จักรวรรดิออสตราโล-นิวกินี

จากไร้สาระนุกรมเสรี - อนึ่งบทความนี้ถูกแก้ไขได้โดยผู้ใช้ทั่วไป หากแป้กหรือเสื่อมประการใดทางเราไม่ขอรับผิดชอบใดๆทั้งสิ้น

จักรวรรดิออสตราโล-นิวกินี
Australo-New Guinea Empire

Yelsunflag.jpg
ค.ศ. 2153ค.ศ. 2610 Blank.png
 
PanamaFlag.png

ธงชาติออสตราโล-นิวกินี

ธงชาติออสตราโล-นิวกินี
จักรวรรดิออสตราโล-นิวกินีเมื่อขยายตัวสูงสุดในปี 2344
จักรวรรดิออสตราโล-นิวกินีเมื่อขยายตัวสูงสุดในปี 2344
เมืองหลวง เพิร์ช, ปอร์ตมอร์สบี, ดาร์วิน, โอ๊คแลนด์, บริสเบน
เมืองใหญ่สุด ซิดนีย์
ภาษาราชการ ภาษาปะกิด,ภาษาจีน,ภาษาถิ่นอื่นๆ
วัน-เวลา สถาปนาประเทศ ค.ศ. 2153
วัน-เวลา ล่มสลาย ค.ศ. 2610
รัฐบาล จักรวรรดิประยุกต์ร่วมกับอำมาตยาธิปไตย
จักรพรรดิแห่งอินูอิต
 - ค.ศ. 2153 - 2172 จักรพรรดิแม็ทธิว สก็อตที่1
 - ค.ศ. 2172 - 2220 จักรพรรดิแม็ทธิว สก็อตที่2
 - ค.ศ. 2220 - 2239 จักรพรรดิเฮนรี่ สก็อตที่1
 - ค.ศ. 2286 - 2326 จักรพรรดิเฮนรี่ สก็อตที่2
 - ค.ศ. 2326 - 2363 จักรพรรดิวิลเลี่ยม สก็อตที่1
 - ค.ศ. 2388 - 2407 จักรพรรดิวิลเลี่ยม สก็อตที่2
 - ค.ศ. 2501 - 2518 จักรพรรดิโจฮันส์ แบงส์
 - ค.ศ. 2593 - 2610 จักรพรรดิฟิลิป แบงส์
ศาสนา ศาสนาบริสต์, ศาสนาสารขัณฑ์, ศาสนาซลาตัน, ความเชื่อของชนพื้นเมือง
ประเภท สินค้าสำคัญ เกษตรกรรม,ล่าสัตว์,หาของป่า,ประมง
ชื่อสินค้า สำคัญ ข้าวสาลี,แกะ
สินค้า ส่งออกหลัก เนื้อแกะ,ขนแกะ,ข้าวสาลี
สินค้า นำเข้าหลัก เทคโนโลยีสารสนเทศ,อาวุธ
ประวัติศาสตร์
 - สถาปนาจักรวรรดิ ค.ศ. 2153
 - ต้านสนธิสัญญาฮัน ค.ศ. 2220
 - แอสแม็ทยึดอำนาจ ค.ศ. 2407
 - อะบอริจินส์ยึดอำนาจ ค.ศ. 2423
 - เมารียึดอำนาจ ค.ศ. 2470
 - ตระกูลแบงส์ยึดอำนาจ ค.ศ. 2501
 - ล่มสลาย ค.ศ. 2610
เนื้อที่
 - ทั้งหมด
 
 
16,590,000 กม.² 
10,368,750 ไมล์² 
ประชากร
 •(ค.ศ.2344) ประมาณ
 • ความหนาแน่น ประชากร
 
260,120,000
16/กม²
25/ไมล์² 
GDP (PPP)
 • รวม
 • ต่อประชากร
(ปี ค.ศ.2344 - ค่าประมาณ)
4,376,800ล้านดอลลาร์สหรัฐ
34,600ดอลลาร์สหรัฐ
HDI (ค.ศ.2344) 0.78 – ค่อนข้างสูง
สกุลเงิน ดอลลาห์ออสตราโล-นิวกินี (A.N.D.)
เขตเวลา (UTC)
รหัส อินเทอร์เน็ต .au
รหัสโทรศัพท์ ระหว่างประเทศ +935

จักรวรรดิออสตราโล-นิวกินี เป็นหนึ่งในจักรวรรดิอำมาตยาธิปไตย ตั้งอยู่ในภูมิภาคโอเชียเกรียนก่อตั้งโดยจักรพรรดิแม็ทธิว สก็อตที่หนึ่งแห่งออสตราโลนิวกินี เกิดจากการประกาศตัวเป็นอิสระของประเทศแถบนี้ รวมตัวเป็นจักรวรรดิ เคยเป็นพันธมิตรกับเยลโล่ซัน ตอนสงครามโลกครั้งที่หกที่ถูกอินูอิตสอยเมืองทางตะวันออกเฉียงใต้ไป แต่ตอนหลังไม่ใช่ หลังจากสมัยจักรพรรดิเฮนรี่ที่หนึ่ง ออสตราโล-นิวกินีก็ไม่เป็นมิตรกับเยลโล่ซันอีกต่อไป เนื่องจากไม่พอใจในสนธิสัญญาฮัน อันส่งผลให้ออสตราโล-นิวกีนี ไปเป็นพันธมิตรกับฝีลีบปิน จีน และสลาฟแทน จักรวรรดินี้มีอายุยืนมาก โดยก่อตั้งในปี ค.ศ. 2153 พบจุดจบในปี 2610 ตรงกับสงครามโลกครั้งที่แปด สาเหตุที่เสื่อมอำนาจเพราะในช่วงหลังๆ เยลโล่ซันพยายามบีบบังคับในทุกวิถีทางที่จะเอาชาวออสตราโล-นิวกินีมาร่วมกองทัพให้ได้

สารบัญ

ประวัติศาสตร์[แก้ไข]

การก่อตั้ง[แก้ไข]

จักรวรรดิออสตราโล-นิวกินีสถาปนาโดยจักรพรรดิแม็ทธิว สก็อตที่ 1 เป็นชาวฝรั่งมังค่า หลังการโจมตีของอาณาจักรฉี และต่อมาถูกเยลโล่ซันตั้งข้าหลวงไปปกครอง ไม่นานนักชาวออสซี่ทนไม่ได้จึงรวบรวมกำลังขับไล่เยลโล่ซันออกไป และยังเกิดเหตุการณ์ลักษณะนี้อีกที่นิวเมียแลนด์ นิวกินี และเกาะอื่นๆรอบๆ ภายหลังแม็ทธิว สก็อตประกาศตัวเป็นจักรพรรดิในปี 2153 กลุ่มกบฏอื่นๆก็เข้ามาสวามิภักดิ์ต่อท่านเป็นจำนวนมาก แม้จะมีความไม่ลงรอยกันบ้างก็พอประคับประคองไปได้ การรวมดินแดนแถบนี้ทำให้ชื่อเสียงของบร๊ะองค์แผ่ขยายไปอย่างกว้างไกล จนกระทั่งสวรรคตในปี 2172 โอรสแม็ทธิวขึ้นครองราชสืบต่อมาเป็นจักรพรรดิแม็ทธิว สก็อตที่ 2 ในปี 2177 ออสตราโล-นิวชะนีต้องเผชิญกับหายนะครั้งใหญ่ กล่าวคือ ถูกจักรวรรดิอินูอิตโจมตีทางประตูหลัง โดยอินูอิตยึดนิวเมียแลนด์และแทสเมเนีย รวมถึงชายฝั่งตะวันออกเฉียงใต้ของออสเตรเลียไปได้ โดยทหารออสตราโล-นิวกินีทำอะไรไม่ได้ จึงไปคบกับเยลโล่ซัน ในสงครามโลกครั้งที่หก

สงครามโลกครั้งที่หก[แก้ไข]

ในสงครามโลกครั้งที่หก ออสตราโล-นิวกินีเป็นพันธมิตรกับเยลโล่ซัน หลังจากที่จักรพรรดิแม็ทธิว จอห์นสตันที่ 1แห่งอินูอิต สวรรคตในปี 2212 แล้ว จักรพรรดิแม็ทธิวแห่งออสตราโล-นิวกินีวางแผนยึดดินแดนคือให้เยลโล่ซันส่งทเห่อมาซ้อมด้วยกันที่นอร์ฟอล์ก ภายหลังฝ่ายอินูอิตส่งทเห่อมาเพิ่มเพื่อเตรียมทำสงครามขั้นแตกหักกับออสตราโล-นิวกินี บร๊ะองค์จึงสั่งให้โจมตีทันที ปรากฏว่าได้ชัยชนะ แล้วส่งทเห่อไปเอาดินแดนคืนได้เป็นผลสำเร็จ เมื่อสงครามสิ้นสุด บร๊ะองค์ลงนามในสนธิสัญญาฮัน จักรพรรดิองค์นี้สวรรคตในปี 2220 โอรสเฮนรี่ขึ้นครองราชย์สืบต่อ เป็นจักรพรรดิเฮนรี่ สก็อตที่ 1 บร๊ะองค์ไม่ยอมอ่อนน้อมให้เยลโล่ซันอีกต่อไป

การต่อต้านสนธิสัญญาฮัน[แก้ไข]

จักรพรรดิเฮนรี่ที่หนึ่งเมื่อได้อ่านสนธิสัญญาฮันแล้ว ก็ ไอ้หมัก ไอ้สัด กูงง ว่าบร๊ะราชบิดาทรงลงนามไปได้อย่างไร เพราะสนธิสัญญานี้เยลโล่ซันมีสิทธิ์ต่างๆเหนือผู้ร่วมลงนามทั้งหมด พระองค์จึงประกาศละเมิดสนธิสัญญาอย่างเป็นทางการ ทั้งประกาศว่า

Cquote1.png เยลโล่ซันกำลังสร้างความเกลียดชังให้กับตนเอง การกระทำเช่นนี้ถือเป็นการละเมิดสิทะของทุกประเทศ แบบให้อยู่ภายใต้การปกครองของเยลโล่ซันแต่เพียงผู้เดียว ข้าพเจ้าไม่สามารถรับได้ ผู้นำชาติอื่นจะรับได้อย่างไร Cquote2.png

ประกาศนี้ส่งผลให้จีนวางตัวเป็นกลาง ส่วนสลาฟประกาศอยู่ฝ่ายตรงข้ามกับเยลโล่ซัน ทั้งยังเชิญชวนให้ฟิลิปปินส์ละเมิดด้วย ทำไมมันเกรียนขนาดนี้ฟะ ทำให้เยลโล่ซันมีศัตรูห้อมล้อมทุกด้าน จักรพรรดิเฮนรี่สวรรคตในปี 2239 จักรพรรดิเอ็ดเวิร์ด(2239-2253) เจมส์(2253-2286) และเฮนรี่ที่2(2286-2326)ต่างยอมรับหลักการนี้ทั้งสิ้น

สงครามเอเชยตะวันออกครั้งที่สาม[แก้ไข]

ในสงครามเอเชยตะวันออกครั้งที่สาม จักรพรรดิเจมส์แห่งออสตราโล-นิวกินีส่งกองทหารแปดสิบหมื่นไปช่วยเหลือจักรวรรดิฟิลิปปินส์ ทำให้ทัพของฮันเกียงเต้ที่ปฏิบัติเกรียนอยู่นานถึงสามปีสามารถยึดได้แค่มินดาเนาเท่านั้น เพราะส่วนอื่นออสตราโล-นิวกินีเอาทเห่อเข้าแทรกแซง จนทัพเยลโล่ซันทำอะไรไม่ค่อยได้ ฮันเกียงเต้จึงถอนทัพกลับ ไม่นานก็สวรรคต ต่อมาฮันโยวเต้นำทัพไปตีจักรวรรดิฟิลิปปินส์อีก จักรพรรดิเฮนรี่ที่สองที่ครองราชย์ต่อมาส่งกองทัพไปหนุนอีกล้านคน แต่เนื่องจารกใช้เวลาประเมิณสถานการณ์นานเกินไปจึงช่วยฟิลิปปินส์ไม่ได้ สุดท้ายฟิลิปปินส์ตกเป็นของเยลโล่ซัน แต่อย่างน้อย ทัพออสตราโล-นิวกินีก็ช่วยราชวงศ์อาโรโยมาพำนักที่ออสตราโล-นิวกินีได้ แม้ว่าจักรพรรดิอาโรโยที่ห้าจะถุกสังหารโดยทัพเยลโล่ซันก็ตาม หลังฟิลิปปินส์ล่มสลายแล้ว เยลโล่ซันนำทัพไปสู้กับจีน ในสมัยฮันซุ่นเต้ ทัพออสตราโล-นิวกินีจึงตลบหลังในปี 2300 สามาถยึดหมู่เกาะในอินโดนีเซียและฟิลิปปินส์มาได้บางส่วน แต่บางจุดกำลังเยลโล่ซันแข็งแกร่งตีไม่แตก เมื่อฮันจองซูขึ้นครองราช เกาเหลา ธิเบต ซยงหนูทรยศเยลโล่ซัน จึงฉวยโอกาสปลุกระดมคนในสามประเทศนี้ให้ต่อต้านเยลโล่ซัน และนำทัพไปโจมตียุ่นปี่โดยมีจีนและเกาเหลาหนุนหลัง และได้ชัยชนะ เยลโล่ซันจึงค่อยๆอ่อนแอลง ในปี 2330 ฮันจองซูถูกลอบปลงบร๊ะชนม์ ชาวเยลโล่ซันยกอัครมหาเสนาบดีชูวิทย์ขึ้นป็นจักรพรรดิราชวงศ์ฉู่ ออสตราโล-นิวกินีจึงชนะสงคราม

สมัยพระเจ้าวิลเลี่ยมที่หนึ่ง(2326-2363) สมัยของการขยายตัวสูงสุดของจักรวรรดิ[แก้ไข]

จักรพรรดิวิลเลี่ยม สก็อตที่ 1ขึ้นครองราชย์ในปี 2326 ในปี 2330 เยลโล่ซันรบแพ้จีน ราชวงศ์โฮ่วหยวนถูกล้ม ราชวงศ์ฉู่ขึ้นครองอำนาจแทน ทว่าราชวงศ์ฉู่อ่อนแอกว่า บร๊ะองค์จึงกรีธาทัพสองแสนยึดมาเลซุย และหมู่เกาะทั้งหมดที่อยู่ระหว่างเยลโล่ซันกับออสตราโล-นิวกินี ทัพเยลโล่ซันสามารถหยุดทัพออสตราโล-นิวกินีไว้ได้ที่ตรัง ออสตราโล-นิวกินีจึงขยายตัวสูงสุดในช่วงนั้น คือปี 2344 ในปีดังกล่าวพระเจ้าวิลเลี่ยมยกทัพเรือหวังตีนครสาดทำมะหลี เมืองหลวงเยลโล่ซัน แต่ถูกปืนใหญ่ยิงเรือล่มไปเยอะ ต้องถอยกลับ จักรวรรดิจึงไม่ขยายออกไปมากกว่านี้ บร๊ะองค์สวรรคตในปี 2363 ยังมีจักรพรรดิชาร์ลส์(2363-2388)และวิลเลี่ยมที่2(2388-2407)ครองราชย์ต่อมา ในขณะที่ฐานอำนาจของราชวงศ์สก็อตค่อยๆถูกคุกคามโดยชาวแอสแม็ท ซึ่งเป็นเผ่ากินคน ชาวแอสแม็ทสามารถล้มราชวงศ์สก็อตได้ในปี 2407 เชื้อพระวงศ์ทั้งหมดถูกจับไปกิน

ราชวงศ์แอสแม็ท[แก้ไข]

แอสแม็ทเป็นเผ่ากินคน ที่เคยกินทเห่อของหลายประเทศในสงครามโลกครั้งที่สองและสาม ภายหลังพวกเขาลงนามในสนธิสัญญาฮันตั้งแต่ยังเป็นชนเผ่าอยู่ เมื่อเยลโล่ซันหมดอำนาจในปี 2349 ชนพวกนี้จึงตั้งเป็นกลุ่มอำนาจอยู่ทางเหนือของออสตราโล-นิวกินี หลังจากบร๊ะเจ้าวิลเลี่ยมที่หนึ่งของออสตราโล-นิวกินีสวรรคต พวกเขาก็ค่อยๆแผ่อิทธิพล กระทบกระเทือนถึงราชสำนักออสตราโล-นิวกินี ใน 2407 พวกเขาระดมพลเข้ายึดอำนาจที่เพิร์ช สามารถจับเชื้อบร๊ะวงศ์ของราชวงศ์สก็อตเอาไว้ได้ทั้งหมด และทั้งหมดถูกจับไปกิน พวกเขาจึงย้ายเมืองหลวงไปที่ปอร์ตมอร์สบี ตั้งราชวงศ์แอสแม็ทขึ้น มีกษัตริย์ทั้งสิ้นสองคน คือฮวนเป็ก(2407-2418)และฮวนทุย(2418-2423) ทั้งสองอนุญาตให้ชาวแอสแม็ทล้างผลาญชีวิตชาวออสตราโล-นิวกินีอย่างเลือดเย็น บ้างเป็นอาหาร บ้างเป็นเครื่องเซ่น ทำให้ประชากรของออสตราโล-นิวกินีลดลง 10% ชาวอะบอริจินส์ได้รับผลกระทบมากที่สุด ในที่สุด พวกเขาก็ตบะแหก ยกพลไปถล่มรัฐบวม ยึดอำนาจได้สำเร็จ ตั้งราชวงศ์อะบอริจินส์ที่ดาร์วินแทน

ราชวงศ์อะบอริจินส์[แก้ไข]

ในปี 2423 ชาวอะบอริจินส์ยึดอำนาจจากแอสแม็ท ตั้งราชวงศ์อะบอริจินส์ สมัยนี้ไม่มีอะไรโดดเด่น มีกษัตริย์ 3 คน คืออิริค(2423-2431) เอร์นี่(2431-2452) และยอร์จ(2452-2470) ทั้งสามรักประชาชน และออกนโยบายเพิ่มปริมาณประชาเกรียนให้มากขึ้น 15% ทว่าสมัยนี้ไม่ค่อยมีการพัฒนาอะไร เพียงแต่มีการขยายพื้นที่เพาะปลูกเท่านั้น

ราชวงศ์เมารี[แก้ไข]

ปี 2470 ผู้นำชาวเมารีนามว่าฮวนเตียปากี เกิดความกระเหี้ยนกระหือรือ อยากได้อำนาจ จึงนำคนมาเจ็ดหมื่นจากนิวซีแลนด์มายึดอำนาจจากอะบอริจินส์ ในปี 2487 เยลโล่ซันฟื้นกลับมาอีกครั้ง และทำสงครามขยายอาณาเขตไปทุกทาง ฮันเบ้งเต้กรีธาทัพขึ้นเหนือ ยึดพื้นที่เดิมของต้าโจว ที่ต่อมาตั้งราชวงศ์ซุ่น ในประเทศจีน ทัพจีนตอนนั้นไม่สามารถสู้กับกองทัพที่แกร่งและสดกว่าของเยลโล่ซันได้ เมื่อฮันเบ้งเต้สวรรคต ฮันเจียวเต้เป็นจักรพรรดิ ก็ยกทัพไปถึงแม่น้ำฉางเจียง ทางใต้ก็ยกทัพเอามาเลซุยและเกาะใกล้เคียง ทำให้ต้องทำสงครามกับออสตราโล-นิวกินี จักรพรรดิชาวเมารีพระองค์ดังกล่าวจะเตรียมทัพล้านคนมาตั้งรับ ทัพออสตราโล-นิวกินีไม่ได้รบมานานจึงอ่อนประสิทธิภาพลงบ้าง แต่สุดท้ายก็ชนะที่ฝั่งตะวันตกของบอร์เนียว และที่เกาะบาหลี ส่งผลทำให้อำนาจของเยลโล่ซันไม่ขยายไปทางตะวันออกมากกว่านี้ จักรพรรดิชาวเมารีคนนี้สวรรคตในปี 2501 ซึ่งการสวรรคตของบร๊ะองค์สร้างความปั่นป่วนไปทั่วทั้งจักรวรรดิ เป็นเวลาสองเดือน สุดท้ายโจฮันส์ แบงส์ สามารถรวบอำนาจได้ ตั้งราชวงศ์แบงส์ขึ้น

ราชวงศ์แบงส์กับความเสื่อมของจักรวรรดิ[แก้ไข]

จักรพรรดิโจฮันส์ แบงส์ก่อตั้งราชวงศ์แบงส์ขึ้นในปี 2501 ที่บริสเบน บร๊ะองค์ไปผูกมิตรกับจีนและจักรวรรดิสลาฟ โจมตีเยลโล่ซันหลังฮันยูริสวรรคตเพียงวันเดียว เยลโล่ซันเสียพื้นที่ไปหลายหมื่นตารางลี้ก่อนถอนทัพกลับ กังฉินคนหนึ่งที่ชื่อคิมจวงอันอ้างคำสั่งฮันอานเต้ยึดดินแดนคืน เกณฑ์คนได้เพียงแค่สองหมื่น และพ่ายแพ้กลับมา เยลโล่ซันไม่ได้ดินแดนดังกล่าวคืนเลยจนกระทั่งสมัยฮันเซวียนเต้ซึ่งประหารคิมจวงอันกับพรรคพวกอีกนับร้อย ติดพันอีกนับหมื่น เมื่อพวกนั้นสิ้นโคตรแล้วจึงเอาดินแดนคืนมาได้ และแล้วฮันเซวียนเต้จึงนำกองทัพไปข่มขู่ออสตราโล-นิวกินี จีนและสลาฟ เอาทเห่อมารับจ้างที่เยลโล่ซันจำนวนมาก ตอนนั้นจักรพรรดิโจฮันส์สวรรคตไปตั้งแต่ 2518 แล้ว จักรพรรดิออกุสติน แบงส์ที่ครองราชย์ต่อมานั้นถูกเยลโล่ซันบังคับให้ส่งคนสองล้านมารับจ้างเป็นทเห่อที่เยลโล่ซัน ไม่เช่นนั้นจะโจมตี ทำให้ออสตราโล-นิวกินีอ่อนแอลง ในปี 2534 บร๊ะองค์แค้นใจมากจนกระอักเลือดตาย จักรพรรดิโจเซฟสืบราชบัลลังก์ต่อมาพยายามตั้งสงบอยู่ จนฮันเซวียนเต้ถูกขุนนางเยลโล่ซันรัฐประจานในปี 2540 ฮันกงเต้ที่ครองราชย์ต่อมาไม่มีความสามารถ เป็นหุ่นเชิดของขุนนางเรืองอำนาจที่ชื่อโงเตรียวมินห์ เขาไม่ค่อยชอบสงครามมากนัก ออสตราโล-นิวกินีจึงสงบลงอีกครั้ง ในปี 2558 ฮันกงเต้สวรรคต ฮันเพ่งเต้ครองราชย์สืบต่อและประหารโงเตรียวมินห์ แต่บร๊ะองค์รักสงบ ทำให้ออสตราโล-นิวกินียังคงสงบอยู่ แต่จักรพรรดิโจเซฟสวรรคตในปี 2562 จักรพรรดิแม็กซิมิเลียนที่ครองราชย์ต่อมาดำเนินการทางการทูตกับสลาฟด้วยการส่งเจ้าหญิงไปอภิเษกสมรสกับซาร์วาซีลี มาคารอฟที่9 แห่งสลาฟ เพื่อให้สลาฟช่วยคุ้มครองตนจากเยลโล่ซันเพราะเสื่อมอำนาจลง แม็กซิมิเลียนสวรรคตในปี 2593 โอรสที่ชื่อฟิลิปขึ้นครองราชย์ เป็นจักรพรรดิองค์สุดท้าย

การล่มสลาย[แก้ไข]

จักรพรรดิฟิลิป แบงส์เป็นจักรพรรดิที่ถูกกดดันมากที่สุด ถูกฮันจางเต้นำกำลังทเห่อมาข่มขู่เพื่อที่จะเอาชาวออสตราโล-นิวกินีจำนวนสิบล้านไปรบที่เปอร์เซีย บร๊ะองค์ไม่ยอม จึงถูกโจมตี เสียหมู่เกาะทางตะวันตกของออสเตรเลียทั้งหมด แล้วกวาดต้อนคนไปทำสงครามในเปอร์เซีย ฟิลิปจึงส่งทูตไปหาสลาฟเพื่อให้ช่วยนำทัพไปปราบเยลโล่ซัน สุดท้ายซาร์อเล็กซิสรับปากและเริ่มตีประเทศพันธมิตรของเยลโล่ซัน เยลโล่ซันแตกในปี 2601 ถือว่าออสตราโล-นิวกินีหมดภัยคุกคาม แต่ก็เกิดศึกในคือนิวซีแลนด์แยกตัวไปในปี 2604 นิวกินีแยกตัวไปสวามิภักดิ์ต่อฮันโนยูนในปี 2607 การเสียพื้นที่สำคัญเช่นนี้ ทำให้ประชาชนมองว่าฟิลิปเป็นจักรพรรดิที่อ่อนแอ เกิดการเดินขบวนสำแดงพลังแทบทุกเดือน สั่นคลอนฐานอำนาจของจักรวรรดิ ด้วยข้อกล่าวหาว่าฟิลิปทำให้ชาติเสียดินแดน เสียประชากรไปฟรีๆแก่เยลโล่ซันจำนวนมาก ในปี 2609 ทุกส่วนของจักรวรรดิต่างแข็งเมือง ทั้งหมดนำทัพบุกเมืองหลวงในปี 2610 จักรพรรดิฟิลิปและเชื้อบร๊ะวงศ์ถูกประหาร เจ้าฟ้าชายเฟอร์ดินานด์ พาทเห่อที่ภักดีฝ่าวงล้อมกองทัพกบฏแล้วไปตั้งหลักที่เกาะกัวดาแคเนล ตั้งตัวเองเป็นอาร์คดยุคแห่งกัวดาแคเนล ส่วนพวกอื่นๆก็เอาแต่ละดินแดนของจักรวรรดิไปตั้งเป็นอาณาจักรของตน นับได้รวมเก้าอาณาจักร แต่ค่อยๆตีกันเองแตกไป บ้างถูกเยลโล่ซันยึด บ้างถูกยูริฮาระโจมตี เหลืออยู่เพียงอาณาจักรเดียวคืออาร์ดดุ๊กชี่แห่งกัวดาแคเนลที่กล่าวถึงข้างต้นเท่านั้น ในปี 2679 กองทัพปานาไปได้มาตีกัวดาแคเนล อาร์คดยุคเจมส์ ผู้นำคนสุดท้าย ถูกจับ ดินแดนทางตะวันตกที่เป็นบริเวณพิพาทระหว่างกัวดาแคเนลกับเยลโล่ซัน (ฟิลิปปินส์) ปานาไปตั้งเป็นเขตปกครองตัวเองหมู่เกาะติกิ ปกครองร่วมกับอูรุกไฮ

เศรษฐกิจ[แก้ไข]

เศรษฐกิจของออสตราโล-นิวกินีขึ้นกับข้าวสาลีและเนื้อแกะเป็นหลัก โดยในช่วงที่จักรวรรดินี้รุ่งเรืองอยู่นั้น ส่งออกเนื้อแกะ ขนแกะ และข้าวสาลีมากที่สุดในโลก ในสมัยราชวงศ์แอสแม็ท มีการค้าขายเนื้อคน ภายหลังแอสแม็ทถูกโค่น จึงมีการยุติการส่งออกและค้าเนื้อคน ในสมัยอะบอริจินส์และเมารี ได้เริ่มต้นการส่งออกทองอย่างขนานใหญ่เพื่อให้จักรวรรดิมั่งคั่งขึ้น ซึ่งมีการส่งออกทองคำเยอะมาก จนทองในจักรวรรดิแทบจะลายหมดไปสิ้นจากแผ่นดิน

การคมนาคมและการสื่อสาร[แก้ไข]

การคมนาคมส่วนใหญ่ใช้เกวียนเทียมแกะ หรืออาจจะมีรถบ้าง บ้างก็ขี่ม้า การสื่อสารโดยทั่วไปใช้ไปรษณีย์ โทรเลข ซึ่งถือว่าดีโคตรแล้วในสมัยนั้น เพราะเทคโนโลยีถดถอยลง มีการสั่งซื้อยานรบจากเยลโล่ซันในช่วงแรกๆของจักรวรรดิ

การเข้ามาค้าขายของต่างชาติ[แก้ไข]

เยลโล่ซันเข้ามาตั้งสถานีการค้าในอสตราโล-นิวกินีตั้งแต่ 2166 ซึ่งมีการค้าสินค้าประเภทรถยนต์ และสินค้าทางวิทยาศาสตร์อื่นๆที่เยลโล่ซันคิดค้นขึ้น มีการค้าขายแร่ลิ้มเนี่ยมกับเยลโล่ซัน สถานีการค้านี้ถูกจักรพรรดิเฮนรี่สั่งปิดในปี 2290 เพื่อทำสงครามกับเยลโล่ซัน หลังจากนั้นชาวจีนและสลาฟได้มาตั้งสถานีการค้าที่ทางเหนือของจักรวรรดิ มีการซื้อขายอาวุธหลายอย่าง และเป็นช่องทางที่ออสตราโล-นิวกินีใช้ส่งเนื้อแกะและข้าวสาลีไปขายที่จีนและสลาฟ

สังคม[แก้ไข]

ภาษา[แก้ไข]

ในออสตราโล-นิวกินีมีคนพูดหลายภาษามาก แต่ส่วนใหญ่เป็นภาษาปะกิด เพราะพื้นที่แถบที่จักรวรรดิตั้งอยู่นั้นเคยเป็นอาณาณิคมของอังเกรียนมาก่อน อย่างไรก็ตามมีอีก 6 ภาษาที่พูดกันในออสตราโล-นิวกินี ได้แก่

  • ภาษาจีน
  • ภาษาเมลานีเซีย
  • ภาษาโปลีนีเซีย
  • ภาษาตากาล็อก
  • ภาษาบาหลี
  • ภาษาชวา

ชาติพันธุ์[แก้ไข]

คนส่วนใหญ่เป็นคนเชื้อสายฝรั่งมังค่า บางส่วนเป็นอะบอริจินส์ เมารี จีน ฟิลิปปืนส์ และอินโดนีเซีย ทั้งหมดอยู่รวมกันอย่างไม่แตกแยก แต่มีคนส่วนน้อยที่สร้างความเด่นเกินตัว คือพวกกินคน

ศิลปะและวัฒนธรรม[แก้ไข]

มีการสร้างงานศิลปะอีกหลายชิ้นในจักรวรรดิ ส่วนใหญ่เป็นฝีมือของเมารีและอะบอริจินส์ ทเห่อหลายคนของออสตราโล-นิวกินี โดยเฉพาะทเห่อรักษาบร๊ะองค์ สักหน้าเหมือนชาวเมารี เครื่องคนตรีส่วนใหญ่เป็นเครื่องดนตรีสากล แต่อาจจะมีเครื่องดนตรีพื้นบ้านบ้าง ที่พบมากที่สุดคือกลอง ทั้งกลองแบบสากล กลองหนังแบบพื้นบ้าน และกลองของชาวกินคนที่ยาด้วยเลือด

การศึกษา[แก้ไข]

มีการศึกษาแบบคล้ายที่อังเกรียน ภายหลังเอาแบบเยลโล่ซันและจีนมาผสม รวมทั้งแบบเรดซันคือเรียนโดยอัธยาศัย อยู่ตามป่าเขาบ้างก็มี มีมหาลัยที่มีชื่อเสียอยู่ในซิดนั่นและเมืองใหญ่ๆอื่นๆ

ศาสนา[แก้ไข]

คนส่วนใหญ่นับถือศาสนาบริสต์ แต่บางส่วนเช่นพวกกินคน อะบอริจินส์ เมารี เมลานีเซีย โปลีนีเซีย อินโด จีน ไม่ได้นับถือศาสนาบริสต์ สองกลุ่มหลังนับถือศาสนาสารขัณฑ์และศาสนาซลาตัน ส่วนอีกห้ากลุ่มไม่นับถือศาสนาใดๆ แต่นับถือความเชื่อแบบอนารยะของชนเผ่า

อาหารเครื่องดื่มยอดนิยม[แก้ไข]

คนส่วนใหญ่นิยมบริโภคขนมปัง มันฝรั่งทอดกับเนื้อปลาทอด เป็นอาหารแบบง่ายๆ ง่ายสุดๆ บ้างก็กินสเต็กปลากับสเต็กแกะ ในโอกาสพิเศษจะมีเนื้ออื่นให้กิน เช่นเนื้อจิงโจ้ ซึ่งจิงโจ้นี้รัฐบวมบอกให้ประชาชนเจี๊ยะเนื้อจิงโจ้ให้เยอะๆ เพราะมันจะล้นประเทศอยู่แล้ว มีเฉพาะเผ่ากินคนเท่านั้นที่นิยมเขมือบเนื้อคน

กีฬา[แก้ไข]

กรอฟเป็นกีฬาของผู้นำ จักรพรรดิ หรือคนระดับไฮโซเท่านั้น เพราะค่าเข้าสนามกรอฟแพงมากจนคนธรรมดาเห็นแล้วเป็นลม จึงมีการเล่นกีฬาอื่นแทน เช่นอมาริเกย์ฟุตบอล หรือออสเตรเลียฟุตบอล บ้างชอบเล่นหมากกระดาน บ้างก็มีกีฬาขี่ม้า แข่งรถม้า วิ่ง จักรยาน ในสมัยที่จักรวรรดิมีอำนาจอยู่นั้นก็มีกีฬาชนิดใหม่ก็คือการแข่งแกะ

อาชีพ[แก้ไข]

คนส่วนใหญ่ระกอบอาชีพเกี่ยวกับเกษตรกรรม ส่วนหนึ่งเป็นชาวนาข้าวสาลี อีกมากเป็นคนเลี้ยงควายแกะ ว่ากันว่ามีแกะมากกว่า 200 ล้านตัวในสมัยจักรพรรดิวิลเลี่ยม สก็อตที่ 1 และชาวอะบอริจินส์ส่วนใหญ่ประกอบอาชีพหาของป่า ล่าสัตว์ และประมง รวมทั้งช่างทำบูมเมอแรง อย่างไรก็ตาม จากประชากรทั้งหมด มีคนรับราชการไม่ถึงล้านคน ทำให้ประเทศพัฒนาช้ากว่าเยลโล่ซันอยู่หลายขุมเลยทีเดียว อาชีพนายทุนไม่มี มีแต่พ่อค้ารายไม่ใหญ่มาก เพราะมีนโยบายต่อต้านทุนนิยมอยู่

คววามสัมพันธ์ระว่างประเทศ[แก้ไข]

เยลโล่ซัน[แก้ไข]

ความสัมพันธ์ทางการทูตกับเยลโล่ซันเริ่มต้นขึ้นเมื่ออินูอิตโจมตีออสตราโล-นิวกินี ซึ่งทำให้ออสตราโล-นิวกินีต้องไปซบอกมหาอำนาจอย่างเยลโล่ซันเพื่อให้เยลโล่ซันช่วยเหลือ ซึ่งในสงครามโลกครั้งที่หก ทัพพันธมิตรออสตราโล-เยลโล่ซันสามารถปราบทัพอินูอิตและยึดดินแดนคืนได้ ภายหลังความสัมพันธ์ทางการทูตกับเยลโล่ซันสิ้นสุดลงเนื่องจากจักรพรรดิแห่งออสตราโล-นิวกินีไม่พอใจสนธิสัญญาฮัน ทำให้ออสตราโล-นิวกินีเป็นศัตรูกับเยลโล่ซันนับแต่นั้นมา แต่เมื่อราชวงค์ของเผ่ากินคนยึดอำนาจก้เริ่มมีความสัมพันธ์อีกครั้ง นครรัฐๆหนึ่งของเยลโล่ซันได้ส่งเนื้อคนมาให้เรื่อยๆ ซ้ำยังสอนการทำกิมจิคน ทำให้ชาวแอสแม็ทสามารถเก็บเนื้อคนนานนับปี แต่เนื่องจากชาวแอสแม็ทชอบกินเนื้อสดมากกว่าจึงส่งทหารไปรบกับนครรัฐดังกล่าวของเยลโล่ซันแบบว่าสงครามเมื่อไหร่ไม่พลาดอยู่แล้ว แต่เมื่อแอสแม็ทหมดอำนาจ ความสัมพันธ์กับพวกเยลโล่ซันก็มลายไปสิ้น

จีน[แก้ไข]

ออสตราโล-นิวกินีเป็นพันธมิตรกับจีนโดยตลอด และสนับสนุนจีนทุกครั้งไม่ว่าจะทำอะไร ทำให้ช่วงหลังๆ เยลโล่ซันเหม็นขี้หน้าออสตราโล-นิวกินีพอสมควร การช่วยเหลือจีนโดยตลอดนี้ส่งผลให้จีนและออสตราโล-นิวกินีสามารถเอาชนะเยลโล่ซันในสงครามเอเชยตะวันออกครั้งที่สามได้ ในขณะเดียวกันก็เป็นพันธมิตรกับสลาฟด้วย แต่ให้ความสำคัญกับจีนมากกว่า จนกระทั่งในสมัยราชวงศ์ต้าซุ่นที่จีนถูกเยลโล่ซันตีไปถึงแม่น้ำฉางเจียง ทำให้สลาฟมีบทบาทขึ้นมาแทน

สลาฟ[แก้ไข]

ออสตราโล-นิวกินีเป็นพันธมิตรกับสลาฟเป็นเวลานาน แต่ไม่ค่อยมีบทบาทมากนัก แต่เมื่อจีนอ่อนแอลงและสลาฟเข้มแข็งขึ้น จึงให้ความสำคัญกับสลาฟมากขึ้น จักรพรรดิโจฮันส์ แบงส์ที่ 1ได้ร่วมมือกับพระเจ้าซาร์วาซีลี มาคารอฟที่ 4(บ้างเรียกวาซีลีที่ 8) นำกองทัพโจมตีเยลโล่ซันหลังฮันยูริสวรรคตเพียงวันเดียว และยึดพื้นที่ได้เป็นจำนวนมาก ทำให้ออสตราโล-นิวกินีอุ่นใจขึ้นมาว่าสลาฟเป็นจักรวรรดิที่แข็งแกร่งที่สุด และน่าจะมีกำลังพอที่จะเผด็จศึกเยลโล่ซันได้ จึงให้ความสำคัญมาก ต่อมาออสตราโล-นิวกินีส่งองค์หญิงไปอภิเษกกับบร๊ะเจ้าซาร์แห่งสลาฟ ทำให้ความสัมพันธ์แน่นแฟ้นมากขึ้น ต่อมาสลาฟพิชิตเยลโล่ซันได้ จึงมอบทองคำให้เป็นของกำนัลแก่ซาร์อเล็กซิส แต่ตอนที่เกิดการแข็งเมืองในออสตราโล-นิวกินี สลาฟกลับไม่ช่วยเหลือในการปราบกลุ่มกบฏ เพราะทำศึกติดพันกับจักรวรรดิเอริเชี่ยน ในสงครามโลกครั้งที่แปดอยู่ ปล่อยให้ออสตราโล-นิวกินีล่มสลาย อยางไรก็ตามสลาฟนั้นมีความขัดแย้งกับออสตราโลแค่ช่วงแอสแม็ทเท่านั้น เนื่องจากพบว่าราชวงศ์นี้ รับเนื้อของชาวสลาฟไปกิน

ฟิลิปปินส์[แก้ไข]

ออสตราโล-นิวกินีแข็งแกร่งกว่าฟิลิปปินส์มาก ฟิลิปปินส์จึงมาซบอกออสตราโล-นิวกินี ทั้งส่งองค์หญิงไปอภิเษกกับจักรพรรดิแห่งออสตราโล-นิวกินีด้วย ภายหลังฟิลิปปินส์ถูกเยลโล่ซันโจมตี ออสตราโล-นิวกินีจึงส่งทเห่อไปช่วยด้วย จนสามารถต้านทัพเยลโล่ซัน ตอนหลังเยลโล่ซันบุกฟิลิปปินส์อีก ออสตราโล-นิวกินีส่งทัพไปช่วยอีก แต่ไม่ทันเพราะใช้เวลาประเมิณสถานการณ์นานเกินไป ฟิลิปปินส์จึงถูกเยลโล่ซันพิชิต แต่ทัพออสตราโล-นิวกินีที่ไปถึงนั้นก็ได้ช่วยเชื้อบร๊ะวงศ์อาโรโยมาพำนักอย่างปลอดภัยที่ออสตราโล-นิวกินี มีเพียงจักรพรรดิอาโรโยที่ห้าเท่านั้นที่ไม่รอดเพราะถูกทเห่อเยลโล่ซันสังหารในการรบ

การท่องเที่ยว[แก้ไข]

จักรวรรดิออสตราโล-นิวกินีมีสถานที่ท่องเที่ยวมากมายนับไม่ถ้วน ทั้งภูเขา น้ำพุร้อน ทะเลสาบ ชายหาด ทะเลทราย แนวปะการัง และมีสัตว์ประเภทนกกีวี จิงโจ้ หมีโค๊ก สิ่งเหล่านี้เป็นตัวดึงดูดนักท่องเที่ยวให้มายังออสตราโล-นิวกินี ในช่วงที่รุ่งเรืองนั้น คนจากหลายชาติได้มาพักผ่อนที่ออสตราโล-นิวกินี ซึ่งนำรายได้เข้ารัฐอย่างมากมายมหาศาล โดยมีคนมาเที่ยวมากกว่าที่เยลโล่ซัน เนื่องจากมีข้อจำกัดและต้องระมัดระวังตัวมากกว่าที่ออสตราโล-นิวกินี อย่างไรก็ตาม ออสตราโล-นิวกินีนั้นไม่ให้นักท่องเที่ยวทำสิ่งต่อไปนี้

  • ห้ามนำอาหารจากนอกประเทศเข้ามาในประเทศ ในสมัยแอสแมทได้ยกเว้นเนื้อคนเป็นกรณีพิเศษ
  • ห้ามถ่มน้ำลายในที่สาธารณะ
  • ห้ามทิ้งขยะในสถานที่ท่องเที่ยว
  • แต่สามารถถ่มน้ำลายในรัฐสปาได้

ทั้งนี้เพื่อประโยชน์ทางด้านสาธารณแสบ ซึ่งส่งผลให้สุขภาพของชาวออสตราโล-นิวกินีค่อนข้างดี แต่กลิ่นตัวไม่ดีเลย

ข้อมูลเพิ่มเติม[แก้ไข]