กีฬาสี

จากไร้สาระนุกรมเสรี - อนึ่งบทความนี้ถูกแก้ไขได้โดยผู้ใช้ทั่วไป หากแป้กหรือเสื่อมประการใดทางเราไม่ขอรับผิดชอบใดๆทั้งสิ้น
Accessibility.png นี่เป็นบทความเกี่ยวกับกีฬาสี หากท่านไม่พบข้อมูลที่ต้องการ กรุณาดูที่ การประท้วง
No Wikipedia.png
น่าอายแทนจริงจริง เหล่าผู้เรียกตนเองว่าผู้เชี่ยวชาญ ที่วิเกรียนพีเดีย
ไม่มีบทความเกี่ยวกับ w:กีฬาสี


การเดินพาเหรด กิจกรรมที่ขาดไม่ได้ในกีฬาสี

กีฬาสี คืองานกิจกรรมโรงเรียนที่จัดขึ้นเป็นประจำทุกปีเพื่อให้นักเรียนได้รับความทรมานมากยิ่งกว่าการทำการบ้านนั่นเอง นอกจากนี้ยังมีในบางมหาวิทยาลัย และแม้แต่ในโรงงานบางแห่ง กิจเกรียนบางกิจการ ก็เคยมีการจัดแบบนั้นมาแล้ว (มักเป็นไปเพื่อสร้างภาพว่าองค์กรก็มีการนันทนาการและผ่อนคลายเหล่าขี้ข้าบุคลากร)

อนึ่ง คำว่ากีฬาสียังเป็นแสลง (สำนวน) ทางการเมีย หมายถึงการต่อสู้แย่งชิงอำนาจทางการเมียโดยการแบ่งพรรคแบ่งพวกด้วยสารพัดสี ซึ่งเราท่านทั้งหลายที่มีชีวิตอยู่ในยุคนี้ก็คงจะรู้สึกกันชัดเจนอยู่แล้ว จึงไม่จำเป็นต้องอธิบายให้มากความในที่นี้ (หากท่านไม่เข้าใจ ดูรูปประกอบต่อไปเดี๋ยวก็รู้เองแหละ)

วัตถุไม่ประสงค์ออกนาม[แก้ไข]

  • เพื่อให้นักเรียนได้รับความทรมาน มากยิ่งกว่าการทำการบ้านนัก
  • ฝึกให้นักเรียนรับฟังคำสั่งของท่านผู้นั้น
  • ฝึกให้ท่านผู้นั้นสามารถออกคำสั่ง (หรือเผด็จกู ในบางคน) ได้อย่างไม่เคอะเขิน
    • ฝึกให้ผู้ออกคำสั่ง (บางคน, บางสถาบันเกรียนศึกษา) สามารถแสดงละครบทโหดเหี้ยมทารุณ, ป่าเถื่อน, ซาดิสต์, เกรียน ฯลฯ ได้อย่างแนบเนียน
    • หรือถ้าผู้ออกคำสั่งเป็นคนก้าวร้าวอยู่แล้ว ก็จะได้แสดงตัวตนที่แท้จริงออกมาได้อย่างเต็มที่
  • เป็นการสอนให้นักเรียนรู้จักแต่การใช้กำลัง
  • เพื่อผลาญงบประมาณ
  • เพื่อให้เกิดการใช้แรงงานครูอย่างคุ้มค่า แต่ทว่าพวกครูกลับไม่ค่อยมาเกี่ยวข้อง
  • เพื่ออะไรไม่รู้น่ารำคาญ

ลำดับการจัดงาน[แก้ไข]

  • นักเรียนและครูมาถึงสนามแข่งขันแต่ไก่โห่ (เช่น ตีสี่)
  • นักเรียนและครูบางส่วนตั้งขบวนรอรับประทานประธานในพิธี แต่ถ้าประธานไม่อยู่จะโฟนอินมา
  • ประธานมาถึงประมาณ 3 ชั่วโมงหลังขบวนตั้งเสร็จ วงโยธวาทิตบรรเลงเพลงต้อนรับ
  • นักเรียนเริ่มเดินขบวนประท้วงพาเหรด
    • ช่วงเวลานี้ถ้าใครได้อยู่ใกล้วงดนตรีอย่างกลองยาวจะสนุกที่สุด เพราะได้ฟ้อนไปเต้นตามใจอยากเต็มที่ ม่วนคักขนาดหลายเด้อ !
    • แต่ถ้าใครได้เข้าร่วมเดินขบวนแถวแบบเดินเฉยๆ อันนี้ท่านอาจเกิดอาการเซ็งก็ได้นะ (ก็มันเดินอย่างเดียว แถมเดินจากในตัวเมืองมายังโรงเรียนรวมกิโลเศษๆ นี่หว่า จะไม่ให้เซ็งได้ไง เหอๆ)
  • ถึงสนามกีฬา ทำพิธีชักธงกีฬาขึ้น (เคารพธงชาติด้วยในเวลาเดียวกัน)
  • นักเรียนตากแดดฟังประธานพล่ามก่อนทำพิธีชักผ้ามหาบังสุกุล ทั้งยังไม่ให้ขยับตัวด้วยถ้าไม่งั้นก็น่าจะเอาโซ่มาล่ามซะเลย
  • นักกีฬาจุดเพลิงเตรียมวางดอกไม้จันทน์จุดคบเพลิงเริ่มการแข่งขัน (เฮ ! เสร็จพิธีเปิดซักที)
  • กองเชียร์เผ่น แยกย้ายไปที่ตั้งสีใครสีมัน เตรียมตัวเชียร์
    • สแตนด์ของแต่ละสีนั้น คณะสีจะทุ่มทุนสร้างอวดชาวบ้านให้ดูอลังการหรูเลิศที่สุดเท่าที่ตัวเองจะทำได้ กะว่าไม่ให้น้อยหน้าสีอื่น โดยหลักก็เน้นการวาดป้ายฉากหลังของสแตนด์นั่นล่ะ
    • อนึ่ง สแตนด์แห่งไหนโชคดีอยู่ใต้ร่มไม้ สแตนด์นั้นก็เย็นสบายไป สแตนด์ไหนอยู่กลางแดดเปรี้ยงๆ แถมเป็นเหล็ก ก็ทนรับกรรมไปเหอะนะ (บางที่คณะสีก็ใจดี ทำหลังคาชั่วคราวเพิ่มให้ด้วย ก็ถือว่ามีบุญขึ้นมาอีกชั้นหนึ่ง แต่หลังคาชั่วคราวนั้นบางทีก็แย่ เพราะเป็นสีดำ ร้อนมากจนทนไม่ได้ สู้อยู่กลางแดดดีกว่า)
  • นักเรียนเริ่มแข่งขัน ในขณะที่ประธานกินเหล้า ก่อนจะหนีจากไป
  • ฝ่ายนักกีฬาแข่งขันอะไรก็แข่งไป ชนะเมื่อไหร่ก็โทรโข่งให้ชาวคณะสีดีใจเป็นพักๆ
  • ส่วนกองเชียร์ก็เชียร์ไปเรื่อยๆ ถึงเวลาอาจารย์มาตรวจเชียร์ก็เข้าสเต็ประเบียบเชียร์เก็บคะแนน (อันนี้คณะสีต้องเกณฑ์มาซ้อม ซึ่งบางคนรำคาญ+ขี้เกียจเลยโดดซ้อมก็มี)
  • ปิดท้ายด้วยการร้องเพลงโรงเรียนให้ดังสุดเสียง มีแปดหลอดหรือมากกว่านั้นก็ใส่ไปให้เต็มสูบเหอะ และมีเพลงสรรเสริญโรงเรียนอีกเพลงหนึ่ง ซึ่งหลายคนร้องไม่ได้ โดนด่ากันเป็นแถว
    • เพิ่มเติมว่าช่วงที่คุณร้องเพลงประจำโรงเรียนตอนนี้แหละ คุณจะเกิดอารมณ์ร่วมไปกับเพื่อนในความภูมิใจต่อโรงเรียนอย่างสุดขีด ฉะนั้นใส่ให้เต็มที่ไปเลย ไม่ต้องยั้ง ไม่ต้องกั๊ก ไม่ต้องแบน !!!!! (โอกาสจะร้องแบบนี้มันหาไม่ได้ง่ายๆ ด้วยนะ ขอบอก)
  • หลังเสร็จเชียร์เก็บคะแนน คณะสีจะปล่อยผีเปิดเพลงให้กองเชียร์เต้นเอาตามใจชอบ เน้นเพลงร็อกที่ต้องโดด+แหกปากร้องให้ดังสุดๆ จำพวกโลว์โซ กะลา แคลช อะไรเทือกนี้
    • ซึ่งตรงนี้สำหรับบางคนอาจสนุก แต่บางคนอาจเซ็งเพราะไม่รู้จะเต้นทำไม (นี่ตูมาเชียร์กีฬาหรือดูคอนเสิร์ตกันแน่ฟระ !!!)
    • แต่ไม่ต้องห่วง ถ้าคุณเต้นไปตามน้ำกับเพื่อนๆ ซักพัก คุณจะเกิดอารมณ์ร่วมในการเต้นกับเขาโดยไม่รู้ตัว
  • คำเตือน ! โดดเต้นมากๆ ระวังตกสแตนด์ หรือสแตนด์ถล่มเพราะทนแรงสะเทือนไม่ไหวด้วย ! (ถึงคนเขียนจะไม่เคยเจออย่างที่ว่าซักครั้ง แต่ตูก็เสียวเหมือนกันว้อยยยยย !!!!!)
    • ส่วนคนเต้นอาจได้ไส้เลื่อนเป็นของแถมอีกอย่าง อันผลข้างเคียงจากการโยกๆๆ โยกเข้าไปให้มันหลุดโลก
  • บางคนหลังเสร็จระเบียบเชียร์ก็จะนั่งพักหรืองีบ เนื่องจากการตื่นตั้งแต่ไก่โห่
  • บางคนขี้เกียจอยู่ต่อ เลยแว้บกลับบัานตัวเองหรือปืนรั้วไปเตร็ดเตร่ข้างนอกโรงเรียนก็มี เพราะวันนี้ไม่มีเรียนอยู่แล้ว ฮ่วย !!! (เคสหลังนี้พบบ้างเป็นส่วนน้อย แต่ไม่อาจตีเป็นเปอร์เซ็นต์ได้)
  • ในช่วงปล่อยผี สต๊าฟเชียร์มักจะโผนเข้าไปแจมกับคณะสีอื่นที่อยู่ใกล้ๆ เล่นด้วยกัน เอาฮาเข้าว่า (กะว่าเป็นยาแก้ร้อนนอกด้วยมั้ง) ซึ่งคณะนี้สีไหนมีแขกมาเยือน ก็ต้องกลับไปเยือนตอบด้วย ไม่งั้นขาดทุนแย่
  • ระหว่างเชียร์ไม่ต้องกลัวอด คณะสีของท่านเตรียมอาหารไว้พร้อมสรรพ ทั้งข้าวเที่ยง น้ำกิน ของว่าง ของฟรีไม่เสียตังค์ ถ้าอยากกินอย่างอื่นนอกเหนือจากที่เขาเตรียมไว้ก็ไปซื้อข้างนอกได้ ไม่มีใครว่านะ ถ้าเป็นตอนพักเที่ยง (หรือถ้าบรรยากาศไม่ไหว อาหารห่วยแตก น้ำที่แก้วมีคนกินมาแล้ว อย่างนั้นถือว่าจำเป็นต้องออกไปหาข้างนอกจริงๆ ใครทนกินได้ก็ทนกินไป)
    • แน่นอน คนเขียนชอบของฟรีเหมือนกันแหละ แต่สภาพอย่างว่านั้น เหมือนหลอกแดก ทำเองยังดีกว่าเลย
  • รอบเย็น นักเรียนเดินขบวนประท้วงอีกรอบเพื่อเข้าพิธีปิด
  • สรุปยอดเหรียญ แจกรางวัลกองเชียร์ ดับคบเพลิง เอาธงกีฬาลง
  • เข้าแถวรอรับ500บาท
  • กลับบ้านนอนได้แล้ว พรุ่งนี้ / อาทิตย์หน้ามาเรียนต่อ (แล้วแต่วันจัดของโรงเรียน ถ้าจัดวันศุกร์ก็มาเรียนวันจันทร์หน้า) พร้อมกับการบ้านจำนวนมากที่จะถาโถมใส่คุณอย่างแน่นอน
    • แต่ก่อนกลับ บางครั้งคณะสีอาจขอแรงนักเรียนในสังกัดช่วยเก็บขยะที่มากมายหลังเสร็จงานก่อนกลับบ้านด้วย (ครบเซ็ต !)
    • อย่าว่าแต่เก็บขยะเลย แค่ไฮเออร์ยังเกินความจำเป็นไปเลย

กีฬาและกิจกรรมที่ใช้แข่ง[แก้ไข]

  • วิ่งเข้าไป เป็นงานหลักที่จะเห็นทุกที่ มีตั้งแต่วิ่ง 4x100 วิ่งผลัด วิ่งวิบากกรรม วิ่งจ่ายตลาด วิ่งกระสอบควาย วิ่งมากกว่า 2 ขา (จะ 3 ขา 4 ขา 5 ขาก็ว่ากันไป บางบริษัทมีการจัดวิ่งทรมานเด็ก โดยใช้มากถึง 31 ขา คัดเอาทีมที่ชนะในประเทศเทยเพียงหนึ่งทีม ไปแข่งกับพวกยุ่นปี่ตั้งหลายทีม แบบนี้มันเอาเปรียบคนเทยชะมัด)
  • สตรีสบาส เป็นกีฬาบาสเก็ตบอล ที่กฏกติกาจะเหมือนกีฬาบาส แต่สนามจะเล็กลงเท่าที่เห็น
  • วินนิ่ง ใครคอวินนิ่งก็เข้ามาสัมผัสกับการเตะจริง บอลจริง บนสนามคอนกรีตแทนสนามหญ้า
  • บางครั้งก็ใช้ ดอตเอ หรือเกมออนไลน์ต่างๆ แทนวินนิ่ง
  • ชักกะเย่อ เป็นกีฬาว่างๆ ที่มาแข่งกันดึงเชือก แต่ส่วนใหญ่แนวหลังจะไม่ทำไรเท่าไหร่
  • เก้าอี้ดนตรี เอามาเล่นแก้เซ็งในยามว่างๆ เช่น เวลาพักครึ่งเกมวินนิ่ง เปิดเพลงเต้นแล้วแย่งเก้าอี้ให้ได้ ใครอยู่รอดจนได้เก้าอี้ตัวสุดท้ายก็ชนะ (ไม่แน่ว่าคนที่เล่นเก้าอี้ดนตรีเก่งอาจได้เป็นนักการเมีย รัฐมนโท และนายีรัฐมนตร๊กในอนาคตก็ได้นะ เพราะอาชีพพวกนี้เขาล่ะถนัดนัก)
  • แข่งกินวิบาก วิ่งไปกินไป ระวังจะจุกจนแข่งไม่ได้นะ
  • เชียร์ลีดเดอร์ หรือหลีด ทำหน้าที่เต้น (ไม่สนุก/ถูกบังคับ) และเป็นนางแบบหรือนายแบบของสีนั้นๆไปในตัว
  • ผู้ออกคำสั่ง ถ้าใครทำหน้าที่เต้นและว้ากจะรู้สึกสนุก แต่ถ้าพวกนั่งเชียร์จะรู้สึกซังกะตายแทน พวกว้ากคงจะกำเนิดมาจากงานนี้ล่ะมั๊ง
  • ในระดับชุมชนหรือระดับไทบ้าน บางทีจะมีกีฬาแปลกๆ เข้ามารวมในการแข่งขันด้วย แล้วแต่จะเลือกมาจัด เช่น แข่งจับหมูที่ทาน้ำมันลื่นทั้งตัว แข่งปีนเสาตกน้ำมัน (หมู) แข่งจับปลาเร็ว แข่งรถอีต๊อก ฯลฯ แข่งขันแบบนี้บอกไว้เลยว่าเน้นเอาฮามากกว่าจะเอาชนะกัน 555555+ (โปรดนึกถึงภาพเหล่านี้ในรายการสะเก็ดข่าว เก็บตก หรือปลดหนี้)
  • ขี่ม้าส่งเมือง หรือขี่ม้าชิงเมือง อันนี้พบได้ทั่วไปในระดับอนุบาลหรือประถม มัธยมไม่ค่อยเห็น เล่นง่ายๆ โดยแบ่งทีมสองทีม แต่ละทีมผู้เล่นจะต้องให้เพื่อนขี่หลังตัวเอง แล้วออกรบกระแทกให้อีกฝ่ายตกม้าซะ ใครรอดก็ชนะโลด
  • ยิงชาววิเกรียนพีเดียและโอตาคุ.ติ่งหูก็แนะนํา

กิจกรรมสำหรับกีฬาสีการเมืองการเมีย[แก้ไข]

หมายเหตุ: เด็กดีและผู้ใหญ่สติดีๆ ไม่ควรเอาเยี่ยงอย่างเด็ดขาด ไม่เช่นนั้นอาจติดเชื้อไวรัสแม้วซิตี้ ซินาตร้า หรือไวรัสสนธิก็ได้ เราเตือนคุณแล้ว !!!!

  • แข่งกันล้มรัฐบาลแล้วตั้งรัฐบาลใหม่
  • แข่งกันปิดประเทศด้วยการปิดสนามบินสุวรรณพัง (สีเหลือง) หรือปิดเกรียนเทพมหานคร (สีแดง)
  • แข่งกันขายของ โดยการขายความลับของชาติให้ฮวยเซ็ง (สีแดง)
  • แข่งกันโฟนอิน
  • แข่งกันประท้วง
  • แข่งกันแจกเงินซื้อเสียงในการลากตั้ง
  • แข่งกันปลูกหญ้าเพื่อป้อนสาวกของตัวเอง
  • แข่งกันฟันดาบ ขว้างอิฐ ยิงหนังกะติ๊กลีลาใหม่ ยิงปืน ฯลฯ (สรุปก็คือรบกันนั่นแหละ)
  • แข่งกันตั้งสถานีโทรทัศน์โฆษณาชวนไม่ยอมเชื่อ
  • แข่งกันแย่งเก้าอี้ดนตรี (ใน ค.ร.ม.)
  • แข่งกันทวิตหาสาวกผ่านทเว่อร์ติ๊ด
  • แข่งกันวิ่งสู้ฟัดเพื่อเอาชีวิตให้รอด เมื่อถูกฝ่ายอำนาจรัฐปราบปราม
  • แข่งกันนับยอดคนเจ็บคนตาย เพื่อเอาไปอวดอ้างเป็นวีรชนได้เต็มที่ และดิสเครดิตใส่ฝ่ายอำนาจรัฐด้วย
  • แข่งกันรัฐประหาร (เกมนี้สีเขียวจะถนัดเป็นพิเศษ)
  • แข่งรถถัง (แข่งกันเองในกลุ่มสีเขียว)
  • แข่งกันประท้วงหยุดงาน (เรื่องนี้สหภาพแรงงานถนัดเป็นที่สุด)
  • แข่งกันด่ารัฐบวม ใครรอดจากเที่ยวบินพิเศษไปห้องกรงได้ก็ชนะ
  • แข่งกันทุบรถนายก เป็นกีฬาใหม่ สถิติ สีแดงทำcomboไป939คอมโบ
  • แข่งกันเผาบ้านเผาเมือง ใครทำชาติล่มจมได้ก่อน ชนะไปเลย !!!! (อันนี้ทำมันซะทุกสี ทั้งแดง เหลือง น้ำเงิน)

สีที่มักจะใช้ในการแบ่งกลุ่ม[แก้ไข]

  • สีแดง
  • สีเหลือง
  • สีเขียว
  • สีน้ำเงิน
  • สีฟ้า
  • สีขาว
  • สีชมพู
  • สีแสด
  • สีดำ
  • สีเทา (พบได้น้อยถึงน้อยมาก)
  • สีน้ำตาล
  • สีเลือดหมู (มีในบางโรงเรียน)
  • สีม่วง (น่าจะเป็นสีที่คนไม่อยากอยู่มากที่สุด เพราะอาจจะหมายถึงกุลเกย์)
  • ในระดับมหาวิทยาลัยอาจแบ่งเป็นคณะต่างๆ แทนการใช้สี
    • คณะคนน้อยมักจะมีตัวนักกีฬาลงแข่งน้อยคน คณะคนเป็นพันก็มักมีตัวแข่งมาก ตามไปด้วย
    • คณะคนน้อยก็มีพื้นที่สแตนด์เชียร์น้อย คณะคนเป็นพันก็มีพื้นที่มาก ตามขนาดกองเชียร์
    • เนื่องจากความไม่เสมอภาคดังกล่าว จึงอาจจะไม่มีการจัดอันดับเพื่อหาว่าคณะใดเป็นเจ้าเหรียญทอง

สิ่งไม่ควรรู้[แก้ไข]

  • เป็นงานที่นักเรียน 100% (หรือเลขศูนย์อาจจะไม่มีค่า) ใฝ่ฝันอยากให้จัด
  • เป็นงานที่นักเรียน 100% ต้องเข้าร่วม โรงเรียนบางแห่งบังคับให้ร่วม ไม่เข้าร่วมก็ถือว่าตกกิจกรรม และยังหักคะแนนวิชาสุขศิกษาและพลศึกษาด้วย
  • เป็นงานที่นักเรียนจะได้เจอหน้ากัน ถึงจะคนละห้องก็ตาม ซึ่งถ้าอยู่สีเดียวกันก็จะได้เจออย่างแน่นอน
  • เป็นงานที่สร้างความสามัคคีเพื่อคว้าเหรียญทอง (หรือรางวัลอื่นๆ ตามความสามารถของฝ่ายตน)
  • แต่เนื่องจากว่า เป็นงานที่ต้องเตรียมกันเป็นเดือน ๆ จนในที่สุดมีผู้เข้าร่วมด้วยใจเพียงไม่เกิน 50% ถูกบังคับไม่ต่ำกว่า 49% และหนีไปเที่ยวแต่อ้างว่าไปงานกีฬาเพียง 1 % (ไหงเป็นงี้ฟะ) ส่วนอีกครึ่ง โดดหมด
  • ในบางโรงเรียน นักเรียนหญิง ต้องทรงกะลาครอบ ห้ามสวยโดยการไว้ผมยาว (แม้จะเรียน ม. 6 แล้วก็ตาม) และทางโรงเรียนได้ประกาศชัดเจนอีกด้วยว่าไม่มีการอนุโลมให้พวกที่เป็นหลีดได้สวยขึ้นชั่วคราว
  • ในบางโรงเรียน จะมีสีใดสีหนึ่งที่เป็นเทพทางด้านวิชาการมากกว่าสีอื่น เช่นมีโรงเรียนแห่งหนึ่ง ห้องคิงของทุกระดับชั้น ม.1-6 จะเป็นสีน้ำเงิน เป็นต้น ทั้งนี้ไม่จำเป็นต้องเกี่ยวข้องกับความเป็นเทพด้านกีฬาแต่อย่างใด
  • คนที่ต้องโป๊ วาบหวิว มากที่สุดในงาน, หรือถ้าไม่โป๊ที่สุด ก็ต้องเป็นที่จับตามองมากที่สุดในงาน, มักจะเป็นพวกหลีดผู้หญิงเสมอ (นักกีฬาว่ายน้ำไม่นับ)
  • โรงเรียนจำนวนมากเขาไม่อนุญาตให้ใช้สาวดุ้นเป็นหลีด แต่ก็ไม่เสมอไป เช่นสาวดุ้นผู้ตามหาพ่อชาวยุ่นปี่ในตำนานก็เคยเป็นหลีดมาแล้ว
  • เรื่องนี้เจ็บปวดสุด ๆ สำหรับเด็กหัวเกรียน แต่เป็นความจริงที่ว่า ถึงจะเป็นผู้ใหญ่โตเป็นควาย แต่ก็ยังต้องเล่นอยู่เนื่องจากบริษัทใหญ่ ๆ หลายบริษัทอยากจัด

อุปกรณ์ที่อาจถูกนำมาใช้[แก้ไข]

  • หมวก - แน่นอน ไว้กันแดด (การแข่งขันกีฬาบางแห่งจะมีสปอนเซอร์มาทำหมวกกระดาษแจกให้ด้วย)
  • ถุงมือ - ในบางโรงเรียนใช้ในเวลาเดินพาเหรดหรือเข้าระเบียบเชียร์ แต่ส่วนใหญ่ใช้มือเปล่า เพราะใส่ถุงมือแล้วจะปรบมือไม่ดัง
  • น้ำเปล่า - ไว้ดับกระหายคลายร้อน แต่ที่น่าเกลียดคือให้ดื่มแก้วเดียวสองคน หรือสิบคน หรืออาจจะถึงร้อย
  • พู่ห้อย พู่ระย้า - สำหรับบางโรงเรียน ใช้ในเวลาเข้าระเบียบเชียร์ แต่ระดับมหาวิทยาลัยจะนิยมใช้มือเปล่ามากกว่า
  • กระโปรงเชือกฟาง - สำหรับระบำฮาวายของชาวหรีดลีดเดอร์หรือสต๊าฟเชียร์ เป็นอุปกรณ์ที่ไม่จำเป็นต้องใช้ก็ได้ (เพราะมีหรือไม่มีก็เต้นเอามันได้ทั้งนั้น)
  • ป้ายแปรอักษร - โดยทั่วไปมักจะมีน้ำหนักมาก เพราะใช้กระดาษกล่องติดกันหลายชั้นเพื่อให้แข็งเกร็ง ไม่อ่อนปวกเปียกได้โดยง่ายเวลาใช้งาน และในป้ายๆ เดียวก็จะมีหลายฉากกระดาษสีในการใช้งาน และใช้บังแดดได้แป๊บเดียว ตามเวลาที่กำหนดให้เท่านั้น แต่ถ้าใช้ได้นาน ๆ ก็ถือว่าใช้บังแดดได้ดีทีเดียว แต่เปลี่ยนเป็นเมื่อยแขนแทน
  • มือตบ (หรืออาจเป็นตีนตบ หัวใจตบ ดาวตบ ไม้ตบ แล้วแต่จะดัดแปลงกันเอาเอง) - ใช้เคาะหรือตบเป็นจังหวะและใช้ทุ่นแรงแทนการตบมือ (แน่นอนว่าคุณเอาเท้าของคุณมาตบกันแบบมือไม่ได้อยู่แล้ว)
  • แก๊สน้ำตา - ไว้ทำเอฟเฟ็คท์ควันและสลายม็อบกีฬาสีทั้งหลายแหล่
  • ฝนเทียม (คือพวกกระด่งกระดาษที่ยิงขึ้นฟ้า อย่างเดียวกันกับที่ทำให้ศาลฎีกาซานติก้าไหม้เกรียมมาแล้ว มีคนบางกลุ่มเชื่อตามที่เขาว่ากันว่า ฝนเทียมทำด้วยกระสุนปืนใหญ่นัดละ 5 ล้านบาท ซึ่งโคตรโม้สุดๆ)
  • ระเบิด.อุปกรณ์เชียร์และโกง.ฮาสะท้านโลก.แม้กระทั่งอาหารแมวน่ารําคาณ

รวมภาพ[แก้ไข]

คำวิพากษ์วิจารณ์[แก้ไข]

กีฬาสีในโรงเรียนบางครั้งก็เป็นเรื่องน่าเบื่อ บางครั้งมันก็น่าสนุกในเวลาเดียวกัน ประสบการณ์เหล่านี้คุณจะได้พบเพียงไม่กี่ครั้งในชีวิต ถ้าคุณสนุกกับมันก็ขอให้สนุกกันเต็มที่ไปเลย เพราะเมื่อโตเป็นผู้ใหญ่แล้ว มันจะเป็นอดีตอย่างหนึ่งที่คุณรู้สึกโหยหา ถึงจะได้พบเห็นการแข่งกีฬาภายในองค์กรที่อื่นๆ คุณก็คงจะไม่รู้สึกสนุกเท่าเมื่อวันวานก็ได้ (เรื่องของต่างคนต่างใจ คิดแทนกันไม่ได้หรอก)
                 — ผู้ใช้คนหนึ่งกล่าวรำลึกความหลัง

ส่วนกีฬาสีการเมีย ถ้าชาติหน้ามีจริงก็ขออย่าให้ได้มาพบเจอกันอีกเลย สาธุ...........
                 — ผู้ใช้คนเดิมกล่าวถึงกีฬาสีการเมืองการเมียเป็นการตบท้าย

นี่กีฬาสีหรือการก่อม็อบฟะเนี่ย กูงง
                 — หมัก

แค่ระเบียบเชียร์กีฬาสีน่ะขี้ปะติ๋ว ฝึกซีลหรือ ร.ด. น่ะโหดกว่าเยอะ
                 — ท่านผู้นั้นที่เคยชมสารคดีเกี่ยวกับทเห่อ

เป็นเด็กวงโยฯ เก่า โดดกีฬาสีหกปีซ้อน มีอะไรม่ะ
                 — ไอ้ขี้เมา (หว่อบู้ต่ง-จงเหวิน)

แค่ได้เห็นลีดงามๆ ก็เป็นบุญตาโขแล้วนะเออ
                 — ไอ้ถึก

แหะๆๆๆ สุดยอดเลย ลงแข่งยิงลูกระเบิด 50 เมตร ไม่ว่ายังไงก็ได้แชมป์
                 — จ่าหญิงฮาระ

พอดีว่าผมอยู่สีส้มนะ มีวันที่ 8 ม.ค. 53
                 — จ่าอากาศเอกธนพงศ์

กีฬาสีปีนี้ อาจจะถือโอกาสสีรุ่นพี่ที่น่าเจี๊ยะรักเสียเลย
                 — สมเสร็จป๋าตร๊อฟที่ 10

กีฬาสีมีสีอะไรมั่งอ่ะสีน้ำเงิน ขาว กับแดงเหรอ
                 — ผู้ที่ไม่เคยเชียร์กีฬาสีมาก่อน (เนื่องจากเชียร์แต่ในสนามใหญ่)