คู่มือการเอาชีวิตรอดในโรงเรียนมัธยมปลาย ฉบับโรงเรียนชายล้วน

จากไร้สาระนุกรมเสรี - อนึ่งบทความนี้ถูกแก้ไขได้โดยผู้ใช้ทั่วไป หากแป้กหรือเสื่อมประการใดทางเราไม่ขอรับผิดชอบใดๆทั้งสิ้น
UNSOURCE

ยินดีต้อนรับสู่ไร้ซอร์ซ
แหล่งรวมเอกสารลวงของราชเกรียนที่ทุกคนร่วมเขียนได้
วันนี้ตรงกับวันอังคารที่ 26 พฤษภาคม 2563 เวลา 16:40 น. ตามเวลาท้องถิ่น

อารัมภบท[แก้ไข]

บทความนี้เขียนขึ้นเพื่อถกเถียงบางประเด็นที่แตกต่างจากต้นฉบับ โปรดอ่านควบคู่เพื่อปรับใช้ในการเอาตัวรอดของท่าน

ขอให้ทุกท่าน รอดชีวิตกลับมา

เนื้อหา[แก้ไข]

เนื่องจากคู่มือต้นฉบับ(ไร้ซอร์ซ:คู่มือการเอาชีวิตรอดในโรงเรียนมัธยมปลาย) มีบางข้อเหมือนกันที่ไม่สามารถปรับใช้ได้กับหลายๆโรงเรียน ยิ่งสำหรับโรงเรียนชายล้วน (หรือค่อนข้างจะชายก็ตาม) ดังนั้นเราจะขอแยก แตกประเด็น ออกมาเป็นฉบับโรงเรียนชายล้วน ดังที่ท่านกำลังจะได้อ่านอยู่นี้

การเริ่มเข้ามัธยมปลาย[แก้ไข]

ช่วงมัธยมปลายนี้ หากจะเีรียก นรก ก็ไม่ถนัดนัก แต่จะเรียกสวรรค์ มันก็ไม่ใช่ มันเป็นสิ่งทีคาบเกี่ยวกันตามแต่สถานการณ์

ช่วงมัธยมปลาย ท่านจะได้รับการแนะนำตัวกับ จ่านรก ซึ่งจะพาท่านไปเรียน รด.(รักษาดินแดน) ทำให้ท่านตัวดำคล้ำขึ้นกว่าเดิมอีก 15%

  • ข้อดี ท่านไม่ต้องไปเกณฑ์ทหาร อีก2-3ปี ซึ่งลดการเสียเวลาไปได้อย่างมาก
  • ข้อเสีย ท่านต้องฝ่าด่านอรหันต์ 3ด่านให้ได้ก่อน สำหรับผู้ที่แข็งแรง คงผ่านได้ไม่ยาก
  • ท่านต้องไปเรียน รด. อาทิตย์ละ1วัน นี่เป็นสิ่งที่ทำให้คุณเลิกเบื่อกับการเรียนในโรงเรียน (แต่ได้เรียนในค่ายทหารแทน)
  • บางท่านจะได้ค้นพบพลังพิเศษของตัวเองด้วยการใช้กระสุน10นัด แต่เป้าเป็นรู มากกว่า10รู ซึ่งพลังนี้เป็นที่ต้องการมาก สำหรับสายอาชีพการทหาร
  • หาข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่บทความ นักศึกษาวิชารถถัง

การมีเพื่อน[แก้ไข]

เนื่องจากเป็นโรงเรียนชายล้วน (หรือค่อนข้าง) จึงทำให้อัตราการอิจฉา มีน้อย แต่กลับกัน อาจสร้างอัตราความไม่ชอบหน้าได้สูง ซึ่งส่วนหนึ่งเป็นเพราะช่วยอายุที่เป็นวัยรุ่นเลือดร้อน เราจึงอยากจะแนะนำดังต่ีอไปนี้

  • หลีกเลี่ยงการคลุกวงในกับ กลุ่มบุคคลจำพวกที่มีแนวคิดต่างกับตัวเองอย่างสุดขั้ว เช่น เด็กเรียน-เด็กเก / บุ๋น-บู๊ บ่อยครั้งทีทั้ง2ฝ่ายไม่ชอบหน้ากัน
  • อย่ายึดติดกับกลุ่มเดียวกันจนเกินไป
  • ทำตัวเป็นพ่อค้าอาวุธเข้่าไว้ "เข้ากับทุกฝ่าย"
  • หลีกเลี่ยง สิ่งมีชีวิตที่เป็นเพศผู้ที่ผิดไปจากปกติ เช่น กุลเกย์เป็นต้น ถ้ายังไม่อยากโดนลูบคลำ หรือโดนบุกเหมืองทอง
  • การเป็นเพื่อนกับอาจารย์ก็เป็นสิ่งที่ดี แต่อย่าให้มันมากนัก เพราะอาจโดนหาว่าเป็นลูกไล่
  • แต่การเป็นศัตรูนั้น ไม่แนะนำนัก (แต่ไ่ม่ใช่ว่าทำไม่ได้ ถ้ามีเหตุผลที่ดีพอ)
  • การจะมีแฟน เพื่อนเป็นองค์ประกอบสำคัญอีกอย่าง ที่จะทำให้แฟนชอบเรา หรือเกลียดเรา ได้ทั้ง2อย่าง (จงระวังเพื่อนเอาไว้)
  • เพื่อนสนิท เราต้องให้ความสำคัญกับพวกเขา และติดต่อกันบ้าง แม้จะเรียนจบกันไปแล้ว

ใช้ความสามารถเพื่อผองเพื่อน[แก้ไข]

การโชว์เหนือว่าตัวเองเทพนั้น สามารถทำได้ (ควรจะต้องเทพจริงๆนะ) แต่กระนั้นก็ตาม การเก็บภูมิไว้กับตัวอยู่คนเดียวอาจเกิดความไม่พอใจในหมู่คนร่วมเรียนได้ เราจึงเสนอให้ท่านใช้ความสามารถทำให้คนอื่นมีความสุขไปด้วย

เช่นว่าถ้าภาษาอังเกรียนของท่านเข้าขั้นก็ให้ท่านทำต้นฉบับการบ้านให้ประชาชนไปเลย พยายามแบ่งสรรผู้ทำต้นฉบับให้ครบทุกวิชา และหลายๆสำนัก เพื่อความปลอดภัยและความรวดเร็ว

การมีต้นฉบับหลายวิชา และหลายสำนัก ทำให้ห้องของท่านเฮฮาได้เต็มที่ ไม่ต้องห่วงเรื่องการบ้าน และยังโชว์เหนือได้อย่างแนบเนียน ไม่มีใครหมั่นไส้ เรียกได้ว่า Win-Win

แต่อย่าลืมที่จะลับฝีมือไว้ใช้ ตอนสอบหละ ตอนสอบหนะลอกกันลำบากนะเอ้อ

การเรียน[แก้ไข]

ยุคมัธยมปลาย แทบทุกคนจะถูกกดดันทั้งทางตรงและทางอ้อม ให้ทำการสอบเข้ามหาวิทยาลัย ถือเป็นจุดเปลี่ยนของชีวิตเลยทีเดียว ครั้นจะเรียนเอาจริง ก็ยากลำบาก เพราะต้องเอาคะแนนไปฟัดกับใครก็ไม่รู้อีกทั้งประเทศ เพื่อให้ได้สถาบันที่ต้องการ แต่กระนั้น เราจะให้ข้อแนะนำอะไรบ้าง

  • สอบเข้าแอ๊บมิชชั่น ไม่ใช่ทุกอย่าง มีหลายคนต้องจบชีวิตเพราะเข้ามหาวิทยาลัยไม่ได้มาหลายชีวิตแล้ว
    • ดูอย่าง หลวงพ่อบิล ลูกเกด นิกายไมโครซัค สิ นั่นพี่แกเลิกเรียนมหาลัย มาเป็นเจ้าของไมโครซัค รวยล้นฟ้า
    • โอปราห์ วินฟรีย์ ก็ไม่ได้เรียนมหาลัย แล้วยังเป็นคนที่มีอำนาจมากที่สุดในโลกติดอันดับ ท็อป5
    • เสือ ไม้ นักเล่น กรอฟ ยังไม่เรียนมหาลัย ทำเงินได้ีปีละ หลายล้านเหรียญอมาริเกย์
      • ปริญญามหาลัย ไม่ใช่ตัววัดความสำเร็จของชีวิต
  • ยังมีมหาวิทยาลัยที่ไม่ต้องสอบวัดผลระดับประเทศแอ๊บมิชชั่น รองรับพวกที่ไม่ได้สอบอยู่
  • โรงเรียน ตะกวดวิชา ไม่ทำท่านเก่งขึ้น! ของแบบนี้อยู่ที่ตัวเอง


ส่วนการเรียนในห้องเรียนก็สุดแสนจะน่าเบื่อ เราจึงให้เกร็ดเล็กๆน้อยๆดังนี้

  • การเรียนในห้องเรียน หากไม่ต้องการอะไรกับชีวิตนี้มาก ให้ทำแบบผ่านเกรด2 ก็พอ
    • เกรด4.00 ไม่ได้แปลว่าคน คนนั้น เก่ง และประสบความสำเร็จในชีวิต
  • อุปกรณ์วัตถุภายนอกที่ใช้เบนความสนใจตนเองจากการเรียน บ่อยครั้งมันไม่ได้ผล เพราะอาจารย์มักจะจับได้ ให้พยายามฝึกวิชา หูทวนลม หรือเข้าหูซ้ายทะลุหูขวา ทำสมองให้โปร่งโล่งเข้าไว้ และที่สำคัญคือ อย่าหลับ!
    • แต่ถ้าหลับคาสมุดจด โดยถือปากกาค้างไว้ อาจารย์อาจพออนุโลม
  • ห้องพยาบาล และห้องน้ำ ไม่ใช่สถานที่ โดดเรียน เพราะมุขเก่ามาก รุ่นพ่อแก ยังโดนจับได้เลย แล้วนับอะไรกับรุ่นหลานอย่างเจ้า!

การเข้าสังคม[แก้ไข]

จริงอยู่ว่าแม้จะเป็นโรงเรียน ที่เราไปแล้วก็ตั้งหน้าตั้งตา(ทำเป็น)เรียนไปเรื่อยๆ แต่ก็มีบ้างที่จะมีกิจกรรมที่ืทางโรงเรียนจัดให้เป็นประจำ ซึ่งต้องการความช่วยเหลือจากพวกนักเรียนหลายๆคน นี่แหละคือโอกาสการเข้าสังคม ด้วยการทำกิจกรรมร่วมกัน และบางครั้งใช้โชว์เหนือได้อย่างไม่อายใคร

งานกีฬาสี[แก้ไข]

ใครที่แน่ ใครที่เก่ง อย่ารอช้าในโอกาสสร้างชื่อเสียงให้กับตัวคุณ ไม่แน่คุณอาจได้ไปแข่งกับโรงเรียนอื่นๆ ได้รางวัลติดมือกลับมา

  • อย่างไรก็ตาม หลีกเีลี่ยงกลุ่ม เชียร์ลีดเดอร์ ของโรงเรียนคุณให้ดี ถ้าเกิดเจอพวกกุลเกย์ อาจทำให้คุณเล่นไม่ออก
  • แต่ถ้าได้เชียร์แบบดีๆ คุณอาจเล่นแบบไม่คิดชีวิต เพราะได้ความรู้สึก เหมือนตอนออกรบ

ทัศนศึกษา[แก้ไข]

แม้จะได้ไปเที่ยวนอกโรงเรียน แต่อย่าคาดหวังอะไรให้มากนัก เพราะสถานที่ ที่จะไปนั้น ส่วนมากจะน่าเบื่อ ไม่เหมือนตอนเด็กๆซึ่ง อะไรก็ดูน่าตื่นเต้น (สมาชิกแถวนี้ ไปทัศนะศึกษาวัด 3ปีติด คาดว่าไปทำบุญเพื่อให้สอบผ่านแอ๊บมิชชั่น)

งานเลี้ยงห้อง[แก้ไข]

งานนี่เรียกว่าขนกันมากินด้วยกัน บ้านใครมีอะไรเด็ด ให้งัดมา

  • อย่าพึ่งขนมกรุบกรอบให้มักมากนัก เพราะมันเป็นของพื้นๆ ของทำมาจากบ้านสิเทพ
  • เหล้าเป็นสิ่งผิดกฎ ทุกหมวดหมู่ แต่ก็มักจะแอบเอามาผสมใส่น้ำผลไม้กัน.... อย่าให้มักมากนักเพราะมันจะถูกจับได้ง่าย
  • งานเลี้ยงห้อง อาจเป็นเหตุให้สามารถเล่นอะไรแผลงๆได้ เช่นฟาดเก้าอี้เหล็กให้บุบ ระวังตัวกันให้ดี
    • อย่าลืมเก็บกวาดห้อง ถ้าไม่อยากเห็นคุณปีเตอร์ โผล่มาตอนวันที่เข้าเรียน

คู่มือต้นฉบับ[แก้ไข]

คู่มือการเอาชีวิตรอดในโรงเรียนมัธยมปลาย