ไร้วิทยาลัย:มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ

จากไร้สาระนุกรมเสรี - แหล่งรวบรวมเรื่องราวตลกขบขันและบิดเบือนข้อเท็จจริง
ไร้วิทยาลัย

ยินดีต้อนรับสู่ไร้วิทยาลัยภาษาไทย
แหล่งรวมเรื่องขำขันไร้สาระเกี่ยวกับมหาวิทยาลัยและสถานศึกษาที่ทุกคนร่วมเขียนได้
วันนี้ตรงกับวันอังคาร ที่ 19 กันยายน 2560 เวลา 18:58 น. ตามเวลาสากลเชิงพิกัด (ช้ากว่าไทย 7 ชั่วโมง)
เว็บย่อ: http://th.uncyclopedia.info/wiki/Un-niversity

เกล็ดเล็กเกล็ดน้อย[แก้ไข]

  • มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ มี 3 วิทยาเขต มี 13 คณะ 2 วิทยาลัย อัพเดทล่าสุด 2558

- มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ กทม.

  + คณะวิศวกรรมศาสตร์ (1)
  + คณะครุศาสตร์อุตสาหกรรม (2)
  + คณะบริหารธุรกิจ(บัณฑิตศึกษา) (8)  อาคาร 52 ชั้น 4
  + วิทยาลัยเทคโนโลยีอุตสาหกรรม (3)
  + คณะวิทยาศาสตร์ประยุกต์ (4)
  + คณะศิลปศาสตร์ประยุกต์ (5)
  + คณะเทคโนโลยีสารสนเทศ(11)
  + วิทยาลัยนานาชาติ
  + คณะสถาปัตยกรรมและการออกแบบ
  + คณะพัฒนาธุรกิจและอุตสาหกรรม

- มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ วิทยาเขตปราจีนบุรี

  + คณะวิศวกรรมศาสตร์ (1)
  + คณะอุตสาหกรรมเกษตร (6)
  + คณะเทคโนโลยีและการจัดการอุตสาหกรรม (7)
  + คณะบริหารธุรกิจและอุตสาหกรรมบริการ

- มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ วิทยาเขตระยอง

  + คณะบริหารธุรกิจ (8)
  + คณะวิทยาศาสตร์ พลังงานและสิ่งแวดล้อม (9)
  + คณะวิศวกรรมศาสตร์และเทคโนโลยี (10)

ข้อมูลทั่วไป[แก้ไข]

  • มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ พระจอมเกล้าเกล้าพระนครเหนือเท่านั้น ไม่ใช่ ช่างกลพระนครเหนือ (ช่างกลพระนครเหนือ คือ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร วิทยาเขตพระนครเหนือ โปรดแยกให้ถูก)
  • มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ หรือ เทคนิคไทย - เยอรมัน หลังๆคนชอบสับสนว่าเป็นอะไรมีอะไรเกี่ยวข้อง ราชมงคลขอนแก่น ซึ่งไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกัน
  • มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ เป็นสถาบันอุดมศึกษาในกำกับรัฐ ตั้งอยู่บนถนนพิบูลย์สงครม แขวงวงศ์สว่าง เขตบางซื่อ กรุงเทพมหานคร บนพื้นที่้เกือบ 90 ไร่
  • มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ เป็นสถาบันที่เกิดจากความร่วมมือระหว่างรัฐบาลไทยและรัฐบาลเยอรมัน ภายใต้ชื่อที่รู้จักกันดีคือ เทคนิคไทย-เยอรมัน
  • มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ ใช้การเรียนการสอนตามรูปแบบของเยอรมัน คือเน้นการงานปฏิบัติจริงเป็นหลัก บัณฑิตที่จบไปไม่ว่าจะชายหรือหญิงจะมีความอดทนสูง (เรียกว่า ถึก ก็ได้)
  • คนรุ่นเก่ารู้จักกันในชื่อ "เทคโนพระนครเหนือ" หลังๆเริ่มติดปากกันว่า "มจพ."<<<เพื่อป้องกันการสับสน
  • พระนครเหนือ คือพระนครเหนือ ไม่ใช่บางมด ไม่ใช่ธนบุรี แล้วก็ไม่ใช่ลาดกระบังนะ แล้วก็ไม่ใช่ราชมงคลพระนคร วิทยาเขตพระนครเหนือ
  • ถ้าบอกคนอื่นว่าเรียนพระนครเหนือ หลายคนอาจสับสนกับราชมงคลฝั่งตรงข้าม ดังนั้นเพื่อลดความสับสน ให้พูดชัดๆไปเลยว่า "เรียนพระจอมเกล้าฯ!!!!"
  • บูมของมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ ขึ้นชื่อเรื่องความมัน หนักแน่น และ ดุดันมาก /// เชียร์ เชียร์ เชียร์ …พ่อกู……… ฮิตเลอร์ แม่กู……..ไม่มี ลูกพรรค........นาซี ไทยเยอรมัน ไทยเยอรมัน ตอนหลังเริ่มมีการรณรงค์ให้ความรู้เกี่ยวกับประวัติศาสตร์ความโหดร้ายของนาซี ทำให้การบูมแบบนี้ไม่เป็นที่นิยมอีกต่อไป เพราะทำให้ชาวต่างชาติโดยเฉพาะชาวเยอรมันที่เป็นนักวิชาการในมหาวิทยาลัยไม่ปลื้มกับเรื่องเหล่านี้
  • พระจอมเกล้าพระนครเหนือ โด่งดังมากๆเรื่องหุ่นยนต์ และหุ่นยนต์ของพระนครเหนือเคยไปแข่งได้แชมป์โลก โดยสามารถเอาชนะมหาลัยที่มีชื่อเสียงด้านเทคโนโลยี ของประเทศต่างๆ เช่น อเมริกา อังกฤษ เยอรมัน ญี่ปุ่น จีน และอื่นๆ ได้ทั้งหมด นอกจากนี้หุ่นยนต์ของพระนครเหนือ ยังเคยได้แชมป์เอเชีย ที่ญี่ปุ่น อีกหลายครั้ง และ กวาดรางวัลต่างๆทั้งในและต่างประเทศอีกจนนับไม่ถ้วน ปัจจุบันสถานที่เก็บหุ่นยนต์ไม่ต่างอะไรจากโรงขายเศษเหล็ก เนื่องจากการขาดการสนับสนุนที่ดีจากรัฐบาล<<<ปัจจุบัน 2559 ได้รับการปรับปรุงแล้ว ดีขึ้นมานิดนึง
  • พระจอมเกล้าพระนครเหนือไม่ใช่"ช่างกลพระนครเหนือ"อย่าเข้าใจผิด!!! (ต้องเทคนิคพระนครเหนือนะแจ๊ะ แต่พวกคุณไม่คุ้นหรอก ส่วนช่างกลพระนครเหนือนั่นของราชมงคลฝั่งตรงข้ามเค้าจ้า)
  • ก่อนเป็นมหาวิทยาลัยเทคโนฯ เคยเป็นสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ มาก่อน (เปลี่ยนเมื่อปี 2550)
    • ก่อนเป็นสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ เคยเป็น สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้า วิทยาเขตพระนครเหนือ มาก่อน
      • ก่อนเป็นสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้า วิทยาเขตพระนครเหนือ เคยเป็นวิทยาลัยเทคนิคพระนครเหนือมาก่อน (แต่คนส่วนใหญ่รู้จักกันในนาม เทคนิคไทย-เยอรมัน)
        • ก่อนเป็นวิทยาลัยเทคนิคพระนครเหนือ เคยเป็น โรงเรียนเทคนิคพระนครเหนือ มาก่อน
  • คณะวิศวกรรมศาสตร์ และคณะครุศาสตร์อุตสาหกรรมและวิทยาศาสตร์ เป็นคณะแรกเริ่มที่ได้จัดตั้งพร้อมๆกัน ในปี พ.ศ. 2517 (รวมทั้งสำนักงานรองอธิการบดี)
    • แต่เดิมคณะวิศวกรรมศาสตร์และคณะครุศาสตร์อุตสาหกรรมและวิทยาศาสตร์เป็นแผนกวิชาแผนกหนึ่งในโรงเรียนเทคนิคพระนครเหนือ ภายหลังจึงยกฐานะเป็นคณะวิชา
    • ในปี พ.ศ. 2531 กลุ่มวิชาคณิตศาสตร์ และกลุ่มวิชาวิทยาศาสตร์ จากคณะครุศาสตร์อุตสาหกรรมได้แยกตัวออกไปจัดตั้งเป็นคณะวิทยาศาสตร์ประยุกต์ คณะครุศาสตร์อุตสาหกรรมและวิทยาศาสตร์จึงเปลี่ยนชื่อเป็น คณะครุศาสตร์อุตสาหกรรม
    • ในปี พ.ศ. 2545 ภาควิชาภาษาและสังคม คณะครุศาสตร์อุตสาหกรรม ได้แยกออกไปจัดตั้งเป็นคณะใหม่ คือ คณะศิลปศาสตร์ประยุกต์
    • ภายหลัง ภาควิชาบริหารธุรกิจอุตสาหกรรม ได้แยกออกไปจัดตั้งเป็นคณะใหม่ คือ คณะบริหารธุรกิจ จัดการเรียนการสอนที่วิทยาเขตระยอง (แต่ยังดำเดินการสอนระดับ ป.โท และ ป.เอก อยู่ที่ กทม.)
  • สถาบันของเรา ก่อตั้งขึ้นก่อน พระจอมเกล้าธนบุรี แต่ได้เปลี่ยนจากสถาบันเป็นมหาวิทยาลัยหลัง พระจอมเกล้าธนบุรี(จึงทำให้มักมีคนเข้าใจผิดคิดว่า สถาบันเราก่อตั้งหลัง พระจอมเกล้าธนบุรี)
  • มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ เป็นมหาลัยเดียวในเมืองไทย ที่เปิดสอนตั้งแต่ระดับ ปวช.(เตรียมวิศวกรรมฯ) – ปริญญาเอก
  • เป็นมหาวิทยาลัยที่ไม่มี summer ให้เรียน (ยกเว้นโปรเจคและพวกสอบตก)
  • มหาวิทยาลัยถูกแบ่งออกเป็น 2 ฝั่งโดยคลองบางเขนใหม่
  • ชอบเข้าใจผิดกันว่าเป็นมหาวิทยาลัยการศึกษาที่มีอาณาเขตครอบคลุมถึงสองจังหวัดคือ กรุงเทพมหานครและนนทบุรี รวมทั้งแต่เพลงร้องกันด้วย ความจริงแล้วคลองที่แบ่งเขต กทม. กับ นนทบุรี คือคลองตรงวัดปากน้ำแถว รร.สตรีนนทบุรี
  • สวนปาล์ม เมื่อก่อนไม่มีต้นปาล์มซักต้น แต่เป็นสวนทุเรียนกับมะม่วง และบริเวณริมคลองเป็นบ้านคน
    • ข้อเท็จจริง "ยุคต้นสมัย พ.ศ.2510-2515 จะยังคงเห็นต้นปาล์มปลูกเรียงรายอยู่ด้านหน้า shop เป็นแถวสวยงาม จนเป็นที่มาของเพลง "ชาวสวนปาล์ม" พอยุคกลางสถาบันต้องการขยายพื้นที่ (เมื่อก่อนจากหน้าถนนถึงตึกวิศวะตึกหน้าเท่านั้น) จึงได้ทำการตัดต้นปาล์มเหล่านั้นทิ้ง แต่ในช่วงไม่กี่ปีหลังมานี้ ตอนสร้างอาคาร 40 ปี จึงได้กลับมาปลูกต้นปาล์มอีกครั้ง จนกลายเป็นลานสวนปาล์มในปัจจุบัน... จากคนยุคเก๊าที่รู้จริง
  • ตึกเก่าที่สุดเหลือเพียงสองตึกที่ยังไม่ทุบ คือ;ตึกวิศวโยธา(<<ปัจจุบันทุบแล้ว) แล้วก็ตึกสโมสร วทอ ริมน้ำข้างสะพานปูน (ภาคอิเล็กทรอนิกส์ในอดีต )
  • คลองที่ตัดผ่านมหาลัยคือ "คลองบางเขนใหม่" ซึ่งมีชื่อเรียกอีกชื่อนึงว่า คลองน้ำมันดิบ (ดำมาก) จะมีช่วงเวลาน้ำเน่า 10 เดือน และน้ำใสสะอาดแค่เพียง 2 เดือน เพราะว่าเขาจะปล่อยน้ำจากแม่น้ำเจ้าพระยาเข้ามา ทำให้น้ำใสขึ้นกว่าเดิมเยอะมาก ช่วงเวลาที่น้ำสะอาดจะมีการแข่งขันเรือยาวประเพณี ซึ่งจัดโดยคณะครุศาสตร์อุตสาหกรรม มีมาแล้วไม่ต่ำกว่า 25 ปี ในอดีตคณาจารย์จะลงแข่งด้วย
  • เวลาไปไหว้พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ห้ามไปบนท่าน แต่ให้ขอท่านแทน (เพราะท่านเป็นพระมหากษัตริย์) และไม่ว่าจะเดินเข้าออกมหาลัยกี่ครั้ง คุณต้องยกมือไหว้สองครั้งเสมอ
  • โรงอาหารใหญ่ที่นี่ใช้ชื่อว่า KFC (KMUTNB Food Center) มีประวัติการย้ายมาแล้วสี่ครั้ง ตอนแรกอยู่ที่สวนปาล์มด้านหน้า ครั้งที่สองข้างตึกคุรุ แล้วก็ตรงบริเวณสวนปาล์มกลางแจ้ง ก่อนจะขึ้นไปบนตึกสี่สิบปีในปัจจุบัน และเป็นโรงอาหารที่จะปิดพัดลมในเวลา 11.00 น.-13.00 น.ร้อนซะไม่มี และ มีทีวีล้อมรอบโรงอาหารแต่ไม่ค่อยได้เปิดและไม่มีเสียง
  • เป็นโรงอาหารที่จุคนได้ถึง 5000 ที่นั่ง และมีร้านอาหารมากกว่า 20 ร้าน
  • ตอนเที่ยงๆ KFC จะกลายสภาพเป็นสถานที่่เล่นเก้าอี้ดนตรี เพราะต้องแย่งที่นั่งกัน
  • ด้านหลัง KFC เป็นทะเลสาบที่มีขนาดเล็กที่สุดในโลก
  • ด้านหน้า KFC จะมีลานสวนปาล์ม ซึ่งเป็นลานกิจกรรมของมหาลัย มีไว้แสดงคอนเสริต ประกวดร้องเพลง ประกวดเทพี แสดงงานศิลป์ เป็นเวทีปราศรัยเรื่องต่างๆที่เกิดขึ้นกับบ้านเมือง และเอาไว้ให้หนุ่มๆในมหาลัยนั่งดูสาวๆคณะวิทยา
  • โรงอาหารสวนปาล์ม(ชื่อสวนปาล์มแต่ไม่ได้อยู่ตรงสวนปาล์ม) ส่วนใหญ่จะมีแต่เด็กครุกับถาปัตย์ ไม่ค่อยมีคณะอื่น
  • วทอ มีโรงอาหารของตัวเอง ร้านก๋วยเตี่ยว ใต้ตึกแมวเหมียว อร่อยมาก
  • โรงอาหาร วทอ.เป็นโรงอาหารที่ไม่ค่อยมีคณะอื่นเข้าไปกินเท่าไหร่(อาจเพราะเล็ก)
  • ล่าสุดมีโรงอาหารเปิดให้บริการใหม่อยู่ตรงหน้าศูนย์บริการสุขภาพชื่อว่า"โรงอาหารสโมสรฯมจพ."
  • คลองหน้าตึกวิดวะ มีชื่อเรียกอีกชื่อหนึ่งว่า"คลองเต่า"
  • ในคลองมีก๊อกน้ำลอยได้ ใครเห็นครั้งแรกฉงนใจแทบทุกคน
  • ที่ทะเลสาบวิศวะจะมีการจัดการแข่งขัน เรืออัตโนมัติประเพณี ทุกปี โดยเรือนี้จะต้องเป็นเรือที่ประดิษฐ์เอง
  • เด็กเทคโนใส่ชอป ตัวเดิมห้าวันต่อสัปดาห์
  • 95% ชอปตัดร้านไอเดียตรงหัวโค้ง แถมร้านนี้ยังดังมาก มหาลัยแทบทุกที่รอบๆกทม.ต้องมาตัดที่นี่กันทั้งนั้น
  • ที่จริงร้านตัดช็อปตรงหัวโค้งมีตั้ง 3-4 ร้าน ไม่รู้ทำไมตัดกันแต่ที่ไปเดีย ร้านอื่นนี่อย่างเงียบ
  • เป็นมหาวิทยาลัยที่เสื้อชอปคือเสื้อนักศึกษา กางเกงยีนส์คือกางเกงนักศึกษา
  • ร้อยละ 90 ของชุดแต่งกาย คือเสื้อยืดข้างใน เสื้อ Shop ของนอก กางยีนเก่าๆ และรองเท้าผ้าใบ
  • เสื้อชอปของพระนครเหนือ มีมากกว่า7สี และถ้านับความเข้มของแต่ละสีของเสื้อชอปด้วย คาดว่าคงไม่ต่ำกว่า 50สี และเป็นไปไม่ได้อย่างยิ่งที่จะมีคณะไหนไม่มีเสื้อชอป
  • สีของเสื้อชอปที่ใส่ได้ทุกคณะคือ ชอปสีกรมท่า แต่เห็นใส่กันอยู่ไม่กี่คณะ
  • ที่แขนขวาเสื้อชอบของทุกภาค จะเป็นรูปธง ไทย-เยอรมัน ไขว้กัน (มีเป็นรูปเข็มทิศ เน้นตัว N ทิศเหนือด้วย เยอะเหมือนกัน)
  • อดีตเป็นมหาวิทยาลัยที่มีร้านเหล้ารายล้อมติดชาร์ตอันดับต้นๆ จำนวน 45 ร้าน 19 ป้ายโฆษณา (อันดับ 2 รองจาก ม.เกษตร) ส่วนใหญ่อยู่ตรงหัวโค้ง
  • ปัจจุบันร้านเหล้าต่างๆตรงหัวโค้งโดนปราบเรียบ แต่หลังม.นี่ขึ้นเป็นดอกเห็ด
  • มีร้านอาหารที่อร่อยมากมาย รายล้อมรอบๆ มหาวิทยาลัย
  • รุ่นพี่ชอบพาน้องรหัสไปเลี้ยงเหล้าบ่อยมากๆ บางคนอาจจะคิดว่าเป็นกิจกรรมไม่สร้างสรรค์ (มันสร้างสรรค์ให้น้องเราคอแข็ง)
  • มีร้านค้าชื่อดังที่ขายมานานชื่อร้าน "ริมน้ำ" ที่มีคนขายชื่อเจ๊เก๋ (Google) รู้จักนักศึกษาเกือบทั้งมหาลัยรวมทั้งอาจารย์ด้วย
    • ร้านริมน้ำตั้งมาตั้งแต่ปี 2545 ซึ่งเป็นปีที่สร้างตึกนวมินทร์เสร็จพอดี (ก่อนหน้านี้พื้นที่บริเวณนั้นเป็นพื้นที่ก่อสร้าง) กิจการเริ่มแรกสุดคือกิจการขายกาแฟสดและขนมการบินไทยซึ่งก็ยังขายอยู่จนถึงปัจจุบัน (น่าจะเป็นร้านกาแฟสดร้านแรกในเทคโน) โดยในช่วงแรกเฮียกฤตจะเป็นคุมร้านเอง ชงเอง ขายเอง ต่อมาได้ขยายกิจการโดยร้านรับถ่ายเอกสารเพิ่มขึ้นอีกร้านหนึ่งโดยมีเจ๊เก๋มาคุมกิจการ และด้วยความมีอัธยาศัยดีของเถ้าแก่และเถ้าแก่เนี๊ย ทำให้ร้านริมน้ำเป็นร้านที่นักศึกษาและอาจารย์รู้จักดี
  • เหล้ากะเบียร์เป็นเครื่องดื่มประจำมหาลัยไปแล้ว
  • คนนิยมเรียกว่า เทคโน มากกว่า พระจอมฯ (และทุกครั้งที่เราเรียกว่าตัวเองอยุ่เทคโนฯ คนที่ได้ยินมักจะถามว่า ราชมงคล หน่ะหรอ) ปัจจุบันจึงนิยมเรียกว่าพระจอมฯมากกว่า
  • สีช้อปที่เด่นที่สุดในสถาบันคือ สีส้ม ของเด็กวิดยา (ภาค AFET)
  • คณะวิดยามักจะชอบมานั่งที่สวนปาล์ม(โดยเฉพาะผู้ชาย)
  • อยู่พระนครเหนือทำให้รู้สึกว่า แสงโสมหงส์ทองมันลื่นคอกว่าแบล็กหรือชีวาสไปแล้ว
  • ถ้าเด็กพระนครเหนือหยุดกินเหล้าเบียร์ โรงงานผลิตอาจจะเจ๊ง และในขณะเดียวกัน ถ้าเด็กพระนครเหนือ (ผู้ชาย) งดสูบบุหรี่ คาดว่ารัฐบาลอาจจะลดราคาบุหรี่ให้มีราคาเท่ากับราคาของยาเส้นตราช้างเหยียบลูกโลกก็เป็นได้ เนื่องจากไม่มีใครซื้อ
  • ร้านอาหาร ขายน้ำ ขายขนม หลังมหาวิทยาลัยขายของน่ากินทั้งนั้นเลย ออกไปทีไรเลือกไม่ถูกซักที หมึกย่างงี้ ไก่ทอด โอ๊ยหิวง่ะ
  • 7-11 ไม่ได้เปิด 24 ชม. ปิดตอนสามทุ่ม และปิดตอน 6 โมงกว่าๆสำหรับช่วงปิดเทอม
  • 7-11 หอพักนักศึกษา เปิด7.30และปิดตอนสามทุ่ม แต่ถ้าเป็นวันศุกร์และเสาร์จะปิดตอนหนึ่งทุ่ม
  • ท่านอาจจะได้พบตัวเงินตัวทอง(ตัวเห้) ได้ในคลองบางเขนในมหาลัย (หรือช็อปภาคเครื่องกลเป็นครั้งคราว) <<<ตั้งแต่มาเรียนยังไม่เคยเห็นเลยแฮะ
  • สิ่งมีชีวิตที่ตกลงไปในคลองบางเขนใหม่ ยากที่จะรอด
  • ถ้าเป็นเด็กเทคโนฯพระนครเหนือจริง ต้องรู้จักสถานที่ที่ชื่อว่า "หัวโค้ง" ถ้าถามแล้วไม่รุ้จักแสดงว่าไม่ใช่เด็กพระนครเหนือ และถ้าไม่มีหัวโค้ง คาดว่าเด็ก วทอ. กับวิดวะ (รวมถึงเด็กคณะอื่นๆ) อาจจะลงแดงตายภายใน 3-7 วัน เนื่องจากเป็นโรคพิษขาดแอลกอฮอล์ เพราะทุกๆเย็น ถ้าไม่นับช่วงสอบ กับช่วงหยุดยาว ถ้าไม่มีเด็กพระนครเหนือนั่งสังสรรค์ที่หัวโค้ง วันนั้นหิมะคงตกในกรุงเทพ
  • ถึงจะมีเนื้อที่แค่ 90 ไร่เศษ แต่ก็มีตึกที่สร้างใหม่เพิ่มขึ้นเกือบทุกปี
  • ล่าสุดกำลังสร้างตึกสถาบันการศึกษาและความร่วมมือนานาชาติซึ่งอยู่ณ ดินแดนที่ไกลที่สุดของมหาวิทยาลัย
  • มีสวนหย่อมในมหาวิทยาลัยที่ชื่อว่า"สวนซาฮาร่า"ร้อนอย่างกับทะเลทราย
  • ภายในสวนมีประตืิมากรรมมิลลิ่งคัตเตอร์ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของเทคนิคพระนครเหนือ
  • ด้านหน้าของมหาวิทยาลัย มีป้ายบอกว่า "ยินดีต้อนรับเข้าสู่กรุงเทพมหานคร"
  • ตุ่ยคือการพนันที่สามารถเล่นได้โดยเปิดเผยในมหาลัย
  • พวกที่เมาๆทั้งหลาย พอตอนสอบที่ไร มันสอบได้คะแนนมากกว่าตูทุกที (ไม่รู้เอาเวลาที่ไหนไปอ่าน)
  • 7-11 ที่นี่ ไม่มีเหล้าขายนะครับ อยากกินไปกินหัวโค้งหรือหลังม.นู้น
  • เพลงประจำสถาบัน ใช้ร่วมกันทั้ง 3 พระจอม แม้ว่า 2 ใน 3 พระจอมจะกลายเป็นมหาวิทยาลัยไปแล้วก็ตาม ก็ยังต้องใช้เนื้อเพลงเดิมอยู่...สถาบัน...เทคโนโลยีพระจอมเกล้า
  • รถประจำมหาลัยคือสาย 203 สามารถขึ้นได้ตลอด พี่แกจอดแช่ จนกว่าคันหลังจะมา
  • 543ก เวลารอไม่มา เวลามาไม่รอ แฮ่!
  • 175 รอชาตินี้มาชาติหน้า
  • ถ้าไม่มีสาย 33 เชื่อว่าหอหลังม.คงแน่นกว่านี้(เพราะเด็กแถบปทุมฯคงต้องอยู่หอทั้งหมด)
  • มีรถตู้จากหน้าม.ไปเซนทรัลลาดพร้าว จึงไม่น่าแปลกใจที่เด็ก มจพ.จะเดินเซนลาดกันเยอะมาก
  • ม.เราไม่มีการบังคับชั่วโมงกิจกรรม
  • เด็กม.เราไปกลับกันเยอะ จึงไม่ค่อยได้ทำกิจกรรมกันเท่าไหร่
  • ท่านสามารถเดินเที่ยวรอบมหาลัยได้โดยไม่โดนแดด หรือเปียกฝน เพราะปัจจุบันได้สร้างอาคารเต็มพื้นที่แล้ว
  • ถึงจะมีตึกเต็มพื้นที่ยังไง ที่นี่ก็ยังจะสร้างโดยทุบตึกเก่าแล้วสร้างใหม่ ถ้าสร้างใหม่ไม่ได้ ก็สร้างต่อจากตึกขึ้นให้สูงไปอีก
  • วันวาเลนไทน์ มีบริการส่งดอกไม้เดลิเวอรี่ถึงห้องเรียน (IC Cupid) แต่ส่วนมากส่งให้กันเอง
  • หุ่นยนต์ที่นี่ สร้างมาจนตั้งเป็นวงดนตรีได้แล้ว ทั้งเป่าขลุ่ย สีซอ ตีฉิ่ง ตีกลอง
  • เมื่อก่อนพระนครเหนือไม่มีหอพักใน อยากหาที่อยู่ต้องไปหาเอง โดยข้างหลังมหาลัยจะมีชุมชน ซึ่งภายในชุมชนมีนักศึกษาอยู่ไม่ต่ำกว่า 85 % ปัจจุบันหอในแล้ว ใช้แรงงานต่างด้าวทั้งหมด
  • ชุมชนหลังมหาลัยช่วงเวลาปรกติถ้าเดินหลังเที่ยงคืน จะน่ากลัวมาก เนื่องจากจะเงียบมาก และมีป่าช้าบริเวณนั้น แต่ถ้าเป็นช่วงสอบและช่วงงานประจำปีของวัดน้อย จะคึกครื้น ยิ่งกว่า ถนนข้าวสารอีก
  • พระจอมเกล้าพระนครเหนือ ทุกคณะจะเรียนวิชาพื้นฐานเหมือนกันทุกตัว และจะตัดเกรดร่วมกันทั้งมหาลัย(ปัจจุบันแยกกันตัดแล้ว)
  • วิชาที่เด็กพระนครเหนือโหวตว่ายากที่สุดและมีคนติด F มากที่สุดคือ Physic 2 บางคนใช้เวลาลงเรียววิชานี้ ถึง 10 ครั้งจึงจะผ่านมาได้ ซึ่งบุคคลคนนั้น เขาต้องเรียนระดับปริญญาตรีจบในระยะเวลา 8 ปี
  • ใครไม่ผ่าน วิชา Math 1 ภายในปี 1 จะต้องจบ 5 ปี เป็นอย่างน้อย เพราะเป็นวิชาพื้นฐานที่มักจะมีวิชาต่อเนื่องมากมาย
  • คอมพิวเตอร์เครื่องแรกของประเทศไทย อยู่ที่หออนุสรณ์ของมหาลัย
  • เจ้าของบริษัทผู้ผลิตคอมพิวเตอร์รายแรกและรายเดียวของประเทศไทยคือ ศิษย์เก่าของพระนครเหนือ ภายใต้ชื่อยี่ห้อ ATEC
  • มีสัญญาณ Wifi อินเตอร์เนทที่เร็วที่สุดในประเทศที่ต้นเครือข่ายนะ พอกูใช้ทีโหลดเป็นชาติอ่ะ
  • ศาลเจ้าพ่อยีราฟ คือสิ่งเดียวที่จะช่วยท่านได้ในตอนสอบ หากท่านไม่ได้อ่านหนังสือ
  • จงรีบอ่านหนังสือตั้งแต่เนิ่นๆ อย่าปล่อยให้เวลาล่วงเลยจนใกล้สอบ ไม่งั้นชีวิตจะลำบาก
  • ผู้ชายวิศวะมักมีแฟนอยู่วิทยา ส่วนผู้ชายวิทยามักเป็นเกย์
  • รุ่นน้องผู้หญิงปี 1 จะหาความสวยได้น้อยมาก แต่ความสวยจะทวีคูณยกกำลังสองขึ้นเรื่อยๆ เมื่อพวกเธอเข้าสู่ ปี 2 , 3 และจะสวยสุดขีดตอนปี 4 เพราะนั่นคือโอกาสสุดท้ายที่เธอจะมีแฟน
  • รุ่นน้องผู้ชายปี 1 ส่วนใหญ่จะหน้าตาดีและหยิ่งในหน้าตามาก แต่ทุกอย่างจะลดลงเรื่อย เมื่อพวกท่านเข้าสู่ปี 2 , 3 และจะแย่สุดขีดตอนปี 4 เพราะโดนแฟนทิ้งส่วนใหญ่
  • นักศึกษาพระจอมเกล้าพระนครเหนือ จะสามารถจำหน้ากันได้ง่าย มีความสนิทระหว่างคณะกันได้ง่าย และทักทายกันง่าย เนื่องจากทุกคนมักจะ อัทยาศรัยดี โดยมีสุราเป็นตัวเชื่อมความสัมพันธ์
  • ถ้าท่านเกรดไม่ดีและคิดที่จะฆ่า ตัวตายเชิญที่สะพานพระราม7 (มีนักศึกษาฆ่าตัวตายเยอะมาก)
  • รู้กันทั่วไปว่า เด็กวิทยาไฮโซสุด เด็กครุศาสตร์มีระเบียบวินัยดีสุด เด็กวทอ.เถื่อนสุด และเด็กวิศวะกวนตีนและปากหมาสุด(แด่ก็เท่ห์ดี)
  • วิทยาลัยเทคโนโลยีอุตสาหกรรมมีชื่อเล่นว่า วิศวะตึกเล็ก
  • คืนไหนมีบอล คืนนั้นร้านเหล้าจะคลึกคลื้นเป็นพิเศษ
  • วันที่มักจะได้เห็นน้ำตาลูกผู้ชาย คือ วันเกรดออก
  • ในม.มีตลาดนัดวันจันทร์ทั้งวัน ของกินเยอะแยะ มีขายทุกอย่าง ตั้งแต่ไม้จิ้มฟัน ยันเฟอร์นิเจอร์
  • หนังสือเรียนสำหรับเด็กเทคนิคและอาชีวะ ทั่วประเทศเกินร้อยละ 50 อาจารย์จากพระจอมเกล้าพระนครเหนือเป็นผู้เขียน
  • บิ๊กซีวงศ์สว่างคือวิทยาเขตหนึ่งของ มจพ. (เด็กมจพ.เพียบ)
  • เซ็นทรัลฯลาดพร้าว เมเจอร์รัชโย ยูเนี่ยนฯ เป็นที่ๆเด็กพระนครเหนือจะไป ถ้าไม่มีอะไรทำจริงๆ (ไปทำอะไร ไม่ต้องบอกมั้ง)
  • ท่าน้ำนนท์เป็นอีกหนึ่งสถานที่ที่เด็กมจพ.จะไป ถ้าคิดอะไรไม่ออก
  • งานเกษตรแฟร์ เป็นหนึ่งในงานที่หนุ่มๆพระนครเหนือรอคอย
  • เป็นมหาลัยเดียว ที่รถเมล์วิ่งไปสนามหลวงมากที่สุด และเป็นมหาลัยเดียวที่รถเมล์ฟรีวิ่งติดต่อกันเยอะที่สุด จากสถิติสูงที่สุด รถเมล์ฟรี 5 คัน ต่อ รถเมล์ธรรมดาคันนึง (ในเวลากลางวัน) ถ้าเป็นเวลาช่วงค่ำ รถเมล์ ธรรมดา 11 คัน ต่อระเมล์ฟรีคันนึง
  • มีร้านขายข้าว กระเพรา อร่อยที่สุด และร้านสกปรกที่สุด และเติมข้าวได้มากที่สุดเท่าที่จะแดกได้
  • มีศูนย์หนังสือสกายบุ๊คราคาถูกกว่าศูนย์หนังสือจุฬาฯ ถ้าไม่มีหนังสือที่ต้องการ สามารถสั่งได้
  • ลิฟต์ตัวกลางของตึกหอสมุดกลางไม่มีลงไปถึงชั้นหนึ่ง(ก็ชั้นหนึ่งเป็นหอประชุม)
  • ที่หอสมุดกลางชั้นสองมีอะไรดีๆๆให้ดู อย่าลืมไปดูนะ
  • ที่หอสมุดมีโรงหนังง L-MAX THEATER อยู่ชั้น 7
  • เป็นมหาลัยเดียวที่ถูกถามว่า วิศวฯ วิศวฯ, หรือ วิศวฯ วทอ.
  • และตอนนี้คณะวิศวกรรมมีเพิ่มมาอีก 1 ที่นั่นก็คือ "คณะวิศวกรรมศาสตร์และเทคโนโลยี"อยู่ที่วิทยาเขตระยอง
  • เป็นมหาลัยที่ นศ เข้าห้องสมุดมากตอนใกล้ๆๆสอบ มากจนล้นหลามเลยทีเดียว
  • สิ่งที่มีค่าที่สุดในหอสมุดช่วงใกล้สอบคือที่นั่ง
  • วทอ.เป็นสปอนเซอร์ของทีมโรงงานยาสูบ (สูบกันเกลื่อน)
  • ไม่เข้าใจว่า ทำไมคนต้องรอกินร้านเจ๊ตุ๊กกันด้วย ต่อแถวกันซะเยอะขนาดนั้น
  • ถ้าคิดจะเปิดร้านขายการ์ตูนที่มหาลัยนี้จะรู้ว่าคิดผิด (ร้านการ์ตูนหัวโค้งแทบไม่มีเด็กไปซื้อ) แต่ถ้าเปิดร้านเช่าจะรู้ว่าคิดถูก (สังเกตดูสิว่ามีร้านเช่ากี่ร้าน)
  • หอพักหลัง มจพ. จะมี นศ.จากหลายสถาบันในกรุงเทพมาพักอยู่ไม่ว่าจะเป็น ราชมงคล ราชภัฎสวนดุสิต สวนสุนันทา ฯลฯ
  • สนามฟุตบอลหน้าเทียมแห่งใหม่ของ มจพ. ยิ่งใหญ่และอลังการมาก(อัฒจรรย์เล็กไปหน่อย)
  • เป็นสนามฟุตบอลที่สร้างบนดาดฟ้าด้านล่างเป็นที่จอดรถ
  • เป็นสนามที่ใช้เวลาก่อสร้างงนานมาก ประมาณ 4-5 ปี
  • เป็นสนามที่สร้างไว้เพื่อให้ นศ.ไปถ่ายรูปเล่น
  • สนามฟุตบอลถูกใช้เป็นสถานที่ถ่ายทำภาพยนต์"เมไหน ไฟแรงเฟร่อ"
  • เป็นมหาวิทยาลัยที่มีประตูหลังเล็กที่สุดในโลก (สมควรถูกระเบิดประตูหลัง)
  • ตึก TGDE เป็นตึกที่ควรทุบทิ้งมากที่สุด เพราะขวางประตูหลัง ม.มาก(ย้อเย่น)
  • เป็นมหาวิทยาลัยที่มีคณะที่เปิดการเรียนการสอนสาขาด้านวิศวกรรมศาสตร์เยอะมาก
    • คณะวิศวกรรมศาสตร์
    • คณะวิศวกรรมศาสตร์และเทคโนโลยี(ระยอง)
    • วิทยาลัยเทคโนโลยีอุตสาหกรรม(วทอ.)
    • คณะครุศาสตร์อุตสาหกรรม
    • คณะวิทยาศาสตร์ประยุกต์
  • โดยทั้ง 5 คณะที่เปิดสาขาด้านวิศวกรรมศาสตร์จะมีหลักสูตร วศ.บ (วิศวกรรมศาสตรบัณฑิต) ทั้งสิ้น
  • แต่ ณ. ปัจจุบัน เฉพาะคณะวิทยาศาสตร์ประยุกต์ และคณะครุศาสตร์อุตสาหกรรม จะมีหลักสูตร วศ.บ. แค่คณะละ 1 หลักสูตรเท่านั้น

คณะวิศวกรรมศาสตร์(วิศวฯ)[แก้ไข]

  • คณะวิศวะเป็นคณะที่มีเนื้อที่มากที่สุด และมีตึกเรียนเยอะสุด
  • สำนักงานคณะบดีตั้งอยู่ที่ชั้น 2 ตึก 81
  • คณะวิศวฯเป็นคณะที่ร่มรื่นที่สุดในม.เพราะมีพื้นที่สีเขียวขนาดใหญ่อยู่กลางคณะ
  • ตึก 82 คือตึกของภาคการผลิต(PE)หรือเรียกอีกชื่อว่า"ตึกวิศวกรรมแฟชั้น"เพราะมีแต่คนหน้าตาดีๆมาเรียน
  • ตึก 83 คือตึกของภาคเครื่องกลและการบินฯ(MAE)
  • ภาคเครื่องกลเป็นภาคที่มีอาจารย์จบดร.จากต่างประเทศแทบทุกคน และยังเป็นภาคที่มีอาจารย์เก่งๆระดับประเทศมากที่สุดในคณะ
  • คะแนนท็อปของเกือบทุกวิชามักเป็นเด็กเครื่องกล (ME)
  • เรียนภาคนี้ต้องรู้จักคำว่า"ซุ่ม"
  • ช่วงก่อนสอบหนึ่งเดือน เด็ก ME จะเข้าสู่โหมด ซุ่ม
  • ตึก 84-85 คือตึกของภาคไฟฟ้าและคอม เป็นอีกภาคที่มีอาจารย์เทพๆเยอะ
  • เด็กภาคไฟฟ้ากำลัง(EE)ก็เทพมากๆเช่นกัน
  • ตึกที่สูงที่สุดในคณะและเป็น1ในตึกที่สูงที่สุดในมหาวิทยาลัย(15ชั้น) คือตึกภาควิชาเคมี(ChE)กับภาควิชาวัสดุ(MATE)หรือตึก 86
  • ตึก 86 เป็นตึกที่ลิฟท์เร็วมาก
  • ตึกใหม่ของคณะ(ตึก89)คือตึกของภาคโยธา(CE)กับเครื่องมือวัด(IEE)และมีห้องเรียนรวมที่เทควิวสนามบอลกันเพลินเลยทีเดียว
  • IE(อุตสาหการ) เป็นภาคเดียวที่ไม่มีตึกเป็นของตัวเอง แต่ถัดมาจากสโมเป็นถิ่นIEนั่งกันทั้งวัน ภาคอื่นไม่มานั่ง
  • กีฬาประจำภาค IE คือ ตะกร้อ
  • เด็ก IE หน้าตาดีเกือบทุกคน
  • ภาคอุตสาหการ เป็นภาควิชาที่เรียบร้อยที่สุดของคณะ เนื่องจากถูกบังคับให้ใส่ชุดนักศึกษามาเรียนวิชาภาคเท่านั้น
  • ศูนย์ฯการเรียนรู้ของคณะที่ตึก 82 เรียกอีกชื่อหนึ่งว่า"เก้าอี้แดง"(เห็นมีแต่เก้าอี้ขาว)
  • เด็กวิดวะ จะใส่เฉพาะเสื้อชอปสีเทา (เพราะสีเทาเป็นช็อบประจำคณะ)
  • ยกเว้นเด็กโยธาจะใส่ช็อปสีขาว(สีคอนกรีต)
  • เชื่อไหมว่าตึก 81 เหมือนสิงโต แต่จนบัดนี้ก็ยังไม่มีใครมองออกว่ามันเป็นสิงโต แม้แต่อาจารย์
  • ประมาณเดือนพฤษภาคม-มิถุนายน ใต้ตึกวิดวะ จะกลายเป็นกองบัญชาการลับของกลุ่มผู้คลั่งไคล้ในเรื่องราวเกี่ยวกับหุ่นยนต์
  • ร้านถ่ายเอกสารของคณะวิดวะ มีชื่อเรียกอีกชื่อหนึ่งว่า ร้านเจ๊มัท
  • คุณอาจได้รู้ว่าคนไหนคือเจ๊มัท ช่วงรับน้อง
  • หมา คือสัตว์ประจำคณะ
  • คลองหน้าตึกวิดวะเมื่อก่อนเคยมีปลาใหญ่น้อยมากมาย แต่บัดนี้เหลือเพียงปลาซิวปลาสร้อย เนื่องจากว่ายามชอบตกปลาไปกิน (มีคนบอกมานะ)
  • กีฬาภายในของเด็กวิดวะคือปิงปอง (เห็นเล่นกันทั้งวัน มีโต๊ะแค่อันเดียว)<<ปัจจุบันมีตะกร้อเพิ่มเข้ามา<< แนะนำให้เลิกเหอะ หูตาแตกไปหลายรายละ
  • วิศวะไฟฟ้าไม่มีวันหยุด
  • ร้านแป้งปูนเป็นร้านขนม-เครื่องดื่มประจำตึกวิศวะ คนขายชื่อพี่เป็ด
  • เด็กปี 1 ที่มาจากม.ปลายทุกคนต้องผ่านการลงช็อป
  • ช็อปที่่เสียเหงื่อมากที่สุดคือช็อปโยธา
  • ช็อปที่สบายที่สุดคือช็อปไฟฟ้า
  • ช็อปที่ทรหดที่สุดคือช็อป MB หรือช็อปตะไบ ตะไบกันหน้าไหม้ตั้งแต่เช้ายันมืด จากเหล็กก้อนดำๆ ออกมาเป็นซีแคมป์สวยเงางาม
  • วิชาที่ยากที่สุดที่ทุกภาคต้องเรียนคือ Statics
  • บางคนต้องเรียนวิชานี้มากกว่า 4 ครั้ง ถึงจะผ่านไปได้
  • เรื่องจริงที่ตึก 81
    • ลิฟท์ชั้นคู่ อืดกว่าลิฟท์ชั้นคี่
    • ชั้นสองเงียบมาก เหมาะแก่การขี้ (หน้าภาคไฟ)
    • ใต้ตึกวิศวะ เป็นสถานที่อ่านหนังสือที่อ่านได้ไม่รู้เรื่องมากที่สุดในโลก (คนโวยวาย เสียงดัง ฯลฯ)
    • เมื่อก่อนแหล่งรวมที่ตั้งวงไพ่ของคณะวิศวะ คือรูมของภาคๆหนึ่ง ซึ่งอยู่เป็นสุดท้ายที่อยู่ทางขวาสุด ปัจจุบันได้ถูกสั่งปิดโดยหัวหน้าภาคนั้นๆ เป็นที่เรียบร้อย
    • เวลาดิจิตัลหน้าลิฟท์ตึกวิศวะ เลทเป็นสิบนาที อย่าไปเชื่อมัน มันช้า
    • ช่วงสอบ ถ้าสอบชั้นสูงๆ อย่ามาสาย เพราะแถวขึ้นลิฟท์ยาวเป็นกิโล
    • ตึกวิดวะเป็นตึกที่มีสัญญาณ Wireless เยอะที่สุด เช่น Maka, ESL, Comlab etc. และ เน็ต Maka นั้นที่แท้จริงแล้วย่อมาจากคำว่า Makak (มากาก)
  • ช่วงระหว่างการสอบคุณจะเห็นเด็กวิดวะนั่งตั้งวงเล่น Dummy กับ SLAVE แต่ไม่มีใครเล่น ป๊อกเด้ง กับ เก้าเก
  • กิจกรรมยามว่างของวิดวะคือนั่งดูนั่งร้องเกาหลีอยู่ที่ใต้ตึก โดยเฉพาะ So Neyo Shi Dae
  • ซุ้มวิศวอาสา ซุ้มME ซุ้มCE เป็นเขตปกครองงพิเศษ
  • หลายๆคนในคณะชอบมองว่าวิศวอาสาเป็นชุมนุมที่เถื่อน ดิบ โหด แต่จริงแล้วพวกเราน่ารักจะตาย

"เรื่องจริงของเด็กขนถ่ายวัสดุและโลจิสติกส์ MHLE"

  • ตึกภาคขนถ่ายฯเรียกอีกชื่อว่าตึก 88
  • คนแมร่งไม่รู้จัก เรียนอะไรนะ? ขนถ่าย? ขนถ่ายคืออะไรทั้งๆที่เปิดมาร่วม 40 ปีและมีที่เดียวในประเทศไทย(สมควรไหมหละที่จะไม่รู้)
  • ตึกภาคตั้งอยู่ในหลืบสุดท้ายที่ไม่มีสาวๆเดินผ่าน (แมร่งโคตรอาพับ) ทำให้หนุ่มๆ MH ที่หน้าตาดีๆทั้งหลายต้องขวนขวายเอาเองตามความสามารถ<<ปัจจุบันมีสาวๆ LE (โลจิสติกส์)น่ารักเยอะแยะเลย แถมยังมีตึก ChE อยู่ข้างๆอีก สาวๆเพียบ
  • เวลาสมัครงานแมร่งไม่มีช่องให้กรอกเหมือนวิศวะอื่นๆ ต้องกรอกในช่อง วิศวะ+อื่นๆ หรือว่า อื่นๆ กูเจ็บใจ
  • อาจารย์ภายในไม่กินเส้นกันเวลาเจอกันล้วนแต่แสดงละคร(น่าจะเปิดเป็นคณะนิเทศน์ไปเรยเพราะแสดงกันเก่ง)
  • นักศึกษาคนไหนที่ขี่มอไซด์มาจะไม่ไปอ้อมหลังตึกวิศวะ จะย้อนศรเอา เพราะมันช้า อีกอย่างกาลูใหญ่ จบปะ ซึ่งยามจะไม่กล้ามีปัญหา(ปัจจุบันเปิดให้สวนทางได้แล้ว)
  • ในตึก 88 มีห้องคอมไว้ให้เด็กวิศวฯเล่นได้ทุกคนแต่...ไม่มีเด็กภาคอื่นรู้ มีแต่เด็กในภาคเท่านััน
  • ในห้องคอมมีเครื่องปริ้น 2 เครื่อง แต่แมร่งปริ้นไม่ได้ เวลาสั่งปริ้นต้องเดินไปเอาที่ตึกวิศวะชั้น 3 (กูละเชื่อเรย)
  • โปรเจคจบของเด็ก MH+LE ซ้ำไปซ้ำมาเกี่ยวกับเรื่องเดิมๆซ้ำพัฒนาต่อไม่ค่อยได้ก็ยกเป็นกรณีศึกษา อาจารย์บางคนก็ให้ทำแต่แบบเดิมๆ ขึ้นอยู่กับว่าอาจารย์คนไหนถนัดอะไรแค่นั้น --*
  • ที่สิงสถิตของเด็ก MH ที่ใช้ส่องสาวๆจะอยู่ตรงที่นั่งระหว่างตึก 86 กับตึก 88
  • ภาคขนถ่าย เป็นภาคที่มีผู้ ญ เรียนน้อยมาก (โคตรน้อย) ปี 50 มีเรียนอยู่ 1 คน สวยที่สุดในภาคเลย เพราะมีคนเดียว
  • เป็นคณะที่มีเด็กภาคใต้เรียนประมาณ 20% และ เหนือ 10% อีสาน 10% และ กลาง 60% (เดาเอานะ น่าจะประมาณนี้)
  • วิชาที่เด็กตกมากที่สุดคงเป็น vibration จากมาตรฐานการสอนที่ต่างกัน
  • วิชาที่ต้องเรียนที่ตึก 81 จะเป็นวิชาที่เด็ก MH ให้ความสนใจมากๆ เพราะได้ส่อง ญ ยิ่งเรียนกับเด็กภาคอื่นๆยิ่งดี จะขยันเป็นพิเศษ
  • ช็อบก้อใส่กัน 2 สี ที่จิงต้องเป็นสีควันบุหรี่สีเดียวแต่ก้อมีสีกรมแหลมมาจากไหนไม่รุ
  • ช็อบตัวนึงใส่กันมากกว่า 7 วัน และก็ซักกันจนขาดรุ่งลิ่ง แต่ก็ไม่ตัดใหม่ เปลืองตังค์ เก็บไว้ลงขวดดีกว่า
  • อาจารย์ในภาคจะไม่ค่อยอยู่เวลานักศึกษาสอบโปรเจคหรือต้องการให้ตรวจเพื่อเซ็นต์เล่ม(หาตัวยากอิบอ๋าย)มีทางเดียวต้องบุกบ้าน
  • เวลาใกล้สอบจะนัดติวกันที่สวนปาล์ม เพราะเป็นโอกาศเดียวที่จะเนียนๆไปนั่งส่อง ญ ที่สวนปาล์ม
  • เด็กวิศวะเวลากินข้าวบนโรงอาหารจะนั่งแค่ฝั่งทางขึ้นจากตึกวิศวะเท่านั้น ส่วนอีกฝั่งจะเป็น วิดยา ถาปัต
  • วิชาส่วนใหญ่สอนมีความรู้จนเอาไปใช้งานไม่ได้ --*

คณะวิทยาศาสตร์ประยุกต์ (วิดยา)[แก้ไข]

  • เด็กวิดยามักใส่ช็อปกรม(ช็อปมหาลัย)
  • เด็กวิดยามีเสื้อช็อปหลายสี ทั้งเสื้อมหาลัย เสื้อคณะ เสื้อภาค(อีกหน่อยคงมีเสื้อช็อปแก๊ง)
  • เด็กวิดยาชอบนั่งบันไดทางขึ้นตึก เกะกะมากๆๆๆ
  • ตึกปฏิบัติการใหม่ของคณะวิดยา พื้นที่ไม่มาก เน้นสูงไว้ก่อน
  • ด้านหลัังสุดของคณะเป็นอาคารจอดรถและยิมเนเซียมซึ่งหลายๆคนไม่เคยรู้
  • วิดยาเป็นคณะที่ค่อนข้างอุดมสมบูรณ์เรื่องอาหารการกินเนื่องจากมีทั้งเซเว่น ร้านกาแฟ และยังอยู่ใกล้โรงอาหารอีกด้วย
  • เด็กวิดยาส่วนใหญ่ชอบนั่งกินกาแฟที่ร้าน Rocket
  • ชั้น 7 ตึกวิดยา จะรกมากที่สุด ชั้น เด็ก เอที (จากการสำรวจของเด็กวิดยา) และชั้น 9 ของเด็ก ไอซี จะดุเป็นระเบียบ
  • สถานที่สถิตของเด็กต่างๆ
    • เด็ก stat สโมคาเฟ่
    • เด็ก cs (วิดคอมฯ) บันไดหน้าตึกสโมวิทยา (ห้องพยาบาลมหาลัย)
    • เด็ก at (ช้อปส้ม) บริเวนสวนปามเกือบทั้งหมด (ส้มทั้งแถบ)
    • เด็ก imi (ฟิสิกอุปกรณ์การแพทย์ ชอปม่วง) บริเวนต้นไม้ใหญ่ ข้างสวนปาล์ม
    • เด็ก IC บริเวณซุ้มข้างครุฯและโต๊ะเขียวแถวร้านริมน้ำ (พี่เก๋)
    • ส่วนภาคอื่นๆ กระจายตัวไปเรื่อยๆ ไม่มีระบุแน่ชัด
  • เด็ก bt (ไบโอเทคฯ) ช้อปเขียว
  • เด็ก ic (เคมีอุตฯ) จะเรียนเก่ง
  • เด็ก at จะเรียนหนัก เทอมนึง 9 ตัวได้
  • imi เรียนยาก (เค้าว่างั้นนะ)
  • at กะ imi จะคบกันได้ไม่เกิน 4 ปี (อาถรรพ์ม่วงส้ม)
  • ฟิสิกส์เป็นแชมป์แจกเกรด F
  • ผู้หญิงคณะวิทย์น่ารักเยอะ เพราะมีผู้หญิง
  • การขอลายเซ็นรุ่นพี่คณะวิดยาคือกิจกรรมที่ทุกคนชื่นชอบ เรียกได้ว่า Show แบบไม่ต้องอาย คนเยอะแยะ (อายทำไมคนเยอะแยะ)
  • ในอดีตยามใต้ตึกคณะวิทยาศาสตร์เข้มงวดเรื่องการแต่งกายมากที่สุด แต่ปัจจุบัน ยามตึกวิทยาเสียตำแหน่งเข้มงวดไปให้แก่ยามตึกนวมินทร์เป็นที่เรียบร้อย
  • ผู้ชายคณะวิดยาหวงสาวๆวิดยา ยิ่งกว่าพ่อหวงลูกสาว
  • ลิฟต์หน้าตึกวิทยาเป็นลิฟท์ที่มึนมากคนขึ้นห้าคนก็ร้องเตือน คนเต็มลิฟท์มันไม่ร้อง(ห้ามเหยียบดาว ไม่งั้นลิฟท์จะร้อง)
  • ในวันรับน้อง รุ่นพี่จะบอกเฟรชชี่ชายว่า เน็คไทค์ จะต้องผูกเป็นเวลา 1 ปี เอาจริง ๆ 1 เทอมก็ไม่ถึง 1 เดือนก็ถือว่ายาวนานมากแล้ว

คณะครุศาสตร์อุตสาหกรรม(ครุ)[แก้ไข]

  • เด็กครุต้องใส่เสื้อช็อปน้ำตาลเท่านั้น!!!
  • แต่ความจริง ส่วนมากเด็กโยธาจะไม่ชอบใส่กัน ชอบใส่ช็อปกลางกันมากกว่า
  • ผู้หญิงจากภาคคอม จะได้เป็นดาวคณะเสมอๆ เพราะเป็นภาคที่มีผู้หญิงเยอะที่สุด เช่นเดียวกับผู้ชายจากภาคครุไฟฟ้า จะได้เป็นเดือนคณะเสมอๆ เพราะเป็นภาคที่มีผู้ชายเยอะที่สุด
  • ในภาคครุฯคอมฯ นศ. หญิง จะมีอยู่ 3 ประเภท ได้แก่ ถึกบึกบึน (นกเพ็นกวิน) ติ่งบ้าเกาหลี และสวยชอบเที่ยว ส่วนนศ. ชาย ส่วนใหญ่เป็นเด็กเรียบร้อย ใส่แว่น ดัดฟัน ถือ ipad ไม่งั้นก็ตุ๊ด แต๋ว ไปเลย แต่ก็มีบางกลุ่มที่มีนิสัยกวนตีนชอบแซวและแสหาเรื่อง แล้วยังชอบจับกลุ่มหลีหญิงอยู่บ่อยๆ
  • ผู้หญิงภาคคอม ส่วนมากจะมีแฟนเป็นเด็กภาคไฟฟ้า เพราะไฟฟ้าอายุน้อยกว่า ส่วนผู้ชายภาคคอม มักไม่ค่อยไม่สนใจผู้หญิง บางส่วนก็นิยมเสพย์กันเอง
  • ครุคอมฯ มีชื่อภาคควิชาว่า ภาควิชาคอมพิวเตอร์ศึกษา แต่เด็กที่เรียนก็มักติดปากว่า ครุคอมฯ มากกว่าเรียกตามชื่อภาค
  • ภาควิชาคอมพิวเตอร์ศึกษา เดิมมีชื่อว่า ภาควิชาครุศาสตร์คอมพิวเตอร์ ซึ่งแยกตัวออกมาจากภาวิชาครุศาสตร์ไฟฟ้า
  • กลางตึกครุศาสตร์ฯ มีร้านข้าวชื่อร้านป้าเลาะ ไม่อร่อยแต่คนกินเยอะ (เพราะไม่รู้จะไปกินที่ไหน)
  • ร้านป้าเลาะจะมีแต่เด็กครุฯ กับเด็ก วทอ. กินกันเยอะที่สุด ผู้หญิงคณะวทอ. ชอบมากิน แล้วส่วนมากจะน่ารักทั้งนั้น เรื่องจริง!!
  • ภาคครุฯคอมฯ บางคนไม่ใส่ชอป ไม่ใช่ไม่ให้ตัด เพราะไม่มีแลปที่ต้องทำงานเปื้อน ขี้เกียจตัด (ก็มันเรียนแต่ในห้องคอมฯ) << แต่เดี๋ยวนี้ อ.ไม่ห้ามแล้ว เพราะเปิดหลักสูตร 4 ปี และมีเรียนแลปไฟฟ้า อิเล็ก เน็ตเวิร์ค ฯลฯ
  • ห้องน้ำชั้น 4 ฝั่งหลังตึก เป็นห้องน้ำผู้ชาย แต่มีมือดีเอาปากกาเมจิคมาเปลี่ยนคำว่า MAN เป็น WOMAN บ่อยๆ จึงมีผู้หญิงหลุดมาใช้บริการบ้างเป็นระยะๆ สร้างความตื่นตระหนกให้กับผู้ชายที่กำลังทำธุระส่วนตัวอยู่เสมอๆ
  • ครุฯโยธาของที่นี่ จบมาได้ทั้งใบประกอบวิชาชีพวิศวะ และใบประกอบวิชาชีพครู เหมือนได้วุฒิทั้ง คอ.บ. และ วศ.บ.
  • ตึกครุศาสตร์ฯจะเป็นตึกเรียนที่เงี่ยบสงบที่สุด
  • คณะครุศาสตร์ฯแต่งตัวเรียบร้อยที่สุดในมหาลัยไม่เชื่อลองไปดูนะ เรียบร้อยจริงๆ
  • ศาลที่อยู่ข้างตึกครุศาสตร์ มีชื่อว่าศาลเจ้าพ่อยีราฟ เวลาจะบนขอเกรดก็จะบนตุ๊กตายีราฟ ดังนั้นถ้าการ์ตูน 9GAG อันไหนเขียนว่าจะถวายยีราฟ ให้สันนิษฐานไว้ก่อนเลยว่าเป็นเด็กพระนครเหนือ
  • ปี 2555 เป็นปีแรกที่คณะครุศาสตร์ฯ ภาควิชาคอมพิวเตอร์ศึกษา เปิดสอนหลักสูตร 4 ปี ใช้ชื่อย่อว่า CED (ปกติเปิดแต่หลักสูตร 2-3 ปี)
  • ดาวมหาลัย สาวๆภาคคอมฯจากคณะนี้ได้รับเลือกเป็นดาวมหาลัย 2 ปีซ้อน
  • - ปีการศึกษา 2555 - นางสาวภัทราพร วิสูตรสุวรรณ (ทราย)
  • - ปีการศึกษา 2556 - นางสาวสุดารัตน์ วรเวทวิชัย (ออย)
  • ลิฟท์หน้าภาค ครุศาสตร์โยธามีเสียงร้องเตือนน้ำหนักเกินทุกครั้งเมื่อมีคนขึ้น3-4คน แต่สามารถจุได้มากกว่า15 คน ก็ต่อเมื่อทุกคนในลิฟท์กลั้นหายใจและยืนให้ชิดด้านข้างมากที่สุด
  • ครุศาสตร์โยธาเป็นภาคที่เรียนยากที่สุดในคณะ << จะไม่ยากได้ไงก็เป็นหลักสูตร 5 ปีนี่ เรียนไม่ต่างจากวิศวะ ส่วนสาขาอื่นเป็นหลักสูตร 4 ปี (ไม่รวมต่อเนื่อง)
  • กลางตึกครุศาสตร์จะมีทีวีอยู่ 1 เครื่องของศิษย์เก่าที่ชื่อ "มอส ปฏิภาณ ปฐวีกานต์" บริจาคไว้นานมากแล้ว
  • ใน 1 ปี จะมีเหตุการณ์ลิฟท์ตก ลิฟท์ร่วงประมาณ 3-4 ครั้ง ส่วนมากเป็นลิฟท์ที่อยู่หน้าศาลยีราฟ
  • คณะครุศาสตร์อุตสาหกรรมเป็นคณะพี่น้องกันกับคณะวิทยาศาสตร์ประยุกต์
  • เมื่อก่อนคณะวิทยาศาสตร์ประยุกต์เป็นส่วนหนึ่งของภาควิชาภายในคณะครุศาสตร์อุตสาหกรรมและวิทยาศาสตร์ (ชื่อเดิม) ภายหลังแยกตัวออกไปจัดตั้งเป็นคณะของตัวเอง เป็น คณะวิทยาศาสตร์ประยุกต์ ส่วนคณะครุศาสตร์อุตสาหกรรมและวิทยาศาสตร์ ได้เปลี่ยนชื่อมาเป็น คณะครุศาสตร์อุตสาหกรรม
  • ภาควิชาบริหารธุรกิจอุตสาหกรรม ปัจจุบัน ได้แยกตัวออกไปจัดตั้งเป็นคณะใหม่ในชื่อว่า คณะบริหารธุรกิจ จัดการเรียนการสอนทั้ง มจพ.กทม(ไม่มี ป.ตรี) และ มจพ.ระยอง แต่ยังคงจัดการเรียนการสอนอยู่ที่คณะครุศาสตร์อุตสาหกรรม
  • คณะครุศาสตร์อุตสาหกรรม มีกีฬาของคณะคือ "สี่เทียนเกมส์" เป็นกีฬาระหว่าง 4 สถาบัน ได้แก่ 3 พระจอม(พระนครเหนือ,บางมด,ลาดกระบัง) กับอีก 1 ราชมงคล(ธัญบุรี)

TGGS[แก้ไข]

  • TGGS มีชื่อเต็มๆเป็นภาษาไทย คือ "บัณฑิตวิทยาลัยวิศวกรรมศาสตร์นานาชาติสิรินธร ไทย-เยอรมัน"
  • เปิดสอนหลักสูตรวิศวกรรมนานาชาติในระดับปริญญาโทและปริญญาเอก
  • คุณสามารถพบชาวต่างชาติมากมายทั้งเอเชีย ยุโรป แอฟริกา ได้ที่นี่
  • แต่เดิม TGGS อยู่ในสังกัดคณะวิศวกรรมศาสตร์ ก่อนจะแยกตัวออกมา

วิทยาลัยเทคโนโลยีอุตสาหกรรม (วทอ.)[แก้ไข]

  • วิทยาลัยเทคโนโลยีอุตสาหกรรมหรือ วทอ. แห่งเดียวในประเทศที่ได้วุฒิ วศ.บ. (วิศวกรรมศาสตร์บัณฑิต) เหมือนกับคณะวิศวะ(เน้นปฏิบัติ ไม่เน้นทฤษฎี)
  • วทอ.เดิมคือภาควิชาหนึ่งของคณะวิศวกรรมศาสตร์ ชื่อภาควิชาเทคนิคอุตสาหกรรม เปิดสอนระดับ ปวช.ปวส.
  • ช็อปวทอ.สีกรมแต่เด็กวทอ.ไม่ค่อยภูมิใจในคณะของตัวอเอง มักไปตัดช็อปสีเทาของวิศวฯมาใส่กัน
  • ลิฟท์ของตึก วทอ. เปิด-ปิดรวดเร็วมากๆมีนักศึกษาโดนหนีบทุกวัน เนื่องจากนักศึกษาใช้ลิฟท์เยอะฉะนั้นเวลาเข้าเรียนทีต้องยัดเยียดยื้อแย่งในการขึ้นลิฟท์
  • อย่าขึ้นลิฟท์กับพวกเด็ก วทอ. เพราะคุณจะสลบก่อนเดินออก (กลิ่น shop) แต่พวก วทอ. ด้วยกันจะชินกันแล้ว
  • ใน วทอ. ผู้ชายเป็นคนทั่วไป แต่ผู้หญิงเป็นสมบัติคณะ (ก็มันขาดแคลนสาวๆนี่หว่า แล้วส่วนมากจะน่ารักทั้งนั้น)
  • ซุ้มโค้กเด็กวทอ.ทุกคนรู้จัก (อาจารย์ในคณะก็รู้จัก)
  • เด็ก วทอ. มีสนามฟุตซอลปาร์ค 7 คนเป็นของตัวเอง(ปัจจุบันเป็นลานจอดรถซะงั้น)
  • วทอ. มีศึกประจำปีคือฟุตบอลชิงถ้วยผู้อำนวยการ เป็นสีสรรเลยทีเดียว
  • วทอ. มีช่องลับ (แต่โจ่งแจ้งมากๆ) ในการซื้อขายของที่ซุ้มโค้กไม่ขาย
  • ขอบุหรี่ได้จากผู้ชายใน วทอ. ได้เกือบทุกคน แต่หากขอไม่สำเร็จ คำตอบที่มักจะเจอคือ ไม่มีคับ หมดคับ ยังไม่ได้ซื้อคับ แต่จะไม่พบคำว่า ผมไม่สูบคับ และบ่อยครั้งที่ขอแล้วจะได้ยินคำว่า เห้ย ขอได้เผื่อกูตัวนึง กูมีไฟแช็ก -*- ทำให้บริเวณซุ้มโค้กได้ประกาศเป็นพื้นที่เสี่ยงภัยเนื่องจากมีหมอกควันมลพิษหนาแน่นเป็นต้นเหตุทำให้โลกร้อนจึงต้องประกาศเป็นภาวะฉุกเฉิน
  • ป้ายห้ามสูบบุหรี่ เปรียบเสมือนไฟเหลืองตามแยกไฟแดง (เหมือนจะห้าม แต่ไปได้) ทั้งๆที่มีป้ายห้ามสูบบุหรี่แปะทั่วตึกก็ตามที
  • ห้องน้ำในตึก วทอ. มีอยู่ห้องนึงที่มี มีตารางบันทึกการขี้.....
  • ห้องน้ำ วทอ. กระดาษทิชชู่ไม่เคยเท่ากันระหว่างชายหญิง ไม่เข้าใจ จิงๆ(เข้ามาหมดแล้ว)
  • เข้าห้องสมุด วทอ.ต้องสแกนนิ้วมือ (คณะอื่นจึงเข้าไม่ได้)(ยกเลิกนานแล้ว)
  • กฎการใช้ห้องข้อหนึ่งบอกว่า ห้ามนำอาหารเข้ามาในห้อง แต่กระนั้นก็ยังมีคนนำมากินเป็นประจำ
  • ตึก 42 เป็นของสาม 3สาขาวิชา วิดวะไม้ เซรามิกซ์ ออกแบบภายใน และเป็นตึกที่นักศึกษาต้องลง shop ..ตัดไม้ ปั้น ลงสี (เปื้อน เปื้อน เปื้อน)
  • ตึก 42 มีลิฟต์หน้าและลิฟต์หลัง.. ลิฟต์หน้าใหญ่มากเข้าได้ไม่เกิน5 คน แต่ลิฟต์หลังเล็กครึ่งหนึ่งสามารถเข้าไปได้ไม่ต่ำ 15 คน
    • ลิฟต์หน้าสัณนิษฐานว่าเป็นลิฟต์โรงบาล เก่าๆ คือใหญ่พอที่จะเอาเตียงคนไข้เข้ามาได้ แต่นักศึกษา โดยเฉพาะ interior ขึ้นได้ครั้งละ 5คน มากกว่านั้นมันไม่ขึ้น
    • นอกจากจะเข้าได้ 5 คนแล้ว .. ยังต้องยืนให้ถูกตำแหน่งด้วย ไม่งั้นมันจะไม่ปิดให้..
      • ตอนนี้ ลิฟท์หน้า เปลี่ยนใหม่เเล้ว บรรจุได้เยอะขึ้น แต่เวลาปิดต้องกดปุ่ม ...
  • ด้านหน้าตึกฝรั่งเศส จะเป็นที่สิงสถิตของ นักศึกษา ออกแบบภายในเท่านั้น คณะอื่นนั่งไม่ได้ (พวกนี้ชอบดมกลิ่นคลองน้ำมันดิบ).. ตอนนี้ไม่ค่อยมีที่ให้นั่งแล้วเพราะสร้างตึกเพิ่ม
  • เคยมีการปิดประท้วงของนักศึกษา วทอ.เรียกร้องสิทธิเสรีภาพเท่าเทียมให้กับนักศึกษา .. เรื่อง ทรงผม!!
  • ลิฟหน้าตึกวิดยา จุคนได้ไม่ถึงครึ่ง แม่งร้องตลอด (เคล็ดลับ ห้ามยืนเหยียบดาวตรงกลางลิฟต์)
  • สาวๆคนไหนอยากรู้ว่าสวย/ไม่สวย ก็ลองเดินผ่านหน้าซุ้มโค้กดิ เด๊ยวก็รู้
  • นักศึกษา วทอ.ทุกคน ไม่มีใครไม่รู้จัก รองศาสตราจารย์ อักษรย่อ ศ.
  • ตึก 65 มีชื่อเรียกคิกคุ ว่า "ตึกแมวเหมียว" ถ้ามองจากชั้นเก้าตึก โยธา 42 ไปที่ยอดตึก จะเหมือนแมวเลย
  • เกียรตินิยมขี้เมา เป็นเรื่องปกติของเด็ก วทอ. ไม่ใช่เรื่องมหัศจรรย์แต่อย่างใด
  • หน่วยที่ใช้นับปริมาณเบียร์ที่กินของเด็ก วทอ. คือ "ลัง" การใช้หน่วย "ขวด" และ "แก้ว" ไม่เป็นที่ยอมรับ
  • สำหรับหน่วยที่ใช้นับปริมาณเหล้านั้น หน่วย "กลม"เท่านั้นที่เป็นที่ยอมรับ
  • แต่เครื่องดื่มที่นิยมที่สุด คือ เหล้าขาวน้ำแดง มีรสหวานกลมกล่อม นุ่มนวล แต่เมาไม่รู้ตัว
    • อย่าให้รุ้นะเฟ้ยว่าใคร ตูจะไปคารวะมัน แม่งเมพขิงๆ
  • ส่งงานหรือเรียนดึกตึก วิท พึง ระวัง ห้องน้ำ โซน B ชั้น 3 และ 6 ...
  • ตีป้อม เป็นกิจกรรมยามว่างและ(ยามพักเที่ยง) ผู้ชายที่เรียนวทอ.เล่นเป็นเกือบทุกคนโดยคนที่เล่นเป็นคิดเป็น97.087%ของผู้ชายทั้งหมด
  • หลังม.เป็นสถานที่ๆมีร้านเกมเยอะ โดยร้านดังๆของเด็กวทอ.(และผม)คือ ร้านเขียว(มีเกมคอนโซลขายด้วย) และร้านสองชั้น (ใกล้ที่สุดนับจากประตู)

คณะสถาปัตยกรรมและการออกแบบ(ถาปัต)[แก้ไข]

  • เป็นคณะที่อยู่ในซอกหลืบของมหาลัย
  • สถาปัตย์เพิ่งแยกตัวออกมาจากวทอ.ได้ไม่ถึง 10 ปี
  • ถึงแม้จะก่อตั้งได้ไม่นานแต่ก็สร้างชื่อเสียงได้ในระยะเวลาอันสั้น
  • ถือเป็นคณะที่ขึ้นชื่อเรื่องหน้าตา
  • ถึงจะอดนอนแค่ไหน หน้าก็เป๊ะตลอด
  • เด็กเซอร์ๆ ติสๆ ต้องถาปัตย์เท่านั้น
  • เด็กอินทีเรีย คือขวัญใจมหาชน(กรีน af เคยเรียน)
  • เด็ก Interior หญิงภาคนี้สวยเป็นตำนานของ คณะสถาปัตย์
  • นอกจากผู้หญิง Interior จะสวยและแนวแล้ว ผู้ชาย Interior ก็หล่อและเซอร์มากก. แต่ที่คนไม่ค่อยพูดถึง เพราะอยู่ในหลืบ และรักสันโดษ
  • นอกจากเด็ก Interior จะสวยเเล้ว เด็ก เซรามิกซ์ ทั้งสวย น่ารัก และเซอร์ ตามอักษรย่อคณะ CerD.= เซอร์ดี
  • ที่สิงสถิตของเด็กถาปัต นอกจากที่ตึกก็คือหลังเวทีสวปาล์ม
  • เสื้อช้อปถาปัตย์มีหลายสีมาก ถึงกับมึนงงเลยทีเดียว
  • และเสื้อช้อปถาปัตย์ยังซ้ำกับสีช็อปคณะอื่นหลายสีมาก(จำผิดจำถูกเลยทีเดียว)

คณะศิลปศาสตร์ประยุกต์[แก้ไข]

  • เป็นคณะที่ไม่มีนักศึกษาระดับปริญญาตรีในสังกัดของตนเอง มีแต่นักศึกษาระดับบัณฑิตศึกษาเท่านั้น
  • เป็นคณะที่นักศึกษาปีต้น ๆ จะไม่สนใจ แต่เมื่อนักศึกษาเริ่มมีปัญหาวิทยาทัณฑ์ ก็จะเริ่มมาหาดูวิชาเรียนเพิ่มเติมจากคณะนี้
  • ฝ่ายธุรการคณะศิลปศาสตร์ไม่ได้อยู่ที่ตึกของคณะ แต่ไปอยู่ชั้น 3 ตึกโรงอาหารใหม่
  • เป็นคณะที่ไม่มีห้องเรียนและตึกของตนเองคณะเหมือนคณะอื่น ๆ นักศึกษาที่ลงวิชาของคณะนี้จะต้องไปเรียนตามตึกในคณะต่าง ๆ ขึ้นอยู่กับว่าวิชานั้นเปิดขึ้นมาเพื่อนักศึกษาคณะใด เพราะฉะนั้นอาจจะได้ไปเรียนที่ตึกแปลก ๆ ซึ่งไม่เคยคิดว่าจะได้เหยียบเข้าไป
  • นักศึกษาระดับบัณฑิตศึกษาของคณะนี้ต้องไปเรียน สอบ พรีเซนต์งานวิจัยและใช้ล๊อคเกอร์ที่ตึกนวมินทร์
  • อาจารย์ชาวต่างประเทศที่มาสอนวิชาภาษาอังกฤษด่านักศึกษาได้แสบกว่าอาจารย์ชาวไทย

คณะเทคโนโลยีสารสนเทศ(IT)[แก้ไข]

  • คณะ IT มจพ.เป็นหนึ่งในคณะ IT ที่มีชื่อเสียงลำดับต้นๆของประเทศ
  • คณะตั้งอยู่ที่ตึกนวมินทาชินี ชั้น 3-7 และไม่มีนักศึกษาระดับปริญญาตรี (คนมักสับสนกับสาขา IT ของคณะเทคโนโลยีและการจัดการอุตสาหกรรม)
  • คณะนี้มี lab และพื้นที่ให้บริการแก่นักศึกษาที่ทันสมัยที่สุดในมหาลัยการให้บริการต่างๆ สะดวกสะบายมาก
  • เป็นคณะที่มีนักศึกษาบัณฑิตศึกษาต่างชาติเยอะที่สุดเพราะเปิดหลักสูตรนานาชาติทั้ง โทและเอก เยอะที่สุด
  • เป็นคณะที่จัดตารางเรียนในวันที่ไม่มีการอำนวยความสะดวกแก่นักศึกษานั้นก็คือวันอาทิตย์ โรงอาหารร้านกาแฟรอบมหาลัยปิดหมด ยิ่งลำบากยิ่งมักจัดให้เรียนเยอะ

วิทยาลัยนานาชาติ[แก้ไข]

  • ค่าเทอมเกือบแพงที่สุดในมหาลัย
  • คณะอื่นดูไม่ค่อยชอบขี้หน้า
  • ตึกเรียนของวิทยาลัยนานาชาติ(95)ตั้งอยู่ติดกับสนามบอล(ข้างตึก 88)
  • มีเด็กแลกเปลี่ยนมาเรียนด้วย (ส่วนใหญ่เป็นเวียดนาม/จีน)
  • เป็นคณะที่มีนักศึกษาอยากใส่ช็อปมากเป็นจำนวนนึง ตามคำโปรยที่ว่า มจพ. มีช็อปทุกคณะ แต่นานาชาติไม่มีนี่สิ อาจารย์บอกว่าเอาไปทำไมไม่ได้ไปเปื้อนอะไร (อย่างว่าเรียนแต่ในห้องเรียน)

โรงเรียนเตรียมวิศวกรรมศาสตร์[แก้ไข]

  • เป็นโรงเรียนที่ทำการเรียนการสอนในหลักสูตรเตรียมวิศวกรรมศาสตร์แห่งแรก และแห่งเดียวในประเทศไทย
  • เป็นโรงเรียนที่รับเด็ก ม.3 มาเรียนในระดับปวช.หลักสูตรเตรียมวิศวกรรมศาสตร์
  • การเรียนการสอนจะแบ่งเป็น 3 หลักสูตรหลักๆ คือ เตรียมวิศวะเครื่องกล โยธา และไฟฟ้า
  • เด็ก ปวช. ที่นี่ไม่ใช่นักเลง แต่เป็นนักเรียนเตรียมวิศวกรรมศาสตร์ ซึ่งมีแต่ระดับหัวกระทิ เก่งทั้งปฏิบัติและทฤษฎี และเด็ก ปวช. ที่นี่จะแต่งตัวไม่เหมือนใคร คือจะไม่ใส่เสื้อ Shop แต่จะแต่งกายด้วยชุดที่คล้ายกับโรงเรียนอนุบาล ชุดหมีน้อย
  • การเรียนการสอนของที่นี่จะเป็นแบบผสมระหว่างม.ปลายสายวิทย์-คณิต กับ ปวช.
  • หลักสูตรนี้หนักกว่าของสามัญอยู่พอสมควร เพราะเราต้องเรียน วิชาสายสามัญพร้อมทั้งสายอาชีพไปพร้อมกัน
  • โดยการผสมไม่ใช่เอามาอย่างละครึ่ง แต่เอามาทั้งหมด ดังนั้นเด็กที่นี่จึงเรียนหนักมาก
  • ที่นี่จะปฎิบัติกับเด็ก ปวช เหมือนกับเด็กปริญญาตรีทุกประการ คือ จะไม่บังคับเคี่ยวเข็ญในเรื่องเวลาเรียน อยากจะเข้าเรียนหรือไม่เข้าก็ได้ อยากจะกลับบ้านเมื่อไรก็ได้ ตามสบาย ส่วนถ้าขาดเรียนจนไม่มีสิทธิสอบก็ไม่มีใครช่วยได้เหมือนกัน ส่วนเรื่อง วินัย การแต่งกาย ทรงผม ฯลฯ ก็จะไม่เข้มงวดเท่ากับของสายสามัญ
  • เนื่องจากทางสถาบันปฎิบัติเหมือนเด็กปริญญาตรี ดังนั้นจึงมีนักศึกษาระดับ ปวช บางคน ต้องถูกรีไทร์ ถ้าเกรดต่ำกว่าสองเป็นระยะเวลาสองเทอมติดต่อกัน ซึ่งถ้าเป็นสายสามัญคงจะยากที่จะได้เห็นใครถูกให้ออกเพราะเกรด
  • หลังจากจบหลักสูตร ปวช นี้แล้ว จะสามารถมีสิทธิได้โควตาเรียนดีและสอบเข้าเรียนต่อปริญญาตรี (รับตรง) ของสถาบัน ได้ ซึ่งในการรับตรงจะรับเฉพาะผู้ที่จบ ปวช เท่านั้น ดังนั้นถ้าเทียบกับ เด็ก ปวช ของกรมอาชีวะทั่วไปแล้ว เด็ก ปวช พระนครเหนือ คุ้นเคยกับข้อสอบเข้าได้มากกว่าเด็กข้างนอกแน่นอนเพราะว่า ข้อสอบเข้าจะอ้างอิงกับ ข้อสอบเอ็นทรานส์ถ้าเด็กข้างนอกไม่ได้เรียนเสริมมา รับรองว่า ตามหลักสูตรของกรมอาชีวะ ทำข้อสอบเข้าของพระนครเหนือไม่ได้แน่นอน เพราะว่า ออกเรื่อง เคมี คณิตศาสตร์ ฟิสิกส์ เหมือนสายสามัญ ดังนั้น จึงทำให้โอกาสของเด็ก ปวช พระนครเหนือ ที่จะสอบตรงเข้าได้นั้น เกือบๆ จะ 100% เพราะว่ามีความพร้อมมากกว่าคู่แข่งจากกรมอาชีวะทั่วไป
  • นอกจากจะมีสิทธิที่จะสอบเข้าเอ็นทรานส์แข่งกับสายสามัญได้อีกด้วย จากประวัติศาสตร์ที่ผ่านมา ผู้ที่จบหลักสูตรปวช เตรียมวิศวฯ ของพระนครเหนือ ประสบความสำเร็จในการสอบเอ็นทรานส์เข้ามหาวิทยาลัยที่มีชื่อเสียงมากมาย ซึ่งเกือบทั้งหมดจะเข้าศึกษาต่อในคณะวิศวกรรมศาสตร์ แต่ก็มีบางส่วนที่ย้ายไปเรียนทางสาขาอื่นๆ เช่า แพทย์ บัญชี สถาปัตย์ เศรษฐศาสตร์ ในสถาบันที่มีชื่อเสียงแทบทั้งสิ้น ดังนั้นการที่จะเห็นเด็กที่จบ ปวช ที่นี่เอ็นทรานส์ไม่ได้แล้วไปเรียนต่อ มหาลัยเอกชน หรือ มหาลัยเปิดอย่าง ราม หรือ มสธ จึงไม่มี เพราะอย่างน้อยๆ จะต้องเข้าเรียนต่อพระนครเหนือได้จากการรับตรง และนี่คือหนึ่งในข้อดีหลักๆ ของการเข้ามาเรียนหลักสูตรเตรียมวิศวกรรมที่พระนครเหนือ
  • คุณภาพของคณาจารย์ระดับเดียวกับที่สอนปริญญาตรี ซึ่งทุกท่านจบการศึกษาระดับปริญญาโท เป็นอย่างน้อย บางท่านก็จบการศึกษาระดับปริญญาเอก บางท่านเป็นถึง ผศ รศ นอกจากนี้ก็ยังมีโอกาสที่จะได้รับประสบการณ์ในการทำงานจริง ได้สัมผัสกับเครื่องไม้เครื่องมือในแลป ใน Work Shop ราคาแพงของสถาบันการศึกษาระดับมหาวิทยาลัยซึ่งถ้าเป็นสถาบันระดับอาชีวศึกษาทั่วไปหรือโรงเรียนในกรมสามัญศึกษาคงไม่สามารถที่จะมีศักยภาพได้เทียบเท่ากับที่นี่ ดังนั้นถ้าต้องหามาหาประสบการณ์ที่หาไม่ได้ในโรงเรียนทั่วๆไป และมุ่งมั่นที่จะทำงานหนัก หลักสูตรนี้ก็น่าจะเหมาะกับน้องครับ
  • เนื่องจากที่นี่จะปฎิบัติกับ นศ ปวช เหมือนปริญญาตรี ดังนั้น ในการสอบวัดผลข้อสอบของที่ ปวช พระนครเหนือ นั้น มากกว่า 95% จะเป็นข้อสอบเขียนทั้งหมดนะครับ ถ้าเคยชินกับข้อสอบผิดถูก หรือ กขคง ก็คงต้องปรับตัว บางคนเคยเรียน ม ต้น มาเกรดเยอะๆ มาเจอข้อสอบแบบนี้ ก็เกรดตกวูบไปเลยก็มีครับ แต่พอปรับตัวได้ จะข้อสอบแบบไหนก็ไม่เป็นปัญหาหรอกครับ ไม่ช้าก็เร็วก็เจออยู่ดีในระดับปริญญาตรี ดังนั้น นศ ที่จบ ปวช จากที่นี่จึงไม่พบปัญหาเรื่องการปรับตัวให้เข้ากับการเรียนระดับปริญญาตรี เพราะว่าคุ้นเคยมาตั้งแต่ ปี 1 ถึง ปี 3 แล้ว
  • เด็กที่เรียนจบที่นี่แล้วได้เกรดสวยๆ จะได้รับโควต้าเข้าคณะวิศวะ ของมหาลัยได้เลย หรือถ้าเกรดไม่สวยมาก ก็ยังมีโอกาสยื่นโควต้าเข้า วทอ.ได้
  • เมื่อก่อน รร.เตรียมฯจะตั้งอยู่ใน วทอ. แต่ปัจจุบันได้แยกออกมาแล้ว
  • ซึ่ง รร.เตรียมวิศวะปัจจุบัน อยู๋ไกลจากหน้าม.มาก เดินเข้ามานี่ถึงกับหน้ามืดเลยทีเดียว
  • ปัจจุบัน รร.เตรียมวิศวะมีนโยบายกระชับพื้นที่ โดยกั้นรั้วรอบ รร.
  • รร.เตรียมฯ แห่งใหม่ อยู่ใกล้หอในมาก เรียกได้ว่า ลุกจากเตียงก็เข้าเรียนได้เลย
  • ที่ รร.มีโรงอาหารเป็นของตัวเอง ซึ่งใหญ่กว่าบางโรงในม.เสียอีก(หาร้านอร่อยยาก)

คณะพัฒนาธุรกิจและอุตสาหกรรม[แก้ไข]

  • เป็นคณะที่ก่อตั้งล่าสุดของมหาวิทยาลัย(2558)
  • ผู้ชายคณะนี้จะใส่เนกไทด์สีม่วง
  • เป็นคณะที่นศ.ดูดีที่สุดในม.

วิทยาเขตปราจีนบุรี[แก้ไข]

ประกอบไว้ด้วย 4คณะ คือ คณะเทคโนโลยีและการจัดการอุตสาหกรรม คณะอุตสาหกรรมเกษตร คณะวิศวกรรมศาสตร์ คณะบริหารธุรกิจและอุตสาหกรรมบริการ


ที่นี้มีทุกอย่าง สนามกีฬา สนามบิน โรงแรม ตึกมากมาย แต่ยังคงเป็นเพียงแปลนเอาไว้ เด็กที่นี้ไม่มีใครไม่รู้จักผู้จัดการหอพักซึ่งใจดีมาก อาจารย์จากคณะวิทยาศาสตร์ประยุกต์ และคณะศิลปศาสตร์ประยุกต์ ต้องนั่งรถบัสมาปราจีนรพื่อมาสอน ตึกอาคารที่นี้จะดูแปลกตา ATM มีแค่ตู้เดียวใช้กันทุกคณะ น้องใหม่เราจะมีแมลงเฟรชชี่มาตอนรับน้องใหม่ รับรองว่าคุณจะไม่รู้มันชั่วชีวิต มอเตอร์ไซต์ทุกคนควรจำมีไว้เพราะที่นี้มันใหญ่ แต่คนที่นี้มักจะพูดว่า ที่นี้มันแคบ ใครทำอะไร คบกับใครรู้หมด เด็กวิดวะที่นี้จะคู่กับเด็ก อก. ส่วนเด็กเทคโนก็จะโสดไปอิอิ อก.เค้าสวยกว่านึ รับรองว่าน้องใหม่ผู้หญิงปีหนึ่งหรือสองปีต่อเนื่อง จะต้องใส่พีทยาวคลุ่มตาตุ่มไปหนึ่งปีตลอดการเป็นเฟรชชี่ ยกเว้ณ เด็กCAเท่านั้น นักศึกษาที่นี้ มีจากทั่วทุกทิศ เหนือ ใต้ อีสาน มาหมด

  • พระจอมเกล้าพระนครเหนือ ปราจีนบุรี มีรันเวย์เครื่องบิน สระว่ายน้ำ สนามเทนนิส โรงแรม และอื่นๆอีกมากมาย
  • เป็นมหาวิทยาลัยที่มีโรงแรมในสถานศึกษา(ที่ปฏิบัติงานจริงของเด็กการโรงแรม)
  • เป็นมหาวิทยาลัยที่ยังคงรักษาธรรมชาติไว้และเป็นวงจรชีวิตของสัตว์มากมาย
    • ช่วงใกล้เปิดเทอมจะเป็นวงจรชีวิตของแมลงวัน แมลงหวี่ เฟรชชี่
    • เรียนไปสักพักช่วงหน้าฝนจาเป็นช่วงของงู หอยทาก กิ้งกือ
    • ปลายปีช่วงหน้าหนาวจะเป็นช่วงของ ไส้เดือน
  • เฟรชชี่ที่พระนครเหนือ ปราจีน อาจไม่ได้แปลว่า น้องใหม่เสมอไป
  • รถสถาบันเราจะถูกเรียกว่า รถขนหมู
  • เป็นมหาวิทยาลัยที่มีจระเข้สูง 5 เมตร ในมหาลัย
  • ภายในรอบมหาลัยคุณจะไม่เห็นเสาไฟให้ขวางตา
  • นักศึกษาทุกคณะจะมาใช้บริการตู้เอทีเอ็มคณะเทคโนกันทุกคน
  • ข้าวบาเล่จะมีอยู่ทั่วมหาลัย
  • ตึกต่างๆในมหาลัยจะเป็นรูปแบบแปลกตากว่าที่อื่น
  • บางครั้งนักศึกษาอาจไม่คิดว่าตึกคณะเป็นคณะนึกว่าบ้าน(เล่นใส่เสื้อยืดเกงเจเจไปคณะซะง้าน)
  • และอาจจะเป็นมหาลัยแห่งเดียวที่มีการตรวจผม เสื้อผ้า รองเท้า ก่อนเข้าห้องสอบ
    • ช ห้ามยาวเกินปกเสื้อและห้ามทำสีผม
    • ญ ห้ามทำสีผม รองเท้าหุ้มส้นขาวดำ
  • หอในเป็นหอที่ปิดเร็วมากกกก
  • ที่นี่ใครเป็นแฟนกับใครทุกคนรู้หมด
  • อย่ามีใครแปลกหน้าเข้ามาคนที่นี่จะรู้ว่าคุณไม่ใช่คนที่นี่
  • รุ่นน้องผู้หญิงปี 1 จะหาความสวยได้น้อยมากแต่ความสวยจะทวีคูณยกกำลังสองขึ้นเรื่อยๆ เมื่อพวกเธอเข้าสู่ ปี 2 , 3 และจะสวยสุดขีดตอนปี 4 ( เพราะนั่นคือโอกาสสุดท้ายที่เธอจะมีแฟน )
  • วิชาที่ยากที่สุดของที่นี่คือ Physicsทั้งสองตัว
  • ช่วงเย็นวันเสาร์นักศึกษาส่วนใหญ่จะไปรวมตัวกันที่คลองถม
  • ทะเลหมอกไม่ต้องไปไกลถึงภาคเหนือสามารถดูได้ที่นี่
  • นักศึกษาส่วนใหญ่จะมีความสามารถเพิ่มขึ้นอีกอย่างคือการพายเรือคายัก(วังบอน)
  • ความใฝ่ฝันของนักศึกษาที่นี่คือการขึ้นเขาใหญ่สักครั้ง
  • วงเวียนคือสถานที่วิ่งออกกำลังกายโดยจะเปิดให้บริการตั้งแต่หกโมงเย็นถึงสามทุ่ม
  • หากคุณรถเสียกลางทางไม่ต้องกลัวว่าจาไม่มีคนมาช่วย
  • สโมสรนักศึกษาที่นี่โหดมากกกกก
  • เด็กที่นี่มักเก่งกิจกรรม


คณะเทคโนโลยีและการจัดการอุตสาหกรรม[แก้ไข]

  • เป็นคณะหลักในวิทยาเขตปราจีนบุรี ที่ใหญ่ที่สุด
  • เด็กCMส่วนใหญ่หน้าเถื่อน(แต่ใจดีมากกกกก)
  • สาวในคณะจะมีหลากสไตล์
    • IM(การจัดการอุตสาหกรรม) จะน่ารักแบบนิ่งๆ
    • IT(เทคโนฯสารสนเทศ) จะออกแนวเด็กๆ(ทอมส่วนใหญ่ในมหาลัยที่นี่จะอยู่ในสาขานี้)
    • CM(การจัดการการก่อสร้าง) จะเป็นสาขาที่ผู้หญิงน่ารักน้อยแต่ใจดีมากกกกก
    • TA(จักรกลเกษตร) พอๆกะCM อิอิ
  • IT จะเป็นสาขาเดียวที่อาจารย์ห่วงมากกที่สุด
    • ห้ามทำสีผม
    • ห้ามรับน้องรุนแรง
    • ต้องใส่รองเท้าหุ้มส้น
    • ผู้ชายห้ามไว้ผมยาว
    • ห้ามใส่shop
    • ไปงานไอทีสามพระจอมห้ามกลับเกินสามทุ่ม
    • ห้ามเป็นหลีดคณะเพราะสาขาคุณเรียนหนัก
    • เป็นสาขาใหญ่ที่สุดในวิทยาเขต และชั้น 4 ของคณะจะเป็นห้องของสาขา IT ใหญ่มาก ครองห้องเรียนทั้งชั้นเลย (จริงๆแล้วน่าจะแยกเป็นคณะได้แล้วนะ)
  • คอมที่กากทีสุดคือ 101
  • คณะเทคโนเป็นทุกอย่างของวิทยาเขตปราจีนบุรี สิ่งอำนวยความสะดวกส่วนใหญ่มักจะมาอยู่ที่นี้ พวกตู้ ATM , ร้านถ่ายเอกสาร , ห้องคอมบริการนักศึกษาทุกคณะ , ห้องพยาบาล , โรงอาหาร และเด็กคณะอื่นก็จะมาใช้บริการ
  • แต่ละสาขา เข้าง่าย แต่จบโคตรยาก เพราะฉะนั้นเข้ามาแล้วโปรดตั้งใจ

คณะบริหารธุรกิจและอุตสาหกรรมบริการ[แก้ไข]

  • เป็นคณะที่แยกตัวออกจากคณะเทคโนโลยีและการจัดการอุตสาหกรรม
  • ถือเป็นคณะพี่น้องของคณะเทคโนโลยีและการจัดการอุตสาหกรรม
  • มีสาขา IBT กับ IBTT อีกสาขา ซึ่งก็แยกตัวออกมาจาก IM ของคณะเทคโนเช่นกัน
  • คณะนี้จะได้เรียนตึกเรียนใหม่ ซึ่งกำลังจะสร้างเสร็จ อิจฉาๆๆ
  • เป็นคณะที่อยู่ไกลจากอาคารเรียนส่วนใหญ่ในวิทยาเขต
  • TH จะเป็นสาขาเดียวที่อาจารย์ห่วงมากกที่สุด
    • ห้ามทำสีผม
    • ห้ามรับน้องรุนแรง
    • ต้องใส่รองเท้าหุ้มส้น รองเท้าหนังเท่านั้น
    • ผู้ชายห้ามไว้ผมยาว
    • ห้ามใส่shopเพราะเรามีสูท
    • ไม่ว่าจะเปงงานสานสัมพันธ์ ไบเนียร์ จัดเเต่พวงเเสดเท่านั้น
    • ไม่ให้ใส่กางเกย์ยีนส์
    • ห้ามใส่รองเท้าสีฉูดฉาด ใส่ได้เฉพาะสีโทนเย็น
    • ห้ามประดับตกแต่ง สิ่งของ ที่กิฟเก๋ไกย์ เด็ดขาด
    • จันทร์ ถึง ศุกร์ ต้ออยู่ในระเบียบ เสา อาทิตย์ไปแรดที่ไหนก็เชิญ

คณะอุตสาหกรรมเกษตร[แก้ไข]

  • สาว อก. หรือ AI(อุตสาหกรรมเกษตร) จะออกแนวน่ารักๆ
  • ตึกสวยที่สุดในวิทยาเขต มีสวนหย่อมขนาดเล็กอยู่ในตึก

คณะวิศวกรรมศาสตร์ปราจีนบุรี[แก้ไข]

  • เด็กวิศวะที่นี่จาถูกเรียกว่าเด็กอินทรีย์
  • เด็กอินทรีย์ส่วนใหญ่มักรักพี่น้องมากกก
  • สาววิศวะ อย่าหวังว่าจะมีใครโสด(แหมก้อเป็นเกสรอยู่ท่ามกลางภมรนิ)
  • เมื่อใกล้สอบศาลพระจอมจะเป็นแหล่งรวมนักศึกษา
  • เมื่อหลังสอบวงเวียนจะเป็นแหล่งรวมนักศึกษา
  • วิศวะจะเป็นคณะที่การสอบยาวนานที่สุดในโลกกกกกกกกกก
  • ตึกปฏิบัติการของวิศวะจะเรียกว่า Shop orange

วิทยาเขตระยอง[แก้ไข]

  • อนาคตจะกลายเป็นมหาวิทยาลัยระยอง ในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า ประกอบไปด้วย 3 คณะ คือ 1.วิศวกรรมศาสตร์และเทคโนโลยี 2.วิทยาศาสตร์พลังงานและสิ่งแวดล้อม 3.บริหารธุรกิจ
  • เป็นวิทยาเขตที่ไม่ได้ได้เรียนวิชาพื้นฐานร่วมกันและตัดเกรด กับวิทยาเขต กทม และ ปราจีนบุรี เช่น วิชา ของคณะศิลปศาสตร์ประยุกต์ และ คณะวิทยาศาสตร์ประยุกต์



สถาบันการศึกษาในประเทศไทยและประเทศเทย แก้

มหาวิทยาลัย

กรุงเทพ | เกริก | เกษตรศาสตร์ | เกษมบัณฑิต | ขอนแก่น | คริสเตียน | จุฬาลงกรณ์ | เจ้าพระยา | ชินวัตร | เชียงใหม่ | เซนต์จอห์น | ทักษิณ | เทคโนโลยีปทุมวัน | พระจอมเกล้าลาดกระบัง | พระจอมเกล้าธนบุรี | พระจอมเกล้าพระนครเหนือ | เทคโนโลยีมหานคร | เทคโนโลยีสุรนารี | ธรรมศาสตร์ | ธุรกิจบัณฑิตย์ | นครพนม | นราธิวาสราชนครินทร์ | นเรศวร | แสตมฟอร์ด | บูรพา | ปทุมธานี | พายัพ | ภาคกลาง | ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ | มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย | มหามกุฏราชวิทยาลัย | มหาสารคาม | มหิดล | แม่โจ้ | แม่ฟ้าหลวง | รังสิต | รัตนบัณฑิต | รามคำแหง | วงษ์ชวลิตกุล | วลัยลักษณ์ | เวบสเตอร์ | เวสเทิร์น | ศรีนครินทรวิโรฒ | ศรีปทุม |

ศิลปากร | สงขลานครินทร์ | สยาม | สุโขทัยธรรมาธิราช | หอการค้าไทย | หัวเฉียว | หาดใหญ่ | อัสสัมชัญ (เอแบค) | อีสเทิร์นเอเชีย | อุบลราชธานี | เอเชีย | เอเชียอาคเนย์ | กรุงเทพธนบุรี | เที่ยงคืน |

วิทยาลัยคู่ขนาน

ม.ทำมั้ยสาด | ม.สุราลงกลอน | ม.สุโขทัยทำเราพินาศ| ม.ฮาสาด| วิทยาลัยเทคนิคอุเทนเสวยมหาสารคาม | แซมซั่นวิทยาลัย| ซุปเปอร์แอ๊บแบ๊ว(สาขาประเทศเทย)| มหาวิทยาลัยแห่งทอมสัน| มหาวิทยาลัยชีวิต|

ม.ราชภัฏ

กาญจนบุรี | กาฬสินธุ์ | กำแพงเพชร | จันทรเกษม | ชัยภูมิ | เชียงใหม่ | เชียงราย | เทพสตรี | ธนบุรี | นครปฐม | นครราชสีมา | นครศรีธรรมราช | นครสวรรค์ | บ้านสมเด็จเจ้าพระยา | บุรีรัมย์ | พระนคร | พระนครศรีอยุธยา | พิบูลสงคราม | เพชรบุรี | เพชรบูรณ์ | ภูเก็ต | มหาสารคาม | ยะลา | ราชนครินทร์ | ร้อยเอ็ด | รำไพพรรณี | เลย | ลำปาง | วไลยอลงกรณ์ | ศรีสะเกษ | สกลนคร | สงขลา | สวนดุสิต | สวนสุนันทา | สุราษฎร์ธานี | สุรินทร์ | หมู่บ้านจอมบึง | อุดรธานี | อุตรดิตถ์ | อุบลราชธานี

ม.ราชมงคล

กรุงเทพ | ตะวันออก | ธัญบุรี | พระนคร | รัตนโกสินทร์ | ศรีวิชัย | สุวรรณภูมิ | ล้านนา | อีสาน

บัณฑิตวิทยาลัย / วิทยาลัย

พระปกเกล้า | พัฒนบริหารศาสตร์ | เทคโนโลยีแห่งเอเชีย | วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีไทย | พลังงานและสิ่งแวดล้อม | เคมีปฏิบัติ | ศศินทร์ | ปิโตรเลียมและปิโตรเคมี | ประชากรศาสตร์ | นวัตกรรมอุดมศึกษา | สหวิทยาการ | เทคโนโลยีนานาชาติสิรินธร | นวัตกรรมสังคม | ราชสุดา | ดุริยางคศิลป์ | ซีดีชนาพัฒน์ | การปกครอง | การบินพลเรือน| ในวังชาย | ในวังหญิง | ช่างศิลป์ | นาฏศิลป์ | ปังย่าภิวัฒน์

วิทยาลัยทางการแพทย์

การสาธารณสุขสิรินธร | พยาบาลเกื้อการุณย์ | พยาบาลกองทัพบก | พยาบาลกองทัพเรือ | พยาบาลตำรวจ | พยาบาลทหารอากาศ | พยาบาลบรมราชชนนี | พยาบาลสภากาชาดไทย | แพทยศาสตร์พระมงกุฎเกล้า | แพทยศาสตร์กรุงเทพมหานครและวชิรพยาบาล

วิทยาลัยอาชีวศึกษาเอกชน

วิทยาลัยเทคโนโลยีปัตตานี | วิทยาลัยเทคโนโลยีสงขลา | วิทยาลัยเทคโนโลยีหาดใหญ่ | วิทยาลัยเทคโนโลยีภาคตะวันออก | วิทยาลัยเทคโนโลยีภาคใต้ | วิทยาลัยเทคโนโลยีภาคเหนือ |

โรงเรียน

ป้องกันราชอาณาจักร | เสนาธิการทหาร | เสนาธิการทหารบก | เสนาธิการทหารเรือ | เสนาธิการทหารอากาศ | นายร้อยพระจุลจอมเกล้า | นายร้อยตำรวจ | นายเรือ | นายเรืออากาศ | โรงเรียนเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระศรีนครินทร์ พะเยา | โรงเรียนเซนต์คาเบรียล | โรงเรียนมงฟอร์ตวิทยาลัย | สาทิดกะเสด | โรงเรียนนายสิบทหารบก | โรงเรียนจ่าทหารเรือ | โรงเรียนจ่าอากาศ | โรงเรียนช่างฝีมือทหาร | โรงเรียนขอนแก่นวิทยายน | โรงเรียนเตรียมทหาร | โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา | โรงเรียนรักษาดินแดน |

ดูเพิ่ม

มหาวิทยาลัยไซเบอร์ไทย | แอดมิสชันส์ | สถาบันอุดมศึกษา (รัฐ, ในกำกับ, เอกชน)