ไร้ชีวประวัติ:เฟี้ยว

จากไร้สาระนุกรมเสรี - แหล่งรวบรวมเรื่องราวตลกขบขันและบิดเบือนข้อเท็จจริง


UNBIOGRAPHY

ยินดีต้อนรับสู่ไร้ชีวประวัติ
แหล่งรวมชีวประวัติลวงของคนข้างบ้านที่ทุกคนร่วมเขียนได้
วันนี้ตรงกับวันเสาร์ที่ 16 ธันวาคม 2560 เวลา 23:45 น. ตามเวลาท้องถิ่น


Accessibility.png นี่เป็นบทความเกี่ยวกับเฟี้ยว หากท่านไม่พบข้อมูลที่ต้องการ กรุณาดูที่ เฟี้ยว

เฟี้ยวคือวงเกรียนขี้ลอกวงหนึ่ง

คำนิยม[แก้ไข]

ช่วงเดือน11 ปีค.ศ.08 หรือ พ.ศ.2551 ได้มีผลงานที่สร้างชื่อเสีย แก่ประเทศไทยเกิดขึ้น ในงานประกวด มิวสิควีดีโอ ที่ชื่อว่า ไอ้ติ๋ม44 ริทึม ออฟ มิเร่อร์ (iTim 44 : RHYTHM OF MIRROR) รางวัลผู้ชนะ เป็นทุนการศึกษา ไอพ็อด และอื่นๆอีกเล็กน้อย

และผู้ชนะอันดับ1 ซึ่งใช้ชื่อกลุ่มว่า เฟี้ยว โดยมีผู้ร่วมกลุ่มคือ ผัดเถอะนะ และ ไถ ก็ได้คว้ารางวัลไปอย่างสวยสดงดงาม ท่ามกลางความชื่นชมจากกรรมการผู้ตัดสิน และสื่อในประเทศ ราวกับว่า เทพ ครีเอถีบ 2หนุ่ม ความหวังประเทศ ได้จุติในประเทศเทยเราแล้ว

อนิจจา ด้วยพลังน้ำชา อันมืดมิดซึ่งสถิตย์ใน ประชาชนผู้หนึ่ง ซึ่งไม่อาจทราบนาม เมื่อรับทราบข่าวจึงเกิดไฟแค้นเผาผลาญในใจ ด้วยความริษยา.... ใครกันนำผลงานผู้อื่นไปชุบมือเปิดอย่างไม่ให้เครดิต ข้าแค้นใจมาก แค้นยิ่งนัก แค้นฝังหุ่น..... ข้ารอช้าไม่ได้แล้ว ต้องป่าวประกาศ หาทางทำลายเจ้าเฟี้ยว2หัวนั่นซะ ข้าจะหักคอจิ้มน้ำพริกกินให้หายหิวเลยทีเีดียว

ว่าแล้วด้วยพลังน้ำชา บุคคลนิรนามผู้นั้นก็ได้นำ หลักฐานผลงานต้นแบบตัวจริง มาตีแผ่ ประจานกันอย่าง ไม่อายฟ้าอายดิน ในเว็บบอร์ด หมื่นทิพย์ หมายมั่นจะตัดหัวเสียบประจานทั่วกรุง สร้างเสียงโอดครวญของความเจ็บปวด ความตาย คำสาปแช่ง ดังระงมไปทั่วแผ่นดิน ถึงหูกรรมการงาน ไอติ๋ม44 ถึงกับต้องออกมา หมอบราบคาบแก้ว ยึดตำแหน่งอันดับหนึ่งจากกลุ่มเฟี้ยว ไปอย่างเสียมิได้

จากเหตุการณ์ดังกล่าว ทำให้เกิดบัญญิตความหมายใหม่ ของคำว่าเฟี้ยว ขึ้นโดยมีจุดเริ่มที่เว็บบอร์ด หมื่นทิพย์ เพื่อเป็นอนุสรณ์ให้ชนรุ่นหลังเห็น ว่าไม่ควรไปชุบมือเปิป หยิบของใครอื่นมาเป็นของตน และจงหวั่นเกรงด้วยพลังน้ำชา ที่ทำให้คนเราต้องถึงกับ แทรกแผ่นดินหนี

รู้จักกับ "เฟรี้ยววววว"[แก้ไข]

สองหนุ่ม “เฟรี้ยววววว” คู่หูครีเอถีบสุดเท่ ผู้สร้างปรากฏการณ์สะท้านวงเกรียนไทย ผู้คว้าตำแหน่งชนะเลิศ การประกวด "ไอ้ติ๋ม44 ริทึม ออฟ มิเร่อร์" (iTim 44 : RHYTHM OF MIRROR)

ทั้งนี้ทั้งนั้น หลังจากรับตำแหน่ง เจ้าตัวได้ ออกมาให้สัมภาษณ์หน้าระรื่นชื่นตา กระดี๊กระด๊า ปานประหนึ่งเป็นผู้คิดเอง ดังนี้

บทสัมภาษณ์[แก้ไข]

ผัดเถอะนะ ตัวแทน “เฟรี้ยววววว” เปิดเผยว่า หลังจากที่ทราบโครงการ จึงเข้าศึกษาข้อมูลรายละเอียดก่อนเข้าร่วมกิจกรรม ซึ่งทราบคราวๆว่าเป็นการประกวดทำมิวสิควิดีโอโดยใช้โปรแกรมคอมพิวเตอร์ ซึ่งเป็นงานที่สนใจอยู่แล้ว เพราะอยู่กับลัทธิอูดเตา มานาน อยากเผยแพร่หลักธรรมแก่ชาวโลกมานานแล้ว

"ผมถนัดคอมพิวเตอร์ วางโครงสร้าง กำกับ ทับซ้อน ซ่อนเงื่อน ต้องแก้ไขอยู่หลายรอบ แบบแก้อีมีทอม ใช้ดิลโด้ไปตั้งหลายแท่ง เพิ่งมารู้ทีหลังว่าใช้กับทอม ไม่ใช่ใช้กับตัวเอง พอรู้แล้วจึงร่วมกับ ไถ จึงได้ผลงานสุดเจ็บ(ก้น) นี้มา

ส่วนไถ ถนัดด้านความคิด ชอบเล่นของแปลกๆ เจ็บตัวอยู่หลายครั้ง เมื่อถึงจุดสุดยอดจึงรวบรวมกันเป็นเรื่องราว ตอนแรกไม่ได้หวังอะไร ขอแค่เก็บประสบการณ์ เสียวๆสนุกๆ"

ไถ เล่าถึงขั้นตอนการทำงานว่า เลือกเพลงคามูของวง แตกรู กันเต้อะ เพราะตั้งใจอยากทำเพลงเร็ว “พวกเราชอบเพลงแนวนี้อยู่แล้ว พอเล่นเป็นภาพประกอบแล้วมันสนุก ขั้นตอนการงาน คิดนานกว่าทำ โดยเฉพาะการระดมความเสียว เก็บเวลาหลายอาทิตย์ เถียงทะเลาะ ตีกันตลอดว่าใครจะได้เริ่ม จนสองวันสุดท้ายหลังเสียงคราง มาลงที่คอนเซ็ปต์ว่า มันก็เหมือนหนังสือเล่มหนึ่ง มีเรื่องราวต่างๆ มากมายในเล่มนั้น คนอื่นอาจคิดว่าเล่นง่ายๆ แค่วางกล้องไว้ที่เดียว แต่จริงๆแล้วมันท้าทายกว่านั้น เราจะถ่ายทอดอย่างไรให้คนไม่อุจาดตา ไม่น่าเบื่อ และดูสนุก เหมือนมีอารมณ์ร่วมไปด้วย เพราะภาพมันมีแค่มุมเดียว แต่ต้องดึงดูคนดูให้ได้ ทำให้มีการวางแผนนานกว่าที่คิดไว้”

ผัดเถอะนะ เสริมถึงขั้นตอนการลงมือทำ “พวกเราเริ่มต้นวาดภาพการ์ตูน แต่ละหน้าให้น่าสนใจ ศึกษาท่อนเพลง ท่อนไหนแสดงอารมณ์ จะใช้สีหน้าตัวการ์ตูน ส่วนท่อนโซโล่เราจะวาดไวเบรเตอร์มาช่วย คือทำให้มันมีเซอร์ไพรส์บ้าง ซึ่งถือว่าเป็นจุดที่แปลกจนทำให้เราเอาชนะใจกรรมการ ด้วยความแปลกที่ไม่เหมือนใคร หลายคนอาจจะคุ้นเคยกับมิวสิควิดีโอที่มีพระเอกหลักหล่อๆ พระเอกรองสวยๆ มาถ่ายทอดเรื่องราว แต่ผลงานของเราเป็นภาพการ์ตูน และด้วยความท้าทายของระบบกราฟฟิค ทำให้ภาพสวยยังไงก็ได้ ส่วนที่ไม่ดีก็แค่หั่นทิ้งไป"

สองหนุ่มทิ้งท้ายว่า ใครที่ฝันอยากเป็นครีเอถีบ ต้องจินตนาการเป็นเรื่อย ใช้เท้าถีบๆๆ ไปเรื่อยๆ อย่ายึดติดเป็นสิ่งใดสิ่งหนึ่ง “คุณสมบัติของครีเอถีบ ควรจะมีอะไร พวกผมมองว่า ไม่ควรมีอะไรเลย เพราะมันจะเป็นกรอบมากั้นตัวเอง กรอบนั้นจะจำกัดจินตนาการ ทำให้คิดอะไรไม่ได้มาก ต้องปลดปล่อยความคิด คิดไปเรื่อยๆ ทำตัวเหมือนเด็ก จะได้ตื่นเต้นกับสิ่งใหม่ๆ ตัวตนใหม่ บ้านใหม่ เพื่อนใหม่ แฟนใหม่ ดิลโ้ด้ใหม่ ผัวเมียใหม่ ดูสดใสตลอดเวลา นอกจากนั้นเวลาคิดไม่ออก สถานที่มีผลสำคัญ อยู่ในที่ร้อนๆ ห้องแคบๆ หลายครั้งที่คิดอะไรไม่ได้ ลองเปลี่ยนไปอยู่ที่โล่งๆ กว้างๆ บรรยากาศเขียวๆ ใช่สวนสาธารณะก็จะดีมาก ลองมาแล้วครับ ได้ผลดีจริงๆ แต่ต้องไปหลบหลังพุ่มไม้สูงๆหน่อย ใต้ต้นขนุน ไม่มีคนมุงดูรบกวนการ ทำงานครับ”

ความจริง[แก้ไข]

90% ของงานทั้งหมดทีส่งประกวด ก๊อปมาจาก MV ของ ชิดดิสซะโก้ว ‘โอเช’ แบบซีนต่อซีน ทั้งซีนขยับปาก ซีนดีดกีต้าร์ ซีนตีกลอง สรุปคือทุกๆซีนนั่นแหล่ะ แต่ก็ยังได้ตำแหน่ง "ชนะเลิศ" ทำให้หลายๆคนเกิดความปลื้มปิติยินดียิ่ง(บางคนถึงขั้นอดกลั้นน้ำตาไว้ไม่ไหว จนน้ำตาเอ่อล้นออกมาด้วยความซาบซึ้ง) ที่เด็กชาวเทยมีความสามารถ เนียนจนได้รางวัล โดยที่กรรมการก็แสน~ จะฉลาดยิ่งนัก

  • ต้นฉบับ[1]
  • ของก๊อป[2]
  • เปรียบเทียบของก๊อบกับต้นฉบับแบบชัดๆ[3]
  • โฉมหน้าเกรียนไทย ตัวเป็นๆ ยังมีหน้ามาเต้นท้าลมหนาว[4]
  • บทสัมภาษณ์จากผู้จัดการ [5]
  • อื่นๆ

ผู้แก้ไข ช่วยตำหนิ[แก้ไข]

จริงๆแล้ว จะโทษเด็กอย่างเดียวก็ไม่ได้ ต้องโทษกรรมการด้วย (ดังที่มีหลายคนคิด) ว่ากรรมการเหล่านั้น ทำการบ้านมาน้อย อาจเพราะยังไม่เข้าถึงโลกอันไร้ขอบเขตถึงแก่นแท้ การให้รางวัลนั้นก็ควรจะให้ เป็น มือวางอันดับ รอเข้าวิน แล้วเว้นช่วงเวลาให้มีคน ทักท้วง คัดค้าน หรือแม้แต่โหวตให้คะแนนรางวัล ใช้เวลาเหล่านั้น รอว่าผลงานที่ถูกเสนอ เคยใช้ หรือผู้อื่นเป็นเจ้าของผลงาน หรือได้รับแรงบันดาลใจมาจากไหน และเราก็ต้องไม่ลืม ที่ต้องโทษตัวเองด้วย ในหลายๆฐานะ

  • พ่อแม่ ที่ต้องดูแล อบรม จริยธรรม
  • โรงเรียน ที่ต้องบ่มเพาะเสริมความดี
  • และ สังคม ที่ยอมรับนับถือ ยกชู ผู้ชนะเป็นใหญ่ โดยไม่สนใจวิธีการ หรือความชอบธรรม

Cita3.pngแน่นอนว่าบางคน ควรจะถูกตำหนิมากกว่าคนอื่น แต่สุดท้ายแล้ว ถ้าอยากรู้จริงๆว่าใครผิด บางทีคำตอบอาจจะปรากฎ เมื่อคุณนั่งหน้ากระจกเงา..... คุณนั่นเองCita4.png
                 — V จากเรื่อง V for vendetta