ไร้วิทยาลัย:มหาวิทยาลัยศิลปากร

จากไร้สาระนุกรมเสรี - แหล่งรวบรวมเรื่องราวตลกขบขันและบิดเบือนข้อเท็จจริง
ไร้วิทยาลัย

ยินดีต้อนรับสู่ไร้วิทยาลัยภาษาไทย
แหล่งรวมเรื่องขำขันไร้สาระเกี่ยวกับมหาวิทยาลัยและสถานศึกษาที่ทุกคนร่วมเขียนได้
วันนี้ตรงกับวันเสาร์ ที่ 18 พฤศจิกายน 2560 เวลา 11:52 น. ตามเวลาสากลเชิงพิกัด (ช้ากว่าไทย 7 ชั่วโมง)
เว็บย่อ: http://th.uncyclopedia.info/wiki/Un-niversity

มหาวิทยาลัยศิลปากร[แก้ไข]

  • เพลงประจำของ "ม.ศิลปากร" เป็นภาษาอิตาลี Santa Lucia ไง
  • แล้วแต่ละคณะก็จะร้องไปคนละทำนอง
  • นอกจากเพลงประจำมหาวิทยาลัยจะเป็นภาษาต่างประเทศแล้ว คำขวัญมหาวิทยาลัยก็ไม่น้อยหน้ากัน "Ars Longa Vita Brevis"
  • แปลได้ว่า "ศิลปะยืนยาว ชีวิตสั้น"
  • ตราประจำมหาวิทยาลัยคือ พระคเณศ หรือพระพิฆเนศ
  • สีประจำมหาวิทยาลัย คือ สีเขียวเวอริเดียน
  • เขียวเวอริเดียน คือ สีเขียวน้ำทะเลลึก เหตุผลที่เป็นสีนี้เพราะว่า เป็นสีที่ อ. ศิลป์ พีระศรี ผู้ก่อตั้งมหาลัยชอบ

(ความจริงคือ เนื่องจากมหาวิทยาลัยที่ใช้สีเขียวเป็นสีประจำมีถึง 3 ที่ (เกษตรฯ, มหิดล, ศิลปากร) พวกพี่ๆ ที่ไปเที่ยวทะเลช่วงรับน้องเลยปิ๊งไอเดียเพราะเห็นน้ำทะเลสีเขียว เรื่องมันก็เป็นฉะนี้แล)

  • สมเด็จพระเทพฯ ท่านทรงสำเร็จการรศึกษาระดับปริญญาโท จากคณะโบราณคดี จากที่นี่ด้วยล่ะ พวกเราภูมิใจ
  • มหาวิทยาลัยศิลปากร มี 4 วิทยาเขต (13 คณะ 1 วิทยาลัยนานาชาติ)
    • วังท่าพระ
    • พระราชวังสนามจันทร์ (ทับแก้ว)
    • สำนักงานอธิการบดีตลิ่งชัน (คณะดุริยางค์และวิทยาลัยนานาชาติ)
    • สารสนเทศเพชรบุรี (มี 3 คณะ คือ สัตวะ จัดการ ไอซีที)
    • วิทยาลัยนานาชาติศิลปากร ..เคยอยู่วิทยาเขตเพชรบุรีเเต่ตอนนี้ย้ายไปตลิ่งชันแล้ว
    • มัลติของศิลปากรอยู่สนามเป้า
    • ศูนย์ประสานงานบางรัก ของคณะ ICT (ชั้น 8 อาคาร กสท.โทรคมนาคม)
      • คณะ ICT มีเรียน 2 ที่ คือ ปี 1-3 สาขาออกแบบ แลธุรกิจ เรียนที่เพชรบุรี ส่วนปี 4 เรียนที่บางรัก // และสาขานิเทศศาสตร์ เรียนที่บางรัก ทั้ง 4 ปี
  • วันครบรอบการก่อตั้งมหาลัยคือ 12 ต.ค.ของทุกปีเด้อ
  • วันที่ 15 ก.ย. คือ วันอาจารย์ศิลป์ (วันคล้ายวันเกิด)ในทุกปีจะมีงานรื่นเริงและของขายมากมาย ณ วังท่าพระ
  • พอหมดวัน อ.ศิลป์ จะเป็นช่วงสอบ หึหึหึ
  • ศิลปากรเป็นมหาวิทยาลัยเดียว ที่ไม่มีการ Boom มหาลัย
  • แต่ก่อนถ้าบอกว่าเรียนที่ศิลปากร มักโดนถามกลับว่า "แล้วเล่นเป็นตัวยักษ์หรือลิงล่ะลูก?" - -"
  • เป็นมหาวิทยาลัยที่แปลกแหวกแนว เหอๆ
  • วิดยามีซุปเปอร์แมน ศึกษามีองครักษ์ สัตวศาสตร์มีเจได(มีสาวลำซิ่งด้วยนะ) วิดวะมีหนอนแก้ว--->วิดวะจะเปลี่ยนชื่อทุกๆปี(แต่ไอ้คนเขียนมันน่าจะอยู่รุ่น"หนอนแก้ว")ก่อนหน้านี้เป็น "หมีพู" และก่อนหน้านั้นเป็น"หิ่งห้อย"--(ใครรู้มาต่อที)
  • (ต่อให้) หลังจากหนอนแก้ว ก็เป็น แพนด้า -> แมงปอ -> การ์ฟิลด์ -
  • ต่อจาก การ์ฟิลค์ เป็น เต่าทอง --> เท็ดดี้ -->มดแดง--หงอคง--ทิ้กเกอร์--เพนกวิ้น--มาคอร์##ไปดูมาหล่อมาก--แรงโก้--บีเวอร์ รวมแล้วTHE LEAD OF EN-TECH
  • สโมฯทับแก้วจะอยู่ชั้นบน ส่วนวังท่าพระจะอยู่ชั้นล่าง
  • กลับกัน โรงอาหารวังท่าพระจะอยู่ชั้นบน ส่วนโรงอาหารทับแก้ว(อักษร)จะอยู่ชั้นล่าง

วิทยาเขตวังท่าพระ[แก้ไข]

  • ที่วังท่าพระ รูปปั้นสิงโตตัวหนึ่งหน้าประตูแดงไม่มีหู
  • รอง miss thailand universe'08 ชื่อกระติ๊บ เป็นเด็กจิตกำ ตอนนี้เล่นเป็นนวลในละครปอบผีฟ้า กระติ๊บหน้าเหมือนแพนเค้กง่ะ
  • เด็กศิลปากรเรียก ตัวเงินตัวทองว่า ตุ๊ดตู่
  • ศิลปากรวังท่าพระเคยได้โอกาสที่จะเป็นผู้ครอบครองตึกรอบๆทั้งหมด แต่ไม่มีตังค์เลยอด เอวัง...
  • ถ้าโดนลูกจันทน์ในสวนแก้วตกใส่หัวจะเรียนไม่จบในสี่ปี
  • เหมือนๆกะข้อแรกถ้าล้วงปากสิงโตคาบแก้วหน้าประตูแดงก็จะไม่จบสี่ปีเหมือนกัน (อันนี้ลองมาแล้ว ล้วงมาสองปีพี่เพิ่งบอก เซ็งเลย)
  • จิดกำ ว้ากน้องนานโคตร บางปีล่อไปเกือบเทอม
  • สมัยก่อนรับน้องรวม จะมีซุ้มเจาะใจ จะเรียกเหยื่อที่เป็น น้องใหม่หยิง หน้าตาดีเท่านั้น (ว่ากันว่าเป็นซุ้มเถื่อนของโบราณ แต่เด็กโบราณยืนยันว่าเป็นของจิตกำ)
  • ในอดีตห้องคอมม่อนของทุกคณะซกมกมากๆ มักมีขวดเบียร์และน้ำอยู่ในขวด แน่นอนมันไม่ใช่น้ำเบียร์ แต่มัน คือ เยี่ยว
  • ลิฟท์ตึกมัณฑนศิลป์ถ้าขึ้นเกินห้าคน ต้องลุ้นว่าลิฟท์จะค้างหรือไม่
  • ตอนนี้ลิฟท์ตึกมัณฑนศิลป์ต้องขึ้นลงที่ชั้นสอง ทั้งๆที่มีลิฟท์ถึงชั้นหนึ่ง (มีชายโรคจิตเมาเหล้าขึ้นไปแอ็คอาร์ทตอนวันขึ้นตึก เลขานุการคณะเดินมาเจอเลยไล่กลับไป ตั้งแต่นั้นมา ใครที่เป็นคนนอกต้องลงชื่อก่อนขึ้นตึก และเด็กเดคจะต้องมีป้ายสายส้มห้อยคอ)
  • สาวโรคจิตที่พูดถึง มีชื่อว่า"ขวัญข้าว" เดิมเป็นน้องติว สถาปัตย์ เมื่อนานมาแล้ว แต่พลาดหวังเอ็นท์ไม่ติด(รุ่นที่เธอพลาดหวัง ปัจจุบัน เป็นอาจารย์กันหมดแล้ว:ที่มา อาจารย์ร่วมสมัยเล่ามา)

แต่ด้วยใจที่รักในศิลปากรฝั่งวังท่าพระ เธอมักจะมาวนเวียน ทุกวัน ทำความรู้จักเด็กสถาปัตย์ทุกรุ่น ที่สำคัญเธอเก็บ Profile ของเด็กผู้ชายหน้าตาดีของสถาปัตย์มาไม่ต่ำกว่า15รุ่นแล้ว ห้าหกปีหลัง เริ่มกระจายสู่คณะมัณฑนศิลป์แล้ว รับน้องสถาปัตย์ ทุกปี จะเห็นเธอมายืนแจกของเล็กๆน้อย(อะไรก็ไม่รู้)ให้ทุกปี

  • รูปปั้นเด็กตีห่วงในสวนแก้ว เค้าเล่าว่าเคยออกมาวิ่งเล่นด้วยล่ะ
  • เด็กคณะมัณฑนศิลป์ จิตรกรรม สถาปัตย์ โบราณ ไม่ต้องใส่ชุดนักศึกษามาเรียนก็ได้ (วันไหนที่ใส่ไป เพื่อนๆจะแตกตื่นนึกว่ามีสอบ)
  • แต่จะว่าไปบางสาขาวิชาของคณะโบราณคดีก็ต้องใส่ชุดนักศึกษามาเรียนทุกวัน เพราะอาจารย์จะไม่ให้เข้าห้อง เช่น เอกฝรั่งเศส
  • เด็กมัณฑนศิลป์ ใครๆก็รู้ว่าเรียกยาก ก็เลยย่อเหลือเป็น "เด็กเด็ค" (มาจากคำว่า Decorate เป็นชื่อคณะนั่นเอง)
  • มักจะมี นศ.สาธารณะ อยู่ในล๊อกเกอร์ ให้หยิบยืม แต่เสื้อที่ว่าจะขาวจนเหลือง และไม่สามารถพับได้
  • เวลาบอกให้คนมามหา'ลัย ถ้าเป็นคนต่างถิ่นที่ไม่รู้ จะหามหา'ลัยศิลปาการไม่เจอเพราะคิดว่าประตูไม้สีแดง สิงโตหิน และรั้วปูนขาวๆเป็นส่วนหนึ่งของวัดพระแก้ว
  • คนส่วนใหญ่จะเข้าใจว่า มหา'ลัย คือ กรมศิลป์ หรือวิทยาลัยนาฎศิลป์
  • มักมีคนหลงเข้ามาเพราะนึกว่าเป็น กรมศิลป์ฯ เป็นประจำ
  • ในมหา'ลัยเล็กๆนั้นบรรจุหอศิลป์ไว้ไม่ต่ำกว่า 5 หอศิลป์
  • แต่ก่อนมีไอ้ซูกัส จะเป็นคนเอาซูกัสและป๊อกกี้มาขาย จะมีป้ายห้อยคอบอกว่าพูดไม่ได้ แถมป้ายมันยังอ้าง UN เส้นทางการค้ามันดับเพราะมีรุ่นพี่โบราณไปเจอมันตะโกนสั่งเบียร์ที่ลานเท (น่าจะตัวเดียวกะข้างล่าง)
  • สมัยก่อนมีพี่ป๊อกกี้ มาขายป๊อกกี้และขนมต่างๆ กล่องละ10-20 บาท พี่ป๊อกกี้แกล้งเดินขาเป๋และปากเบี้ยวขายของมานาน จนโดนจับได้ว่ามีตังค์พาสาวไปกินข้าวหน้าพระลาน ในสภาพหล่อพร้อมรบ ปากไม่เบี้ยว ขาไม่เป๋ หลังจากโดนแซวหนักๆ...พี่ป๊อกกี้ก็หายไป... ประโยคติดปาก ป้อกกกก เก้ มา แล้ ค้าาาาบ (มันย้ายมาหากินที่จุฬา ได้หลายปีแล้วครับ)
  • สมัยก่อนมีป้าบะหมี่มาขายบะหมี่ห่อละ 10 บาท บะหมี่ป้าอร่อยมาก เพราะชอบมาตอนเวลาหิวๆ บ้านป้าบะหมี่อยู่ไกล ป้านั่งรถเมล์แบกตะกร้าบะหมี่มาขาย บะหมี่ป้าจึงมีแต่บะหมี่แห้งล้วนๆ บะหมี่น้ำขนส่งลำบาก อ้อ มีเส้นอื่นๆ และมีเกี๊ยวด้วย ขายพร้อมเครื่องปรุงในซอง ประโยคติดปาก * อาาาา...บ๊ะ เหม่ จ้าาาาา *(เสียงป้าแหลมเล็กขึ้นจมูก) คอนเฟิร์มว่าบะหมี่ป้าแกอร่อยมาก เวลากินต้องใช้ไม้เสียบลูกชิ้น 2 อันแทนตะเกียบ
  • หมา แมวที่ศิลปากรมีขาประจำอยู่ไม่กี่ตัว ดังนี้...
    • ตาหวาน - หมาบ้าผู้ชาย ต้องผู้ชายเรียกเท่านั้นตาหวานจะเดินตาหวานไปหา (ปัจจุบัน : สิ้นชีวิตแล้ว)
    • หมาวัว - หมาศิลปิน ลำตัวมีลวดลายเหมือนวัว ชอบเดินย่ำกระดานน้องติวที่วางบนพื้น
    • แฮ็กส์ - หมาแก่ พิการซ้ำซ้อน สุภาพมาก มารยาทดี
    • แมวมะเมี๊ยะ - แมวตาเหล่ ถึงเหล่มาก ชอบนั่งมองรังนก รองาบลูกนกที่พลัดตกจากรัง
    • ฟีบี้ - แมวหน้าบี้ จมูกจมลงในหน้า
    • เรดอาย - เนื่องจากตาข้างหนึ่งช้ำเป็นขอบแดง เลยเรียกชื่อนี้ ข้ามถนนเก่งกว่ามนุษย์ซะอีก
  • เพิ่มตำนานรักสามเศร้าของตาหวาน เดิมตาหวานเป็นหมามาจากที่อื่น ในท่าพระมีไอ้สุดหล่อเป็นพระเอกและไอ้สุดหล่อมีเมียตัวนึง (จำชื่อไม่ได้) ปรากฎว่าไอ้สุดหล่อไปต้องใจอีตาหวานเลยชักชวนตาหวานมาอยู่ในท่าพระด้วย อีตัวเมียหลวงมันหึง เวลามันเจออีตาหวานจะไล่กัดท่าเดียว ต่อมาตัวเมียหลวงก็หายสาบสูญไป อีตาหวานก็ครอบครองได้สุดหล่ออยู่ตัวเดียวจนไอ้สุดหล่อถูกรถชนตาย (ข่าวว่ามาแบบนั้น) ตาหวานเลยต้องร่อนเร่ไปมาระหว่างท่าช้างและท่าพระจันทร์ (เชื่อมสัมพันธ์สองมหาลัยเลยนะมรึง) จนทุกวันนี้ตาหวานยังคงแวะเวียนมาท่าพระบ้าง (คาดว่าตาหวานคงได้สามีหใม่แถวๆ ท่าพระจันทร์ไปแระ)
  • สนามบาสหน้าคณะโบราณฯ สามารถเป็นได้หลายอย่าง ทั้งลานจอดรถ สบามบาส สนามบอล สนามวอลเล่ สนามตระกร้อ สนามแบต และทั้งหมดนี้สามารถเล่นได้ในเวลาเดียวกัน และอื่นๆ...
  • รปภ. ณ ที่จอดรถสนามบาสหน้าคณะโบราณฯ เล่นตัวต่อเก่งมาก สังเกดจากการที่ต้องเลื่อนรถตลอดเวลาเมื่อมีรถเข้าหรือออก
  • เขาว่า ต้นกร่างโบราณ เป็นตำนาน โอปอ
  • เอกภาษาฝรั่งเศสของคณะโบราณคดี เป็นวิชาเอกที่เรียนหนักที่สุดของคณะโบราณคดี
  • รุ่นพี่โบราณ เคยสร้างวีรกรรมขี้หน้าบันไดห้องคอมม่อนเดิมมาแล้ว
  • เพลง สวัสดีศิลปากร พี่ต้าโบราณเป็นคนแต่ง เด็กคณะโบราณร้องก่อนใครในมหา'ลัย ตอนนี้เป็นเพลงมหา'ลัยไปแล้ว
  • ตรอกหลังคณะสถาปัตย์ เมื่อก่อนเคยเป็น ถนนศิลปิน ตั้งแต่ปี 2538 เป็นต้นมาได้มีการยึดอำนาจโดยนังเลงท้องถิ่น ดำเนินกิจการจอดรถ(จอดยาก สาดด สาดด : ใครจอดรถที่นี่ได้คล่อง ก็ไม่มีที่ไหนในประเทศไทยที่ยาก อีกต่อไปแล้ว จริงๆ) เคยลองนับดู เมื่อจอดได้เต็มที่ จะได้ประมาณ 75 คัน ค่าจอด คันละ 30 บาท(ขึ้นจาก 2548/เดิม 20บาท) คูณดูเล่นๆนะ(อย่าลืมว่า ไม่ใช่จอดได้วันละ 75 คัน เพราะ มีการจอดแทนที่กันเรื่อยๆ ทั้งวัน) โอววว รายได้งาม
    • และไอ้ตรอกที่ว่าข้างบนตามโฉนดเดิมมันเป็นพื้นที่ของมหา'ลัย ปัจจุบันเป็นของ กทม.
    • เพิ่มเติม เมื่อก่อนคนเก็บตังค์ จะมี 3 ท่าน 1) อ้วนๆ อยู่ปากซอยด้านตุ๊กๆ คุยยาก โบกรถไม่เก่ง 2)ใส่เสื้อสีน้ำตาลๆ อยู่ตรงกลาง คนนี้ไม่พูดถึง (เดี๋ยวนี้คงไม่มีแล้ว) 3)ตัวใหญ่ๆ ดำๆ คุมตั้งแต่ปากประตูถาปัด ไปจนถึงทางออกด้านสนามหลวง หน้าเหี้ยมแต่คุยง่าย โบกรถเก่ง
    • ซอยดังกล่าวปัจจุบันเรียกว่า "ซอยเยี่ยว" เพราะเหม็นฉี่มาก เคยมองลงมาจากคณะโบราณเห็นคน(ชาย)มายืนฉี่ตัวเป็นๆ
    • ขอยืนยันเรื่อง "ซอยเยี่ยว" เคบผ่านไป พระเจ้าเหมือนได้ดมแอมโมเนีย
    • ตรอกหลังคณะสถาปัตย์ฯ มีตั้ง 2 ชื่อ ทั้งๆ ที่มันก็เป็นเส้นตรงตัดทะลุถึงกัน ทางด้านท่าช้างมีป้ายบอกชื่อว่า "ตรอกพระยาเพชร" ส่วนทางด้านสนามหลวงก็มีป้ายบอกแต่ดันชื่อว่า "ซอยศิลปากร"
  • ศาลเจ้าแม่ในสวนแก้ว หากเราเข้ามาทางหอสมุดผ่านประตูเหล็กสีแดง แล้วยกมือไหว้ศาลเจ้าแม่ ถ้ามีคนเดินมาจากทางศาลเจ้าแม่

เขาจะยกมือไหว้ตอบเราทุกคน

  • เด็กวังท่าพระไม่เคยกลัวรถ พวกที่ชอบนั่งเล่นหน้าตึก ศร 1 เห็นรถมาไม่ชอบหลบ ขนาดเคยมีโดนรถเหยียบตีนแตกยังไม่เข็ด!!!
  • ว่ากันว่าค่าเรียนปริญญาโทและปริญญาเอกที่ศิลปากร "ถูกที่สุด" ในประเทศไทย ค่าหน่วยกิต (ภาคปกติ หรือกลางวัน) ๓๐๐ บาทเท่านั้น
  • ของที่สโมฯถูกมาก จน น.ศ.จากที่อื่นยังมาเยี่ยมเยียนอยู่บ่อยๆ
  • รู้รึป่าวว่า???? ที่ตรอกเล็กๆยาวจนถึงแม่น้ำเจ้าพระยา (ตรงข้ามประตูด้านถนนมหาราช)เป็นที่ของ ม. แต่ไม่อาจไล่นักเลงคุมซอยออกไปได้ -"-
  • รู้ไหมว่ากระจกลิฟต์คณะมัณฑนศิลป์ ใครเป็นคนทำแตก? นั่นคือเด็กอินทีเรียร์ ใส่แว่นตัวสูง หน้านิ่งๆ นั่นเอง
  • แล้วรู้อีกไหมว่า ยามตึกเดค ชอบจับก้นนักศึกษาชาย @[email protected]
  • กระจกบานเกล็ดบนยูเนี่ยน มองจากลานเอนกประสงค์ช่องที่ 5 จากขวามือ รุ่นพี่โบราณซัดบอลไปชนแตกตั้งแต่ปี 2538 โดยไม่มีการเปลี่ยน
  • และพี่โบราณอีกท่าน ปัจจุบันเป็น อ.อยู่ ม.ดังย่านอโศก เคยวิ่งชนห้องกระจกใต้ตึก ศร.1 แตกมาแล้ว โดยมีแผลแค่นิหน่อย (หนังหนาโคตร)
  • นักศึกษาสาขานิเทศศาตร์คณะไอซีทีเรียนที่วังท่าพระกับตลิ่งชันและกรุงเทพมหานคร แต่ชื่ออยู่ที่เพชรบุรี (งงมะ) ข่าวล่าสุดทั้งนิเทศ ict กำลังรอลุ้นจะได้ย้านไปเรียนที่บางรักทันเดือนสิงหา 2551 นี้มั้ย?(ปัจจุบัน เรียนที่บางรักแล้ว)
  • นักศึกษานิเทศ ไอซีทีเป็นสาขาเดียวที่ใส่กระโปรงพลีทสีกรมท่า (สาขาออกแบบและธุรกิจเค้าใส่สีดำกันอ่ะ คณะเดียวกันแต่แหวกแนวอ่ะ)
  • แก้ไข นักศึกษาคณะไอซีที ทั้งสาขาออกแบบและธุรกิจตอนนี้ใส่กระโปรงสีกรมท่าแล้ว (2551)
  • ร้านกาแฟตรงหอศิลป์ถูกสั่งปิด(คาเฟ่) เพราะปรับปรุงตึก ตอนนี้เลิกกิจการเลยทำให้ไม่มีที่นั่งเม้าท์...เซ็ง -*-
  • ห้องสโมเป็นแหล่งรวมคำด่าของนักศึกษา
  • คณะโบราณคดี มีวันมาลัยใบจันทน์ เป็นสิ่งที่เด็กปี 1 ภูมิใจเป็นอย่างมาก
  • ได้ข่าวว่าตอนยูเนียนปิดปรับปรุง ร้านข้าวเลยย้ายไปอยู่หน้าตึกสถาปัตย์แทน บวกค่าโฟมด้วยข้าวจึงจานละ20บาท
  • ปีหนึ่งของโบราณคดีจะต้องใส่เนคไทสีม่วง (ซึ่งเป็นสีประจำคณะ) จนกว่าจะหมดช่วงรับน้อง เวลากลับบ้านจึงมีแต่คนมองว่าไอ้พวกนี้อยู่มหาลัยไหนเนี้ย โชคดีมาก สมัยก่อนต้องเอาป้ายห้อยคอขนาดเขื่องเขียนชื่อ นามสกุล ชื่อเล่น กรุ๊ปเลือด และโรคประจำตัวแขวนคอตั้งแต่ออกจากบ้าน เพราะถ้ารุ่นพี่เจอว่ามาแอบแขวนหน้ามอ วันนั้นโดนแน่ งึมๆๆ
  • ใครไม่รุ้จัก "ชนช้าง" ไม่ใช่เด็กศิลปากร (รู้จักตอนจบออกมาแล้วเนี่ย)
  • ตรอกเล็กระหว่างตึกคอมและคณะโบราณ มีไว้เยี่ยว
  • หอสมุดวังท่าพระ ถ้าจะเข้าไปอ่านหนังสือ คุณคิดผิดอย่างมากมายมหาศาล เพราะเป็นหอสมุดที่เสียงดังมากที่สุดใน 3 โลก !!! ปากคลองตลาดยังแพ้...เอากะเขาเซ่ หึหึ
  • โบราณแต่ละรุ่นมีชื่อต่างกัน รุ่นล่าสุด รุ่นที่ 58 ชื่อว่า ลึ้มเก๊ว (ก่อนหน้านั้นเป็น กำเปรี๊ยะ ตั้งเม่ แก่งบรึ๋ย กรึ๋ยกุ๊บ รันตึ๊ โจ้งครึ โบ๊ะชี่ ฯลฯ)

วิทยาเขตพระราชวังสนามจันทร์(ทับแก้ว)[แก้ไข]

  • คณะแรกของวิทยาเขตนี้คือคณะอักษรศาสตร์ ซึ่งเป็นคณะที่ 5 (รหัสขึ้นต้น 05) ของมหาวิทยาลัยศิลปากร
  • มีเพลงประจำวิทยาเขตคือเพลง ศรีสนามจันทร์ ซึ่งเเต่งโดย ว.วินิจฉัยกุล สมัยที่เป็นอ.ในยุคบุกเบิกของอักษร
  • นอกจากนี้ ว.วินิจฉัยกุล ยังแต่งนวนิยายเรื่อง "น้ำใสใจจริง" โดยทั้งฉากหลังและเรื่องราวเกิดขึ้นที่คณะอักษรในสมัยบุกเบิกเช่นกัน และมีอ.สกุล บุณยทัต(สอนละครอยู่ที่อักษร)เป็นตัวเอกในเรื่อง
  • ที่ทับแก้วริมบึงปรับปรุงใหม่แล้ว (เมื่อปี'48-'49 นี่เอง)
  • คลองตรงหน้าประตูฝั่งมาลัยแมนก็ถมแล้ว ตัดต้นไม้เกลี้ยง
  • จริงๆ อาคาร 50 ปี เป็นอาคารเรียนรวมของทุกคณะ ฝั่งห้องน้ำเป็นของมหาวิทยาลัย และอีกฝั่งเป็นของคณะอักษร

ผลก็คือตอนนี้อาคาร 50 ปี มีชื่อเรียกกันติดปากว่าตึกอักษรฯ

  • คณะอักษรใส่ไปรเวทมาเรียนได้ ส่วนใหญ่จะเริ่มใส่กันตอนปีสอง หรือปีหนึ่งครึ่งหลัง บางทีเดินมานึกว่าเด็กเรียนอินเตอร์ ขณะนี้ปีหนึ่งภาคแรกก็เริ่มใส่กันแล้วในคาบเรียนรวม ใส่ได้ทุกวิชายกเว้น วิชาภาคภาษาไทย และ ภาษาจะวันออก
  • ศึกษาศาสตร์คือคณะที่มีนักศึกษามาลงเรียนมากที่สุด (โดยเฉพาะเด้กจากวิศวะเทคโน) อย่าลืมลงเรียนวิชาอาจารย์คณิต และอาจารย์โรม เด็กเทคโนบางคนถึงกับคิดว่าตัวเองเรียน คณะศึกษาศาสตร์และเทคโนโลยีอุตสาหกรรม
  • ต่อจากข้างบน วิชาที่มีคนมาลงเรียนมากที่สุดคือ Sports Ed ว่ากันว่าใครไม่เรียนวิชานี้เหมือนไม่ได้จบจากทับแก้ว
  • ที่ทับแก้วนักศึกษาโชว์บัตรสามารถวางแผงขายของตลาดนัดวันพุธได้ในราคาถูก
  • ตึก 50 ปี ปิดสองทุ่ม แต่ลิฟท์ปิดหกโมงเย็น จริงๆ บางทีห้าโมงครึ่งก็ปิดแล้ว แต่ตรูมีเรียนหกโมงที่ชั้นหกนี่ว้อยย
  • กลางสะพานสระแก้วมีร่องรอยน้ำตาเทียนเหลืองๆ คล้ายๆ มีการประกอบพิธีกรรมอะไรซักอย่าง วันดีคืนดีจะมีซากฝาเบียร์และขวดเบียร์หลงอยู่ด้วย
  • ประตู+ป้ายมหา'ลัยแห่งแรกของฝั่งทับแก้วอยู่ฝั่งพระราชวังฯ
  • จริงๆเเล้วป้ายนี้ถือเป็นป้ายมหาลัยอันเเรกด้วย เเล้วย้ายมาอยู่ที่ฝั่งทับเเก้วตอนที่เริ่มก่อตั้งวิทยาเขตใหม่ๆ เเล้วพอก่อตั้งฝั่งเพชรบุรี ป้ายนี้ก่อถูกย้ายไปที่นั่น ก่อนที่จะย้ายกลับมาที่ทับเเก้วอย่างถาวร
  • มาคอนเฟิร์มเรื่องตกปลาในสระแก้ว คนกินเอฟ 1 ตัว คนตกเอฟ 2 ตัว (ปล.ตกปลามาสองตัวนะ)
  • จากข้างบน..ลองดูเด็กวิดวะ ดีๆบางทีอาจพบ "แห" เพราะมันคือ อุปกรณ์แก้หิวยามดึก....ไม่ใช่ไม่กลัว...แต่หิว!!!
  • ที่ศิลปากร ทับแก้ว ถ้าเห็นตุ๊ดตู่ลงในน้ำจะติด F ถ้าเห็นตุ๊ดตู่ขึ้นจากน้ำจะได้ A บางคนเห็นตุ๊ดตู่กำลังขึ้นจากน้ำแล้วกลับไปลงน้ำเลย F ไปซะ ในขณะที่บางคนเห็นตุ๊ดตู่ว่ายเวียนวนทำท่าเหมือนจะขึ้นอยู่นั่น จ้องก็แล้วอะไรก็แล้ว ไม่ยอมขึ้นมาซักที นั่นหมายความว่าอย่าหวัง A อีกเลย เหอเหอ
  • และถ้ามาศิลปากร ทับแก้ว ถ้าไม่เจอตุ๊ดตู่แสดงว่ามาไม่ถึงศิลปากร
  • แต่ก่อนบริเวณหอในหญิงจะมีลานนม (ชอบไปนั่งกินข้าวเย็นริมบึง)ตอนนี้ไม่มีแล้ว สร้างหอทับ
  • ตึกกระทะ เป็นหอประชุมเล็กที่ใช้เรียนรวม
  • แต่ละคณะมักจะมีเธค เด็กคณะอื่นมาแจมได้ (อักษรไม่เห็นมีอ้ะ) [สมัยผมเรียนมีนะ(2542-2545) สนุกมาก สมัยนี้ไม่มีแล้วเหรอ???]
  • เธคของคณะเทคโน จะต้องมีเจ้าหน้าที่ตำรวจมายืนคุมเสมอ
  • สัดสาดรุ่น 1 รับน้องโดยวิดยา เลยทำให้สองคณะนี้เคยเป็นพี่น้องกัน
  • แต่ก่อนในทับแก้วจะมีแค่คณะอักษร กับ ศึกษา ที่มีลีด ตอนนี้เภสัชก็มีมั่งแล้ว ส่วนลีดเทคโน กับวิทยา เป็นผู้ชาย หลีดเทคโนแข็งขันมากประหนึ่งนักเรียนนายร้อย ส่วนหลีดวิทยาน่าจะเป็นพวกซูเปอร์แมนนั่นเอง
  • ลีดอักษร เป็นคณะเดียวที่ได้รับเกียรติให้เต้นเพลง Santa Lucia กับ กลิ่นจัน (เพลงมหาลัย) ในวันสุดท้ายของ freshy game
  • ขึ้นชื่อว่าอักษร นอกจากจะสอนภาษาเเละมนุษยศาสตร์เเล้ว คณะนี้ยังสอนศิลปะเเทบทุกอย่าง ตั้งเเต่วรรณศิลป์ ทัศนศิลป สังคีตศิลป์ ยันการละคร เรียกได้ว่าเป็นคณะที่เรียนครอบจักรวาล [มีที่ไม่ใช่ศิลปะแต่เป็นสาขาวิชาด้านมนุษย์ศาสตร์ด้วย เช่น ภูมิศาสตร์ สังคมศาสตร์ ปรัชญา ประวัตืศาสตร์ บรรณนารักษ์ศาสตร์ ทีรัฐศาสตร์ นิติศาสตร์ และ เศรษฐศาสตร์ด้วย]
  • อักษรมีโรงละครของตัวเอง 2 โรง คือ A4 เเละโรงละครทรงพล ซึ่งถือเป็นบ้านหลังที่ 2 ของพวกเอกนาฏศาสตร์ (การละคร)
  ตอนนี้โรงละครทรงพลทุบแล้วจ้า สร้างเป็นอาคารใหม่และมีโรงละครอยู่ข้างบน (ถ้าจำไม่ผิด)
  • โรงละครทรงพลของคณะอักษร เค้าเล่าลือกันว่ามีสิ่งลี้ลับ (ก่อนจะเข้าไปทำกิจกรรมอะไร รุ่นพี่จะให้พวกน้อง ๆ ปีหนึ่งจุดธูปไหว้ก่อน)
  • วันสุดท้ายของพิธีรับน้อง รุ่นพี่จะให้น้องปี 1 หลับตา แล้วพวกพี่ๆจะจุดเทียนร้องเพลง พวกพี่ๆ จะมาผูกข้อมือน้อง เล่นเอาน้ำตาไหล
  • มีเรื่องเล่าขานของหอหญิง 3 และ 4 ว่า สร้างทับคุกเก่า เคยมีแม่บ้านหอ 4 เล่าว่า ตอนกลางคืนจะได้ยินเสียงคนเดินลากโซ่ตรวน
  • หนุ่มๆ คณะวิทยา ชอบจีบสาวอักษร ส่วนคณะเทคโนฯ จะชอบจีบสาวศึกษา จนมีคำขวัญประจำวิทยาเขตว่า 'อักษร-วิดยา ศึกษา-เทคโน'แต่เด็กเทคโนเป็นแฟนกับเด็กอักษรก็มีมากนะ (ที่จริงไม่น่าใช่หรอก เพราะสแตนเชียร์ของอักษรกับวิทยามันอยู่ตรงข้ามกัน เลยชอบแซวกันเอง ส่วนของศึกษากับเทคโนก็เหมือนกัน)
  • ท้องฟ้าคณะวิทยาศาสตร์ ไม่มีดาว (มีแต่ซุปเปอร์แมน ชอบก่อกวนชาวบ้านเวลางานกีฬาเฟรชชี่) ออกแนวทะลึ่ง+น่ากลัว
  • อาหารสุดฮอต (ตอนนั้น) คือกระทะร้อนนานาชนิดข้างม.(ร้านใหญ่กระทะร้อน)อาหารที่อาร์ต( อาร์ตเอเวอร์นิว )ส่วนร้านเครื่องดื่ม มี แฮบปี้คูล เดี๋ยวนี้เปิดในมอแล้ว เต็นท์เขียวอีกที่ ศูนย์รวมเด็กม.ตอนเย็น ๆ ตอนที่เข้าเรียนปี 38 ก่อนเป็นร้านกระทะร้อนเป็นร้านข้าวหมูแดง หน้าเป็ด มันไก่ เด็กทับแก้วเรียกข้าวหน้าสัตว์
  • หน้าม.จะมีร้านลุง ทำทูน่า3รสอร่อยสุดยอด
  • ตอนเย็นๆ Art Avenue คือแหล่งรวมเด็กหอข้างๆ ม. ในนั้นมีร้าน Tipto เป็นร้านเช่าการ์ตูนที่ใหญ่ที่สุดในนครปฐม
  • กิจกรรมยอดฮิตตอนดึกของเด็กหอคือ คาราโอเกะ (ถ้าหอนอกก็ Spirit , Little Shake เอิ๊ก ๆ)
  • หมูย่างโรงแรมเวลล์อร่อยมากกกก เล่ากันว่า ป้าที่ขายหมูเวลล์เคยเป็นมาม่าซังมาก่อน จากนั้นลุงคนขายก็มาจีบจนเป็นตำนานรักหมูเวลล์ ชายใดหวังจะจีบหญิงให้ซื้อหมูเวลล์ไปฝาก
  • เด็กที่บ้านอยู่ไกลจะได้อยู่หอ บ้านใกล้หาหอนอกอยู่เอาเอง ปี51 เด็กกรุงเทพฯไม่ได้หอในกันเพียบ
  • บางทีเราก็แยกไม่ออกหรือลืมไปว่าอาร์ทมันอยู่นอกรั้วมหาลัยแล้ว รวมถึงพระราชวังสนามจันทร์ มันติดกันเกินไป
  • ซอยข้างม.ทางเข้าพระราชวังเป็นถนนนะไม่ใช่ซอย มีชื่อด้วย "ถนนราชมรรคาใน" แต่มีจักรยานกับมอไซด์เป็นส่วนมากของเด็กทับแก้วทั้งนั้นแหละ แถมเป็นถนนตันอีก นานๆก็มีรถทัวร์มาลงที
  • จากข้างบน ทัวร์เค้ามาลงพระราชวังสนามจันทร์นะ แต่วันดีคืนมีคณะนักท่องเที่ยวมาทัวร์ในม.เรา ให้มันได้งี้สิ! ม.เราเป็นสถานที่ท่องเที่ยวไปแล้ว
  • หอชายที่นี่จะใช้ชื่อว่า หอทับแก้ว ส่วนหอหญิงเรียกว่า หอเพชรรัตน์ มีหอทับแก้ว 3 หลุดไปอยู่ข้าง ๆเพชรช็อป ตรงข้ามกับหอหญิงอยู่หอเดียว สบายไป ส่วนหอทับแก้ว 1 และ 2 อยู่ทางฝั่งศึกษา
  • ใครจับปลาในสระแก้วมากินจะเปอร์
  • ตอนนี้ไม่มีลานนมแล้วเหรอ เสียดายจัง มีแต่ว่าเปลี่ยนชื่อใหม่เป็น เพชรช็อป อ่านว่า เพ็ด ฉอบ แล้วตอนนี้ก็มีเพ็ดฉอบสอง อยู่ตรงข้ามกัน มีสะพานข้ามไปด้วย จัดเสียสวยเชียว (คือตรงไหนครับ ?_?)
  • จากข้างบน ถ้าเข้าหลังรุ่นปี49 ก็ไม่รู้หรอก ว่าเพชรช้อบใหม่ช่างแตกต่างสิ้นเชิงกับเพชรช้อบเก่า นอกจากรุ่นพี่จะบรรยาย
  • หอพักหญิงปิด 4 ทุ่ม ยกเว้นคืนวันศุกร์และเสาร์ปิด 5 ทุ่ม แต่หอชายเปิดตลอด (หอชายก็มีปิดนะ 5 ทุ่มครึ่ง)
  • รุ่นปี47 คือรุ่นแรกที่ได้ใช้หอ7 ทำให้หอ7มีเด็กรหัส47มากสุดใน4ปี (จบกันปีนี้นิ '51)
  • สมัยก่อนพาหนะประจำตัวคือ...จักรยาน และถ้าหากจักรยานท่านหายควรไปหาที่ตึกถาปัดก่อน จักรยานเด็กอักษรหายประำำจำ ตามได้ที่แถวตึกเดค
 ช่วงปี 40 - 42 จักรยานหายบ่อย จนมหาลัยมีการตีทะเบียน จักรยาน โดยใช้รหัสนักศึกษา แต่กระนั้นก็หายอยู่ดี
  • และช่วงนั้นจักรยานที่ช็อปโปรดักจะเป็นสีชมพูซะส่วนใหญ่ (จักรยานใครหายอาจมีหน้าตาคุ้นๆแต่ดันเป็นสีชมพู!!)
  • ว่ากันว่า รถโบราณ ประมาณ จับหมู เวสป้า volk เต่า เขาชอบกันมาก
  • มีลานนม และสระแก้ว แล้วก็ศาลาโกหก
  • มีวันล่าเอี้ย ด้วยล่ะ
  • มีบ้านจักรยานเป็นที่ซ่อมจักรยานของนักศึกษา น่ากลัวได้อีก บรรยากาศหลอนมากขนาดเป็นตอนกลางวันถ้าเงียบ ๆ ยังไม่กล้าขับผ่านคนเดียว
 มีร้านซ่อมจักรยาน 2 ที่ คือ ย้านจักรยาน และข้างหอทับแก้ว 1  ซื่งรับล้างรถจักรยานด้วยนะ ตอนเรียน ใช้บริการประจำ เคลือบเงาให้ด้วย
  • แต่ก่อนนอกจากจะมีสระแก้วแล้ว ก็มีสระขวด หน้าคณะศึกษา แต่ตอนนี้กลายเป็นตึกศึกษาไปแล้ว
  • เด็กทับแก้วเชื่อกันว่า ใครที่มาอยู่ที่นี้จะต้องมีใฝ่หรือขี้แมลงวันบนมือหรือนิ้วทุกคน ไม่เชิ่อก็ลองเอามือมาดูซิ (ผมไม่มีอะคนนึง)
  • คนอื่นชอบมองว่าเด็กหอหญิง 7 เป็นเด็กไฮโซเนื่องจากราคาที่แตกต่างจากหออื่น ลิบลับ
  • แก้วน้ำที่ใส่น้ำดื่มเอาขวดโหลกาแฟมาทำเป็นแก้วน้ำ น้ำแข็งแก้วละบาท (สมัยอยู่สาธิต น้ำแข็งเปล่าโหลละบาทนะ เป็นแก้วไม่มี เพราะไม่รู้จะคิดตังค์ยังไง ส่วนน้ำอื่นๆก็โหลละ 3-5 บาท)
  • กระดานฝากรักจะอยู่หน้าร้านนมที่เพชรช็อป (จบไปเมื่อปี 47 เดี๋ยวนี้ยังอยู่หรือเปล่าอะจ๊ะ)
  • ถ้าตุ๊ดตู่ข้ามถนนต้องหยุดรถแล้วให้เค้าข้ามก่อน
  • เป็นมหาลัยที่ต้นไม้เยอะมากๆและร่มรื่นที่สุด น่าอยู่ (ปี 2550)เริ่มหดหายไปมากตึกและตึกผุดมามากยังกับดอกเห็ด
  • โรงอาหารอักษรชื่อ ยูเนียน ส่วนโรงอาหารข้างหอ ชื่อเพชรช๊อป
  • นักศึกษาวิทยาปี1 ต้องเรียนเปตองเพื่อเป็นตัวช่วยโดยเฉพาะ วิดยา และเทคโน ลงกับเพียบ
  • ทับแก้ว เคยเป็นสถานที่ที่เด็กสัดสาดรุ่น1-3 มาเรียน
  • ถึงชื่อมหาลัยจะเน้นศิลปะแต่ทางด้านวิทยาศาสตร์เราก็แข็งมากๆ โดยเฉพาะฟิสิกส์ คณะเทคโนตกกันครึ่งคณะเชียว แต่เด็กฟิสิกส์ตกเคมีกันยกเอก
  • คณะวิดยาจัดงานรื่นเริงบ่อยมากกกกกกกกกกกก โดยเฉพาะเธคกะโฟล์กซอง
  • สะพานสระแก้วแต่ก่อนไม่มีไฟ แต่เดี๋ยวนี้ติดแล้วเพื่อความปลอดภัยเพราะแต่ก่อนมีคนมาทะเลาะกันที่สระแก้วแล้วยามไม่รู้เอามีดฟันกันเลย (แก้ข่าว เมื่อก่อนมีไฟนะ แต่ไม่เปิด อยู่ๆไปคงมีคนเห็นว่าไร้ค่าเลยตีแตกหมด)
  • แล้วโคมไฟที่สะพานสระแก้วก้อเหมือนจานบิน แต่แทงค์น้ำตรงทางเข้าตึกอธิการบดีน่าจะเป็นจานบินจริงๆ
  • สะพานสระแก้ว อนุสาวรีย์แห่งความทรงจำ ถือได้ว่าเป็นสัญลักษณ์อย่างหนึ่งของศิลปากร สนามจันทร์เลยทีเดียว ใครไม่เคยมานั่งสะพานสระแก้วตอนเรียนที่นี่ ไปตายซะ !!!!
  • คณะวิทยาฯจะเป็นที่เรียนรวมของคณะเทคโน เภสัช อักษร ศึกษาบางสาขา จึงทำให้คณะวิทยาฯไม่เคยเงียบ ในขณะที่คณะเทคโนเงียบได้อีก
  • ตึก รวท. เหมือนกระทะ มากกว่าตึกกระทะจริงๆซะอีก เค้าว่ากันอย่างนั้น
  • ปัจจุบันยังมีเด็กสัดสาดรุ่นเก่าเรียนอยู่ทับแก้ว (เมื่อไหร่จะปล่อยกูไปสักที T_T)
  • เป็นจุดเดียวของจังหวัดนะที่หนาวตอนหน้าหนาว จริงๆ โดยเฉพาะเมื่อมีงาน SMA จะกลายเป็นงานแฟชั่นหน้าหนาว
  • SMA หรือ Silpakorn Music Award คืองานประกวดดนตรีที่เน้นว่า กูเอามันส์ มากกว่ากูเอารางวัล จนคนดูต้องไปเต้นยัวเยียะกันหน้าเวที
  • ที่ไปเย้วๆๆกันไม่ใช่เพราะเพลงจาข้างบนมันจะมันมากมายอะไร แต่แห่กันไปเย้วเป็นหน้าม้าช่วยเพื่อนที่ประกวด ขนาดใกล้สอบก็ยังอยากไปดิ้นกันอยู่ ไม่กลัวตกกันเลยทีเดียว
  • ถ้ามาสะพานสระแก้วตอนเช้าในหน้าหนาวคุณควรเอาผ้านวมมาด้วย
  • พระท่านจะบิณฑบาตร 2 เวลา เวลาละรูปคือ 6 โมงครึ่งกับ 7 โมง
  • มีความเชื่อกันว่าอยู่หอในห้ามสวดคาถาชินบัญชร และเวลาแผ่เมตตาก็ให้ระบุชื่อคนรับด้วย มิฉะนั้น จะมีคนอื่นตามมาขอส่วนบุญอีกเพียบ (ไม่รู้จริงรึเปล่า)
  • ฝั่งทับแก้วจะเป็นที่รวมเด็กทุกคณะเวลาทำกิจกรรมร่วมกัน อย่างรับน้อง กีฬาเฟรชชี่ กีฬาเฟรชชี่ปี 51" แยกกันจัดวิทยาเขตใครวิทยาเขตมัน
  • ณ บัดนี้ก้อยังไม่รู้ว่าตึกศิลป์1 เป็นของจิตรกรรมหรือเดคหรือว่าถาปัตย์กันแน่
  • ตึกศิลป์ 3 ก้อเช่นกัน หมายเหตุสวยมาก เค้าว่ากันว่าเป็นของเด็กเดคนะ
  • ห้องโถงบนศูนย์วิจัย เคยเป็นที่กบดานของเด็กสัดสาดรุ่นแรกๆ
  • เด็กที่นี่เรียกเด็กคณะมัณฑนศิลป์ว่าเด็กเดค
  • ตึกของคณะเทคโนเป็นตึกที่ใหญ่มากกกก มีกระดานดำให้เรียนด้วยน่ะเออ
  • ตึกห้าสิบปีตรงอักษร ลานหน้าศูนย์หนังสือ ตอนเย็นๆถึงดึก จะมีท่านอาจารย์มาเต้นลีลาศกัน
  • มหา'ลัยเริ่มรณรงค์เรื่องการกินเหล้า เพื่อให้เป็นมหาลัยสีขาว
  • พวกเราจึงเริ่มเปลี่ยนมาบริโภคเหล้าขาวกันมากขึ้น
  • ยามหน้ามหาลัยเป็นมิตรกะกระเทย
  • ศิลปากรมีว้ากกระเทยน่ะจ๊ะ ว่ากันว่าน่ากลัวกว่าว้ากปกติอีก
  • วันพระใหญ่ คือวันรวมกระเทยเฟรชชี่มาทำกิจกรรมร่วมกัน
  • อ.ก.ท.ก. องค์การกะเทยทับแก้ว ตอนนี้มีเสื้อทีมแล้วนะ ประมาณพรางชมพู
  • เรื่องทำบุญ เด็กที่นี่ก็ชอบตักบาตรกันนะ มีพระองค์เดียวนั่นแหละ ถ้ามาไม่ทันก็..... วันพุธจะมีเชิญพระมานะที่สนามฟุตบอลมาตักบาตรกัน
  • กระเทยที่นี่เยอะมากกกกกกกกกกกกกกก และแต่งหญิงได้(บางคนสวยกว่าผู้หญิงแท้เสียอีก)
  • คณะที่ช่วยกันก่อตั้งฝั่งทับแก้วคือ อักษร ศึกษา วิดยา
  • รวมถึงช่วยกันกำจัดวัชพืชที่ลอยอยู่ในสระแก้วในยุคแรกๆ ด้วย
  • เพราะมันขึ้นเยอะมากกกกกกกถึงขนาดหนูวิ่งเล่นแล้วไม่ตกน้ำอ่ะ
  • ตลาดนัดวันพุธจะถูกบรรจุเป็นวิชา Marketing สำหรับนักศึกษาแล้ว
  • ตลาดนัดวันพุธ เป็นศูนย์รวมเสื้อผ้าแนวๆ ที่นำเทรนด์กว่าที่อื่นมั่กมายยยย และแหล่งอาหารตาสำหรับหนุ่มๆ เด็กที่นี่ชอบเอาของแฮนเมดมาขายกัน แล้วจะมีร้านเด็กแนวเพียบ เด็กที่อื่นนอกจากศิลปากรก็นิยมมาเดินกันมากมาย
  • ของกินก้อเยอะมากกกกก
  • เรียนที่นี่ถ้าจะเอากระดาษใบเดียวที่เรียกว่า ปริญญาบัตร เชิญร้านถ่ายเอกสารดีกว่า เรียนจบยยากกกกกกกมาก
  • วิดวะ วิดยา เภสัด คือ เรียนก็ยากกันship loss อาจยากกว่าหลายสถาบันดังอื่น แต่พอบอกว่า เรียนอยู่วิศวะศิลปากร โดนถามกลับว่า ศิลปากรมีวิศวะด้วยเหรอ ร่ำไป (มันน่างอนไหม)
  • เด็กสัดสาดรุ่น 1-3 ที่เรียนที่นี่ จะได้คะแนนจากวิดยาเป็นเลขลงตัวน้อยๆ เมื่อเทียบกับ วิดยา วิดวะ เภสัช (เศร้าๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ)
  • และถ้าเรียนจบออกจากที่นี่ได้ ถ้าไม่ได้ถ่ายรูปชุดครุยคู่กับสะพานสระแก้ว และตึกแดนเนรมิต (พระตำหนักชาลีมงคลอาสน์ แห่งพระราชวังสนามจันทร์) ก็แสดงว่าไม่ได้จบจากทับแก้วอีก
  • ครุยวิทยฐานะของที่นี่อีกนิดเดียวก็จะเป็นชุดพ่อมดในแฮร์รี่ พอตเตอร์แล้ว วิศวะ=กิฟฟินดอร์ เภสัช=สลิธิลิน อักษร=เรเวนคลอ วิดยา=ฮัฟเฟิลพัฟพ์ แต่รับรองครุยที่นี่สวยสง่ากว่ามากมาย (มล.ปิ่น มาลากุล เป็นผู้กำหนดให้ ใช้ตามครุยแบบอังกฤษ ซึ่งเป็นแบบเดียวกับเสื้อคลุมพ่อมดในแฮร์รี่พอตเตอร์นั่นแล) <-- เอาจริง มีกลุ่มรุ่นพี่ที่จบรุ่นแรกๆ(รุ่นเลขหลักเดียว) เป็นคนกำหนด
  • ศิลปากรถูกจัดเป็นมหาลัยขนาดใหญ่ของประเทศเทียบเท่าจุฬาฯหรือทามมายสาดแต่ที่นี่ใช้เวลารับปริญญาแค่3ช.ม.ไม่ถึงครึ่งวันก็เสร็จ! (พระเทพฯพระราชทาน) <-- เด๊่ยวนี้วันละ 2รอบเช้าบ่าย
  • ตอนเป็นปีหนึ่งอาทิตย์แรก รู้สึกคิดถึงบ้าน พออยู่ไปอีกสองอาทิตย์ จำทางกลับบ้านไม่ได้
  • เหล้ากะเบียร์ เป็นเครื่องดื่มประจำมหาลัยไปแล้วจนในบางคณะ เราสามารถพบซากขวดได้ทุกที่แม้กระทั่งห้องน้ำ
  • มหาลัยเราเปิด 24 ชม.น่ะจ๊ะ เพราะเราไม่เคยหลับกันเร้ย อ่านหนังสือกันตรึม พบกันหน้าเซเว่น
  • ที่เซเว่นจะมีเครื่องชั่งน้ำหนัก เสียงดนตรีดังตลอด จนพี่เขาต้องไปเอาเสียงเพลงออก เด็กชั่งตรึมมากๆ
  • ไฮโซที่ไหนมาเจอศิลปากรเข้าไปความเซอร์เข้าสิงทันที เห็นเซอร์ๆ อย่าดูถูก ขับรถเบ้นซ์มาเรียนแต่เอาเข้าไม่ได้เลยต้องจอดข้างนอกแล้วเดินมาเรียนในมอ ไม่ก็ปั่นจักรยานเข้ามา
  • อยู่ในมอชั้นว่าชั้นแต่งตัวก้อธรรมดาเหมือนคนอื่น แต่พอออกนอกมอไปข้างนอกทำไมมีแต่คนมองว่ะ
  • เครื่องแต่งกายอย่างหนึ่งที่ต้องรู้จัก แล้วก็ผูกกันจนเชี่ยวคือ กางเกงเล อ้อมีห้ายอ เป็นสไตล์เด็กเรา แต่ว่าจำไม่ได้ ยาง ยืด ยีน ย่าม ยาว
  • สันทนาการที่ว่ากันว่าถึกมั่กมายก้อเหงจะเป็น จิตรกรรม กับ วิดยา เพราะเป็นชายล้วน หนำซ้ำยังใช้มือตีอีก อู้ววว์จ๊อด สันทนาการของวิทยาเป็นอะไรที่ทุ่มเทมาก เต้นกันสุดตัวสุดใจ
  • ปัจจุบันปี2556สันทนาการเทคโนได้ที่1ของประเทศเทยไปในที่สุด(ตีสนั่นลั่นทั้งมอ ใกล้จะสอบก็ยังไม่เลิกรา อิอิ)
  • ช่วงรับปริญญาคุณจะเห็นสิ่งที่คุณไม่สามารถหาจากมหาลัยอื่นได้ และผู้ปกครองก้ออย่าตกใจที่เห็นลูกของท่านเป็นอะไรกัน ฮ่าๆๆ
  • ใครอย่าไปโดดน้ำข้างตึกวิทย์4ของคณะวิดยาน่ะ เพราะคุณอาจจะไม่รอดได้ เต็มไปด้วยสารเคมีจากภาคเคมี
  • วันดีคืนดี คูน้ำหน้าคณะวิทยาจะน้ำเหม็นมากจนปลาขึ้นอ้าปากหายใจเต็มคูเลย เพราะว่าเป็นน้ำสารเคมี
  • เขาว่ากันว่า มีแก๊งบ้าพลัง ปั่นจักยาน เฟรชสัน สนามจันทร์ยัน หาดเจ้าสำราญ
  • ว่ากันว่าทับแก้ว 1 เคยเป็นทั้งหอพักและอาคารเรียน
  • ทับแก้ว 3 เปิดเป็นหอชายครั้งแรก 2540 เมื่อทับแก้ว 3 เปิดเป็นหอชาย ทับแก้ว 1 จึงกลายเป็น หอหญิง (ตอนเราอยู่ปี 3 ปี 40)
  • เด็กปี 1 วิดยาทุกคนจะขนลุกเมื่อเดินผ่านลานจอดรถข้างตึกวิทย์ 4... เพราะมันเป็น...ลานเชียร์!!!! ขำๆ
  • ร้านน้ำเจ๊หลีเพชรช็อป อร่อยโคตรๆ รู้สึกชื่อร้านลิป
  • เหล้าขาวคือน้ำเปล่าสำหรับที่นี่ กินกันทุกวัน ก่อนสอบยังไม่เว้น (ส่วนมากจะเมาเข้าห้องสอบ)
  • ตอนเรียนที่นอนคือสะพานสระแก้วไม่ก็ตามศาลาไม่ก็ลานไทร ตอนสอบ ที่นอนคือหอสมุด เพราะช่วงสอบปลายภาคจะเปิด 24 ชม. ห้องสมุดจะเต็มเอี๊ยดได้อีกเวลาสอบ หาที่นั่งอ่านหนังสือแทบไม่มี
  • นศ.ที่นี่บางคนลงตัวช่วยมากกว่าตัวที่เรียนซะอีก (เอกตัวช่วย)
  • ปลาที่สระแก้วเป็นปลาที่อ้วนและอยู่ดีกินดีมากที่สุดในโลก เพราะมีคนให้อาหารปลาทั้งวันทั้งคืน (ตอนกลางวันเป็นขนมปัง แต่กลางคืนคืออาหารที่คนให้กินตอนกลางวัน โอ้กกกกกกก)
  • ตอนนี้หอหญิงปิด4ทุ่มครึ่ง หอชายปิด 5 ทุ่มครึ่ง
  • คณะที่ผู้หญิงน่ารักและมาแรงตอนนี้คือคณะเภสัช ที่จริงทุกคณะผู้หญิงก็ต้องมีสวย มีน่ารักกันทั้งนั้นล่ะ
  • พี่ตุ่มคนขายผลไม้ (รถมอไซด์พ่วง-ไม่รู้เดี่ยวนี้ยังมีรึเปล่า)ไม่ได้ขายกับสามีตัวเองนะ แต่เป็นคู่เขยกัน คือ พี่ตุ่มกับสามีจะสลับกันขายคู่กับสามีหรือภรรยาของน้องหรือพี่ตัวเองนี่แหละ (ไม่แน่ใจ) เคยถามพี่เขาแล้ว ก็ได้คำตอบว่า ถือเคล็ดผัวเมียไม่ควรขายของด้วยกัน ???
  • ใครอยู่ทับแก้วต้องรู้จัก "ป้ามุก" เมื่อก่อนขายผลไม้กะข้างบนนั่นแหละ แต่หลังจากมีปากเสียงนิดหน่อย ก็แยกตัวมาตั้งร้านที่ข้างตึกกะทะกะยูเนี่ยน เอาเป็นว่าอยากรู้จักใครในทับแก้วไปถามเจ๊มุกแล้วกานนนนน(มีไรเคลียร์มุกนะฮ๊า)
  • มีคนตกจากดาดฟ้า D5 (คืนหนึ่งในปี 41 เทอม 1)ลงมาโดนแทงค์น้ำบุบ (มุมตรงข้างห้องคอมมอน ทางเข้าเพชรช้อป)มีเสียงลือไปต่างๆ นานา ทั้งตายและไม่ตาย บ้างก็ว่าเป็นเด็กจากม.อื่นช้ำรักมาโดดตึก บ้างก็ว่าเป็นเด็กม.เรา เดินเล่นบนดาดฟ้าแล้วพลัดตกลงมา แต่ที่แน่ๆ หลังจากนั้นก็มีการปิดดาดฟ้า D5 เคยมีเปิดอยู่คืนนึง ให้นักศึกษาไปดูจันทรุปราคา
  • ลุงโกะ คือ ชื่อของผู้ก๋อตั้งและเจ้าของ Art Avenue (ไม่รู้ว่าแกยังอยู่ไหมนะ) และเป็นชายผู้หนึ่งที่มีชื่อเสียงว่าชอบหม้อสาวอักษร (ทั้งที่หน้าตาดีและไม่ดี)
  • ตาโกะเนี่ยยังเป็นเด็กจิตกำอีกด้วยนะ เรียนจบรุ่นเดียวกับติ๊ก กลิ่นสี และแกยังขาย postcard เป็นอาชีพเสริมอีก
  • พี่บอล (Scrubb) มีน้องสาวเรียนคณะอักษรฯ ชื่ออิ๊บ หน้าตาโขกกันออกมาเลย บางคนว่า อิ๊บ คือบอลตอนเป็นผู้หญิง ส่วนบอล คืออิ๊บตอนเป็นผู้ชาย !!!!
  • ตอนนี้คณะอักษรมีตึกใหม่แล้ว เรียก ตึก 36 ปี ตึกของเด็กอักษร เห็นมีเเต่พวกผู้ชายเทคโนมานั่งหน้าหม้อมองสาวอักษรกันประจำ - -"
  • ในสระแก้วเคยมีคนตาย5คน 3คนแรกเมื่อสามสิบปีที่แล้วเป็นเด็กสามคน คนที่สี่คนงานล่าสุดเป็นนักศึกษาเทคโนเมื่อปี51นี้เอง
  • นักศึกษาเทคโนคนนี้ตายในวันเกิดของตัวเอง
  • ผู้ชายอักษรหายากมาก กว่าครึ่งก็เป็นเกย์ ไม่ก็กะเทยไปเลย
  • ในขณะที่ผู้หญิงอักษรก็เยอะเกิ๊นนน มากมายจนละลานตา หลายคนก็ยังค้างเติ่งอยูบนคาน หาทางลงไม่ได้ เพราะผู้ชายสมัยนี้เริ่มน้อยลงทุกวัน นอกจากนี้บรรดากะเทยในคณะก็สวยกว่าผู้หญิงกันมากมาย
  • เรียนอักษรเหมือนอยู่โรงเรียนหญิงล้วน เหอเหอ
  • มีความเชื่อกันอีกว่า ถ้าไม่สามารถหาแฟนได้ภายในปีหนึ่ง ปีต่อ ๆ ไปก็อย่าหวัง
  • เรื่องผีในมหาวิทยาลัยมีเยอะแยะมากมาย ใครมี sense มาอยู่ที่นี่รับรองได้เจอตลอดเวลา
  • คณะอักษรมีเรื่องเล่าลือในสิ่งลี้ลับตลอดเวลา เพราะเล่าลือกันว่าแต่ก่อนเป็นลานประหาร
  • คณะเทคโนก็มีเรื่องเล่าเรื่อง Blue Road เฮี้ยนเหมือนกัน
  • และถนนสายนี้เคยเป็นสถานที่รับน้องแสนโหดของสัดสาด
  • และในช่วงเย็นสัก5โมงเป็นต้นไปตอนนั่งซ้อนจักรยานหรือมอไซค์ ทำไมไม่ลองหันหลังชนให้คนขี่ดูหละ!!!!
  • ศาลอักษรยกศาลใหม่แล้ว เพิ่งทำการบวงสรวงไปเอง
  • อาคารหอสมุดที่นี่อยู่ติดกับตึก ม.ล. ปิ่น ชั้นล่างก็ไปนั่งอ่านหนังสือได้ เงียบดีเหมือนกัน
  • ทุกสถานที่ในมหาวิทยาลัยที่มีที่นั่งชิล ๆจะมีร้านขนม กาแฟอยู่เสมอ
  • ชั้นล่างของหอสมุดจะมีร้านขายขนม กาแฟอยู่ด้วย แล้วก็มีโทรทัศน์มีโซฟา อารมณ์ประมาณล็อบบี้โรงแรม < --- ปัจจุบันไม่มีล่ะ
  • เพชรช็อปกับยูเนี่ยนตอนกลางวัน อย่าหวังว่าจะมีที่นั่งกิน แน่นอย่าบอกใคร
  • บาร์นมอารมณ์ดี ตรงข้ามมหาวิทยาลัย มีกระดาษให้เขียนบอกรักกันได้ด้วย (เจ้าของร้านเป็นศิษย์เก่าสาธิตฯ ซึ่งก็นับเป็นส่วนหนึ่งของมหาลัยเหมือนกัน)
  • ตอนนี้มีร้านสุกี้บุฟเฟ่ต์อยู่เยื้อง ๆ มหาลัย อร่อยมาก ไม่แพงด้วย เพราะไม่ต้องเสียค่าน้ำก็ได้ มีน้ำให้กดเติมได้ตลอด
  • แนะนำร้านไทยชงตรงเต๊นท์เขียว อร่อยอย่าบอกใคร โดยเฉพาะ ชาเย็นหางโกโก้ กับชาเขียวใบหม่อน
  • เด็กที่นี่แทบทุกคนต้องเคยกินไอติม ไอส์์เบิร์ก แถวองค์พระ อร่อยเพื่อสุขภาพอย่าบอกใคร คนแน่นตลอด ไปช้าอาจหมดได้ เปิดเฉพาะวันคู่
  • คณะอักษรเป็นคณะที่ไม่มีว๊ากผู้หญิง มีแต่ว๊ากชาย
  • คณะอักษรจะมีเทศกาลละครตลอดปี จากเด็กเอกละคร
  • ใครที่ได้ไปไหว้พระพิฆเนศร์ วิ่งออกกำลังกายและให้อาหารปลาในสนามจันทร์ ขอบอกว่าคุณคือเด็กทับแก้วตัวจริง
  • พระราชวังสนามจันทร์สามารถถ่ายรูปได้ตั้งแต่เวลา 06.00-18.00 น. ห้ามถ่ายนอกเวลาที่กำหนด
  • สี่แยกหน้าคณะอักษร เป็นสี่แยกวัดใจ ควรมองให้แน่ใจก่อนว่าปลอดภัย ไม่งั้นจะได้วัดพื้นแทน
  • ตุ๊ดตู่เปรียบเป็นมาสคอตของทับแก้ว
  • ใครที่เคยเรียนได้เกรด 4 มาตอน ม.ปลาย ก็สามารถมาติดเอฟที่นี่ได้ง่าย ๆ เหมือนกัน
  • ว่ากันว่า รูปปั้น ย่าเหล เป็นทองแดง ลองสังเกตุดู

โรงเรียนสาธิตเดี๋ยวนี้เขาเปิดภาควิชาเรียนศิลปะเหมือนคณะจิตรกรรมและมัณฑณศิลป์เด่ะๆเรียกกันว่าศิลปากรจูเนียร์วันๆไม่เรียนสามัญเลยวาดรูปล้วนๆ(ตอนนี้กะลังจะมีตึกปั้นแล้ว) ไม่จริงเห๊อะ วิชาหลักก็เรียนคาบศิลปะพอๆ กับไทยสังคมอังกฤษเลยนะ ปีหน้าจะรับเด็กเพิ่มถึง 30 คน

  • คณะเทคโนฯ ศิลปากร เป็นวิศวะอีกที่ที่ประชากรผู้หญิงเยอะกว่าผู้ชาย
  • งานรำลึกถึงอ.ศิลป์ พีระศรี ที่ฝั่งทับแก้วจะจัดในวันที่ 12-13 กันยายน ของทุกปี (เป็นวันสานสัมพันธ์รักท่าพระ-ทับแก้ว) สนุกมากๆ
  • ร้านสโนไวท์เมื่อก่อน (ปี 44)อยู่ข้างมอใกล้ๆกับร้านใหญ่ต่อจากนั้นย้ายไปอยู่หลังทางรถไฟปัจจุบัน (ปี 54) ตั้งอยู่ในหอจันทร์พาเลซแถวทางรถไฟ ขายอาหารประเภทสเต็ก พิซซ่า เค้ก เด็กทับแก้วที่จบไปแล้วต้องกลับมากินกันทั้งนั้น
  • มอเตอร์ไซด์รับจ้างที่นี่เรียกว่าเมล์เครื่อง !!!
  • ร้านเช่าการ์ตูน ใน Art เช่า 5 แถม 1
  • แม้ว่าสาธิตจะอยู่รั้วมหาวิทยาลัย แต่การออกนอก รร ไปในมหาลัย ต้องขออนุญาตทุกครั้ง ไม่เช่นนั้นจะโดนตัดคะแนนซึ่งอาจารย์จะนั่งซุ่มแถวเรือนเกษตร หากเป็นผู้หญิงที่น่ารักจะได้รับการปล่อยทันที - -"
  • ในปี2556 บริเวณสระแก้วเกิดคดีฆาตกรรมเกิดขึ้น เป็นสาเหตุให้เหล้า เบียร์ บุหรี่ ลดลงไปในบริเวณนั้น (เดวปีหน้ามันก็มาอีก 5555)

วิทยาเขตตลิ่งชัน[แก้ไข]

  • พื้นที่ของ ม. จริงๆแล้วเป็นของศูนย์มานุษย์!!! (จริงๆเเล้วไม่ใช่ สมัยก่อนศูนย์มานุษย์เคยอยู่ในความดูแลของศิลปากรมาก่อน แต่ตอนนี้โอนให้รัฐไปแล้ว...)
  • ว่ากันว่ามี ตุ๊ดตู่ อาศัยอยู่ใต้บันไดทางขึ้นศูนย์มานุษย์ จะเห็นได้ว่าโดน จนท.เอาอิฐมาปิดช่องตัดตอนแล้ว
  • ดุริยางค์เรา ทำทุกสิ่งให้เป็นดนตรีได้ เจ๋งหว่ะ
  • สันทนาการของเด็กดุ(ริยางค์)ใช้กลองชุดไฮโซซซซซซ
  • เวลามีคอนเสิร์ตเจอเด็กดุไปดิ้นกันไม่หยุด มันส์กระจาย (เพราะว่าที่เล่นอยู่บนเวทีเป็นรุ่นพี่คณะ)
  • กีฬายอดนิยม ปืน BB บอลลูน ซ่อนหา
  • ผู้หญิงปี 1ใส่พรีทยาวถึงตาตุ่มเพราะผู้ชายคณะนี่เห็นตาตุ่มผู้หญิงแล้วจะเกิดอารมณ์
  • คณะนี้ห้องซ้อมน้อยมากแต่ไม่เคยเต็ม จะเต็มเฉพาะช่วงใกล้สอบกับวันพฤหัส(เรียนวิชารวมวง)
  • ลุงธีคือผู้มีอิทธิพลมากที่สุดในคณะ เพราะถ้าไม่มีแกเราจะเปิดห้องซ้อมไม่ได้
  • เราทําทุกอย่างกันที่ห้อง 501 แม้กระทั่งฉี่
  • พี่ปูร้านข้าวจําชื่อเด็กทุกคนในคณะได้ทั่งๆที่ไม่ได้เข้ารับน้อง
  • ที่คณะเรามีกล้องวงจรปิดด้วย
  • ซอยหลังคณะสอนดนตรีไทยด้วย
  • ใครเดินลอดป้ายบอกทางมหาลัยหน้าคณะจะไม่จบ 4 ปี
  • เด็กชื่อเทพ เล่นอิเลคโทน ฟังเสียงอะไรก็เป็นโนตหมด
  • ทุกคนคิดว่าเด็กดุริยางค์รวยเพราะค่าเทอมแพง แต่ที่จริงแล้วจนเพราะค่าเทอมแพงต่างหาก
  • สาขาเชิงรุ่น 13 สัญลักษณ์คือโอตาคุ
  • ใครอยากเข้าที่นี่ให้โกนคิ้วข้างเดียวมาสอบ
  • ถ้าเจออธิการตอน 08.00 น. จะโดนเทศน์ใน lift เรื่องวินัย (ทั้งๆที่ ตรูที่เรียบร้อยทุกอย่างแล้วนะ)
  • ชั้น 3 ตึก VATEL มีโรงงานนรก ทำเบเกอรี่ ตั้งแต่ 07.00-17.00 น.
  • ชั้น 5 ตึก VATEL มีแต่ขี้บุหรี่
  • ชั้น 8 ตึก VATEL คือโรงนอน
  • ถ้าอยากได้อะไร ให้ไปขอความช่วยเหลือได้ทื่พี่จุ้ง และป้าแก้ว ซึ่งแกจะอยู่กับเราในเวลาที่เราต้องการ (จิงรึวะ???)
  • เป็นที่ที่เด็กต้องหยอดตังกินน้ำตู้ มาตั้งบริการกันที่หน้าห้องเรียนเลย
  • เลยทำให้เด็กที่นี่ ไม่ได้กินน้ำเปล่ากัน
  • พี่กิ๊บ กับ พี่เจ้น Vatel เต้นมันมากมายชอบคับ ^^
  • เด็ก Vatel ใส่สูทแล้วหล่อน่ารัก
  • เรียน Vatel มีเรียนเทสไวน์ ควรรู้ limit ตัวเองนะค่ะ =="
  • ห้องเรียนคือห้องวิ่งไล่จับ
  • การละเล่นของเด็ก VATEL คือกระโดดหนังยาง
  • ร้านเหล้าประจำของคนที่นี่คือร้าน รามิล
  • เชฟจิล คือบิดาที่ควรเคารพของเด็ก VATEL
  • ที่ Vatel มีอาจารย์มาจากมาดากัสการ์ด้วยนะ

วิทยาเขตสารสนเทศเพชรบุรี[แก้ไข]

  • เพชรบุรี (ปี 2555) ก็ยังคงมี 3 คณะเหมือนเดิม คือ สัตวะ จัดการ และ ICT
    • เป็นวิทยาเขตธรรมชาติ มีแต่ต้นไม้ใบหญ้า ด้วยนโยบายห้ามสร้างตึกเกิน 5 ชั้น
    • และพูดว่า วิทยาเขตสีเขียว Green Campusิ เด็กทับแก้วเรียกที่นี้ว่า ถิ่นทุรกันดาร
  • หลังมอเป็นแหล่งอาหารการกินที่อร่อยที่สุด ของวิทยาเขต มีหลายร้าน ที่เร็วสุดต้องร้านคุนสุ เด็กสัดสาดชอบกิน
  • คณะวิทยาการจัดการเป็นคณะที่ 12 ของมหาวิทยาลัย
  • เป็นคณะแรกที่มาเปิดการเรียนการสอนที่วิทยาเขตเพชรบุรี แต่ไม่ใช่คณะแรกของวิทยาเขต
  • คณะแรกก็คือคณะสัตวศาสตร์ และเป็นคณะที่ 11 ของมหาวิทยาลัย
  • คณะวิทยาการจัดการไม่มีว๊าก แต่เขาเรียกว่า บ่ม
  • วิทยาเขตเพชรบุรีมีสัตว์สัญลักษณ์คือ งูกะปะ แต่พักหลังๆ หมาเยอะมากก
  • ปี 2545 เป็นปีแรกที่เปิดสอนคณะวิทยาการจัดการ และเปิดวิทยาเขตเพชร และปีนั้นช่อง 7 นำละคร น้ำใสใจจริง เวอร์ชั่น ศรราม มาฉาย
  • สมัยนั้นร้านข้าวมีแค่ร้านเดียว และทำกับข้าวได้สุดยอดมาก
  • หลายคนนึกว่ามาอยู่ที่วิทยาเขตนี้จะทำให้ผอม แต่ทุกคนคิดผิด นศ หลายคน มีน้ำหนัก แตกต่างไปจากตอนเข้ามา ในทางมากขึ้น
  • เพราะส่วนมากมันไม่มีอะไรทำ จึงทำให้ กินๆ และ กินๆ
  • คณะวิทยาการจัดการเคยเป็นแชมป์ ฟุตบอล เฟรชชี่เกมส์ เมื่อปี 45 โดยใช้นักเตะเพียง สิบ คน
  • คณะวิทยาการจัดการเคยออกไปแข่งฟุตบอลกับวิทยาลัยเกษตรเพชรบุรี ผลปรากฎว่า 13-1
  • ปัจจุบัน ผู้รักษาประตูของทีมวิทยาการจัดการ คนนั้น ได้ประกาศเลิกเล่นฟุตบอลไปแล้ว
  • น้ำเหลืองคือปัญหายอดฮิตของ วิทยาเขตเพชร เมื่อตอนปี 45 บวกกับ ไฟดับ
  • ปีแรกของการเปิดวิทยาเขตเพชรบุรี นักศึกษา หยุด อาทิตย์ กับ จันทร์
  • อิฐ คือ นศ คนแรกที่โดนรีไทร์ ของ คณะวิทยาการจัดการ เหตุผลที่โดนรีไทร์ มาจากไม่มาแก้ i เนื่องจากติดแข่งบาสหมู่บ้าน
  • เทอมต่อมายังอุตส่าห์มาเข้าหอ แต่เริ่มสงสัยว่าทำไมตัวเองลงทะเบียน และยังอุตส่าห์เข้าเรียน
  • จนหัวหน้าภาคเรียกเข้าไปแจ้งที่ได้ทราบความจริง พร้อมแจกคู่มือลงทะเบียนเรียน ภาคต่อเนื่องแทน
  • ปัจจุบัน อิฐ ทำงานที่สนามบินสุวรรณภูมิ หุหุหุหุ
  • กิ๊ก คือ นศ คนแรกที่ซื้อซิม ออเร้นจ์(ทรูมูฟภายหลัง) ด้วยต้องขึ้นไปโทที่หอชั้น 5 ถึงมีสัญญาณ
  • ในวิทยาเขตเพชรบุรี ไม่มี เซเว่น(ตอนนี้มีแล้ว) โลตัส แต่เรามี ร้านพี่เหมี่ยว ที่เราสามารถ อัพเดทข่าวว่าใครชอบใคร และฝากของให้กัน
  • นศ. รุ่นแรกมักจะใช้บริการโทรสั่งเหล้า จากร้านมาส่งตรงหน้ามหาวิทยาลัย
  • 2 ปีต่อมา การซื้อหาสิ่งของเหล่านี้แสนง่ายด้วย เพราะใช้บริการไซด์คนงานสร้างหอ
  • ผู้บริหารวิทยาเขตท่านหนึ่ง เคยกล่าวติดตลกว่า จะให้เบียร์ช้างมาเป็นสปอนเซอร์สร้างหอ
  • ป้ายมหาวิทยาลัยที่ติดวิทยาเขตเพชรบุรีอันแรก เป็นป้ายเดียวกับที่ติดที่วิทยาเขตพระราชวังสนามจันทร์ ตอนเริ่มแรก
  • คณะ ICT เป็นคณะที่ 3 ของวิทยาเขต และเป็นคณะที่ 13 ของมหาวิทยาลัย
    • ICT เป็นคณะที่ชอบถูกมองว่าเป็นลูกคุณหนู ด้วยค่าเทอมที่แพงมากๆ กับต้องใช้คอมทำงาน
    • ฟุตบอลคู่เอกของที่นี้คือ ไอซีที พบ จัดการ ความมันส์ระดับ 5 ดาว
  • เคยมีกลุ่มผู้มีอิทธิพล ลักลอบมาเปิดโต๊ะบอลในมหาวิทยาลัย แต่สุดท้ายเจอพิษ แทงก่อนจ่ายที่หลัง สุดท้ายปิดกิจการไป
  • คู่ เบนฟิก้า กับ แมนยู แชมป์เปี้ยนลีก 2005 ทำให้ผู้มีอิทธิพลเหลานี้รวยกานเป็นแทบๆๆ
  • สาขาการจัดการชุมชนเป็นสาขาเดียว ในคณะวิทยาการจัดการ ที่จ่ายค่าหน่วยกิต อัตราปรกติ
  • หนองจิกเคยเป็นที่จัดงานลอยกระทงในช่วงปีแรกๆๆ
  • ต่อมาย้ายไปจัดงานลอยกระทง ที่หน้ามหาวิทยาลัย
  • ตั้ม ไอซีที เป็นคนแรกของฝั่งเพชรที่ชนะการประกวดดาวเดือน โดยแสดงความสามารถพิเศษ คือ การยิ้ม !
  • วิทยาเขตเพชรบุรีเป็นสถานที่ตั้ง องค์พระพิฆเณศ ที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย
  • ขณะนี้กำลังระดมทุน เพื่อมาสร้างเทวาลัยให้พระพิฆเณศ เป็นห่วงท่านจัง ตากแดด ตากฝน
  • กระดานหมากรุก เป็นสัญลักษณ์ของ คณะวิทยาการจัดการ
  • ปุ่มพาวเวอร์ เป็นสัญลักษณ์ของ คณะไอซีที
  • คณะจัดการจะแบ่งเซคเรียน อังกฤษ แบบว่าฉี่ยิบ แบ่งตามความสามารถ คนที่ได้เอ สุดยอดจิงๆ
  • คนที่ได้อยู่เซค 1-3 เทพหมดเลย มีแค่สองสาขาเป็นส่วนใหญ่ คือ บิชอิ๊ง กะ ท่องเที่ยว รปศ ชุมชน แทบหาไม่เจอ
  • เอ วิชาอิ๊ง ไม่เกิน 45 คนในแต่ละเทอม (Eng1-Eng2 นะทุกสาขาเรียนเหมือนกัน) จะอยู่เซคหนึ่งกับเซคสอง
  • แต่โต๊ะนั้น เป็นทั้งโต๊ะดรออิ้งและโต๊ะปั้น
  • เวลาเรียน เบเกอรี่ ของ สาขาโรงแรม เรียนตั้งแต่ หกโมง โอ้วววว
  • รปศ (รัฐประศาสนศาสตร์) เป็นสาขาล่าสุดของ จัดการ
  • ด้วยเนื้อหาการเรียน ของ รปศ ที่แปลกไปจากสาขาอื่นในขณะ เลยทำอะไรไม่้หมือนสาขาอื่นๆ
  • เลยถูกมองว่า นอกคอก เรียกว่า คณะรัฐประศาสนศาสตร์ (เราไม่ได้ตั้งใจนอกคอกนะ)
  • สาขาการท่องเที่ยว เป็นสาขาที่ออกนอกสถานที่บ่อยสุด ออกแบบว่าทุกเดือน
  • ความสวยของเด็กที่นี่ จัดการ สวยแรง ไอซีที สวยใส สัดสาด สวยไทยๆๆ (จิงนะเดินมารู้เลยเรียนคณะรัย)
  • หาสาวไฮโซ ต้องจัดการ แบรนเนมนิ หึหึ
  • หนุ่ม จัดการมีน้อยมาก ทั้งๆๆที่ไม่น่าจะน้อย เกย์ เกือบครึ่ง
  • บิชอิ๊ง เป็นสาขาที่มีคนอยากเข้าสาขาหนึ่ง เป็นลำดับต้นๆๆของประเทศ
  • เดี๊ยวนี้ อะไรหลายๆอย่างพัฒนาไปมาก ปีนึงจะเหนอะไรเปลี่ยนเยอะมากๆ
  • หอสมุดใหม่ มีทั้ง coffee club bar โรงหนัง หอศิลป์ แบบว่าสไตส์โมเดิล ไฮโซมากๆๆขอบอก
  • ในห้องสมุดจะมีทีวี แล้ว มีโซฟา อยู่มาก ข้างๆๆ เป็น coffee shop เสียงดัง
  • ว่ากันว่า ห้องคอมชั้น 5 ของจัดการ เป็นทีที่ เนตเร็วสุดในมอ
  • เวลาที่เนตเร็วสุดๆ ไม่ใช่ตอนดึกนะ แต่เป็นตอนเช้า 6 โมง ถึง 9 โมง สูงสุดเคยวัด 53 เมกซ์
  • อย่าได้สงสัยถ้าจั๊กหาย (จักยาน) เดี๋ยวมันกลับมาอยู่ที่เดิม ถ้าไม่เจอไปหา หอ 1
  • บ่อปลาวาฬหรือ สระเพชร เป็นที่ที่โลแมนติกที่สุดในขณะนี้(ไม่รู้สาเหตุว่าเรียกบ่อปลาวาฬ แต่ใหญ่มากๆๆ อยู่กลางมอ)
  • ข่าวแว่วๆๆจะสร้างอะไรสักอย่างตรงกลาง กับสพานเหมือนที่สระแก้วด้วยนะ
  • ลานจัน ในสมัยแรก เรียกลานเบียร์ ลานอ่อย เพราะเป็นที่ของสาวๆๆมานั่งอ๋อยหนุ่มๆ
  • หลีดจัดการ เป็นที่รอคอยของทุกคณะที่นี่ และเป็นคณะแรกที่มีหลีดคณะ ส่วนหลีดสัสสาด เป็นแบบไทยๆๆทุกปี ส่วนไอซีที ไม่มีหลีด
  • ทุกคณะที่นี่จะมีวิชาหินของแต่ละคณะ จัดการ อิ๊ง ไม่หินงะ แต่เกณตัดเกรดโหดมาก "อซีที ต้องดรออิ้ง คณบดีสอนเองเลย ส่วนสัดสาดใครได้เกรดถึงสาม เก่งมาก
  • ว่ากันว่า นักศึกษาที่ ใช้เวลาเรียนมากที่สุด ถึง 7 ปี อยู่สัดสาด ตอนนี้ได้ข่าวว่ายังไม่จบ สู้ๆเรียนได้ถึง 8 ปี
  • เกียรตินิยม สาขาการตลากด คณะจัดการ แทบหาไม่เจอ ตรงกันข้าม ท่องเที่ยว เป็นโทร ไม่ใช่เรียนง่ายนะ แต่ใครเก่งภาษา เอาไปเลยเต็มๆ เพราะเรียนภาษษเยอะมาก
  • ถ้าตลาดวาย ชุมชนแออัด อันนี้เด็กจัดการรู้กัน( มีการย้ายข้ามสาขา ตลาดมีคนย้ายออกมากสุด จบปีละน้อยมากๆๆๆๆๆๆทั้งๆที่รับเท่าสาขาอื่น ตรงกันข้าม ชุมชนจะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆทั้งที่รับน้อยสุด)
  • จัดการจะมีดารานักร้อง นางแบบทุกปี เอดติด แต่ส่วนใหญ่เรียนได้ปี หรือ ครึ่งเทอมกะต้องซิ่ว เพราะไม่สะดวกทำงาน กทม
  • ไอซีที จะมีรูปสัญลักษณ์หน้าอาคารยานยนต์ เป็นรูปปุ่มพาวเวอร์ สีส้ม สีแจ่มเห็นแต่ใกล แต่มีคนทลึ่ง มองว่าเป็น จิ๊กกะจู๋
  • เรียนรวมสอง เป็นอาคารใหม่สุดของที่นี่ ชั้นบน จะเรียนภาษาซะส่วนใหญ่
  • อาคารโบราณคดี แต่ก่อน เด็กจัดการ เรียก ศูนย์ภาษา เพราะ ทุกภาษาเรียนที่นี่
  • ถ้าเดินหลงห้อง หรือ หลงในตึกโบราณ ไม่ต้องแปลกใจ เพราะตึกนี้ ออกแบบแบบว่าชวน งง เดินทุกวันยังหลง
  • สาขาชุมชน ของจัดการ เรียนทุกอย่าง ทุกอย่างจิงๆๆ
  • สาขาธุรกิจ ของไอซีที เรียนเหมือดจัดการเด๊ะ เลย
  • OM กับ MIS ของจัดการมีคนดร๊อปเยอะสุด บางปีปาเข้าไปเกือบครึ่ง
  • ชนช้าง ICT มาแบบน่ารัก จัดการนี่รุนแรง กลองแบบว่าสุดยอด เคยไปออกรายการทีวีด้วย ส่วนสัดสาด เถื่อนๆๆหน่อยๆๆ มีน้องเจได
  • ชนช้างที่นี่ มี แค่สามคณะหลักๆๆอาจมีบางปี มีคณะอื่นมาแจม เช่น โบราณ
  • พี่แฝง เป็น นักสืบของจัดการ หลังๆมา ไอซีที กะ สัดสาด เริ่มมีแล้วที่แฝงตัว เป็นรุ่นพี่ ที่แฝงอยู่กับเฟรชชี่ ทำทุกอย่างเหมือน เฟรชชี่ กิน นอน เรียน ใครเผลอๆๆระวังนะ เขารู้หมด
  • พี่แฝงจัดการต้องไปสาบานหน้าตึก โบราณ
  • บูมจัดการ เป็นบูมที่ใช้พลังเยอะมาก ดูๆไปเหมือนการแสดงโชว์ไรสักอย่าง
  • จัดการจะมีสูตรทุกสาขา ยกเว้นชุมชนที่มีเสื้อช๊อป สูทรท่องเที่ยวจะเหมือนแอร์ โรงแรมนี่ไฮโซ ส่วน รปศ เพิ่งมีกับเขา
  • ตลาดลานตลาดนัดเดิม เรียกว่า ตลาดโต้รุ่ง ส่วนตลาดนัดวันพุธเดิม ย้ายไปอยู่หลัง ม และได้เพิ่มวันเป็นวัน พุธ กะ วันจันทร์ (มีเสียกเรียกร้องให้กลับมาเหมือนเดิม)
  • ชั้น 5 อาคารบริหาร เป็นที่ที่โรแมนติกมากในการดูดาว
  • ตึกเรยนรวม 1 ชั้นสามไฮโซมาก กดลิฟผิดคิดว่าเป็นโรงแรม เป็นสำนักงาน คณะจัดการ กับห้องพักอาจารย์ ใช้ระบบสแกนลายนิ้วมือ เวลาเข้า จึงมีโอกาศยากที่จะเข้าไป
  • ชั้น 4 ของเรียนรวมหนึ่ง เป็ฯโรงแรมนะ หรูมาก แต่ห้ามนักศึกษาพัก ส่วนชั้นแรก เป็น ภัครตาคาร หรูๆๆมีปุพเพ่ ของสาขา โรงแรม เรียกว่า เวอร์ริเดียน
  • โรงอาหาร ใต้เรียนรวมหนึ่ง ติดแอร์ ต้องทำไปถ้าเข้าไปแล้วออกมามีกลิ่นอาหารติดตัว หัวนี่เป็นกลิ่นต้มยำเลย อิอิ
  • โรงอาหารใต้เรียนรวมสอง อาหารเปลี่ยนเจ้าบ่อยมาก เนื่องมาจากเจ๋งทุกร้าย เรื่องรสชาติอย่าได้พูดถึง กินเพื่ออยู่
  • ห้องเรียนทุกห้องที่นี่ เย็นจนแบบว่า อยู่ขั้วโลกเลย พอออกมาจากห้องทะเลทรายนี่เอง
  • เกาะทะลุ จังหวัดประจวบ เป็นสถานที่รับน้องสาขาท่องเที่ยว
  • แต่ปัจจุบันได้เปลี่ยนไปเรื่อยๆ เนื่องจากแพงเกินไป และก้อตอนรับน้องรุ่น5 เกือบติดอยุ่บนเกาะเพราะพายุเข้า
  • เคราะห์ซ้ำกรรมซัด พอขึ้นฝั่งมาได้ ระหว่างทาง รถบัสฉิ่งฉาบที่เช่ามา วิ่งอยู่ดีๆ เพลาหลุด!!!
  • สาขาท่องเที่ยว จัดงาน Bye Nior กันตอนเทอมแรก
  • การเตะบอลใต้อาคารเรียนหลัง4ทุ่ม เป็นเรื่องปกติของนักศึกษาทั้ง3คณะ ทั้งๆที่มีแค่ใต้อาคารเรียนแบ่งได้สนามเดียว(รอกันไป)
  • เสาโกล์ที่ตั้งอยู่ใต้อาคารเรียนสมัยก่อน ถูกสร้างขึ้นจาก คนงานสร้างตึกวิทยบริการ
  • โดยคุณปัด และ คุณแจ้ เป็นผู้เข้าไปเจรจารว่าจ้าง
  • ปัจจุบันเสาโกล์อันนี้น่าจะถูกย้ายออกจากใต้อาคารเรียนรวมแล้ว
  • สมัยก่อนตึกวิทยบริการเป็นรังนอนของขี้เมาที่เข้าหอไม่ได้
  • สมัยก่อนช่วงหน้าหนาวหมอกลงจัด ประมาณดึกๆ เกิดปรากฎการณ์ ตึกหายเพราะหมอกบัง
  • อยากเช็คระดับหน้าตา ให้ไปถามเฟี๊ยต
  • อยากอัพเดทข้อมูลข่าวสาร ภายในมอ ให้ไปได้ที่ร้านพี่เหมี่ยว ข่าวเด่น ประเด็นร้อน 555+
  • เด็กจัดการรุ่น 1 บางคนเคยใช้ที่ฉีดก้นอาบน้ำมาแล้วที่อาคารเรียนรวม
  • ที่ๆโรแมนติกที่สุดในตอนนั้นคือ ริมหนองจิก เดินจีบกัน น่าหมันไส้ 55+
  • เวลากลับรถเข้า มอ ต้องไปกลับรถไกลเกือบๆ ถึงประจวบ
  • หมาประจำหอ 1 คือ ไอ้ย่น
  • หมาตัวแรกของวิทยาเขต คือ เจ้าโจเซฟ
  • หลังจากเปิดเทอม ภาคปลาย ปี 2545 เจ้าโจเซฟ ก็ตาย
  • ใครหลายคนรู้ว่า ICT กับ จัดการ ไม่ถูกกัน
  • แต่น้อยคนจะรู้ว่า มันเป็นเรื่องของคนบางคนเท่านั้น ไม่ใช่เรื่องระหว่างคณะ
  • ล่าสุด สถานะการณ์ระหว่างสองคณะนี้ มีความรักใคร่กันดี
  • สมัยเปิดวิทยาเขตใหม่ๆ การเบิกเงินต้องใช้วิธี ทิ้งบัญชีไว้ที่เจ้าหน้าที่หอ แล้วจะไปเบิกให้
  • หรืออีกวิธี นั่งรถตู้ไปกดหัวหิน
  • เจ๊ อรลี่ คือ เจ้าหน้าที่หอคนแรกที่อยู่ประจำ
  • แต่คนแรกๆจริงๆที่อยู่ตอนเข้าหอวันแรกสุดของวิทยาเขต นั้นจะเป็นอีกคน จำไม่ได้ แต่ผมยาวๆๆ มาจากทับแก้ว
  • สาขาชุมชนมี พิธีเทียน เอาไว้รับน้องใหม่
  • เป้ จัดการ เป็น นศ.คนแรกที่ตกตึก จากหอชั้น 2 เอิ๊กๆๆๆ
  • สะพานลอยหน้าวิทยาเขต แต่ก่อนเป็นที่นิยมมาก พอเปลี่ยนทางเข้า สะพานลอยก็ร้าง เหอๆๆ
  • เคยมีอาจารย์ท่านหนึ่ง ข้ามสะพานลอยแห่งนั้นและโดนโจรสะพานลอยไล่จี้
  • มีข่าววงในเล่ากันว่ามีกลุ่ม นศ ลงขันก็ว่าจ้าง โจรผู้นั้น 5555555555555 (ล้อเล่นน่า)
  • สมัยก่อน สามารถใส่ชุดนอนเพื่อไปเรียนวิชาคอมพ์ ที่ห้องคอมได้
  • รู้หรือเปล่าว่า สายไฟเบอร์ออพติกที่ในมอนั้น ราคา กิโลละล้าน แต่เน็ทตอนนี้ห่วยมาก ถึงมากที่สุด
  • มีการติววิชา คอมเบื้องต้น ให้กับคนทั้งสาขา ในสาขาชุมชน โดยนักศศึกษาทำกันเอง
  • ไส้กรอกชีส พี่เหมี่ยว อร่อยโคตรๆ
  • มีการหยุดการเรียนการสอน เมื่อมีการถ่ายทดบอลโลก ปี 2002 คู่ระหว่าง อังกฤษ กะ บราซิล
  • ร้านขายของชำในม.งดขายข้าวสาร กับไข่ไก่ ให้นักศึกษา เพราะเกรงว่าเด็กจะทำอาหารในห้อง (เรื่องจริง)
  • พักหลังๆ มีทุกสิ่งขายบนหอพักแล้ว โดยนักศึกษา ไม่ว่าจะเป็น ข้าวไข่เจียว ผัดมาม่า ยำ ลวกจิ้ม อาหารตามสั่ง! ขนม นม เนย น้ำอัดลม บุหรี่ ตุ๊กตา พระเครื่อง โอ๊ยเยอะจัด
  • ผู้ชายไม่เคยมีหอพักที่แน่นอนเป็นของตัวเอง โดยย้ายไปหอนั้น หอนี้ ทุกเทอม!!
  • หอพักชายไม่มีเครื่องซักผ้าหยอดเหรีญ เนื่องจากพี่แป้น(ผู้รับเหมาเรื่องซักผ้ารายเดียวในมอ) งอน เพราะมีมือดีงัดตู้เก็บเหรียญ ตลอดจนแอบซักฟรีด้วยวิธีต่างๆ นาๆ
  • จึงเกิดอาชีพใหม่ คือ บริการซักผ้า ในหอชาย
  • ช่วงปิดเทอม (ทั้งต.ค.และเม.ย)ใครที่ยังมีชีวิตอยู่ในมหาลัย (โดยเฉพาะเจ้าหน้าที่และอาจารย์) ต้องระวังสุนัขในม.ให้ดี เพราะพวกมันจะอดอยากสุดๆ
  • ร้านน้ำพี่เก๋ในโรงอาหารอาคารเรียนรวมอยุ่ยงคงกระพันมาแต่ไหน แต่ไร แต่ร้านข้างๆ จะเปลี่ยนเจ้าไปทุกๆเทอม
  • ร้านข้าวป้ากัน แต่ก่อนเคยขายเด็กที่ โรงอาหารหอ เป็นเจ้าที่ขายดีมาก อร่อยมาก แต่ได้ย้ายกิจการไปที่ เรียนรวม และมีร้านส้มตำมาแทน
  • ร้านส้มตำที่มาแทน แกมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว คือ เสียงดังมาก ตะโกนเรียกเด็กให้มารับอาหารซะอายกันไปข้างนึงเลย
  • ป้ากันขายข้าวมันไก่ หมูแดง หมูกรอบ และข้าวราดแกง แทนอาหารตามสั่ง แต่ก็ยังสั่งอาหารได้
  • มีลานอาหารใหม่ในมอ ริมสระน้ำโรงอาหาร มีป้าขายไก่ทอดที่ไม่ค่อยจะกินเส้นกันด้วย
  • ร้านอาหารที่มีคนพูดถึงมากที่สุดในมอ คือ ร้านป้าปริก อาหารอร่อยดี แต่รอคิวนานหน่อยนะ แกบรรจงตักแต่ละอย่างอย่างละเมียดละมัย (กลัวจะตักมากไป เลยเขี่ยๆ เขย่าๆ นานไปหน่อย)
  • ลืมบอกไป ใครท้องผูกเชิญมากินอาหารร้านป้าแกได้ เป็นยาระบายอย่างดี เอ๊ะ หรือยาถ่ายดีน้า...
  • วิทยาลัยนานาชาติ Vatel ย้ายไปอยู่ตลิ่งชันแล้ว
  • การจัดการเลยเปิด สาขา โรงแรม Viridain มาแทนที่ มีบุฟเฟ่ ทุกวันศุกร์ 79 บาท
  • ถ้าอาหารบุฟเฟ่ มาลงอย่าเกรงใจ รีบตักซะ เด๋วหมด
  • มีตึกยานยนต์ของคณะยานยนต์(รึเปล่า) มาตั้ง แต่เด็กไอซีทียึดเป็นที่เรียน Drawing และทามงานไปแล้ววว
  • ตึกคณะโบราณคดีสร้างไว้ ให้ใช้ 1 ครั้งใน 1 ปี หนุ่มๆ ทุกคนรอคอยว่าเมื่อไหร่สาวโบราณจะย้ายมาซะที
  • เด๋วนี้หนอกจิกแคบลง ใมีการสร้างบ่อบำบัด แต่มีการขุดเขื่อนกลาง ม. แทน
  • เขื่อนกลาง ม. อยู่หลังตึกสัตวศาสตร์ ซึ่งคงใช้น้ำจากเขื่อนไปทำการเกษตรหล่ะมั่ง
  • กล้วยใน ม. เยอะมาก แต่ถ้าจะรอจนสุกและมาขโมย มันจะหายไปก่อนทุกทีเลย
  • เค้าว่ากันว่า ยังมีวิญญาณวนเวียนอยู่แถวๆ หอ 1 และหนองจิก
  • เค้าว่ากันว่า เป็นวิญญาณของรุ่นพี่ คนหนึ่ง
  • ซึ่งห้องน้ำชายในเรียนรวมฝั่งทางออกไปหอ 1 มีห้องปิดตาย และถ้าใครเข้าคนเดียวตอนดึกๆ ฝาชักโครกจะหล่นมาเอง
  • ตึกโอท๊อบ ไม่ได้ใช้แสดงสินค้าโอท๊อบ แต่ ICT มักใช้จัดงาน ไหว้ครูและครอบครูช่าง
  • เด้กสัตวศาสตร์จะจัดงานในตึกของตัวเอง
  • เด็กจัดการ ไม่รู้ว่าไปจัดที่ไหน ไม่ค่อยเห็นเลย เพราะไม่มีตึกของตัวเอง
  • จัดการมีสาขามากที่สุดและกำลังจะเพิ่มขึ้นทุกปี
  • วิทยาเขตนี้เป็นวิทยาเขตสารสนเทศ แต่เหมือนวิทยาเขตเพื่อการเกษตรมากกว่า
  • กำลังเริ่มมีการสร้างถนน และสิ่งปลูกสร้างใหม่ๆ
  • ซึ่งนั้นทำให้ เรียนรวม 2 ที่สร้างมาตั้งแต่ ปี 48 ไม่เสร็จสักที
  • ช่วงนี้ ปี 50 เทอม 2 ลุกหมาเยอะมากๆๆ เย็นๆจะมีสาวๆ มาให้อาหารลูกหมา
  • ซึ่งหมาที่แก่แล้ว ก็ต้องใช้ความสามารถในการอ้อน เสียยสี ถูไถ เพื่อให้ได้ของกินเอาเอง
  • แมวลดลงเยอะมาก จะพบเห็นได้แค่ที่ เรียนรวม ชั้น 3 และบางที ที่ไม่มีหมา
  • มีร้านอยู่หลัง ม. ในเขตมหาลัย เค้าเรียกกันว่า ป้าเมา เพราะขายเหล้า เบียร์ และอื่น ให้นักศึกษา สังสรรค์กันเต็มที่
  • นอกจากนั้น ป้าแกยังหน้าตาเมาๆ ปัจจุบันปิดกิจการไปแล้ว เหลือแต่ตัว ร้านให้ีำีรำลึกถึงเท่านั้น
  • แต่ก่อนหลัง ม เคยมีร้านอาหารฝรั่งโดยป้าแก้ว ป้าแกเป็นผู้ชายนะ ตอนนี้ย้ายกิจการไปอยุ่พัทยาแล้ว
  • หลัง ม ตอนนี้คึกคักมาก มีซูชิ บะหมี่ หมูย่าง ข้าวหลาม ไส้กรอก ร้่านนม หอดทอด ผัดไำทย ส้มตำ และอื่นๆอีกมากมาย
  • แต่ก่อนเคยมีกิจการร้านค้าในทางที่จะไป เว็บสเตอร์ แต่เพราะมีคนยิงกันตาย จึงทำให้ย้ายศูนย์กาีรค้าต่างๆมาทางลานดิืนเยื้องหลัง ม ไปนิดๆ
  • เว็บสเตอร์เป็นมหาลัยนานาชาติที่เปิดอยู่ใกล้ๆ ถ้าใครเคยไปจะรู้ว่า มันเหมือนจะไม่มีคนเลย นอกจากยาม
  • ยามบอกว่า เด็กที่นี่พักที่ หัวหิน จะมาเรียนช่วงเช้า ใครจะไปจีบสาวๆอินเตอร์ต้องไปตอนเช้านะ
  • เค้าว่ามีร้านลับ ซึ่งเป็นผับของเด็ก Vatel (ไม่รู้ตอนนี้ยังอยู่รึป่าว สมัยนั้นไปเมากันเกือบทุกคืน อิอิ)
  • ปัจจุบันไม่มีแล้วเพราะนานาชาติเค้าย้ายไปตลิ่งชัน
  • อักษรย่อ ด.อดูดเจ้าของผับ มีชื่อในบัญชีดำมหา'ลัย
  • ถ้าขี่จักรยานเข้าซอยหลัง ม ไปเรื่อย ว่ากันว่า อาจจะโผล่แถวพม่าได้
  • เด๋วนี้มีรถสองแถวไปหัวหิน หรือใครจะแว้นไปก็มีรถเครื่อง(จักรยานยนต์ให้เช่า)
  • เค้าว่าพี่พยาบาลอ้วนๆ ดุมากๆๆๆๆๆๆๆ แต่พอมีลุกปุ๊ปก็ใจดีขึ้นซะงั้น
  • พี่เจน คุมหอชาย สนิทกะเด็กชายทุกคน
  • เด็กชายที่อยู่ หอ 5 - 6 ต้องเดินอ้อมหอ ออกมาซื้อของร้านพี่เหมียว เพราะประตูหลังไม่เปิด
  • ถ้าเปิดจะเปิดเฉพาะตอยแม่บ้านทิ้งขยะตอนเช้า ให้สังเกตตรงช่องกลางบันไดดีๆ
  • ขณะนี้หอชายกลับไปอยู่หอ 2 เหมือนเดิมแล้ว และหอ5-6 กลายเป็นหอหญิงโดยปริยาย ((พี่คุมหอบอกมา))
  • ร้านขนมจีนเป็นร้านที่เพิ่งเปิดใหม่ในปี50 ย้ายมาจากโรงอาหารเรียนรวมด้วยคำเชิญชวนของป้าขายไก่ร้านข้างๆ
  • แต่ปัจจุบัน ท่านไม่ถูกกันแล้ว (อันนี้เขาเล่ามาอีกที)
  • อ่อร้านหนมจีนเหมือนจะสนิทกับนักศึกษาทุกคน ทั้งที่เพิ่งเปิดมาได้ไม่ถึงปี อืม
  • นักศึกษาคณะไอซีที มีชื่อประจำคณะทุกคน ยกเว้นรุ่น1-3มีเฉพาะบางคน
  • ฉะนั้นถ้าถามหาชื่อเล่นจริงๆ จะหายาก แต่ถ้าถามหาชื่อในคณะ จะเจอง่ายกว่า
  • ตอนนี้ร้านคุณสุ ไม่อยู่แล้ว เพราะแม่แกป่วย มีร้านก๋วยเตี๋ยวจากร้านส้มตำข้างๆมาเปิดแทน (แล้วเราจะไปกินที่ไหนกันดี)
  • ร้านลุงป้าหลัง ม.ให้ข้าวเยอะมาก พร้อมทั้งกับด้วย บางทีถ้าไปกินช่วงวันเสาร์ ที่คนกลับบ้านเยอะๆอาจได้กินกับข้าวฟรี 1 อย่าง
  • คณะไอซีทีไม่มีตึกเป็นของตัวเอง แต่มีอาคารยานยนต์ที่ตอนนี้เรียกว่าโรงปั้น
  • ภายในมีห้องมากมาย แต่เต็มไปด้วยอุปกรณ์การทำงานตั้งแต่ดินสอ ยัน เลื่อยตัดไม้
  • หาอะไรไม่เจอให้ไปหาในโรงปั้น (เฉพาะเด็กไอซีที)
  • เด็กไอซีทีมีโต๊ะประจำตำแหน่งทุกคน สังเกตจากชื่อบนหัวมุมโต๊ะดรออิ้ง เริ่มใช้ตั้งแต่รุ่น4 แต่ไม่รู้จะถึงกี่รุ่น
  • แต่โต๊ะนั้น เป็นทั้งโต๊ะดรออิ้งและโต๊ะปั้น
  • คนคุมตึกที่นี้ดุมาก ถ้าไม่เชื่อถามหมาประจำคณะชื่อ น้ำมันเครื่องดู ดุจริง (คณะเรียกว่าอะไรไม่รู้เหมือนกัน)
  • น้ำมันเครื่อง เป็นหมาที่เชื้อง สำหรับเด็กไอซีที สังเกตมันจาก มีรอยน้ำมันเปื้อนอยู่ที่หลังมัน
  • ปัจจุบันมีหมาบางตัวพยามเลียนแบบแต่ไม่เหมือน (ขนาดหมายังก๊อบ)
  • หมาในช่วงปิดเทอมจะดูหิวโซ ขนาดที่ดูระยะ 100 เมตร จะคล้ายไฮยีน่า
  • กลางปี 51 น้ำมันเครื่องเคยถูกโยนตกลงมาจากชั้น 3 อาคารเรียนรวม ปัจจุบันหายเป็นปกติแล้ว (อึดมาก)
  • ปี 50 เป็นปีแรก ที่มีเน็ตนอกมาให้บริการ คือบริษัทแคทเทเลคอม
  • เราเรียกกันสั้นๆว่าเน็ตแคท แต่เวลาอารมณ์เสีย จะเรียกเน็ตแมว กับ ..แมว (เติมเอาเอง)
  • ปัจจุบันเน็ตหอ แรง กว่าเน็ตนอก แต่เน็ตหอหลุดบ่อยกว่า (แต่ช่วงคนอยู่หอน้อยๆจะเป็นอะไรที่เพลิดเพลินมาก)
  • ห้องสโมสรนักศึกษาประจำวิทยาเขต อยู่ที่โรงยิมด้านขวา เก่าได้ใจ(น้อยคนนักที่จะรู้)
  • ภายในห้องไม่มีเครื่องอำนวยความสะดวกใดๆ มีแค่โต๊ะ2ตัวกับเก้าอี้ ไว้นั่งประชุม มีจอคอมที่ไม่มีเคสอยู่1เครื่อง
  • ห้องใต้โรงยิม ได้ใช้แค่ตอนช่วงรับน้อง โดยเฉพาะวันกีฬาเฟรชชี่ประจำวิทยาเขต
  • คณะไอซีที มี อดีตรอง นางสาวไทย ด้วยนะ ชื่อพี่น้ำตาล น่ารักดี
  • ตั้งแต่พี่เขาได้เปนรองนางสาวไทย หาตัวยากม๊ากกกกก
  • อ๊อ..พี่เขาเรียนออกแบบน่ะ..อิอิ
  • ปี50 ICT รุ่น3 เป็นแชมป์บอล 4 คนกับ 7 คน (เก่งจ๊าดดด)
  • แต่เทอมหน้าต้องย้ายมาเรียนในกรุงเทพฯ ทำให้อดป้องกันแชมป์
  • ทุกปีมักมีเรื่องสยองขวัญเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ( ไม่รู้มีคนตายเพิ่มตั้งแต่เมื่อไร หรือวิญญาณเพิ่งนึกได้ว่าต้องออกมารับน้องใหม่ )
  • ICT รุ่น 6 เรียกผีว่า "Something" มักพบได้ทั่วไป (Someone ไว้เรียก MIB)
  • กิ้งกือเป็นสัตว์สงวน มีที่อยู่ประจำคือล้อจั๊ก ยกเว้นจะพบผู้พิทักษ์กิ้งกือ
  • ผู้พิทักษ์กิ้งกือ เป็นผู้หญิง เรียนอยู่คณะไอซีที สาขาธุรกิจ ชื่อในคณะคือ...."ดูยัง...?" (ความฝันในอนาคตคือเปิดฟาร์มกิ้งกือ?)
  • ICT ออกแบบ ถนัดในการเปิดฟาร์มปลา และหมา มีความใฝ่ฝันสูงสุดคือ ได้เปิดฟาร์มนกและมด
  • ในขณะเดียวกันก็มีพระเอก LOR (ฮอบบิท),มีนางเอก LOR(เอล์ฟ),มีนินจา(นิน นิน นิน),มีนักเทนนิส ฯลฯ
  • การชนช้าง คือสิ่งที่ทุกคนรอคอย เพราะนั่นหมายถึง เราจะได้ไปเจอกับหนุ่มๆสาวๆ คณะอื่น
  • มีนักศึกษา 2 คนค้นพบคางคกแผ่นกลางถนน
  • ฤดูปลายฝนต้นหนาวมีหอยทากอยู่จำนวนมากบริเวณ อาคารเรียนรวม และพบศพหอยทากมากด้วย จึงมีแนวคิดที่จะอนุรักษ์มันไว้
  • ไม่เคยมีเทอมไหนที่มีตารางสอบ ให้สบายใจเลย (สอบติดกันทุกวัน)
  • มีกลุ่มรักไอ้ย่น(หมาหอหนึ่ง) เป็นหมาที่เหมือนไดโนเสาร์ T-Rax
  • ปี 55 เป็นปีที่ อุปนายกสโม ของฝั่งเพชรเป็น ผู้หญิง(พี่แป้ง) และมีชายหนุ่มล้อมรอบ
    • เพราะ ประธานคณะ ทั้ง 3 คณะ เป็นหนุ่มหล่อหมดเลย สัตวะ(พี่ต้อม) จัดการ(พี่แบงค์) ไอซีที(พี่เจ)
  • ปี 55 เพชรบุรี ได้รื้องานต่างๆมาจัดมากมายเช่น กะปะเกมส์ที่หายไปหลายปี
  • ICT มีงานเปิดบ้าน เพื่อแสดงงานของเขา เรียกว่างาน OX มาจาก Open Exhibition&T-shirt
    • เป็นงานโชว์ผลงาน + ขายเสื้อที่ออกแบบโดยเด็ก ICT
    • นานๆ จะเห็นเด็ก ICT ก็งานนี้ล่ะ วันๆ อยู่แต่หน้าคอม
  • ปี 55 ICT จัดงาน 10 ปีคณะอย่างยิ่งใหญ่ ที่ หอศิลป์กรุงเทพ ทำให้ลงข่าวหน้า 1 เกือบทุกฉบับ รวมทั้งสื่อออนไลน์ TV เพียบ
  • ปี 55 ทั้ง 3 คณะ ฝั่งเพชร ก็มีตึกคณะเป็นของตัวเอง
    • เดี๋ยวนี้ สัตวะ ก็ยังคงใช้ตึกเดิมเป็นตึกคณะ
    • ไอซีที ก็มีตึกยานยนต์เป็นตึกคณะ สังเกตุจากปุ่มพาวเวอร์ สีส้มหน้าตึก + สัญลักษณ์ หน้าตึกทั้ง 2
    • แต่จัดการ ได้ยึดอาคารเรียนรวม 1 เป็นตึกคณะไปเรียบร้อยแล้ว เพราะตอนนี้ไม่มีใครได้ใช้ตึกเรียนรวม 1 แล้ว นอกจากจัดการ(ซะงั้น)

คณะมัณฑนศิลป์[แก้ไข]

-เป็นภาควิชาแรกที่ทำกระจกลิฟต์แตก -เป็นภาควิชาแรกที่เล่นปิดไฟตีหัวกันในลิฟต์ -เป็นภาควิชาแรกที่มีการมอบรางวัล ซึ่งเป็นการละเล่นชนิดหนึ่ง ต้องเล่นตอนกลางคืน -เป็นภาคที่ชอบกินสยามสเต็กเป็นประจำ กินซ้ำๆกินเดิม และไม่ชอบกินยูเนียน -เป็นภาคที่อ่อนภาษาอังกฤษมากๆ -เป็นภาคที่เอาสายสีสมมาฟาดกันเป็นภาคแรก ยุค 50

  • พี่สยามคนเฝ้าห้องคอมชั้น 3 วางมาด เบ่งไม่ให้ นศ.คณะนี้เล่นเกมชั้น 3 แต่พอลูกตัวเองมาเล่น กลับไม่ด่า ทำให้ นศหลายๆ คนอยากกระทืบทั้งลูกทั้งพ่อเลย

อินทีเรียร์รุ่นที่ 50[แก้ไข]

  • ในรุ่นนี้มีสมาคมที่เรียกตนเองว่า หยงหยง เกิดขึ้น
  • อ้างอิงถึงสายสีส้ม อินทีเรีย์ รุ่น50 จะเรียกการละเล่นนี้ว่า Orange Battle Field จะเป็นการจำลอง การตีกัน ในยุค 2499 เล่นกันในห้อง โดยปิดไฟมืด และยืนชิดกำแพงกัน เมื่อมีใครคนหนึ่ง หลุดออกมาจากกำแพง ทุกคนที่เหลือจะโถมกันเข้าไป รุมสกำ ทันที โดยใช้แต่สายสีส้มล้วนๆ เหอๆ (อายมั้ย..นั้นน่ะ)
  • อินทีเรียร์ชายรุ่น 50 จำนวนหนึ่ง แอบปลื้มในความน่ารักของ สาวๆ อินทีเรียร์ รุ่น 52 อย่างมาก และเหลือเชื่อ ( ถึง 50 จะปิ๊ง 52 แต่ 51 ก้ปิ๊ง 50 กระจุยยยยยยยยยยยยยยย ...มันคือรักสามเส้า)
    • หมายเหตุวงเล็บข้างหลังของอันบนมีน้องรุ่น 51 ที่เก็บกดมาระบายไว้นะจ๊ะ (รุ้อยุ่นะว่าใคร)
  • บริเวณลานตะกร้อ เกือบทุกเย็น อินทีเรียร์ชาย จะมารวมตัวกันที่นี่ เพื่อเล่นบอล แต่ว่า ในรุ่น 50 นี้ จะเล่นบอลกันโหดมาก เรียก ได้ว่า เป็น บอลวัดหรือบอล อ.บ.ต. เลยก็ได้ แทบจะทุก match ของการเตะ ต้องมีคนขาเดี้ยง( เนื่องจากการเข้าบอลโหด)จนลุงด๋อยนักศึกษาชายสูงอายุของรุ่น50 ถึงขั้นเป็นเก๊า เดินไม่ได้เลยทีเดียว
  • หยงหยง เป็นชื่อกลุ่มผู้ชายอินทีเรียร์รุ่นที่ 50 มาจากชื่อทีมฟุตบอล "หยงหยงมาพร้อมกัน" โดยกลุ่มนี้มีกฏเหล็กคือ การแกล้งเพื่อน เป็นต้นกำเนิด แนวคิด Orange Battle Field ,การซ่อนกระเป๋า, Interior on ice, T-slide under egg,BMX, Swinging Chair,อิคึอิคึ,Football on ice,Ghost reality, และอีกหลายอย่าง
  • The No Stroke กลุ่มอีกกลุ่มนึง เป็นกลุ่มชิวๆ ประจำภาค ในกลุ่มนี้ แยกออกเป็น 2 กลุ่มอีก ก็คือ กลุ่ม นก 2 หัว กับ กลุ่ม พ่อลูก
  • ถ้าเกิดตะโกนดังๆว่า ด๋อยวินนิ่งอ่อน จะมี คนใส่แว่น ตัวสูงๆ เนิ้ดๆ วิ่งมาต่อยคุณทันที
  • หลังจากที่ อินทีเรียร์ 52 เข้ามา ก็เกิดมีการทับราย กันมากที่สุดเป็นประวัติการณ์
  • เรื่องที่น่าเชื่อ ชาย interior รุ่น 50 หุ่นดีหมดทุกคน (ไม่อ้วน)
  • interior เป็นภาควิชาที่ใส่กางเกงขาสั้นกับรองเท้าแตะไม่ได้ แต่ก็ยังมีคนใส่มาอยู่ดี แต่มีอยู่ครั้งนึง เด็กอินทีเรียร์รุ่นที่ 50 ใส่กางเกงขาสั้นมา + รองเท้าแตะ โดนท่านหัวหน้าภาควิชา ไล่ออกจากห้อง (กลับบ้านไปฟ้องพ่อ)
  • มีชายในอินทีเรียร์ 50 (ใส่แว่นตัวสูงๆ ผอมๆ) คนเดียวที่หลงรักหญิงผู้มีอายุน้อยกว่าแม่ตัวเอง 1 ปี
  • มีเด็กซิ่วจาก ม.กรุงเทพที่เกิดปี พ.ศ. 2524 หลงเข้ามาในรุ่น อินทีเรียร์ 50 เพื่อนๆเลยเรียกมันว่า ก๋ง (อยู่กับก๋ง กานดารัตน์ทนได้)
  • ในอินทีเรียร์ 50 มีหนุ่มคนนึง พยายามที่จะสมัคร AF แต่รอบคัดเลือกหน้าตาดันไม่ผ่าน เพื่อนๆเลยเรียกว่า ที อะแคเดมี่ แฟนตาเซีย (ด้วยเหตุนี้มั้ง มันเลยกลายเป็นแต๋ว)
  • บุคคลคนๆหนึ่ง ที่อยู่ในอินทีเรียร์ รุ่น 50 ผู้มีอุดมการณ์อันแรกกล้าในวงการติว อยู่เบื้องหลังความสำเร็จของน้องๆ จึง ได้รับผลโหวตเข้าชิงรางวัล อะจื้ดอะจื้ด อะวอร์ด เขาคนนั้น ก็คือ ไอ้โต
  • กลุ่มหยงๆ ได้ไปทำชิงช้าที่ รีสอร์ทแถวๆ ปราณบุรีหัก โดยการ ไปยืนบนชิงช้ากันถึง 6 คน พอหักปุ๊บ อยู่ดีๆ วงก็แตก โดยมีการเนียนเอา ห่วงยางมาคลอบวิ่งลงทะเล
  • interior รุ่น 50 เคยมีผู้ชายจูบปากกันมาแล้ว โดย ชายใส่แว่นตัวสูงๆ ที่มีฉายาว่า ลุงด๋อย กับ ชายปากห้อยที่มีฉายาว่า พายุหอย โดยที่ 1 ใน 2 นี้ เมา ในขณะที่อีกคนนึงไม่เมา และ อ้างว่าอารมณ์พาไป
  • ตอนsurvey ครั้งที่ 1 ผู้หญิงได้นอนในหอพักอุ่นๆ ส่วนผู้ชายนอนกลางแจ้ง เจอลมหนาวเต็มๆ!! ริมเขื่อน!! กลางป่า!!
  • ในตอน survey ครั้งที่ 1 นี้ กลุ่มหยงๆ ได้นอนกลางแจ้ง ดีที่มีเต๊นท์นะ แต่ว่า ไอ่ก๋งกับอีก 2- 3 เอาผ้าเช็ดตัว ไปตากไว้บน เต๊นท์???? แล้วตกกลางคืน ประมาณ ตี 2 เต๊นขาด เพราะว่า ความชื้นกับน้ำหนักของผ้าเช็ดตัว + กับ ไอ่ดำเมา ทำให้อากาศหนาวเข้ามาเต็มที่กลุ่มหยงๆและกลุ่ม นก 2 หัว ถึงกับวงแตก แล้วต่อมา...
    • มีผู้ชาย 3 คน บุกเข้าหอหญิงเพื่อหนีหนาว (รุ่งเช้าตำรวจจับ)
    • อีก 4-5 คน บุกเข้าเต๊นท์อื่น
    • และยังมี ไอ้บ้า อีก 3 ตัว ที่ยังนอนหลับสนิทโดยที่ไม่มีใครมาปลุกยันเช้า (มรึงไม่หนาวชิมิ)
  • ในเซอร์เวย์ครั้งที่ 1 นี้ มีการเล่น"ถ่ายผี reality" ด้วย โดยที่พี่ป๋องมาเองเลย (พี่ป๋อง = พี่ก๋ง) ใช้วิธีการเดินเข้าไปในป่าที่ห่างออกไป โดยมี พลถือไฟฉายนำร่อง 2 คน ตากล้อง 1 คน พลระวังหลัง 2 คน พี่ป๋อง 1 คน ดารารับเชิญ 1 คน ต่อมา เดินเข้าไปในป่าลึกสักพัก บรรยากาศเริ่มมา พอมีเงาประหลาดๆ วิ่งผ่านหน้าปุ๊บ ปรากฏว่า พลไฟฉายวิ่งหายไปแล้ว ทำให้วงแตก หนีกลับที่พักกันหมด
  • ในเซอร์เวย์ครั้งที่ 1 ที่อาบน้ำของผู้ชายจะอยู่กลางแจ้ง ซึ่งอากาศจะหนาวมาก แต่ว่า กลุ่มหยงหยง ก็พากันไปอาบน้ำ ทั้งๆที่หนาว จะมีผ้าใบกันไม่ให้ผู้หญิงเห็น แต่ว่า ไอ่ลุงด๋อย แกขึ้นไปยืนบนขอบบ่อนน้ำเต้นอะโกโก้และก็มีเพื่อนๆช่วยกันสาดน้ำเข้าไป ลุงแกบอกว่า แก้หนาวได้ดีเลย (หนาวไข่ป่าว..ลุง)
  • ในอินทีเรียร์รุ่นนี้ เกิดเหตุการณ์ ที่เรียกว่า สามก๊ก ภาคโจโฉ แตกทัพเรือขึ้น ในหมุ่ผู้ชาย
    • ก๊กที่1 วุยก๊ก ประกอบด้วย โจโฉ โจก๋ง แฉหัวลิ่ม แฉหัวทอง
    • ก๊กที่2 จ๊กก๊ก ประกอบด้วย เล่าต้อง จูล่ง หงแดง
    • ก๊กที่3 ง๊อก๊ก ประกอบ ซุนเบิร์ด วิมฮูหยิน โลซก เกย์อิชา

อินทีเรียร์รุ่น 51[แก้ไข]

  • นศ.ชายยืนยัน ผลการปรับเปลี่ยนระบบการสอบเข้ามหาวิทยาลัยที่ระบุให้ใช้ค่า GPAX ส่งผลต่อสมดุลของเพศชายและหญิงในภาค
  • ถึงแม้ 50 จะ ปิ๊ง 52 กันมากมาย แต่.... 51 น่ะ ปิ๊ง 50 กระจ๊ายยยยยย ความรักเบ่งบาน ณ ห้องคอม ยุ้ยรักพี่อ๊อฟนะ
  • หญิง ตัวเล็ก(เหรอ?) แขนสปรินได้คนนึงมีความสามารถในการลอกเลียนแบบท่าทางกิริยาของเพื่อนๆในภาคได้อย่างดีเยี่ยม ไม่เชื่อ ... ลองไปขอให้มันทำดูแล้วจะเชื่อ
  • ครั้งหนึ่งเมื่อเทอมก่อน โปรเจคห้องนอนและห้องน้ำ ขณะที่กำลัง present แบบร่างกันอยู่ จะมี นศ.หญิง 1 ท่าน (หรือที่เราเรียกกันว่า แพทย์หญิง)คอยจับผิดเรื่อง ... บันได
  • เคยมีคนอยู่กลุ่มนึงไปเช่าบ้านแถวๆบางลำพูอยู่รวมกัน 5 - 6 คน หรือที่เรียกติดปากกันว่า "บ้านอ๊อก" เคยวาดฝันว่าจะสบาย ... แต่ไปได้สักพักกลับไม่เปนอย่างที่คิด ไม่นานต่อมา บ้านก็แตก แยกย้ายที่อยู่กันไป เนื่องจากตอนทำโปรเจค โต๊ะดราฟตัวเดียวเปนอุปสรรคขั้นร้ายแรง
  • ผลข้างเคียงอีกประการของการที่สมดุลของเพศชายและหญิงในภาคไม่เท่ากันนั่นก็คือ ผู้ชายมักถูกผู้หญิงกลั่นแกล้ง และเล่นกันประหนึ่งว่าเป็นเพศเดียวกัน ... เสียชายไม่รุตัว
  • มีผู้ชายไม่กี่คน(จากที่มีไม่กี่คนอยู่แล้ว)ที่ไม่สูบบุหรี่และกินเหล้า หนึ่งในนั้นคือ นายแพทย์ อ....... นายเยี่ยมมาก
  • เมื่อเข้ามาใหม่ๆ มีผู้ชายในภาคถูกรุ่นพี่เข้าใจผิดคิดว่าเป็นเกย์ ไม่ขอเอ่ยนาม
  • confirm แล้ว หนุ่มเชื้อเกาหลี ไม่ได้เป็นแต๋วอย่างที่ข่าวประโคม แต่มันจะชอบกินน้ำม่วงร้านป้าแฝดมากเรย
  • นศ. แบ่งออกเป็นหลายแก๊งด้วยกัน แต่ละแก๊งจะมีคนเชื่อมสัมพันธ์ระหว่างแก๊งกันประมาณ 2 - 3 คน แต่เราก้กลมเกลียวสมัครสมานสามัคคี คอยเรียกประชุมกลุ่มกันเสมอ55555+
  • ช่วงเวลารวมเล่มโปรเจค ที่ต้องปั่นงานกัน ณ เวลานั้น 7 และร้านอื่นๆจะขายกาแฟได้จำนวนมาก รวมถึงร้านพี่เย็บเล่มตรงท่ามหาราชก้ล่ำซำกันเปนการใหญ่ (แต่พี่เค้าชอบจิ๊กเศษกระดาษที่เหลือจากการเย็บเล่มของเราไปเสมอ ขนาดขอคืนยังจะบอก ขออันนึง เหนหน้าตาน่ากัวนะ เรยให้)
  • ทุกคนยืนยันเวลานัดหาใช่เวลาที่ต้องมา นาฬิกาใส่ไว้งั้นๆ
  • ทุกคนต่างกระวนกระวายที่เกรดยังไม่ออกมาให้ครบๆไปเสียที
  • เชื่อหรือไม่? ในรุ่น 51 มีนายแบบประจำรุ่นด้วย
  • เมื่อสมัยปี1 วิชาที่หญิงสาวชาวอินทีเรียเฝ้ารอคอย คือวิชาปั้นดิน เนื่องจากอาจารย์ผู้ประสิทประสาทวิชานั้นแอบดูดี ทำให้การเรียนนั้นช่างมีความสุข ถึงแม้ปั้นแล้วจะได้C+ แต่ก้สุขใจแค่ได้กลิ่นน้ำหอม..(ดูหื่น แต่หอมจิงๆนะ) ขากลับจากฝั่งคอนถม เมื่อถึงเวลาที่อาจารย์ต้องลงรถก่อน พวกเราก้สุขใจแค่ได้บ๊ายบายอาจารย์
  • ชายในรุ่นคนหนึ่ง ตอนนี้มันไว้ผมคล้ายเดอะ บีทเทิ่ล ชื่อเปนตัวอักษรภาษาอังกิดตัวที่ 11 หน้าตาก้ดูดี แต่ลักษณะท่าทางและการกระทำของมันกลับแปรผกผันกับหน้าตาโดยสิ้นเชิง
    • ตัวอย่าง ปู๊ด...
      • สาว ก. : เฮ้ย แกร ตดใส่หน้าชั้น ทุเรดดดดด จะอ้วกกกก
      • มัน  : ทำไมวะ! ..ดมก้ดมฟรี ยังจะบ่นอีกเราะ(พร้อมทำหน้าจิงจัง)
                                           - - - - -
  • ในรุ่นของเรา จะมีสัตว์ทะเลอยู่หรายตัวด้วยกัน เพศเมีย ทุกตัวล้วนหน้าตาดี
    • ตัวแรก ฉลาม : ฉลามเป็นสาวห้าว ชอบสีสันปู๊ดป๊าดปี๊ดปี๊ด
    • ตัวที่สอง พะยูน : พะยูนเป็นสัตว์ที่ถือได้ว่าจำเป็นต่อโลกใต้น้ำมากทีเดียว เพราะขาดเทอ โลกใต้น้ำคงมืดมน ซึ่งตอนนี้เหรือตัวเดียวในโรกแร้ว
    • ตัวที่สาม วอลรัส หรือ ปลาหมึก แร้วแต่จะเรียก  : มักเป็นผู้ที่ถูกกระทำเสมอ บทบาทจะคล้ายนางเอกนิดนึง (ขอนิดนึง!!!! มึง!!!! อย่าเข้าข้างตัวเองงงงงงงงงงงงง 5555555555555 กุอุดส่าปร่อยให้เฉิดฉาย)
    • อีกตัวนึงไม่ใช่สัตว์ทะเล แต่มันเปนสัตว์ครึ่งบกครึ่งน้ำ นั่นคือ จระเข้ สามารถสังเกตได้จาก ปาก คสล.ของมันนะ จระเข้ตัวนี้รักแมว
  • ว่ากันว่าพี่ที่คาเฟ่ชอบชายหนุ่มคนหนึ่งในรุ่น 51 ไปสั่งทีไรได้ของแถมทุกที ไปสั่งต่อมัน ยังไม่ได้กินอย่างมันเรยนะ
  • ปีใหม่ปีที่แล้ว อินทีเรียเกือบทุกคน ฉลองกันหน้าโต๊ะดราฟ หน้าไหม้ และคาดว่าคงฉลองอย่างนั้นต่อไปในสามปีที่เหลือ Y^Y
  • คุณรู้หรือไม่ อ.ยิ่งศักดิ์ และ ครูลิลลี่ เป็นนักศึกษาภาควิชาออกแบบตกแต่งภายใน(51) คณะมัณฑนศิลป์!!! และแอบชอบรุ่นพี่ interior 50 ด้วย ที่เปงแต๋วด้วย!!
  • แล้วคุณรู้หรือไม่ว่า กว่าครึ่งหนึ่งของภาควิชาออกแบบตกแต่งภายในรุ่น 51 เป็นโรคเจ็บหัว !? (เพราะหัวมันหยิก - - หรือที่เรียกเป็นภาษาทางการว่า 'หัวทรงเตรียมจะมีแฟน!')
  • มีเพียงไม่กี่คนเท่านั้นที่สามารถสละโสดได้ก่อนขึ้นปี2 แล้วก็อีกไม่กี่คนที่สามารถสละโสดได้เมื่ออยู่ปี 2 แต่มีอีกมากมายหลายคนที่พยายามจะสละโสดให้ได้ก่อนจบปี 2!!!
  • เกือบทุกคนจะมีคำสร้อยห้อยท้ายชื่อ แต่ผู้ถูกบุกเบิกคนแรกนั้น คือ 'ยุ้ยหยุกมุย' จึงทำให้เกิด 'แพทสแครชโมย', 'เพนนี่ขยี้โมย', 'วิม กระหยิ่มโมย', 'จั๊มขย้ำโมย' และอื่นๆอีกมากมายตามลำดับ (กระทู้ติดเรทนะเนี่ย -*-)
  • จากด้านบน เมื่อมีเรทอาร์ก็ต้องมีเรทเอ็กซ์เช่นกัน - - ผู้ชาย(และหญิงถึก)ผู้โชคร้ายเพียงไม่กี่คนในภาคถูกห้อยคำสร้อยไว้ท้ายชื่ออย่างติดเรทมากๆเช่นกัน ยกตัวอย่างเช่น
    • .....ด่วย
    • .....แรมเบี๊ยว
    • .....จ๋วง
    • .....ติ๋ม,เตี๊ยว
    • .....หยิม เป็นต้น
      • (กรุณานึกชื่อบุคคลเหล่านั้นด้วยตัวเอง ทางเราไม่สามารถเผยแพร่ได้เพราะมันติดเรทร้ายแรงงง!!)


  • คุณเชื่อหรือไม่ว่า ภาควิชาออกแบบตกแต่งภายในรุ่น51 มีเว็บบอร์ดเป็นของตัวเอง!
  • นักศึกษาภาควิชานี้พอใจเป็นอย่างยิ่งกับการซื้อไม้บรรทัดใสๆอันละ 5 บาทและดินสอไม้สีน้ำตาลๆ ถึงแม้จะระลึกอยู่เสมอว่าได้เป็นเจ้าของสิ่งของนั้นๆมากกว่าโหลหนึ่งแล้วที่บ้านก็ตาม

อินทีเรียร์รุ่นที่ 52[แก้ไข]

<<< Coming soooooon!!!

อินทีเรียร์รุ่นที่ 53[แก้ไข]

1.รุ่นนี้คาดว่าจะเป็นการรวมตัวกันครั้งยิ่งใหญ่ของเด็กซิ่ว ( เยอะมากกกก) 2.ถ้าหนุ่มๆได้ยินเด็กรุ่งนี้เรียกชื่อ น้องอั้ม หรือ น้องต้อง อย่าเข้าไปขอเบอร์ เพราะเป็นชายแท้ที่มีคำนำหน้าว่าน้อง 3.น้องอั้มนี่เอง เป็นเจ้าของวลีฮิตติดปาก เอ๊อ อืมม เอาเลย ช่ายซี้ เออ อืมม 4.ต้องให้น้องอั้มทำวลีในข้อ3.ให้ดูจะได้อารมมากกก 5.รหัส 007 ชื่อเล่นจริงๆที่สอดคล้องที่สุด อีพยัคร้ายยยยยยยย 6.หรือเราจะเรียกเค้าว่า ปังคุง 7.หรือ เรียกว่า เกียด เปน ที่ นิ ยม ก็ได้เพราะมันทำงานได้น่าหมั้นไส้มาก 8.น้องต้องนี่เองเปนที่มาของคำว่า ปอดแหก เพราะแหกจิงๆ จนถุงลมรั่ว แล้วเข้าโรงพยาบาล 9.รุ่นนี้ไม่มีใครไม่รู้จัก สามสหายจากแดนใต้ 10.ตอนนี้โรค สกาเรื้อน เป็นโรคที่ระบาดอยู่ 11.จะพบเห็นผู้ป่วยไปรักษาที่ เบิร์ด เกือบทุกอาทิด 12.พวกเรามี hi5 เป็นของตัวเองด้วยนะ 13.รุ่นนี้เคยดูหนังพร้อมกัน 50 คน ร่วมด้วยเด็กนิเทศ อีก 10 กว่าคน 14.หนังประวัติศาสตร์เรื่องนั้นคือ รัก/สาม/เศร้า พี่ต้อมก็มาเลี้ยงบ้างอะไรบ้าง 15.ถ้าได้ยินพวกนี้เรียกเพื่อนว่า สุดสวย กะ สุดหล่อ ก็อย่าไปให้ความหวังไรมากมาย 16.เราก็ภูมิในหัวหน้าของพวกเรา ที่นอกจากเก่งเเล้วยังร้องเพลงเพราะ (เพราะอะไรที่ทำให้แกฟังเพลงแนวนี้)5 17.พ่อแม่สบายเปนอีกวลีนึงที่ฮิตมาก 18.คนคิดเด๋วนี้เทออำลาวงการขวดสีชาไปแล้ว(หรอ) 19.ถ้าหากวันไหนเห็น น้องน้ำชา(จัดด้าดีดาดีดา) เครียดหรือไม่ยอมคุยกะใคร วันนั้นคงถึงวันสิ้นโลกจริงๆ ๒๐.หนุ่มเจร๊อก นั้นเป็นผู้ชายจริงๆขอยืนยัน เเม้ใครๆจะมองว่าเค้า... (แต่ยังไง สโแกนคำว่า ผู้ชายดอกไม้ ก็จะคงอยู่กะเค้าตลอดไป)ยี้ หลอกลวง ๒๑.อย่าตกใจ ทุกคนจะคลั่งเพลงสกา เพราะ น้องชม เป็นตัวแม่ แห่งวงการเพลงประเภทนี้ (ไม่ใช่นะ ไม่จิ๊งงงงงงงงง) ๒๒.สาวเชียงใหม่น่ารักคนหนึ่งได้รับรางวัล "girl of smile" แห่งปี ๒๔.รุ่นนี้ มีคน "รักสนุกเยอะแยะเต็มไปหมด" ๒๕.ขอให้แยกแยะคำว่า ก็ใช่น่ะสิ กับ ใช่สิ๊...(เสียงสูงๆ) ให้ออกเพราะมันคนละความหมายกัน 26.อย่าตกใจหากอาจารย์ในภาคจะเบื่อหน่ายกับคำว่า สามเจ 27.โดยเฉพาะอาจารย์ที่อิมพอทมาจาก ลอนด๊อน ชื่อว่า อ.Promiss 28.แต่ยังรักอาจารย์ทุกๆวันศุกร์ และ จะรักตลอดไป 29.มีอาจารย์ท่านหนึ่งที่อินทีเรีย 51 บอกว่าเปนสมบัติของพวกพี่ แต่ พวกเราทำไมชอบทำร้ายจิตใจเค้าเสียเหลือเกิน 30.พวกนู๋ไม่ได้ตั้งใจนะคะ จิงจิ๊งงงงงงงง 31.ตอนนี้เราได้เปลี่ยนแหล่งกบดาลจาดเบิร์ด เปนเซทเเล้ว 32.ทุกอาจจะแปลกใจ ที่น้องชมมันไม่เคยไป แม้ที่เซทจะมีไคโจ ชิกกะฮึยๆๆๆๆ 33.แล้วทำไมชั้นไม่ไปวะ 34.น่าคิดหวะ 35.หนุ่มหล่อรูปงามท่านหนึ่ง ไม่ได้จ่ายตังให้สามเจแต่น้อย แต่ทุกครั้งเมื่อยามใกล้โปรเจคเราจะค้นพบเค้าที่นี่ 36.ความเมาของพวกเราไม่เข้าใครออกใครจิงๆ 37.มันมีแต่เข้า ไม่ออก ซักที 38.ครั้งหนึ่งเมื่อปี 1 ที่เขาใหญ่ มีคุนเจ้าที่เอ็นดู ขึ้นขั้นปรากฎกายมาทักทายเลยทีเดียว 39.จึงมีการออกกฏที่ว่า อย่าอ้วกลงต้นไม้นะเมิ๊งงงงงงงง 40.ชิวตัวพ่อเราขอยกให้ชายหนุ่มจากนาเนียร์ 41.ทำไมอาจารย์วรรณยุคไทตัวเเรกไม่ให้พวกนู๋ปิดเทอมคะ

คณะสถาปัตย์[แก้ไข]

  • สีประจำคณะคือสีเทา
  • เป็นคณะที่้ต้องเรียนถึง 5 ปี ทำไมอ่ะ ??
  • เพราะปีสุดท้าย ต้องทำ เดอะซิส และบางท่านอาจจะ 6 -7 ปีได้โดยไม่รู้ตัวแบบว่าเรียนเพลินลืมเวลา
  • ที่นอน คือสวรรค์ แต่บางทีโต๊ะดราฟ ก็เป็นสวรรค์ได้เช่นกัน!!!
  • เด็กสถาปัตย์ มีความสามารถในการอดนอนได้มากว่าคนปกติถึง 3 เท่า แต่หลังจากส่ง Project แล้ว สภาพเป็นอย่างไรต้องไปชมเอง
  • นอกจากความสามารถในการอดนอนแล้วก่อนส่งโปรเจคแล้ว ก็ยังมีความสามารถในการนอนได้ทุกที่ด้วยเช่นกัน
  • เชื่อหรือไม่ว่าเด็กคณะสถาปัตย์ Low Tech กันมากขนาด เวบบอร์ดยังไม่ค่อยจะเล่นกัน แต่น่้าแปลกเป็นอย่างมากกลับเล่น 3D(Dota)ได้อย่างคล่องแคล่ว
  • ตีสิสมักส่งช่วงวันวาเลนไทน์ แต่ไม่เป็นไร เพราะหลังจากเรียนมาห้าปีมักจะได้กันเอง เลยได้สวีทช่วยงานกันวันวาเลนไทน์ T^T
  • นางฟ้าคณะถาปัดมีชื่อโดยทั่วไปว่า "ดวงใจถาปัด" แต่ละรุ่นมี10คนโดยประมาณ ได้รับการคัดเลือกจากรุ่นพี่
  • ปัจจุบันดวงใจถาปัดเหลือปีละ 6-8 คนแล้ว
  • เด็กคณะทุกท่านที่ได้ชมภาพยนต์เรื่อง "เด็กหอ" ต่างตกใจมากเมื่อพบเพลง "ดวงใจถาปัด" ในตอนหนึ่งของภาพยนต์
  • เพลง"ปัด ถาปัด"อันโด่งดัง เป็นเพลงที่เกือบทุกคณะร้องได้คล่องแคล่ว แต่ในความเป็นจริงแล้ว "ใต้เงาสีเทา" เป็นเพลงประจำคณะ
  • กลองของคณะถาปัดขโมยมาจากวัด แต่มันส์สุดๆ ฮ่าๆ
  • "ซ่อม"คือการรับน้องระบบโซตัสอย่างนึงในเวลาประมาณ4โมงเย็น-4ทุ่ม ของทุกวัน
  • วันพุธของทุกวันคือ"วันช้อน"เนื่องจากไม่มีการซ่อม
  • นั่งม้า และนั่งม้าขาเดียว คือสกิลขั้นสูงของสตรีคณะสถาปัตย์
  • แบกโลกคือการหงายท้องแล้วเอาระยางค์ทั้งสี่ยันพื้นดันตัวโก่งขึ้น เป็นกิจกรรมเข้าจังหวะขณะประชุมเชียร์
  • กล้องวงจรปิดและกล้องอินฟาเรดในคณะถาปัดฝั่งวังท่าพระมีประมาณสิบตัว แน่นอนว่าทั้งสิบตัวใช้การไม่ได้
  • สตู เป็นคำพ้องรูปและพ้องเสียงหมายความถึง 1.ห้องปฎิบัติการ(Studio)2.ลำดับรุ่น เช่น Stu52ก็หมายถึงรุ่นที่52
  • "Meeting" คือการพบปะสังสรรค์ระหว่างรุ่นพี่และรุ่นน้อง แต่แท้จริงแล้วมีตติ้งคือการสังสรรค์นอกสถานที่
  • มีตติ้งย่อยแทบจะมีทุกวัน
  • สกิลการดื่มมีพอๆกับสกิลการเรื้อน
  • ก่อนสอบ1สัปดาห์เป็นสังคมอุดมปัญญา แต่นอกจากนั้นเป็นสังคมอุดมสุรา
  • "ต๊อก"เป็นเครื่องดื่มเย็นที่มีแอลกอฮอลล์ผสมกับมะนาวและโซดา ทาปากจอกด้วยเกลือบริสุทธิ์ เวลาดื่มต้องเอามือกุมจอกแล้วกระแทกกับโต๊ะอย่างแรงพร้อมๆกับผู้ร่วมอุดมการณ์ท่านอื่นๆ ^-^
  • รู้ตัวอีกทีก็สายไปเสียแล้ว เพราะท่านจะเมาโดยไม่ทันตั้งตัว
  • เด็กถาปัดมักภูมิใจว่าต๊อกมะนาวของตนอร่อยกว่าต๊อกน้ำแดงของเด็กเดค ซึ่งดูได้จาก Market share ในวันลอยกระทงหรือวันอาจารย์ศิลป์
  • 18ถาปัด คือ การนัดชุมนุมชาวยุทธนักดื่มคอทองแดงทั้ง18สถาบัน โดยเอาการเชียร์โต้ของเด็กปีหนึ่งมาบังหน้า แต่ก็เป็นการสร้างมิตรภาพที่ดีระหว่างสถาบัน กอดคอกันเมา แฮ่ๆ
  • น้ำละมุด คือชื่อเรียกของเครื่องดืมสีเหลืองมีฟอง นิยมนับกันเป็นลัง หรือเป็นหลอด ไม่นิยมนับเป็นแก้ว เชอะ!จิ๊บๆ
  • เด็กถาปัดเรียกร้องให้มีตู้กดเบียร์แทนที่ตู้กดน้ำกระป๋องใต้ตึกซ่ึ่งแทบจะไม่มีใครกด
  • พอเริ่มขึ้นปีสอง นศ.หญิงที่นี่จะเริ่มเซอร์กระเดียดไปทางกังนิดหน่อย พวกเธอให้เหตุผลว่า"วันๆอยู่กับโต๊ะดร๊าฟ จะให้ตรูสวยไปให้ใครดูวะ"
  • ร้านสโมหน้าอาร์ตอเวนิวข้างมหาลัย เด็กคณะอื่นมักเรียกว่าร้านถาปัดเพราะเด็กคณะอื่นมักจะมาซื้อเฉพาะปากกา ในทางตรงกันข้ามเด็กถาปัดจะซื้อสารพัดกระดาษแต่แทบจะไม่ซื้อปากกาเลยนอกจากปิ๊กมาและโคปิก
  • เรื่องนี้สโมเข้าใจดีจึงมีสาขาย่อยให้เด็กถาปัดถึงใต้ตึกศิลป์1
  • เดิมทีถาปัดมีตึกเรียน2ตึก คือตึกศิลป์1และตึกศิลป์3 แต่ปัจจุบันถาปัดแลกติ่งด้านหลังทั้งเจ็ดชั้นของตึกศิลป์3เพื่อแลกกับชั้นสี่ของตึกศิลป์1เพียงชั้นเดียวให้มัณฑณศิลป์ ดังนั้นตอนนี้ตึกศิลป์1จึงมีแค่Shopของจิตรกรรมที่ชั้น1 ชั้น2-7เปนของถาปัด ชั้น8เป็นpenthouseของบรรดาคณาจารย์ และชั้น9เป็นดาดฟ้าไว้ใช้กินเบียร์
  • แต่ก็นั่นแหละ ตึกศิลป์1 ตอนนี้กลายเป็นตึกร้างห้องน้ำเน่าสภาพสุดบรรยาย ใช้จริงแค่สองชั้นล่างที่เป็นช็อปจิตรกรรม
  • ตึกแทบทุกตึกในมหาลัยทั้งสี่วิทยาเขต ออกแบบโดยคนของถาปัด แต่ตึกคณะของตัวเองได้รับการvoteว่าแย่ที่สุดในบรรดาตึกทั้งหลาย ฮ่าๆ
  • อาคารฝั่งวังท่าพระจำนวนห้องเรียนน้อยกว่าจำนวนห้องพักอาจารย์
  • ลิฟต์คณะฝั่งวังท่าพระซ่อมบำรุงทุก2สัปดาห์ บ่อยมากๆ T-T
  • บ่อปลาคาร์ฟเต็มไปด้วยฝูงปลานิล
  • เด็กจิตรกรรมนิยมช้อนปลานิลไปปิ้งแกล้มเหล้าเสมอๆ ในขณะที่เด็กถาปัดก็ไปจิ๊กนำ้แข็งร้านกาแฟจิตรกรรมมากินเบียร์ เจ๊ากันเหอๆ
  • ปลาจาระเม็ดในบ่อจิงๆแล้วเป็นปลาคู้
  • มีปลาอโรวาน่าด้วยนะ คาดว่าเสร็จเด็กจิตรกรรมไปเรียบร้อยแล้ว
  • เด็กจิตรกรรมนำปลาดุกมาฝากเลี้ยงเพราะเบื่อรสชาติของปลานิล
  • สตูดิโอของ นศ.ปี4กะ5 มีลักษณะซอยเป็นคอกย่อยๆ เรีียกกันว่าล๊อก นิยมใช้ชีวิตกินนอนกันที่นั่นประหนึ่งคอนโดโดยเฉพาะ นศ.ปี5 พวกเขาอ้างว่าขอไว้ใช้ทำทีสิด
  • ล๊อคแต่ละล๊อกมีคอมพิวเตอร์ส่วนตัวอย่างน้อย3เครื่อง ลิ้งค์กันด้วยสายแลน
  • สายแลนมีไว้ใช้ตีดอท(dota)"เล่นปะละ"...."เมิงคี ตรูก็เล่นวะ"...."นู้ปวะ"
  • "คอน"เป็นชื่อย่อของวิชาหนึ่งที่มีชื่อเต็มว่า "Construction"
  • อาจารย์หนอยโหดสุดๆในเวลาเรียนแต่เป็นมิตรและอบอุ่นมาก
  • อาจารย์หนอยก่อตั้งคณะICT (แซวกันว่าน่าจะมาจาก I am Chaicharn Thavaravej - -')
  • ได้ข่าวว่าเคยมีนักศึกษารุ่นนึงโดนเอาโซ่คล้องไว้กะโต๊ะเขียนแบบเพื่อให้ทำงานให้เสร็จ
  • "บ้านควาย" คือประเพณีทำหุ่นจำลองบ้านไม้มาตราส่วน 1:25 ในทุกๆปีของนศ.ชั้นปี1 ชื่อเต็มๆคือ "บ้านคน...ที่ควายทำ"
  • "ตัี๊กเจอร์" คือวิชา Structure เป็นวิชาที่ นศ.ถาปัดนิยมติด F
  • วิชาถาปัดไทยของปีสองเป็นเรื่องของการไปเที่ยวสุโขทัย
  • ปีนี้(2551)ติด F ไปเกือบครึ่งสตูเนื่องจากข้อสอบมหาโหดของอาจารย์สมคิด
  • ปีสี่มีเรียนวิชา"จรรยาบรรณสถาปนิก"ซึ่งทุกท่านนิยมเรียกกันว่าวิชาตอกบัตร นอกจากจะเช็คชื่อแล้วยังมีเครื่องตอกบัตรมารอท่านถึงห้องเรียน
  • พ.ศ.2553 ทุกชั้นปี ได้ย้ายกลับมาเรียนที่วังท่าพระ มันจะแคบไปไหน
  • การจัดการบริหารห้องเรียนของที่นี่น่ายกย่องมาก เพราะห้องมีน้อยมาก ห้าชั้นปีนี่แทบจะขี่คอกันเรียน นี่ยังไม่นับพี่ๆ ปริญญาโทนะ
  • พ.ศ.2556 สตูติดแอร์แล้ว แต่ไม่ยอมเปิดแอร์นอกเวลาเรียน แหมะ
  • อีเหลืองแมวหน้าห้องสมุดคณะเป็นแมวที่ไม่ใช่แมว
  • อย่ากังวลถ้ามาที่นี่แล้วจะหาห้องสมุดคณะไม่เจอ เพราะมันอยู่ในซอกหลืบโคตรหลืบของตึก
  • ห้องสมุดคณะสถาปัตย์มีเวลาเปิดปิดที่อาร์ตมาก เวลาพักจะลงมาหาหนังสือห้องสมุดปิด เวลาเรียนต้องขึ้นเรียนห้องสมุดเปิด เอ๊ะยังไง?
  • ห้องสมุดมีบันไดเวียนลงชั้นใต้ดิน (ตื่นเต้นนะ มีบันไดเวียนด้วยนะ บันไดเวียนเชียวนะ)
  • ห้องใต้ดินเป็นห้องเก็บโมเดล หรือหุ่นจำลองขั้นปรมาจารย์ของรุ่นพี่ ใหญ่โตอลังการงานสร้างแถมรายละเอียดยุ่บยั่บอย่างน่านับถือคนทำจริงๆ
  • คณะเรามีหอศิลป์ด้วยนะ แต่ไม่รู้ทำไมไม่ค่อยมีคนเดินเข้ามาดู
  • ลิฟต์ที่คณะฝั่งท่าพระเป็นลิฟต์ทรหด บอกว่าจุไม่เกิดหกคนแต่ถ้ามาดูตอนเช้าก่อนเข้าเรียนซักห้านาทีจะเห็นความสามารถที่แท้จริง
  • ส่วนลิฟต์ที่ฝั่งทับแก้วเป็นลิฟต์หลอน ไม่รู้จะพังเมื่อไหร่ ปัจจุบันโดนห้ามใช้ไปแล้วเรียบร้อย
  • เวลาไปทำกิจกรรมที่ฝั่งทับแก้วชอบขึ้นไปดาดฟ้า ไปดูพระอาทิตย์ขึ้น (โรแมนติกป้ะล่ะ)
  • แต่ตอนนี้ใช้ลิฟต์ไม่ได้แล้ว ก็อด. จบ. เลิก.
  • อาจารย์ที่นี่บางคนหน้าเด็กกว่ารุ่นพี่ในคณะซะอีก
  • แม่บ้านชั้นสี่ มีความสามารถในการพูดคนเดียวเป็นที่เลื่องลือไปทั้งคณะ บางคนสันนิษฐานว่าเขาอาจคุยกับพลังงานลึกลับบางอย่างอยู่ก็เป็นได้...
  • คณะที่นี่แม้ห้องเรียนจะน้อย แต่ก็ยังมีห้องที่เป็นซอกหลืบประเภทที่นักศึกษาอยู่มาหลายปียังไม่เคยใช้ห้องนั้นด้วยซ้ำ
  • เวลานั่งทำงานบนสตูตอนเย็นๆ มองออกไปข้างนอกจะสวยมาก มีวิววัดมหาธาตุ แม่น้ำเจ้าพระยา ตึกศิริราช กับสะพานพระรามแปดไกลๆ
  • แต่มองจากหน้าต่างสตูลงมาข้างล่างปุ๊ปเจอคนยื่นฉี่ในซอยเยี่ยวหมา หมดกันความสุนทรีย์
  • ทางออกด้านหลังคณะจะเจอกับซอยเยี่ยวหมา ตอนเย็นๆ ค่ำๆ ชอบมีคนมาจรจัดนอนหน้าประตู จะเปิดออกก็ไม่กล้า ออกประตูหน้าก็ได้วะ T_T

คณะไอซีที ICT ศิลปากร[แก้ไข]

  • เป็นคณะน้องใหม่ของ มหาวิทยาลัยศิลปากร เรียนที่ ศิลปากรวิทยาเขตสารสนเทศเพชรบุรี
  • แต่ต่อมา พอมีไอซีที รุ่น 5 คณะจึงเปิดสาขาเพิ่มอีก 1 สาขา จึงมีการจัดการเรียนการสอนเพิ่มที่ ศูนย์ประสานงาน บางรัก
  • คณะ ICT มีด้วยกันทั้งหมด 3 สาขา ได้แก่ ธุรกิจ / ออกแบบ (เกมส์, เว็บ, แอนิเมชั่น) / นิเทศศาสตร์
  • โดย สาขาธุรกิจ และออกแบบ ปี 1-3 เรียนที่ เพชรบุรี และปี 4 จะไปเรียนที่บางรัก / ส่วนสาขานิเทศ ปี 1-4 เรียนที่บางรัก

ทำความรู้จักไอซีที[แก้ไข]

  • คณะไอซีทีของเรา เรียนกันที่เพชรบุรี โดยเปิดการสอนมาตั้งแต่ปี 2546
  • มี 2 สาขา แรกเริ่ม คือ สาขาธุรกิจ และสาขาออกแบบ โดยสร้างชื่อเสียงให้กับ คณะ และมหาวิทยาลัยอย่างมากมาย
  • จนทำให้มีชื่อเสียงโด่งดัง ติดอันดับต้นๆ ของคณะด้านไอที ในสมัยนั้น
  • จนต่อมา ช่วงไอซีทีรุ่น 5 คณะจึงตัดสินใจเปิดสาขานิเทศศาสตร์ ขึ้นมาเพิ่มอีก 1 สาขา จนทำให้มีชื่อเสียงในปัจจุบัน (54)
  • คณะไอซีที ทั้ง 3 สาขา สร้างชื่อเสียงให้กับมหาวิทยาลัย อย่างมา ด้วยการคว้ารางวัลอย่างต่อเนื่อง จนทำให้เป็นที่กล่าวขาน ของคณะด้านไอที มหาลัยอื่นๆ

ไอซีที รุ่น 2.0[แก้ไข]

  • อ่านเพิ่มเติมได้ที่ "ยังจำกันได้ไหม" [1]

ICT รุ่น 6 ปี 51[แก้ไข]

  • มิมิ ราชาบุฟเฟ่
  • ตอนนี้บ่อปลาวาฬกลายเป็นที่ประจำของICTไปแล้ว เพราะไปกันทุกวัน
  • ร้านป้าหน้าหอ ไอซีทีจะไม่ค่อยกินกัน ด้วยเหตุผลมากมาย ที่ไม่อยากจะเอ่ย
  • หอ 1 ชั้น 5 ไม่ถูกกับสัตวะ เพราะ ทำตัวน่ารำคาญเป็นที่สุด
  • ส่วนชั้น 4 ไอซีทียึดไปแล้ว
  • ยานยนตร์ ก็ยังเป็นศูนย์รวมของเด็กไอซีทีเหมือนแต่ก่อน
  • วันดีคืนดีก็จะเห็นหญิงสาว4คนยืนอยู่บนตึกสัตวะ ประมาณว่าจะทำท่าถ่ายรูปหรือประการใดไม่ทราบเป็นที่หลอกหลอนคนทั่วไปอย่างมาก
  • ชราราลัลล่า เเจอผีอำบ่อยที่สุด น่ากลัวได้อีก
  • และ ชรากับแฟนก็จะเหมือนลุงกับป้านั่งอ่านหนังสืออยู่ใต้หอ บ่อยๆ
  • พี่บอยจะไม่ค่อยได้นอนเวลาไอซีทีกินเหล้าแล้วกลับดึกแต่พี่บอยโชคดีที่ปิดโทรศัพท์หนี
  • ยานยนตร์จึงเป็นที่สิงสถิตแห่งต่อไป
  • และเมื่อยานยนตร์ปิด ก็ถึงคราวได้นอนบ่อปลาวาฬกันไป
  • ติ่มซำใต้หอมักจะเป็นอาหารเช้าของเด็กไอซีที เพราะเร็วและอิ่ม
  • ข้าวป้ากันยังอร่อยมาจนถึงรุ่นผม
  • ไข่โจ้จะเป็นมะเร็งตายเพราะไอก้อบไอแก้บ ปล่อยมะเร็งให้ดมทุกวันในห้อง
  • แชมป์โจ้ะเคยเก็บเหล้าไว้ในหอ นานสุด 1เดือน
  • แต่ชั้น 5 ยังเก็บไว้จนหมดเทอม ซื้อมากินครั้งเดียว
  • ซึ่งกะว่าน้องรหัสจะได้ลิ้มรสแสงโสมขวดนี้เป็นแน่นอน(มี 5 สายรหัส 17x,18x,20x,20x,20x)
  • ดอทเอเป็นเกมยอดนิยมของทุกคน
  • แต่Fight of Character กำลังจะมาแทนที่ในเร็วๆนี้
  • หอ 1 ชั้น 5 มีวินนิ่งเล่นตลอดเทอม
  • เพื่อนผมเเช้มว่าว เล่นวินนิ่งชนะคอม 11-0 (คอมเวรี่อีซี่)
  • หอ 1 ชั้น 5 มีเทยชื่อ อีเเม็ก เเละอีฟอมาลีน
  • ไอโปร(ไอแมน)เป็นคนแรกที่ตอบคำถามกวนตีนป๋า(อ.ชัยชาญ คณะบดีICT)ได้ถึงใจที่สุด จากนั้นมีคนพยายามเลียนเเบบ
  • ใครๆก็รู้ว่าอาจารย์ป้อมกับอาจารย์ทัน มีมุมมองในการตรวจงานที่แตกต่างกัน ฉะนั้นจึงควรระวังให้ดี
  • เปากำลังจะมีแฟน แต่ไอซ์มีแนวโน้มจะเลิกกับแฟน
  • ภาพยนตร์ รักสามเส้า จึงน่าดูขึ้นทันที
  • ไอเฟะเคยเอาตู้เย็นไปยัดไว้ในห้องน้ำ เพื่อไม่ให้พี่บอยตรวจเจอ
  • แต่รอบต่อไปก็เจออยู่ดี
  • ชายชิวเป็นฉายาหนึ่งของไอชาย เพราะมันเคยขี้โม้แล้วตกภาษาซี เพื่อนๆต่างดีใจเป็นอย่างมาก
  • ฉายานี้ถูกตั้งโดย เพื่อนผมแชมป์ว่าว
  • วลียอดฮิตหลังสอบภาษาซีคือ "งดสนทนาภาษาซี"
  • หลังจากนั้นจึงใช้กับทุกวิชาที่สอบ
  • CNN ถูกยกย่องให้เป็นเทพศิลป์
  • นอกจากนั้นได้สมยานามว่า เกรียนศิลป์
  • ไอยูมักทำผมให้หลายๆคนประหลาดใจบ่อยๆ อย่าง ทรงม้าเต่อเหมือนเด็กดอย
  • ไอยูมีหนังเยอะที่สุดเเละสนุกที่สุดในหอ
  • ไออ๊อดนอนกรนที่สุด
  • ไอเอิร์ธ เพื่อนๆเรียกมันว่าตุ๊ดเขียว
  • เด็กออกเเบบเหนพระอาทิตย์ขึ้นทุกวัน
  • ภัทร เทพคอมกร๊าฟ ยาหยี เทพภาษาC 2คนนี้เป็นเเฟนกัน

ลูกเเมร่ง อัจฉริยะชัวร์

  • ไอซ์(รีบอน)ถูกเพื่อนยุให้เลิกกับเเฟนบ่อยที่สุด
  • ดูยังซิง เรื่องมากที่สุดในหอชาย
  • วันปิดหอ ไอแมนลืมปิดไฟเอาไว้ ไม่แปลกใจที่พี่บอยต้องเสียค่าไฟเพิ่มโดยใช่เหตุ
  • ห้องน้ำชั้น5 เคยทำอ้อดซอสป้าโดดหนี แต่ที่แย่กว่าคือ เลิฟเว่อ วิ่งชนกำแพง เสียงดังจนเพื่อนตื่น
  • เนื่องจากวันนั้น มันเข้าห้องน้ำกันห้องเดียว ปรากฏว่าห้องริมสุดกลับมีเสียงชักโครกดังขึ้น ทั้งคู่ วิ่งไม่คิดชีวิต เป็นเหตุให้เลิฟเว่อไปแปะตัวอยู่ที่กำแพง
  • ชื่อในคณะแต่ละคน มักพิสดารและมีที่มา อย่าง โปรยืดหยุ่น มาจากตอนให้ชื่อ มันโทรศัพเข้าไป
  • อ้อดซอสป้า มันเพี้ยนมาจาก โอสถสภา ซึ่งไม่ทราบเหมือนกันว่ามันมาได้ยังงัย
  • เซียนโอเกะ อันนี้คือ นามสกุลมัน ตู้บันเทิง แนวดี
  • ดู ยัง ซิง - คาดว่าจะมีลูกหลาน ตระกูล ดูยัง ตามมาในปีหน้า
  • ยาริด คาดว่าปีหน้าจะ มี แจ้ส และ วีโก้ ตามมา
  • แมงปอแมน อาจจะเพราะหน้ามันเหมือนคนเล่น ล่ะมั้ง
  • จวน มี พุง ปีหน้าก้อจะมีลูกหลานอีกเช่นกัน
  • อับดุล สงสัยว่าดำและหน้าเหมือนแขกมั้ง
  • หอ1ชั้น 4 ชั้น 5 มีกลิ่นไหม้เป็นประจำช่วงหลังเที่ยงคืน เพราะเด็กICT จะเผางานช่วงนั้น จนเช้า
  • บ่อปลาวาฬและลานเทเลมักจะมีหนังสด ในช่วงมืดๆ น่าดูได้อีก
  • ประติมากรรมจักรยานหน้าหอ 2 ยังไม่มีใครไปเอาลง ไม่เชื่อไปดู
  • Reborn เสียศักดิ์ศรีชายชาตรีอย่างมาก เพราะ แพ้หอย -*-
  • เวลากินสุรา จะนอนไม่ได้ เพราะจะอ้วกทันที
  • กางเกงจะใส่สูงเป็นพิเศษ ไม่รู้วาทำไม
  • กลับกัน ไออ้อดซอสป้ากลับ ใส่หลุดตูดจนไม่มีที่จะเกาะ
  • ปิดเทอม เด็กICT จะโหยหา BIT เกมออนไล การ์ตูน และ หนังX เนื่องจากที่หอดูไม่สะดวก
  • เนตหอแรงมาก วันที่หอจะปิด แรงโคตรๆ นึกว่าใช้โคโล
  • เด็กICT ตะรู้ว่าJher ขี้ตีน มากกกก เพราะใช้HackMapเลนดอทในหอ กะจอกมาก
  • เสื้อนักศึกษาตัวนึงใส่ได้ทั้งอาทิต
  • แต่กางเกง 2 อาทิตย์ -*-
  • วันหลังจากสอบเสร็จ เด็ก ICT ต้องอยู่หอต่อเพราะงานไม่เสร็จ
  • ต้องปีนรั้ว ออกหลัง ม. เพื่อไปกินข้าว เพราะยามไม่อยู่
  • ที่แสบกว่านั้น พอกินเสร็จยามดันกลับมาเปิดประตูเฉย (อยากรู้จริงๆว่ามันไปไหน)
  • วันปิดหอ ทำให้รู้ว่า ห้องตัวเอง ซกมกขนาดไหน และ เวลามันสะอาด เปนยังไง
  • เวลาปิดเทอม หอไม่ค่อนมีคนแล้วจะเข้าใจว่า เรื่อง เด็กหอ ดูน่ากลัวขึ้นมาทันท ี
  • ปลาทูแม่กลองเป็นอีกฉายาของคุกคี่ สาเหตุจากการสอบย่อยของวิชาคอมเบื้อง
  • เพราะครูพีเค้าให้ทำ swot เรื่อง OTOP เพชรบุรี แต่ไอ้นี่ดันทำปลาทูแม่กลองซะงั้น
  • แล้วยังจะได้คะแนนอีกนะ
  • ชมพู่ มักเป็นที่นิยมของสาวจัดการ
  • ในทางกลับกัน หัวจรวดและ หมั่นโถว ก็เป็นที่นิยมของสาวจัดการเช่นกัน
  • เจ๊ตัน เป็นฉายาของ ดูยังตัน ที่อาจารย์วิชาบัญชีตั้งให้
  • ถูกเอาไปตั้งในโจทย์ข้อสอบด้วยนะเออ !
  • ไคลแมกมักจะถูกเรียกว่า "แก่ง" ซึ่งมาจาก แก่+เก่ง
  • กล้องของซากอ้อยเกือบจะถูกเข้าใจว่าเป็นกล้องของคณะ
  • เพราะใครก็เอาไปถ่ายได้ เจ้าของแม่งให้ด้วย...เชื่อเลย
  • ผู้ชายธุรกิจแทบทุกคนจะเอาเสื้่อออกนอกกางเกงตอนเข้าเรียนจนโดนอาจารย์ว่าบ่อยๆ
  • กลับกันผู้ชายออกแบบเสื้อจะอยู่ในกางเกงแทบทุกคนที่เจอ ทุกครั้ง
  • กลุ่มของ ข้าวผัดไข่ จะนั่งบนเบาะหลังจั๊กไม่เป็น จะต้องยืนเป็นกายกรรมกวางเจา
  • พบเห็นพวกนี้ได้ทุกคืนรอบมอ
  • บ้านเลขที่ 5 ได้ชื่อนี้มาไม่ใช่เพราะชอบดูรายการนี้
  • แต่ว่ามาจากชื่อจริงว่าอักษร คณะอักษรเป็นคณะที่ 5 ของมหาลัย
  • ใครอยากดูหนังอะไรให้ไปถามพ่อใหญ่ ... มีเพียบ
  • สยบชายจริงๆแล้วผมหยิก
  • แต่ไปยืดมาเลยตรงแล้ว
  • จุ๊บุจุ๊บุ เป็นผู้ชายที่มีชื่อในคณะตรงข้ามกับหน้าตาไม่พอ ยังจะมีชื่อเล่นว่ามะเหมี่ยวอีก น่ารักจริงๆ
  • เวลาก่อนสอบวิชาดนตรีวิจักษ์ ทุกคนจะดูไฮโซขึ้นทันตาเห็น
  • เพราะจะนั่งฟังเพลงคลาสสิคที่จะออกสอบทั้งวัน
  • พ่อใหญ่ไม่ชอบนอนห้องตัวเอง ไม่รุ้ว่าทำไม
  • ฉายาชายชิวที่จิงมาจากไอ้อ๊อกซอสป้าตั้งให้ตั้งหาก (คนเขียนก่อนหน้ามั่วจิงๆ) <<---- รู้ไม่จิงอย่าพูดสิ แชมว่าวคือคนเริ่มต้นตะหาก ไออ้อด เอามาเรียกเฉยๆ
  • อ๊อด ... หน้าลิง
  • เทรนด์ผมหยิกกำลังมาแรงในหมู่ผู้หญิง
  • มู่ทู่หลังจากทำผม หน้ากลมขึ้น แข่งกับขวัญอีก ^^
  • ส่วนแรลลี่.... ขอไม่บรรยายดีกว่า 555+ เด่วโดนตดรัว ^^
  • รวมทั้งทำสีด้วย
  • ตอนนี้ไอปอยเปลี่ยนห้องเป็นโรงภาพยนตร์แล้ว
  • ทุกคืนจะมีหนังฉายตลอด นำมาจาก พ่อใหญ่ กราบขอบพระคุณ 555
  • พิษรักร้าวปิดเทอมส่งผลให้บางคู่ เลิกรากันไป
  • แต่หลายคู่ยังรักกันดี
  • เทอม1 ออกแบบ และ ธุรกิจ F ภาษา C กันสาขาละ20คน
  • คนผิดคือจารอ้วนกับจารผอม ที่ไม่ช่วยเกรด ^^ จารผิดซะงั้น
  • สลดกันไปนานเลยทีเดียว
  • อาจารย์ไรเดอร์ และ อาจารย์ลั่น แต่งงานกันแล้ว ขอให้ทั้งคู่มีความสุขตลอดไปนะคับ แต่งวันที่ 3 พย 51
  • จวน มี พุง เกือบทำอีลีนท้อง เนื่องจากชุดเมท ของอีลีน ยั่วยวนมาก แต่พอมันใส่ ไอจวนถึงกับ รับไม่ไ้ด้ 55+
  • มาต่อกันเองละกัน แนะนำว่าอยาด่ากันแรง มันเสียความรุสึกเพื่อนกัน ก้อเท่านั้น
  • เปิดเทอม 2 ปอยและอามเดินไปด้วยกัน แต่กลับทักว่าไอปอยยืดผม ทั้งๆที่ไออามแท้ๆที่ยืด -*-
  • เปิดวันแรก สายเดี่ยวเสียวหลุด เดินให้ว่อน ณ หอ1 เป็นที่สยดสยองอย่างยิ่ง
  • บางคนพัฒนาจากชุด นศ ชาย เป็น นศ หญิง สั้นจนน้องจะออกมาร้องเพลงได้ [ไำม่ใช่ICTนะ] น่ากัวกว่าSAW ทุกภาค
  • จักรยานสีส้ม 1251xxxx ถูกมืิอมืด หยิบไป ต่อหน้าต่อตา ไม่ทราบว่าคัย เจ้าของไปเอาได้ที่หน้ามอ เจอแล้ว 555+
  • ชายชิว วิวัฒนาการ เป็น ยอดชาย ไปแล้ว 555
  • จบมาปริญญา 2 ใบ แถมรามให้อีก 1 ที่ เทพจิงๆ 555
  • เทอม 2 มอจะเสียค่าไฟแพงขึ้น เพราะ คอมแต่ละคน โคตรแรง มึงจะเอาแรงไปไหนสัส เครื่องละ30000+
  • วันนี้ ไฟไม่พอแล้ว วันที่5 พย 51 ไฟตกทั้งมอ เพราะคอมแดกไฟไปหมด
  • ทำให้โรงภาพยนตร์ ปิดทำการชั่วคราว 555+ เครื่องพัง
  • Eng sec 10 วันแรกเทอม2 จัดการแอบมาเรียนด้วย 1 คน มันคงเข้าใจผิดล่ะมั้ง 555+
  • ตะไคร่ ถูกเติมชื่อในคณะให้ยาวกว่าเดิม โดยปัจจุบันมีชื่อว่า "ตะไคร่ใบมะกรูดน้ำมูกไหลเป็นไข้ปวดศรีษะ เป็นเจ้าของเดียวกันเย็นเต๊กและโทนาฟ"
  • ชื่อใหม่ของตะไคร่ไม่ควรเรียกตอนขี่จักร ไม่เชื่อก็ลองดูสิ
  • ปัจจุบันนี้ 7.8 ริกเตอร์ได้กลายเป็นเกรียนทราเวียนไปแร้วเนื่องจากวันๆไม่ทำอะไรนอกจากเล่นเกมส์ทราเวียนอย่างเดียว สักวันเค้าจะเป็นเกรียนเทพทราเวียน
  • เกรียนคนเดียวไม่พอตอนนี้ได้พาเพื่อน เมด เกรียนไปด้วยแร้ว ตอนนี้เกรียนทราเวียนกันหลายคนแร้ว
  • เป็นที่น่าสังเกตุว่าทำไมพ่อใหญ่ไม่นอนห้องตัวเอง ขนาดเปลี่ยนห้องแร้วแท้ๆ หรืออาจะเป็นเพราะพ่อใหญ่ชอบไอ้ซันหรือไม่ก้อทั่นประธาน ไม่แน่อาจจะเป็น หม่าฉี่โฉ้วก้อเป้นได้าชวนอาบน้ำ
  • ณ เวลา 4 ทุ่ม 45 นาที ควาญช้างหรือโน้ตได้ทะเลาะกันแฟนตัวเองอย่างรุนแรง จนเพื่อนๆห้อง 1424 1426 เดินออกจากห้องเหตุทนเสียงไม่ไหวเนื่องจากดังกว่าเสียวว้ากของรุ่นพี่รวมกันซะอีก
  • ณ ตอนนี้ก้อยังไม่เลิกทะเลาะ(รับไม่ได้ก้อเลิกกับกรุไปดี)เป้นวลีเด็ดที่พอจับจัยความได้จากปากควาญช้าง ทำให้เพื่อนๆรับไม่ได้กับพฤติกรรมดังกล่าว
  • ปัจจุบันหอ 1 ชั้น 4 ได้กลายเป็นแหล่งบันเทิงโดยสมบูรณ์แล้ว มีทั้ง คาราโอเกะ ห้องซ้อมดนตรี (1422(มีพัธมิตรคือ1426 1428 1430 )) โรงหนัง (1424)

ร้านเกมส์ (1428)ร้านซ่อมคอม(1419)ห้องศิลปะ(1432)และสุขา(1423)

  • hl เป็นที่นิยมมากในห้อง (1422) มีเกรียนด้วยกันสามคน (ไอ้เสือ)(มิ้ง มิ้วกี้ เอฟโฟว พาราดิน พอคเกต แพกเกต โทนาทีแถมนาที ยิ่งโทยิ่งถูก)และ(ตะไคร้ ใบมะกรูด น้ำมูกไหล

เป็นไข้ปวดศรีษะ ป็นเจ้าของเดวกับเย็นเต็กและโทนาฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟ...) แร้วความเกรียนจะแพร่กระจายทั้งชั้น4 รวมทั้งจุ๊บุ๊ จุ๊บ(จุ๊บุหรือมะเหมี่ยว) เกรียนทั้งชั้น อิอิ...

  • คุกคี่ ละเมอตื่นขึ้นมาตอน ตี 4 พอดี เจอลิชชื่น มาชวนอาบน้ำ
  • แต่ลิชชื่นยังนอนบาดเจ็บอยู่บนเตียง เพราะ แว้นซ์กระโดดลงจากบ่อวาฬ ( ลิชชื่นบินได้ )
  • แล้วคนนั้นคือใคร ?? ก.บ.ว.
  • เด็ก ict ติดเลต เพราะชอบมาสาย
  • โคโดโมะ โหดที่สุดในคณะ ฉายา ตำรวจสาขา(ออกแบบ) ชช ตั้งให้
  • เดอะมิดเป็นคนถือพานไหว้ครูประจำปี ๒๕๕๑ เธอพริ้วที่สุดในสาขา
  • ไข่โจ้ เข้าใจเรื่องยาก แต่ไม่เข้าใจเรื่องง่าย เขาเป็นคนเดียวที่มีจินตนาการพ้นโลก
  • มาวิน มีอีกฉายา คือ เข้าวิน
  • เดอะมิดเคยโดนครีมปลาหมึก (อ้วก) ของยู สาดหน้า
  • แต่เข้าวินโดนที่เสื้อ เป็น texture ที่สัมผัสได้และมองเห็นได้อย่างชัดเจน
  • ดกดำ คือเทพภาษา c ของชั้นปี 98 คะแนนเต็ม 100
  • แก๊งคอมมานโดชอบยกจักรยานของคนอื่นที่จอดขวางทางไปวางไว้กลางสนามหญ้าหน้าหอหก

ปล. ปัจจุบันเลิกทำแล้ว เพราะโดนพี่คุมหอด่า

  • อาจารย์ภาษาไทยกล่าวไว้ว่า เดอะมิดเป็นคนที่เรียบร้อยที่สุดในคณะ คอนเฟิร์ม!
  • โอ๊ยเหนื่อย ปัจจุบันขึ้นบันไดสองก้าวก็เหนื่อยแล้ว
  • ดับเบิลดอร์ เป็นสมาชิกในแก๊งโหดข้างถนน แต่ตอนนี้เลิกใช้ชื่อแก๊งนี้ไปแล้ว
  • อ่าง อั้มและอาร์ม ไม่เคยหวีผมมาเรียน อัพเดท อาร์มหัวฟีบแล้ว
  • หมาของอาจารย์ลั่นชื่อ ฟูจิและอิคคิว ไม่มีอะไรแค่อยากบอก
  • หลอดไส้ชอบทำหน้านิ่งเป็นเวลานาน ไม่รู้ว่าเป็นเพราะเหตุใด
  • เมือง วีต้าเบอร์รี่ มีสโลแกนว่า แด-วีต้าแล้วไปตายซะ
  • ไข่โจ้หล่อที่สุดในคณะ
  • ไข่โจ้เป็นที่หมายปองของเดอะมิด
  • หมายปองจะฆ่าแม่งงง
  • กะซอกีซอ เป็นคนที่ละเมอบ่อยที่สุดในห้อง 6411
  • ก็อบลินประกวดนางนพมาศ แล้วตอบคำถามได้ดีที่สุด
  • อาเงี๊ยะ นอกจากจะเป็นจะเป็นอ่างแล้ว ยังเล่นลิเกได้อีกด้วย
  • โคโดโมะ เมื่อถึงเวลาเรียนดรออิ้ง เธอจะเป็นคนเดียวในสาขา ทุกครั้งที่เรียนจะทำเสร็จก่อนคนอื่นภายในเวลาสองชั่วโมง

แม้ว่าหุ่นนั้นจะยากปานใดก็ตาม จับเวลาได้เลย

  • เจนนี่มีหุ่นเหมือนนักเทนนิส สไตล์การแต่งตัวเหมือนปาล์มมี่
  • เด็กออกแบบต้องส่งงานก่อนเที่ยงคืน แต่บอร์ดมักจะล่มตอนประมาณเที่ยงคืนเกือบทุกที
  • เล่นเอาหลายคนเครียดไปตามๆกัน
  • โคโดโมะพูดเพราะที่สุดในคณะ
  • ศัพท์ใหม่ประจำหอวันนี้ "ไอแต็กกกก" แปลว่า เกรียน
  • ศัพท์ต่อมา "ไอปอยยยย" แปลว่า เกรียน + หื่น
  • ไอแต็กถูกตั้งค่าหัวไว้ 300M Marine ในวิชา ฟิสิกวันอังคาร
  • ทำเอาแต็กเครียดไปหลายวินาที
  • หลังจากนั้นก้อเกือบบ้าไปเลย
  • ต้นเหตุมาจากที่มันไปเกรียนเอาไว้ที่ห้องข้างๆ
  • อัพเดต อาเงี้ยะ นอกจากจะเป็นลิเก เป็นอ่าง ก้อยังเป็น พี่โจ้กกกก โซคูล อีกด้วย
  • ไข่โจ้ได้ก้าวข้าวความอัจฉริยะไปเป็น... คือมันมีเส้นบางๆระหว่างความเป็นอัจฉริยะ กับ.... ความ.... แต็กกกก ในวันthank P'
  • ด้วยการเป็นพี่ติ้กชีโร่้ ได้อย่างประทับใจคนดู
  • เด็กออกแบบประสบปัญหา เรียนไม่พอ เนื่องจากเอาเวลาไปทำโปรเจคหมด
  • จารย์ฟิสิกโชว์ความเก๋า เกมส์ ด้วยการ ทำหมวกออคฮีโร่ มาใส่
  • แถมจารย์ยังเต้นได้ไม่แพ้ไข่โจ้
  • แบบนี้อาจารย์จึงได้ก้าวข้าวความอัจฉริยะไปเป็น... คือมันมีเส้นบางๆระหว่างความเป็นอัจฉริยะ กับ.... ความ.... เทพพพ!!
  • จารย์ใช้หลักฟิสิกเข้าช่วย จึงไม่เหน็ดเหนื่อยในการเต้น เพราะว่่า อาจารย์หลีกเลี่ยงการใช้แรงทำให้เกิดงาน จารย์จึงไม่เหนื่อยเลย
  • วันงาน thank p'ใครเห็นอาจารย์ฟิสิกเลื้อยข้างกำแพงบ้าง แม่งโคตรได้จัยเลย แสรด !!.
  • สิ่งที่ผู้ชาย ICT กลัวกันมากที่สุดและไม่อยากเจอ คือ แบงค์(ดูยังซิง) แมร่งมาที่รัย เก็บตังทุกที่ มาอีกแร้วเวรกำ !!
  • ICT นิเทศศาสตร์ ศิลปากร เป็น สาขานิเทศศาสตร์ สาขาเดียวในประเทศไทยที่เรียน Drawing(หลายคนมักคิดว่า สาขานิเทศศาสตร์ เป็นคณะนิเทศ! แต่จริงๆ เป็นแค่สาขาหนึ่งในคณะ ICT เท่านั้น!!!)
  • ว่ากันว่าฝั่นเพชรกับนิเทศไม่ค่อยลงรอยกัน มันก็จริงในบางครั้ง(อาจจะทุกครั้ง)
  • อาจารย์ท๊อป (อาจารย์ฟิสิกส์ที่พูดถึง) มักพยายามจะให้ นศ เรียกว่า "พี่ท๊อป"
  • ซีลุยคือรอยเตอร์ข่าวกรองชั้นดีของคณะ เธอรุ้ทุกสิ่ง
  • ดูยังซิงจริง ๆ เหมือนไม่มีกลุ่ม เพราะเขาไปกับทุกกลุ่ม
  • แต่ก็ดูเหมือนว่าจะสังกัดกลุ่มปั๊กเป้า และดูมีข่าวซุบซิบว่ากุ๊กกิ๊กกันตั้งแต่ปี 1 ยันปัจจุบัน (ปี 53 ) แต่ก็ไม่มีวี่แววว่าจะคบกันซักที
  • อาจารย์บัญชี ก็ไปได้กับทุกกลุ่ม และทุกชั้นปี
  • ในปี 51 มีการโค่นล้มอำนาจครั้งใหญ่ ทำให้ได้ชุดบริหารรุ่นใหม่ยกชุด เหตุด้วย..การทำงานในทุกหน้าที่ของเหคนเก่า และบลา ๆ ๆ
  • ในการแบ่งฝ่ายรับน้องแรก ๆ สันทนาการลงชื่อกว่า 90 คน
  • พอสุดท้ายจริง ๆ แค่ 49 คน หนักกว่านั้นคือ วันรัน้องจริงมีแค่ 20 กว่าคน ตายกันไปข้าง
  • นอกจากจะมีฝ่ายสันทนาการ พยาบาล สวัสดิการ อีกฝ่ายที่มีมากเช่นนกันคือ "ฝ่ายชิว"
  • ฝ่ายชิวไม่ใช่คนท่ไม่อยากร่วมกิจกรรม จริง ๆ แล้วเหมือนเบื่อกับระบบมากกว่า
  • แต่มันจะพบฝ่ายชิวมาแอบดูน้องเสมอ ๆ
  • เมื่อจักรยานหาย หอ 1 และ 2 ต้องสงสัยมากที่สุด!! และ...หาเจอซะด้วย
  • Wonder วืด คือคนที่ทำได้ทุกอย่างเพื่อการแสดงต่าง ๆ ใม่ให้รุ่นน้อยหน้า --ปรบมือ!!
  • เบิกบาน มักจะถูกเรียกตั้งแต่ 100 เมตรว่า บาน!!!
  • Lab 3 RAM 512 แต่ให้เรียนจาวา ดาต้าเบส เครื่องช้าโค่สสส และเด็กโดยมาก เรียนไม่ทัน เพราะเครื่องเน่า นี่ไม่ใช่ข้ออ้าง!!
  • พอขึ้นปี 2 แล้ว เรากิจจกรรมน้อยลงมากอย่างน่าตกใจ แต่ก็เป็เรื่องที่ดีเพราะเรียนหนักมากอย่างน่าตกใจเช่นกัน
  • เด็กออกแบบจะหนักมากในปี 1 และสบายขึ้นเรื่อย ๆ
  • เด็กธุรกิจจะสบายเว่อร์ในปี 1 และเรียนหนักมาก ๆ ๆ เรื่อย ๆ

การเรียนวิชาคอมกราฟของเด็กธุรกิจจะมีผลตอบสนองในด้านลบ เมื่อได้ยินคำว่า"โลโก้"

  • มีชาวคอสเพล 2 คนในรุ่นคือภูพิง และฮอตต้า
  • กาลครั้งหนึ่งเคยจะมีการจัดให้แต่งคอสเพลงานอะไรซักอย่างจำไม่ได้ แต่สุดท้ายก็ล่มไป
  • จริง ๆ แล้วที่หันมาเล่นจีทอค์กกันเยอะ เพราะเน็ตมออนเอ็มหลุดตลอด!!
  • จีทอค์กได้รับความนิยมสูงสุดเมื่อเรียนดาต้าเบส เพราะอาจารย์ดาต้าเบสให้แชร์งานในจีเมล และแอดเมลอาจารย์
  • เพราะงั้น เวลาเรียนดาต้าเบส นอกจากการเฟสบุ๊ก ไฮไฟว์ ทวิตเตอร์ การคุยจีและบ่นว่าเรียนไม่รุ้เรื่องก็เป็นที่นิยมเช่นกัน
  • หลังมิดเทอมอาจารย์ดาต้าเบสชอบเล่นมุขแป็กตลอด = =v
  • ดูยังตันเป็นแอดมินของคลับลองของในเอ็มไทย และมีความสุขกับการลงหนังและออดิชั่น!!
  • ปี 3 เทอมแรก ภัทร นอน บนกับดักหนู
  • แต๊กเลี้ยงเหยี่ยว ไว้ในขวด
  • แต๊กทำมาม่าอร่อยที่สุดในหอ และ ยังแบ่งปันกับเมท (ยกเว้นไอ้เปา มันหยิ่ง)
  • มีคนอยู่ตรงข้ามห้อง 2214 ที่ออกเสียงพยัญชนะไม่ได้
  • มีงูเหลือมในชักโครก ห้อง 2214
  • แซก รู้สึกว่าโดนจ้องมองตลอดเวลาหลัง แต๊ก นอน
  • การพยายามนอนของภัทร ทำให้พัดลมแซก คอหัก !!

ICT รุ่น 8 ปี 53[แก้ไข]

  • ตั้งแต่เข้ามาในวิทยาเขตเพชรบุรี ใครๆก็พูดกันว่าเดี๋ยวนี้อะไรๆ ก็เจริญขึ้นเยอะ แต่เราก็ยังเห็นต้นไม้ใบหญ้าอยู่ดี
  • แต่พอได้มาเห็นภาพเก่าๆ (สมัยก่อน) เออจริง เจริญขึ้นเยอะจริงๆ
  • แต่มอ ก็ยังเงียบอยู่ดี ไม่รู้ นศ. ไปไหนกันหมด
  • เรา ไอซีทีรุ่น 8 เข้ามา ก็พบเจอกับคำว่า ลูกเสือ ที่พี่ๆ คิดคอนเซปในการรับน้องให้ มันช่างน่าประทับใจ
  • คณะของเรามีพร๊อบ และชื่อในคณะ ที่แสดงความเป็นคณะไอซีทีของเรา
  • ซึ่งต่างจากคณะสัตวะ และจัดการ ที่วิทยาเขตนี้ เขาไม่มีกัน
  • (แต่มาพักหลังๆ ก็เริ่มเห็นจัดการ ก็มีพร๊อบสาขากับชื่อแฝงมาก คล้ายๆเรา)
  • ก็ งง ว่าจู่ๆ มีได้ไงหว่า
  • เด็กไอซีที เอกลักษณ์จะมีรูปแบบต่างจากคณะอื่นก็ตรงรับน้องนี่ล่ะ จนในบางครั้ง ทำให้อีก 2 คณะไม่ค่อยปลื้มเท่าไร
  • แต่เราทำไงได้ ก็นั่นเป็นอัตลักษณ์คณะเรานี่นา ที่พี่ๆ จิตรกรรมส่งต่อมาให้เรา (ว้าวๆๆๆๆ)
  • ตอนเราเข้ามาปี 1 ที่มอแห่งนี้มีที่หลายที่ที่น่าจดจำ เพราะปัจจุบัน(ปี 2555) มันได้เปลี่ยนไปหลายๆอย่างแล้ว
  • เข้ามาปี 1 อาคารเรียนที่นี่ คืออาคารเรียน ที่เรียนรวมกัน ของ นศ.ทั้ง 3 คณะ
  • ยกเว้นตึกคณะสัตวะ ที่เด็กสัตวะเรียน และ ตึกออกแบบยานพาหนะ(ยานยนต์) ที่เป็นตึกของเด็กICT ทั้งเรียน ทั้งกิจกรรมก็ที่นี่ล่ะ
  • แต่เมื่อเวลาผ่านไป จนมาปัจจุบัน(ปี 2555) เมื่อก่อน อาคารเรียนรวม 1 เป็นอาคารเรียนรวม ที่เด็กทุกคนจะได้ใช้อาคารร่วมกัน
  • แต่เดี๋ยวนี้ รวม 1 โดนคณะจัดการยึดตึกไปแล้ว ทำนุ่นนี่นั่น
  • จนไม่น่าเรียกว่าตึกเรียนรวม 1 แล้ว เพราะมีแต่เด็กจัดการเรียน
  • แต่อาคารเรียนรวม 2 บริหาร วิทยะ ก็ยังคงใช้ปกติ เหมือนก่อนๆ
  • อ่อ แต่เมื่อก่อน ตึกโบราณ ก็เคยเปิดให้เด็กๆ เข้าไปใช้เรียนนะ
  • แต่ไม่รุ้ทำไมเดี๋ยวนี้ปิดห้ามใช้แล้ว (สงสัยเขาไม่ให้ใช้) เลยรกร้าง อยู่ ณ ตอนนี้
  • นอกจากอาคารที่เปลี่ยนไป ลานประติมากรรม หรือที่เด็ก ICT เรียกว่า เทเลทับบี้ ตรงหน้ามอ
  • ก็ยังมีประติมากรรม ชิ้นแล้วชิ้นเล่า ผลัดเปลี่ยนกันมาแสดงเรื่อยๆ
  • รวมถึงบ่อน้ำ ตรงข้ามกับตึกคณะ ICT ที่เรียกว่า บ่อปลาวาฬจนติดหู เมื่อปีที่แล้ว (2554)
  • เขาได้มีการตั้งชื่อ ใหม่แล้วนะ ชื่อว่า "สระศิลป์เพชรภิรมย์" เพราะจริงเชียว
  • แต่เด็กๆ ก็ยังติดเรียกว่าบ่อปลาวาฬ อยู่ดี
  • เมื่อก่อนเข้ามารับน้องแรกๆ คณะเราห้ามออกหลังมอ ช่วงรับน้อง ทำให้เด็กๆ อยากรู้มากว่ามีอะไร // แล้วในที่สุดก็ได้ออกสมใจ
  • แต่ปัจจุบัน ก็ยังคงมีกฏเดิม แต่พอน้องๆได้ออกไป ก็ไม่มีอะไรแล้ว เพราะร้านค้าหลังมอหายไปกันหมด ก็เหลือแต่ร้านเดิมๆ
  • เพราะบางร้านก็ย้ายเข้ามาขายในมอ เด็กเลยไม่ค่อยได้ออกหลังมอเท่าไร
  • ร้านค้าที่ย้ายเข้ามา ก็มาขายที่ ตลาดปลอม ตามที่ไอซีทีเรียก แต่ เด็กจัดการจะเรียกว่า ตลาดจิ๋มมด
  • เป็นปากท้องของเด็กๆที่นี่เลย วันใดวันหยุด วันใด ปิดเทอม เด็กไอซีทีถึงจะออกไปหลังมอ เพราะในมอปิดหมด แม้แต่เจ๊เหมี่ยว
  • ไอซีทีรุ่น 8 ว่าได้ถึงความไม่ยอมใคร ไม่สนใจใคร อยากทำอะไรทำ แล้วก็ทำจริงๆซะด้วย
  • ไอซีทีรุ่น 8 ตอนอยู่ปี 1 เป็นปีแรกที่มีการจัดงาน I See Tree ขึ้นเป็นครั้งแรก
  • ดีใจ ที่พี่ๆศิษย์เก่า กลับมาหาน้องๆ ปีแรก ใช้ตรีมว่า ยุคซิกตี้ แบลคทูเดอะฟิวเจอ
  • พอต่อมาครั้งที่ 2 เมื่อตอน เราอยู่ปี 2 ใช้ตรีมว่า วัตถุไวไฟvsวัตถุโตไว ออกแนนรถสิบล้อ
  • พอมาปีล่าสุด ที่พวกเราช่วยพี่ๆจัด ใช้ตรีมว่า ปลุกใจเสือป่า พี่ๆกลับมากันเยอะมาก เพราะครบ 10 ปีคณะพอดี
  • คณะไอซีที จัดงาน 10 ปีคณะแล้วนะ ข่าวโด่งดังเชียว เพราะเราไปจัดที่ หอศิลป์กรุงเทพ ตรง MBK
  • ทำให้เขาอิจฉากันใหญ่ ว่าเราทำกันได้ไง ลงข่าวหน้า 1 เกือบทุกฉบับ ลงสื่อออนไลน์ เพียบ
  • ต่อมา 8 กันยา 55 เปลี่ยนไปแล้ว เพราะ ป๋า ของเราหมดวาระลงในปีนี้ กับหน้าที่ คณบดี
  • และต่อมาวันที่ 9 กันยา 55 อ.ไรเดอร์ ก็ได้ถูกแต่งตั้ง จากการสรรหา คณบดีคนใหม่ของคณะ ขึ้นมาเป็นคนบดีคนใหม่
  • ตอนนี้ รุ่น 8 อยู่ปี 3 แล้ว (2555) อะไรๆเลยเปลี่ยนไปเยอะ
  • อีกไม่นานก็จะไปอยู่ กรุงเทพแล้ว เดี๋ยวก็อดคิดถึง เพชรบุรีไม่ได้หรอก
  • พูดถึงเรื่องผู้นำของรุ่น 8 มั่งดีกว่า ตอนนี้รุ่น 8 ขึ้นมาเป็นปี 3 แล้ว ก็ต้องมีคนมารับกรรม(รับหน้าที่) เพื่อเป็นประธานคณะคนต่อมาจากพี่ด้วง รุ่น 7
  • นั่นก็ไม่พ้นคนที่คุณรู้จักดี ก็พี่เจ รุ่น 8 มีแต่คนบอกว่าพี่แกป๊อป ขนาดเพื่อนๆในรุ่นยังชอบกันเกรียวกราว
  • ท้ังรุ่นพี่รุ่นน้องในคณะ รวมถึงเด็กๆคณะอื่นด้วย โดยเฉพาะ สาวๆแกร่ง ของอีก 2 คณะก็ไม่ข่าววงในไม่เบา
  • จริงๆพี่แกก็ไม่ได้หล่อจนนำหน้าใครหรอก แต่ก็ไม่รุ้ว่าทำไม
  • ปี55 นี้เป็นปีทองของประธานคณะทั้ง 3 คณะของ มศก.เพชรเลย เพราะ อุปนายกสโมปีนี้เป็น ผู้หญิง
  • ส่วนประธานคณะ ของทั้ง 3 คณะ ทั้ง ICT สัตวะ จัดการ เป็น หนุ่มหล่อหมดเลย ไม่เชื่อไปค้นรูปดูนะ
  • แต่ก็ใช่ว่า รุ่น 8 จะมีพี่เจ คนเดียวที่เป็นหลัก ตัวเด่นของรุ่น 8 ก็มีหลายคน แต่ละคนจี๊ดๆทั้งนั้น
  • ไม่ว่าจะเป็น หลอกฝัน สาวเรียบร้อย ออกแนวห้าวๆ เลขานุการของทีมพี่เจ ก็สวยมากไม่แพ้กัน
  • ไหนจะพี่อังกอร์ รองประธานคณะ นั่นก็ฝีมือใช่ย่อย
  • คุณเคยได้ยินชื่อเหล่านี้มั่งป่ะ พุทโธ หลินจุก คิ้มคลองหก โอเล่ดง สิบล้อ ลำธาร ลี่ไม่เห่า ทรงสมัย หนอนน้อย
  • แต่ละคนก็ไม่ธรรมดา อยากรู้ลองสืบประวัติรุ่นเราดู
  • รุ่น 8 เป็นรุ่นที่อินดี้มากๆ ไม่ชอบให้ใครสั่ง แต่พอเอาเข้าจริงก็จะมาช่วยงานกัน (เพระามีคนจี้ ก็น่าจะรุ้นะว่าใครต้องจี้)
  • แต่รุ่น 8 เรารักกันมาก จนบางที ไม่สนใจใคร ใครทำเพื่อนเรา ไม่ยอม นี่สิ รุ่น 8
  • รุ่น 8 เป็นรุ่นที่มีอะไรเปลี่ยนแปลงเยอะมาก ทั้งหลักสูตร
  • เราเป็นรุ่นสุดท้ายของหลักสูตรเก่า เล่นเอาซะปวดหัว เพราะคณะไม่เปิดให้เราลงเรียนกับน้องๆ
  • แล้วเราจะจบไหม เลยทำให้น้อยใจไปตามๆกัน
  • เดี๋ยวนี้หน้าตึกคณะเรามีสิ่งที่สื่อถึงคณะเราแล้วนะ ทั้งปุ่มพาวเวอร์ สีส้ม รวมทั้ง สัญลักษณ์ป้ายโลหะ หน้าตึกทั้ง 2 ตึก
  • นี่แหล่ะ ตึกไอซีที ใครผ่านไปมาจะได้รู้จัก
  • ผนังหน้าตึกคณะ ICT ก็เป็นสิ่งที่บอกให้คณะอื่นรุ้ว่าคณะเรากำลังจะมีงานอะไร บางงานวาดกันคืนเดียว
  • สามารถจริงๆ / ด้วยความที่เรามีทั้งการบ้านเรียนหนัก ไม่ได้เก่งหรอกมั้ง แต่มันต้องทำกิจกรรมไปด้วย
  • คณะไอซีทีเรา มี 3 สาขานะ แต่ไม่รู้ทำไม คนชอบคิดว่าสาขานิเทศศาสตร์ เป็นคณะนิเทศก็ไม่รุ้
  • สงสัยเพราะเขาเรียนที่บางรัก ตั้งปต่ ปี 1-4 มั้ง แต่ก็เหมือนไม่ใช่คณะเลย น่าสงสาร
  • จิงแล้ว ไอซีทีเรามี 3 สาขา คือธุรกิจ ออกแบบ และพอพี่รุ่น 5 จึงมี นิเทศ ตั้งแต่นั้นมา
  • แต่ธุรกิจ กับออกแบบ ปี 1-3 ก็เรียนที่เพชรบุรีนะ อย่างน้อยยังได้เรียนรุ้คำว่า มหาลัย ได้พบเจอคณะอื่นบ้าง
  • แล้วปี 4 จึงเข้าไปเรียนที่บางรัก ก็เตรียมตัวทำงานต่อไป นั่นมันก็ดีเลยทีเดียว ว่ามั้ย
  • ตอนนี้ รุ่น 8 อยู่ปี 3 แล้วอีกไม่นานฏ็จะไปอยู่ กทม. เห้นหลายคนบ่นแล้วบ่นอีก ว่าไม่อยากไป
  • เมื่อก่อนเห็นพี่ๆ บ่นกัน ก็คิดว่าอีกนาน แต่ตอนนี้มันเริ่มไวขึ้นทุกทีๆๆ
  • เขียนกันมาเยอะขนาดนี้ ก็เพราะกลัวว่าจะไม่คิดถึงกันนั่นล่ะ อีกไม่นานก็โต ก็ค่อยกลับมาอ่านกันนะ ขำๆๆฮาๆ
  • รู้ไหม ตอนนี้ ป้าเล็กหอ 1 ก็ยังขายก๋วยเตี๋ยวอร่อยเหมือนเดิม
  • แต่เดี๋ยวนี้ป้ากัน ไม่ได้ขายที่รั้วเขียวแล้วล่ะ ย้ายไปขายในโรงแอร์แทน
  • เมื่อก่อน ร้านป้ากัน เป็นร้านที่ขายให้ชาวไอซีทีโดยเฉพาะ
  • เพราะไอซีที เรายังไม่ได้นอน(ไม่ได้ตื่นเช้าหรอก) แต่ทำงานจนเช้า พอหอเปิดก็ไปรั้วเขียวกินข้าวป้ากันเลย
  • แต่ตอนนี้เปลี่ยนไปล่ะ ไปขายในโรงแอร์แทน บางวันไปไม่ทันก็หมดแล้ว เศร้าใจ
  • เคยสงสัยเหมือนกัน โรงแอร์ เรียนรวม 1 เคยเปิดแอร์บ้างไหม
  • ตอนปี 1 เด็กๆ ชอบไปปั่นจั๊กเล่นรอบมอกัน
  • เดี๋ยวนี้ปี 3 ไม่อยากทำอะไร เลยเห็นเพื่อนๆ หมกตัวกันอยู่บนหอ เลยไม่แปลกใจเลยว่าตอนปี 1
  • ทำไมถึงไม่ค่อยเห็นพี่ๆ ปี 3 เลย มาเป็นปี 3 เลยเข้าใจมากขึ้น
  • ไอซีทีศิลปากร ต่างจากที่อื่นยังไง ก็ไม่รุ้ แต่ที่รุ้คือ เรียนหนักเวอร์ เรียนทุกอย่าง
  • ทำทุกอย่าง ทรมานร่างกาย เพื่ออนาคต
  • มีอาจารย์บางท่านบอกว่า ฝึกฝนๆๆ จะได้เก่งๆ
  • เดี๋ยวนี้ ที่คณะ มีแลปเยอะมากมาย จากเมื่อก่อนปี 1 มีแค่ 3 แลป ที่บริหาร แลป 1-2 ที่วิทยา แลป 3
  • แต่เดี๋ยวนี้มีแลปที่ยานยนต์เพิ่มมาอีก 2 แลป ตอนนี้มี 5 แลปแล้ว
  • เดี๋ยวนี้ยานยนต์ติดเหล็กดัดด้วย เป็นรูปปุ่มพาวเวอร์ด้วยนะ ว่างๆลองแวะไปดู
  • ไม่รุ้อนาคตตึกคณะ กับ วิทยาเขตนี้จะเป็นยังไง เอาไว้ว่างๆมาเขียนเล่ากันอีกนะ แล้วจะแวะมาอ่านกัน
  • เดี๋ยวนี้ ปี 3 มีวี่แวว คู่รักที่น่าอิจฉาอยู่หลายคู่ ที่คบกันมาตั้งแต่ปี 1
  • แต่ก็มีหลายคู่ที่เลิกรากันไป แล้วเปลี่ยนขั้วไปคบกับเด็กจัดการบ้างก็มี
  • คู่ของคิ้ม กับ โอเล่ ก็น่าจับตา เทพทั้งคู่ของสาขาธุรกิจ จบไปถ้าแต่งงานกันลูกคงเก่งเวอร์
  • แต่ก็มีอีกคู่ที่น่ากล่าวถึง คือขวัญใจ กับ แก๊งปาหิน นี่ก็เพิ่งมาพบรักกันตอนปี 3 หวานเชียว
  • หลายๆคู่ๆ ก็ขอให้สมหวังในความรัก แต่ว่าแต่ในรุ่นก็ยังมี แล้วรุ่นเรากับรุ่นนองจะเหลือรึ
  • ก็ไม่รอดสายตาพวกเราไปได้ แซวได้ทุกวัน แต่ไม่เอ่ยชื่อดีกว่าเดี๋ยวน้องจะเสียหาย
  • แต่ก็น่ารักไปอีกแบบ แต่พอปิดเทอมที ก็อดตามข่าวไม่ได้
  • ยังกะติดจรวด บางคู่คบๆกันอยู่ เปิดเทอมมา เลิกกันซะงั้น
  • บางคู่ ไม่น่าจะเข้ากันได้ แต่เปิดเทอมมา เป็นแฟนกันซะงั้น
  • รุ่น 8 ถ้าพลิกตัวเลข 8 นอนลง มีอะไรให้เล่าอีกเยอะเลย ก็ไม่ต่างจาก เครื่องหมาย อินฟินิตี้จริงๆ

คณะอักษรศาสตร์[แก้ไข]

  • มีภาควิชาให้เลือกเรียนหลากหลาย ได้แก่
    • ภาควิชาภาษาไทย
    • ภาควิชาภาษาอังกฤษ
    • ภาควิชาภาษาฝรั่งเศส
    • ภาควิชาภาษาเยอรมัน
    • ภาควิชาประวัติศาสตร์
    • ภาควิชาภูมิศาสตร์
    • ภาควิชานาฏยสังคีต
      • นาฏศาสตร์ (การละคร)
      • สังคีตศิลป์
    • ภาควิชาปรัชญา
    • ภาควิชาสังคมศาสตร์
    • ภาควิชาบรรณารักษศาสตร์
    • ภาควิชาภาษาปัจจุบันตะวันออก
      • ภาษาจีน
      • ภาษาญี่ปุ่น
      • ภาษาเกาหลี
      • ภาษาอาหรับ
    • หมวดวิชาทัศนศิลป์
    • หมวดวิชาตันติภาษา

อักษรศาสตร์ รุ่น 35[แก้ไข]

  • เข้าศึกษาในปี 2545
  • มีอีกชื่อว่า "รุ่นล้มว้าก" เนื่องจากเป็นรุ่นที่นำเอากิจกรรม "พี่กลุ่ม" มาใช้ในการเชื่อมสัมพันธ์แทนการว้าก
  • รุ่นนี้มีเด็กเอกสังคีตศิลป์คนเดียว
  • เอกละคร มี 17 คน ในจำนวนนี้เรียนโทอิ้งค์มากถึง 9 คน
  • เป็นรุ่นที่มีการเปลี่ยนประธานชั้นปีบ่อยมาก น่าจะประมาณ 4 คน
  • เป็นรุ่นแรกที่เปิดให้เรียนภาษาเกาหลีเป็นวิชาเอก
  • หนังสือรุ่นมีชื่อว่า "Unfinished Memories" ซึ่งเกือบ unfinished สมชื่อ เพราะทุลักทุเลมากมาย
  • เป็นการทำหนังสือรุ่นที่มีการทวงประวัติและข้อมูลกันข้ามประเทศ
  • มะเหมี่ยว เอกจีน ได้เข้าร่วมแข่งขัน The Designer ทางช่อง 9 เมื่อไม่นานมานี้
  • ขณะนี้ เตย เอกละคร กำลังศึกษาอยู่ชั้นปีที่ 3 คณะดุริยางค์ เอก voice classic
  • เตยมีพลังเสียงที่อลังการมาก ใครก็ตามที่ได้ฟังชีร้องเพลงเป็นครั้งแรกเป็นต้องอึ้ง ชีสามารถร้องเพลง Think of me และ Listen ได้แบบชิลๆ
  • รุ่นนี้มี 3 แป๋ม คือ แป๋มเล็ก (ประธานเชียร์) แป๋มใหญ่ (ชั้นปี) และ แป๋ม คนอ.
  • จือคือคนแรกของเอกละครที่เป็นฝั่งเป็นฝา พาเอาเพื่อนๆที่เหลือในรุ่นเกิดความรู้สึกระคนกันไปตั้งแต่ดีใจด้วยไปจนถึงแ_'ง ทิ้งกรู
  • เบียง เอกละคร เข้าประกวดนางนพมาศ ตอนอยู่ ปี 4 การแสดงประกอบเพลง เหงา - พีชเมกเกอร์ ของเธอโด่งดังมาก จนหลายคนพยายามหัดทำตามเลยทีเดียว
  • เอกละครรุ่นนี้สอบวิชาละครใบ้ที่พระราชวังสนามจันทร์
  • ขี่จ๊อก ทาหน้าขาวปากแดงไปสอบ ขาไปเขิน ขากลับเริ่มชิน 555+
  • เด็กละคร มีประเพณีการปิดโปรกันที่โรงละคร หลังจากเสร็จสิ้นการทำละครแต่ละเรื่อง
  • การปิดโปร คือ การเลี้ยงฉลองความสำเร็จ และเป็นการขอบคุณเพื่อน พี่ น้อง ทีมงาน
  • ในอดีต ครั้งที่ยังไม่มีการรณรงค์มหาลัยสีขาว กิจกรรมหลักของการปิดโปร คือ ย่างหมู ย่างไก่ และการดวลกระดกเหล้าต๊อก (ในโรงละครเคยมีแก้วเป็กเยอะมาก เพราะแข่งกันที ไม่ต่ำกว่า 10 เป็ก) แต่ดวลกันไป ไม่มีรางวัลหรอกนะ นอกจาก เมาก่อนนั่นเอง
  • เด็กเอกแจ๊ปก็จะมีคนเป็นฝั่งเป็นฝาคนแรกเร็วๆนี้ล่ะนะกลางปีหน้า(54) นั่นก็คือ เจน จ้า แต่งกับหนุ่มญีปุ่นสมกับเป็นเด็กแจ๊ปจริงๆ บรรลุวัตถุประสงค์ของการเรียนเอกนี้แล้ว 555
  • อักษรรุ่น 35 มีเจ้าแม่เจ้าพ่อ ในการทำกิจกรรมเชียร์ด้วยนะ
 - เจ้าแม่คอสตูม >> แก้ว & หญิง (เนรมิตชุดอันสวยงามให้ทั้งหลีดและประธานเชียร์ ได้ในราคาประหยัดและรวดเร็ว)
 - เจ้าแม่เมคอัพ >> แพรละคร (ประทานความงามเพิ่มให้หลีดที่งามกันอยู่แล้ว และเป็นคนเดียวที่ผสมสีรองพื้นให้นางทูได้อย่างแม่นยำ)
 - เจ้าแม่เจ้าพ่อศิลป์ >> ไบท์ แพรใหญ่  ซอ (ฉากเว่อร์ อลังการ ต้องยกให้พวกเค้าเลย)
 - เจ้าพ่อคอนเซป >> ยศ (คอนเซปเว่อรๆ พร้อมโชว์อลังๆ มาจากเค้าทั้งน้านนนนน)
 - เจ้าแม่ prop >> แป๋มใหญ่ (ทำ prop ได้ล้านแปดในงบอันน้อยนิดที่ได้ มาจากบัญชีรุ่น)
 - เจ้าแมบัญชี  >> ตูน (ประหยัดมันซะทุกอย่าง อะไรที่ว่าแพง อย่ามาคุยกับตูน ทั้งนี้ก็เพื่อรุ่นเรานะเนี่ย)
 -
 - 
 - ยังขาดใครไปอีกบ้างเนี่ย มาช่วยกันเติมหน่อยนะ ^^
  • โอเล่ เอกละคร ดูลายมือแม่นมาก
  • โอเล่และนินมีรหัสนักศึกษาต่อกัน แถมยังอยู่เอกเดียวกันทั้งคู่
  • เป็นที่รู้กันว่า เต้ เอกแจ๊ป มักมีของเล่นแปลกๆมาเล่นให้เพื่อนๆแปลกใจเวลามีเรียนในห้องประชุมตึกกระทะเสมอ
  • เต้มักจะใส่เสื้อยืดเขียวทหาร และขี่จักรยานติดไฟกะพริบ มีธงชาติอะไรสักอย่างปักอยู่หลังจักรยานด้วย

ความเชื่อ[แก้ไข]

  • ว่ากันว่า ที่วิทยาเขตเพชรบุรี ห้ามสวด คาถาชินบัญชร
  • สาเหตุนึงที่ห้ามไว้ เนื่องจาก ว่ากันว่าที่นี่เคยเป็นป่าช้าเก่า มีสิ่งลี้ลับและวิญญาณอยู่จำนวนมาก เค้าบอกว่าทุกตารางนิ้วเลย @[email protected]
  • คาถาชินบัญชรจะอัญเชิญเทพเทวดาลงมา และมาทับที่ที่เค้าเคยอยู่ เค้าก้อจะไม่ยอม
  • เล่ากันว่าเคยมีเด็กลองสวดแล้วเกือบส่งโรงพยาบาลไม่ทัน (น่ากลัวอ่า บลื้ววววว)
  • แต่อีกกระแสนึง ผู้ใหญ่บางคนก็บอกว่าไม่เป็นอะไร
  • อย่างพี่ Help (พี่บุญช่วย) ของไอซีที บอกว่าพี่สวดก่อนนอนทุกคนก็ไม่เป็นอะไร (พี่บุญช่วยดูจะชำนาญเรื่องทางธรรม อิอิ)
  • แต่เรื่องนี้ขึ้นอยู่กับวิจารณญาณ ซึ่งเราก็่ไม่กล้าสวด ฮ่าๆๆ
  • มีรุ่นพี่ ICT มาเข้าหอใหม่ๆเคยเปิดคาถาชินบัญชรที่เครื่องคอม แล้วปิดไม่ได้ ปิดโปรแกรมแล้วคาถาก็ไม่หยุดสวด ปิดเครื่องแล้วคาถาก็ยังสวดอยู่ ถอดปลั๊กก็แล้วคาถาก็ไม่ยอมหยุด น่ากลัวจิงๆ...
  • ว่ากันว่า อักษรย่อ ชช. น่ากลัวว่ากันเยอะเลย(สำหรับนักศึกษาคณะ ICT โดยเฉพาะออกแบบ อิอิ F)

เรื่องลึกลับ[แก้ไข]

  • ว่ากันว่า ผีดุ ทั้ง ท่าพระ สนามจันทร์ และเพชรบุรีด้วย
  • ฝั่งสนามจันทร์มีเรื่องเล่าว่าเคยจะทุบตึกเพื่อปรับปรุง เลยเชิญหมอผีมาบอกเจ้าที่เจ้าทาง อัญเชิญให้ไปอยู่ที่อื่น แต่หมอผีบอกว่าเจ้าที่ไม่ยอมไป ที่อื่นในมหาลัยเต็มหมดแล้ว.. (บรึ๋ย...)
  • การปั่นจักรยานคนเดียวตอนดึกๆ เป็นอะไรที่เสียวสันหลังมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อจะผ่าน Blue Road
  • พวกตึกคณะวาดรูปน่ากลัวมาก มีพี่เคยบอกว่าห้ามขี่จักรยานผ่านตอนกลางคืนเด็ดขาด
  • เคยมีคนขี่ผ่านคณะแถบนั้นตอนดึกๆ แล้วเงยหน้าขึ้นไปมอง เจอคนชุดขาวเป็นร้อยนั่งห้อยขาลงมาจากระเบียง... แต่ไม่มีขาซักคน...
  • หน้าตึกศิลป์1 จะมีบ้านสามหลังของคณะสถาปัตย์ที่เรียกกันว่าบ้านประหยัดพลังงาน มีเรื่องเล่าเยอะเหมือนกัน
  • ส่วนฝั่งท่าพระ เป็นวังเก่า หลอนไม่น้อยเลย
  • ตรงสวนแก้วมีรูปปั้นประติมากรรมท่าทางต่างๆ หลายอัน หนึ่งในนั้นคือเด็กตีห่วง เล่ากันว่าตอนกลางคืนเคยมีคนเดินผ่านแล้วแท่นรูปปั้นอันนั้นว่างและได้ยินเสียงเด็กหัวเราะไกลๆ
  • ผีหอพักฝั่งเพชรฯ ที่พบบ่อยที่สุดคือหอซึ่งเป็นหอแรก
  • ภายหลังจากที่มีการก่อสร้างหอพักมากขึ้นอีก 5 หอ ผีจึงได้เคลื่อนย้ายกระจายไปตามหอต่างๆ
  • น้องต้นไอซีทีเป็นคนมีสัมผัสลึกลับและเคยเจอที่หอ 5 ชั้นล่างสุด มาอำบ่อยมากแต่น้องต้นไม่ค่อยกลัว และผีก็ไม่กลัวน้องต้น (ก็แหง)
  • ครั้งหนึ่งน้องต้นเคยสวดมนต์ไป แล้วโดนผีด่าไม่ให้สวด (อึ้งเลย)
  • น้องต้นไม่ยอมแพ้ก็เลยด่าผีกลับไป บอกว่ารู้ว่าผีเป็นใครมาจากไหน แล้วไล่ออกไป
  • หลังจากนั้นมา ผีตัวนั้นไม่เคยโผล่ที่ห้องน้องต้นอีกเลย แต่ห้องน้องปานที่อยู่ติดห้องน้องต้นกลับเจอผีตัวนั้นแทน
  • เคยมีอาจารย์บางท่านเห็นอะไรแว๊บๆ มุดเข้าใต้เตียงจึงก้มไปดู พบคนแก่นอนขดตัวอยู่ด้านล่าง
  • เมื่อคิดแล้วว่าเป็นผี อาจารย์จึงตะคอกด่าว่าไป แล้วผีก็รีบหายไปเลย
  • จากเหตุการณ์เหล่านี้สรุปผลการทดลองได้ว่า ผีที่ฝั่งเพชรฯ อาจจะกลัวคนตะคอก (รึป่าวไม่รู้นะ) หุๆๆๆ
  • ที่หอ 1 กล้องวงจรปิดเคยจับวิญญาณเดินขึ้นหอได้ด้วย
  • ที่หอ 2 เวลาเกือบจะ 5 ทุ่ม คืนหนึ่ง กล้องวงจรปิดจับภาพ ผู้หญิงใส่ชุดไทยเดินขึ้นหอไว้ได้
  • คนคุมหอเห็นแล้ววิ่งออกมาดูก็ไม่เจอใครเดินขึ้นหอเลย
  • ที่วิทยาเขตตลื่งชัน ตึกอธิการบดีชั้นหนึ่งทำไมต้องล้อกลิฟท์ไว้ด้วย พอเปิดประตูไปดูจากช่องบันไดก้อเห็นมีรูปปั้นหมาด้วย
  • บางคนเคยเห็นรูปปั้นหมาเดินได้ด้วยละ
  • อาจารย์ท่านนึงในคณะถาปัดมาเช้ามากคาดว่ามาพร้อมพระบิณฑบาตร เล่าให้ฟังว่าเจอสุภาพสตรีท่านนึงเเดินทะลุประตูกระจกออกมาจากห้องพักของท่าน แกบอกว่า "มาเป็นBodyเลยเธอ ตกใจมากเลยเดินเข้าห้องพักไปล๊อคประตูเรียบร้อยแต่ก็คิดได้ว่า มันเพิ่งทะลุกระจกไปนี่หว่า"
  • เท่าที่สำรวจโพลล์มาพบว่าที่คณะถาปัดมีวิญญาณอยู่สองท่าน ชาย1ท่านกะหญิงอีก1ท่าน อยู่มานานมากแล้ว

ของกิน[แก้ไข]

ของกิน ประจำตั้งแต่ปี 1-4 ของเด็ก Dec คือ กาแฟ แน่นอนว่า ปีหนึ่ง กาแฟหรูๆ ย่อมช่วยให้คุณตาสว่างไปได้ทั้งคืน ปี 2 เนื่องจากเวลาไม่อำนวย จึงกลายเป็น แค่ กาแฟใส่น้ำตาล ธรรมดา ก็เพียงพอแล้ว ปี 3 คือปีที่เรียนหนักที่สุดเพราะมีฝึกงานด้วย ดังนั้น กาแฟที่กิน จะเหลือแค่ กาแฟใส่น้ำร้อน ปี 4 ปีสุดท้าย เอาเวลาทั้งหมดไป ทำ Thesis เวลาชงกาแฟ นะเหรอ~!! ลืมไปเถอะ ตักกินจากขวดนี่แหละ จะได้ไม่เสียเวลา

ของกิน ประจำตั้งแต่ปี 1-5(หรือ 6 หรือ 7สำหรับบางคน) ของเด็ก ถาปัด แน่นอน ปีหนึ่ง เพิ่งเข้ามายังFresh อยู่มาก ก็หากินแถว นครปฐม นั้นแล่ะ (ของกินเพียบจนลืมตัว) ปี 2 พอลืมตัวแล้วปี 2 ก็อ้วน ไม่เว้นทั้ง หญิง ชาย ปี 3 มาฝั่งท่าพระ ของกินเริ่มลดเกรดลง ยูเนี้ยน ละกานนน (ไม่มีปัญญากินของหรูๆแล้ว เอาเิงินซื้อของต่อโม หมด) ปี 4 อะไรก็ได้ ที่มานกินได้(ที่ฝึกงาน เค้าให้กินอะไรก็ กินไปเถอะของฟรีนิ) ปี 5 จะจบแล้ว เดอะซิส คราวนี้ กินหมึกปริ้นแทนข้าวละกัน ส่วนจะ 6 หรือ 7 นั้น ไม่อาจทราบได้ อยากรู้ว่าจะกินอะไร ต้องมาลอง 6 หรือ 7 ปีดู

ฝั่งท่าพระ

  • มียูเนี่ยนที่เล็กมากอย่างไม่น่าเชื่อ คนก็กินเยอะที่นั่งก็ไม่มี เซ็ง
  • มี "ไก่กัญชา" หรือไก่ทอดยาใจขายอยู่ข้างม. บางครั้งก็ขายหน้าม. คนนิยมกินกันมาก
  • ร้านน้ำในมหาลัยมีสามร้าน คือร้านนมโจ (ตรงสโม) ร้านเทอร์เรส (ตรงตึกเหลือง) กับร้านคาร่า (หน้าจิตรกรรม)
  • มีร้านขายของกินพวกฮอทดอก แฮมเบอร์เกอร์ ไก่ป็อป เฟรนช์ฟรายส์ มาม่าผัดด้วย คนขายชื่อพี่จอย (ขายแพงเว่อร์ๆ) <แต่ก็กินนะ
  • ตรงหน้าสโมก็มีร้านขายขนมจุกจิก กับร้านขายลูกชิ้นด้วย
  • ร้านอาหารรอบม.มีหลายร้านมาก แต่ตอนกลางวันคนก็เยอะมากๆๆๆๆๆๆๆ เหมือนกัน เช่น ร้านแอ๊ว ร้านข้าวป้าเหวี่ยงท่าช้าง ร้านสตูเนื้อ
  • แต่ตอนนี้ท่าช้างฝั่งที่เป็นร้านตึกแถวปิดปรับปรุงหมดเลย
  • ส่วนร้านแถบหน้ามอจะขายแพงหน่อยเพราะเน้นฝรั่ง
  • มีซับเวย์ด้วยนะ เพิ่งเปิดได้ไม่นาน
  • เซเว่นหน้ามอเล็กมากกกก เล็กจนทางเข้าแทบจะเดินสวนกันไม่ได้ บริหารพื้นที่กระทัดรัดสุดๆ
  • โอปองแปงตรงหัวมุมปิดไปแล้ว เสียใจจัง
  • ตอนเย็นๆ จะมีของกินหลายอย่างมาขายหน้ามอ ยกเว้นบางจันทร์ที่ไม่มาขาย
  • โจ๊กหน้ามอเป็นอะไรที่นิยมกันมาก เพราะใส่หน้าได้เยอะเติมไม่อั้น ปาท่องโก๋กรอบสุดๆ

บทความที่เกี่ยวข้อง[แก้ไข]


สถาบันการศึกษาในประเทศไทยและประเทศเทย แก้

มหาวิทยาลัย

กรุงเทพ | เกริก | เกษตรศาสตร์ | เกษมบัณฑิต | ขอนแก่น | คริสเตียน | จุฬาลงกรณ์ | เจ้าพระยา | ชินวัตร | เชียงใหม่ | เซนต์จอห์น | ทักษิณ | เทคโนโลยีปทุมวัน | พระจอมเกล้าลาดกระบัง | พระจอมเกล้าธนบุรี | พระจอมเกล้าพระนครเหนือ | เทคโนโลยีมหานคร | เทคโนโลยีสุรนารี | ธรรมศาสตร์ | ธุรกิจบัณฑิตย์ | นครพนม | นราธิวาสราชนครินทร์ | นเรศวร | แสตมฟอร์ด | บูรพา | ปทุมธานี | พายัพ | ภาคกลาง | ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ | มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย | มหามกุฏราชวิทยาลัย | มหาสารคาม | มหิดล | แม่โจ้ | แม่ฟ้าหลวง | รังสิต | รัตนบัณฑิต | รามคำแหง | วงษ์ชวลิตกุล | วลัยลักษณ์ | เวบสเตอร์ | เวสเทิร์น | ศรีนครินทรวิโรฒ | ศรีปทุม |

ศิลปากร | สงขลานครินทร์ | สยาม | สุโขทัยธรรมาธิราช | หอการค้าไทย | หัวเฉียว | หาดใหญ่ | อัสสัมชัญ (เอแบค) | อีสเทิร์นเอเชีย | อุบลราชธานี | เอเชีย | เอเชียอาคเนย์ | กรุงเทพธนบุรี | เที่ยงคืน |

วิทยาลัยคู่ขนาน

ม.ทำมั้ยสาด | ม.สุราลงกลอน | ม.สุโขทัยทำเราพินาศ| ม.ฮาสาด| วิทยาลัยเทคนิคอุเทนเสวยมหาสารคาม | แซมซั่นวิทยาลัย| ซุปเปอร์แอ๊บแบ๊ว(สาขาประเทศเทย)| มหาวิทยาลัยแห่งทอมสัน| มหาวิทยาลัยชีวิต|

ม.ราชภัฏ

กาญจนบุรี | กาฬสินธุ์ | กำแพงเพชร | จันทรเกษม | ชัยภูมิ | เชียงใหม่ | เชียงราย | เทพสตรี | ธนบุรี | นครปฐม | นครราชสีมา | นครศรีธรรมราช | นครสวรรค์ | บ้านสมเด็จเจ้าพระยา | บุรีรัมย์ | พระนคร | พระนครศรีอยุธยา | พิบูลสงคราม | เพชรบุรี | เพชรบูรณ์ | ภูเก็ต | มหาสารคาม | ยะลา | ราชนครินทร์ | ร้อยเอ็ด | รำไพพรรณี | เลย | ลำปาง | วไลยอลงกรณ์ | ศรีสะเกษ | สกลนคร | สงขลา | สวนดุสิต | สวนสุนันทา | สุราษฎร์ธานี | สุรินทร์ | หมู่บ้านจอมบึง | อุดรธานี | อุตรดิตถ์ | อุบลราชธานี

ม.ราชมงคล

กรุงเทพ | ตะวันออก | ธัญบุรี | พระนคร | รัตนโกสินทร์ | ศรีวิชัย | สุวรรณภูมิ | ล้านนา | อีสาน

บัณฑิตวิทยาลัย / วิทยาลัย

พระปกเกล้า | พัฒนบริหารศาสตร์ | เทคโนโลยีแห่งเอเชีย | วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีไทย | พลังงานและสิ่งแวดล้อม | เคมีปฏิบัติ | ศศินทร์ | ปิโตรเลียมและปิโตรเคมี | ประชากรศาสตร์ | นวัตกรรมอุดมศึกษา | สหวิทยาการ | เทคโนโลยีนานาชาติสิรินธร | นวัตกรรมสังคม | ราชสุดา | ดุริยางคศิลป์ | ซีดีชนาพัฒน์ | การปกครอง | การบินพลเรือน| ในวังชาย | ในวังหญิง | ช่างศิลป์ | นาฏศิลป์ | ปังย่าภิวัฒน์

วิทยาลัยทางการแพทย์

การสาธารณสุขสิรินธร | พยาบาลเกื้อการุณย์ | พยาบาลกองทัพบก | พยาบาลกองทัพเรือ | พยาบาลตำรวจ | พยาบาลทหารอากาศ | พยาบาลบรมราชชนนี | พยาบาลสภากาชาดไทย | แพทยศาสตร์พระมงกุฎเกล้า | แพทยศาสตร์กรุงเทพมหานครและวชิรพยาบาล

วิทยาลัยอาชีวศึกษาเอกชน

วิทยาลัยเทคโนโลยีปัตตานี | วิทยาลัยเทคโนโลยีสงขลา | วิทยาลัยเทคโนโลยีหาดใหญ่ | วิทยาลัยเทคโนโลยีภาคตะวันออก | วิทยาลัยเทคโนโลยีภาคใต้ | วิทยาลัยเทคโนโลยีภาคเหนือ |

โรงเรียน

ป้องกันราชอาณาจักร | เสนาธิการทหาร | เสนาธิการทหารบก | เสนาธิการทหารเรือ | เสนาธิการทหารอากาศ | นายร้อยพระจุลจอมเกล้า | นายร้อยตำรวจ | นายเรือ | นายเรืออากาศ | โรงเรียนเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระศรีนครินทร์ พะเยา | โรงเรียนเซนต์คาเบรียล | โรงเรียนมงฟอร์ตวิทยาลัย | สาทิดกะเสด | โรงเรียนนายสิบทหารบก | โรงเรียนจ่าทหารเรือ | โรงเรียนจ่าอากาศ | โรงเรียนช่างฝีมือทหาร | โรงเรียนขอนแก่นวิทยายน | โรงเรียนเตรียมทหาร | โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา | โรงเรียนรักษาดินแดน |

ดูเพิ่ม

มหาวิทยาลัยไซเบอร์ไทย | แอดมิสชันส์ | สถาบันอุดมศึกษา (รัฐ, ในกำกับ, เอกชน)