ไร้วิทยาลัย:มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์
จากไร้สาระนุกรมเสรี - แหล่งรวบรวมเรื่องราวตลกขบขันและบิดเบือนข้อเท็จจริง
|
ยินดีต้อนรับสู่ไร้วิทยาลัยภาษาไทย |
|
บทความนี้ เป็นส่วนหนึ่งของ ไร้วิทยาลัย, แหล่งรวบรวมเรื่องน่ารู้ เรื่องลึกลับ เรื่องไร้สาระ ของสถานศึกษาในประเทศเทย! |
สารบัญ |
[แก้ไข] ข้อมูลทั่วไป
- "สงขลานครินทร์"เป็นพระยศของ สมเด็จพระมหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนกส่วน"มหิดล"เป็นพระนามของพระองค์ท่าน
- ชื่อภาษาอังกฤษคือ Prince of Songkla University
- สมัยก่อนนักศึกษารุ่นแรกๆจะเรียนที่มหาวิทยาลัยมหิดล
- วันคล้ายทิวงคตของพระองค์ท่านคือวัน24 กันยายนของทุกปีเป็น"วันมหิดล"นักศึกษาทั้ง 2 มหาวิทยาลัยและบุคคลกรทางการแพทย์ถือเป็นวันสำคัญ
- นักศึกษารุ่นบุกเบิกของทั้ง2มหาลัยบางท่านสนิทกันแต่น่าแปลกที่ไม่มีกีฬาประเพณี(หรืออาจจะเคยมี)
- พ.อ.ถนัด คอมันตร์เป็นประธานคณะกรรมการฯ คณะกรรมการฯ เริ่มดำเนินการให้มีการก่อสร้างมหาวิทยาลัยและเป็นอธิการบดีคนแรก
- มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ มีชื่อย่อว่า ม.อ. และม.อ. เป็นมหาวิทยาลัยแรกที่ใช้คำว่า"วิทยาเขต"
- สีประจำมหาวิทยาลัยคือ "สีบลู" ดอกไม้ประจำมหาวิทยาลัยคือ "ดอกศรีตรัง"
- เดิม ม.อ.ก่อตั้งครั้งแรกที่ปัตตานี แต่ไอทะเลทำให้เครื่องมือวิทยาศาสตร์เสียหายจึงขยายวิทยาเขตไปที่ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา
- วิชา Audio-Visual Education เป็นวิชาเดียวในมหาลัยที่มีคนลงมากที่สุด สถิติการแข่งขันลงวิชานี้ ได้รับการบันทึกไว้ว่า ผู้ที่ต้องการลงทะเบียนวิชานี้ต้องเข้าคิวลงทะเบียนตั้งแต่เวลา 3 ทุ่ม เพื่อลงทะเบียนในวันรุ่งขึ้นเวลา 9 นาฬิกา
- วิชา Foundation English เป็นวิชาที่มีคนดรอปมากที่สุด
- งานรับปริญญา จะผลัดกันจัดที่ ปัตตานีกับหาดใหญ่ (แต่ตอนนี้จัดที่หาดใหญ่ที่เดียวแล้วเพราะปัญหาทางด้านชายแดนภาคใต้)
- เพลงประจำมหาวิทยาลัยแต่งทำนองโดย ครูเอื้อ สุนทรสนาน แห่งวงสุนทราภรณ์
- เว็บไซต์ของมหาวิทยาลัยคือ www.psu.ac.th แต่เว็บไซต์ที่มีคนเข้าชมมากที่สุดคือ www.rak-mor-or.com
- นักศึกษาที่นี่ไปแข่งกีฬาในต่างประเทศมากกว่าในประเทศซะอีก(มาเลย์,อินโด,สิงค์โปร์)
- และน่าจะมากกว่านักกีฬาทีมชาติบางชนิดที่ไปเก็บตัวที่ต่างประเทศ
- คณะวิศวกรรมศาสตร์ก่อตั้งเป็นคณะแรกใน ม.อ.
[แก้ไข] ข้อมูลแบ่งตามวิทยาเขต
[แก้ไข] หาดใหญ่
- โรงพยาบาลสงขลานครินทร์เป็นโรงพยาบาลมหาวิทยาลัยแห่งแรกที่ได้รับการรับรองมาตรฐาน Hospital Accreditation (HA)
- 99.99% ของคนส่วนใหญ่คิดว่า จุฬา เป็นที่แรกที่ใช้อินเทอร์เน็ตในประเทศไทย แต่คน 0.01% ที่รู้ว่าม.อ.เป็นที่แรก ก็คือเด็กม.อ.เอง และ 0.0001% รู้ว่าอินเทอร์เน็ตครั้งแรกในไทยเกิดที่คณะวิทยาศาสตร์
- มอ.มีโรงพยาบาลทันตกรรมเป็นแห่งแรกในประเทศไทย
- คุณหญิงหลง อรรถกระวีสุนทร เป็นคนมอบที่ดินให้ ม.อ.
- 0com บริการ ไวควาย เน็ตช้ามากเลย
- ตึกฟักทอง เป็นสัญลักษณ์คณะวิดยา มีทั้งหมด 25 กลีบ บันไดทางเดินไปยังตึกฟัก(ทอง)ก็มี 25 ขั้น
- ถ้าใครวิ่งรอบอ่างติดต่อกัน 5 รอบโดยไม่หยุดจะขอพรอะไรก็ได้ (บ้ารึเปล่า)>>>>>>>(จริงเหรอตอนผมปีสามวิ่งวันละ5รอบทุกวันเลย)
- ถ้าใครไปวิ่งรอบอ่างแล้วมองอ่างเป็นรูปหัวใจแสดงว่าคนนั้นกำลังมีความรัก
- ผู้ชายที่วิ่งรอบอ่างส่วนใหญ่จะมีเจตนาแอบแฝง คือ เหล่สาว
- ถ้าใครอยากได้เกียรซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของวิศวะซึ่งจะได้ตอนรับน้องจบของ์ทุกรุ่น แนะนำให้ไปงมเอาที่อ่าง(ใครงมก้อบ้าแล้วน้ำมันลึก)>>>>(อ่างเคยขุดลอกครั้งหนึ่งเมื่อปี2543 แสดงว่าไม่ได้มีทุกรุ่น)
- หลัง ม.อ.จะมีภูเขาล้อมรอบ บรรยากาศดีมักๆๆ
- ที่โรงยิมตอนเย็นทุกวันจะมีการเต้นแอโรบิค แต่ที่คณะวิศวะจะมีคนเต้นเยอะกว่า เรียงตามอายุ และเพศ คนอายุเยอะจะอยู่ด้านหน้า อายุน้อยและกระเทยจะอยู่ด้านหลัง
- โรงช้างคือโรงอาหารที่เด็กม.อ.จะไปทานข้าวกัน แต่ก่อนเป็นเพิงบรรยากาศอบอุ่นเหมือนร้านอาโกในเรื่อง "มหาลัยเหมืองแร่" มีร้านขอายของชำหลายร้านเหมือนในกิมหยง แต่เดี๋ยวนี้ทุบแล้วสร้างใหม่กลายเป็นโรงอาหารประถม
- เค้าว่ากันว่าโรงช้างคือโรงอาหาร วจก.
- ในโรงช้างจะมีทีวีอยู่ 3 เครื่อง แต่เด่วนี้มีสี่เครื่องแล้ว
- ในเวลาตอนเที่ยงโรงช้างคนจะเยอะมากๆๆๆ แต่สถานที่ที่น่าไปทานข้าวเที่ยงมากที่สุดคือ โรงอาหารคณะทันตะ <<< เดี๋ยวนี้ ไม่อร่อยแล้ว
- ตึกฟักทองเป็นที่อ่านหนังสือของเด็ก ม.อ.ใกล้ช่วงสอบ
- ช่วงสอบเซเว่นจะขายดีมากที่สุด
- เมื่อก่อนร้านสะดวกซื้อจะมี่โรงช้างที่เดียว คนยืนเข้าแถววนจนจะรอบร้าน แต่ตอนนี้มีกระจายตามหอแล้ว
- มาม่า ฯลฯ จะขายดีในช่วงสอบ
- ก่อนเข้าห้องสมุดทุกครั้งต้องแสดงบัตรนักศึกษา (เดี๋ยวนี้เปลี่ยนเป็นยิงบาร์โค้ดแล้ว)
- หลังเวลาเที่ยงคืนก่อนเข้าหอพักต้องแสดงบัตร>>>>>>(2553 ต้องแสดงทุกครั้งไม่ว่าเวลาไหน)
- หอพักหญิงจะปิดเวลาตี1 (ปิดช้าที่สุดในสยามประเทศ) ส่วนหอชายเหมือนเซเว่น>>>>>>(2553 เปิดตลอดแล้วครับ แต่หลังตี 1 ต้องเซ็นชื่อเพื่อบันทึกไว้ครับ)
- ช่วงเสาร์-อาทิตย์หลายคนมักจะดูบอลที่โรงช้างและใต้หอ โดยเฉพาะวันแดงเดือด ทั้งแฟนผีแฟนหงส์จะเยอะสุดๆ
- เมื่อน้องปี 1 เข้ามาเรียนจะมีชมรมและกิจกรรมต่างๆให้เข้าร่วมกัน
- เซเว่นใน ม.อ. มีอยู่ 4 ที่ (ที่จริงมี5แห่งอีกที่หนึ่งเป็นเซเวนลับจะรู้กันไม่มากเพราะอยู่ที่หลังวิดวะเค้าจะนิยมเรียกกันว่าเซเวนวิดวะจะเจอสิงอมควันมากในที่นั้น)
- คาเฟตเปลี่ยนเป็นคณะแพทย์แผนไทยกับเนิร์สเซอร์รี่แล้วจ้า(ได้ข่าวว่าจะสร้างตึกคณะใหม่เเล้ว ที่วาริช คณะทรัพย์ มีโรงพยาบาลเเพทย์เเผนไทยย้ายไปที่นั่นด้วย)
- ทุกๆ วันใต้ตึก วจก.จะมีคนไปเล่นเน็ตกันมาก มีบางคนเรียกว่าลานโน๊ตบุ๊ค เยอะมากจริงๆ
- เวลา 7.50 นาทีเป็นเวลาที่พลุกพล่านมากที่สุด
- เด็ก ม.อ. บางคนเป็นผู้มีความสามารถพิเศษ แม้จะตื่น 7.50 น. ก็ยังไปเรียนคาบ 8.00 น.ทัน
- รถตุ๊กๆและรถสวัสดิการเป็นรถที่จะพาเด็กม.อ.ไปเรียนกัน เด่วนี้มีรถไบโอดีเซลแล้ว จะวิงเป็นเวลา เรียกสั้นๆว่า "รถไบโอ">>>>>2554 มีรถเฉื่อยแล้ววว
- เด็กปี 1 ห้ามใช้รถแต่ก็มีคนแอบเอามาใช้อยู่ดี
- ไปรษณีย์ ม.อ.จะอยู่หลังตึกอธิการบดี
- ทุกเย็นวันศุกร์มหาลัยจะเงียบเพราะเด็กจะกลับบ้านกัน
- ป้ายทะเบียนรถใน ม.อ. สข เป็นป้ายทะเบียนพบมากที่สุด และจะขึ้นต้นด้วย ค.ควายเป็นหลัก เช่น คบฉ คบพ คคคคค..
- วันแรกของการเรียนเด็กส่วนมากจะหาห้องไม่เจอ
- เมื่อเข้ามาปี 1ใหม่ๆ เด็กแพดจะใส่ไทค์สีเขียวพยาบาล สีส้ม วจก. สีเฉดม่วง วิดวะ สีเลือดหมู วิดยาสีเหลือง
- วจก. เป็นชื่อย่อของคณะวิทยาการจัดการ คณะนี้ว่ากันว่าสาวสวยที่สุด
- บ้างก็ว่า วจก. ย่อมาจาก วิดวะจัดการ
- เมื่อขึ้นปี 2 เด็กพยาบาล แพทย์ จะย้ายไปอยู่หอเฉพาะ
- ตอนเย็นใต้ตึกพยาบาลจะมีคนมารำไทเก็ก
- ใต้ตึกหุ่นยนตร์มีการติดป้ายชัดเจน "ห้ามรำมวยจีน" (ซึ่งแฝงความนัยบางอย่าง)
- ช่วงเที่ยงคืนเป็นต้นไปหลังสอบจะมีคนวิ่งแก้บน แล้วก็เช็ดลานพระบิดา
- สนามฟุตบอลม.อ.มีอยู่ 2 สนาม คือ
- สนามบน เป็นชื่อเรียกของสนามที่อยู่ต่างระดับกันอยู่ข้างบน ชื่ออย่างเป็นทางการคือ บนแทรฟฟอร์ด ไว้แข่งรักบี้ เป็นส่วนใหญ่ และเป็นลานจอดเฮลิคอปเตอร์ส่งผู้ป่วยจากชายแดนใต้มาที่โรงพยาบาลอีกด้วย
- สนามล่าง เป็นชื่อเรียกของสนามที่อยู่ระดับต่ำกว่า ชื่ออย่างเป็นทางการคือ เซนต์เจมส์ล่าง เป็นที่แข่งฟุตบอล
- ว่ากันว่าเวลาดูรักบี้ต้องดู ทรัพย์ วิศวะ แข่ง เพราะหาเรื่องตีกันตลอด
- วงเวียนในม.อ.มีอยู 6 ที่
- คณะ อก.เป็นคณะที่อยู่ไกลที่สุด ถัดมาก็เป็นคณะทรัพย์
- หลายคนมากที่ไม่เคยไปคณะ อก.
- หลังสอบที่ทะเบียนกลางเป็นที่นักศึกษาฮิตที่จะไปมาก โดยเฉพาะช่อง 5
- สมัยที่ยังไม่มีระบบลงทะเบียนออนไลน์ มีคนไปรอลงทะเบียนตั้งแต่เที่ยงคืน
- วันสุดท้ายของการดรอปรายวิชาหน้าทะเบียนกลางจะมีคนต่อแถวยาวมากๆๆ
- ครั้งแรกที่ดรอปคนส่วนมากอายที่จะไปดรอปไม่กล้าไปทะเบียนกลางไม่กล้าบอกเพื่อนว่าดรอปพออยู่นานๆไป การดรอปเป็นเรื่องปกติ
- คนขับจักรยานยนต์ส่วนมากมีหมวกกันน็อคไว้กันยาม
- รถจักรยานยนต์ทุกคันต้องเปิดเบาะให้ยามดูก่อนเข้ามหาลัยฯ เด่วนี้มีตรวจใบขับขี่แล้ว <--ปจุบันให้เปิดเบาะเหมือนเดิม(มีกล้องแล้ว)
- วิดวะเป็นคณะที่มีผู้ชายมากที่สุด
- คณะวิศวะเข้าง่ายแต่จบก่อนหลักสูตรง่ายกว่า
- พยาบาลเป็นคณะมีผู้หญิงมากที่สุด น่ารักด้วย (ความคิดส่วนตัว) ผู้ชายน้อยสุด ซึ่งเท่าทีมีก็ไม่ใช่ชายแท้
- พยาบาลส่วนใหญ่เป็นแฟนเด็กวิดวะ>>>>เด็กวิดวะเข้าข้างตัวเองรึปล่าววว
- หอ3-4 เป็นหอเดียวที่อยู่ด้วยกัน และเป็นหอที่มีเรื่องเล่ามากที่สุด มีนักศึกษาเคยเสียชีวิตคาห้องมาแล้ว แต่ห้องไหนไม่รู้ใบให้ อยู่ปีก X
- ถ้าจะจีบสาวพยาบาลให้จีบตั้งแต่ปี 1 พอปี 2 จะไม่เจอหน้าแล้ว
- ตอนเปิดเทอมใหม่จะมีของขายที่ใต้ตึกกิจ เรียกว่าขายของน้องใหม่ และจะเป็นของที่แพงที่สุดเพราะเด็กใหม่จะยังงงงง และไม่รู้ว่ามันแพง คนขายเป็นบรรดารุ่นพี่ ที่รับของมาจากร้านในตลาด และเอาเฉพาะของถูกๆ มาเพิ่มกำไรขาย
- พอสิ้นเทอมแรกจะมีเพื่อนที่ต้องจากเราไปก่อนเวลาอันสมควร
- ม.อ. จะมีโลตัสอยู่หน้ามหาลัย
- รถ 2 แถวหน้าม.อ.ราคา 15 บาท>>>> 10 บาทพอครับ(2554)
- ประตู 108 และประตู 109 เป็นประตูอยู่ทางทิศตะวันออก
- ประตู 108 ได้ชื่อจากจำนวนห้องของแฟลตที่ใกล้ประตู ส่วนประตู 109 ประตูใหม่หลังคณะทรัพย์ถัดจาก 108 เลยได้ชื่อว่า 109 (ลุงเจ้าของตลาดเลยรวยเพราะค่าเช่าจากตลาดสดกลายเป็นขายข้าวตอนค่ำ-เอ่อ ไม่รู้ตอนนี้ยังมีอยู่ป่าว)
- ประตูทางทิศตะวันออกชื่อประตูศรีทรัพย์
- มีตลาดศรีตรังอยู่ข้างประตู 108 เด็กมอ.ชอบมานั่งกินข้าว ดูบอลกันเยอะมากก แต่เสาร์ อาทิตย์ คนจะน้อย เพราะเด็กกลับบ้านกัน>>>>109 ครับ ไม่ใช่ 108
- ประตูหลักๆ มีทางออกอยู่ 4 ที่ เปิดใช้แค่ 3 ที่
- ตลาดนัดเกษตร เปิดขายของทางคณะทรัพย์
- ในมหาลัยมีปั้มน้ำมันอยู่ 2 ที่ คือปั้มบางจาก อยู่ใกล้ประตูหน้า ม.อ. และก็คณะวิดวะ (ไบโอดีเซล)
- ช่วงเดือนสิงหาคม จะมีงานเกษตรภาคใต้ มีของขายเยอะมากๆๆ
- ยามชอบแอบหลับช่วงตี 3 กว่าๆๆ
- เปิดเรียนวันแรกๆๆทุกคนจะตื่นเช้า หลังจากนั้นจะขี้เกียจตื่นไปเรียน
- คณะ วจก. เป็นคณะที่อยู่ใกล้หอในมากที่สุด
- ส่วนมากสาว วจก. จะเป็นสาวมั่นมากๆๆๆๆน่ารักด้วย
- บางคนบอกว่า มอ. ย่อมาจาก มาอ้วน แต่ก็อ้วนจริงๆๆอิอิอิ
- ว่ากันว่า ใครเดินผ่าน love path ระหว่างวจก. กับศูนย์คอมฯ จะมีคู่
- กระผมก็เดินผ่านทุกวัน ทำไมยังไม่มีคู่อ่ะ (หรือเดินมากไป?)
- มอ. หาดใหญ่ อยู่หน้าเขา ส่วนมอ. ปัตตานีติดทะเล(โคลน)
- ทุกปีในช่วงวันรับปริญญาใครที่รูมเมทหรือเป็นเด็กวจก.ต้องระวังตัวเป็นพิเศษ
- ร้านน้ำชาสุดฮิตที่ "ม.สงขลานครินทร์" ชื่อ "สวนลุงเจิม" แต่บางตำราบอกว่าผิดครับ ต้องเป็นร้านชาโต้งและโกอ้วน ฮิตกว่าเยอะ และที่สำคัญ........... ร้านลุงเจิมไม่ได้อยู่ที่ "ม.สงขลานครินทร์"!!! >>>> ผิดทั้งนั้นแหละ อย่าใช้ความรู้สึกตัวเองตัดสินคนอื่น
- เมื่อก่อนรับปริญญาที่ห้องทองจันทร์ ตอนนี้ไปที่ศูนย์ประชุมนานาชาติแล้ว (ตั้งแต่ปี 51)>>> โรงยิมก็เคยใช้นะครับ
- ใต้ตึกวิศวคอมมีป้ายสีน้ำเงินแปะที่เสาเขียนว่า "ห้ามรำมวยจีน"
- เรียนวิศวะฯจบสี่ปี ที่นี่เรียก lnw
- ที่หอสมุดคุณหญิงหลง อรรถกระวีสุนทร (ชื่อห้องสมุดที่นี่)มีคนมาหางานทำวิจัยโคตรเยอะ!
- ถ้ามามอ.แล้วไม่เข้าโรงช้างถือว่ามาไม่ถึง
- ที่นี่ สุขภาพเกรดของนักศึกษาเป็นสิ่งที่น่าห่วงกว่าสุขภาพกาย >>> ที่อื่นเค้าก็เป็นกันครับ
- ช่วงสองอาทิตย์ก่อนสอบ หอสมุดจะปิดเที่ยงคืนและมีบริการเสริมที่นั่ง ซึ่งถ้าไปช้า ท่านจะอด
- หอสามสี่ผีเยอะสุด >>> เคยเจอเหรอ
- ดึกๆเลยเที่ยงคืน ใต้ตึกกิจจะมีแต่คนแปลกๆ (ลองสังเกตดู)
- เด็ก มอ ชอบเล่น DotA โดนเฉพาะใต้หอ 11 (Want ไหม สาดดดดดดดดดด)
- คาเฟตไม่มีแล้ว ปรับปรุงเป็นอาคารพยาบาลและแพทย์แผนไทยไปแล้ว
- ร้านหน่อนั้ง เป็นร้านการ์ตูนที่เด็กมอ อ่านเยอะที่สุด
- ตึกคณะวิศวะกรรมศาสตร์เป็นตึก 2 แห่งในประเทศไทย
- ตึกคณะวิดวะ มี ตึก A ซึ่งเรียนแล้วไม่ค่อยได้ A
- ตึกโรบอท เป็นตึกที่สร้างเลียนแบบหุ่นยนต์(ต้องมองจาก Top View นะจ๊ะ)
- ตึกฟักทองมาจากตึกจานบินของมหิดล
- ตึกหุ่นยนต์คือตึกเรียนของภาควิศวกรรมคอมพิวเตอร์ โดยมีหัวหุ่นเป็นห้องประชุม
- ส่วนตึก A คือตึกแรกของคณะวิศวกรรมศาสตร์
- ผู้ชายวิศวะทุกคนรู้ว่าห้อง CH311 อยู่ตรงไหน และต้องจำใจเข้าไปเมื่อยามวิกฤต
- มันคือห้องแห่งความลับ ถ้าต้องเข้าไปแล้ว ไม่ควรไปเล่าให้คนอื่นฟัง
- แต่รู้สึกว่าตอนนี้เจ้าของห้องหายสาบสูญไปซะแล้ว
- พนักงานหอพัก 10 11 ร้ายเหลือ บริการไม่ดี << ว่า 10-11 ร้ายแล้ว เจอ 8-9 จะสยองคับ
- หอใหม่ 8 9 10 11 เป็นหอพักที่สูงมากๆ เพราะมีถึง 15 ชั้น
- แต่คู่แข่งใหม่ นั่นคือ บินหลา 4 หอพักแพทย์ที่สูง 15 ชั้นเหมือนกัน
- มอ. ไม่มีหอพักสำหรับนักศึกษาทันตะ << ที่นี่มีแต่หอพยาบาล หอแพทย์ นอกนั้น เปนหอรวมๆ
- นิติกับเสดสาดกำลังจะมีที่ตั้งคณะเป็นของตัวเองแล้ว (ใกล้กับสินสาด)>>> มีแล้ว 2554
- หอ 11 ใครที่อยู่ห้องมุมฝั่งเยื้องหอ 6 จะได้เห็นอ่างน้ำ และสนามซอฟท์บอลด้วย บรรยากาศส่วนตัวสุดๆ
- อีกไม่นานหอสมุดจะย้ายไปตึก LRC (ศูนย์ทรัพยากรการเรียนรู้) แล้ว
- Big Four ของ มอ. หาดใหญ่ คือ วิศวะ วิดยา วจก. และทรัพย์
- CoE ร้ายกาจ มากมาย อิ
- เด็กเเพทย์เเผนไทยใส่เสื้อกาวน์ตั้งเเต่ปี 2
- ทุกปีในช่วงกลางเดือนสิงหา ช่วงกลางวันวิดยาจะคึกคัก (เพราะมีงานสัปดาห์วิทย์ฯ) แต่ช่วงกลางคืนทรัพย์ฯ จะคึกคักเช่นกัน(เพราะมีงานเกษตรฯ)
- มอ.หาดใหญ่ เป็นมหาลัยแรกในประเทศที่มีโลตัสอยู่หน้ามอ
- วิดยาผู้หญิงมักเป็นแฟนกับเด็กวิดวะ ส่วนผู้ชายมักเป็นแฟนกับพยาบาล >>> มั่วๆๆๆ เอาเพื่อนตัวเองมาตัดสินหรือปล่าว
- วิดวะส่วนใหญ่เป็นแฟนกับเด็กวจก. >> วิศวะได้กับทุกคณะเลยนะ
- ถ้ามา มอ.หาดใหญ่แล้วได้ยินเสียงเฮลิคอปเตอร์ ไม่ต้องตกใจ เพราะมอ.เราอยู่ห่างจากค่ายทหารไม่ถึง 1 กิโลเมตร
- ที่นี่เราเรียกคณะเกษตรว่า คณะทรัพยากรธรรมชาติ
- รักบี้คณะวจก. กับ ทรัพฯ เป็นคู่กัดกันทุกปี
- หอ 5 มอ. หาดใหญ่เป็นหอชายมาก่อน(เป็นหอหญิงที่มีโถเยี่ยว)(สมัยที่ผมไปนั่งอ่านหนังสือ มีชายกับ ญ เข้าไปห้องน้ำพร้อมกันกลับออกมาโดยมีเหงื่อเต็มตัว อิจฉามันหว่ะ!!!)
- หอ 12-13 มอ. หาดใหญ่เคยเป็นหอชาย
- วิศวะที่นี่ ได้ชื่อว่าเรียนโหดที่สุดในประเทศ (จริงๆ ขอเข้ามา confirm,จบจากนี่ได้ใบ กว.เลยไม่ต้องไปสอบ <------ ไอ้นี่เคยไปเรียนที่อื่นมาเหรอ)
- วิชา Electric Circuit เป็นวิชาที่เด็กติด E มากที่สุด (ภาคไฟฯไชโย) >>> ฟิสิกส์ติด Eกันมากกว่าอีก
- ที่มอ.ไม่มีใครติด F กัน เพราะให้กันแต่ A B+ B C+ C D+ D และ E
- ในงานรับปริญญาเมื่อก่อนจะตั้งแถวเดินจากตึกฟักทอง แต่ช่วงปีหลังๆ จะเดินจากตึกคณะพยาบาล เพราะใกล้กว่า >>>>ตอนนี้ไปตั้งที่ศูนย์ประชุมเลย 2554
- ห้องทองจันทร์เคยเป็นห้องประชุมไฮโซสุด (ตอนนี้มีศูนย์ประชุมใหม่แล้วจ้ะ)
- เกี่ยวกับบูม
- บูมวิดวะกับวิดยาเป็นบูมคู่ขนาน (ขึ้นต้นคล้ายกัน จังหวะคล้ายกัน อยากรู้เป็นยังไงต้องไปฟังเอาเอง)
- บูมทันตะจะเหมาะสำหรับฝึกกำลังขาเป็นอย่างมาก
- การจัดอันดับล่าสุด อก. มอ. เป็นคณะที่ดีที่สุดในประเทศสำหรับสาขา FOOD SCI แต่ติดปัญหาตรงที่ไม่มีเด็กภาคกลางอยากมาเรียนเพราะกลัวกัน
- คณะที่มีหนุ่ม(หล่อ)เยอะที่สุดได้แก่คณะวิศวะ รองลงมาเป็นคณะ วจก. ส่วนคณะที่หนุ่มหน้าตาสวยที่สุดได้แก่คณะพยาบาล >>>> ไม่เยอะสุดได้ไงผู้ชายเยอะสุด
- คณะที่สาวๆน่ารักที่สุดได้แก่คณะวจก. รองลงมาได้แก่ ศิลปศาสตร์ และทันตะ >>แพทย์ก็เยอะนะ
- แต่ก่อนเคยมีคณะละครเวทีหลายชมรม แต่ปัจจุบันไม่มีให้เห็นแล้ว
- สมัยน้ำท่วมหาดใหญ่ ต้องมีการประกาศให้นักศึกษาพร้อมอพยพออกจากหอตลอดเวลา เพราะต้องเร่งระบายน้ำออกจากอ่างที่มีปริมาณเกินมาตรฐาน
- สมัยเรียน น้ำประปาในหอเหม็น เนื่องจากมีคนตายอยู่ตรงท่อน้ำล้นที่อ่างแต่ไม่มีใครรู้เรื่อง (แมร่งเรื่องจริงป่าววะ? บรื๋อออ..!!)จริง---ศพถูกฆ่ามาซุกไว้หลายวัน(แสดงว่ารุ่นใกล้ๆๆกัน)<---ไม่จริงหลอก / ช่ายเรายังทันเลย เพื่อนๆที่กินน้ำประปา ไปก่อนหน้าจะรู้ข่าว พอข่าวสะพัดก็ พากันอ้วกย้อนหลังได้อีก เรื่องจริงครับ
- คณะเภสัชเป็น1ในไม่กี่คณะที่มีสนามบอลส่วนตัว <-- ขอโทษครับ คณะแพทย์มี สนามบาส+เทนนิส (กีฬาไฮโซอ่านะ <เค้าพูดถึงบอล กระรอก << ขอโทษนะครับ สนามบอลนั้น นศภ เค้าใช้กัน ไม่ใช่สนามบอลขอบุคลากรโรงพยาบาลแบบของคณะแพทยื
- สนามบอลเภสัชเรียกว่าบ่อกุ้ง(เวลาฝนตกมันมีน้ำขัง)
- หอพยาบาลเป็นแหล่งที่อยู่ของเด็กเภสัชหญิง(ใกล้คณะมาาาาาก)
- "ป้าเยา" ผูกขาดอาหารเที่ยงกับคณะเภสัช รสชาติห่วยแตก แถมยังแพงโคตรๆ
- เด็กเภสัชที่เรียนที่คณะ ก็เลยต้องไป โรงอาหารคณะทรัพฯ (ใกล้คณะเช่นกัน) << อร่อยกว่ามากด้วย
- มอ.เป็นเหมือนเมืองเมืองหนึ่ง(มีที่อยู่ สถานรับเลี้ยงเด็ก รร.มัธยม มหาลัย เซเว่น ตลาด โลตัส รพ. ที่ออกกำลังกาย สถานีวิทยุ ฯลฯ)
- คณะเภสัชเป็นคณะที่มีผู้สอบใบประกอบวิชาชีพผ่านรอบแรกสูงเป็นอันดับหนึ่งของประเทศ
- ภาควิชาวิศวกรรมเครื่องกลมีวิชา Automotive Control Systems เป็นวิชาที่เรียนจบยากสุดๆๆๆๆๆๆหนัด
- วิศวะ ภาคเครื่องจะแต่งกายถูกระเบียบที่สุด และมีความสามัคคีมากๆๆ(เมื่อเสื้อชอปจะเป็นแบบใส่ไว้ในกางเกง แต่ไม่มีใครใส่ไว้ในกางเกงยกเว้นเวลาเจอ อ.)
- เล่นตะกร้อได้ที่หลังหอ 2 โซน F
- หอ 2 โซน F มีต้นมะม่วง
- มีคนเคยตกตึกหอ 2 แต่ไม่ตาย กลับมานั่งก๊งได้ต่อ
- การโดนไล่ออกจากหอพักเป็นเรื่องปกติ
- คณะทรัพย์เปนคณะเดียวที่ผู้หญิงมีฉายาว่า สวย ถึก และบึกบึน
- คณะทรัพย์จะไดเแชมป์เฟรชชี่รักบี้ ปีเว้นปี (ไม่เชื่อก้อลองไปดูประวัติ)
- แต่ก่อนเค้าเล่าว่าเวลาขี่มอไซต์ผ่านคณะทรัพย์แถวไร่ข้าวโพดช่วงหัวค่ำ อย่าอ้าปาก ---แมลงเยอะมันจะเข้าปากเอานะ
- หน้าพระบิดาเมื่อเมาแล้วห้ามขับรถผ่าน เพราะเดี๋ยวจะเรียนไม่จบ
- ว่ากันว่าใครโดนดอกศรีตังตกใส่หัวจะเรียนไม่จบ
- หลัง ม.อ.จะมีภูเขาล้อมรอบ บรรยากาศดีมักๆๆ
- เดี๋ยวนี้ ทุกวันอังคารจะมีถนนคนเดินด้วยนะ
- Big Four ของ มอ. หาดใหญ่ คือ วิศวะ วิดยา วจก. และทรัพย์
- มกราคม 2555 ม.อ. จะเป็นเจ้าภาพกีฬามหาวิทยาลัยแห่งประเทศไทย ครั้งที่ 39
- ในปีการศึกษา 2556 ม.อ. จะมีคณะสายวิทยาศาสตร์สุขภาพมากที่สุดในประเทศไทย (แพทย์ ทันตะ เภสัช พยาบาล แพทย์แผนไทย เทคนิคการแพทย์ และสัตวแพทย์)
[แก้ไข] คณะวิทยาศาสตร์
- ตึกฟักทอง เป็นสัญลักษณ์คณะวิดยา มีทั้งหมด 25 กลีบ บันไดทางเดินไปยังตึกฟัก(ทอง)ก็มี 25 ขั้น
- ป้ายคณะวิดยาใหม่ มีไดโนเสาร์ถึง 3 ตัว เป็นเพื่อน อยู่ตรงข้างๆทันตะ (ตอนนี้ทาสีใหม่แล้วนะ)
- ใต้ตึกฟักทองจะมีตู้ปลามีปลาอยู่ 2 ตัว คือพะยูน กะ ปลาวาฬ <-- ตอนนี้ย้ายไปที่พิพิธภัณฑ์แล้วครับ
- ตึกฟักทองมีทั้งหมด อยู่ 5 ห้อง ทุกห้องจะขึ้นต้นด้วยด้วย L ห้อง L 3 เป็นห้องเดียวที่มีผ้าม่านเป็นสีดำ และห้อง L 1 เป็นห้องที่ใหญ่ที่สุด
- ห้อง L1 เคยเป็นโรงหนัง (เถื่อนจากสันติสุข) ทุกเย็นวันเสาร์
- ตึก NML เป็นตึกของคณะวิทย์ที่มีเด็กคณะอื่นมาเรียนมาก กว่าเด็กในคณะ(ตึกฟัก และ วท ด้วย)
- เพราะตึก NMLชั้น2ขิ้นไป เป็นตึกที่มีอาจารย์ใหญ่ดังนั้นเด็กทางสายสุขภาพจะมาเรียนlabมีเฉพาะเด็กบางภาคเท่านั้นที่เรียน(ไบโอ,ไมโคร) >>>ชั้น2ชั้นเดี่ยวพอครับ ชั้นอื่นไม่มีอาจารย์ใหญ่
- ถ้าสังเกตุดีๆ จะเห็นสายสิญจ์พันอยู่รอบตึด NML >> มีหลายตึกครับที่มีสายสิญจ์
- ในห้อง NML จะมีเก้าอี้เป็นสีส้ม >>>ห้องNML2,3 สีฟ้าครับ NML4 เป็นโต๊ะlecture ธรรมดาครับ
- NML ย่อมาจาก New Multiple Lab
- ตรงทางเข้าตึก NMLจะมีป้ายสีแดงเขียนไว้ว่า โปรดระวังศีรษะ
- หน้าตึกฟักจะมีช้างอยู่ 2 ตัวสังเกตดีๆ และเยื้องๆมี อีก 2 ตัวคือแม่กะลูก และด้านข้าง 1 ตัว
- ตึกไดโนเสาร์เป็นชื่อเรียกของตึก วท.ที่มีไดโนเสาร์อยู่หน้าตึก
- คณะวิทย์มอ.มีสนามฟุตบอลอยู่กลางคณะ ที่สำคัญมีต้นไม้ตั้งตระหง่านกลางสนามเรียกว่า "สนามวิดยาดินแดง"(ไม่ได้อยู่ที่ดินแดงแต่สนามถูกใช้จนหญ้าไม่ขึ้นมีแต่ดินแดง
- หากมีลูกหลานที่ท่านรัก โปรดอย่าส่งมาเรียนวิทยาฯ เพราะแค่ปีหนึ่งก็ปางตายกันเกือบทุกคน แต่หากผ่านปี 1 ไปได้ ก็แทบจะจบ 4 ปีได้ทุกคน (เหลือจบ 4 ปี ประมาณครึ่งต่อครึ่ง) และวิดยามีเปอร์เซนต์การซิ่ว เปอร์ น้อยกว่าวิดวะอีกนะ >>>>>> ไม่จริง ไม่ปางตายซะหน่อย ผมว่าปี 2 เรียนยากที่สุด
- ถึงยังไงตอนนี้ก้อยังมีคนเรียน ป.ตรีวิดยาเป็นปีที่แปด ซึ่งหาได้ยากมากๆ >>> พี่เค้ามีปัญหาสุขภาพหยุดเรียนไปครับ
- ตึกฟักทองมาจากตึกจานบินของมหิดล
- วิดยาเป็นคณะเดียวในมอ. หาดใหญ่ ที่มีพิพิธภัณฑ์ (เปิดวันพุธ-อาทิตย์) แต่จะครึกครื้นเฉพาะสัปดาห์วิทย์กับวันเด็ก
- วิดยาอีกเช่นกัน เป็นคณะที่มีภาควิชามากที่สุดในมอ.
- ทุกปีในช่วงกลางเดือนสิงหา ช่วงกลางวันวิดยาจะคึกคัก (เพราะมีงานสัปดาห์วิทย์ฯ) แต่ช่วงกลางคืนทรัพย์ฯ จะคึกคักเช่นกัน(เพราะมีงานเกษตรฯ)
- ทุกปี จะมีบัณฑิตวิทยาศาสตร์เกียรตินิยม ที่เคยเป็นว้าก อย่างน้อย 1 คน
- วิดยาเป็นคณะแรกของมหาวิทยาลัยที่มีทีมรักบี้
- จบวิดยาที่นี่ทำงานได้หลายอย่าง แม้กระทั่งมือกีตาร์ <-- จบฟิสิกส์ ขับ 10 ล้อก็มีนะครับ
- กลศาสตร์ควอนตัม (วิชาปี 4) ของวิดยาที่นี่ ได้ชื่อว่ายากที่สุดในประเทศ >>>ควอนตัมเรียนปี 3 เทอม2 ครับ
- วิดยามีนักกีฬาตัวแทนจังหวัดไปแข่งกีฬาแห่งชาติด้วย (แต่ไม่ค่อยมีใครรู้)
- ถ้าไปที่วิดยาแล้วฝันถึงอะไรเหลี่ยมๆ ไม่ต้องตกใจ เพราะวิดยามีแต่ "เหลี่ยม" ตึกคณะก้อมีหินขัดสี่เหลี่ยม ลานหินแตกก้อมีลายสามเหลี่ยม
- เนื่องด้วยเพลงประจำคณะวิดยาต้นฉบับร้องยากมากๆ จึงมีการปรับทำนอง เปลี่ยนคำร้อง จนแทบจำไม่ได้ เพิ่งมีการเผยแพร่เพลงต้นฉบับ เมื่องานเลี้ยงศิษย์เก่า ก.ค. 51 ที่ผ่านมานี้เอง
- เพราะเพลงประจำคณะวิดยาต้นฉบับร้องออกแนวสุนทราภรณ์
- วิชาควอนตัมเมคเคนิค เป็นวิชาที่มีเทพ(หรือเมพหว่า)อักษรเป็นคนสอน ซึ่งได้รับพลังมาจากซุปเปอร์ไซย่าระดับ 7 (ที่จริงแกก็ปล่อยพลังทุกวิชาที่สอนนั่นแหละ)
- พอลิเมอร์เป็นภาควิชาที่มีคนเลือกมากที่สุดในวิทยาศาสตร์ รองลงมาเคมี และคอม แต่พอลิเมอร์มีแต่คนถูกสาบแข็งเป็นหิน >>>มั่วๆ แต่ละปีไม่เหมือนกันครับ
- 146 คือจำนวนสายตระกูลในคณะ (เยอะที่สุดในประเทศแล้วมั้ง)
- 50 % ของเด็กคณะวิทย์(กายภาพ)เกลียดวิชาฟิสิกส์ (รวมถึงข้าพเจ้า TT Noob Jiew)เนื่องจากมันยากมาก บางทีอาจารย์สอนแล้วแสงมันเข้าตา(ประมาณว่าผมน้อย)มองไม่ค่อยจะเห็น (เพราะตัดเกรดกับวิศวะหรือเปล่า?และเมื่อก่อน 39-40 ยังตัด ชีว กับแพทย์อีกต่างหาก) >>>>ตอนนี้อาจารย์สาวๆแล้วทั้งนั้น
- ต่อเนื่องจากเหตุผลข้างบนทำให้มีคนติดอีฟิสิกส์เกือบครึ่งคณะ พวกที่รอดคือพวกที่ดร็อปไว้ และ พวกที่เมพขิงๆ เท่านั้น
- หน้าฝน ฝนตกหนัก ตึกฟักน้ำนอง น่ากลัวฟักทองจะเน่า เพราะน้ำขัง
- มะม่วง น้ำปลาหวานที่คณะวิดยาอร่อยมาก เด็กวิดวะ ขอคอนเฟิร์ม ลองไปกินดูแล้วจะติดใจจร้า
[แก้ไข] ม.อ.ปัตตานี
[แก้ไข] เรื่องทั่วไป
- "รูสะมิแล" ชื่อที่ตั้งของ ม.อ. ปัตตานี แปลว่า "สนเก้าต้น"
- "อาเนาะรู" เป็นชื่อตำบลใกล้ๆ กัน แปลว่า "ลูกสน"
- คลอง 200 ปี เป็นสัญลักษณ์อย่างหนึ่งของม.อ.ตานี (สมัยก่อนเป็นตลิ่ง มาเปลี่ยนเป็นคอนกรีตเมื่อประมาณปี 42-43)
- พระบิดา ม.อ.ปัตตานี ทรงยืน ซึ่งเป็นพระราชานุสาวนีย์พระบิดาแห่งเดียวในโลกที่ทรงยืนแต่ที่ ม.อ.หาดใหญ่ ทรงนั่ง เป็นที่มาของความคิดที่ว่า ม.อ.หาดใหญ่ สบายกว่า ม.อ.ปัตตานี
- เพลงประจำ ม.วงสุนทราภรณ์แต่งโดยไม่เคยเห็นมหาวิทยาลัย ในเนื้อเพลงบอกว่าม.ติดทะเล สวยงามมาก แต่ที่จริง ม.ปัตตานี มีแต่ทะเลโคลน
- เพลงเขตรั้วสีบลู มีท่อนนึงร้องว่า "คอหงส์ เช่นกัน" แต่เด็ก มอ.ปัตตานี จะร้องว่า "คอหงส์ ชั่งมัน"
- เพลงประจำวิทยาเขตคือ "เพลงทิพย์สถาน" ซึ่งร้องยากที่สุดเพลงหนึ่ง ในการว๊ากเชียร์
- สัตว์ประจำ ม.อ.ปัตตานีคือ "ปลาตีน" มีเพลงประกอบด้วยชื่อเพลง "หัวใจปลาตีน"
- ม.อ.ปัตฯมีสระว่ายน้ำครึ่งสระ ม.อ.หาดใหญ่มีสระว่ายน้ำ สระครึ่ง (เพราะแบ่งจากม.อ.ปัตตานีไป ครึ่งสระ ก่อนที่จะได้งบสร้างสระใหม่ แต่ตอนนี้ไม่รู้มีกี่สระแล้ว)
- หน้าม.ปัจจุบันนี้อดีตคือสวนมะพร้าวหลังม. หน้าม.ที่แท้จริงคือหลังม.ในปัจจุบัน สังเกตุได้จากถนนกว้างขวาง 4 เลน และมีป้ายบอกทางจากในตัวเมืองให้เข้าทางที่ปัจจุบันเป็นหลังม.
- ครั้งหนึ่ง ม.อ.ตานี เคยถูกเรียกว่า ม.กล้วยไข่ จากการลงข่าวของหนังสือพิมพ์มติชน เรื่องการรับน้องมหาลัย ซึ่งมีภาพ น.ศ.หญิงกะลังอมกล้วยไข่ที่ตั้งอยู่บนเป้าของบัดดี้ชาย (รับน้องปี 41)
- เนื่องด้วยเหตุการณ์ข้างบน เราเลยมี "บูมกล้วยไข่" เพิ่มเข้ามาอีกหนึ่งบูม
- ถนนที่วิ่งตัดผ่าน ม.เส้นนั้น (ก็มีอยู่เส้นเดียวแหล่ะ) เรียกว่า Street of Mor-Or Pattani
[แก้ไข] กิจกรรมนักศึกษา
* ร้องนับ-รับน้อง
- น้องปี 1 ที่มอ. ปัตฯ นอกจากจะมีพี่รหัสแล้ว ยังมีพี่มาลัยจากการรับน้องมาลัยในวันแรกที่เข้าสู่รั้วสีบลู
- ช่วงรับน้องเด็กปี 1 ทุกคนจะต้องถูกถามว่า "พ่อมึงคือใคร ชื่ออะไร" ต้องตอบให้ถูกต้อง "พ่อผมคือพระราชบิดาครับ ทรงพระนามว่า สมเด็จพระมหิตลาธิเบต อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก" (มีพระราชประวัติสลักอยู่หลังพระรูปหน้าสนอ.)
- พี่มาลัยจะเทคแคร์ดูแลน้องมาลัย ดีมากตลอดจนพี่จบ
- รุ่นเดียวกันเราก็ยังมีเพื่อนบั๊ดดี้ในวันรับน้อง ซึ่งผู้ชาย1คนจะมีบั๊ดดี้ผู้หญิง 2-3คน
- ช่วงรับน้อง จะมีรุ่นพี่ไปจับปลาในคลอง 200 ปีมาปรุงอาหารให้กินกัน
- ปี 39 หนังสือพิมพ์ไทยรัฐลงข่าวหน้า 1 การรับน้อง ม.อ.ตานี ว่า "รุ่นพี่เถื่อน รับน้องโหด" นับว่าเป็นข่าวที่เหมาะสมอย่ายิ่งเพราะพี่ก็เถื่อน น้องก็โหด จับคู่กันได้ลงตัวที่สุด
- ปี 1 หญิงต้องใส่กระโปรงอัดจีบสีดำ รองเท้าผ้าใบสีขาว ผิดเพื่อนเมื่อไร ฉาวไปทั้งมอ.
- ช่วงเดือนแรกของน้องใหม่ ผู้ชายจะไปร้องเพลง"ตื่นเถิดควายไทย อย่าหลับไหลลุ่มหลง ชาติจะเรืองดำรง ก็เพราะควายทั้งนั้น..." ที่หอหญิง ในตอนเช้าตรู่ ผู้หญิงจะสาดน้ำ+น้ำปลา+น้ำผงซักฟอก ลงมา ตามแต่จะหาได้
- นอกจากพี่มาลัย พี่คณะ พี่เอก ก็ยังมีพี่จังหวัด พี่อำเภอ พี่โรงเรียน และพี่อื่นๆอีกมากมาย
- ที่นี่นอกจากมีพี่รหัส พี่มาลัยแล้ว ยังมี พี่ buddy พี่เอ็นดู พี่สีผิว และพี่อื่น ๆ ตามที่ใครจะนึกได้อีก+พี่ดูเอ็น+พี่สังเวช+พี่สงสาร+พี่หน้าตา....
* ตำแหน่งตาวต่างๆ
- ที่นี่มีตำแหน่งดาวซกมก ดาวซินโดรม ดาวบ้านๆ...
- ปี 39 มีดาวเฟรสชี่ ดาวคณะฯ ดาวบ้านๆ ดาวเดิล ดาวเทียม ดาวนกแก้วนกขุนทอง ดาวจอนห์เอฟ ดาวพ่อโขงแม่โขง ดาวบังอรเอาแต่นอน ดาวเท้าไฟ(สมัยยังมีเทคลานกิจฯ) ดาวมอด ดาวกระจาย.....
- ผู้ที่ได้ดาวมากที่สุดในปี 39 คือ น้องวรรณ เอกจีน ได้ทั้งหมด 4 ดาว เธอสร้างประวัติศาสตร์โดยสามารถคว้าดาวเดิล และดาวบ้านๆ ไปครองได้ในคนเดียวกัน สร้างความประหาดใจให้เพื่อนๆ เป็นอย่างยิ่ง
- ปี 41 มี "ดาวเก๊ก" ด้วย มด เอกบรรณได้ไป สวยเหมือน เคท วินสเล็ต แต่เพื่อนสนิทกลับงง เพราะตัวจริงเธอทั้งต๊องทั้งฮามาก (น่ารักดี)
* องค์การ...ชมรม..ชมรม..
- ชื่อเต็มๆ ขององค์การฯ คือ "องค์การบริหาร องค์การนักศึกษา มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี"
- ชมรมอาสาพัฒนาชนบท เป็นชมรมที่มีคนยี้ที่สุดใน ม.ตานี แต่มีสมาชิกค่ายมากที่สุดใน ม.ตานีเช่นกัน
- ป้ายประชาสัมพันธ์โครงการขององค์การนักศึกษา เรียกว่า คัทเอาท์ อยู่หน้าลานประดู่ ปีนกันเกือบทุกสัปดาห์
- ป้ายประชาสัมพันธ์โครงการ ม.ตานี ทำเองครับ ไม่มีการการจ้าง ฝีมือล้วนๆ
* งานประจำปีของ ม.ตานี (รวมไปถึงชมรมจัดด้วย) มีอยู่มากมาย
- งานวัด (วัฒนธรรม)
- งาน Bye Freshy
- งาน Bye' nior
- ประชุมเชียร์ ประชันเชียร์
- งานสานสัมพันธ์ วรรณกรรม และดนตรีเพื่อชีวิต - โดยชมรมอาสา
- งานรักษ์ไทย เป็นงานที่จัดมาตั้งแต่ปี 36 จนถึงปัจจุบัน - โดย ชมรมนาฏศิลป์และดนตรีไทย
- มีประเพณีปั่นจักรยานไปตะโล๊ะกะโปร์ หรืออีกชื่อหนึ่งคือ ไบค์ทัวร์ (สมัยนี้คงไม่มีแล้ว)
- ประเพณีการปั่นจักรยานเป็นคู่ไปหาดตะโล๊ะกะโปเรียกประเพณีไบค์ทัวร์ สาวหรือหนุ่มที่เป็นคู่ปั่นจักรยาน เรียกว่า "คู่ไบค์"
- ลานแด๊นซ์หลังลานอิฐก็ดิสโก้เธคในสมัยก่อน ต้องคอยระวังเด๊าะแด๊ะมาลวนลาม
- วันเปิดหอ (ให้นศ.ชายเยี่ยมหอหญิง หญิงเยี่ยมหอชายได้) ถ้านศ.ชายคนใดขึ้นไปนั่งบนเตียงน.ศ.หญิง แสดงว่าเป็นแฟนกัน (ตอนนี้ไม่มีแล้ว)
[แก้ไข] ความเชื่อ
จริงหรือมั่ว ชัวร์หรือไม่
- "ไข่ต้ม" เป็นสิ่งที่นักศึกษา "ม.สงขลานครินทร์" นำมาแก้บนกับอนุสาวรีย์พระบิดา ซึ่งความจริงมาจาก ผศ.สมชาย พูลพิพัฒน์ จะทำไข่พะโล้เลี้ยงนักแสดงโขนในการแสดงโขนประจำปี ซึ่งแสดงที่หอประชุม สำนักงานอธิการบดีก่อนการแสดงจะใช้ไข่ต้มสักการะพระราชบิดาเสร็จแล้วจึงเอามาทำไข่พะโล้เลี้ยง
- เชื่อว่าถ้าเหยียบเส้นที่ถนนตรงซุ้มแดงหน้าตึกสิบเก้า "มอ.ปัตตานี" จะเหมง (ไม่มีแฟน)
- แต่ถ้าหายเหมงแล้วจะต้มถั่วเขียวเลี้ยงเพื่อน
- หอ 5 (หญิง) มีน.ศ.ร่ำลือเรื่องเห็นวิญญาณเดินอยู่บนดาดฟ้า
- โรงเก็บรถใต้ดินหอ 7 ผีดุ
- มุสลิมที่นี้ใจดีมาก ขนาดไม่ชอบหมา แต่ก็ยังใจดี อนุญาตให้หมาที่น่าสงสารอยู่ด้วยกัน
- เชื่อว่าถ้าเหยียบเส้นที่ถนนตรงซุ้มแดงหน้าตึกสิบเก้า "มอ.ปัตตานี" จะเหมง (ไม่มีแฟน) รู้สึกว่ามันจะหายไปซัก 2-3 ปีแล้ว
- ทุกปี จะมีวันหนึ่งที่เชื่อว่า วิญญาณผีญี่ปุ่นจะเดินเตร่ทั่วมอ. ปัตตานี (วันไหนนั้น ว่างๆ จะคำนวณมาบอกอีกที )วิธีป้องกันไม่ให้ผี่ญี่ปุ่นมาเยือน คือ... เก็บสิ่งที่เป็นสีขาว และ สีแดง ให้หมด เพราะเป็นสีธงชาติโกโบริ
คำนิยามต่าง
- หอวิไลเรียกว่า "หอโหด"
- รถโดยสารจากใน มอ.ไปตัวเมืองเรียกว่ารถ "กะป๊อ" (สมัยสิบปีก่อนเรียกว่า ป๊อก ป๊อก แล้วอ่ะ)
- เรียกห้องเรียนรวมว่า "ห้อง500" มั่งถ้าจำไม่ผิด (ไม่ผิดหรอก-อดีตประธานหอ3)
- คำว่า "ดอม" ของชาว อาเนาะรู แปลว่าไปแอบดู??
- สถานที่ที่ดอมแล้วประสบความสำเร็จที่สุด คือ ต้นมะขามหน้าตึกเรียนของโรงเรียนสาธิต โดยเริ่มตั้งแต่เวลา 2 ทุ่ม เป็นต้นไป จนประมาณตี 2 แต่ ต้องปีนต้นมะขามขึ้นไปรอก่อนหน้าอย่างน้อย 1 ชั่วโมง
- คำว่า "มอด" หมายถึง ไปจิ๊กของกินชาวบ้านชาวช่องเค้า จนในการประกวดดาวมหาลัย ต้องมีตำแหน่งดาวมอด
- รถตุ๊ก ๆ เด็ก มอ.ตานี เรียก "ป๊อก ป๊อก"
- "เด๊าะแด๊ะ" คือคำเรียกเด็กวัยรุ่นผู้ชายที่ไม่ใช่เด็กมอ. (ส่วนมากจะหน้าตาน่ากลัวมาก)
- "เด๊าะดี้" คือคำเรียกเด็กวัยรุ่นผู้หญิงที่ไม่ใช่เด็กมอ. (ไม่จำกัดหน้าตา)
- "เหมง" คือ ไร้คู่ "ต้มถั่วเขียว" เป็นการแก้เคล็ดเหมง หรือเป็นการประกาศว่า "ตรูมีคู่แล้วโว้ย.."
- เด็ก มอ.ปัตตานี จะเรียก วิทยาเขตตัวเองว่า "ม.ตานี" แต่ถ้าเด็กวิทยาเขตอื่นจะเรียก "ม.ปัต"
- ประเพณีการปั่นจักรยานเป็นคู่ไปหาดตะโล๊ะกะโปเรียกประเพณี "ไบค์ทัวร์" สาวหรือหนุ่มที่เป็นคู่ปั่นจักรยาน เรียกว่า "คู่ไบค์"
- "สัตว์ประหลาด" เป็นชื่อของเมนูอาหารชนิดหนึ่ง ไม่ขายแต่ให้ฟรี มีให้กินเฉพาะที่โต้รุ่งเท่านั้น ไปช้าหมด อดกิน (ได้ข่าวว่าโดนระเบิดไม่รู้ปิดไปหรือยัง)(กระดูกซี่โครงไก่ มีเฉพาะร้าน ก๋วยเตี๋ยวนครปฐมที่โต้รุ่งเท่านั้น)
- "เข้" คือ ผู้ชายหน้าตาร้ายๆ แต่ทำว่าพี่หล่อ จีบสาวๆไปทั่ว โดยไม่รุตัวว่าเลยว่า... (สมัย ก่อนปี43)
- "เข้" (นิยามจากชมรมอาสาพัฒนาชนบท) เป็นได้ทั้งหญิงและชาย คารมเป็นต่อ หว่านไปทั่ว เรื่องหล่อ สวยไม่ใช่ประเด็น บางปีมีเข้ (หล่อ สวย) ขั้นเทพ
- ถามหา "เข้ตัวพ่อ" มีอยู่หลายคน และหลายสมัย เอาสมัยที่จำได้ รหัส 43 ขณะนี้อยู่ภูเก็ต ได้ข่าวว่าเป็นอาจารย์อยู่ที่ ราชภัฏภูเก็ต (อันนี้ต้อยอมรับว่าเค้าหน้าตาดีจริง)
- คำฮิตประจำม. "กะเบอะ ตะ หล่าว" เด็กเต็บติดกันตุ๊กคนเลย "นิ"
- "เพ็นกวิน" "นินจา" เป็นนิยามที่ใช้เรียก คนที่คุณก็รู้ว่าใคร
- คลอง 200 ปี นิยามของ 200 ปี คือ ความเหม็นเน่าของมันสะสมมาเป็นระยะเวลา 200 ปีแล้ว (เป็นคลองที่รองรับน้ำเสียจากอาคารต่างๆ เพื่อบำบัดต่อไป)
- มุสลิมะห์จะถูกเรียกโดยรวมว่า "ก๊ะ" ที่มีความหมายว่า พี่สาว ในภาษามลายู เรียกกันทีหันกันพรึบ
ว่าด้วยเรื่องปากท้องของกิน
- ร้านอาหารที่ลานอิฐสามารถหลับตาชี้นิ้วสั่งอาหารได้เลยเพราะมีเมนูเดิมๆ ถาดอาหารก็วางที่เดิม
- เมนูประจำเทศกาลรับน้องคือข้าวเกรียบปลาทอด ใครรับหน้าที่นี้ไปก็ยืนทอดกันเมื่อยเลย
- โรตีกับชาเย็นร้านบังหนูด หน้าวงเวียน ม.อ.ตานี อร่อยที่สุดในโลก (ช่วงปีรหัสสามสิบถึงสี่สิบต้นๆ ต้องที่สะพานแคลิฟอร์เนียเท่านั้น)<--รุ่นพี่รหัส 36 ช่วยยืนยัน
- ปีเก่าส่งท้ายปีใหม่ จะมีโปรโมชั่นทำโรตีแจกฟรี (บังหน้ามอ.) ใครอยากกินโรตีใส่ไข่ ก็ซื้อไข่ไปให้บัง
- และในช่วงเดียวกันของปี 49 ร้านกาแฟที่โรงช้างก็เคยมีโปรโมชั่นแถมวิปปิ้งครีมเหมือนกัน
- หลังหอ 6 มีขนมของว่างของป้าหมูมาขาย
- ลานอิฐไม่เคยหลับไหล
- ร้านอาหารในลานอิฐ ชั้นล่างร้านที่2 ลูกสาวสวย
- บังโซ๊ะ เป็นที่พึ่งของเด็กยามสอบ
- ร้าน ๙ เสี่ยงต่อการสูญพันธุ์ เพราะแอร์ไม่เย็น
- กรือโป๊ะ หรือกะโป๊ะ เป็นของกินคู่กับน้ำชาที่ขึ้นชื่อที่สุด ยุคนึง น.ศ.มอ.ตานีทุกคนต้องไปนั่งกินกรือโปะกับโอดิบที่แคลิฟอร์เนีย(บางคนก็เรียกริเวอร์ไซด์) รู้สึกเอกฝรั่งเศสจะเรียกว่า ลาแซล
- ข้างร้านหนังสือต้นไผ่ มีร้านอาหารอร่อยแต่ทำช้ามาก จนได้ชื่อว่า "ร้านป้าเฉือย" บางคนก็เรียกร้าน "ลุงเต่า"
- ที่ลานอิฐมี KFC ที่ย่อมาจาก ก๊ะ ฟราย ชิคเก้น หรือ ข้าวไก่ก๊ะ หรือ อีกชื่อหนึ่ง ไก่ทอดน้องจ๋า ผู้ชายไปซื้อจะให้เยอะมาก แถมลัดคิวให้ด้วย (ตอนนี้ไม่รู้ยังขายอยู่ป่าว)
- ร้านอาหารพุงกาง ข้าวกับกับข้าวให้อย่างเยอะ กินแล้วคุ้มมาก (เพื่อนกินจนเหลือขนาดขอข้าวน้อยแล้ว)
- ก๋วยเตี๋ยวแถวโรงพักที่เป็น "ก๋วยเตี๋ยวต้มยำ" ใส่กระดูกหมู ร้านนี้อร่อยจริงๆ ถ้าไปกินบ่อยๆ คนขายจะจำได้เลยว่าจะสั่งอะไร ไม่ใส่อะไร พิเศษอะไร บริการดีมาก (แต่พนักงานน้อยมาก)
- ตลาดโต้รุ่ง มีร้านขาย "ก๋วยเตี๋ยวจับกัง" อร่อยดีแต่บางครั้งก็รอนาน เจ๊คนที่บริการจะหน้าตานิ่งๆ แต่ยิงมุขที.. บอกได้คำเดียวว่า "โดน"
- ตลาดโต้รุ่ง ตรงข้ามร้านก๋วยเตี๋ยวจับกัง เป็นร้านขายข้าวราดแกง ข้าวให้เยอะมาก กับข้าวถึงจะเดิม ๆ แต่ก็อร่อยทุกวัน กับข้าว 2 อย่าง 25 บาท (คุ้มซะยิ่งกว่าคุ้ม)
- ร้านติ่มซำ อยู่ใกล้ๆ ตลาดโต้รุ่ง (แต่อยู่ถนนอีกเส้นนึงจำไม่ได้) ร้านนี้จะราดน้ำที่มีไขขาวฝอยๆ อร่อยมากแข่งละ 12 บาท ขายแค่ตอนเช้าเท่านั้น
- ร้านก๋วยเตี๋ยวหมูชิ้น (ข้ามสะพานเดโชชิดซ้ายตรงไป 2 แยกเลี้ยวขวาแยกที่ 2 น่าจะเป็นทางนี้แต่ไม่รู้ว่าถนนชื่ออะไรจำไม่ได้) นับชิ้นหมูได้ทีเดียว มีขายทั้งก๋วยเตี๋ยวเนื้อ และหมู หน้าร้านมีขายหมูสะเต๊ะด้วย
ถ้าบอกป้าเค้าว่า เตี๋ยวหมูชาม จะได้ชามใหญ่มา ราคา 30 บาท ถ้าอยากกินชามเล็กต้องบอก ราคา 25 บาท ถ้าไม่บอกจะได้ชามใหญ่เท่านั้น!!!
- ร้านหมูกระทะ "กระทะทอง" (ใกล้ปั๊มบางจาก) จะมีนักศึกษาไปอุดหนุนอยู่เป็นประจำ.. แต่จะมีอีกร้านที่ได้ยินว่าอร่อยกว่า (แต่ไม่เคยกินเลย)
- หลังจากที่ Big C มาเปิดที่ปัตตานีก็มักจะมีข่าว "ระเบิด Big C" อยู่เป็นประจำ (ได้ยินว่าจะระเบิดมา 5 ครั้งเห็นจะได้ //46)
- Big C จะมีร้านสเวนเซ่น นักศึกษาก็มักจะไปเป็นประจำเช่นกัน และชอบเดินเล่นที่ Big C มากกว่าไดอะน่าซะอีก!!
- ไดอาน่า (ปี 36)มีแต่บันไดเลื่อนขึ้น ไม่มีบันไดลง
- รอบหนัง 4 ทุ่ม โรงหนังปัตตานีรามา จะฉายหนังโป๊ มีแต่ผู้ชายกับตังเก ไปดูเต็มโรง ตอนนี้กลายเป็น Big C ไปแล้ว
- ซื้อเสื้อผ้ามือสองไม่ต้องไปถึงปารัต ไปแค่ จะบังติกอ ก็ได้ของดีราคาถูก
- สถานีรถไฟปัตตานี ไม่ได้อยู่ในตัวเมืองปัตตานี แต่ไปอยู่ที่ อ.โคกโพธิ์
- ใครไปต่อรถในเมืองเพื่อไปสถานีรถไฟด้วยตัวคนเดียว แนะนำให้มองหานักเรียนเด็กๆ คุยด้วย จะช่วยให้รู้สึกดีขึ้น เพราะที่คิวรถรอบข้างมีแต่ภาษายาวี บรรยากาศเหมือนอยู่เมืองนอกยังไงยังงั้น (ปัจจุบันคงไม่มีใครไปคนเดียวแว้ว)
เรื่อง หอ หอ...
- คำขวัญประจำหอหญิง (ผวนกันเอาเองนะ)
- หอ อี๋ 5
- หอ 6 สก กะ ปี๋
- หอ 7 เห็ด ปี๋
- หอ 8 เต่า
- แม่บ้านหอ 6,7 ขึ้นชื่อลือชาว่าดุ เฮี๊ยบมาก
- คู่ใดออกไปอ่านหรือติวหนังสือตามลำพังแถวทะเลโคลน จะถูกฉุด ทำร้าย (ก็ที่มันเปลี่ยวอ่ะ สมัยนั้น)
- น.ศ.ปีหนึ่งจะมีสอบวิ่งมินิมาราธอนจากวัดช้างไห้ไปน้ำตกทรายขาว วิชาพีอีอะไรนี่แหล่ะ
- สาวหอ 7 มักจะสวย /ไม่จริงมั๊ง สาวหอ 3 สวยที่สุด
- มีหอหญิง (หอ 4) แยกอยู่กับกลุ่มหอหญิงทั้งหลาย และอยู่กลุ่มเดียวกับหอชาย
- สุสานจักรยานอยู่ใต้หอ 6,7
- เวลาใครจะตามเพื่อนหรือประกาศรับโทรศัพท์ประจำชั้นก็ใช้โฟนที่ห้องคอมมอน ชาวบ้านรู้เรื่องกันไปทั้งหอ ตัวอย่างเช่น "ขออนุญาตใช้โฟนค่ะ น้องวรรณ เอกจีน มีผู้ชายโทรมาหาค่ะ ลงมารับโทรศัพท์ที่ห้องคอมมอนด้วย ขอบคุณค่ะ โปรดฟังอีกครั้งหนึ่ง (พูดเหมือนเดิม)
- คลองเลียบหอ 6 7 เหม็นเน่าตลอด ฝนตก น้ำท่วมด้วย
- เวลาตรวจหอ จะมีการโยนตะกร้าใส่เตารีด (หอมีเตาส่วนกลางมาให้ใช้) ลงไปใต้หอ
- หอ 3 มักถูกโจรปล้น แต่ไม่เคยจับได้ (เพราะยามรอให้โจรหายหย้าไปก่อน แล้วค่อยมา ทั้งๆที่อยู่ใกล้ป้อมยามหลังมอ.มากที่สุด)
- หอ 3 มีบูมหอคือ"หล่อ ติ้งต๊อง บ๊อง บ้า ฮาขี้แตกขี้แตน หนุ่มหอ 3 เฮ่... (ผู้ที่คิดบูมหอนี่คือ พี่ฉอยฝรั่งเศส)
- บูมหอ 2 คือ "เลวชาติ อุบาดชั่วรุ่นน้องหอสอง ดีเลิศประเสริฐศรีรุ่นพี่หอสอง"
- หอศรีตรัง เป็นหอที่สร้างขึ้นจากเนื้อเพลงเพลงหนึ่งของมหาวิทยาลัย คิดสิว่าเพลงอะไรหนอ..... ศรีตรังประดังดวงดอกบาน ผั่บๆๆๆ (เสียงหลังคาโดนลมพัดไหว)
- เก้าสนคอร์ทเคยเป็นที่พักที่หรูสุดของชาวมอ.ตานี(นานมาแล้ว)
- คลองข้างหอ 6 และ 7 เคยมีชาวอนุรักษ์พยายามจะนำบัวมาปลูกเพื่อความสวยงามแต่....
- ใครอยู่ หอ 5 จะมีเรื่องเล่า "ลิฟท์แดง" ใครเข้าไปใช้จะตายอยู่ในลิฟท์
แต่ที่จริงแล้วเค้าไม่ใช้ลิฟท์เพราะว่ากินไฟมากเกินไป (ไฟจะดับทั้งหอ) จึงไม่ให้ใช้ลิฟท์แต่อย่างใด (เห็นว่ายังไม่มีใครตายในนั้นซักคน)
- หอ 5 ชั้น 4 จะมีอยู่ห้องนึงที่ติดยัน (ยันตัวอักษรจีน) หน้าห้อง ได้ยินมาว่าใครที่อยู่ห้องนี้แล้วไม่ไปเรียน (โดดเรียน) จะมีมือมาคอยกระชาก มาปลุกให้ตื่น..
- หอเปิดใหม่เดินทางต่อจากหอศรีตรังตรงไปจะเรียกกันว่า "หอสหกรณ์ฯ" ชื่อเต็มจะยาวกว่านี้ (จำไม่ได้) สร้างจากเงินของสหกรณ์ มอ.ปัตฯ สร้างเสร็จประมาณปี 2547
- หอสหกรณ์ฯ ถ้ามองเข้าด้านหอพัก ปีกซ้ายจะเป็นหอหญิง ปีกขวาจะเป็นหอชาย
- หอพักหญิงของหอสหกรณ์ฯ ใต้หอจะมีร้านอินเตอร์เน็ตเปิดทุกวัน (ถ้ารู้จักกับเจ้าของร้านบางครั้งเค้าจะฝากปิดไฟ ปิดประตู ปิดเครื่องให้ด้วย เพราะง่วงนอนแล้ว คนในหอไม่ยอมนอนซักที 555)
- หอพักหญิงของหอสหกรณ์ฯ นี้แต่ละห้องไม่ได้เก็บเสียง เวลาใครอ่านหนังสือหรือทำกิจกรรมที่ต้องใช้สมาธิ
แล้วถ้าห้องข้างๆ เกิดอารมณ์ดีร้องเพลงเสียงดังขึ้นมา จะเป็นเรื่องกันได้ง่าย (โปรดระวังและเกรงใจกันบ้าง)
กิจกรรมอื่นๆ...
- หลังจากที่เกิดเหตุการณ์ 3 จังหวัดชายแดนใต้ นักศึกษาก็ต้องระวังตัวมากขึ้น (ก้มดูใต้ท้องรถแล้วหรือยัง)
- ยามว่างถ้าไม่เช่าการ์ตูน ก็มักจะเช่าหนังมาดู (มีร้านหนังเปิดใหม่อยู่เยื้องๆ ตรงข้ามกัน) ไม่ก็นั่งกินน้ำชา หรือเล่นเกมที่ร้านเน็ท
- ที่วิทยาเขตปัตตานี มี 7-11 น้อยมากๆ (บางครั้งก็มีเจ๊งด้วย ใครนัดเจอใครตอน 7-11 เจ๊งมาเจอกันได้ที่นี่)
- โรงหนัง "พาราไดซ์" ปิดตัวลงตั้งแต่ปี 50 ตอนนี้เป็นบ้านให้นกนางแอ่นแล้ว (ได้ดูเรื่อง ชัตเตอร์ หลอนสะใจมาก เพราะโรงหนังเป็นรูบนเพดาน แต่คนดูเต็มโรงจนต้องหาเก้าอี้เสริม 555)
[แก้ไข] นินทาอาจารย์/มหาลัยฯ/นินทากันเอง ฯลฯ
งานทะเบียน...ที่ไม่เคยเปลี่ยน
- ฝ่ายทะเบียนขี้บ่น หน้าบอกบุญไม่รับ และนักศึกษาชอบนินทาลับหลังมากที่สุด
- ระวัง ใครที่ญาติป่วย มีปัญหากับแฟน เกรดต่ำ บ้านมีปัญหาเรื่องปลวก ห้ามไปติดต่อกับฝ่ายทะเบียนเป็นอันขาด เพราะ
- ท่านที่ญาติป่วย ฝ่ายทะเบียนจะทำให้ท่านรู้สึกว่า ญาติท่านเสียไปแล้วเมื่อกี้
- ท่านที่มีปัญหากับแฟน ฝ่ายทะเบียนจะทำให้ท่านรู้สึกว่า แฟนของท่านทิ้งท่านไปมีแฟนใหม่ และแฟนใหม่ของแฟนเก่าท่านมิใช่ใคร เขาก็คือ เพื่อนที่กินข้าวด้วยกันทุกเช้าที่ลานอิฐนั่นเอง รู้สึกแย่มากๆ
- ท่านมีมีปัญหาเกรดต่ำ ฝ่ายทะเบียนจะทำให้ท่านรู้สึกว่า เทอมหน้าท่านจะไม่มีสิทธิ์ลงทะเบียนได้อีกแล้ว
- ท่านที่บ้านมีปัญหาเรื่องปลวก ฝ่ายทะเบียนจะทำให้ท่านรู้สึกว่า ปลวกน่ารักกว่าเจ้าหน้าที่ฝ่ายทะเบียนเยอะเลยยยย
- เมื่อใดที่นกกระสา(ตัวสีขาวๆ อะน่ะ) มาด้อมๆ มองๆ ในคลองสองร้อย เพื่อหาปลากิน แสดงว่า...นกกระสาตัวนั้นบ้าไปแล้ว
- นศ.ทุกคนจะได้เดินบนสะพาน 200 ปี (เปลี่ยนเป็นสะพานสหัสวรรษประมาณปี 42-43)
- ตึกส้มเป็นตึกที่สร้างได้แย่มาก(ใครไม่เห็นด้วยโปรดแก้ไข) รองลงมา ตึกคณะมนุษย์ เพราะ บันไดหายตั้งแต่ชั้นสองขึ้นไป (มันหลบไปอยู่ด้านข้าง)
- ตึกมนุษย์ฯ จะเป็นรูปเรือ (เหรอ ช่วงปี 40 ต้นๆเค้าเรียกกันว่าตึกสงฆ์อ่ะเพราะเหลืองอร่ามมาก)
- มอ.ปัตตานี จะมีพื้นที่เพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ เพราะอยู่ติดชายฝั่งทะเล(โคลน) อ่าวไทย (แต่ในปัจจุบันจังหวัดปักหมุดเอาไว้แล้ว จึงไม่มีพื้นที่เพิ่ม)
- ถึงจะเป็นทะเลโคลน ถ้าได้เรียนที่ชั้น 4 ตึก 19 ลองมองออกไปนอกหน้าต่างดิ วันฟ้าใสทะเลจะสีสวยมาก
- มอ.ปัตตานีมีพี่ ๆ ทหารมาลาดตระเวณเป็นประจำ(และจะมาจีบเด็กมอ.ด้วย)
- ใบไม้ที่ มอ.ปัตตานีจะเปลี่ยนสีตามฤดูกาล โดยเฉพาะตรงหน้าหอเอฟ ใบไม้ร่วงสวยมาก แล้วก็ต้นทองหลางตรงทางลงตึก 19 ฝั่งหอเอฟ ยังกะเมืองนอก (ไม่รู้สมัยนี้ยังอยู่ป่าว)
- หน้า JFK ลมแรงมั่กม๊าก วันไหนโชคร้ายหน่อย ลมจะพัดกระโปรงขึ้นมาคลุมหัว
- เอกภาษาฝรั่งเศส เป็นวิชาเอกที่เด็กเรียนน้อยที่สุด แต่ก็มีอาจารย์ต่างประเทศมาสอนทุกปี ซึ้งจริงๆ
- เอก math..เป็นเอกที่มีสถิติผู้เรียนสูงสุดในรหัส 39 และ 40 ประมาณปีละ 80-90 คน
- ดูฝนดาวตกที่เลโคลนเห็นชัดและสวยที่สุด
- เวลาเรียนของเด็ก ม.ตานี เริ่มเร็วสุด 7 โมงเช้า โดยที่ทุกคนมีกลิ่นตัวเดียวกันหมดทั้งห้อง ยกเว้นจารย์
- ดึกสุดคือสองทุ่ม โดยที่ตอนนี้ทั้งอาจารย์และนักเรียนอาจจะมีกลิ่นตัวเดียวกันแล้ว
- เริ่มสอบเช้าที่สุดคือ 6 โมงเช้า และเสร็จดึกที่สุดคือ 5 ทุ่ม (เคยได้ยินว่า วทท อาจารย์ให้เวลาทำข้อสอบทั้งคืนเลย เสร็จก่อนก็กลับก่อน)
- เอกภาษาอังกฤษมักจะโดนเหมาเรียนวิชาทรานสเลของอาจารย์ชัยเลิศตอนเจ็ดโมงเช้าทุกเทอม (รหัส 41) โดยอาจารย์ให้เหตุผลว่า ไม่ต้องไปแย่งห้องเรียนกับคนอื่นเขา สบายดี เช้าไหนมี นศ ตื่นไม่ทันเยอะ เช้านั้นจะเป็นวันที่เก็บคะแนน ทำผิดคุณจะได้คะแนนติดลบกลับมา ติดลบมาก คือผิดมาก ถ้าได้ +2 จะดีใจเป็นที่ซู้ดด
- รหัส 41 คณะมนุษย์เป็นที่ล่ำลือในหมู่รุ่นพี่ (และในหมู่อาจารย์ที่เป็นลูกศิษย์) ว่าเป็นปีที่โชคดีที่สุดเพราะไม่ต้องเรียนวิชาทรานสเลกับอาจารย์ด็อคเตอร์ เพราะอาจารย์ท่านลาพักร้อนหนึ่งปีพอดี คิคิคิ
- เรียนEnvi.ให้สนุกต้องเรียนกับอาจารย์ปรียา...
- แสดงว่าไม่เคยเรียน Envi. กับอาจารย์ บุญhelp ละซี่..
- อาจารย์ มอ.เรามีชื่อภาษาอังกฤษกันเกือบทุกคน (ใครจำได้ช่วยกันต่อหน่อย)
- อ.บุญช่วย = อ.บุญHelp (เป็นอาจารย์ที่เขียนด่าในเปเปอร์ตอนส่งคืนได้เหมือนอาจารย์มานั่งอบรมอยู่ตรงหน้าจริงๆ พระเจ้า!)
- อ.มณีรัตน์ = อ.Maneera
- อ. แววตา = อ. Cindy Crawford
- รำลึกถึง อ.อารยัน เหล่าสัตย์
- อ.สอน ศิลปะ คณะศึกษาศาสตร์
- วิชาที่สอนได้แก่ เซรามิค อินโทรสครับเจอร์ สครับเจอร์เด๊คอร์เรชั่น....
- เป็นวิชาที่มีนักศึกษาแย่งกันลงทะเบียนมากที่สุดในประวัติศาสตร์ ม.อ.ปัตฯ
- อ.อารยัน ผู้อารีย์ แจก A ทุกวิชา
- เรียนกับอาจารย์หม่อมฯ โดยด่ามากที่สุด แต่ไม่โกรธ
- ใครที่ลงเรียนวิชาปิงปอง อย่านึกว่าจะสบายแค่วิ่งรอบโต๊ะ เพราะอาจารย์จะให้วิ่งเก็บรอบสนามฟุตบอล 100 รอบในหนึ่งเทอมเป็นการเก็บคะแนน ใครอยากลดลงเหลือกึ่งหนึ่งก็ให้ไปสมัครวิ่งมินิฮาฟ มาราธอน 10 กิโลเป็นตัวช่วย (ถ้าปีนั้นมีจัด)
- ใต้ตึก 19 เคยมีห้องเกาหลี (ฮิตมาก่อนที่ K-Pop จะดัง) ที่ นศ เอาไว้นั่งพักดูทีวี ทำการบ้าน กินขนม และ นอน ระหว่างรอเรียน (ตอนนี้ไม่มีแล้ว)
- การเดินทางจากปัตตานีไปกัวลาลัมเปอร์ใกล้กว่ามา กทม นศ ชมรมวิเทศสัมพันธ์ (และอื่นๆ) เลยจัดทริปแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมกับประเทศมาเลเซียแทน ม. อื่นในประเทศไทย
ข้อควรระวัง...
- น.ศ.หญิงที่ปั่นจย.เที่ยวข้างนอกให้ระวังกลุ่มเด๊าะแด๊ะ
- ขับมอร์เตอร์ไซด์ ต้องระวังแพะ กับเด็กสาธิต จนมีคำกล่าวว่า "ถ้าแพะ กับเด็กสาธิตวิ่งตัดหน้า จะชนใคร" ตอนนี้ไม่มีแล้ว/๕๑
- ขับมอร์เตอร์ไซด์ ไปหลัง มอ. ต้องระวังวัว จนจะกลายเป็นมาร์เฟียวัว อยู่แล้ว.. (46)
- อย่าสวมกระโปรงยาวเกินความจำเป็น หากหลีกเลี่ยงไม่ได้ ให้พกกรรไกรไว้กับตัวตลอดเวลา เพราะกระโปรงมักเข้าไปติดในโซ่รถ
[แก้ไข] ภูเก็ต
- เมื่อก่อน มอ.ภูเก็ตอยู่ที่สะพานหิน (ที่รู้จักกานในนามว่าตึกที่ซิบ้า เช่ามอ.อยู่)ก่อนที่จะย้ายมาตั้งที่กะทู้
- คณะอุตสาหกรรมบริการ เมื่อก่อนชื่อ การจัดการโรงแรมและการท่องเที่ยวครับ (ตอนนี้เปลี่ยนชื่อเป็นการบริการและการท่องเที่ยวแล้ว---จะเปลี่ยนทำไมเนี่ย)
- ผู้หญิงการโรงแรมจะบึกบึนเป็นพิเศษเพราะส่วนใหญ่มีแต่ผู้หญิงและเพื่อนสาว ต้องทำอะไรด้วยตัวเองตลอด
- ในอดีต ตึกดนตรีไทยเคยเป็นหอชายล้วนด้วย เรียกว่าเล้าไก่
- ส่วนหอหญิงทางมหาลัยเช่าตึกเอทั้งตึก ให้ผู้หญิงอยู่
- คณะอุตสาหกรรมบริการ
- สาขาวิเทศน์ธุรกิจจีน (สาวสวยเยอะ)เป็นคณะที่เรียน 3 ปี ครึ่ง
- ช่วงสอบก็ต้อง"ไก่เมา"
- เรานอนเช้าก็เพราะเรารอไปกิน"ไก่เมา"
- คณะเทคโนโลยีและสิ่งแวดล้อม เดิมคือ โครงการจัดตั้ง คณะวิทยาศาสตร์ประยุกต์ ตอนนี้แตกแขนงอีกมายมาย จนนับม่ะถูกแล้น
- อาคารกีฬา วิทยาเขตภูเก็ต มีลักษณะเหมือนยุ้งฉางเก็บข้าว และเมื่อตอนแผ่นดินไหวตอนเกิดซึนามิ
โรงยิมร้าว แก้ไขโดยการทาสีปิดรอยร้าว 5++
- การโรงแรม มีวิชาสอนเด็กกินเหล้า 55+
- หอพักมหาลัย ใช้ระบบแสกนลายนิ้วมือเข้าหอ
- เด็กภาคคอม จะพยายามจีบเด็กภาคอุตสาหกรรมบริการ และเด็กวิเทศ อิอิ
- น้ำประปาที่ใช้ในมหาลัย มาจากขุมน้ำหน้าหอพักทั้งหมด เกือบทุกเช้า จะมีคนมาโปรยคลอรีนลงในขุมน้ำนั้นด้วย และนักศึกษาที่ไม่ใช้ครีมนวดผมนั้น ทรงผมจะเหมือนใส่เจลล์
- หน้ามหาลัยมีป้ายห้ามขี่ม้าเข้ามาในมหาลัย
- จอดรถในที่ห้ามจอด จะถูกล๊อคล้อ ถ่ายรูปเป็นหลักฐาน และปรับเงินร้อยนึง
- วิทยาเขตภูเก็ต เป็นวิทยาเขตที่ไม่มีห้องสำหรับสภานักศึกษา และชมรมอีกหลายชมรม (เมื่อก่อน)
- หอพักวิทยาเขตภูเก็ต มีอินเตอร์เน็ตถึงทุกห้อง
- ห้องน้ำที่หอพักชายเก่า จะมีห้องที่ล๊อกมาจากด้านใน และชั้นบนจะมีผีดุมากก
- โรงอาหาร เรียกว่า Canteen
- Canteen ใหม่ (บ้างก็เรียก Canteen บน) เพิ่งสร้างเสร็จปลายปี 2009 แต่ 95% ของนักศึกษาก็ยังอดทนต่อคิวที่ canteen เก่า
- มีโรงแรมในมหาลัย ชื่อ PSU Lodge
- ที่นี่ไม่มีการประชุมเชียร์ แต่มีกิจกรรม สอนน้องร้องเพลง
- สระอโนดาษ จะมีคนคนนึงไปว่ายน้ำ เค้าคือ อาจารย์แบลร์ และต้อนนี้สระอโนดาษสวยงามแล้วนะแถมยังไปวิ่งรอบๆๆสระได้ด้วย วู๊วว
- อาจารย์แบลร์ (Blair) ชอบขึ้นไปวิ่งบนภูเขารอบมหาวิทยาลัยด้วย
- บางครั้ง (สมัยก่อน) ถ้าเห็นอาจารย์แบลร์วิ่งกระโดดข้ามรั้วหลังมหาวิทยาลัยเข้ามาก็ไม่ต้องตกใจไป นั้นเปรียบได้กับการวิ่ง jogging ของเรานั้นเอง
- เด็กปีหนึ่งคณะอุตสาหกรรมบริการทุกคนต้องเคยได้ยินอาจารย์แบลร์พูดว่า "Open your window directory!!!!"
- ด้านกีฬา มีสนามเทนนิส 2 คอร์ท สนามแบดมินตัน 2 สนาม สนามฟุตบอล สนามบาสกลางแจ้ง 2 สนาม สนามวอลเล่ย์บอลชายหาด 1 สนาม และสนามบาสในร่ม 1 สนาม
- รถประจำมหาลัยมีดังนี้
- รถบัสพัดลม 1 คัน (สภาพพอใช้งานไปวันๆ) เค้าเรียกว่า รถบรรทุกหมู อิอิ
- รถบัสแอร์ (แต่ร้อนมาก สภาพเหมือนๆกัน ) 1 คัน
- รถ 6 ล้อ ที่ไร้ระบบกันสะเทือน 1 คัน บ้างก็เรียกรถทัวร์(ฮุก)
- รถตู้(ร้าย)1คัน ปานกลาง 1 คัน และเพิ่งถอยมาใหม่ 1 คัน
- วิดวะคอม ภูเก็ต เปิดครั้งแรกในปี 2545 สมัยนั้นนักศึกษาวิดวะคอมมีสภาพคล้ายผีตองเหลืองเพราะต้องไปเรียนหาดใหญ่ ภูเก็ต สลับๆกันแทบจะเทอมละที่
- อาจารย์ ธรรมรัฏฐ์เป็นอาจารย์ที่ถูกหลอกให้มาสอน (แกมีอนาคตอยู่เมืองนอกดีๆถูกหลอกมาสอน)
- อาจารย์ ธรรมรัฏฐ์ ก็ไปหลอกอาจารย์ต่างชาติมาอีกหลายชีวิต
- นักศึกษากว่า 90% สะกดชื่อของ อาจารย์ธรรมรัฎฐ์ ผิด
- วิดวะคอม เป็นคณะที่ถ้าตามหลักสูตรจะต้องเรียนเป็นภาษาอังกฤษ แต่โดยส่วนใหญ่เด็กวิดวะมักตกอังกฤษ
- วิดวะคอมรุ่นแรก (รหัส 4510xxx) เคยก่อคดีทุจริตวิชาNetwork เกือบทั้งคณะ รอดอยู่6-7ตัว(มันไหวทันไม่ใช่คนดีหรอก) ทั้งหมดโดนบังคับบำเพ็ญประโยชน์500ชั่วโมง ฟังธรรมมะ และส่งไปช่วยที่วัดบางม่วง(ตอนสึนามิ) เรียกกลุ่มนี้ว่า พุทธบุตร (5555เรารอดเว้ยยยยย)
- ในอดีต วิดวะคอมเรียนแม๊คคาทรอนิกส์ด้วย แต่ตอนนี้ไม่ต้องละ (วิชานี้กรูติดEสาดดดด)
- หอหญิง(หอใน) จะไฮโซมากๆๆ มีเครื่องทำน้ำอุ่น แอร์(ชั้น1-3) มีตู้เย็น และinternet ไว้ให้นักศึกษาหญิงทำหน้าแอ๊บแบ๊วใส่HI5
- ในมหาวิทยาลัย ไม่มีถนนลาดยางเลย มีแต่ถนนคอนกรีต
[แก้ไข] เรื่องทั่วไป
1. ใต้ตึกคณะวิทยาการจัดการ วจก. มีร้านข้าวแกงที่อร่อยมากและเรื่องมากเช่นกัน กับข้าวสั่งได้ไม่เกินสามอย่างเท่านั้น ห้ามขอข้าวเพิ่ม ห้ามเอาจานออกนอกอาคารถ้าเห็นลุงแกเดินไปเก็บทันทีแล้วเอาเงินคืนกลับให้ทันใด คนตัวใหญ่จะได้ข้าวมากกว่าผู้หญิงบอบบาง (2553 ร้านข้าวแกง"ร้านป้า"ไม่มีขายแล้วนะจ๊ะ เพราะหมดสัญญาแล้ว)
2. ทีนี่เป็นหนึ่งในไม่กี่แห่ง หรืออาจเป็นที่เดียวที่ก่อนเข้ามหาลัยต้องเปิดเบาะ บางครั้งดูถังน้ำมัน และส่องใต้ท้องรถก่อนเข้ามหาลัย ทั้งๆที่คนที่ขับเข้ามาสะพายเป้หรือกระเป๋าใหญ่กว่าถังน้ำมันตั้งเยอะ แต่ไม่เคยตรวจเลย (ก้อเค้าบอกให้ตรวจแค่ถังน้ำมันนี่)
3. เรื่องราวของคุณยายสปีดที่โด่งดังจนไปถึงรายการThe Shock ก็เกิดขึ้นหน้ามหาวิทยาลัยแห่งนี้เอง ณ ถนนระหว่างโลตัสและวัดจีน
4. เมื่อถึงช่วงเวลาที่ลือกันว่าวันนั้นเป็นวัน D Day จะเป็นวันที่เพื่อนร่วมห้องของเด็กคณะ วจก. ที่อาศัยในหอพักมหาลัยเป็นอันหวาดกลัวเป็นอันมาก เพราะมีตำนานเล่าว่าวันนั้นจะมีรุ่นพี่ของทางคณะนั้นที่ได้เสียชีวิตไปแล้วจะมาทำการบูมให้แก่รุ่นน้อง ซึ่งรุ่นน้องคณะนี้จะไม่ได้รับรู้หรือสัมผัสได้ถึงประสบการณ์อันอบอุ่นนี้ แต่เพื่อนร่วมห้องต่างคณะจะได้รับรู้และเห็นเหตุการณ์โดยตลอด
มีวิธีแก้เคล็ดดังนี้
- เขียนป้ายไว้ที่หน้าห้องและหน้าต่างประมาณว่า ห้องพักนี้ไม่มีเด็ก วจก.
- เอาไทด์คณะ และของใช้ที่บ่งบอกความเป็นวจก.ไปซ่อนซะ
5. สีประจำคณะของ วจก. คือ เฉดม่วง แต่วจก.ใช้สีบานเย็นมาโดยตลอด จนกลายเป็นสีที่ติดตาและเข้าใจผิดของหลาย ๆ รุ่น หลาย ๆ คณะ...ดังนั้นทางคณะจึงเปลี่ยนมาใช้สีเฉดม่วงในปีการศึกษา 2551 นี่เอง (เปลี่ยนทั้งธง ไทด์คณะ แถบสีชุดครุย ฯลฯ)
[แก้ไข] เกร็ดเล็กเกร็ดน้อย
จากเด็ก neer 39 มันมีเพลงประจำวิดวะด้วยนะ (เอามาจาก มข. มาแก้ไขนิดนึง) เครดิดนี้ยกให้พี่ป้อม มอ.หาดใหญ่นะ(เฮดว๊ากปี 49) ไปเจรจาจนได้มา อิอิ
ชื่อเพลงวิดวะหน้าหม้อ
เปอร์ช่างพ่อมึงดิ กูจะเรียน 6 ปีใครจะทำไมกู ซิ่วช่างแม่งปะไร ทายแล้วเอ็นใหม่แม่กูส่งเรียน รีบจบ กันไปทำไม เรียนไปซิ่วไปความรู้แน่ดี แมทแคลกูไม่เอามันแล้ว กูจะไปต่อแถว ออก้า* ฟิสิกมึงก็ท่องกันไป กูไม่สนใจกูจะไปหลังมอ แซวดะแม่งทุกคณะ วิดยา ทันตะ มาเก็ต หน้าหอ ศึกษา พยาบาล มนุษย์ แซวให้สุดๆแล้วค่อยกลับหอ ฟังแล้วจำไว้ไอ้เหี้ย ฟังแล้วจำไว้ไอ้เหี้ย พวกกู เอ็นจิเนีย หน้าหม้อ...
- ออก้าคือผับผับหนึ่งในหาดใหญ่เคยบูมในหมู่เด็ก มอ. แต่ตอนนี้ไปบูมที่มังกี้แล้ว อ้อ ยังมีเครซี่ด๊อกอีกที่ และSa-bye Bar ด้วย
จริงๆ ยังมีอีก 1 เพลง ถือกันได้ว่าเป็นเพลงลับ มีเฉพาะคณะวิศวกรรมศาสตร์ มอ.หาดใหญ่ เท่านั้น (มันเป็นเพลงที่ลับและเก่ามากจนรุ่นน้องวิศวะ มอ. รุ่นหลังๆ ก็อาจจะไม่เคยได้ยิน) ชื่อเพลงว่า "เคีย อินทานวย"ซึ่งเป็นเพลงที่มีเนื้อหาเกี่ยวกับชื่อของแต่ละสาขาวิชาภายในคณะคณะวิศวกรรมศาสตร์ มอ.หาดใหญ่ แต่มีเนื้อหาเพลงที่ค่อนข้างจะลามก จึงไม่สามารถเขียนให้อ่านได้หมด อีกทั้งเป็นความเชื่อว่ากันว่าเป็นเพลงที่รุ่นพี่ได้แช่งไว้ว่าไม่ให้จด แต่ให้จำ ไม่งั้นจะเรียนไม่จบ หรือโดนรีไทร์ จึงทำให้เพลงนี้ไม่ได้รับการสืบทอดอย่างต่อเนื่อง(ผู้เขียนเรียนจบแล้วไม่มีปัญหา อิอิ) ตัวอย่างเพลง เคีย อินทานวย "โยธา _วยคอนกรีต _วยยาวปรี๊ด หนักครึ่งกิโล _วยใหญ่และ_วยโต _วยเทอร์โบ _วยเครื่องกล....." ที่เหลือก็คงต้องไปถามหารุ่นพี่วิศวะ มอ.หาดใหญ่ กันในวงเหล้าเองน่ะครับ (เมาแล้วหรืออยู่ในประชุมเชียร์ถึงจะร้องให้ฟัง) เสริมอีกเล็กน้อย หากเป็นนักศึกษาคณะวิศวกรรมศาสตร์ มอ.หาดใหญ่ เมื่อ 6-7 ปีที่แล้ว ต้องยังจำคอนเซปพร้อมท่าเต้น 4 ท.วิศวะ ได้ คือ "ทุ่มเท ทิ่มแทง ทำแท้ง ทอดทิ้ง....แต่ส่วนใหญ่จะถูกทอดทิ้ง" อีกทั้งในคณะวิศวกรรมศาสตร์ มอ.หาดใหญ่ ยังมีความมันอีกมากต้องมาลองอยู่เอง เช่น แต่ละกรุ๊ปคณะวิศวกรรมศาสตร์ มอ.หาดใหญ่ จะมีฉายาของแต่ละกรุ๊ปเรียนต่างๆ กันไป เช่น กรุ๊ป D Dragon, H Hitler, L Alcohal, M Marbolo เป็นต้น
[แก้ไข] ของกิน
- ของกินที่ม.อ.เยอะมากๆๆ..อร่อยด้วย หมี่ไก่ หมี่เอ็น ราดหน้าร้านน้องยิ้ม ร้านยำยำ ไอติมกระทิซอยตรงข้ามฉื่อฉาง
- ข้าวหมกไก่หน้าทางเข้าโรงช้าง กล่อง 20 อร่อยสุดๆ และคนขายเกือบทั้งหมดจะมาจากภาคอิสาน
- ถ้าเกษตร สเต็กพี่โหน่งคือสปอนเซอร์หลัก ม.อ. ก้อมีร้านกรหมี่ไก่เป็นสปอนเซอร์หลักเหมือนกัน แค่ขอมา พี่นิกรจัดให้
- ข้าวหมกไ่ก่ที่ตลาดสดตอนตี 1 ของอาบังอร่อยกว่า แต่มีเสียงเลื่องลือว่าอาบัง (ร้านอ้วนๆ) เป็นเกย์ เวลาเพื่อนหล่อๆไปซื้อมักจะให้เยอะเป็นพิเศษ ด้วยคำพูดหวานหวานว่า "เอ้า บังแถมให้"
[แก้ไข] บทความที่เกี่ยวข้อง
เพิ่มเติม: วิทยาเขตสุราษฎ์ธานี (เท่าที่นึกได้)
- วิทยาเขตสุราษฎ์ธานีตั้งที่เขาท่าเพชร เด็กปีหนึ่งช่วงรับน้อง
ต้องเดินขึ้นเขาท่าเพชรกันทุกคน
- ป้ายหน้ามหาวิทยาลัยตรงร้านอี้เหมือนป้ายปั้มน้ำมัน
- ร้านกั๋วยเตี๋ยวซ้อยสายลมตอนเที่ยงเด็กมอ.เยอะมากๆ
- ทางขึ้นหอพักมีโรงอาหารที่เป็นจานบินถือเป็นอนุสรณ์
ของดร.อัจฉริยะ ที่แต่งตัวเรียบร้อยมาก ว่ากันว่าบินไป
ดูแบบจากเมืองนอก ปรากฏว่าสร้างเสร็จด้านบนเป็นที่
หมานอน
- เป็นวิทยาเขตที่ผู้คนในเมืองสุราดมักไม่ค่อยรู้จักกัน
เมื่อถามถึงมอ.ผู้คนมักจะบอกว่าอยู่หาดใหญ่
- ร้านน้ำชาแถวหน้ามอ.ยามค่ำคืนช่วยสร้างสีสันได้เป็นอย่างดี
- สมัยปี 46 หอพักชายมีหอเดียว คือ หอสอง แต่ก่อนนั้น
เป็นหอหญิงมาก่อน เพราะมีป้ายบอกว่าอย่าทิ้งผ้าอนามัย
ลงโถส้วม ส่วนหอ 3 เป็นหอพักชายมาก่อน
เพราะมีโถฉี่ผู้ชาย
- มอ.มีซอยเข้ามาจากถนนใหญ่ (เส้นสุราด-นาสาร)
เขามีชื่อว่า "ซอยพิเศษ" เพราะแต่ก่อนในซอยนี้
ไม่มีผู้คนพักอาศัยอยู่เลย
- มอ. สุราด อยู่ใกล้กับราดพัดสุราด แต่คนส่วนใหญ่รู้จัก
แต่ราชพัดส่วนมอ.นั้นลืมไปเลย
- สมัยปี 46-50 ตรงหน้าปากซอยพิเศษติดกับโรงเรียนนิคม
มีตลาดเปิดท้ายทุกวันเสาร์ ตอนเย็นเด็กมอ.ไปหาของกิน
กันเต็มตลาด
- ที่หน้าปากซอยพิเศษมีร้านขายของชำ (ร้านคุณแม่ขา)
ลูกสาวเจ้าของร้านน่ารักมั๊กมาก ข้างร้านขายของชำ
มีร้านอาหารไฮโซที่ขายตอนกลางคืนซึ่งมีคนทำกับข้าว
เสิร์ฟ และคิดตังค์ ล้างจาน อยู่คนเดียวแกเป็นเจ้ตุ๊ดที่อึดมากๆ
- ตรงหน้ามหาวิทยาลัย (ป้อมยาม)มีร้านอาหารสมัยปี 46
ที่คนมากินกันเป็นประจำคือ ร้านหอส้ม ต่อมาแม่ครัว
จากร้านหอส้ม (น้าติ่ม) มาเปิดกิจการเป็นของตนเอง
เปิดแข่งกับหอส้มฟากตรงข้ามเลย หล้งหอส้มสมัยก่อน
เป็นร้านเกมดำเนินกิจการโดย "พี่ออป" ลูกเจ้าของหอส้ม
- หากเข้าไปในมอ.สุราดช่วงปี 46-50 ทางไปหอพัก
จะมีตึกร้างที่สร้างไม่เสร็จเพราะมีปัญหาพวกเราเรียกขาน
กันว่า "ตึกตำลึง" เพราะสร้างไว้ให้ผักตำลึงขึ้น
ขณะนี้ตึกตำลึงมีการปรับปรุงเป็นตึกเรียนที่หรูหราไปแล้ว
- น้องปี1ที่มาใหม่นอกจากจะมีพี่น้องสายรหัสแล้ว
จะมีสาย "เชล" พี่เชล น้องเชล รุ่นพี่เอาสร้อยข้อมือ
ที่มีหอยไปผูกให้เพื่อเป็นพี่เชล น้องเชลกัน เวลาว่างๆ
รวมสายเชลกันนี้ได้1คันรถกระบะเลย ยกโขยงกันไปกิน
หมูกระทะ
- ย่ำเย็นเด็กมอ.มักไปเดินหาของทานกันที่ตลาดนัดศาลเจ้า
ในเมืองสุราด และไปซื้อของกันที่ห้างสหไท หรือขากลับแวะ ไปช้อปปิ้งที่โลตัส
- สมันปี 46-48 หากหิวๆ ตอนสักตี2 ต้องไปนี่เลยร้านยาย
ข้าวแกงไข่เจียว เดี๋ยวนี้ยายยังอยู่หรือเปล่าไม่ทราบ
กันกันตอนดึกๆ ที่ด้านหน้านิคม
- ที่โรงอาหารร้านประจำที่มักไปอุดหนุนเสมอคือ ข้าวแกงป้าริน