพง และบางอย่างโคตร RARE!!!
  • โอตาคุบางคนจะอยู่เป็นกลุ่ม เช่นเดียวกับ ติ่งหู นะ
  • อยากไปงานคอสต้องไปก่อนเวลาเปิดอย่าไปเรตแม้แต่วินาทีเดียว
  • โอตาคุใจดีจะตาย(เนอะ)อารมณ์ดีและฮาด้วย(หรือเปล่า)
  • คนที่แต่งคอสส่วนใหญ่มางานไม่ได้ทุกครั้งหรอก(ถ้าฐานะไม่ดีคริง) เพราะคำตอบเดียวคือ ไม่มีตัง(ตังหมดไปกับชุดคอสเพลยแล้วครับ)
  • เป็นโอตาคุควรอ่านและเขียนภาษาญี่ปุ่นออกนะจ๊ะ
  • เวลาไปงานโปรดระวังบังตากล้องที่ถ่ายคอสทุกมิลลิเมตร
  • คนไปงานคอสส่วนใหญ่จะมีกระเป๋าสะพาย หรือ เป้ แบก(ไม่รู้เป็นไร)
  • พวกที่แต่งตัวแนวทเห่อ ตำกวด คอมมานโด่ ถือปืนBBgun ก็เรียกว่า คอสเพลยเหมือนกัน
  • โอตาคุมีจำนวนมากเหมือนกันนะ
  • คอสบางทีแต่งเพื่อความฮา เพื่อความตลกขบขัน หรือ ไม่เหมือน และ ดูโดจิน กรุณาทำใจ เพราะเขาทำด้วยใจ
  • โอตาคุส่วนใหญ่จน เพราะหมดไปกับ คอสเพลย ฟิก และ เนนดรอย
  • โอตาคุ เป็นคนธรรมดา ไม่ใช่โจร ฆาตรกร มาเฟีย ผี ปีศาจ เอเลี่ยน โปรดเป็นกันเอง
  • ของหื่นไม่แปลกเพราะต้องมีกันทุกคน(สำหรับโอตาคุผู้ชายทุกคน)555+
  • โอตาคุต้องติดเกมควบกับการ์ตูน(งงหวะอย่างใดอย่างหนึงไม่ได้)(แต่ถ้าเกมมากกว่าการ์ตูนมากๆ จะเป็นGamerแทน อย่าสับสน)
  • โอตาคุ ทำให้เศษรฐกิจ ในญี่ปุ่นดีน่ะ โอตาคุบางคนรวยมากๆด้วยละ555555+
  • มีข่าวลือว่า ชิกเก้น ดวกส์ กุนซือทีมเป็ดแดง ลิเวอร์พรุนคนปัจจุบัน อดีตกุนซือทีมดวกส์พรุน เป็นโอตาคุแฝงตัวมา
    • แต่กุนซือทีมเป็ดแอร์ โม้คแอร์ นั้น ดูแล้วเขาเป็นแน่นอน เขาพยายามทำโม้คแอร์ให้เป็นสายเกรียนบินที่โมเอะ (ซึ่งแม้แต่สายเกรียนบินของยุ่นปี่เองก็ไม่ทำแบบนั้น ยกเว้นโปเกมอนเจ็ท) แต่สุดท้ายก็ออกทะเล กลายเป็นสายเกรียนบินที่ติงต๊องที่สุดในโลกไป
  • พวกคอสบางคนไม่ได้ชอบคอสหรอกแค่จะมาหาหญิงในวงการนี้เฉยๆเผื่อฟลุ๊คอะไรแบบนั้น 55555 เลยต้องทำตัวกลมกลืน

รายนามส่วนหนึ่งของกลุ่มบุคคลที่อาจเข้าข่ายว่าเป็น โอตาคุ[แก้ไข]

แบบทดสอบความเป็นโอตาคุ

....ทุกๆคนที่อ่านบทความนี้ไง!รวมผู้เขียนบทความไปด้วยก็จะดี ข้อมูลแน่นดีว่ะ

ข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับโอตาคุ[แก้ไข]

ฮิคิโคโมริ[แก้ไข]

  • ฮิคิโมริ คือชื่อเรียกของคนที่เก็บตัวอยู่แต่ในบ้านและไม่ยอมที่จะออกไปไหน โดยสาเหตุที่เกิดมีได้หลากหลาย แต่ส่วนใหญ่จะเกิดจากการได้รับแรงกดดันทางสังคม หรือมีความหวาดกลัวต่อสังคม จนทำให้ไม่กล้าที่จะออกไปไหน ได้แต่หมกตัวอยู่แต่ภายในบ้านหรือห้องของตนเพียงเท่านั้น
  • ฮิคิโมริไม่เกี่ยวข้องกับโอตาคุ หากแต่ฮิคิโมริบางคนจะมีอาการของโอตาคุเนื่องจากการที่ไม่สามารถทำสิ่งอื่นได้จนต้องหาสิ่งบันเทิงใจมาเสพซึ่งทำให้สามารถกลายเป็นโอตาคุได้ในที่สุด
  • ตัวอย่างความเข้าใจผิดที่เกี่ยวกับคนที่เป็นฮิคิโมริ
    • สิ่งมีชีวิตที่ว่ากันว่าอันตรายยิ่งกว่าโอตาคุ แต่ยังไม่มีข้อมูลแน่ชัด ได้ยินมาว่าคือโอตาคุที่ได้รับแรงกดดันทางสังคมมากๆ จนมีพฤติกรรมที่ก้าวร้าว รุนแรง เก็บตัว ไม่ชอบออกไปไหน ไม่สุงสิงกะใคร ไม่ยอมฟังและรับฟังความคิดเห็นของคนอื่นเลย พอทำอะไรผิดพลาดก็ยอมรับไม่ได้ว่าตัวเองผิด สังเกตง่ายๆคือติดบ้านซะยิ่งกว่าโอตาคุ แต่ก็ไม่จำเป็นต้องมาจากโอตาคุเหมือนกัน ปัจจุบันยังหายากอยู่ มีชื่อเล่นว่าฮิคกี้
  • บทความเกี่ยวกับ ฮิคิโคโมริ


คำวิพากษ์วิจารณ์[แก้ไข]

คำวิพากษ์วิจารณ์[แก้ไข]

  • เป็นโอตาคุน่ะ ไม่สนุกหรอก อยู่แต่ในโลกวัตถุ มาอ่านร่างรัฐธรรมนู้บหรือไม่ก็คัมภีร์พระไตรปิฎกดีกว่ามั้ย
  • โอตาคุกับพวกบ้าการ์ตูนหรือแฟนพันธุ์แท้มันคนละเรื่องกัน เกรียนไทยกรุณาอย่าสับสน
  • คำว่าโอตาคุที่พันทิปวินิจฉัยแล้ว ว่ามันเป็นคำด่าไม่ใช่คำชม ดังนั้นกรุณาอย่าเอามาเรียกตนเองด้วยความภูมิใจเลย
    • ขึ้นกับบริบท หรือคำอื่น ๆ รอบ ๆ ด้วย เพราะยังมีบางคนที่ลึกๆแล้วยังแอบภูมิใจที่เป็น อตค. (เหมือนที่มีบางคนแอบกล่าวว่าตนภูมิใจที่เป็นกะเทย)
  • ทุจศิล กินชะมัดได้กล่าวไว้ว่าพันทิปไม่ใช่พ่อ
  • แค่อ่านการ์ตูน หรือดูอนิเมะ มันไม่ใช่โอตาคุ ลองอ่านข้างบนให้มันละเอียดอีกทีสิ
  • นอกจากร้านตามห้างต่างๆ แล้วนะ โอตาคุยังมีที่ราชมังคลา กับทำเนียบรัฐบาลด้วย
  • โอตาคุ หาใช่ส่วนเกินของสังคมไม่ หากรู้ว่าตัวเองเป็น และผู้คนรอบข้างก็มองว่าตัวเองเป็น ก็จงยอมรับซะ (อย่ามาซึนเดเระ!) ไม่ใช่พร่ำบอกอยู่ร่ำไปว่า

"ผมไม่ใช่โอตาคุ!!!"

  • แต่คนที่เป็นแค่ mania ก็ไม่ใช่อวดดดีบอกว่า

"ผมเป็นโอตาคุ!!!" ทั้งๆที่ตัวเองก็ดีแค่การ์ตูนตามกระแส

  • โนบิตะเป็นโอตากุต้องแต่งงานกับไจโกะนักเขียนการ์ตูน
    • แต่อย่างน้อยก็ยังจัดว่าเมพกว่าบางคน ที่ไม่สามารถหาคนมาเป็นคู่แต่งงานได้เลย จวบจนวันตาย
  • หนุ่มแว่น สุดยอดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด!!!!!!!!
  • จากที่อ่านมาส่วนบนพวกคุณดูโอตาคุผิดไปหลายอย่างโอตาคุไม่จำเป็นต้องเป็นอย่างนั้นซะหน่อย เป็นมนุษย์เหมือนกัน แล้วก็อีกอย่าง โอตาคุ ดีกว่า "เกรียน" ที่ด่าคนอื่น(เช่นด้านบนทั้งหลาย)เป็นไหน
  • ถึงโอตาคุ จะไม่เป็นที่ยอมรับ แต่ไม่ใช่ให้ใครมาเรียกว่าเกรียน อย่ามาเหมารวมอย่างนั้น !! "โอตาคุ ก็เป็นคน มีสมอง เหมือนพวกเราทุกคน" หรือว่าไม่จริง โอตาคุ ไม่น่ารังเกลียดเสมอไปหรอก
    • แต่เกือบ 100% ของโอตาคุมักทำตัวน่ารักเกียจ และพูดจาไม่รู้เรื่อง !!
  • โอตาคุ ไม่เดือดร้อนใคร แต่ก้อน่ารำคาญมาก
  • อะไรคือโอตาคุ?
  • โอตาคุ ที่ดีๆก็มี ที่สะอาด ไม่น่ารังเกียจ โอตาคุบางคนยังฉลาดกว่าเกรียนบางคนด้วย โอตาคุ ไม่ได้ตัดสินที่ความสนุกซะหน่อย ความชอบต่างหาก!!!ละ อย่ามาห้ามน่ะ ความชอบห้ามได้ที่ไหนละ
  • โอตาคุมีฮีโร่คือโอตาคุแมน
  • โอตาคุอาจจะหมายถึงพวกคลั่งไคล้สิ่งใดสิ่งหนึ่งก็ได้ เช่น โอตาคุจตุคามฯ เป็นต้น
  • แต่ก็มีบางคนบอกว่าโอตาคุไม่ใช่พวก Mania ร้อก เพราะโอตาคุน่ะหนักกว่านั้นเยอะ~
  • ญี่ปุ่นมีโอตาคุ ไทยก็มีเกรียนล่ะว้า
  • โอตาคุ"ผิด"ตรงหนาย~?-*-
  • โอตาคุไม่ได้เป็นแบบที่ข้างต้นว่าไว้เสมอหรอก ร.ร. เรามีโอตาคุอยู่ห้องกิฟต์ก็มี ไม่ได้หมายความว่าเป็นโอตาคุต้องอุบาทว์ สมองขี้เลื่อยซะหน่อยนิ

แล้วที่พวกเค้าค่อนข้างจะมีความกล้าบ้าบิ่นเกินคนมันก็ไม่ใช่เรื่องผิดไม่ใช่หรือไง ที่เค้าจะมีความกล้าแสดงออกสูงกว่าคนทั่วไป

  • บางครั้ง บางคน บางที่ - เหล่าโอตาคุ ก็เป็นเพราะสภาพแวดล้อม แล้วพอพวกเขาเป็นโอตาคุแล้วก็ยิ่งซ้ำเติมอีก มันก็น่าสงสารเช่นกัน
  • ทำไมบรรดาโอตาคุที่เราเคยเห็นมันมีแต่พวกที่สมหวังในชีวิตทั้งนั้นเลยล่ะ เรียนเก่ง ความสามารถสูงในหลาย ๆ ด้าน แล้วยังมีมนุษยสัมพันธ์ดีอีกต่างหาก แถมก็ใช่ว่าหน้าตาจะน่าเกลียด ที่เราอยากจะบอกก็คือว่า เนี่ย...
    O obnoxious สันดานแย่ ไม่น่าคบ
    T tuacky ซกมก
    A aggravate น่ารำคาญ
    K klutz สมองกลวง
    U ugly อุบาทว์
    มันแรงไปมั้ย
    เราแค่อยากรู้เฉย ๆ ว่าทำไมถึงมองโอตาคุในแง่ร้ายกันจัง เราว่ากลุ่มบุคคลที่กล่าวมานั่นก็เป็นแค่ส่วนน้อยไม่ใช่เหรอ อย่าเอาส่วนน้อยมาตัดสินส่วนรวมสิ เปิดความคิดกันมาลองคุยกันไม่ดีกว่าเหรอ บางทีอาจจะไม่ได้เป็นอย่างที่คิดก็ได้ โอตาคุอาจจะไม่ได้เลวร้ายอะไร ที่ทำตามอนิเมน่ะ ก็แค่พวกที่ไม่ค่อยได้ใช้วิจารณญาณเท่านั้น โอตาคุส่วนใหญ่ไม่ได้เป็นแบบนั้นสักหน่อย อย่าเหมารวมสิ
  • มีคนสองจำพวก พวกพยายาม กับพวกธรรมชาติ คนที่ประเภททำตัวน่าเกลียด เขาอาจจะพยายามบอกคนทั้งโลกให้รับรู้ว่าข้าเป็นโอตาคุ ด้วยเหตผลบางอย่าง
  • ไมพวกคุมาดิ้นแถวนี้เยอะจังว่ะ
  • โอตาคุจริงๆมันก็คือคำด่า เหมือนที่เราไว้ใช้ด่าพวกเกรียนนั่นแหละ
  • ถึงเป็นคำด่าก็จะยอมรับ ยังไงก็เป็นแต่ว่าถ้าดูถูกว่าโง่ ก็อย่าพูดยังงั้น โอตาคุ บางคนมีอนาคตมากกว่าไอ้คนที่มาพิมพ์ปากดีซะอีก
  • เป็นโอตาคุก็ทำใหเราพยายามด้านการวาดรูป แต่งนิยาย เรียนญี่ปุ่น พยายามด้านภาษาด้านศิลปะ เพื่อสิ่งที่เรารักนะ ไม่ได้มีแต่ข้อเสียนะ
  • ผมว่าโอตาคุเป็นพวกกล้าแสดงออกนะในห้องผมก็มีเพื่อนเป็นโอตาคุยังไม่เห็นเพื่อนในห้องคนอื่นมองว่าไม่ดีเลย มีแต่พวกคุณนั่นแหละที่ทำให้พวกเราดูน่ารังเกียจทั้วๆที่พวกเรายังไม่ได้ไปทำอะไรให้พวกคุณเลย
  • โอตาคุก็มีดีมีเสียบ้าง ไม่ต่างจากติ่งหู ดังนั้นทางสายกลางนั้นดีที่สุด ผู้นำ Red Star ได้กล่าวไว้

คำโต้แย้งคำวิจารณ์[แก้ไข]

  • Otakuสูงกว่าคนทั่วไป1ก้าว Otaku2upสูงกว่า2ก้าว ไอ้เกรียนมันต่ำกว่า10000000000000ก้าว
  • โอตาคุยังดีกว่าเกรียน แต่ไอ้นี่ไร้สาระไปหน่อย จึงน่ารำคาญมากถ้าไม่ใช่พวกเดียวกัน
  • โอตาคุ ยังดีกว่าเกรียน ติ่งหู แว้น เยอะแยะ
  • ที่โอตาคุไม่ชอบเข้าสังคม เพราะ สังคมส่วนใหญ่เเยกเกรียน กับโอตาคุไม่ออก จึงตัดปัญหาโดยการไม่ไปยุ่งกับคนอื่น
  • โอตาคุ=เกรียน=คุณนั้นเเหละคือเกรียน !!
  • โอตาคุไม่ใช่เกรียน เพราะมันต่างกันมากๆ ลองสังเกตุดีๆค่ะ โอตาคุ เป็นการที่หลงใหลสิ่งๆที่ เช่น โอตาคุการ์ตูน โอตาคุเครื่องเสีง โอตาคุรถยนต์ กับเกรียนแล้ว เกรียนแทบไม่มีความรู้เรื่องนั้นๆเลย
  • โอตาคุไก่ชนก็มีนะ
  • เคยคิดบ้างไหมว่า ทำไมเขาถึงต้องแยกมาจากสังคม มันต้องมีเหตุผลจริงไหม คุณรู้ไหม ที่พวกเราไม่ชอบให้ใครมาว่าโอตาคุ เพราะเรารักมัน

ใครๆก็ไม่ชอบให้มาว่าของที่ตัวเองรัก คุณต้องใจเย็น แล้วเปิดรับทุกๆอย่าง แล้วรับในสิ่งที่ดีมา คุณลองคิดว่า คุณน่ะ มีความสุขที่ได้ด่าโอตาคุจริงๆหรอ มีความสุขกับการทำร้ายจิตใจคนได้หรอ ?

  • โอตาคุยังดีกว่าเกรียนนะครับ เกรียนมันเกิดจาก ทำร้ายจิตใจคนอื่น อิจฉาในสิ่งที่เขามี ใช้อารมณ์มากเกินไป ทำลายในสิ่งที่ตนเกลียด

แต่โอตาคุ รักในสิ่งที่จะรัก ถึงแม้บางที่มันอาจจะดูทุเรศไปหน่อย คุณเกิดลองเปิดใจคนที่เป็น โอตาคุบ้างรึป่าว ไม่เคยก็เลิกเบียดเบียนกันเถอะนะครับ อย่ามองกันแค่นั่นนะครับ ถ้าคุณมีเพื่อนสนิท แต่เพื่อนของคุณเป็นโอตาคุ แล้วคุณไม่เป็นเพื่อนกับเขาอิกต่อไป เพราะเพียงว่าเขา รักใน โลก 2D เท่านั่นหรอครับ กลัวงั้นหรอครับ กลัวว่าคนอื่นจะดูถูก เหยียดหยาม ? อย่ากลัวเรยครับ ถ้าเป็นสิ่งที่คิดว่าดีแล้ว พวกที่เหยียดหยามคุณ ดูถูก คุณ น่ะ อย่าไปยุ่งเรยครับ นั่นนะ ที่เรียกว่า "เกรียน"

  • ไมสาระจังคับ บาน
  • นี่โอตาคุน่ะสุดยอดนะที่โรงเรียนเราน่ะ่เพื่อนเราที่เป็นโอตาคุน่ะ่เรียนเก่งมากเลยแล้วยังอยู่ห้องต้นๆตลอดด้วยล่ะ *O* (ถึงจะดูเก็บตัวไปหน่อยก็เถอะ-_-)
  • โอตาคุหญิงก็มีนะคะ
  • โอตาคุมักถูกมองว่าเป็นพวกเก็บตัว มีปัญหากับสังคม บอกตามตรงๆ ตอนแรกๆอาจไม่ แต่ตอนหลังๆอาจใช่ เพราะบางหน่อตกหลุมดำไปแล้วดันปีนกลับขึ้นมาไม่ได้ซะงั้น
  • โอตาคุเกิดขึ้นได้ทุกช่วงอายุ และทุกเพศ เพราะมันคือ ความชอบ ความหลงไหล ที่อาจบันดาลเกิดขึ้นกับใครสักคน
  • สำหรับพวกคลั่งไปแล้ว จะหลงไหลอะไรมันก็ต้องมีขอบเขต ตายไปก็เอาไปไม่ได้ เพลาๆหน่อย ของแบบนี้ตอนมีชีวิตอยู่ถึงจะเสพเท่าไหร่ก็เติมเต็มไม่ได้อยู่ดี มันก็แค่จิ้นไปเอง
  • แล้วจะเสพหรือจะซื้ออะไรแล้วหนักหัวใครป่ะคะ เงินก็เงินตัวเอง ในเมื่อมีความสุขที่จะทำก็ทำไปสิคะ ถ้าไปปล้นใครเค้ามาซื้อก็ว่าไปอย่าง
  • โอตาคุไม่ต้องน่ารังเกียจเสมอไป น่าคบก็มีอยู่เยอะ
  • โอตาคุชอบเข้าสังคมก็มี
  • โอตาคุผู้หญิง หน้าตาดีๆมีการศึกษามีถมไปค่ะ
  • ว่าแต่โอตาคุซื้อของไร้สาระ แล้วพวกคนที่ด่าอ่ะ ซื้อของแต่ละอย่าง สาระมาก
  • ยืดอกและภูมิใจซะเถอะ ว่าเราคือโอตาคุ
  • โอตาคุก็ยังดีกว่าติ่งเกาหลีโอตาคุไปทำอะไรให้ใครถึงรังเกียจกันนักหนามีแต่พวกไม่มีสมองเท่านั้นแหละที่เพื่อนบอกว่าน่ารังเกียจแล้วรังเกียจตามแล้วโอตาคุก็ไม่ได้หมายความว่าติดอนิเมะหรือมังงะอย่างเดียวโอตาคุไอดอลก็มีไปอ่านข้างบนให้ดีๆหน่อยอย่าเอาแต่ตามเสียงที่บอกว่าน่ารังเกียจเวลาโอตาคุถูกด่าว่าโอตาคุที่มีคนบอกว่าพันทิปบอกว่าโอตาคุเป็นคำด่ามันไม่ถูกคำด่ามันแล้วแต่คนบางคนก็มีความสุขบางคนก็เฉยๆแล้วแต่ความคิดให้ถามคน10ว่าชอบอะไรหรือคิดอะไรอยู่ไม่มีใครตอบเหมือนกันหรอก
  • คุพ่อตาย บานแจ้
  • โอตาคุผิดตรงไหน? อยู่ก็อยู่ส่วนตัวไม่ได้สร้างความเดือดร้อนให้สักหน่อย ทำไมพวกไม่เข้าใจชอบมองในแง่ร้ายกันเร็วจัง แค่เว็บพันทิปบอกว่าไม่ดีก็ด่าโอตาคุเลยเหรอ? ถึงขั้นต้องรังเกียจเลยหรือไง ก็แค่ชอบโลกสองดี ไม่ได้ไปว่าโลกสามดีหรือความจริงมันอะไรอะไรสักหน่อย
  • เป็นคนนึงที่ดูการ์ตุนนะ เพราะบางทีมันไม่มีอะไรทำ แต่ไอที่เป็นคุอะ กุดุออกเลย คำพูดคำจาโอ้อวดตัวเอง อย่างโน้นอย่างนี่ ชอบตัวนี้ๆ ความรู้เยอะมากไอเรื่องแบบนี้ ไม่รู้จะโชว์อะไร อย่าเยอะนะ คุ อย่าเยอะ แค่ถามว่าเคยดูเรื่องนี้มั้ย มันสนุกมั้ย แม่งพล่ามโชว์ความสามารถมัน ยันบอกได้ว่าในแบบหนังสือการ์ตูนจบยังไง ไอคุที่อยู่เงียบๆ กลับไปคุที่บ้านอะ โอเค กุชอบมาก แต่ไอพวกที่ทุกที่ทุกเวลาก็มากไปนะสลัด
  • โอตาคุนั้นคือ สิ่งมีชีวิตที่อยู่ในสังคมปกติได้ค่อยข้างยากลำบาก จึงเอาโลกกาตูนมาเป็นที่พึ่งพาทางจิตใจน่าสมเพชแท้ๆ แถมยังสมองเปื่อยพูดกับคนปกติไม่รู้้เรื่องจึงทำให้ต้องอยู่กับพวกเดียวเพราะสร้างสังคมคุๆขึ้น
  • เป็นโอตาคุทำไม พ่อตายรึไง เป็นติ่งเกาหลีดีกว่าเยอะ พ่อไม่ตาย แถมอยู่สบายซะอีก อนิเมะญี่ปุ่นก็ปัญญาอ่อน ไร้สาระ สู้เกาหลีก็ไม่ได้ ติ่งเกาหลีฝากมาบอก

โอตะคุ กับ กลุ่มคนต่างๆ[แก้ไข]

  1. โอตะคุ กับ ติ่งเกาเหลา ติ่งเกาเหลาช้กับแหนคลับที่ทำตัวกาก โอตะคุใช้กับแฟนคลับที่ทำตัวดีๆ ไม่ทำตัวกากๆ
  2. โอตะคุ กับ แว้น แว้นใช้กับพวกทำตัวกาก โอตะคุใช้กับคนรักรถแต่ง แต่ไม่ทำตัวกาก
  3. โอตะคุ กับ เด็กติดเกม(เกรียน) โอตะคุไม่เกรียน และเล่นเป็นเวลา เด็กติดเกมจะเล่นแบบเกรียนไป และเล่นไม่เป็นเวลา

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้ไข]

โอตาคุฝรั่ง