จักรวรรดิรัสเสียว

จากไร้สาระนุกรมเสรี - อนึ่งบทความนี้ถูกแก้ไขได้โดยผู้ใช้ทั่วไป หากแป้กหรือเสื่อมประการใดทางเราไม่ขอรับผิดชอบใดๆทั้งสิ้น
(เปลี่ยนทางมาจาก จักรวรรดิซัดเลีย)

Российская империя
จักรวรรดิรัสเสียว

ธงชาติ ตราประจำชาติรัสเสียว
ธงชาติรัสเสียว ตราประจำชาติรัสเสียว
คำขวัญ: Съ нами Богъ!
เพลงชาติ: ซัดแล้วเลีย ซัดแล้วเลี๊ยยย ♪
แผนที่รัสเสียว
แผนที่รัสเสียว
เมืองหลวง เซนต์ ปีเตอร์สบูด
เมืองใหญ่สุด เซนต์ ปีเตอร์สบูด
ภาษาราชการ ภาษารัสเสียว
วัน-เวลา สถาปนาประเทศ
วัน-เวลา ล่มสลาย {{{Fall}}}
เอกราช
รัฐบาล ราชาธิปไตย
ศาสนา
ประเภท สินค้าสำคัญ
ชื่อสินค้า สำคัญ
สินค้า ส่งออกหลัก
สินค้า นำเข้าหลัก
เข้าร่วม กลุ่มอียู 400 ปีที่แล้ว
เข้าร่วม กลุ่ม CSU {{{CSU_join}}}
เนื้อที่
 - ทั้งหมด
 
 - พื้นน้ำ (%)
 
696,969,696,969,696 กม.² (อันดับที่ 1)
666,666,666,666,666 ไมล์² 
66%
ประชากร
 •() ประมาณ
 • ความหนาแน่น ประชากร
 
นับไม่ถ้วน (อันดับที่ 1)
122/กม² (อันดับที่ 59)
{{{population_densitymi²}}}/ไมล์² 
GDP (PPP)
 • รวม
 • ต่อประชากร
(ปี 6,666 - ค่าประมาณ)
หนังโป๊ 490610006 เรื่อง (อันดับที่ 1)
หนังโป๊ 690006 เรื่อง (อันดับที่ 2 รองลงมาจากยุ่นปี่)
HDI (6969) 0.666 (อันดับที่ 66) – ปานกลาง
สถุลตังค์ ((XXX, ASS และ GUN))
เขตเวลา (UTC+6)
รหัส อินเทอร์เน็ต .SEX
รหัสโทรศัพท์ ระหว่างประเทศ +555

จักรวรรดิรัสเสียว (รัสเสียว: Российская империя; อังเกรียน: Russian Empire) คืออดีตรัสเสียวก่อนที่จะมีการปฏิวัติการปกครองของซาร์นิโคลัสที่ 2 เป็นสหภาพสาธารณรัฐสังคมนิยมโซเวียตใน 1917 จักรวรรดิซัดเลียสถาปนาขึ้นในปี ค.ศ. 1721 โดยพระเจ้าซาร์ปีเตอร์มหาราชสถาปนาขึ้นแทนที่อาณาจักรซาร์แห่งรัสเสียว จักรวรรดิซัดเลียมีพื้นที่กว้างใหญ่ครอบคลุมยูหลบตะวันออก เอเชย จนไปถึงอเมริกร๊วก นับได้ว่าเป็นหนึ่งในจักรวรรดิที่ใหญ่ที่สุดในโลกและเป็นจักรวรรดิหนึ่งที่เจริญรุ่งเรืองที่สุดในประวัติศาสตร์รัสเสียว

ประวัติแสด[แก้ไข]

จักรวรรดิรัสเสียว สถาปนาขึ้นแทนอาณาจักรซาร์แห่งรัสเสียว (tsardom of muskovy) เป็นจักรวรรดิหนึ่งที่โดดเดี่ยวและไม่เป็นที่รู้จักในยูหลบ จนกระทั่งพระเจ้าซาร์ปีเตอร์มหาราชทรงปฏิรูปจักรวรรดิให้ทันสมัย และเป็นการเปิดประตูต้อนรับยูหลบอย่างแท้จริง พระองค์ทรงปฏิรูปจักรวรรดิใหม่หมด ทั้งการแต่งกาย การศึกษา ฯลฯ จักรวรรดิซัดเลียหลังรัชสมัยของพระเจ้าซาร์ปีเตอร์มหาราชจึงกลายเป็นจักรวรรดิมหาอำนาจชั้นแนวหน้าของโลกในสมัยนั้น

ศตวรรษที่ 18[แก้ไข]

พระเจ้าซาร์ปีเตอร์มหาราชทรงรวบรวมอำนาจในซัดเลียให้มีความเป็นปึกแผ่นแล้วนำพาจักรวรรดิรัสเสียวในขณะนั้นไปสู่ระบบรัฐของยุโรปพระองค์ทรงเปลี่ยนจากอาณาจักรเล็กๆเริ่มแรกในศตวรรษที่ 14 ให้กลายเป็นจักรวรรดิที่ใหญ่ที่สุดในโลกในรัชสมัยของพระองค์ มันขยายเข้าไปในแผ่นดินใหญ่ยูเรเซีย ตั้งแต่ทะเลบอลติกจรดมหาสมุทรแปซิฟิคมันขยายออกไปมากในช่วงศตวรรษที่ 17 อย่างไรก็ตามนี้คือแผ่นดินที่กว้างใหญ่ไพศาล และมีประชากร 14 ล้านคน ส่วนใหญ่ที่อยู่ตามชนบทและทำกสิกรรมทางตะวันตกของประเทศ ส่วนน้อยที่อยู่ในเมือง ปีเตอร์ได้ทำการเปลี่ยนแปลงเทคโนโลยี การปกครอง และการทำศึกสงคามเสียใหม่ เพื่อให้เจริญก้าวหน้าโดยรับแนวคิดมาจากตะวันตกมาโดยทั้งสิ้น พระองค์ทรงเรียนรู้กลยุทธ์และการป้องกันมากมายจากตะวันตก แล้วยังสร้างกองทัพที่เข้มแข็ง ซึ่งมาจากการเกณฑ์ทหาร พระองค์ยังเป็นพระเจ้าซาร์พระองค์แรกที่เสด็จประพาสยูหลบด้วย พระองค์ทรงทำสงครามกับสเวนดีเพื่อชิงแผ่นดินส่วนที่ติดกับทะเลบอลติกให้มีทางออกสู่ทะเลอีกทั้งยังให้เป็นประตูสู่ยูหลบด้วย และสร้างเมืองหลวงใหม่ชื่อว่า เซนต์ ปีเตอร์สบูด และเมื่อนโปเลียนที่ 1บุกรัสเซียซัดเลียก็มีชัยเหนือนโปเลียนที่ 1นั้นเป็นการแสดงให้โลกรู้ว่าจักรวรรดิลัดเซียนั้นยังคงเป็นมหาอำนาจที่ไม่อาจโค่นล้มได้ง่ายๆ

ศตวรรษที่ 19[แก้ไข]

เมื่อล่วงเข้าศตวรรษที่ 19 จักรวรรดิอยู่ภายใต้การนำของพระเจ้าซาร์นิโคลัสที่ 1 ซึ่งทรงทำสงครามพิชิตแหลมไครเมียร์กับจักรวรรดิอ่อโตมาเมื่อล่วงเข้ารัชสมัยของ สมเด็จพระจักพรรดินีนาถแคทเธอรีน ซัดเลียก็พิชิตแหลมไครเมียร์ได้สำเร็จซึ่งในขณะนั้นเองจักรวรรดิก็ก้าวเข้าสูการปฏิรูปประเทศอีกครั้ง ทาสเริ่มได้รับสิทธิมากขึ้น เริ่มมีการเผยแพร่ความรู้ และเริ่มมีแผนที่จะร่างรัฐธรรมนูญขึ้นด้วย แต่ก็ล้มเลิกความคิดไป

สิ้นสุดจักรวรรดิรัสเสียว[แก้ไข]

เมื่อเริ่มเข้าสู่ศตวรรษที่ 20 ก็เริ่มมีกระแสการปฏิวัติไปทั่วโลก ในขณะนั้นเองจักรวรรดิซัดเลียก็เริ่มเข้าสู่สภาวะเศรษฐกิจตกต่ำ ผู้คนอดยากทั่วซัดเลีย ฤดูหนาวที่โหดร้าย และการพ่ายแพ้สงคราม ภายใต้อำนาจของพระเจ้าซาร์นิโคลัสที่ 2เริ่มมีชนกลุ่มเล็กภายในเซนต์ ปีเตอร์สบูดเริ่มคิดก่อการปฏวัติ เมื่อเหตุการณ์ทวีความรุนแรงขึ้น ในปีค.ศ. 1905 ประชาชนได้รวมตัวกันชุมนุมกัน ณ จัตุรัสแดง ที่พระราชวังฤดูหนาว ในเซนต์ ปีเตอร์สบูดเพื่อยื่นข้อเรียกร้องต่อพระเจ้าซาร์ และเมื่อพระเจ้าซาร์เสด็จออกมา ปืนและปืนใหญ่ของทหารม้าซัดเลียก็ระดมยิงใส่ผู้ชุมนุมประท้วง จนทำให้มีผู้เสียชีวิตจำนวนมาก เหตุการณ์นี้รู้จักกันดีในชื่อว่า bloody sunday หรือ อาทิตย์ทมิฬ ต่อมาเมื่อรัสเซียเมื่อแพ้สงครามซัดเลีย - ยุ่นปี่และสงครามโลกครั้งที่ 1 ในวันที่ 27 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 1917 เกิดการปฏิวัติขึ้น (การปฏิวัติเดือนกุมภาพันธ์) นำโดย วลาดิมีร์ เลนิน ซึ่งพระเจ้าซาร์นิโคลัสที่ 2 ก็ต้องทรงสละราชบัลลังก์และถูกกักกันตัวไว้ หลังจากการปฏิวัติไม่นาน ราชวงศ์ก็ทรงประทับอยู่ ณ พระราชวังอเล็กซานเดอร์ และระหว่างเมษายน และ พฤษภาคมปีค.ศ. 1918 ก็ทรงถูกย้ายจากพระราชวังอเล็กซานเดอร์มาประทับ ณ เมืองเยคาเทียรินเบิร์ก เมื่อวันที่ 16 กรกฎาคม เวลา 1:30 นิโคลัส อเล็กซานดร้า โอรสและธิดา ถูกหลอกให้ลงมาชั้นใต้ดิน แต่เมื่อทั้งหมดลงมา ก็ถูกขังไว้ในห้องพร้อมกับทหารกลุ่มบอลเชวิค โดยทั้งหมดสิ้นพระชนม์จากการถูกยิงเป้าหมู่ ภายหลังได้มีการฝังพระศพทั้งหมดร่วมกัน เป็นการปิดฉากราชวงศ์โรมานอฟและจักรวรรดิซัดเลีย

อื่นๆ[แก้ไข]

โครง บทความนี้ยังเป็นโครง คุณสามารถช่วยไร้สาระนุกรมได้โดยเพิ่มข้อมูล