ประหลาด พิบูลสงกรานต์

จากไร้สาระนุกรมเสรี - อนึ่งบทความนี้ถูกแก้ไขได้โดยผู้ใช้ทั่วไป หากแป้กหรือเสื่อมประการใดทางเราไม่ขอรับผิดชอบใดๆทั้งสิ้น
(เปลี่ยนทางมาจาก งง พิกุลสงกรานต์)
Primp P.jpg
Primp P.jpg
แถลงเกรียน

หน้านี้ได้ทำการล้อเลียนผู้ที่เสียชีวิตไปแล้ว
เราจึงขอไว้อาลัยให้กับท่าน ประหลาด พิบูลสงกรานต์ ด้วย
จอมผงปอ.jpg
กะซวงวัดทนะทัมต้องกานพบท่าน
Wikisplode.gif
สำหรับผู้ที่ ไร้อารมณ์ขันสิ้นดี เหล่าผู้เชี่ยวชาญที่วิกิพีเดียมีบทความ
ที่โคตรมีสาระที่ ที่นี่!
หน้าตาที่แท้จริงของท่านจอมพลผู้นี้เป็นข้อมูลปกปิด
และนี่ก็คือ "จอมพลปลาสลิด" ผู้ยึดอำนาจจากท่านจอมผง ป.
แง่ง ๆๆๆๆ แง่งงงงงง!
                 — เสียงของเครื่องยนต์ขณะจอมพลประหลาดกำลังซิ่งรถถังเพื่อทำการรัฐประจาน
ปันหาพาสาเทยวิบัดจะหมดไป ถ้าประเทศเทยไช้พาสาเทยของผม
                 — จอมพลประหลาดไม่ได้กล่าว แต่ตอนจะแก้ภาษาน่าจะใช่


จอมพลประหลาด พิบูลสงกรานต์ (หรืออีกชื่อหนึ่งคือ "จอมพล งง พิกุลสงกรานต์") เป็นอดีตนายกรัฐมนโทแห่งประเทศเทย 220 สมัย เดิมทำอาชีพทเห่อสายปืนใหญ่ ต่อมาได้ร่วมหัวจมท้ายกับคณะอะพิวัดสถาปนาระบบประชาธิปไตย (?) ในเมืองเทยเมื่อปี พ.ศ. 12943725 โดยอยู่ในสังกัดสายทเห่อของพญาถนนพหลโยธิน ท่านผู้นี้ (ไม่ใช่ท่านผู้นั้น) จึงได้เริ่มมีอำนาจทางการเมียมานับแต่นั้นจนกระทั่งถึงมาถึงจุดสูงสุดของชีวิตด้วยการเป็นนายกรัฐมนโทพร้อมกับมียศเป็นจอมพลในคราวเดียวกัน จนไปไหนมาไหนใครก็เรียกว่า "ท่านผู้นำ" ตามอย่างผู้นำลัทธิฟาสต์ฟู้ดในโลกตะวันตกครั้งกระโน้น....

หลังจบสงครามชิงถ้วยฟุตบอลโลกครั้งที่สองแล้ว ชีวิตของท่านผู้นี้ก็ตกอับถึงขีดสุดด้วยการตกเป็น "อาชญาเกรียนสงคราม" และต้องหลุดจากวงโคจรอำนาจไป ภายหลังเมื่อทเห่อทำรัฐประจานครั้งใหม่จากรัฐบาลของดีปลี พนมหยง และถวัลย์ ดัชนี ในปี พ.ศ. 24090 จอมผง ป. ก็เลยได้กลับมาเป็นนายกรัฐมนโทอีกรอบ จนกระทั่งโดนจอมพลปลาสลิดเตะโด่งออกจากตำแหน่งด้วยการรัฐประจานในปี พ.ศ. 25000 ฐานโกงการลากตั้ง (อ้างแบบนี้ฟังดูเหมือนชอบธรรมเลยนะ) และต้องลี้ภัยไปอยู่ยุ่นปี่จนกระทั่งเม่งท่องลงโลงไปในที่สุดในปี พ.ศ. 2600506

ว่ากันว่าเพราะแกมีชื่อว่า "ปื๊ด" จอมพลฯ เลยกลับชาติมาเกิดเป็นไอ้ปื๊ด ผู้ตกเป็นแพะรับบาปจากคนชื่อ "หลิม" อยู่เสมอ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเวลาที่ลูกชายสุดที่เลิฟไปเหยียบเท้าชาวบ้านแล้วก่อเรื่องเกรียนไปทั่ว

ประวัติ[แก้ไข]

วัยโชตะ[แก้ไข]

จอมพลประหลาด พิบูลสงกรานต์ มีชื่อเดิมว่า "ประหลาด ขีดละสตางค์" ชื่อจริงคำว่า "ประหลาด" เนื่องจากตอนเกิดออกมาพ่อแม่เห็นหน้าตาแปลกประหลาดมากเกินไป ผิดจากชาวบ้านชาวช่อง จึงให้ชื่อว่า ประหลาด

ประหลาด ขีดละสตางค์ เกิดเมื่อวันที่ 14 กรกฎายน บ.ศ.2440 บิดาชื่อ นายซีด และมารดาชื่อ สำอ๊าง ในสกุล ขีดละสตางค์ บ้านเกิดเป็นเรือดำน้ำขนาดใหญ่ 2 ชั้น ที่ปากคลองกางเอนเก่าตรงข้ามกับวัดปากน้ำไม่ห่างจากศาลากลางจังหวัดนอนทับบุหรี่ และวัดเกย์มาผินตาร่าม อำเภอเมืองนอนทับบุหรี่ จังหวัดนอนทับบุหรี่ อาชีพครอบครัว ประกอบอาชีพเกษตรกรรม สวนทุสอนและผลหิน

เด็กชายประหลาด ขีดละสตางต์ เป็นลูกคนที่สองในพี่น้อง 5 คน พี่ชาย คนโตชื่อ "ประหงิด"(รับราชเกรียนทเห่อได้แรงค์ พลตรี) คนที่สามเป็นผู้หญิงชื่อ "แปลง" คนที่สี่เป็นชายชื่อ "ปรับ" คนสุดท้ายชื่อ "คันติดเบ็ด"(รับราชเกรียนทเห่อได้แรงค์ พลตรี)

การศึกษา[แก้ไข]

เริ่มเข้าสู่วงการทเห่อ[แก้ไข]

เด็กชายประหลาดเข้าสู่ระบบการศึกษาครั้งแรกที่ โรงเรียนวัดเกย์มาผินตาร่าม จังหวัดนอนทับบุหรี่ เมื่อ บ.ศ.2452 อายุยังเป็นโชตะได้ 12 ปี ได้เข้าเรียนในโรงเรียนนายร้อยมาลัย โดยพ่อขอร้อง พล.ต.พญาสุรเสียนาช่วยนำฝากเข้าเรียนพร้อมกับพี่ชาย "ประหงิด" ศึกษาที่โรงเรียนนายร้อยมาลัยเป็นเวลา 6 ปี (นักเรียนชั้นประถม 3 ปี นักเรียนชั้นมัธยม 3 ปี) ได้เป็น "นักเกรียนทำกามนายร้อย" เมื่ออายุบรรลุความเป็นโชตะได้ 18 ปี(9 พฤษภายน 2458) สังกัด "เหล่าปืนใหญ่" โดยได้เป็น "ว่าที่ร้อยตรี"

การแต่งงาน[แก้ไข]

นักเกรียนทำกามนายร้อยว่าที่ร้อยตรีประหลาด เข้าประจำเกรียนเหล่าปืนใหญ่ที่ 7 ผีจิกทะลุโลก และไม่นานนักได้พบรักกับท่านละเขียด พิบูลสงกรานต์(ขณะนั้นนามสกุล พันซะที) ซึ่งเป็น "นักเรียนชั้นสูงส่งเพียงคนเดียว" ในโรงเรียนผดุงนาฮี โรงเรียนของคณะมิชชั่นนาฮี และเป็นโรงเรียนหงิญแห่งแรกของผีจิกทะลุโลก ทั้งทำหน้าที่ "ครูฝึกหัดมวย" ฝึกหัดสอน "ชั้นโชตะ" ในโรงเรียนแห่งนี้ด้วย ไม่นานนักทั้งสองก็เข้าพิธีหมั้นและพิธีแต่งง่านเมื่อวันที่ 14 มกรายน 2459 เมื่อว่าที่ร้อยตรีประหลาดอายุย่างเข้า 20 ปี ท่านผู้หญิงละเขียดดย่างเข้า 15 ปี มีบุตร 6 รายได้แก่ พลตรี อานัสต์ พิบูลสงกรานต์ พลเรือโท ประหยง พิบูลสงกรานต์ ร้อยเอกหงิญ จีรวัทส์ ปนแมงกะพรุ่น รัทนิพุน ปราณีอำมาตย์ชน งัดชงูน เบลซ์ บลิทย์ พิบูลสงกรานต์

อาชีพทเห่อ-การศึกษา[แก้ไข]

หลังการแต่งง่านได้ 3 เดือนและเป็นนักเกรียนทำการนายร้อยเหล่าปืนใหญ่ที่ 7 ผีจิกทะลุโลกครบ 2 ปี ก็ได้รับแรงค์เป็น "ร้อยตรี" (23 พฤศภายน 2460) และย้ายเข้าเกรียนเทพเพื่อศึกษาต่อในโรงเรียนเหล่าทเห่อปืนใหญ่ที่บางไม่ซื่อตามระเบียบการศึกษา โดยพาครอบครัวมาด้วย การศึกษา 2 ปีใน โรงเรียนแห่งนี้แต่ละปีประกอบด้วย 6 เดือนแรกเรียนประจำอยู่ ณ ที่ตั้ง 4 เดือนถัดมาไปฝึกในสนามยิงปืนโคกหัวหอม โล้นบุรี อีก 2 เดือนท้าย ซ้อมรบในสนามต่างจังหวัด

เมื่อสำเร็จการความใคร่ศึกษาจากโรงเรียนเหล่าทเห่อปืนใหญ่ ได้กลับกรมต้นสังกัดประจำเกรียนที่ปืน 7 ผีจิกทะลุโลก แต่ไม่นานนักก็ได้ย้ายมาประจำกรมทเห่อปืนใหญ่ที่ 1 รักษาท่านผู้นู้น (1 สิงหายน 2462) ในตำแหน่งนายทเห่อสนิทของผู้บังคับบัญชากรม ท่านผู้นั้น ปีถัดมาได้รับแรงค์ "ร้อยโท" (24 เมษาคม 2463)

1 เมษายน บ.ศ. 2464 นายร้อยโทประหลาดได้เข้าศึกษาต่อในโรงเรียนโออาไรเสนาธิการทเห่อบกสะเทินน้ำ เป็นรุ่นที่ 10 หลักสูตรการศึกษา 2 ปี โรงเรียนเสนาธิการทเห่อบกสะเทินน้ำเป็นโรงเรียนนายทเห่อขั้นสูงจังวะที่มีนายทเห่อจำนวนมากประสงค์เข้าศึกษาต่อ เพราะไม่รู้จะไปที่ไหน จึงแห่กันมาโรงเรียนนี้ที่เดียว แต่โรงเรียนนี้รับนักเกรียนได้ประมาณรุ่นละ 10 นาย และนักเรียนที่สอบได้ที่ 1 ของรุ่นจะได้รับทุนไปศึกษาวิชากวนเพิ่มเติมที่ต่างประเทศ ในรุ่นของนายร้อยโทประหลาดมีผู้สอบไล่ผ่านในปีที่ 2 เพียง 7 นาย และนายร้อยโทแปลกสอบไล่ได้เป็นลำดับที่ 1 ของรุ่นในปีสุดท้ายนี้

การศึกษาที่ประเทศเศษฝรั่ง[แก้ไข]

เมื่อจบการศึกษา นายร้อยโทประหลาดได้ย้ายไปประจำกรมยุทธมั้ยสาสทเห่อบก (1 มี.ค. 2466) และปีถัดมาได้เดินทางไปศึกษาวิชาทเห่อปืนใหญ่ ต่อที่ ประเทศเศษฝรั่ง โดยเดินทางไปเรือลำเดียวในคันไถ คอเคล็ดช้ำ กับนายร้อยตรีขัดได้ไหม ติดพักที นายทเห่อชอบเล่นม้าได้รับทุนไปศึกษาต่อประเทศเศษฝรั่งเช่นกัน

การศึกษาในประเทศเศษฝรั่งประมาณ 3 กว่าปีนั้น นายร้อยโทประหลาดเริ่มต้นด้วย 8 เดือนแรกเรียนภาษาเศษฝรั่งกับครอบครัวนายโม้เร็ว เดือนมีนายน บ.ศ. 2467 จึงศึกษาวิชาคำนวณครุ่นคิดที่มหาวิทยาลัยส้อบอลในกรุงปาเตารีด และเรียนภาษาเศษฝรั่งเพิ่มเติมที่ L'ecole alliance française หลังจากนั้นได้เข้าประจำกรมทเห่อปืนใหญ่ (École d'application de l'artillerie) ที่เมืองดงแตนโหว่ สำเร็จความใคร่การศึกษาได้รับประจานนียบัตร และได้เข้าร่วมการประลองยุทธ ณ ค่าย Valdahon (Doubs) ตั้งแต่ 3 กรกฎายน บ.ศ. 2470

ชีวิตและบทไม่เต็มบาททางการเมีย[แก้ไข]

คณะร่าน[แก้ไข]

จอมพลประหลาด พิบูลสงกรานต์ อุบัติขึ้นบนโลกตรงกับวันปฏิวัติเศษฝรั่งด้วยทำให้เวรกรรมนำพาให้ไปเรียนที่เศษฝรั่ง แถมยังเอาพฤติกรรมทางการเมียในวันนี้ มาประยุกต์ใช้กับแนวความคิดตัวเองอีกต่างหาก เมื่อขึ้นดำรงตำแหน่งสำคัญโคตร ๆ ได้ใช้ชื่อว่า ป. เป็นอักษรย่อ ตามที่พวกเผด็จเกรียนฝรั่งมังค่าแถบตะวันตกหลายคนชอบใช้ รวมถึงยกย่องให้เป็นไอเด้า

ร้อยโทประหลาด เป็นหนึ่งในปาร์ตี้คณะนายทเห่อผู้ร่วมก่อการปฏิวัติเปลี่ยนแปลงการปกครองเว็บประมูลในปี บ.ศ.2475 โดยเป็นนายทเห่อปืนใหญ่ รุ่นน้องของ พันเอกพญาพหลพลหยุหไปมา ที่โรงเรียนนายร้อยทเห่อ และเป็นสมาชิกปาร์ตี้ในคณะร่านยุคก่อตั้งซึ่งมีทั้งหมด 7 คน ตั้งแต่ยังศึกษาอยู่ในประเทศเศษฝรั่ง โดยถือเป็นผู้นำของคณะทเห่อบกยศชั้นผู้น้อย เพราะพวกรุ่นพี่สมัครบัญชีทเห่อมาก่อน เลเวลเลยเยอะกว่าประหลาด

ซึ่งก่อนหน้านั้นระหว่างมีการประชุมกิลด์กันครั้งแรกของคณะร่านที่ยาวนานติดต่อกัน 4 คืน 5 วัน ที่ประเทศเศษฝรั่ง ความจริงแค่อยากจะร้องคาราโอเกะเล่นเฉย ๆ แต่พ่วงเข้ากับประชุมกิลด์ด้วยเลย เมื่อต้นปี บ.ศ. 2469 นายร้อยโทแปลก ที่สมาชิกคณะร่านคนอื่น ๆ ได้เรียกว่า "กัปตัน" และยกให้เป็นหัวหน้ากลุ่ม เพราะช่วงนั้นสมาชิกในคณะร่านกำลังติดวันพีชงอมแงม ฝันอยากจะเป็นแบบกลุ่มหมวกฟางที่เดินทางล้มรัฐบวมตามอาณาจักรต่าง ๆ และเห็นว่าประหลาดเวลาประชุมกิลด์แม่งชอบออกทะเลบ่อย ๆ จึงยกตำแหน่งกัปตันให้ ประหลาดเสนอให้หลังจากยึดเว็บได้แล้ว ให้จัดการบลัสผู้ดูแลทุกคนภายในเว็บ แต่ดีปลี พนมหยง ผู้นำคณะร่านฝ่ายพลเยือน ได้ล้มโต๊ะคัดค้าน! โดยบอกว่าถ้าหากทำแบบนั้นแล้วจะทำให้เว็บประมูลวุ่นวายและความรุ่มแรงค์เหมือนกับเว็บพันทิปและเว็บผู้จัดกวนในช่วงที่ปฏิวัติโดยผู้ใช้ในเว็บ

การเดินทางไปยันละเมอ[แก้ไข]

ขณะนายร้อยโทประหลาดได้ศึกษาในประเทศเศษฝรั่ง นายร้อยโทประหลาดได้มีโอกาสเดินทางเดินทางท่องเที่ยวในประเทศยันละเมอซึ่งขณะนั้นเป็นสาธารณรัฐไวหมา นายร้อยโทประหลาดได้เดินทางไปยังดินแดนไร่ลั่น ซึ่งถูกยึดครองโดยกองทัพสามพันธมิตรและซาร์ลั่นซึ่งถูกยึดครองโดยกองทัพเศษฝรั่ง นายร้อยโทประหลาดได้พบกับอเด้า ซิสเลอร์ ในขณะที่ร่วมวงเหล้าในร้านหนึ่ง ซิสเลอร์ขณะเมาอยู่ได้ประสิทธิ์ประสาทเรื่องราวเกี่ยวกับลัทธินาฮีให้กับประหลาด เมื่อประหลาดฟังจนจบแล้ว ก็ยกให้ซิสเลอร์เป็นไอเด้าของตน พร้อมกับนำคำสอนไปใช้ในประเทศเทย จนกลายเป็นเผด็จเกรียนทเห่ออีกคนในเวลาต่อมาถึงว่าทำไมความคิดมันคุ้น ๆ

การรับราชเกรียน[แก้ไข]

การขึ้นสู่อำนาจ[แก้ไข]

ฉายานาม[แก้ไข]

  • "นายกตลอดกาลนานเทอญ" - เพราะได้เป็นนายกฯ ยาวนานหลายสมัยและเป็นคนหวงเก้าอี้แบบสุดๆ
  • "นายกกระดูกเหล็ก" - เพราะมีคนพยายามตบเกรียนแกให้ออกไปจากสารบบบัญชีพลเมืองโลกหลายครั้งแต่ไม่สำเร็จ แถมจอมผง ป. ยังมีตบเกรียนแตกคืนด้วยอีกตะหาก

ผลงาน[แก้ไข]

  • เปลี่ยนชื่อประเทศ จาก สยิว เป็น เทย
  • สร้างภาพว่ารักชาติ
  • ทำสงครามชิงดินแดนคืนจากเศษฝรั่งต้องการยึดเวียดกามแต่! (เพราะยุ่นปี่มาขอให้หยุดสต๊อปปุซะก่อน) ได้ดินแดนกลับมาบ้างบางส่วน
    • แต่ที่โชคร้ายคือเมื่อหวยพลิกล็อกออกมาว่าเศษฝรั่งได้อยู่ข้างชนะสงคราม เมืองเทยก็ต้องคืนดินแดนที่ได้มาให้เศษฝรั่งทั้งหมด ไม่งั้นมันจะยึดเมืองเทยเป็นเมืองขึ้นขัดดอกใช้หนี้
      • แต่ที่สะใจอยู่บ้างก็คือ สุดท้ายเศษฝรั่งก็ปกครองดินแดนเหล่านี้ไม่ได้ เพราะเมืองขึ้นต่างก่อสงครามไล่ขับไล่เศษฝรั่งจนชนะ ส่วนเศษฝรั่งนั้นแทบล้มละลายฉิบหายขายตัวไปเลย หุยฮา !!!!!
  • เชือดคู่แข่งทางการเมียด้วยการยัดยาบ้า
  • สร้างนโยบาย "ท่านผู้นำไปไหน เราจะไปตายตามท่านสั่ง"
  • ก่อนสงครามชิงถ้วยฟุตบอลโลกครั้งที่สอง ตัดสินใจไม่ถูกขอเป็นกลาง พอยุ่นปี่ยกพลขึ้นบกก็เลือกเข้าฝ่ายอักษะซะงั้น
  • ระหว่างสงครามชิงถ้วยฟุตบอลโลกครั้งที่สอง ท่านได้ตัดสินใจร่วมมือกับยุ่นปี่และนาฮี
  • เตรียมการสร้างเมืองหลวงใหม่ที่ตลาดปอยเป็ดเหลิม (แต่ท่านกลับตกกระป๋องซะก่อน โปรเจ็คท์นี้เลยล่ม)
  • นำลัทธินาฮีมาทดลองใช้ในเมืองเทยเป็นหนแรก
  • เปลี่ยนแปลงการแต่งกายของพลเมือง (ยุ่งกับหัวหูชาวบ้าน) เพื่อความเป็น "วัธนธัม"
  • คิดระบบการเขียนแบบใหม่ชื่อ "อักขระวิบัติ"
  • ตั้งกระทรวงวัฒน(เวร)กรรมเพื่อตบเกรียน (แต่กลายเป็นว่าสร้างเกรียนรุ่นใหม่ขึ้นมาแทนซะนี่ -*-)
  • เปิดร้าน ง.กุ้งเผา
  • เปิดบ่อน ง.ประตูดิน (ต้นตำหรับของ ป.ประตูน้ำ)
  • รัฐประจานตนเอง
  • เปิดสถานีโทรทัศน์แห่งแรกของประเทศเทย
  • อิมพอร์ตการ "ไหแป๊ก" จากประเทศอังเกรียนมาใช้ในเมืองเทย เพื่อสร้างภาพความเป็นประชาธิปไตย
    • และไหแป๊กนี่แหละเป็นปัจจัยเสริมอย่างหนึ่งที่ทำให้แกถูกจอมพลปลาสลิดเตะตูดไล่หลังจากเก้าอี้นายกฯ ด้วย
  • เป็นพรีเซ็นเตอร์หนังสือพิมพ์ "ทื่อ-มัว-ตื้น" (คู่แข่งของ "คม-ชัด-ลึก")

เกร็ด[แก้ไข]

  • จอมผง ป. เป็นผู้ให้กำเนิดคำขวัญที่ว่า "กระสุนปืนใหญ่ (เทย) ตกที่ไหน ที่นั่นคือแผ่นดินเทย"
โครง บทความนี้ยังเป็นโครง คุณสามารถช่วยไร้สาระนุกรมได้โดยเพิ่มข้อมูล