ไร้วิทยาลัย:มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์

จากไร้สาระนุกรมเสรี - แหล่งรวบรวมเรื่องราวตลกขบขันและบิดเบือนข้อเท็จจริง
ไร้วิทยาลัย

ยินดีต้อนรับสู่ไร้วิทยาลัยภาษาไทย
แหล่งรวมเรื่องขำขันไร้สาระเกี่ยวกับมหาวิทยาลัยและสถานศึกษาที่ทุกคนร่วมเขียนได้
วันนี้ตรงกับวันเสาร์ ที่ 18 พฤศจิกายน 2560 เวลา 12:03 น. ตามเวลาสากลเชิงพิกัด (ช้ากว่าไทย 7 ชั่วโมง)
เว็บย่อ: http://th.uncyclopedia.info/wiki/Un-niversity

เรื่องน่ารู้ประจำมหาวิทยาลัย[แก้ไข]

  ปรัชญาและคติธรรม
   1. คนบริสุทธิ์ได้ด้วยการงาน
   2. ธรรมย่อมย่อมรักษาผู้ประพฤติธรรม
   ปณิธาน
   มุ่งนำความรู้สู่การปฏิบัติ
   วิสัยทัศน์
   มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์เป็นสถาบันแห่งการเรียนรู้สู่การปฏิบัติ เพื่อพัฒนาความพร้อมของบัณฑิตสู่สังคม
   พันธกิจ

1. ผลิตบัณฑิตที่มีความรู้และทักษะการปฏิบัติ คิดเป็น คิดสร้างสรรค์ มีความสามารถในการปรับตัวและทำงานร่วมกับผู้อื่นได้ มีวิจารณญาณที่ดี มีคุณธรรม

  มีความรับผิดชอบต่อสังคม และมีความพร้อมที่จะออกไปรับใช้สังคมและประเทศชาติ

2. พัฒนาหลักสูตรที่มีความทันสมัย มีเนื้อหาซึ่งสอดคล้องกับความต้องการของสังคม มีการบูรณาการสู่กาปฏิบัติจริง โดยมีมาตรฐานการเรียนการสอนชั้นเลิศ

   และจัดการเรียนการสอนที่เอื้อต่อการเปลี่ยนสภาวะขอการเป็นนักศึกษาสู้ผู้ทำงาน

3. ผลิตผลงานวิจัยและองค์ความรู้ระดับชาติและนานาชาติที่เป็นประโยชน์ช่วยในการแก้ปัญหาและส่งสัญญานเตือนสังคมและธุรกิจ

4. ให้บริการวิชาการแก่สังคมที่เป็นประโยชน์ต่อสังคมและชุมชน สร้างคุณค่าให้กับมหาวิทยาลัย นำสู่การบูรณาการการเรียนการสอนเชิงปฏิบัติ

5. เสริมสร้างโครงการ/กิจกรรมในการทำนุบำรุงด้านศิลปวัฒนธรรมร่วมกับเครือข่ายภาครัฐและภาคเอกชน ให้สอดคล้องกับอัตลักษณ์ของมหาวิทยาลัย และเป็นประโยชน์ต่อชุมชน สังคม

6. พัฒนาประสิทธิภาพการบริหารจัดการ ดำเนินงานอย่างมีคุณธรรมและโปร่งใส โดยคำนึงถึงการมีส่วนร่วมของบุคลากร ตลอดจนการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า

7. พัฒนาบุคลากรให้มีสมรรถนะสูงและสามารถทำงานได้เต็มตามศักยภาพเพื่อขับเคลื่อนการดำเนินงานของมหาวิทยาลัยอย่างมีประสิทธิภาพและประสิทธิผล ประวัติความเป็นมา

               มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ เป็นหนึ่งในสถาบันอุดมศึกษาเอกชนชั้นนำของประเทศ ก่อตั้งขึ้นเมื่อวันที่ 30พฤษภาคม พ.ศ. 2511ภายใต้เจตนารมย์ของ ดร.ไสว สุทธิพิทักษ์ และอาจารย์สนั่น เกตุทัต โดยใช้ชื่อสถาบันว่า “ธุรกิจบัณฑิตย์” ซึ่งตั้งอยู่ริมคลองประปา ถนนพระราม 6
               ต่อมาได้เปลี่ยนสถานภาพเป็นวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ในปี พ.ศ. 2513 และเลื่อนฐานะเป็น “มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์” ในปี พ.ศ. 2527 ด้วยพัฒนาการที่ไม่หยุดยั้งผนวกกับการขยายตัวของระบบการศึกษาในประเทศใน ปี พ.ศ. 2532 มหาวิทยาลัยได้ย้ายสถานที่ตั้งมาอยู่ที่ริมคลองประปา ถนนประชาชื่น บนเนื้อที่กว่า เกือบ 100 ไร่ เพื่อก่อสร้างอาคารเรียนและอาคารปฏิบัติการทางการเรียนการสอนที่ทันสมัยรวม ทั้งสิ่งอำนวยความสะดวกในรูปแบบที่เอื้อประโยชน์ต่อนักศึกษาอย่างสมบูรณ์แบบ ภายใต้สภาวะแวดล้อมที่สวยงามและร่มรื่น
              ปัจจุบัน  มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์  เปิดสอนทั้งหลักสูตรภาไทยและหลักสูตรนานาชาติ  ในระดับปริญญาตรีทั้งภาคปกติและภาคค่ำ  ระดับปริญญาโท  ปริญญาเอก  โดยมี ดร. อรัญ  ธรรมโน  เป็นนายกสภามหาวิทยาลัย  และรองศาสตราจารย์ ดร. วรากรณ์  สามโกเศศ  เป็นอธิการบดี  และทั้งมีการก่อตั้งวิทยาลัยนานาชาติ (DPUIC)  ในปี 2547  และวิทยาลัยนานาชาติจีน (KDCIC)  ในปี 2553  เพื่อรองรับผู้ที่ต้องการศึกษาหลักสูตรนานาชาติ  และเพื่อมุ่งสู่ความเป็นสากล
              ตลอด 43 ปีที่ผ่านมา  มหาวิทยาลัยได้ผลิตบัณฑิตออกไปสู่สังคมรวมกว่า 79,524 คน  แบ่งเป็น  ระดับปริญญาตรี 74,518 คน  และ  ปริญญาโท  5,000 คน  ปริญญาเอก 6 คน  โดยมีบุคลากรรวมทั้งสิ้น 1,200 คน  มีสัดส่วนอาจารย์ระดับปริญญาเอก 17.06%  ระดับปริญญาโท 75.78%มีนักศึกษาทุกระดับกว่า 20,000 คน  นับเป็นสถาบันการศึกษาที่ได้รับการยอมรับจากหน่วยงานภายนอกทั้งภาครัฐและภาคเอกชนอย่างกว้างขวาง
               ด้วยปณิธานอันแน่วแน่ของผู้ก่อตั้งที่จะสร้างเยาวชนไทยให้เป็นพลเมืองดีของสังคม  เป็นนักธุรกิจที่มีทั้งความรู้  ความสามารถ  และจรรยาบรรณในวิชาชีพ  เพื่อจะได้เป็นกำลังสำคัญของชาติ  เพราะมีความเชื่อว่า  “นักธุรกิจเป็นผู้สร้างชาติ”  ยังผลให้สถาบันการศึกษาแห่งหนึ่งสถาปนาขึ้นโดยเน้นการเรียนการสอนทางด้านธุรกิจสมเป็น “แหล่งวิชาการประสานความรู้ธุรกิจ”

ความหมายของชื่อและสัญลักษณ์


   ชื่อ : "ธุรกิจบัณฑิตย์" หมายถึง ความรอบรู้ทางด้านธุรกิจ


   ดวงตรา : เป็นรูปพระสิทธิธาดาประทับนั่งบนแท่น มีวงกลมล้อมรอบ 2 ชั้น ขอบของวงกลมนอกประดับด้วยกลีบบัวซ้อนกัน 32 กลีบ ระหว่างวงกลมนอกกับวงกลมในมีนพรัตน์ หรือดวงแก้ว 9 ดวง วางอยู่ห่างกันเป็นช่วงเท่า ๆ กัน
   ความหมายของดวงตรา : พระสิทธิธาดา เป็นปางหนึ่งของพระคเณศ เทพเจ้าแห่งความสำเร็จและปัญญา
   ปรัชญา : นักธุรกิจเป็นผู้สร้างชาติ
   ปณิธานในการผลิตบัณฑิต : บัณฑิตต้องถึงพร้อมทั้งคุณธรรมและคุณวุฒิ
   คติธรรม : กมมนเตน วิสุชฌติ หมายถึง คนบริสุทธิ์ได้ด้วยการงาน
   : ธมโมหเว รกขติ ธมมจาริ หมายถึง ธรรมย่อมรักษาผู้ประพฤติธรรม
   สีประจำสถาบัน : ม่วง-ฟ้า หมายถึง การปฏิบัติทางธุรกิจ
   ต้นไม้ประจำสถาบัน : ต้นไผ่

การเดินทาง รถโดยสารประจำทาง ขสมก. 24, 66, 70 รถตู้ สายอนุสาวรีย์ฯ-ม.ธุรกิจฯ นั่งจากท่ารถบริเวณด้านหน้าโรงพยาบาลพระมงกุฎฯ รถสองแถว รถสองแถวเล็ก สีฟ้าสายเดอะมอลล์-ประชานิเวศน์3 กับสีครีมสายเดอะมอลล์-วัดบัวขวัญ

การเดินทางด้วยรถไฟฟ้า

รถไฟฟ้าบีทีเอส ลงสถานีหมอชิต --> รถโดยสารฯ สาย 63,104,69

--> ตลาดพงษ์เพชร --> รถโดยสารประจำทางขนาดเล็กสีแดง

รถไฟฟ้ามหานคร ลงสถานีบางซื่อ --> ต่อรถโดยสารฯ สาย 70

การติดต่อ มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ เปิดทำการระหว่าง วันจันทร์ - ศุกร์ ตั้งแต่เวลา 8.30 - 16.30 และหยุดทำการในวันเสาร์และวันอาทิตย์ ที่อยู่ไปรษณีย์

มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ 110/1-4 ถนนประชาชื่น หลักสี่ กรุงเทพมหานคร 10210

โทรศัพท์ 0-2954-7300 โทรสาร 0-2589-9605 อีเมล์ [email protected]

เชื่อหรือไม่?[แก้ไข]

ผลจากสแกนไวรัสจาก thumbdrive ที่ใช้ในมหาวิทยาลัย
  • http://bangkokbooking.exteen.com[1] เว็บจองโรงแรมของนักศึกษาคณะการโรงแรม ซึ่งว่ากันว่าช่วงพันธมิตรปิดสุวรรณภูมิ สามารถทำยอดจองได้มากกว่า200000บาท ทั้งๆที่เป็นแค่บล๊อกธรรมดาๆ (ซึ่งสาเหตุน่าจะมาจากการที่เป็นบล๊อก ทำให้โหลดหน้าเว็บเร็ว ฝรั่งไม่ชอบคอยนาน)
  • หลัง ม. เคยมีร้านเหล้าอยู่มาก ปัจจุบัน แทบไม่เหลือแล้วเพราะมหาวิทยาลัยเข้มงวด จนไม่มีร้านไหนสามารถเปิดได้
  • วันอังคารเป็นวัน Account Smart Day ของคณะการบัญชีที่รณรงค์ให้นักศึกษาในคณะแต่งเครื่องแบบให้ถูกต้อง
  • ลิฟต์ด้านหลังของตึก 3 เปิด-ปิดรวดเร็วมากๆ มีนักศึกษาโดนหนีบอยู่ทุกวัน (รวมทั้งคนเขียน)แล้วยังค้างอยู่บ่อยๆ อีกด้วย(ถ้าเข้าลิฟท์ไปแล้วยังไม่กดชั้นลิฟท์ก็ยังไม่ปิดแม้ว่าจะไม่ได้กดปุ่มopen)
  • สนามฟุตบอลและโรงยิมของที่นี่แทบไม่เคยเว้นการใช้งาน เพราะส่วนมากเป็นของที่อื่นมาใช้สถานที่ในการแข่งทั้งนั้น นักศึกษาแทบไม่ค่อยได้ใช้
  • เดอะมอลล์งามวงศ์วานคือวิทยาเขต 2ของนักศึกษามธบ.
  • มีรถเมล์ผ่านหน้ามหาลัยแค่ 24 66 และ 70 เท่านั้น แต่ก็มีรถตู้ กับสองแถวเล็กนะ
  • flashdriveของนักศึกษาที่เสียบๆกันในห้องสมุดโดนไวรัสแดก กันเกือบ100% **เพิ่มเติม Flashdrive ของอาจารย์ที่เสียบๆตามห้องสอนก็โดน Dak เหมือนกันจ้า **
  • ปัจจุบันไวรัสน้อยลงแล้ว เพราะคอมพิวเตอร์เขาตั้งค่าไว้ พอปิดก็จะล้างทุกอย่างกลับเหมือนเดิม ทำให้ไวรัสกินไม่ได้
  • อาจารย์เคยเล่าให้ฟังว่ามีรุ่นพี่คนหนึ่ง พยายามที่จะส่งไวรัสไปทำลายข้อมูลการสอบทั้งหมดของมหาวิทยาลัย โดยไวรัสนั้นมีชื่อว่า วามหวังอันยิ่งใหญ่
  • ระบบการลงทะเบียนของที่นี่ บังคับให้ลงเรียนตามเลขทะเบียนเท่านั้น(สำหรับวิชาบังคับ)เพื่อป้องกันความวุ่นวานและสับสน แต่ก็มีหลายคนฝืนข้อบังคับนี้
  • ระบบการลงทะเบียนของที่นี่ ชื่อว่าระบบ "แสบ" ชอบเป็นประจำในเวลาที่มีคนเข้าเป็นจำนวนมาก เวลาตรวจเกรดก็เป็นเช่นกัน
  • ชื่ออย่างเป็นทางการของวิชาวิเคราะห์เชิงปริมาณคือวิเคราะห์เชิงทรมาน
  • กลุ่มเรียน 31 คือกลุ่มเรียนของ honour หรือบัณฑิตเกียรตินิยม
  • นักศึกษากลุ่ม honour ส่วนใหญ่จะจองหอง คิดว่าตัวเองเก่ง หวงความรู้มาก เวลาเดินผ่านนศ กลุ่มปกติ ถึงแม้จะเคยรู้จักกัน แต่เมื่อเรียน honour จะไม่หันมามองเลยสักนิด พร้อมเดินผ่านอย่างรวดเร็วเหมือนไม่รู้จักกันมาก่อน นักศึกษา honour จึงถูกนักศึกษาภาคปกติเกิดอาการไม่ชอบขี้หน้าอยู่บ่อยๆ แต่เวลาสอบบางคนอาจจะได้คะแนนน้อยกว่ากลุ่มเรียนปกติในบางวิชา
  • แต่ก้อไม่เสมอไปนะ เด็กhonour class บางคนก็นิสัยดี แถมยังหน้าตาดีด้วย ลองไปดูเวลาเด็ก honour มาอบรมที่อาคารสนมสิ สาว ๆ น่ารักทั้งนั้นนะ
  • สาขาวิชาวาสารศาสตร์เป็นสาขาเดียวที่ใช้ระบบโซตัส ซ่อมน้องเช้า-เย็น ซ้อมเชียร์ตั้งแต่เปิดเทอม
  • ไม่รู้ว่าเป็นมหาวิทยาลัยเดียวหรือเปล่า ที่ถ้าใช้เน็ตข้างนอกจะไม่สามารถเข้าเว็บบอร์ดมหาวิทยาลัยได้ เมื่อเข้าไปจะพบว่าคำว่า "ให้สำหรับบุคคลภายในติดต่อเท่านั้น"
  • ม.ธุรกิจมีถนนชินเขตคั่นกลางเป็น2ฝั่ง ฝั่งหนึ่งเรียกว่าแผ่นดินใหญ่ อีกฝั่งเรียกว่าชินเขต
  • ม.ธุรกิจบัณฑิตย์มีศาลาเรือนไทย10ล้านตั้งอยู่ในบ่อเต่าหน้าตึก6 แต่ไม่เปิดให้ใช้ จะใช้แค่ตอนรับปริญญากับลอยกระทง เคยไปนั่งหลับตรงเรือนไทยแล้วโดนไล่ด้วย
  • ม.ธุรกิจบัณฑิตย์จัดเป็นมหาวิทยาลัยที่สวยที่สุด เคยมีความคิดว่าจะทำให้เป็นอุทยานแต่ตอนนี้ไม่รู้ว่าเลิกไปยัง
  • เด็กที่จะมาสมัคร ม. นี้ พอลงรถประจำทางจะรู้สึกธรรมดา ไม่ตื่นเต้นสักเท่าไหร่(คงเสียใจที่เอนท์ไม่ติด) แต่พอได้เข้าไปในเขตมหาวิทยาลัยจะมีความสุขกับบรรยากาศที่สวยงามเหมือนได้มาเที่ยวรีสอร์ท หรือโรงแรม 5 ดาว จนอยากจะเปิดเทอมเร็วๆ
  • เป็นมหาวิทยาลัยที่มีการปูหินแบบตัวหนอนมากที่สุด (ปูทั้งมหาวิทยาลัย)
  • ตึกภาษาไทย หรือตึก 4 มีลิฟท์ที่ขนถ่ายนักศึกษาได้น้อยมากคือ ขึ้นได้ทีละไม่เกิน 4 คนถ้ายิ่งคนอ้วน 2 คนเต็มที่ดังนั้นใครจะเรียนตึก 4 มักจะใช้บันใดแทนลิฟท์
  • พื้นที่ 20% ของมหาวิทยาลัยยังเป็นที่ว่างที่จะสร้างอะไรเพิ่มก็ได้
  • สะพานธุรกิจบัณฑิตย์ (ตรงทางเข้า มหาวิทยาลัย )จะมีแท่นตรงกลางขึ้นมาแล้วเขียยนว่า สะพานธุรกิจบัณฑิตย์ ว่ากันว่าใครไปนั่งทับจะเรียนไม่จบ
  • สำหรับนักศึกษาที่จะออกฝึกงานได้นั้นต้องมีเกรดไม่ต่ำกว่า 2.00
  • จบจากที่นี่เป็นความภูมิใจมากที่สุด รักสถาบันที่บางคนไม่มีโอกาสได้มาเรียนเพราะคิดว่เป็นม.เอกชนที่ไม่มั่นใจ ขอท้าให้ลองเข้ามาดู จะรู้ถึงความประทับใจที่จะได้รับจากม.แห่งความผูกพัน
  • สังเกตุดีๆ มหาวิทยลัยธุรกิจ จะมีทั้งหมด 3 ฝั่ง ฝั่งแรก คือฝั่ง นนทบุรี(ประชาชื่น ซ8(ใช้การได้ไม่มาก เนื่องจากมีเสาไฟฟ้าแรงสุงพาดผ่าน )ฝังที่ สองคือ ฝั่งริมคลองประปา กทม. เป็นเมนหลักเลยฝั่งนี้ ฝั่งที่ 3 คือฝั่งหลัง ม. (มีถนนเล็กๆคั่นกลาง )ฝั่งนี้จะเห็น นศ.ที่อาร์ตและหล่อที่สุด เพราะ มี 3 คณะที่หนุ่มหล่อๆทั้งนั้น คือ นิเทศ ศิลปกรรม และ วิศวะ แปลกจริงทำไมต้องข้างหลัง
  • ฝั่ง นนทบุรี ที่เป็นที่ว่างกว้างๆนั่น มหาลัยมีแผนจะทำอะไรไหมหรือเปล่าไม่มีใครรู้เพราะมันถูกปล่อยว่างมานานนม ใครรู้บอกที (มีแน่นอน)
  • เมื่อก่อนที่ขายแบบเรียน ไม่ใช่ Se-ed book
  • หนังสือเรียนภาษาอังกฤษ ห้ามถ่ายเอกสาร เพราะละเมิดลิขสิทธิ์ แต่ก็ยังมีคนถ่าย มันแพงนี่หว่า
  • เด็กศิลปกรรม มีแต่แนวๆท้างน้าน เซอร์ๆ สกปรก แต่ส่วนใหญ่ แฟนสวยไฮโซโคตร
  • ตรงข้ามกับเด็กนิเทศที่นี่ จะติดหรู มีแต่คุณหนู แต่เวลาไปฝึกงานได้รับการเล่าลือว่า อึดเป็นควาย
  • มาเรียนที่นี่ขอแนะนำให้ขับรถมาดีที่สุดเพราะมีทั้งตึกจอดรถและลานจอด แต่นั่นไม่สำคัญเท่าอันตรายที่คุณจะต้องเสี่ยงตายโหนรถปิกอัฟ 2 แถว หรือไม่กะทนนั่งรอรถเมล์เป็นชาติ
  • รถเมล์สาย 66 เป็นสายที่ต้องรอนานมากๆ แต่ สาย 24 มีเป็นร้อยแต่ส่วนใหญ่สุดสายที่เซ็นทรัลลาดพร้าว หวังไปอนุสาวรีย์ยากซักหน่อย
  • ถ้าอยากนั่ง ต้องไปรอป้ายก่อนถึงหน้่ามหาลัย
  • ที่โรงอาหารเคยมี 7-11 เปิดด้วย บริเวณธนาคาร เคยมี ร้านรักบ้านเกิดตั้งอยู่ หายไปหมดแล้วทั้ง 2 อัน
  • ตอนนี้กำลังวางโครงการก่อสร้างอาคารหลังใหม่แทนศูนย์การค้าที่พับเก็บไป ด้วยงบประมาณ หลายร้อยล้านบาท ซึ่งต้องลุ้นกันให้เซอร์ไฟร์เล่น

ว่าจะเป็นของคณะอะไร

  • และกะลังลุ้นกันอีกว่า อนาคตค่าหน่วยกิตจะขึ้นหรือไม่ เพราะที่อื่นขึ้นกันหมดแล้ว และม.เอกชนใกล้ๆกัน(ดอกบัว) ก็ขึ้นไล่จี้ตามตูดมาติดๆ
  • อ้อ อัฟเดทล่าสุด รองมิสไทยแลนอันดับ 1 ปีนี้ 2551 เป็นดาวคณะเศรษฐศาสตร์
  • อ้อ อีกเรื่อง ม.ไม่มีโฆษณาทางทีวีมา 3 ปีติดต่อกันแล้ว (เพราะ มีวิธีอื่นที่ดีกว่าการใช้โฆษณาทีวี)
  • ตอนนี้มีแล้วหลังจากโดนติเรื่องโฆษณาชงกาแฟ กลายเป็นลองขายน้ำแก้วเดียวแทน ทั้งนี้ นศ.ไม่ได้เสนอขายน้ำแบบครอบจักรวาลเป็นทุกคน
  • อีกที จากการจัดอันดับมหาวิทยาลัยสากลของ Webmetic ม.ธุรกิจบัณฑิตย์อยู่อันดับที่ 24 ของประเทศ(รวม ม.รัฐ) และอันดับ 3 ของประเทศ(แยกเอกชน ซึ่งรองจาก เอแบค และ ม.กรุงเทพ)
  • โอ๊ะๆๆ ศูนย์การค้าที่บอกว่าพับเก็บไป ล่าสุดโผล่มาแล้ว เป็นของเอกชน แต่ไม่ได้เป็นตึกสูง เห็นว่าเป็นสไตล์ใหม่จากเมืองนอก แบบผสมระหว่างธรรมชาติกับแหล่งจับจ่าย (พูดซะดูดี)ชื่อว่า Urban Square เปิดตัวอย่างเป็นทางการไปเมื่อ 1 เมษายน 2552
  • ต้นใม้ในม.ถือเป็นสิ่งล้ำค่า หากใคคิดจะตัดหรือเลื่อยกิ่งไม่ซักกิ่ง อีกไม่ถึงอึดใจคุนจะถูกรายล้อมด้วยรปภ.และตำรวจนับสิบ(โดนมาแล้ว)
  • ทางเดินเข้าม.จะมีฟุตบาท2ฝั่งและจะมีม้านั่งตลอดทางอยู่1ฝั่ง แต่คนจะนิยมเดินฝั่งตรงข้าม เพราะฝั่งม้านั่งมีคนนั่งอยู่ตลอดทางคนที่เดินฝั่งนี้จึงเป็นคนที่ค่อนข้างมั่นใจ
  • อ้างอิงข้างบน ถนนนี้ชื่อว่า ถนนกดดัน(ตั้งกันเอง)เวลาเดินแล้วมันกดดันจิงๆ เพราะสายตาที่จับจองเวลาคนเดินผ่าน และ สามแยกปากหมาน เพราะจะมี พวกเหลือบ ที่ชอบมองและแซวนักศึกษา จนเขาไม่อยากจะเดินผ่านพวกมันกันแร้วววว
  • ใครเรียนธุรกิจบัณฑิตย์แล้วไม่รู้จัก"ป้ามันหน้ามอ."ถือว่าไม่ได้เรียนที่นี่จริงเปรียบเหมือนกับเวลาเราไปที่นั่นที่นี่แล้วไม่ได้ไปถือว่าไปไม่ถึงกันเลยทีเดียว
  • ป้ามันเป็นวีรสตรีรุ่นบุกเบิกคู่มหาลัยจิงๆน่ะพี่รุ่น 1 ยังถามถึงอยู่เรย
  • จิงๆแร้วป้าแกไม่ได้ชื่อ"มัน" แต่ชื่อ"นัน"
  • คงเพราะอาหารที่ทำจะน้ำมันเยอะมากกก
  • และป้ามันจะเลี้ยงแมว จับแมวแล้วเอามือไปจับหมูต่อ
  • ป้ามันแกสารถเอาตะหลิวที่ตีไล่หมามาผัดต่อได้(เคยเจอจริงๆนะ)
  • อยากกินข้าวป้ามันคิดดีๆก่อนสั่ง (เพื่อนเคยสั่งหมูกรอบกระเทียม ป้ามันด่าว่า "กุไม่ทำหมูกรอบแม่งก็ทอดอยู่แล้วมึงจะเอาไปทอดอีกทำเหี้ยไรอยากกินไปกินที่อื่น" ขออภัยในความไม่สุภาพ) ถ้ากินข้าวป้ามันไม่หมด โดนด่าด้วยนะเออ ^^
  • และจิงดังคาด ค่าหน่วยกิจขึ้นแล้วค่า หลังจากปล่อยให้ ม.ดอกบัวแซงไปไม่นาน ขณะนี้หน่วยกิจพื้นฐานทุกคณะ 1200 บาท ส่วนวิชาในสาขา
  • แต่ละคณะหน่วยละ 1500 บางสาขา 2000 ก็มี..โชคดีค่า (จบมาแล้วค่า โห่ะๆ)
  • คณะเศรษฐศาสตร์เป็นคณะที่มีคนเรียนน้อยมาก จำนวนนักศึกษาเข้าใหม่จำนวนลดลงทุกๆปี ซึ่งตรงข้ามกับมหาวิทลัยของรัฐ และทำให้ไม่มีสาขาย่อยและกลุ่มเรียนย่อยเลย นอกจากนั้นยังทำให้งบประมาณที่ได้รับลดลง
  • เนื่องจำนวนคนที่น้อยมากของคณะเศรษฐศาสตร์ถึงเคยถูกรวมกับสาขารัฐประศาสนศาสตร์ เป็น คณะเศรษฐศาสตร์และรัฐประศาสนศาสตร์
  • คณะเศรษฐศาสตร์และรัฐประศาสนศาสตร์ ดำเนินการได้ 1 ปี ด้วยความอึดอัด จนเมื่อวันที่ 12 พฤศจิกายน 2553 ท่านอธิการบดีรศ.ดร. วรากรณ์ สามโกเศศ ท่านมีมติให้แยก ภาควิชารัฐประศาสนศาสตร์ ออกมาเป็นคณะรัฐประศาสนศาสตร์ เป็นคณะล่าสุดของมหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ สร้างความปลาบปลื้มมาสู่ชาว รปศ อย่างยิ่ง
  • กว่าจะมาเป็นคณะรัฐประศาสนศาสตร์ นักศึกษารหัส 50 ต้องเป็นคนสามคณะ คือ ปี 1,2 เป็นภาควิชารัฐประศาสนศาสตร์ คณะศิลปศาสตร์และวิทยาศาสตร์ ปี 3 รวมกับเศรษฐศาสตร์ เป็น คณะเศรษฐศาสตร์และรัฐประศาสตร์ ปี 4 เป็นคณะรัฐประศาสนศาสตร์ ในที่สุด ตอนจบก้อเป็นคณะรัฐประศาสนศาสตร์ รุ่น 1 อย่างภาคภูมิใจ
  • ฝ่ายทุนการศึกษาช่วงเวลาปกติจะพูดจาดีมาก แต่เมื่อถึงช่วงที่นักศึกษาต้องทำสัญญาเงินกู้จะเครียดและพูดจาแบบว่าขวานฝ่าซาก นศ.ที่ทำเงินกู้ต้องใช้เวลารอนานมากบางทีตั้งแต่เช้ายันเย็น บางคนเป็นลมต้องส่งโรงพยาบาล (สงสารเหมือนกัน เพราะเจ้าหน้าที่ไม่เพียงพอกับงาน)
  • ก่อนมีเออร์บันสแควร์ มันคือสถานที่ที่เป็นที่ตั้งของร้านข้าวต้ม IMF และร้านเบียร์วุ้นในตำนาน พอเออร์บันมาร้านข้าวต้ม IMF เลยต้องไปเปิดที่อื่น (เขยิบไปนิดหน่อย)

ธรรมเนียมประเพณี[แก้ไข]

  • การรับปริญญาของที่นี่ใช้ระบบของเมืองนอก คือให้ผู้ที่มีอำนาจสูงสุดในมหาลัยเป็นผู้มอบใบปริญญาคือ ท่านอธิการบดี
  • ที่นี่ทุกอย่างจะเป็นเงินทั้งหมด ธุรกรรมใดๆที่เกี่ยวกับมหาลัย จะต้องเสียค่าธรรมเนียมตลอด แถมยังมีขั้นตอนยุ่งยาก เรื่องมากสุดๆ (ล่าสุดอธิการบดี ประกาศแล้วว่า เจ้าหน้าที่มหาวิทยาลัยจะให้บริการดีขึ้นแน่นอน)
  • ลงทะเบียนไม่ตรงตามกำหนดแม้แต่วันเดียวค่าปรับ 6 % เด็กรหัส 52

ความเชื่อ[แก้ไข]

  • มีบ่อน้ำคั่นทางเดินระหว่างตึก 1 กะ 2 ซึ่งมีสะพานเล็กๆสวยเก๋ตั้งอยู่ที่นั่น ซึ่งลือกันว่าถ้าใครข้ามสะพานนี้จะเรียนไม่จบ (เด็กปี 1 เข้าใหม่หลายคนข้ามสะพานนี้มากันเยอะแล้ว แต่ไม่ปรากฏผลลัพธ์)
  • พระสิทธิธาดาเป็นสิ่งศํกดิ์สิทธิ์ที่นักศึกษาเคารพบูชา
  • มธบ. ห้ามมองเต่า ห้ามทักเต่า ห้ามชี้เต่า ไม่งั้นสอบตกหรือไม่ก็ไม่จบ เดียวนี้ไม่ค่อยเห็นนะ
  • บริเวรหน้าศูนย์หนังสือจะมีรูปปั้นเด็กไทยบนยอดเสา ว่ากันว่าตอนกลางคืนจะมีเด็กมาวิ่งเล่นกัน (ป้าเรย์กะพี่รปภ.เห็นบ่อยนะเออ)
  • ว่ากันว่าลิฟท์ตึก 3 ฝั่งห้องน้ำเป็นลิฟท์โรงพยาบาลเก่าและมีนักศึกษาเคยเสียชีวิตในลิฟท์
  • ว่ากันว่าเป็น นศ.ภาคค่ำ เรียนวันเสาร์ แล้วกำลังลงลิฟท์ แต่ยามดันปิดลิฟท์ซะนี่ หยุด อาทิตย์-จันทร์ ขาดอากาศหายใจตาย (จะจริงได้อย่างไร เพราะมหาวิทยาลัยมีคนเข้าออก แม้วันเสาร์ อาทิตย์)
  • สตูดิโอตึก 8 มีผีออกมาให้เห็นบ่อยๆ จนยามชินและเป็นเพื่อนกันมาจนถึงทุกวันนี้ (เขาเล่ามาอีกทีนึง) (เรียนมา 4 ปีไม่เคยเห็นนะ^^)
  • ส่วนที่ชั้น 6 อาคารนิเทศศาสตร์ เขาว่ามีคุณ (คุณพระสิทธิธาดา) คอยเฝ้าอยู่ เคยมีคนเจออยู่หลายเหมือนกัน (อันนี้เคยมีคนเห็นและอยู่ในเหตุการณ์อ้ะไม่แน่ใจว่าใช่คุณรึเปล่า แหะๆ)
  • ส่วนที่ลานสนามหญ้าข้างสตูดิโอ มีศาลไม้หลังหนึ่งตั้งอยู่ บ้างว่าเป็นศาลที่นักศึกษาทำขึ้นเพื่อเป็นพร็อพหนังสั้น บางว่าเป็นของจริง จริงไม่จริงไม่รู้แต่เขาว่าเคยมีคนเจอของจริงอยู่แถวๆนั้น เหอๆ (ปล.เป็นพร้อบหนังสั้นเพื่อแก้วิชาอ.พรสุรีย์ แต่นศ.ไม่ยอมเอาไปทิ้ง จนคนนึกว่าเป็นของจริง)
  • ศาลไม้ที่ว่านั้นว่ากันว่าถ้าใครไปเซ่นไหว้ จะไม่จบ 555+
  • มองจากอาคาร 3 ออกไปด้านนอกจะเห็นตึกตึกนึง ที่มีดาราคนนึง โดดตึกฆ่าตัวตาย
  • ว่ากันว่าตึกจอดรถชั้นเกือบบนสุดมีผี และ หลังสองทุ่มเป็นต้นไป...จะไม่มียามอยู่ แถมปิดไฟมืด (แต่ก็ยังมีชมรม คาราเต้ ไว้ปราบผีอยู่)
  • โรงละครตึกศิลปกรรม มีสิ่งเหนือธรรมชาติคอยคุ้มครองอยู่ เพราะเด็กการแสดงได้อันเชิญมา ใครที่มีสัมผัสพวกนี้มักจะเจอกันเมื่อมีละครเวที
  • คณะศิลปกรรมเมื่อก่อนมักมีคนเห็นเด็กคนนึงที่ไม่ชอบเดินเท้าติดพื้นวิ่งเล่นอยู่ ว่ากันว่าตั่งชื่อว่าน้องบอล
  • อาคาร 6

เคยขึ้นไปส่งงานกับเพื่อน ที่อาคาร 6 ชั้น 11 ประมาณ 19.30 น. ไปกันสองคน ตอนลงลิฟท์ ก้อกดชั้น 1ชั้นเดียว แต่ลิฟท์กลับ แวะเปิดที่ 7 ซึ่ง ชั้น 7 ซึ่งเป็น พิพิธภัณฑ์ผู้ก่อตั้งมหาวิทยาลัย แต่ไม่มีใครเลยสักคนและชั้นนี้ทั้งชั้นก้อปิดไฟมืดหมดทั้งชั้นด้วยผมกับเพื่อนหันมาหัวเราะแล้วก้อกดลิฟท์ปิดรีบลงชั้น 1อย่างเร็วหลังจากนั้นไม่กล้าไปส่งงานตอนค่ำๆอีกเลย -แถวหลังมอ จะมีปูเป้ ชอบขอเงิน 5 บาท

  • ตอนพิธีบายศรีสู่ขวัญนักศึกษาใหม่ปี 2550 นักศึกษาเกือบครึ่งมหาลัยมีอาการผีเข้าอย่างพร้อมเพรียงกัน สร้างความโกลาหลวุ่นวาย เรื่องนี้ถูกปิดไม่ให้ภายนอกรับรู้

==เครดิต==