ไร้สาระนุกรม:การอ้างอิงแหล่งที่มา

จากไร้สาระนุกรมเสรี - แหล่งรวบรวมเรื่องราวตลกขบขันและบิดเบือนข้อเท็จจริง
นโยบายในไร้สาระนุกรม
ภาพรวม
อะไรที่ไม่ใช่ไร้สาระนุกรม
เงื่อนไขการเป็นไร้สาระนุกรม
มุมมองที่ไม่เป็นกลาง
ผลประโยชน์ทับซ้อน
ลิขสิทธิ์ไร้สาระนุกรม
การอ้างอิงแหล่งที่มา
กล้าเขียน
นโยบายการใช้ภาพ
มารยาท
แหล่งข้อมูลอื่น
คู่มือในการเขียน
ลบบทความ
อัตชีวประวัติ
การล้อเลียนสิ่งที่มีอยู่จริง
โครงการเพ่น้อง


จากหน้า การอ้างอิงแหล่งที่มาของวิเกรียนพีเดียนั้น วิเกรียนพีเดียพยายามยกเหตุผลต่างๆนานาขึ้นมาเพื่อให้ดูดี แต่ทว่า ความมุ่งหมายของการอ้างอิง (Referencing) นั้น หาได้เป็นอย่างที่วิเกรียนพีเดียเขียนไม่

ความมุ่งหมายที่แท้จริงที่ฝรั่งมังค่าสร้างระบบการอ้างอิงขึ้นมานั้น เพื่อ ให้รู้ว่า เจ้าของคำพูดนั้นคือ ใคร? เขียนเมื่อไร? ข้อมูลมาจากไหน? อีกทั้ง การเอาคำพูดของผู้อื่นมาใช้ในงานตีพิมพ์นั้น ไม่เพียงจะเป็นการไม่ให้เกียรติเท่านั้น แต่ถือว่าเป็นการ ขโมย อีกด้วย

ในวงการวิชาการนั้น การลอกคำพูดผู้อื่นมาโดยไม่อ้างอิงนั้น (Plagiarism) ถือว่าเป็นความผิดร้ายแรง สำหรับนักศึกษาแล้ว โทษสถานเบาของการลอกงานคือปรับตกในวิชานั้น สถานหนักคือ เชิญออกจากมหาวิทยาลัย นอกจากนั้น ถึงแม้ว่าจะลอกแล้วรอดพ้นสายตาออกไปได้ แต่หากถูกตรวจพบย้อนหลัง คนๆนั้นจะถูกยึดปริญญาคืน

เคยมีกรณีผู้สมัครชิงตำแหน่งประธานาธิปดีของอเมริกา และ อธิการบดีของมหาวิทยาลัยแห่งหนึ่งในซิดนีย์ ที่ถูกตรวจพบว่าสมัยเรียนปริญญาตรีแล้วทำความผิดข้อนี้ และ ต้องเสียอนาคตในวิชาชีพในทันที

อย่างไรก็ตาม ที่นี่ไร้สาระนุกรม เราไม่ซีเรียสขนาดนั้น

เมื่อไรที่ต้องอ้างอิง [1]

กฎในการอ้างอิงมีอยู่ 3 ข้อ

  1. ต้องมีการอ้างอิงทุกครั้งที่คุณใช้ข้อมูล ความคิด หรือ คำพูดของผู้อื่น
  2. ต้องมีการอ้างอิงทุกครั้งเมื่อคุณ
    • เรียบเรียงคำพูดของผู้อื่นเสียใหม่ (paraphrase)
    • สรุปคำพูดของผู้อื่น
    • ใส่คำพูดของผู้อื่นมาทั้งดุ้นใส่ในเครื่องหมายคำพูด (Quotation)
    • คัดลอกตาราง กราฟ ฯลฯ ของผู้อื่นมาใช้
  3. การอ้างอิงต้องปรากฏที่
    • ในเนื้อหาบทความที่คุณเขียน (In-Text Reference)
    • ในรายการอ้างอิงท้ายบทความ (End-Text Reference)

รูปแบบการอ้างอิง

รูปแบบการอ้างอิงนั้น มี 2 แบบดังนี้

  1. Harvard Referencing Style เป็นรูปแบบที่พบมากในบทความเชิงวิชาการ มหาวิทยาลัย
  2. Oxford Referencing Style เป็นรูปแบบที่วิเกรียนพีเดียภาษาอังกฤษใช้

อย่างไรก็ตาม ยังมีอีกรูปแบบหนึ่งที่พบมากในวิเกรียนพีเดียภาษาไทย เรียกว่า การอ้างอิงแบบตามใจฉัน


เวปบล็อก สามารถนำมาใช้อ้างอิงได้หรือไม่?

นี่เป็นสิ่งที่เป็นข้อถกเถียงกันพอสมควรในวิเกรียนพีเดียไทย แต่คำตอบนั้น อยู่ในการวิเคราะห์ของผู้เขียนบทความ ตัวอย่างเช่น ถ้ากำลังเขียนถึง ประเพณีทหารเรือ การอ้างถึงข้อมูลจากเวปบล็อกของทหารเรือ ก็ย่อมจะไม่ผิดอะไร ; อาจารย์มหาวิทยาลัยบางท่าน อาจจะต้องการเผยแพร่ความรู้ที่ตัวเองมี ด้วยการเขียนบทความบทเวปบล็อก หรือเวปเพจส่วนตัว ก็ย่อมใช้อ้างอิงได้ ;หรือการเขียนเกี่ยวกับหน้า นินจาคาถาโอ้โฮเฮะ หรือ เนกิมะ คุณครูจอมเวทย์ การอ้างจากการ์ตูนก็ไม่ผิดเช่นกัน

ดังนั้น ก่อนที่จะหยิบบทความมาอ้างอิงนั้น ควรจะตั้งคำถามต่อบทความดังนี้ [2]

  1. ใครเขียนบทความนี้?
    • คนเขียนเป็นผู้เชี่ยวชาญในทางนั้นหรือไม่ หรือมีความเกี่ยวข้องกับบทความขนาดไหน?
  2. เขียนเมื่อไร?
    • ข้อมูลเก่าเต่าล้านปี อาจจะถูกลบล้างไปเรียบร้อยแล้วก็ได้ โดนเฉพาะหัวข้อเกี่ยวกับวิทยาศาตร์และการบริหาร
    • แหล่งอ้างอิงบางอย่าง อาจจะไม่จำเป็นต้องสนใจเรื่องอายุก็ได้ โดยมากจะเป็นบทความทางสังคมศาสตร์และประวัติศาสตร์
      • แต่ต้องระบุปีที่เพยแพร่ในรายการอ้างอิงอยู่ดี
    • ในกรณีที่แหล่งอ้างอิงเป็นเวปไซด์ ปีที่เขียนหมายถึง หมายถึง ปีที่ปรับปรุงล่าสุด และให้ใส่วันที่อ่านในรายการอ้างอิง (ดูตัวอย่างจากรายการอ้างอิงที่ 1)
    • กรณีที่ไม่พบปีที่เผยแพร่ ให้เขียนว่า ไม่พบวันที่ หรือ no date
  3. บทความมีความน่าเชื่อถือหริอไม่? ส่วนนี้เรียกว่าสำคัญที่สุด ยิ่งกว่า 2 ข้อข้างต้นเลยด้วยซ้ำไป
    • บางครั้ง ถืงแม้ว่าผู้เขียนจะมีความเชี่ยวชาญในสาขานั้นๆ แต่เขาอาจจะมีความเห็นโน้มเอียง ไม่เป็นกลางก็เป็นได้ ตัวอย่างเช่น ข้อมูลจากสำนักพิมพฺผู้จัดการมีแนวโน้มที่จะโจมตีคุณทักษิณ และ ไทยรัฐก็มีแนวโน้มที่จะสนับสนุนคุณทักษิณ ;หรือ นักวิจัยจากบริษัท มอนซานโตส ซึ่งปลูกพืชตัดต่อพันธุกรรม ย่อมเขียนบทความสนับสนุนการตัดต่อพันธุ์กรรม เป็นต้น
    • วิธีการตรวจสอบในจุดนี้ ให้อ่านโทนของบทความว่าโน้มไปทางไหน เสนอมุมมองเพียงแง่มุมเดียว หรือ หลากหลายแง่มุม
    • หรือจะให้ดียิ่งขึ้น ให้หาบทความอื่นที่มีหัวข้อเหมือนกันมาเปรียบเทียบ

ขั้นตอนการวิเคราะห์เช่นนี้นั้น เรียกว่า Critical Review ซึ่งมีหลักการที่ตรงกับ กาลามสูตร นั่นเอง

สิ่งที่มีคำถามต่อมาก็คือ ทั้งวิกิพีเดีย และไร้สาระนุกรม ไม่ใช่แหล่งข้อมูลที่ได้รับความน่าเชื่อถือในทางวิชาการอยู่แล้ว การอ้างอิงถึงวิกิในระดับมหาวิทยาลัย นอกจากจะไม่ได้คะแนนเพิ่มแล้ว ยังจะโดนหักคะแนนด้วย ดังนั้น อย่าไปพยายามบิดกั้นเวปบล็อกเลย เพราะวิกิ ไม่ได้รับความน่าเชื่อถือมาแต่ต้นแล้ว แต่ขอให้ดูเป็นกรณีๆไปเถิด

อ้างอิง

และเป็นตัวอย่างการอ้างอิงในระบบฮาวาร์ดที่ถูกต้อง

0. Learning Connection-University of South Australia, no date, "The Harvard Referencing Guide - Modules", viewed on 4th May 2008, <http://www.unisanet.unisa.edu.au/learn/LearningConnection/?PATH=/Resources/la/The+Harvard+Referencing+Guide+-+Modules/&default=Welcome.htm>

  1. Learning Connection-University of South Australia, no date, "Modules 1 -Introduction to the Harvard System ", viewed on 4th May 2008, <http://www.unisanet.unisa.edu.au/Resources/la/The%20Harvard%20Referencing%20Guide%20-%20Modules/Module%201%20-%20Introduction%20to%20the%20Harvard%20System.pdf >
  2. Bandounas, P & Groothedde, A, 2006, Student Information & Learning Guide: University Entrance Certificate, The Centre for English Language in the University of South Australia & the University of South Australia

และจากวิธีอ้างอิงนั้น จะเห็นได้ว่า มีรายการอ้างอิงที่ 0 อยู่

ในการอ้างอิงนั้น การอ้างอิงที่ใช้ในเนื้อหาของบทความนั้น เรียกว่า In-Text reference นั้น จะใช้กับข้อมูลที่มีลักษณะเฉพาะเจาะจง ดั่งที่เห็นในรายการอ้างอิงที่ 1 และ 2 แต่ในรายการที่ 0 นั้น เป็นข้อมูลที่มีลักษณะทั่วๆไป คนที่อยู่ในสาขานั้นๆทราบดีอยู่แล้ว ไม่จำเป็นต้องเขียนอ้างถึงในตัวบทความ แต่ จะต้องมีการอ้างอิงถึงในรายการอ้างอิงด้วย เพื่อเป็นการให้เกียรติ ถึงแม้ผู้เขียนจะไปเก็บข้อมูลจากแหล่งอ้างอิงนั้นๆเพียงประโยคเดียวก็ตามที

สำหรับรายการอ้างอิงท้ายบทความนั้น มีชื่อเรียกว่า End-Text Reference

อย่างไรก็ตาม เข้าใจว่า วิกิเองก็คงจะมีปัญหาเกี่ยวกับการโปรแกรม จึงต้องแบ่งรายการอ้างอิงออกเป็น อ้างอิง (ที่หมายถึง In-text) และอ่านเพิ่มเติม (end-text ที่ไม่ได้ใช้ใน in-text)

และนอกจากนี้ การเรียงลำดับของรายการอ้างอิงในทางวิชาการนั้น จะจัดลำดับตามตัวอักษร ไม่ใช่ลำดับการถูกใช้ก่อนหลังอย่างที่วิกิใช้แต่อย่างใด


เพิ่มความเข้าใจเกี่ยวกับ In-text และ End-text

ตัวอย่าง ผู้เขียนไปพบข้อมูลมาจากหนังสือเล่นหนึ่ง 2 ใจความคือ

  1. พระอาทิตย์ขึ้นทางทิศตะวันออก
  2. แสงอาทิตย์ในเมืองไทย ช่วงเดือนเมษายนต์ มีกำลัง 1.6 วัตต์ ต่อตารางเมตร (ข้อมูลสมมติ)

ข้อมูลที่ 1 จะอ้างอิงในเนื้อความหรือไม่ก็ได้ แต่โดยทั่วไปแล้วไม่จำเป็นเพราะเป็นข้อมูลที่คนทั่วไป หรือผู้ที่ข้องเกี่ยวในสาจานั้นรู้อยู่แล้ว แต่ข้อ 2 ถือว่าเป็นข้อมูลจำเพาะ ต้องมีการอ้างอิงในบทความด้วย

นอกจากนี้ ความคิดเห็นของบุคคลหนึ่งๆ ต่อสิ่งสิ่งหนึ่ง ย่อมถือว่าเป็นข้อมูลจำเพาะที่ควรจะอ้างถึง เช่น เซอร์ วิสตัน เชอร์ชิว กล่าวถึงระบอบประชาธิปไตยว่า "เป็นระบอบที่เลวน้อยที่สุด"

เทคนิดที่เกี่ยวข้อง

ในบางครั้ง นักศึกษา นักวิชาการสามารถค้นความเพิ่มเติมได้จากการไปอ่านอ้างอิงของบทความ ซึ่งบางท่าน หยิบรายการอ้างอิงของบทความมาเป็นของตัวเองเลยก็มี (แต่ไม่ใช่ คนเขียน แน่ๆ)

อีกเทคนิกหนึ่งก็คือการไปตรวจสอบว่ามีใครเอาบทความที่อ่านไปใช้แล้วบ้าง แล้วตามไปอ่านเพื่อเพิ่มความเข้าใน ซึ่งเดต้าเบสบางฐาน เช่น Scopus หรือ Google-Scholar สามารถระบุใหเได้ (ซึ่งเป็นวิธีที่ คนเขียน นิยม)

รูปแบบการอ้างอิง (ระบบฮาวาร์ด)

หนังสือ

  • ชื่อผู้เขียน (นามสกุลขึ้นก่อนชื่อจริง), ปีที่เผยแพร่, ชื่อหนังสือ (ตัวเอียง), อิดิชั่นที่ตีพิมพ์ (ถ้ามี), สำนักพิมพ์, ที่ตั้งของสำนักพิมพ์
    • ในบางกรณี เป็นหนังสือที่ออกโดย หน่วยงาน ไม่มีชื่อผู้เขียน ให้ใส่ชื่อหน่วยงานแทนชื่อผู้เขียน
    • ถ้าไม่ทราบวันที่ ให้เขียนในปีที่เพยแพร่ว่า "ไม่ปรากฏวันที่"
    • ถ้าเป็นหนังสืออิเล็อทรอนิกส์ ให้ใส่ <url> ต่อท้ายด้วย

เวบไซด์

  • ชื่อผู้เขียน, ปีที่อัปเดทล่าสุด, "ชื่อหัวข้อ (ในเครื่องหมายคำพูด ไม่เอียง)", วันที่ได้รับข้อมูล (ตัวอย่าง ดูเมื่อวันที่ 7 พฤษภาคม พ.ศ. 2551), <url> ( ตัวอย่าง<www.example.com>)
    • ไม่ทราบวันที่ปรับปรุงล่าสุด ใส่ ไม่ปรากฏวันที่
    • ไม่ทราบผู้เขียน หรือหน่วยงานที่เขียน ใส่ใส่ชื่อเวบไซด์แทน

ร่างกฎหมาย

  • ชื่อร่างกฎหมาย (ตัวเอียง), สถานที่ออกกฎหมาย (เช่น กรุงเทพมหานคร), หน่วยงานที่ออก (เช่น สำนักราชหัตถเลขาธิการ (บ้านเรา ผมไม่ทราบว่าหน่วยไหนออก แต่ในอังกฤษ จะเป็น สำนักราชหัตถเลขา, HMSO))

สิ่งที่เกี่ยวข้องกับการอ้างอิง